บ้านวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์ สพป.พช เขต๓

บ้านวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์ สพป.พช เขต๓ การศึกษา

กิจกรรมสืบเสาะอิสระเรื่อง  น้ำมะนาวแสนอร่อย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา...
14/03/2026

กิจกรรมสืบเสาะอิสระเรื่อง น้ำมะนาวแสนอร่อย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 3 จัดกิจกรรมวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569

สมาชิกในกลุ่ม
1. เด็กหญิงณัฐนรี พลูแสนรักษ์
2. เด็กหญิงกันต์กมล กล่ำกลิ่น
3. เด็กชายสุทธิภากร กำแพงเพ็ชร
4. เด็กชายภัคพล ผิวเนียม

ที่มาของการสืบเสาะอิสระ
เนื่องจากทางโรงเรียนได้ปลูกมะนาวไว้ในวงบ่อ เป็นจำนวนมาก เมื่อนักเรียนเดินสำรวจบริเวณโรงเรียนเห็นต้นมะนาว จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า เราสามารถนำผลมะนาวไปทำเป็นเครื่องดื่มได้หรือไม่

วัสดุอุปกรณ์
1.มะนาว
2.โซดา
3.น้ำตาล/น้ำหวาน
4.เกลือ
5.น้ำแข็ง
6.แก้วน้ำ
7.น้ำเปล่า
ขั้นตอนการทดลอง
1.ฝานมะนาวและบีบใส่แก้ว แก้วละ 1 ลูกจำนวน 3 แก้ว
2.แก้วที่1 ใส่น้ำตาล/น้ำหวาน 1ช้อนชา แก้วที่ 2 ใส่เกลือ 1 ช้อนชา แก้วที่ 3ใสน้ำตาล/น้ำหวาน 1 ช้อนชาและใส่เกลือ 1 ช้อนชา
3.คนให้เข้ากัน
4.เติมน้ำแข็งและโซดา
5.นักเรียนชิมน้ำแต่ละแก้ว เพื่อเปรียบเทียบ
ผลการทดลอง
จากการทดลองทำน้ำมะนาวโซดา และทดลองเพิ่มน้ำตาลและเพิ่มเกลือลงในแก้วโดยใช้ปริมาณที่แตกต่างกัน ในน้ำทั้ง 3 แก้ว พบว่า รสชาติของน้ำมะนาวโซดามีความเปรี้ยวน้อยลง

สรุปผลการทดลอง
หลังจากที่ได้ดำเนินการทดลองทำน้ำมะนาวโซดา โดยเติมเกลือและน้ำตาลในปริมาณที่ต่างกัน สรุปได้ว่า แก้วที่ ๑ ใส่น้ำตาล 1 ช้อนชา มีรสชาติหวานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและมีรสชาติเปรี้ยวลดลง แก้วที่ ๒ ใส่เกลือ ๑ ช้อนชา มีรสชาติเค็มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและมีรสชาติเปรี้ยวลดลง แก้วที่ ๓ ใส่น้ำตาล ๑ ช้อนชาและใส่เกลือ 1 ช้อนชา มีรสชาติเค็มและหวานเพิ่มขึ้นเล็กน้อยและมีรสชาติเปรี้ยวลดลง

กิจกรรมสืบเสาะอิสระ เรื่อง  สีน้ำธรรมชาติชั้นประถมศึกษาปีที 3 โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3จัดกิจกรรมวันที่ ...
14/03/2026

กิจกรรมสืบเสาะอิสระ เรื่อง สีน้ำธรรมชาติ
ชั้นประถมศึกษาปีที 3 โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์
สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3
จัดกิจกรรมวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569
**การจัดกิจกรรมสืบเสาะอิสระ**
**ทำไมถึงอยากรู้เรื่องสีน้ำธรรมชาติ???
- หนูทำสีน้ำใช้เองได้ไหม?
- สีน้ำทำเองยังไง?ทำจากอะไรบ้าง?
- ถ้าทำสีน้ำได้แล้วสีน้ำที่เราทำจะระบายได้สวยงามเหมือนสีน้ำที่เราซื้อมาไหม?
**วัสดุอุปกรณ์
- ใบเตย - ขมิ้น - ถ่าน - แครอท - ดอกอัญชัน
- ดอกเข็ม - ดอกเฟื่องฟ้า - ดอกทองอุไร - ที่บด
- หม้อ - จานสี
**วิธีการทดลอง
- สกัดสีจากวัสดุธรรมชาติ
1. ต้ม ใบเตย
2. บด ถ่าน ขมิ้น แครอท อัญชัน ดอกเข็ม ดอกทองอุไร ดอกเฟื่องฟ้า
**ผลการทดลอง
ใบเตยต้ม = สีเขียวอ่อน ใบเตยบด = สีเขียว แครอท = สีส้มอ่อน
ดอกเข็ม = สีแดงอ่อน ดอกทองอุไร = สีเหลืองอ่อน ถ่าน = ดำ
ขมิ้น = สีเหลืองเข้ม
**สรุปความรู้
วัสดุธรรมชาติที่นำมาสกัดจากการต้มและการบดได้สีตรงตามสีของวัสดุแต่ละชนิดแต่สีจางมากเพราะใส่น้ำเยอะเกินไป
**ครูผู้จัดกิจกรรม
นางสาวพรนิภา นมนาน

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand on เรื่อง ไม่มีจุดเริ่มต้นไม่มีจุดสิ้นสุด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์ สำนักงานเ...
13/03/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand on เรื่อง ไม่มีจุดเริ่มต้นไม่มีจุดสิ้นสุด
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3
วันที่จัดกิจกรรม 22 สิงหาคม 2568
จำนวน 1 ชั่วโมง
ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- นักเรียนเข้าใจคำว่าไม่มีจุดเริ่มต้นไม่มีจุดสิ้นสุดหรือไม่ อย่างไร
- นักเรียนเคยเห็นภาพวาดที่สร้างแบบไม่มีจุดเริ่มต้นไม่มีจุดสิ้นสุดหรือไม่
- นักเรียนเคยคิดว่าภาพที่สร้างแบบไม่มีจุดเริ่มต้นไม่มีจุดสิ้นสุดจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร
- นักเรียนวาดภาพแบบไม่มีจุดเริ่มต้นไม่มีจุดสิ้นสุดได้หรือไม่
รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- "ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด" เป็นคำที่ใช้บรรยายถึงสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ไม่มีความเริ่มต้นที่ชัดเจน และไม่มีจุดจบที่แน่นอน เปรียบเสมือนวงกลมที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด
ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
- ครูชี้แจงวิธีการทำกิจกรรม พร้อมทั้งแนะนำวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ และอธิบายถึงความหมายของคำว่า "ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด" พร้อมทั้งวิธีการทำกิจกรรม
- นักเรียนสังเกตภาพวาดที่ลากเส้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่ยกดินสอและลองคิดดูว่านักเรียนจะวาดภาพอะไรที่ไม่ต้องยกดินสอได้
- นักเรียนวาดภาพวัตถุที่พบเจอในชีวิตประจำวันที่ลากเส้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่ยกดินสอ เช่น บ้าน เรือ หมึก วงกลม ดาว เป็นต้น
- นักเรียนนำเสนอภาพที่วาดว่าคือภาพอะไร สามารถวาดได้อย่างไร
สังเกตและบรรยาย
- นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายกลุ่มเกี่ยวกับภาพวาดที่ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่สร้างขึ้นและอธิบายความคิดในการวาดภาพนั้น
- นักเรียนแต่ละคนนำเสนอผลงานให้เพื่อนๆ ได้ฟังว่าภาพที่วาดคือภาพอะไร สามารถวาดได้อย่างไรโดยไม่ยกดินสอ ทำไมถึงเรียกภาพนี้ว่าไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด นักเรียนสามารถนำความรู้เรื่องไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
บันทึกข้อมูล
ตรวจสอบความถูกต้องของภาพที่วาดขึ้น สามารถสื่อสารได้ชัดเจนว่าภาพที่วาดคืออะไร ครูใช้คำถามกระตุ้นเพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ นักเรียนสามารถวาดภาพสิ่งของอื่นๆ โดยใช้หลักการไม่มีจุดเริ่มต้นไม่มีจุดสิ้นสุดได้อีกหรือไม่ นักเรียนสามารถสร้างวงกระดาษที่ไม่มีข้างนอกไม่มีข้างในและปรับเปลี่ยนรูปแบบของวงกระดาษให้มีด้านอกและด้านในได้
อภิปรายผล
จากการทำกิจกรรมนักเรียนสามารถวาดภาพที่มีลักษณะแตกต่างกัน ภาพที่วาดโดยไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด เรียกว่าภาพปิด และสามารถเชื่อมโยงความคิดไปยังการวาดเส้นโค้ง เส้นตรง และรูปเรขาคณิตในรูปแบบอื่นๆ ได้
ครูผู้จัดกิจกรรม
นางกัลยา เจริญพันธ์

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สืบเสาะอิสระ เรื่อง ผักกาดเปลี่ยนสีระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1จัดกิจกรรมวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ...
13/03/2026

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ สืบเสาะอิสระ เรื่อง ผักกาดเปลี่ยนสี
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
จัดกิจกรรมวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2569
โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์ สังกัด สพป. เพชรบูรณ์ เขต 3
ทำไมถึงอยากรู้ เรื่อง ผักกาดเปลี่ยนสี
เกิดความสงสัย ว่าพืชดูดน้ำและลำเลียงน้ำไปหล่อเลี้ยงลำต้นและใบ หากพืชดูดน้ำที่มีสีสันต่างๆ จะทำให้ใบของพืช เปลี่ยนสีหรือไม่
วัสดุอุปกรณ์
1. แก้วพลาสติก
2. น้ำเปล่า
3. สีผสมอาหาร
4. ผักกาดขาว
วิธีการทดลอง
1.นำน้ำเปล่าใส่แก้วประมาณครึ่งแก้ว 3 แก้ว
2.นำสีผสมอาหารแต่ละสีเทใส่ในแต่ละแก้ว และคนให้ละลายเข้ากัน
3.นำผักกาดขาวแช่ลงในแก้ว แต่ละแก้ว
4.รอประมาณ 8 ชม. และสังเกตผลการทดลอง
ผลการทดลอง
ใบผักกาดจะ เปลี่ยนเป็นสีเดียวกับน้ำ ที่เราแช่ไว้ (เช่น แช่น้ำแดง ใบจะกลายเป็นสีชมพู/แดง)
สรุปความรู้ที่ได้ในการค้นคว้าอิสระ เรื่อง หมึกล่องหน
• พืชมีท่อดูดน้ำ: พืชใช้ท่อเล็กๆ (Xylem) ดูดน้ำจากโคนขึ้นไปเลี้ยงใบเหมือนการใช้หลอดดูด
• น้ำเดินทางได้: สีผสมอาหารช่วยให้เราเห็นว่า "น้ำเดินทางไปทางไหนบ้าง" จนทั่วใบ
พืชดูดน้ำสีขึ้นไปเลี้ยงใบ ทำให้ใบเปลี่ยนสีตามน้ำ
ครูผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ นางสาวศศิธร บุญสมภักดิ์

กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ Hand On กิจกรรม ขนส่งว่องไวระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3จัดกิจกรรมวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2568โรงเรีย...
12/03/2026

กิจกรรมการจัดการเรียนรู้ Hand On กิจกรรม ขนส่งว่องไว
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
จัดกิจกรรมวันที่ 5 กันยายน พ.ศ.2568
โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์ สังกัด สพป. เพชรบูรณ์ เขต 3
🧪 กิจกรรมบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย
กิจกรรมการเรียนรู้ Hand on เรื่อง ขนส่งว่องไว
1)ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
•เราขนกระเป๋าไปให้ถึงจุดหมายเร็วที่สุด ควรจะเลือกใช้วิธีไหนดี?
•ถ้าแต่ละคนถือกระเป๋าคนละใบแล้วเดินไปเองกับทุกคนช่วยกันยกกระเป๋า แบบไหนขนส่งไวหว่ากัน ?
2)รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
•การเดินไปคนละรอบอาจทำให้เร็ววกว่าช่วยกันแบก
•ถ้าวางกระเป๋าเป็นแถวแล้วส่งต่อกัน อาจช่วยให้เร็วขึ้น
•ถ้าช่วยกันแบกของรวมกันหลายคน อาจทำให้เร็วขึ้นเพราะหลายคนช่วยกัน
3)ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
•นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มละ 3 คน และเตรียมกระเป๋า 3 ใบ
•นักเรียนทดลองขนส่งกระเป๋าใน 3 วิธี
1. วิธีที่ 1 : แต่ละคนถือกระเป๋าคนละใบ เดินไปคนละรอบ
2. วิธีที่ 2 : วางกระเป๋าเป็นแถว แล้วส่งต่อกันเป็นทอด ๆ
3. วิธีที่ 3 : ซ้อนกระเป๋าไว้รวมกัน แล้วให้ 3 คนช่วยกันแบกไป
• จับเวลาการทำแต่ละวิธีเพื่อเปรียบเทียบผลลัพธ์
4)สังเกตและบรรยาย
ระหว่างทำกิจกรรม ครูชวนให้นักเรียนคิดและสังเกต เช่น
•วิธีไหนที่ใช้เวลาน้อยที่สุด? เพราะอะไร?
•วิธีไหนที่รู้สึกเหนื่อยน้อยที่สุด?
•ถ้ากระเป๋ามีน้ำหนักมากขึ้น วิธีไหนที่เหมาะสมที่สุด?
5)บันทึกข้อมูล
นักเรียนบันทึกผลจากการทดลองลงในใบกิจกรรม
6)อภิปรายผล
ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปผลกิจกรรม เช่น
•การขนส่งมีหลายวิธี ควรเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสถานการณ์
•การทำงานร่วมกัน ให้ทำงานได้เร็วและง่ายขึ้น
•บางวิธีอาจใช้แรงมาก แต่สามารถทำได้รวดเร็วกว่า
•การสังเกตและเปรียบเทียบผลลัพธ์ทำให้เราตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้น
ครูผู้จัดกิจกรรม
นางสาวพรนิภา นมนาน

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On ชื่อกิจกรรม วางแผนระบบจราจร ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 การจัดการเรียนรู้ วันที่ 29 สิงห...
12/03/2026

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On ชื่อกิจกรรม วางแผนระบบจราจร
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
การจัดการเรียนรู้ วันที่ 29 สิงหาคม 2568 จำนวน 1 ชั่วโมง
โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์ สังกัด สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3
***การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
**ครูถามนักเรียนดังนี้
- เส้นทางและกฎจราจรที่เด็ก ๆ กำหนดใช้งานได้จริงหรือไม่
- กฎจราจรของเด็ก ๆ มีอะไรบ้าง
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
** ความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียน
- ถ้ารู้สัญลักษณ์จราจร จะสามารถวาดแผนที่บ้านตัวเองจากโรงเรียนได้
- ถ้ารู้สัญลักษณ์จราจร นักเรียนสามารถเคลื่อนที่ตามป้ายจราจรได้
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
**ครูนำความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียนสู่กิจกรรม ดังนี้
- แจกอุปกรณ์: ใบงานวางแผนระบบจราจร ,สี ,ใบความรู้สัญลักษณ์จราจร
** ครูอธิบายวิธีทำ:
- อธิบายเกี่ยวกับสัญลักษณ์ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา วงเวียน ตรงไป
- บอกทิศทางของการวาดแผนที่
- ให้นักเรียนวางแผนวาดแผนที่จากบ้านมาโรงเรียน
- ให้นักเรียนวาดสัญลักษณ์จราจรลงในแผนที่
4. สังเกตและบรรยาย
**ครูถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคิดและแสดงความคิดเห็น ดังนี้
-จากบ้านนักเรียนมาถึงโรงเรียนมีสัญลักษณ์จราจรอะไรบ้าง
-เราสามารถใช้ความรู้เรื่องสัญลักษณ์จราจรในชีวิตประจำวันได้อะไรบ้าง
-จากบ้านนักเรียนมาถึงโรงเรียนคาดว่ามีระยะทางเท่าใด
5. บันทึกข้อมูล
**นักเรียนบันทึกผลการทำกิจกรรม โดยการวาดแผนระบบจราจรที่ออกแบบไว้ ลงในกระดาษหน้าขาวหลังเทา
6. อภิปรายผล
**ครูและนักเรียนสรุปผลและร่วมกันอภิปรายผลทำกิจกรรม วางแผนระบบจราจร ประเด็นดังนี้
- สัญลักษณ์จราจรมีอยู่ในชีวิตประจำวันเรามากมายเพื่อเป็นการบอกว่าทางข้างหน้าจะเป็นยังไงเช่นการเดินทางตามถนน
- เราสามารถนำสัญลักษณ์จราจรมาทำแผนที่ในการเดินทางไปไหนมาไหนก็ได้
ครูจัดกิจกรรมการเรียนรู้
นางสาวพรนิภา นมนาน

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง เท่ากันหรือไม่เท่ากันชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ดำเนินการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ วันที่...
12/03/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง เท่ากันหรือไม่เท่ากัน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ดำเนินการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้
วันที่ 22 สิงหาคม 2568
จำนวน 1 ชั่วโมง โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์ เขต 3
ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1.ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูถามนักเรียนดังนี้
-ถ้าพวกเรานำลูกเต๋าทั้งหมดมาต่อกันสูงที่สุด จะเป็นอย่างไร?
-ถ้าเรานำลูกเต๋าที่ต่อตั้งสูงนั้น มาแยกออกเป็นสองแถวเท่า ๆ กัน ความสูงของแต่ละแถวจะเท่ากันหรือไม่?
-เราจะรู้ได้อย่างไรว่าสองแถวนั้นเท่ากันจริง ๆ?
2.รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
ความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียน
- ถ้าเอาลูกเต๋าจำนวนเท่ากันมาจัดเรียงเป็น 2 แถว ความสูงควรเท่ากัน
- ถ้าวางสลับลูกเต๋าทีละลูก ความสูงอาจใกล้เคียงกัน แต่ต้องเทียบให้แน่ใจ
- การนับจำนวนลูกเต๋าเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุด
3.ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
ครูนำความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียนสู่กิจกรรม เท่ากันหรือไม่เท่ากัน ดังนี้
1.ครูให้นักเรียนทั้งห้องนำลูกเต๋ากระดาษที่เคยประดิษฐ์ไว้มาวางรวมกัน
2.นักเรียนร่วมกันเรียงลูกเต๋าในแนวตั้งให้สูงที่สุด (แบบเสาเดียว)
3.ครูให้หยิบลูกเต๋าจากด้านบนลงมาทีละ 1 ลูก มาจัดเรียงสลับกันเป็น 2 แถว
4.นักเรียนวัดความสูงของแต่ละแถว
5.เปรียบเทียบความสูง และนับจำนวนลูกเต๋าของแต่ละแถว
6.วาดภาพแบบจำลองในกระดาษ เช่น แถวเดียวสูง กับสองแถวที่เทียบกัน
4.สังเกตและบรรยาย
ครูถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคิดและลงความเห็นจากกิจกรรม เท่ากันหรือไม่เท่ากัน ดังนี้
- สองแถวที่เราเรียง สลับกัน มีจำนวนลูกเต๋าเท่ากันไหม?
- ความสูงของแต่ละแถวเท่ากันหรือไม่? เพราะอะไร?
- ทำไมบางแถวดูเตี้ยกว่า ทั้งที่จำนวนลูกเต๋าเท่ากัน?
- จำนวนลูกเต๋าเปลี่ยนไปไหม เมื่อเปลี่ยนวิธีวาง?
5.บันทึกข้อมูล
- นักเรียนบันทึกผลการรับรู้ของแต่ละตำแหน่งลงใน เท่ากันหรือไม่เท่ากัน
6.อภิปรายผล
ครูและนักเรียนสรุปผลและร่วมกันอภิปรายผลทำกิจกรรม เท่ากันหรือไม่เท่ากัน ประเด็นดังนี้
-จำนวนสิ่งของเท่ากัน แต่การจัดวางต่างกัน อาจทำให้มองเห็นต่าง
-การสังเกตด้วยสายตาอย่างเดียว อาจคลาดเคลื่อนได้
-การวัดและการวาดแบบจำลอง ช่วยให้เรารู้ว่าเท่ากันหรือไม่ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้
ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้
นางสาวพรนิภา นมนาน

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง นักสืบตัวเลข 🔢จัดกิจกรรมวันที่  15 สิงหาคม 2568 เวลา 1 ชั่วโมง ⏳1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับป...
12/03/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On
เรื่อง นักสืบตัวเลข 🔢
จัดกิจกรรมวันที่ 15 สิงหาคม 2568
เวลา 1 ชั่วโมง ⏳
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
🌳ครูถามนักเรียนดังนี้
1.“ในป่ามีอะไรอยู่บ้าง?”
(แนวคำตอบ: ต้นไม้ สัตว์ ดิน ก้อนหิน)
2.“ของบางอย่างในป่าขยับได้ บางอย่างขยับไม่ได้ ทำไมถึงเป็นแบบนั้น?”
(แนวคำตอบ: สิ่งที่ขยับได้คือสิ่งมีชีวิต)
3.“เราจะแยกของในป่าว่าเป็นสิ่งมีชีวิตหรือไม่มีชีวิตได้อย่างไร?”
(แนวคำตอบ: ดูว่ามันหายใจ กินอาหาร เจริญเติบโตได้หรือไม่)
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
ความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียน
1.สัตว์ ต้นไม้ คน คือสิ่งมีชีวิต
2.หิน ดิน น้ำ แสงแดด คือสิ่งไม่มีชีวิต
3.ถ้ามีภาพ เราจะสามารถนับจำนวนของแต่ละอย่างได้
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
ครูนำความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียนสู่กิจกรรม นักสืบตัวเลข ดังนี้
1.ครูแจกภาพป่าที่ประกอบด้วยสัตว์ ต้นไม้ และวัตถุธรรมชาติ
2.นักเรียนทำหน้าที่เป็น "นักสืบ" แยกข้อมูลจากภาพ
3.วงกลมสิ่งมีชีวิตด้วยปากกาสีเขียว
4.วงกลมสิ่งไม่มีชีวิตด้วยปากกาสีแดง
5.บันทึกชื่อและจำนวนของแต่ละประเภท เช่น
สิ่งมีชีวิต: ลิง 2 ตัว นก 3 ตัว
สิ่งไม่มีชีวิต: ก้อนหิน 4 ก้อน แสงแดด 1 ดวง
4. สังเกตและบรรยาย
ครูถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคิดและลงความเห็นจากกิจกรรม นักสืบตัวเลข ดังนี้
1.“อะไรบ้างที่อยู่ในภาพแล้วถือเป็นสิ่งมีชีวิต?”
(แนวคำตอบ: สัตว์ ต้นไม้)
2.“อะไรบ้างในภาพที่เป็นสิ่งไม่มีชีวิต?”
(แนวคำตอบ: ดิน หิน แสงแดด)
3.“จำนวนสิ่งมีชีวิตกับสิ่งไม่มีชีวิตอย่างไหนมากกว่ากัน?”
(แนวคำตอบ: แล้วแต่ภาพ เช่น สัตว์มี 6 ตัว หินมี 3 ก้อน)
3.“สิ่งมีชีวิตและสิ่งไม่มีชีวิตในป่ามีความสัมพันธ์กันอย่างไร?”
(แนวคำตอบ: สัตว์ต้องอาศัยน้ำ ดิน และแสงเพื่ออยู่รอด)
5. บันทึกข้อมูล
1)นักเรียนบันทึกผลการรับรู้ของแต่ละตำแหน่งลงใน นักสืบตัวเลข
6. อภิปรายผล
ครูและนักเรียนสรุปผลและร่วมกันอภิปรายผลทำกิจกรรม นักสืบตัวเลข ประเด็นดังนี้
1.สิ่งมีชีวิตกับไม่มีชีวิตในภาพมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
2.ทำไมเราต้องแยกแยะประเภทของสิ่งแวดล้อม
3.หากในป่าไม่มีสิ่งไม่มีชีวิตบางอย่าง เช่น น้ำ จะเกิดอะไรขึ้นกับสิ่งมีชีวิต
7. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
ใบกิจกรรม นักสืบตัวเลข
💫ผู้จัดกิจกรรมการเรียนรู้
นางสาวพรนิภา นมนาน

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง 💦เปียกและเย็น 🧊ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3ประจำปีการศึกษา 2568 🏫โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์...
12/03/2026

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ Hand On
เรื่อง 💦เปียกและเย็น 🧊
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ประจำปีการศึกษา 2568
🏫โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์
สพป.เพชรบูรณ์ เขต 3
ดำเนินการจัดกิจกรรมวันที่ 8 สิงหาคม 2568
⏰จำนวน 1 ชม
👩‍🏫ครูจัดกิจกรรม นางสาวพรนิภา นมนาน
กิจกรรมการเรียนรู้
1.ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
ครูถามนักเรียนดังนี้
1.“ถ้าเรานำผ้าไปแช่น้ำเย็นแล้วมาวางบนแขน จะรู้สึกอย่างไร?”
(แนวคำตอบ: เย็น)
2.“ถ้าเป็นน้ำอุ่นล่ะ รู้สึกเหมือนกันไหม?”
(แนวคำตอบ: อุ่น)
3.“ทำไมถึงรู้สึกต่างกัน ทั้งที่ใช้ผ้าชนิดเดียวกัน?”
(แนวคำตอบ: เพราะอุณหภูมิน้ำต่างกัน)
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
ความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียน
1.ผ้าชุบน้ำเย็นจะทำให้แขนเย็น
2.ผ้าชุบน้ำอุ่นจะทำให้แขนอุ่น
3.ผ้าเป็นวัสดุที่ดูดซึมน้ำและถ่ายเทอุณหภูมิได้
4.ถ้าวัดอุณหภูมิแขนจะมีความต่างกัน
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
ครูนำความคิดและข้อสันนิษฐานของนักเรียนสู่กิจกรรม เปียกและเย็น ดังนี้
1.แบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม
2.แจกผ้า 2 ผืนต่อกลุ่ม (ใช้ผ้าเก่าที่สะอาดแล้ว นำกลับมาใช้ใหม่)
ผืนที่ 1 ชุบน้ำเย็น
ผืนที่ 2 ชุบน้ำอุ่น (ปลอดภัย ไม่ร้อนจนเป็นอันตราย)
3.ให้นักเรียนพันแขนแต่ละข้างด้วยผ้าแต่ละอุณหภูมิ
4.ใช้ เทอร์โมมิเตอร์อินฟราเรด หรือเทอร์โมมิเตอร์วัดอุณหภูมิแขน
5.สังเกตความรู้สึกและวัดอุณหภูมิแขนแต่ละข้าง
4. สังเกตและบรรยาย
ครูถามนักเรียนขณะทำกิจกรรม เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนคิดและลงความเห็นจากกิจกรรม เปียกและเย็น ดังนี้
1.“แขนที่พันด้วยผ้าเย็นรู้สึกอย่างไร?”
(แนวคำตอบ: เย็น สดชื่น)
2.“แขนที่พันด้วยผ้าอุ่นล่ะ?”
(แนวคำตอบ: อุ่น สบาย)
3.“อุณหภูมิแขนข้างใดต่ำกว่า?”
(แนวคำตอบ: ข้างที่พันผ้าเย็น)
4.“ผ้ามีประโยชน์อะไรในการถ่ายเทความร้อน?”
(แนวคำตอบ: ทำให้รู้สึกเย็น/อุ่นตามน้ำที่ใช้)
5. บันทึกข้อมูล
1)นักเรียนบันทึกผลการรับรู้ของแต่ละตำแหน่งลงใน เปียกและเย็น
6. อภิปรายผล
ครูและนักเรียนสรุปผลและร่วมกันอภิปรายผลทำกิจกรรม เปียกและเย็น ประเด็นดังนี้
1.“ผ้าสองผืนให้ความรู้สึกต่างกันไหม เพราะอะไร?”
(แนวคำตอบ: ต่างกัน เพราะน้ำที่ชุบมีอุณหภูมิต่างกัน)
2.“ถ้าเรานำผ้าเก่ามาใช้แบบนี้ มีประโยชน์อย่างไร?”
(แนวคำตอบ: ช่วยลดขยะ และได้เรียนรู้การใช้วัสดุซ้ำ)
3.“ในชีวิตจริง เรานำผ้ามาใช้ทำอะไรได้บ้าง?”
(แนวคำตอบ: ทำผ้าเช็ดตัว ผ้าคลุมศีรษะ ผ้าประคบร้อน-เย็น)
7. สื่อและแหล่งการเรียนรู้
7.1 ใบกิจกรรม เปียกและเย็น

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง การสร้างเรือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวันที่ 1  สิงหาคม 2...
12/03/2026

กิจกรรมการเรียนรู้ Hand On เรื่อง การสร้างเรือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 จำนวน 1 ชั่วโมง
โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์
อำเภอหนองไผ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 3 ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ประเทศไทย ระดับประถมศึกษา
การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
1. ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
- เรือแบบใดลอยน้ำและรับน้ำหนักได้ดีที่สุด
2. รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
- เรือที่ใช้วัสดุกันน้ำสามารถลอยน้ำได้นานกว่าเรือที่ไม่มีวัสดุกันน้ำ
3. ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1. สร้างเรือจำนวน 2 ลำที่มีขนาดเท่ากัน
2. เรือลำที่ 1 ไม่ติดเทปใส เรือลำที่ 2 ติดเทปใสรอบเรือด้านนอก
3. นำเหรียญใส่ลงในเรือทั้ง 2 ลำทีละเหรียญ
4. สังเกตและบรรยาย
1. สังเกตการณ์จมของเรือทั้ง 2 ลำ
5.บันทึกข้อมูล
1. บันทึกข้อมูลลงใน แบบบันทึกกิจกรรม “การสร้างเรือ”
2. บันทึกการจมของเรือทั้ง 2 ลำหลังจากใส่เหรียญลงไป
6.อภิปรายผล
- เรือลำที่ติดวัสดุกันน้ำจมช้ากว่าเรือปกติเนื่องจากน้ำซึมเข้าเรือได้ช้ากว่าจึงรับน้ำหนักได้มากกว่าและพยุงตัวลอยบนผิวน้ำได้นานกว่า
*ครูผู้จัดกิจกรรม*
นางสาวพรนิภา นมนาน

ที่อยู่

11 หมู่11
Nong Phai
67140

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์ สพป.พช เขต๓ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท