09/09/2022
อยากประสบความสำเร็จ คุณแค่ทำตามค่าเฉลี่ยที่มันเป็น
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
*เนื้อหาในเพจนี้ จัดทำขึ้นเพื่อคนเฉพาะกลุ่ม ที่ต้องการมีอิสรภาพทางการเงินและมีกรอบความคิดaเติบโต (Growth Mindset) เท่านั้น ไม่ใช่เพื่อทุกคน กรุณาใช้วิจารณญาณในการรับชมและแสดงออก
————
🌟ขณะนี้ทางเพจได้เปิดให้จัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือที่รวบรวมข้อคิดและบทความที่สำคัญต่อการพัฒนา Mindset ที่เคยลงในเพจ Moneyland
สนใจดูรายละเอียดได้ที่นี่ https://www.facebook.com/211285206449377/posts/985546552356568/?d=n
————
หากคุณชอบ Moneyland และอยากให้เราอยู่ไปนานๆ
สามารถเป็นผู้สนับสนุน MONEYLAND แบบรายเดือน ได้ที่ลิงค์นี้ (ตกวันละ 3 บาทนิดๆ)
https://facebook.com/becomesupporter/moneyland.biz/
หรือสนับสนุนรายครั้งตามจิตศรัทธา
https://ko-fi.com/moneylandbiz
สนใจโฆษณาติดต่อ
m.me/moneyland.biz
14/08/2022
( กฎหมายจราจร )
ขัดขวางรถฉุกเฉิน ถูกปรับ และ สังคมรังเกียจ.
การขับขี่รถบนถนน แม้ว่าทุกคนจะเร่งรีบเพื่อเดินทางไปให้ถึงจุดหมาย ปลายทางให้เร็วที่สุด แต่ว่าก็ต้องมีน้ำใจให้กันด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากเห็น รถพยาบาลหรือรถมูลนิธิหรือรถฉุกเฉินอื่นๆ ที่กำลังไปช่วยคนบาดเจ็บ หรือนำผู้ป่วยหนักไปโรงพยาบาล และให้สัญญาณขอทาง เราทุกคนก็ควรเปิด เส้นทางให้โดยชิดรถยนต์เข้าไปที่ขอบถนนด้านซ้ายหรือไปในช่องรถประจำทาง เพื่อให้รถฉุกเฉินนั้นผ่านไปเสียก่อน แต่หากผู้ขับรถยนต์เห็นแก่ตัว ยังไม่ยอมเปิดทางให้กับรถฉุกเฉินก็จะมีความผิด ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 76 และต้องรับโทษตาม มาตรา 148 ปรับไม่เกิน 500 บาท นอกจากนี้ก็ยังจะโดนคนเขารังเกียจ บางครั้ง อาจจะโดนถึงขั้นถ่ายคลิปเอาไปประจานกันในโลก Social Network กันเลยทีเดียว มีน้ำใจสักนิด เพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น นอกจากไม่ผิดกฎหมายแล้วยังได้กุศลแรง อีกด้วย
21/07/2022
( กฎหมายจราจร )
นั่งรถซิ่ง ไม่ต้องรอจนกลิ้งไปก่อน
เกิดมาเป็นประชาชนคนธรรมดา หาเช้ากินค่ำ เมื่อจำเป็นต้องพึ่งพา บริการสาธารณะทั้งรถเมล์ รถตู้ หรือ แม้กระทั่งรถแท็กซี่ที่ขับ ขี่ หวาดเสียวโดยไม่เกรงใจใคร ครั้นพอ ถูกทักท้วงก็ไม่ฟัง กลับกลายเป็นเหตุการณ์ยิ่งว่าเหมือนยิ่งยุเข้าไปอีก หากพบเจอกรณีเช่นนี้ ผู้โดยสารมีสิทธิแจ้งความเอาผิดโดยไม่ต้องรอให้มีอุบัติเหตุเสียก่อนก็ได้ ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43, 78, 160 ที่กำหนดว่าหากผู้ขับรถประเภทสาธารณะทำให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัสหรือตาย อาจต้องจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
14/12/2021
( กฎหมายจราจร )
"ซื้อเหล้าในปั๊ม ทำได้ไหม? "
ร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมันนั้นมีสินค้านานาไว้บริการแก่ผู้สัญจรไปมา ที่สำคัญ ก็คือเครื่องดื่มและอาหาร เพื่อดับหิวกระหาย เพิ่มความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ให้แก่ผู้เดินทางหรือแม้แต่คนขับรถ บรรดานักดื่มอาจเข้าใจผิดคิดว่าสามารถ จะซื้อเหล้าที่นั่นที่เห็นมีร้านค้าตั้งอยู่และสามารถนำเหล้านั้นมาดื่มในบริเวณ ปั๊มน้ำมันที่บางแหล่งจัดทำบริเวณนั่งพักสวยงามและสะดวกสบายได้ แต่การกระทำทั้งสองอย่างเป็นการละเมิดกฎหมายที่กำหนดไว้ชัดว่า หากปั๊ม น้ำมันใดที่มีร้านค้าภายใน ขายเหล้าให้ประชาชนอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ในมาตรา 27 (6) ที่ห้ามขายเหล้าในสถานีบริการน้ำมันและผู้ที่ดื่มเหล้าในปั๊มน้ำมันก็จะผิดมาตรา 31 (5) ในพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ซึ่งทั้งสองกรณีมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ปั๊มน้ำมันที่เป็นที่ตั้งของร้านค้าเองก็อาจถูกกระทรวงมหาดไทย เพิกถอน ใบอนุญาตสถานประกอบการน้ำมันได้ด้วย
ห้องสมุดกฎหมาย
Send a message to learn more
28/11/2021
( กฎหมายจราจร )
"เป่าก็ผิด ไม่ยอมเป่า ก็ผิด "
การมึนเมาขณะขับรถอาจทำให้ เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงแต่ก็มีผู้ละเมิด กฎหมายกันประจำ ทำให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจต้องมาตั้งด่านตรวจหานักดื่ม ที่ไม่ยอมทำตามกฎหมาย นักดื่มที่ ขับไปแล้วเจอด่านตำรวจบังคับให้ เป่าตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ บางคน อาจใช้วิธีไม่ยอมให้เป่าลมหายใจลงใน เครื่องทดสอบปริมาณแอลกอฮอล์ เพราะรู้ว่าตำรวจไม่มีอำนาจบังคับ ให้ทำได้ และคิดว่าเมื่อไม่เป่าก็ ไม่มีหลักฐานให้เอาผิดได้ นับเป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะปัจจุบันมีการปรับปรุงพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2557 มาตรา 142 สาระสำคัญคือหากผู้ขับขี่ไม่ยินยอม เป่าทดสอบให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้นั้นฝ่าฝืนขับขี่รถขณะเมาสุรา และจะมีผลให้ผู้ที่ไม่ยอมเป่าทดสอบ ปริมาณแอลกอฮอล์ได้รับโทษเท่ากับ ผู้ที่เมาแล้วขับ คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และพักใช้ใบอนุญาตขับรถ ไม่น้อยกว่า 6 เดือนหรือเพิกถอน ใบอนุญาต
สรุปว่าเป่าก็ผิด ไม่ยอมเป่าก็ผิด ทางที่ดีต้องแก้ไขจากต้นเหตุ คือไม่ควร ดื่มสุราแล้วขับรถ
27/11/2021
(กฎหมายจราจร)
"คนดื่มไม่ได้ขับ ถูกจับ ได้เหมือนกัน "
ช่วงเทศกาลต่างๆ ที่มีวันหยุดยาว อย่างเช่น สงกรานต์หรือปีใหม่ จะเห็นภาพ ผู้คนเหมารถไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดกันเป็นหมู่คณะ และบางครั้งก็มีการดื่มเหล้า กันบนรถเพื่อความสนุกสนานด้วย การกระทำนี้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย เพราะอาจ ก่ออันตรายร้ายแรงบนท้องถนนขึ้นได้ ซึ่งเจ้าพนักงานก็พยายามอย่างสุดความสามารถ ที่จะป้องกันเหตุเหล่านี้ และวิธีหนึ่งก็คือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด กรณีการดื่มเหล้าหรือเบียร์ในรถ แม้ว่าผู้ขับรถไม่ดื่ม แต่ถ้าผู้ที่โดยสารมาด้วย ดื่มสุราหรือเบียร์ในรถ ไม่ว่าจะดื่มขณะที่รถวิ่งอยู่บนท้องถนน หรือรถจอด อยู่ข้างทางเท้าคนขับรถก็มีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตรา 4 มาตรา 31 (7) และมีความผิดตามมาตรา 42 ถูกจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สรุปว่าคนดื่มไม่ได้ขับก็มีสิทธิถูกจับได้เหมือนกัน
24/11/2021
( กฎหมายยาเสพติด )
"ยาเสพติดให้โทษ 3"
“วัยรุ่น” เป็นวัยที่ชอบลองสิ่งแปลกใหม่ จึงทำให้อาจถูกบุคคลอื่นชักจูงไปในทางที่ไม่ดี เช่น การให้ทดลองเสพยาเสพติด เป็นต้น หากบุคคลใดใช้อุบายหลอกลวง บังคับขู่เข็ญ หรือทำร้ายร่างกาย เพื่อให้ผู้อื่นเสพยาเสพติดมีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงหนึ่งล้านบาท ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช 2522 มาตรา 93 วรรค 1
19/11/2021
( กฎหมายยาเสพติด )
"ยาเสพติดให้โทษ 2"
บริเวณชายแดนระหว่างประเทศเป็นพื้นที่เฝ้าระวังการแพร่ระบาดของยาเสพติดที่เจ้าหน้าที่ของรัฐให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านที่เฝ้าระวังได้ยาก ประกอบกับบางพื้นที่มีการลักลอบปลูกพืชเสพติด เช่น ฝิ่น เพื่อเสพหรือเพื่อจำหน่ายเองอีกด้วย โดยพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช 2522 มาตรา 16 ประกอบมาตรา 68 วรรค 2 ได้กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่นำเข้าหรือส่งออก ยาเสพติดประเภท มอร์ฟีน ฝิ่น หรือโคคาอีน มีโทษจำคุกตั้งแต่ยี่สิบปีถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองล้านบาทถึงห้าล้านบาท
18/11/2021
( กฎหมายยาเสพติด )
"ยาเสพติดให้โทษ 1"
ปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนในสังคมต้องร่วมมือกันป้องกันและแก้ไข เพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติดให้หมดไปจากสังคมไทย โดยกฎหมายได้กำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 เช่น เฮโรอีน เมทแอมเฟตามีน หรือยาบ้า ฯลฯ ไว้ในครอบครอง มีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พุทธศักราช 2522 มาตรา 15 ประกอบมาตรา 67
17/11/2021
( กฎหมายสาธารณะ )
"หนักเบาไม่เลือกที่ แค่ไหว้เจ้าที่ไม่พอแล้ว "
พื้นที่สาธารณะ เช่น บนทางเท้า ข้างถังขยะ ในสวนสาธารณะ หรือแม้แต่ คลองส่งน้ำ หลายคนอาจจะคิดว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของ เมื่อร่างกายเรียกร้องให้ต้อง ปลดปล่อยของเสียออกไป แต่หาห้องน้ำไม่เจอ แต่เห็นต้นไม้ หรือที่ว่างไม่มีคนเห็น เลยแค่ยกมือไหว้ขอขมาเทพารักษ์ต้นไม้ หรือเจ้าที่เจ้าทางก่อนปลดทุกข์ ก็น่าจะสิ้นเรื่องสิ้นราวแล้ว แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่เป็นเช่นนั้น เพราะเรื่องกำลังจะมาหา เนื่องจากการ แอบปลดทุกข์ในที่สาธารณะเป็นการละเมิดกฎหมาย นั่นก็คือ พระราชบัญญัติ รักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 34 ที่ว่าด้วยการห้ามการระบาย หรือเทอุจจาระ ปัสสาวะ จากอาคาร หรือยานพาหนะลงบนถนน หรือสถานสาธารณะ หากกระทำก็จะมีโทษคือ ถูกปรับ ไม่เกิน 10,000 บาทตามมาตรา 57
สมัยนี้สนใจแค่เจ้าที่เจ้าทางอย่างเดียวไม่พอ ต้องแคร์เจ้าหน้าที่ด้วย
16/11/2021
( กฎหมายสาธารณะ )
"ปิดประกาศ พื้นที่สาธารณะ โฆษณาฟรี แต่ผิดที่ไปหน่อย"
คนในเมืองถ้าไม่มีงานทำ กำลังหาหอพัก สัตว์เลี้ยงที่รักหายไป หรือแม้แต่เหงาหงอยอยากจะหาคู่ ฯลฯ มักจะคิดถึงป้ายประกาศที่เห็นกันอยู่ ดาษดื่น นานารูปแบบไม่ว่าจะอยู่ กำแพง พื้น ผนัง เสาไฟฟ้า หรือแม้แต่ ตู้โทรศัพท์สาธารณะในบริเวณ ที่คนผ่านไปมาทั้งวันทั้งคืน วิธีการ ติดป้ายแบบนี้ก็น่าจะเข้าถึงคนได้ จำนวนมาก แถมยังฟรีอีกด้วย จะลงทุนลงแรงก็แค่กระดาษสำหรับ พิมพ์ประกาศเท่านั้น
แต่จริงๆ แล้ว ไม่ฟรีแน่นอน เพราะผู้กระทำจะต้องโทษตามกฎหมาย เพราะกำลังกระทำผิด พระราชบัญญัติรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 12 ทำให้บ้านเมืองดูสกปรก รกรุงรัง ไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย และโทษ ก็คือ ถูกปรับไม่เกิน 5,000 บาท ตามมาตรา 56 ความคิดในการโฆษณาฟรีนั้นอาจจะดี แต่ผิดที่ทางไปหน่อย
15/11/2021
( กฎหมายสาธารณะ )
*สุดทนกลิ่น ควัน ต้องสูดทุกวันจากร้านข้างบ้าน
การอยู่อาศัยร่วมกันในชุมชนก็ต้องเกรงใจซึ่งกันและกัน ชุมชนนั้นจึงจะเป็นสุข แต่เราก็ยินข่าวเนืองๆ ว่าเพื่อนบ้านมีข้อพิพาทกันบ่อยๆ อันเนื่องมาจากเหตุรำคาญ หลายในหลายรูปแบบ เช่น เสียง กลิ่น ควัน ฯลฯ ซึ่งกฎหมายก็ครอบคลุมประเด็น เหล่านี้เอาด้วยเพื่อเป็นหลักในของความสงบสุขในสังคม
ปัญหาระหว่างเพื่ อนบ้าน เช่น เราอยู่บ้านนี้ มานานแล้ว มาวั นหนึ่ งมี เพื่ อนบ้านข้างๆ ย้ายมาอยู่ใหม่แล้ว เปิดร้านอาหารขาย ทำให้เราได้รับ กลิ่น ควัน เขม่าควัน และคราบน้ำมัน มาเกาะสิ่งของจนทำให้การดำเนินชีวิต และสุขภาพเริ่มไม่เป็นปกติ
กฎหมายตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 25 (4) และมาตรา 26 กำหนดไว้ว่ากรณีที่มีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้ที่ อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง หรือผู้ที่ต้องประสบกับเหตุนั้น ดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็นเหตุรำคาญ (4) การกระทำใดๆ อันเป็นเหตุให้เกิดกลิ่น แสง รังสี เสียง ความร้อน สิ่งมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรือกรณีอื่นใด จนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ผู้ประสบเหตุ เดือดร้อนรำคาญ นั้นสามารถแจ้งต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น มีอำนาจห้ามหรือออกคำสั่งให้บุคคล ที่เป็นต้นเหตุให้ก่อความรำคาญ ให้ระงับเหตุรำคาญดังกล่าวลงได้