20/07/2020
3 สิ่งที่หัวหน้างานต้องตอบลูกน้องให้ได้ ถ้าอยากให้ลูกน้องเชื่อใจและกล้าเปลี่ยนแปลง กลั่นกรองจากประสบการณ์ส่วนตัวมาแบ่งปันกันครับ ^^/
3 สิ่งที่หัวหน้าต้องตอบให้ได้ ถ้าอยากให้ลูกน้องเชื่อใจ
ผมเชื่อเสมอว่า ทุกประสบการณ์ที่เราเรียนรู้ ทุกวิชาที่เราศึกษา หากได้ถ่ายทอดหรือแบ่งปันออกไป จะยิ่งช่วย.....
15/07/2020
จากประสบการณ์ผมแกะบทเรียนได้ 3 ข้อ ที่มีผลทำให้คนไม่อยากเข้าหาและไม่อยากติดต่อประสานงานกับเราแน่นอน ดังนี้ครับ
1.พูดจาเสียงแข็งกร้าว ใช้คำพูดตรงเกินไปและล้อเลียนปมด้อยของคนอื่น
เรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสื่อสารทั้งหมด (รองจากหน้าตานะ) หากน้ำเสียงที่ใช้ดูแข็งกร้าว น้ำเสียงห้วนๆ คนฟังจะรู้สึกอึดอัด ลองถามตัวเองดูเวลาไปติดต่องานถ้าเจอคนที่ติดต่องานถาม "มีไร ต้องการอะไร" ด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว เราคงอึดอัดแย่ ซึ่งต่างกันถ้าเขาทัก "มีอะไรให้ช่วยมั้ย ติดต่อเรื่องอะไร(เอ่ย)" เสียงหวานๆหน่อย เราคงสะดวกใจที่จะติดต่องานต่อ แต่ก็ไม่ต้องหวานจนดูฝืนนะครับ เพราะแต่ละคนมีเทคนิคการสื่อไม่เหมือนกัน
อีกประเด็นที่คนพูดมักจะไม่รู้ตัวคือการพูดหยอกล้อบนปมด้อยของคนอื่น เป็นสิ่งที่หยาบคายมากและทำให้คนที่รับฟังรู้สึกเสียใจ จนถึงขั้นโกรธเกลียดกันได้เลย ถ้ารู้ว่าตัวเองเป็นแบบนั้นต้องรีบแก้ไขโดยด่วนครับ
สิ่งสำคัญคืออย่าคิดว่า "ก็เราเป็นคนเสียงแบบนี้ จะให้ทำไง" การสื่อสารเป็นเรื่องของเทคนิค สามารถฝึกฝนและปรับเปลี่ยนได้ครับ
Keyword : สื่อสารให้รู้สึกเป็นกันเองมากที่สุด
2.ชอบจับผิดและประจานความผิดคนอื่น
ในโลกนี้ไม่มีใครอยากเป็นคนผิด ยิ่งถ้าสิ่งที่ผิดเป็นสิ่งที่น่าอายยิ่งไม่อยากให้ใครรับรู้ ตั้งแต่ผมใช้ชีวิตมาจนถึงปัจจุบันเห็นคนที่ทำผิดแล้วกล้ายอมรับผิดในสิ่งที่ทำไม่ถึง 10 คนเลยนะ ถ้าเทียบเป็น % ก็คงมีคนที่กล้ารับผิดในสิ่งที่ทำไมถึง 1% หรอก เพราะฉะนั้นถ้าเราเป็นคนที่ชอบจับผิดคน คนรอบตัวเราก็จะไม่อยากอยู่ร่วมกับเรา ยิ่งถ้าเราเป็นประเภทที่จับผิดไม่พอ ชอบประจานด้วยนี่ จบเลย (คือเลวร้ายสุดๆ) คนรอบตัวเราจะพยายามอยู่ห่างจากเราทันที
สำหรับกรณีนี้ผมแนะนำให้ทำแบบนี้ครับ ถ้าความผิดที่คนๆนั้นทำมันส่งผลกระทบต่อคนอื่น ให้ใช้การเรียกคุยเป็นการส่วนตัว ชี้แจงให้เขาเข้าใจ ปรับปรุงแก้ไข และพัฒนาให้ดี ถือคติว่า "ชื่นชมในที่แจ้ง ตักเตือนในพื้นที่ส่วนตัว" สิ่งดีๆ ชื่นชมเขาให้คนอื่นรับรู้ ให้เขารู้สึกภูมิใจในสิ่งที่เขาทำ ว่ากล่าวตักเตือนในพื้นที่ส่วนตัว(นิดนึง) อาจจะเป็นห้องทำงาน ห้องประชุม เพื่อให้เขาทราบสิ่งที่ต้องแก้ไข และให้โอกาสเขาปรับปรุง สำหรับผมสิ่งเหล่านี้ คือ "การให้เกียรติกัน"
Keyword : ให้เกียรติกันโดยไม่สร้างความอับอาย
3.อารมณ์ฉุนเฉียว
เป็นอาการที่บางคนไม่รู้สึกตัวว่าเป็น สิ่งที่เกิดขึ้นเวลาสนทนากัน คนกลุ่มนี้จะมีน้ำเสียงที่แย่มากๆ ปนความมีอารมณ์หงุดหงิดในนั้นด้วย เวลาใครเข้าหาต้องคาดเดาให้ได้ว่า "เขาอยู่ในอารมณ์ไหน" เพราะถ้าเขาอารมณ์ดีการติดต่อประสานงานก็จะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ถ้าจังหวะนั้นเขาอารมณ์แปรปรวน เราอาจจะโดนต่อว่ากลับมาทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องที่รุนแรงขนาดนั้น
หากเราเป็นคนแบบนั้น ขอบอกไว้เลยครับ คุณไม่ใช่แค่เป็นคนที่คนไม่กล้าเข้าหา แต่คุณทำให้บรรยากาศในห้องทำงานทั้งหมดแย่ไปด้วย คนแบบนี้ต้องได้รับการตักเตือนอย่างเร่งด่วน เพราะคนที่มีอารมณ์ฉุนเฉียวแปรปรวนง่ายมักไม่รู้ตัวว่าเป็น ต้องอาศัยคนอื่นเป็นกระจกสะท้อนให้เขารู้ตัวและปรับเปลี่ยนตัว (คนเป็นหัวหน้างาน/คนใกล้ชิดต้องทำหน้าที่นี้)
อาการนี้ผมให้คำจำกัดความว่า : ไม่มืออาชีพ : ไม่มีวุฒิภาวะ
หน้าที่ของเราคือต้องแยกให้ออกว่า เรื่องไหนคือเรื่องส่วนตัว เรื่องไหนคือเรื่องงาน ต้องปรับอารมณ์ให้ได้ เพื่อให้การทำงานในแต่ละฝ่ายคล่องตัว จบงานให้เร็วและง่ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
Keyword : แยกแยะเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานให้ชัด
จริงๆมีอีกหลายสาเหตุที่มีผลต่อตัวเรา แต่ 3 ข้อนี้ถ้าเราปรับตัวได้ เราจะเป็นคนที่น่าคบหามากขึ้น และสร้างวัฒนธรรมที่ดีให้แก่องค์กรและครอบครัวแน่นอนครับ ^^/
ใครมี 3 สิ่งนี้อยู่ในตัว ทีมงานไม่อยากคบหาด้วยแน่นอน
ผมเชื่อเสมอว่า ทุกประสบการณ์ที่เราเรียนรู้ ทุกวิชาที่เราศึกษา หากได้ถ่ายทอดหรือแบ่งปันออกไป จะยิ่งช่วย.....
11/07/2020
"คนทัศนคติดี" จะมีความใส่ใจในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ
"คนทัศนคติดี" มองปัญหาเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข และป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำอีก
"คนทัศนคติดี" เชื่อว่าทุกสิ่งเป็นไปได้ไม่เกินความสามารถและความพยายามของตน
"คนทัศนคติดี" จะทำให้คนรอบข้างรู้สึกดีไปกับเขา และอยากให้ความช่วยเหลือในยามลำบาก
และอื่นๆอีกมากมาย "ทัศนคติดี" ไม่ใช่ว่า "โลกสวย" นะเออ
สำหรับความคิดเห็นส่วนตัว ผมว่าทัศนคติดี จะเชื่อมโยงกับคำว่า "ใจเย็น" มากกว่า
คนใจเย็นคือคนที่คุมสติได้ในยามเกิดปัญหา
คนที่คุมสติได้ จะสามารถคิดวิเคราะห์ด้วยเหตุผลได้
ถ้าคิดวิเคราะห์ด้วยเหตุผลได้ ก็จะแก้ปัญหาได้ตรงจุด
เมื่อแก้ปัญหาได้ตรงจุด คนรอบข้างก็อยากขอคำปรึกษา
มันก็จะเช่ื่อมโยงไปกับอีกหลายๆเรื่อง
ลองพิจารณาดูครับ ไม่มีความว่าสายเกินไปสำหรับการเปลี่ยนแปลง ^^/
#จารพีทฟรีด้อม
ทำไมบริษัทถึงต้องการคนทัศนคติดีมากกว่าคนเก่ง ?
ผมเชื่อเสมอว่า ทุกประสบการณ์ที่เราเรียนรู้ ทุกวิชาที่เราศึกษา หากได้ถ่ายทอดหรือแบ่งปันออกไป จะยิ่งช่วย.....
05/07/2020
เคยได้ยินคนพูดว่า "Output หรือผลลัพธ์ของเราจะออกมาเป็นแบบไหน ขึ้นอยู่กับ Input ที่เราใส่ลงไป"
เอาจริงๆ เคยได้ยินมานานแล้ว ส่วนมากจะได้ยินจากเพื่อนสายวิศวะหรือสายโรงงานนะ เขาพูดกันบ่อยประโยคนี้ เราก็เข้าใจไปว่าเขาพูดถึงกระบวนการผลิตสินค้าหรืออะไรทำนองนั้น แต่พออายุมากขึ้น ได้ทำงานมากขึ้น คำว่า "Output" กับ "Input" กลายเป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทำงานทั้งหมด
สาเหตุที่นำเรื่องนี้มาเป็นบทเรียนประจำวันนี้ เพราะตอนนี้ตั้งใจจะอัพเดตเรื่องราวทุกวันเท่าที่จะเป็นไปได้ การจะอัพเดตเรื่องราว แกะบทเรียนในแต่ละวัน ส่วนหนึ่งผมว่ามันขึ้นอยู่กับองค์ความรู้+ประสบการณ์ การที่จะกลั่นกรองบทเรียนออกมา ถ้าเรามีฐานความคิดที่ดี ประสบการณ์ที่มากพอ และทัศนคติที่ดีต่อปัญหาในแต่ละวัน เราน่าจะถอดบทเรียนได้ดีขึ้น เป็นประโยชน์กับตัวเราเองและเป็นประโยชน์กับผู้อ่านมากขึ้นด้วย
วันนี้เลยมานั่งคิดว่า อะไรที่จะเป็น Input ของเราที่จะช่วยพัฒนาในด้านนี้ได้
1.ฟังความรู้จาก Guru (อันนี้ต้องเลือกนิดนึง)
2.ปรึกษาผู้ที่มีประสบการณ์
3.อ่านหนังสือเพิ่มเติม
4.ลงมือทำหน้างาน
บางคนอาจจะมีวิธีใส่ Input ที่ดีกว่านี้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดี แต่สำหรับผมผมทำข้อ 1,2,4 อย่างสม่ำเสมอ แต่ที่ขาดจริงๆ คือการอ่านหนังสือเพิ่มเติม ซึ่งก็มีโค้ชหลายคนแนะนำว่า "ผู้ที่ประสบความสำเร็จทุกคน มีงานอดิเรกอย่างหนึ่งที่คล้ายกันคือ การอ่านหนังสือ "
ถ้าการอ่านหนังสือจะเป็นตัวช่วยให้เราสร้างผลลัพธ์ได้ดีขึ้น ผมก็มองว่าน่าจะลองเอามาใส่เป็นงานอดิเรกของพวกเราดูนะ อาจจะแทรกวันละ 10-20 นาที แล้วค่อยๆเพิ่มไป เผื่อจะช่วยให้เรากระทบไหล่กับกลุ่ม "คนที่ประสบความสำเร็จ" ครับผมม ^^/
#จารพีทฟรีด้อม
04/07/2020
ในโลกความเป็นจริง คนเราไม่มีใครที่สมบูรณ์แบบมาตั้งแต่เกิดจนตาย
บางคนเกิดมาพร้อมความสามารถที่ทำอะไรบางอย่างออกมาได้ดี จนคนรอบข้างบอกว่าคนๆนั้นมี "พรสวรรค์" แต่พอได้รู้จักจริงๆ จะรู้ว่าความพิเศษ ที่คนๆหนึ่งสามารถทำได้ดี เกิดจากความพยายามซ้ำแล้วซ้ำอีกหลายครั้ง จนเกิดเป็นความชำนาญและกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในที่สุด เพราะฉะนั้นความผิดพลาดจึงเป็นเหมือนตัวช่วยให้คนเราเกิดการเรียนรู้และพัฒนาขึ้น
แย่หน่อยที่ไม่ใช่ทุกคนจะยอมรับความผิดพลาดและเรียนรู้จากความผิดพลาด คนส่วนใหญ่ชอบชี้ความผิดพลาดออกไปให้ใครสักคนหนึ่ง เพื่อทำให้ตัวรู้สึกดี "มันเป็นคนผิด กูไม่ผิด" พอตัวเองคิดไปว่ากูไม่ผิดเท่านั้นล่ะ กระบวนการการเรียนรู้ก็ไม่เกิดละ สุดท้ายก็จะทำผิดพลาดเดิมๆซ้ำซากแล้วก็ชี้โทษคนอื่นเหมือนเดิม
แค่ไม่อยากให้เสียโอกาสในชีวิต คนสำเร็จทุกคนต้องผ่านการทำอะไรผิดพลาดมาทั้งนั้น แต่เขาเรียนรู้จากปัญหาและความผิดพลาด จึงทำให้เขาเหล่านั้นแข็งแกร่งขึ้นจนกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ
"เรียนรู้จากความผิดพลาด และพัฒนาตัวเองต่อเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก"
เป็นกำลังใจให้ทุกคนครับ ^^/
#จารพีทฟรีด้อม
02/07/2020
สาเหตุที่ทำให้บางแผนกไม่อยากคุยกัน บางทีถึงขั้นทะเลาะกัน บางครั้งถึงขั้นที่ว่าถึงจะทำงานเกี่ยวข้องกันฉันก็จะไม่คุยกับมัน ตอนแรกเข้าใจไปเองว่า "เอ.... หรือเขาทะเลาะกันเพราะไม่เข้าใจอะไรกันรึเปล่า" พอได้เรียกคุย ได้สอบถามดู แต่ละฝ่ายกับไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีสักคนแหะ เออ แปลกดี แล้วทำไมถึงไม่ถูกกันได้หว่า
วันนี้เลยแอบไปดูว่าเวลาเขาคุยกันเรื่องงาน เขาคุยกันแบบไหน...
โป๊ะแตกเลยฮะ... น้ำเสียงของการสื่อสารและคำที่ใช้สื่อสาร ไม่เวิกอย่างแรง
ถึงได้เข้าใจสถานการณ์ทันทีว่า ต้นตอของปัญหาจริงๆในองค์กร หรือระหว่างแผนก หลายครั้งเกิดจากการสื่อสารที่ขาดศิลปะ ทำให้คนรับสาร์นตีความความหวังดี/สิ่งที่เจตนาไปผิดรูปแบบทั้งหมด
คงเป็นปัญหาที่เราต้องหาทางแก้ไขต่อไป แต่อยากฝากเอาไว้ให้คิดนิสนึง
1.การสื่อสาร น้ำเสียงการพูด วิธีการใช้คำ เป็นสิ่งที่สามารถฝึกและพัฒนากันได้ ถ้ารู้ตัวว่าตัวเองมีปัญหา ลองหาวิธีปรับการสื่อสารของตัวเองดู (คลิป youtube มีเยอะแยะ)
2.อย่าอ้างว่าตัวเองเป็นคนตรงๆ เลยสื่อสารไปแบบนั้น คนที่อ้างว่าตัวเองเป็นคนพูดตรงๆ แล้วไปทำให้ใครรู้สึกแย่เวลาเราไปสนทนาด้วย อันนั้นคือ "คุณพูดไม่คิด" และคนที่ "พูดไม่คิด" คือคนที่ไม่มีวุฒิภาวะมากพอ เตื่อนสติตัวเองไว้
3.หากสื่อสารไปแล้ว คนๆนั้นไม่เข้าใจ ให้ลองทบทวนตัวเอง "เราสื่อสารผิดพลาดตรงไหนรึเปล่า" แล้วลองค้นหาคำตอบ การที่เขาไม่เข้าใจอาจเป็นที่การสื่อสารของเรามีปัญหาก็ได้ (ตัวแปรที่สำคัญของการสื่อสารคือ เราต้องรู้ให้ได้ว่าเป้าหมายที่เราจะสื่อสาร เขามีประสบการณ์แบบไหน เขาจะรับฟังเมื่ออยู่ในภาวะไหน ฯลฯ) ทำการบ้านให้ดี เพราะไม่ใช่ทุกคนจะทำตามในสิ่งที่ "สั่ง"
#จารพีทฟรีด้อม
01/07/2020
เจ็บแล้วจำคือคน เจ็บแล้วทนคือ... คนซื้อหวยนี่ล่ะ 5555+
หวยแดกกี่ทีก็ยังคงวนเวียนกับมันอยู่ทุกเดือน
ตะเตือนตัยยยย T^T
30/06/2020
ทุกการเปลี่ยนแปลงมีต้นทุนเสมอ (switching cost)
ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนวิธีการทำงาน หรือเปลี่ยนยี่ห้อสินค้าที่ใช้ ทุกการเปลี่ยนแปลงมีความยุ่งยากตลอด
ต้องหาวิธีทำให้เขาเห็นคุณค่าที่เขาจะได้รับเมื่อเขาเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เคยชิน
ไม่ง่ายแต่ก็ไม่น่าจะยากจนเกินไป
#จารพีทฟรีด้อม
29/06/2020
งานบางส่วนที่เราคิดว่าง่าย สามารถทำจบได้รวดเร็ว พอลงมือทำจริงๆ กับไม่ง่ายอย่างที่คิด
ยิ่งลงมือทำยิ่งเจอความไม่ราบรื่น ยิ่งไปต่อยิ่งเจอช่องโหว่ที่เรามองข้าม
ดีที่เริ่มลงมือทำ เจอความผิดพลาดเร็ว ทำให้รู้ว่าเราต้องไปเพิ่มเติมตรงส่วนไหนต่อเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด
อย่าให้ความเข้าใจ(ไปเอง)ของเรา ทำให้เราประเมินเนื้องานผิดพลา่ด
"ลงมือทำ เรียนรู้ไปกับมัน และพัฒนาไปพร้อมกัน"
เป็นทางเลือกที่ดีครับ
#จารพีทฟรีด้อม
28/06/2020
การเติมพลังใจเป็นสิ่งสำคัญ หลายๆเรื่องราวที่คนเราแบกรับอยู่ อาจทำให้เราเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง ต้องจัดสรรเวลาสำหรับการพักผ่อนและเติมพลังใจให้เพียงพอ
หนึ่งในวิธีที่ดีและผมใช้บ่อย คือการไปอยู่กับครอบครัว การได้เห็นรอยยิ้ม ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ช่วงเวลาเหล่านี้ช่วยเติมพลังชีวิต เพิ่มพลังใจให้เราสู้ต่อได้แล้ว
กำลังใจดีๆ อยู่ที่บ้าน ไม่ต้องรอคำคมหรือประโยคโดนๆจากที่ไหนหรอก
สู้ไปด้วยกันครับ
Happy Weekend ^^/
#จารพีทฟรีด้อม
28/06/2020
ในโลกอุดมคติ ทุกคนควรช่วยเหลือกัน พึ่งพาอาศัยกัน และผลักดันซึ่งกันและกัน เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
แต่ชีวิตจริงโหดร้ายกว่านั้นเยอะ
"โกหก หลอกลวง ใส่ร้าย ทำลาย ไม่จริงใจ" คือสิ่งที่จะได้พบเจอ
คิดบวกช่วยให้ตั้งสติได้ การยอมรับช่วยสร้างเกราะป้องกันตัวเองได้
คนอื่นจะรู้จักเราจากประสบการณ์ที่มีคนเล่าให้เขาฟัง อาจจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่คนส่งสาร์น ไม่จำเป็นต้องแก้ต่าง ให้เขาเห็นเราจากการกระทำก็พอ
#จารพีทฟรีด้อม