حلقات الفقه الشافعي-ฮาลาเกาะห์ฟิกชาฟีอี

حلقات الفقه الشافعي-ฮาลาเกาะห์ฟิกชาฟีอี اللهم علمناماينفعنا, وانفعنابماعلمتنا وزدناعلما " سبحانك لاعلملناإلاماعلمتناإنّك أنت العليم الحكيم"

✨ EID FITRI MUBARAK 1446 ✨تقبل الله منا ومنكم صالح الأعمال كل عام وانتم بخير ———عيد الفطر المبارك ١٤٤٦  هـ.————ถือโอกาสใ...
30/03/2025

✨ EID FITRI MUBARAK 1446 ✨

تقبل الله منا ومنكم صالح الأعمال كل عام وانتم بخير

———عيد الفطر المبارك ١٤٤٦ هـ.————

ถือโอกาสในวันสำคัญนี้
ในนามเพจฮาลาเกาะห์ ฟิกชาฟิอี ขอมาอัฟทุกคนด้วยนะ หากได้ล่วงเกินทั้งกาย วาจา และใจ

ขออัลลอฮฺทรงตอบรับการงานที่ดีของเรา และของท่านด้วยเถิด .. อามีน

#ฮาลาเกาะห์___ฟิกชาฟิอี

13/02/2025

#ชะอฺบานประตูสู่รอมฎอน__________
#การถือศีลอดในเดือนชะอฺบาน

————————————————

📍การถือศีลอดในเดือนชะอฺบาน จะเป็นที่อนุญาตหรือไม่ ?? และ วันใด ที่ศาสนามิใด้อนุญาตให้ทำการถือศีลอดในเดือนนี้ ??

▪️สำหรับการถือศีลอดตลอด ทั้งเดือนชะอฺบาน หรือจะถือศีลอดเพียงเเค่บางส่วนของเดือน ถือว่า เป็นสิ่งที่อนุญาต ตามหลักศาสนบัญญัติ

ดังมีรายงานจากท่านอีหม่ามมุสลิม :
أن رسول الله صلى الله عليه وسلم: (كَانَ يَصُومُ شَعْبَانَ كُلَّهُ) متفق عليه

“เเท้จริงท่านนบี ซ็อลล็อนลอฮุอลัยฮิว่าซัลลัม : ได้ถือศีลอดในเดือนชะอฺบาน ทั้งเดือน “ บันทึกโดยบุคคอรี มุสลิม

▪️เเต่ทว่า ก็ได้ถูกยกเว้นในส่วนของการถือศีลอดในช่วงครึ่งหลังของเดือนชะอฺบาน (อันเนื่องจากมีหลักฐานที่สั่งห้ามการถือศีลอดในช่วงครึ่งหลังของเดือน )

لقول النبي صلى الله عليه وسلم: (إِذَا بَقِيَ نِصْفٌ مِنْ شَعْبَانَ فَلَا تَصُومُوا) رواه الترمذي وقال: حديث حسن صحيح

ดังที่ท่านนบี ซ็อลล็อนลอฮุอลัยฮิว่าซัลลัม ได้กล่าวว่า: “ เมื่อถึงครึ่งเดือนของเดือนชะอฺบานพวกท่านก็อย่าได้ถือศีลอด “ รายงานโดยติรมีซีรี่ย์

*** ซึ่งจากหลักฐานที่ได้กล่าวข้างต้น บ่งชี้ว่า ไม่อนุญาตให้ทำการถือศีลอดในช่วงครึ่งหลังของเดือนชะอฺบาน

📍[ #การถือศีลอดที่อนุโลมให้ถือศีลอดได้ในช่วงครึ่งหลังของเดือนชะอฺบาน ]

ويستثنى من التحريم هنا الصيام في حالات معينة
وهي:

และก็ได้มีการยกเว้นจากการห้ามถือศิลอดในกรณีนี้ ในสภาพต่างๆ ที่เจาะจง ซึ่งสามารถถือศีลอดในสภาพเหล่านี้ได้ ;

أولاً: من كانت عادته الصيام، فيستمر على عادته كمن اعتاد صيام الاثنين والخميس، أو صيام أيام البيض.

1️⃣ หนึ่ง: ในกรณีที่โดยปกติทั่วไปเเล้วเขาถือศีลอดอยู่เเล้วในช่วงวันเหล่านั้น ถ้าในกรณีนี้ก็ให้เขาถือศีลอดโดยดำเนินตามปกติทั่วไป ที่เขารักษาหรือปฎิบัติอยู่
เช่น ปกติเเล้วเขามีการถือศีลอดในวันจันทร์หรือวันพฤหัสบดี หรือ ถือศีลอด ในวันที่ 13-14-15 ของทุกเดือน หรือ 28-29-30 ของทุกเดือน เป็นต้น

ثانياً: من شرع في صيام شعبان من بدايته، وذلك كأن يصوم أياماً من النصف الأول من شعبان وأياماً من النصف الثاني منه.

2️⃣ สอง: ในกรณีบุคคลที่เขาได้ทำการถือศีลอดตั้งเเต่ช่วงต้นเดือนชะอฺบาน หรือในช่วงครึ่งแรกของเดือน(1-15)
ดังเช่น เขาได้ถือศีลอดในช่วงครึ่งแรกของเดือน เเต่ต่อด้วยครึ่งหลังของเดือน

ثالثاً: من نوى قضاء صيام واجب أو نذر أو كفارة.

3️⃣ สาม: กรณีบุคคลที่ถือศีลอดชดใช้ฟัรดูหรือ ศีลอดที่ทำการบนบาน หรือศีลอดกัฟฟาเราะห์

**ดังนั้นในสภาพต่างๆเหล่านี้ #อนุญาต ให้ถือศีลอดได้ในช่วงครึ่งหลังของเดือนชะอฺบาน โดยมิได้มีข้อห้ามเเต่ประการใด

ซึ่งท่านอิบนุฮายัร อัลฮัยตามีย์ ได้กล่าวว่า :
“บรรดาฮาดิษต่างๆ(ที่ส่งเสริม ให้ถือศีลอดในเดือนชะอฺทั้งเดือน) มิได้ไปปฏิเสธ ขัดเเย้งกับ ฮาดิษที่มาการห้ามถือศีลอดในครึ่งหลังของเดือนชะอฺบาน
เพราะในกรณีที่ #ห้ามถือศิลอด คือในกรณีบุคคลที่ถือศีลอดในครึ่งหลังของเดือนโดยมิได้ให้ติดกับครึ่งเเรก (หรือ โดยมิได้มีสาเหตุ )
ส่วนในกรณีที่ #อนุญาต ในกรณีบุคคลที่ถือศีลอดในช่วงครึ่งแรก เเละได้ถือศีลอดต่อเนื่องไปในช่วงครึ่งหลังของเดือน
หรือกรณีบุคคลที่เขาถือศีลอดเนื่องจากมีสาเหตุ เช่นถือศีลอดชดใช้ฟัรดู / บนบาน / กัฟฟาเราะห์”

الفتاوى الفقهية الكبرى (2/ 82)

———. والله تعالى أعلم بالصواب ————

📚อ้างอิง ดารุลอิฟตาอฺจอแดน 🇯🇴
دار الإفتاء - حكم صيام شهر شعبان

https://aliftaa.jo/Question.aspx?QuestionId=3081 #.Y_YClRZ5qE

แปล: เด็กอุลูม

การถือศีลอด 6 วันเดือนเชาวาล————————————-แม้ว่าเดือนรอมฎอนจะจากเราไป แต่การปฏิบัติอิบาดะฮฺ ยังคงทำต่อไปจนว่าชีวิตของเราน...
10/04/2024

การถือศีลอด 6 วันเดือนเชาวาล

————————————-

แม้ว่าเดือนรอมฎอนจะจากเราไป แต่การปฏิบัติอิบาดะฮฺ ยังคงทำต่อไปจนว่าชีวิตของเรานั้นสิ้นลมหายใจ ซึ่งในเดือนเชาวาลมีอีกอาม้าลที่สำคัญอย่างมาก และมีความประเสริฐอันยิ่งใหญ่ และเราก็ไม่ควรพลาดอย่างยิ่งนั่นคือ การถือศีลอดสุนัตหกวันในเดือนเชาวาล

عَنْ أَبِي أَيُّوبَ الأَنْصَارِيِّ رَضِيَ اللهُ عَنْهُ أَنَّ رَسُولَ اللهِ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ قَالَ : «مَنْ صَامَ رَمَضَانَ ثُمَّ أَتْبَعَهُ سِتًّا مِنْ شَوَّالٍ كَانَ كَصِيَامِ الدَّهْرِ». (رواه مسلم)

จากท่านอบู อัยยูบ อัล-อันศอรีย์ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ : ท่านรอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า “ผู้ใดที่ถือศีลอดรอมฎอน หลังจากนั้นได้ถือศีลอดอีกหกวันของเดือนเชาวาล เขาจะได้รับผลบุญประหนึ่งถือศีลอดหนึ่งปี” (รายงานโดย มุสลิม)

————————เพิ่มเติม————————

📍เกร็ดความรู้ และประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ เกี่ยวกับการถือศีลอดหกวันเดือนเชาวาล

🔘ประเด็นที่หนึ่ง : [ #ฮุก่มการถือศิลอดหกวันเดือนเชาวาล]

▪️ทัศนะของมัซฮับชาฟิอีและปวงปราชญ์ส่วนใหญ่ : การถือศีลอดหกวันเดือนเชาวาลเป็น #สุนัต

▪️ ทัศนะของท่านอีหม่ามมาลิกเเละอีหม่ามอบูฮานีฟะ มีทัศนะว่าเป็น #มักโระห์
*** บรรดาปวงปราชญ์ของมัซฮับมาลีกี ได้ทำการอธิบายเพิ่มเติมใว้ว่า :
-กรณีที่การถือศีลอดหกวันเซาวาล จะเป็นสิ่งที่มักโระห์นั้น ในกรณีบุคคลที่ถือศีลอดต่อเนื่องติดต่อกันกับถือศีลอดรอมฎอน

-อนึ่งส่วนกรณีถือศีลอดโดยเเยกๆ กันในเดือนเซาวาล หรือเดือนอื่น ในกรณีนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สุนัตมิได้มักโระห์เเต่อย่างใด

📚ตำรา: فقه بلوغ المرام เล่ม2 หน้า 514

—————————————

🔘ประเด็นที่สอง : [ #ควรถือศีลอดหกวันเเบบไหนดี ระหว่างถือศีลอดแบบติดต่อกันเลย หรือถือศีลอดเเบบเเยกๆกัน]

▪️วิธีการถือศีลอด #ทีดีเลิศที่สุด คือให้ถือศีลอดหกวันเซาวาลเเบบติดต่อกันทั้งหกวัน และให้ติดกับวันอีด เพื่อเป็นการเร่งรีบในการทำอิบาดะห์
**ดังนั้นหากเราจะถือศีลอดหกวันโดยแยกกัน หรือล่าช้าจากช่วงต้นเดือน ไปทำในช่วงกลาง-ท้ายเดือน ถือว่าได้รับภาคส่วนผลบุญเช่นกัน

📚ตำรา : حاشية الباجوري เล่ม 2 หน้า 458

—————————————-

🔘ประเด็นที่สาม : กรณีบุคคลหนึ่ง ขาดบวชเดือนรอมฎอนซึ่งวายิบที่เขาต้องกอฎอชดใช้
จะเป็นที่อนุญาตหรือไม่ให้ถือศีลอดสุนัตเชาวาลก่อน หรือทว่าวายิบต้องถือศีลอดชดใช้รอมฎอนก่อน ??

คำตอบ :ให้เราทำการพิจารณาการขาดบวชดังนี้:

1️⃣ หากการขาดบวชเกิดขึ้นด้วยอุปสรรคที่เป็นที่อนุโลมตามหลักศาสนา เช่น การมีประจำเดือน,เดินทาง เป็นต้น #อนุญาตให้เขาถือศีลอดหกวันของเดือนเชาวาลก่อนได้ แล้วจึงค่อยชดใช้บวชที่ขาดในเดือนรอมฎอน
เเต่ที่ดีแล้วให้เขากอฎอชดใช้ศิลอดฟัรดูก่อน แล้วจึงค่อยมาถือศีลอดสุนัตเชาวาล

2️⃣ หากการขาดบวชเกิดขึ้นโดยไม่มีอุปสรรคที่ถูกอนุโลมให้ตามหลักศาสนา เช่น ขาดบวชโดยตั้งใจทิ้ง หรือขาดไปโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ
กรณีนี้ #วายิบต้องรีปชดใช้บวชรอมฎอนที่ขาดไปโดยทันทีหลังจากวันอีด และก่อนถือศีลอดหกวันของเดือนเชาวาล
**แต่ถ้าหากเขาไปถือศีลอดหกวันเชาวาลก่อนถือศีลอดชดใช้ฟัรดู ถือว่าการถือศีลอดดังกล่าวใช่ได้พร้อมกับมีความผิดบาป และจะต้องชดใช้การถือศีลอดที่ขาดไปหลังจากนั้น.

————————————

🔘ประเด็นที่สี่ : การถือศีลอดฟัรดูชดใช้รอมฎอนรวมกับการถือศีลอดสุนัตหกวันเชาวาล โดยจะทำการเหนียตศิลอดสุนัตเชาวาลเข้าไปพร้อมกันด้วยนั้น จะเป็นที่อนุญาตหรือไม่ ? เเละเขาจะได้รับผลบุญศีลอดสุนัตเชาวาลหรือไม่ ??

ประเด็นนี้บรรดาปวงปราชญ์ในมัซฮับซาฟีอีมีการขัดเเย้งกัน สอง ทัศนะ :

1️⃣ ทัศนะที่หนึ่ง : ถือว่าใช้ไม่ได้เลยทั้งการถือศีลอดฟัรดูชดใช้เเละศีลอดสุนัตเชาวาล หากมีการเหนียตศีลอดทั้งสองนั้นพร้อมกัน

*ซึ่งทัศนะนี้เป็นทัศนะของท่านซัมฮูดีย์ ,ท่านบามัครอมะห์

2️⃣ ทัศนะที่สอง : ถือว่าอนุญาตให้เหนียตรวมกันได้ทั้งการถือศีลอดทั้งฟัรดูชดใช้ กับศีลอดสุนัตเชาวาล เเละการถือศีลอดทั้งสองก็ใช้ได้ด้วย
เเต่ทว่าเขาจะไม่ได้รับผลบุญศีลอดสุนัตเชาวาลอย่างสมบูรณ์

** #ซึ่งทัศนะที่สองนี้เป็นทัศนะที่ถูกยึดถือ (معتمد)

*** เพิ่มเติม สำหรับในทัศนะที่สองนี้ :
⏩️ท่านอีหม่ามอิบนุฮายัรได้กำหนดเงื่อนไขว่า : หากจะได้รับผลบุญสุนัตเชาวาล ต้องเหนียตบวชสุนัตเชาวาลควบเข้าไปกับเหนียตฟัรดูด้วย ซึ่งหาไม่เหนียตเราก็จะไม่ได้รับผลบุญในส่วนนี้

⏩️ท่านอีหม่ามรอมลี : หากถือศีลอดชดใช้ฟัรดูรอมฎอนในเดือนเชาวาล เขาก็จะได้รับผลบุญสุนัตเชาวาลเข้าไปด้วยเลย เเม้ว่าเขาจะไม่เหนียตศีลอดสุนัตดังกล่าวไปด้วยก็ตาม

📚ตำรา بغية المسترشدين เล่ม1 หน้า 833

——————————-

ประเด็นที่ห้า : หากบุคคลหนึ่งมิได้ถือศิลอดหกวันในเดือนเชาวาล จนกระทั่งพ้นเดือนเชาวาลไป แล้วเขาประสงค์จะถือศีลอดหกวันดังกล่าว เขาสามารถไปชดใช้กระทำในเดือนอื่นได้หรือไม่ ?

คำตอบ: สามารถกระทำการกอฎอชดใช้ศิลอดสุนัตดังกล่าวในเดือนอื่นได้ เช่นไปกอฎอในเดือนซู้ลกอดอฺ เป็นต้น

📚ตำรา تحفة المحتاج เล่ม3 หน้า 714

————————————

📝 ประเด็นต่างๆ ที่ได้นำเสนอไปเป็นเพียงบางส่วน ที่มีการสอบถามเข้ามาเกี่ยวกับมัสอาละการถือศีลอดหกวันเดือนเชาวาล

📮 สำหรับพี่น้องท่านใดที่มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับการถือศีลอดหกวันเดือนเชาวาล ที่มิได้นำเสนอไป สามารถส่งคำถามหรือคอมเม้นต์ได้โพสต์ได้นะครับ เพื่อเป็นการทบทวน และศึกษา และะบอกต่อ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเราท่านทั้งหลาย

เขียน-รวบรวม: เด็กอุลูม 🏫

✨ EID FITRI MUBARAK 1445 ✨تقبل الله منا ومنكم صالح الأعمال كل عام وانتم بخير ——— عيد الفطر المبارك ١٤٤٥ هـ.————ถือโอกาสใ...
09/04/2024

✨ EID FITRI MUBARAK 1445 ✨

تقبل الله منا ومنكم صالح الأعمال كل عام وانتم بخير

——— عيد الفطر المبارك ١٤٤٥ هـ.————

ถือโอกาสในวันสำคัญนี้
ในนามเพจฮาลาเกาะห์ ฟิกชาฟิอี ขอมาอัฟทุกคนด้วยนะ หากได้ล่วงเกินทั้งกาย วาจา และใจ

ขออัลลอฮฺทรงตอบรับการงานที่ดีของเรา และของท่านด้วยเถิด .. อามีน

#ฮาลาเกาะห์___ฟิกชาฟิอี

📍เกร็ดความรู้ [เรื่องการเยี่ยมเยือนกุโบร์] #ผู้หญิงสามารถเข้าเยี่ยมกุโบร์ได้หรือไม่  ?   #ฮุก่มการเข้าเยี่ยมกุโบรในวันอี...
07/04/2024

📍เกร็ดความรู้ [เรื่องการเยี่ยมเยือนกุโบร์]

#ผู้หญิงสามารถเข้าเยี่ยมกุโบร์ได้หรือไม่ ?

#ฮุก่มการเข้าเยี่ยมกุโบรในวันอีด

——————————————————

🔘 #ประเด็นที่หนึ่ง : ผู้หญิงสามารถเข้าเยี่ยมกุโบร์ได้หรือไม่…. ?

การเข้าเยี่ยมกุโบร์สำหรับผู้หญิงนั้น เป็นประเด็นที่มีการขัดแย้งในระหว่างบรรดาปวงปราชญ์ ซึ่งสาเหตุหลักๆของการขัดแย้งในประเด็นนี้ อันเนื่องจากมีตัวบทหลักฐานที่มาบ่งชี้ว่าอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าเยี่ยมกุโบร์ได้ และมีหลักฐานที่บ่งชี้ว่าไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าเยี่ยมกุโบร์

ดังนั้นเมื่อบรรดาหลักฐานเกิดการขัดแย้งกัน เป็นเหตุไปสู่การเห็นต่างของบรรดาปวงปราชญ์ในแง่ของฮุก่มของประเด็นนี้

📚 ตำรา بغية الأريب หน้า 11
[สามารถอ่านเพิ่มเติม ในคอมเม้นต์ ในด้านหลักฐาน และการขจัดการขัดแย้งระหว่างหลักฐาน และการให้น้ำหนักของอุลามะห์ส่วนใหญ่]
——————————————

▫️[ #ฮุก่มการเข้าเยี่ยมกุโบร์สำหรับผู้หญิง ]

บรรดาปวงปราชญ์ในมัซฮับซาฟิอี มีการขัดแย้งในประเด็นนี้ เป็น 3 ทัศนะหลักๆ ดังนี้ :

1️⃣ ทัศนะที่หนึ่ง : ซึ่งเป็นทัศนะของปวงปราชญ์ส่วนใหญ่และเป็นทัศนะที่ถูกยึดถือในมัซฮับชาฟิอี ( معتمد ) ถือว่า : #มักโระห์ (مكروه )ที่ผู้หญิงจะเข้าเยี่ยมกุโบร์

2️⃣ ทัศนะที่สอง : #อนุญาต ( مباح ) ให้เยี่ยมกุโบร์โดยมีเงื่อนไขว่าต้องปลอดภัยจากฟิตนะ

3️⃣ ทัศนะที่สาม : #ฮาราม ( حرام ) ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเยี่ยมกุโบร์

โดยบรรดาอุลามะกลุ่มที่3 (กลุ่มที่มีทัศนะว่าไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้าเยี่ยมเยี่ยมเยียนกุโบร์นั้น)ได้ยึดถือและให้น้ำหนักกับตัวบทฮาดิษที่รายงานจากท่านอบูฮุรอยเราะห์ (ร.ฮ)
عن أبي هريرة رضي الله عنه : " أن رسول الله صلى الله عليه وسلم لعن زوارات القبور " أخرجه الترمذي

รายงานท่านอบูฮุรอยเราะห์ (ร.ฮ) “แท้จริงท่านรอซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้สาปแช่งผู้หญิงที่เยี่ยมเยียนกูโบร์ “

ซึ่งฮาดิษบทนี้บ่งชี้ว่า ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงนั้นเข้าเยี่ยมกุโบร์

***ส่วนบรรดาอุลามะส่วนใหญ่(ที่มีทัศนะว่าอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าเยี่ยมกุโบร์ได้นั้น ) ก็ได้ยึดถือและให้น้ำหนักกับหลายๆตัวบทหลักฐานที่บอกว่าอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าเยี่ยมกุโบร์ได้

ดังที่มีรายงานจากท่านอานัส (ร.ฮ) กล่าวว่า:

أن النَّبِيَّ صَلَّى اللهُ عَلَيْهِ وآله وَسَلَّمَ مَرَّ بِامرأة تَبْكِي عِنْدَ قَبْرٍ، فَقَالَ لها صلى الله عليه وآله وسلم: «اتَّقِي اللهَ، وَاصْبِرِي»..الحديثَ

(เเท้จริงท่านรอสูลุลลอฮฺ (ซ.ล.) เดินผ่านสตรีนางหนึ่งกำลังร้องไห้อยู่บริเวณกุโบร์หนึ่ง ท่านนบีจึงกล่าวปลอบใจว่า : “ เธอจงยำเกรงอัลลอฮฺและเธอจงอดทนเถิด! “)
ท่านอีม่ามนาวาวี(ร.ฮ)ได้กล่าวว่า: (จากฮาดิษบทนี้) ท่านนบีมิได้ห้ามปรามนางจากการเยี่ยมกุโบร์ ( ดังนั้นการยอมรับของท่านนบีถือว่าเป็นหลักฐานได้ )

📚ตำรา المجموع เล่ม 5 หน้า 311

และเช่นเดียวกันมีรายงานจากท่านหญิงอาอิชะห์ (ร.ฮ) ได้กล่าวว่า : “ฉันเคยถามท่านรสูลุลลอฮฺ (ซ.ล.)ว่าฉันจะกล่าวอย่างไร โอ้ท่านรสูลของอัลลอฮฺ (ซ.ล.) (เมื่อฉันเยี่ยมกุบูรฺ) ? ท่านรอสูล (ซ.ล.) กล่าวตอบว่า : เธอจงกล่าวว่า

قال " قولي : السلام على أهل الديار من المؤمنين والمسلمين ، ويرحم الله المستقدمين منا والمستأخرين ، وإنا إن شاء الله بكم لاحقون "

[คำอ่าน]“อัสสลามุ อะลา อะฮฺลิดดิยารฺ มินัลมุอฺมินีน วัลมุสลิมีน วะยัรฺหะมุลลอฮุล มุสตักดิมีน มินนา วัลมุสตะอฺคิรีน วะอินนาอินชาอัลลอฮฺ บิกุมลาหิกูน”
ท่านอีม่ามนาวาวี (ร.ฮ)ได้กล่าวว่า: (ฮาดิษบทนี้) เป็นหลักฐานบ่งชี้ว่าอนุญาตให้ผู้หญิงเข้าเยี่ยมกุโบร์

ซึ่งในฮาดิษบทนี้ท่านนบี (ซ.ล) มิได้ห้ามท่านหญิงอาอีชะห์จากการไปเยี่ยมเยียนกุโบร์ ทั้งที่ท่านนบี (ซ.ล)ก็รู้ถึงเจตนารมย์ของนาง และยิ่งไปกว่านั้นท่านนบี (ซ.ล)ได้ทรงสอนบทดุอาสำหรับการเยี่ยมกุโบร์แก่นางอีกด้วย ดังนั้นถ้าหากการเยี่ยมกุโบร์เป็นที่ต้องห้าม( สำหรับผู้หญิง )แน่นอนว่าท่านนบี จะต้องห้ามนางจากการไปเยี่ยมเยียนกุโบร์อย่างแน่นอน

📝 [สรุปในด้านฮุก่มและหลักฐาน]

📍ดังนั้นทัศนะที่ถูกยึดถือของบรรดาปวงปราชญ์ส่วนใหญ่ ถือว่า การเยี่ยมเยียนกุโบร์สำหรับผู้หญิงนั้น #เป็นสิ่งที่อนุญาต [ พร้อมกับมักโระห์ ]ซึ่งไม่ได้เป็นที่ต้องห้ามแต่อย่างใด

#ซึ่งสาเหตุของการมักโระห์ สำหรับการไปเยี่ยมกุโบร์สำหรับผู้หญิงนั้น ก็อันเนื่องจากเกรงว่าในการที่นางไปเยี่ยมกุโบร์นั้นจะทำให้นางเกิดความเศร้าโศกเสียใจอย่างรุนแรง ,ขาดความอดทน หรือจะส่งผลสะท้อนที่ไม่ดีเกิดขึ้นในด้านร่างกายจิตใจ หรือด้านศาสนาของนาง

يقول الخطيب الشربيني رحمه الله: "تكره زيارتها - يعني القبور - للنساء; لأنها مظنة لطلب بكائهن، ورفع أصواتهن، لما فيهن من رقة القلب، وكثرة الجزع، وقلة احتمال المصائب.

ดังที่ท่านอีหม่ามคอตีบอัชชิรบีนีย์ ได้กล่าวว่า:
“ #มักโระห์ การเข้าเยี่ยมกุโบร์สำหรับผู้หญิง อันเนื่องจากการเยี่ยมกุโบร์นั้น เป็นปัจจัยที่จะส่งผลให้นางเกิดการร่ำให้ และร้องให้เสียงดังออกมาเพราะผู้หญิงนั้นจะมีความอ่อนโยนของหัวใจ ,ความวิตกกังวลมากมาย และการขาดความอดทนต่อบททดสอบอันหนักหน่วง “

📚ตำรา مغني المحتاج เล่ม1 หน้า 365

หมายเหตุ
📌 *** ซึ่งกรณีดังกล่าวข้างต้นที่บรรดาปวงปราชญ์มีการขัดแย้งกันเกี่ยวกับการเยี่ยมกุโบร์สำหรับผู้หญิงนั้น #คือกรณีการเยี่ยมกุโบร์ที่ไม่ใช่กุโบร์ของท่านรอซูล (ซ็อลลันลอฮุอลัยฮิวาซัลลัม)

-อนึ่ง #ถ้าเป็นการเยี่ยมกุโบร์ของท่านรอซูล (ซ.ล) ถือว่าเป็น #สุนัต (ส่งเสริมให้ปฏิบัติ )ทั้งผู้ชายและผู้หญิง และยิ่งไปการนั้นการเยี่ยมเยือนกุโบร์ของท่านนบี (ซ.ล) ถือว่าการประกอบคุณงามความดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอีกด้วย
เเละเช่นเดียวกัน #สุนัต (ส่งเสริม)การเยี่ยมเยือนบรรดากุโบร์ของบรรดานบี , บรรดาอุลามะ ,และบรรดาวาลียุลลอห์ ด้วยเช่นกัน

📚ตำรา تحفة المحتاج เล่ม3 หน้า315 / نهاية المحتاج เล่ม 3 หน้า37

📌ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าการเข้าเยี่ยมกุโบร์สำหรับผู้หญิงนั้น #เป็นที่อนุญาต (เเต่มักโระห์) ซึ่งไม่ได้เป็นที่ต้องห้ามแต่อย่างใด แต่ถึงกระนั้นการเข้าเยี่ยมกุโบร์ ก็ต้องคำนึงถึงขอบเขตกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่จะต้องปฏิบัติในการเข้าเยี่ยมกุโบร์เพื่อป้องกันไม่ให้ตกไปอยู่การกระทำสิ่งต้องห้าม

——————————-

🔘 [ ขอบเขตที่พึงปฏิบัติสำหรับการไปเยี่ยมกุโบร์สำหรับผู้หญิง ]

จำเป็นที่นางจะต้องรักษาสิ่งต่อไปนี้ ครั้นเมื่อนางจะเข้าเยี่ยมกุโบร์

1- أن لا تخرج متزينة متعطرة، بل متسترة محتشمة.

1. นางต้องไม่ออกไปในสภาพแต่งกายสีสัน ตกเเต่งประดับประดา และใช้ของหอม แต่ทว่านางจะต้องแต่งกายปกปิดและแต่งกายสุภาพเรียบร้อย

2- أن لا تختلط بالرجال.

2.ต้องไม่ไปปะปนกับผู้ชาย

3- أن تذهب مع أحد محارمها إذا كانت المقبرة نائية أو بعيدة أو موحشة.

3. นางควรออกไปกับมะห์รอมของนาง หากกุโบร์นั้นอยู่ห่างไกล หรืออยู่ในสถานที่เปล่าเปลี่ยว

4- أن تلتزم السكينة والوقار في المقبرة، فتعتبر من غير ما صوت ولا عويل.

4- นางต้องรักษาความสงบและสุขุมในขณะอยู่ที่กุโบร์ โดยปราศจากการส่งเสียงหรือการคร่ำครวญ ร้อง

5- أن يكون الغرض من زيارة القبور العظة والاعتبار والنظر في المآل.

5- ให้ตั้งจุดประสงค์ของการเยี่ยมกุโบร์นั้นเป็นการเตือนสติ พิจารณาใคร่ครวญ และรำลึกถึงชีวิตในภายภาคหน้า ( อาคิเราะห์)

6-فالمعتدة لا تخرج لزيارة القبور أثناء عدتها - ولو كان قبر زوجها -، وكذلك لا تخرج الزوجة بغير إذن زوجها.

6- กรณีหญิงที่อยู่ในครองอิดดะ นางไม่ควรออกไปเยี่ยมกุโบร์ในระหว่างที่นางอยู่ในช่วงอิดดะห์ แม้ว่าจะเป็นกุโบร์ของสามีนางเองก็ตาม

7 - และเช่นเดียวกัน ภรรยาก็ไม่ควรออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากสามี

📝 สรุป :
- ดังนั้นในด้านฮุก่มและหลักฐานต่างๆ [ #การเข้าเยี่ยมเยียนกุโบร์สำหรับผู้หญิงนั้น ] เป็นสิ่งที่ศาสนาอนุญาต มิได้เป็นที่ต้องห้ามแต่อย่างใด พร้อมกันนั้นนางจะต้องคำนึงถึงขอบเขตต่างๆในการเข้าเยี่ยม เพื่อไม่ให้นางตกไปอยู่ในการกระทำสิ่งที่ศาสนาห้าม หรือตกอยู่ในการก่อให้เกิดฟิตนะห์

- และการเข้าเยี่ยมกุโบร์จะทำให้เราได้รำลึกถึงความตาย และโลกหน้าอาคิเราะห์

قال رسول الله صلى الله عليه وسلم: كنتُ نهيتُكم عن زيارة القبور ، فزوروها " رواه مسلم وزاد الترمذي : " فَإِنَّهَا تُذَكِّرُ الآخِرَةَ"

ท่านรอซูลศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า : "ฉันเคยห้ามพวกท่านจากการเยี่ยมกุบูร ดังนั้นพวกท่านจงเยี่ยมกุบูรเถิด" (อีกสายรายงานมีเพิ่มว่า) “เพราะแท้จริงการเยี่ยมกุบูรนั้นทำให้รำลึกถึงโลกหน้า"

———————————————

🔘 #ประเด็นที่สอง : ฮุก่มการเข้าเยี่ยมกุโบรในวันอีดสำหรับผู้ชายและผู้หญิง….

ซึ่งจากบรรดาหลักฐานที่ได้นำเสนอไปนั้นเป็นหลักฐานยืนยันอย่างชัดเจนว่า ท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้ส่งเสริมให้กระทำทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่ว่าจะเยี่ยมในวันอีด , ก่อนวันอีด , หลังวันอีด , หรือวันอื่นๆ ที่ไม่ใช่วันอีดก็ตาม

ซึ่งคำสั่งใช้ของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ตรงนี้ ถือว่าอยู่ในรูปแบบมุฏลัก [اَلْمُطْلَقُ] “รูปแบบกว้างๆ ไม่จำกัดวันและเวลา” ดังนั้นเราจะทำการเยี่ยมเยือนกุบูรวันใดก็ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เปิดกว้างให้เเก่อุมมะห์

ซึ่ง ด.ร อาลี ยุมอะห์ ได้ตอบเกี่ยวกับประเด็นนี้ ในคำฟัตวาร่วมสมัย ว่า

يستحب زيارة القبور للرجال والنساء في يوم العيد وغيره؛ فهي صلة للأموات؛ كما أنه يستحب صلة الأحياء في العيد وغيره أيضًا.�والممنوع على الرجال والنساء جميعًا زيارة القبور في العيد على أنها عبادة خاصة بالعيد.

“ #สุนัต (ส่งเสริม) ในการไปเยี่ยมเยียนกุโบร์สำหรับผู้ชายและผู้หญิง ทั้งในวันอีดและวันอื่นๆที่นอกจากวันอีดด้วยเช่นกัน เพราะการไปเยี่ยมกุโบร์ก็ถือเป็นการไปเยี่ยมเยือน,เชื่อมสัมพันธ์กับผู้ตาย ดังที่ส่งเสริมให้ไปเยี่ยมเยือนเชื่อมสัมพันธ์กับคนเป็นในวันอีดและวันอื่นจากวันอีดด้วยเช่นกัน
เเต่ไม่เป็นที่อนุญาต หากไปเยี่ยมกุโบร์ในวันอีด โดนยึดถือว่าการเยี่ยมกุโบร์วันอืดนั้นเป็นอิบาดะห์ที่จำเพาะเจาะจงสำหรับวันอีด “

📝 สรุป :

ดังนั้นการเข้าเยี่ยมกุโบร์

-เป็นเรื่องที่ศาสนาอนุญาตเเละมีการส่งเสริมให้ปฏิบัติ เพราะการไปเยี่ยมกุโบร์นั่น จะทำให้เราได้รำลึกถึงความตามและนึกถึงชีวิตหลังความตาย

-เเละการเข้าเยี่ยมกุโบร์สามารถเข้าเยี่ยมได้ทุกเมื่อ ซึ่งเป็นเรื่องที่ศาสนาเปิดกว้าง ไม่ว่าจะวันอีด หรือนอกเหนือจากวีนอีด เพราะการไปเยี่ยมกุโบร์ถือว่าเป็นการไปเยี่ยมเยือนเเละเชื่อมสัมพันธ์กับผู้ตาย ดังที่ศาสนาส่งเสริมให้ไปเยี่ยมเยือนเชื่อมสัมพันธ์กับคนเป็น

-ที่สำคัญเลยโดยเฉพาะบุลคลที่ทำงาน หรืออาศัยอยู่ไกลบ้าน เมื่อเราได้กลับมายังบ้านเกิด หรือได้ลาพัก,หยุดงานในช่วงวันอีด หรือช่วงอื่นจากวันอีด อย่าได้ลืมไปเยี่ยมเยือนพ่อแม่ ,ปูย่าตายาย ,หรือญาติพี่น้องที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ไปร่วมขอวิงวอนดุอาให้กับพวกเขากันนะครับ อินชาอัลลอ 🤲

——————والله تعالى أعلم بالصواب ————-

تقبل الله منا ومنكم صالح الأعمال كل عام وأنتم بخير

——————————————————————

📚 อ้างอิง [เรื่องการเยี่ยมกุโบร์สำหรับผู้หญิง]
⁃ ตำรา تحفة المحتاج بشرح المنهاج เล่ม 3 หน้า315 สำนักพิมพ์ دار المنهاج
⁃ ตำรา نهاية المحتاج إلى شرح المحتاج เล่ม3 หน้า 36 สำนักพิมพ์ دار الفكر
⁃ ตำรา مغني المحتاج เล่ม 1 หน้า 365
สำนักพิมพ์ دار الفكر
⁃ ตำรา بغية الأريب หน้า 11
⁃ ตำรา فقه بلوغ المرام เล่ม 2 หน้า 347
⁃ ฟัตวาดารุลอิฟตาอฺจอแดน🇯🇴
https://www.aliftaa.jo/Question2.aspx?QuestionId=906
—————————
📚 อ้างอิง[ ฮุก่มการเข้าเยี่ยมกุโบรในวันอีด]
⁃ ฟัตวาดารุ้ลอิฟตาอฺอียิปต์🇪🇬
حكم زيارة القبور يوم العيد للرجال والنساء
https://www.dar-alifta.org/ar/fatawa/16961/حكم-زيارة-القبور-يوم-العيد-للرجال-والنساء
⁃ ฟัตวาดารุลอิฟตาอฺจอแดน🇯🇴
https://www.aliftaa.jo/Question.aspx?QuestionId=612

📝 เรียบเรียง- เด็กอูลูม 🏫

📍เกร็ดความรู้   #ซะกาตฟิตเราะฮ.https://www.facebook.com/share/i5XomnYNe3AE2Sxp/?mibextid=WC7FNe
05/04/2024

📍เกร็ดความรู้ #ซะกาตฟิตเราะฮ.

https://www.facebook.com/share/i5XomnYNe3AE2Sxp/?mibextid=WC7FNe

เกร็ดความรู้ #ซะกาตฟิฏเราะฮ์
——————————————————

🔘 [ #ซะกาตฟิฏเราะฮ์ คือ….? ]

(ซะกาตฟิฏเราะฮ์ ) หรือ زكاةالبدن (ซะกาตร่างกาย) คือ การเเจกจ่ายอาหาร (ซึ่งเป็นอาหารหลักส่วนใหญ่ในเมืองนั้น) จำนวนหนึ่ง ซออ์ให้เเก่ผู้ยากไร้ หรือบุคคลที่มีสิทธิ์รับซะกาต เหมือนกับซะกาตทรัพย์สิน

ซึ่งการจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮ์นั้น เพื่อชำระตนเองให้สะอาดและเพื่อชดเชยข้อบกพร่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างการถือศีลอด เช่น คำพูด หรือการกระทำที่ไร้สาระ เป็นต้น

ดังมีรายงานจากท่าน อิบนุอับบาส กล่าวว่า:

فَرَضَ رَسُولُ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ زَكَاةَ الْفِطْرِ طُهْرَةً لِلصَّائِمِ مِنَ اللَّغْوِ وَالرَّفَثِ وَطُعْمَةً لِلْمَسَاكِينِ، مَنْ أَدَّاهَا قَبْلَ الصَّلَاةِ فَهِيَ زَكَاةٌ مَقْبُولَةٌ، وَمَنْ أَدَّاهَا بَعْدَ الصَّلَاةِ فَهِيَ صَدَقَةٌ مِنَ الصَّدَقَاتِ. (رواه أبوداود وابن ماجه)

“ท่านรอซูล ﷺ ได้กำหนดจ่ายซะกาตฟิตเราะฮ์ เพื่อเป็นการชำระผู้ถือศีลอดจากคำพูดที่เหลวไหลและหยาบคาย เเละเป็นอาหารให้แก่ผู้ที่ยากจนขัดสน บุคคลใดที่จ่ายก่อนละหมาด(อีดิ้ลฟิตร์)ก็ถือว่าเป็นซะกาตที่ถูกตอบรับ และบุคคลใดที่จ่ายหลังละหมาด(อีดิ้ลฟิตร์)ก็ถือว่าเป็นการทำศอดาเกาะฮ์อย่างหนึ่งจากบรรดาศอดาเกาะฮ์ทั่วๆไป”

(บันทึกโดยอบูดาวูดเเละอิบนุมาญะฮ์)

—————————————-

🔘 [ #ฮุก่มการจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮ์ ]

ท่านอีหม่ามนาวาวี (ร.ฮ )ได้กล่าวใว้ในหนังสือมัจมัวอฺ( 6/104 ) ‘’ซะกาตฟิฏเราะฮ์ #เป็นวายิบ ตามทัศนะปราชญ์ชาฟีอีและตามนักปราชญ์ส่วนใหญ่ ‘’

ดังมีฮาดิษรายงานโดยบุคคอรีและมุสลิม จากท่านอิบนุอุมัร (ร ฮ) กล่าวว่า : “ ท่านรอซู้ล (ซ ล)ได้ทรงกำหนดซะกาตฟิฏเราะห์ของเดือนรอมฎอน ใว้จำนวนหนึ่งซออ์จากอินทผลัม ,หนึ่งซออ์จากข้าวสาลี เหนือทุกคนทีเป็นเสรีชนหรือเป็นทาส ,เป็นเพศชายหรือเพศหญิง ,จะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ ที่เป็นมุสลิม และท่านนบี (ซ ล )ได้สั่งใช้ให้ทำการจ่ายซะกาตก่อนที่ผู้คนจะไปสู่การละหมาด )

——————————————-

🔘 #เงื่อนไขที่ทำให้จำเป็นต้องจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮ์

1- ต้องเป็นมุสลิม ดังนั้นการจ่ายซะกาตไม่จำเป็นเหนือกาเฟร ยกเว้นทาสของเขาเเละเครือญาติที่เป็นมุสลิม ก็จำเป็นที่เขาต้องจ่ายแทน

2- เป็นอิสระเสรีชน ดังนั้นทาสจึงไม่จำเป็นต้องจ่ายซะกาตฟิตร์ เพราะทาสไม่มีทรัพย์เป็นของตนเอง แต่เจ้านายของทาสเป็นผู้จ่ายซะกาตแทน

3- ต้องมีชีวิตทันอยู่ในช่วงเวลาที่วายิบ ( มีชีวิตอยู่ทันได้พบส่วนหนึ่งของเดือนรอมฎอน เเละส่วนเเรกของเดือนเซาวาล ดังนั้นซะกาตไม่วายิบเหนือบุคคลที่ไม่ทันในช่วงเวลาเวลาดังกล่าว เช่น เด็กที่คลอดมาหลังจากดวงอาทิตย์ตก , คนที่เสียชีวิตไปก่อนดวงอาทิตย์ตก เนื่องจากทั้งคู่ไม่ทันช่วงเวลาที่เป็นวายิบ

4- ผู้ที่ออกซะกาตต้องรวย ( คือ บุคคลที่เขาได้ครอบครองอาหารหลักของวันอีดและคืนวันอีด โดยเหลือเกินจากความต้องการของเขาและคนที่เขาจำเป็นต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูที่เป็นมุสลิม , เเละเกินจากหนี้สิน เเม้หนี้จะยังไม่ถึงเวลาจ่ายหนี้ก็ตาม ,เเละเกินจากเสื้อผ้า ค่าที่พักอาศัย คนรับใช้ที่เหมาะสม ที่จำเป็นกับเขาเเละเเก่คนที่อยู่ในการดูเเลของเขา ดังนั้นคนขัดสนที่ไม่มีทรัพย์เหลือพอเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับตนเองและคนในครอบครัวหรือไม่เพียงพอกับค่าใช่จ่ายที่ผ่านมา ไม่วายิบต้องซะกาต

——————————————

🔘 [ #การจ่ายซะกาตเเทน ]

สำหรับผู้ชายที่เป็นเสรีชน จำเป็นต้องจ่ายซะกาตในส่วนของเขาเอง และจ่ายให้กับบุคลคที่เขาจำเป็นต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู ที่เป็นภรรยา ลูก บิดามารดา หรือทาส ดังที่อุลามะได้เขียน กฎเกณฑ์ใว้ว่า:

(كل من لزمته نفقته ..لزمته فطرته من المسلمين)

ทุกๆบุคคลที่เขาจำเป็นต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู ก็จำเป็นที่เขาต้องจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮ์แทนพวกเขาที่เป็นมุสลิม

▪️ #ทว่าจะถูกคัดออกจากกฎเกณฑ์นี้ บุคคลต่อไปนี้ :

1- ทาส ไม่วายิบจ่ายฟิฏเราะฮ์ให้กับภรรยาของเขา เเต่วายิบต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูภรรยาของเขา

2- ลูก ไม่วายิบจ่ายฟิฏเราะฮ์ให้กับภรรยาพ่อ เเต่วายิบต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้ทั้งพ่อ และภรรยาพ่อ ในกรณีที่พ่อจน

3- คนยากจนที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ จำเป็นที่บรรดามุสลิม ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูเเก่เขา เเต่ไม่วายิบจ่ายฟิฏเราะฮ์ให้เขา

4- ทาสที่หนีนาย ไม่จำเป็นเเก่นายต้องจ่ายค่ายเลี้ยงดู เเต่วายิบต้องจ่ายฟิฏเราะฮ์
เป็นต้น ก็ยังมีกรณี อื่นๆๆๆ(เป็นการยกรูปมัสอาละ ที่ออกจากกฏเกณฑ์ข้างต้น)

💬 ***ดังนั้นที่สำคัญ ให้ดูกฏเกณฑ์ที่ว่า บุคคลใดที่เขาจำเป็นต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู ก็จำเป็นที่เขาต้องจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮ์แทนเขา

📍เพิ่มเติม [ #มัสอาละ ]

1 - การจ่ายซะกาตเเทนลูก

ลูกที่บรรลุนิติภาวะไปแล้ว ใช้ไม่ได้ในการจ่ายซะกาตเเทนลูกที่พ่อไม่วายิบจ่ายค่าเลี้ยงดูเเก่เขาเมื่อพ่อไปจ่ายซะกาตเเทนเขา ยกเว้นว่าเขาจะทำการอนุญาตให้ทำการจ่ายซะกาตฟิฎเราะห์ในส่วนของเขา

อนึ่งลูกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และบุคคลที่พ่อจำเป็นต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูแก่พวกเขา กรณีนี้ใช้ได้โดยไม่มีเงื่อนไขว่าจะต้องได้รับการอนุญาตจากพวกเขา

2 - ภรรยาที่ดื้อดึงกับสามี (نشوز)กระด้างกระเดื่อง

ไม่จำเป็นเเก่สามีต้องจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮ์แทนให้ เพราะในขณะนั้นสามีไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูให้ แต่ภรรยาจำเป็นต้องจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮ์เองถ้าหากนางเป็นคนรวย

3 - กรณีภรรยารวย(ที่ไม่ดื้อดึงต่อสามี)เเต่สามีจน

ไม่วายิบเเก่สามีจ่ายฟิฏเราะฮ์ให้ภรรยา เเละถึงนางจะรวยก็ไม่วายิบต้องจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮ์ให้ตัวเอง เเต่สุนัตให้นางออกซะกาตของตัวเอง เเละถ้านางจะอาสาออกให้สามี ก็ถือว่าเป็นสุนัตเช่นกัน

4 - ลูกซินา

วายิบเหนือเเม่ต้องจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮ์ ให้เเก่เขา

———————————-

🔘[ #เวลาของการจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮ์ ]

อุลามะได้แบ่งเวลาในการจ่ายซะกาตฟิฏเราะห์ เป็น 5 เวลา ดังนี้ :

1 - เวลาวายิบ. ( وقت وجوب)
บุคคลที่ทันช่วงเวลาส่วนหนึ่งของเดือนรอมฎอน และทันส่วนหนึ่งของเดือนเชาวาล ( บุคคลที่มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว และมีคุณสมบัติที่วายิบต้องจ่ายซะกาต )

2 - เวลาที่ประเสริฐ (وقت فضيلة )
เริ่มจากหลังอรุณขึ้นของวันอีด จนถึงก่อนละหมาดอีด

3 - เวลาอนุญาต ( وقت جواز)
อนุญาตให้เริ่มจ่ายซะกาตได้ตั้งแต่วันแรกของเดือนรอมฎอน

4 - เวลามักโระห์( وقت كراهة )
เริ่มจากหลังละหมาดอีด จนกระทั่งดวงอาทิตย์ตก ยกเว้น ล่าช้าเนื่องจากมีผลประโยชน์ เช่น รอเครือญาติ หรือ รอคนยากจนที่เหมาะสม เป็นต้น

5 - เวลาฮาราม (وقت حرمة)
การล่าช่าการจ่ายจนเลยวันอีด (ดวงอาทิตย์ตกของวันวันอีด เข้าสู่กลางคืนของวันถัดไป) ยกเว้น ล่าช้าเนื่องจากมีอุปสรรค ก็อนุญาตล่าช้าได้ โดยไม่มีบาป แต่การจ่าย จะตกเป็นการกอดอ (قضاء) เช่น ทรัพย์สินของเขายังมาไม่ถึงเขา หรือ ไม่พบบุคคลที่จะมีรับซะกาต เป็นต้น

——————————————

🔘 [ #ปริมาณของซะกาตฟิฏเราะฮ์ ]

สำหรับข้าวสารในซะกาตฟิฏร์

ตามประกาศของจุฬาราชมนตรี
เรื่อง การเทียบมาตราตวง 1 ศออ์ ในซะกาตฟิฏร์

- โดย 1 ศออ์ มีน้ำหนักเท่ากับ 2.7 กิโลกรัม

———————————————

🔘 [ #ฮุก่มการจ่ายซะกาตเป็นราคา ]

สำหรับในประเด็นนี้ มี 2 ทัศนะ

▪️ตามทัศนะที่ถูกยึดถือของมัซฮับซาฟิอี เเละทัศนะอุลามะส่วนใหญ่
การจะออกเป็นราคาอาหาร (คือออกเงินที่มีมูลค่าเท่ากับอาหาร) แทนอาหารหลักไม่ได้ ดังนั้นจำเป็นต้องออกอาหารหลักที่นิยมกันเป็นส่วนใหญ่ในประเทศนั้น ( ซึ่งบ้านเราคือ ข้าวสาร)

▪️มัซฮับฮะนาฟี
อนุญาตให้ออกราคาอาหาร (คือออกเงินที่มีมูลค่าเท่ากับอาหาร) แทนการออกอาหารได้ ด้วยเหตุผลที่ว่าราคาย่อมเป็นประโยชน์แก่คนยากจนมากกว่าอาหาร และเข้าถึงเป้าหมายได้มากกว่า

และไม่มีข้อห้ามถ้าจะตาม(ตักลีด)มัซฮับนี้

ส่วนหนึ่งจากอุลามะมัซฮับซาฟิอี ที่บอกอนุญาตตามมัซฮับฮานาฟี ในมัสอาละนี้

في فتاوى الرملي (١/٥٥) : وقدأفتى بذلك الشهاب الرملي رحمه الله أي بصحة تقليد الإمام أبي حنيفة في إخراجها قيمةً

ท่านอีหม่าม อัช-ชีฮาบรอมลี ได้ฟัตวาว่า: “ใช้ได้ในการตามมัซฮับอีหม่ามอบูฮานีฟะฮ์ในการจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮ์เป็นราคา”

💬 *** ซึ่งหากเราต้องการที่จะตักลีดตามมัซฮับอีหม่ามอบูฮานีฟะฮ์ ในการจ่ายซะกาตฟิฏเราะฮ์เป็นราคา เราก็วายิบต้องตามในเรื่องปริมาณ 1 ซออ์ ซึ่งตามทัศนะของท่าน [ ประมาณ1 ซออ์ ตามที่มัซฮับฮานาฟีย์กำหนด ประมาณ4.6 กิโลกรัมโดยประมาณ] หลังจากนั้นเอาปริมาณดังกล่าวไปตีเป็นราคาเเล้วจ่ายด้วยกับราคาดังกล่าว.-

د.لبيب نجيب

———-والله تعالى أعلم—————-

📚 อ้างอิง
-اعانة الطالبين ص: ١٠٩١/٢. دارالسلام
-حاشية الباجوري ص:٣٧٢/٢ دارالمنهاج
-التقريرات السديدة ص:٤١٨

เขียน-เรียบเรียงโดย : เด็กอูลูม

 #คุณค่าอาม้าลในเดือนรอมฎอน การอ่านซูเราะฮฺอัลฟัตหฺในคืนแรกของเดือนรอมฎอน———————————————-🔘  #คุณค่าความประเสริฐ ของการอ่...
10/03/2024

#คุณค่าอาม้าลในเดือนรอมฎอน

การอ่านซูเราะฮฺอัลฟัตหฺในคืนแรกของเดือนรอมฎอน

———————————————-

🔘 #คุณค่าความประเสริฐ ของการอ่านซูเราะฮฺอัลฟัตหฺ [ คือซูเราะ { ًإِنَّا فَتَحْنَا لَكَ فَتْحًا مُبِيْنا } ]

ดังที่ได้มีระบุในหนังสือ [ خزينة الأسرار ] ของท่านอีหม่ามอัลนาซีลี ว่า :

قال ابن مسعود رضي الله عنه بلغني عن النبي صلى الله عليه وسلم أنه من قرأ سورة الفتح في أول ليلة من رمضان في صلاة التطوع حفظه الله تعالى ذلك العام ومن الله العون وكذا في روح البيان ”

จากท่านอิบนุมัสอูด (ร.ฮ) มีรายงานมาถึงฉัน จากท่านนบี (ซ.ล) ว่า : “ ผู้ใดอ่านซูเราะฮฺอัลฟัตหฺในละหมาดสุนัตในคืนแรกของเดือนรอมฎอน อัลลอตาอาลาจะปกปักรักษาในปีนั้น และพระองค์จะให้การช่วยเหลือเขา “

وقال بعض العارفين:" من قرأ سورة الفتح عند رؤية هلال رمضان في أول ليلة وسع الله رزقه في ذلك العام إلى آخره " ..

ได้มีคนอาอิฟบางท่าน กล่าวว่า : “บุคคลใดอ่านซูเราะฮฺอัลฟัตตหฺ ขณะเห็น จันทร์เสี้ยวของเดือนรอมฎอนในค่ำคืนแรก อัลลอตาอาลาจะให้ริสกีของเขามีความ กว้างขวางในปีนั้นตลอดทั้งปี ”

📚จาก خزينة الأسرار หน้า 169

وقال الإمام عبد الحميد الشافعي: قال أبو بكر النيسابوري: سمعت محمد بن عبد الملك يقول : سمعت يزيد بن هارون يقول: سمعت المسعودي يقول : بلغني أن من قرأ سورة الفتح يعني { إنا فتحنا لك فتحا مبينا } أول ليلة من شهر رمضان في صلاة التطوع حفظ ذلك العام .

และท่านอีหม่ามอับดุลฮามีดอัชชาฟีอีได้กล่าวในหนังสือของท่าน : …จากท่านมัสอู็ด ได้กล่าวว่า : “มีรายงานมาถึงฉัน แท้จริงบุคคลใดอ่านซูเราะฮฺอัลฟัตหฺ (คือซูเราะฮฺ { إنا فتحنا لك فتحا مبينا } ) ในละหมาดสุนัตค่ำคืนแรกของเดือนรอมฎอน เขาจะได้รับการปกป้องในปีนั้น “

📚จาก كنز النجاح والسرور หน้า 188-189

وقال الإمام الخطيب الشربيني في تفسيره : " قال ابن عادل : روى أن من قرأ في أول ليلة من رمضان { إنا فتحنا لك فتحا مبينا } في التطوع حفظ في ذلك العام . ."

เเละท่านอีหม่ามคอเต็บอัชชิรบีนีย์ ได้กล่าวในหนังสือตัฟซีรของท่านว่า : ท่านอิบนุอาดิล ได้กล่าวว่า: มีรายงานว่า ” บุคคลใดอ่านคืนแรกกของเดือนรอมฎอน (ซูเราะฮฺอัลฟัตหฺ

{ إنا فتحنا لك فتحا مبينا }

เขาจะได้รับการปกป้องในปีนั้น “

📚จาก السراج المنير หน้า 59/4

✍️ผู้เขียน : เพจฮาลาเกาะห์

————————————————————-

🔘 #วิธีการอ่านในแต่ละร่อกะอัตดังต่อไปนี้

أن نصلي أربع ركعات نفلا مطلقا إما بتشهد واحد وسلام واحد أو كل ركعتين بذاتها ونقرأ في كل ركعة (صفحة ) من سورة الفتح.

เราละหมาดสุนัต ๔ ร่อกะอัต บางทีละหมาดสุนัตดังกล่าวมี ๑ ตะชะฮุด ๑ สลาม หรือ บางทีก็ทุกๆ ๒ ร่อกะอัตมี ๑ ตะชะฮุด ๑ สลามโดยให้เราอ่านซูเราะฮฺอัลฟัตหฺในทุกร่อกะอัต

وقد ورد في الحديث الذي رواه الإمام الخطيب الشربيني
في كتابه التفسير في الكتاب المنير بإسناد إلى النبي صلى الله عليه وآله وسلم ( أن من صلى في أول ليلة من رمضان أربع ركعات قرأ فيها سورة الفتح مر عامه كله في غنى وفي رواية مر عامه كله في خير) فعلينا أن نحرص على ذلك.

มีหะดีษที่อิหม่ามค่อฏี๊บ อัชชิรบีนีย์ได้บอกไว้ในตำราของท่านด้วยสายรายงานที่ไปถึงนบี ﷺ ว่า :
เเท้จริงผู้ใดละหมาด(สุนัต) ๔ ร่อกะอัตในคืนแรกของเดือนร่อมะฎอนแล้วอ่านซูเราะฮฺอัลฟัตหฺ แน่นอนอัลลอฮฺจะทรงดลให้ทั้งปีของเขามีแต่ความร่ำรวยพอ และในอีกสายงานนึงว่า : แน่อนพระองค์จะทรงดลให้ทั้งปีของเขามีแต่ความดีงาม

ฉะนั้นเราจำต้องรักษาในการปฏิบัติดังกล่าวด้วย

📚[ตัฟซัรอัลมุนี๊ร อัชชิรบีนีย์]

🔘 ขั้นตอนการปฏิบัติ

➖[ #ในร่อกะอัตแรก ]

نقرأ في الركعة الأولى من: (إِنَّا فَتَحْنَا لَكَ فَتْحًا مُبِينًا)
إلى: (فَسَيُؤْتِيهِ أَجْرًا عَظِيمًا)

ให้เราอ่านในร่อกะอัตแรกจากอายะฮฺ :

(إِنَّا فَتَحْنَا لَكَ فَتْحًا مُبِينًا)

ไปจนถึงอายะฮฺ :

(فَسَيُؤْتِيهِ أَجْرًا عَظِيمًا)

➖[ #ในร่อกาอัตที่สอง ]

وفي الركعة الثانية من: (سَيَقُولُ لَكَ الْمُخَلَّفُونَ)
إلى: (يُعَذِّبْكُمْ عَذَابًا أَلِيمًا)

ในร่อกะอัตที่ ๒ ให้เราอ่านจากอายะฮฺ :

(سَيَقُولُ لَكَ الْمُخَلَّفُونَ)

ไปจนถึงอายะฮฺ :

(يُعَذِّبْكُمْ عَذَابًا أَلِيمًا)

➖[ #ร่อกะอัตที่สาม ]

وفي الركعة الثالثة من: (لَيْسَ عَلَى الْأَعْمَى حَرَجٌ)
إلى: (لَعَذَّبْنَا الَّذِينَ كَفَرُوا مِنْهُمْ عَذَابًا أَلِيمًا)

ในร่อกะอัตที่ ๓ ให้เราอ่านจากอายะฮฺ :

(لَيْسَ عَلَى الْأَعْمَى حَرَجٌ)

ไปจนถึงอายะฮฺ :

(لَعَذَّبْنَا الَّذِينَ كَفَرُوا مِنْهُمْ عَذَابًا أَلِيمًا)

➖[ #ร่อกะอัตที่สี่ ]

وفي الركعة الرابعة من : (إِذْ جَعَلَ الَّذِينَ كَفَرُوا فِي قُلُوبِهِمُ الْحَمِيَّةَ) إلى آخر السورة.

ในร่อกะอัตที่ ๔ ให้เราอ่านจากอายะฮฺ :

(إِذْ جَعَلَ الَّذِينَ كَفَرُوا فِي قُلُوبِهِمُ الْحَمِيَّةَ)

ไปจนจบซูเราะฮฺ

📚[จาก كنز النجاح والسرور ของอีหม่ามอับดุลหะมี๊ด อัลมักกีย์ อัชชาฟิอีย์]

✍️ Cr: ฟาริส อัลอัชอารี
——————————

💬 ขอวิงวอนต่ออัลลอตาอาลาทรงตอบรับอาม้าลของเราท่านทั้งหลายในเดือนอันทรงเกียรตินี้ด้วยเถิด อามีน 🤲

————-والله تعالى أعلم—————————
อ้างอิง
📚หนังสือ شرح الصدور بفضائل ومسائل سيد الشهور ของเชคอบูบักร บินมุฮยิดดีน อัลมิลีบารีย์

✍️ เขียน-เรียบร้อย : เด็กอุลูม

 #เกร็ดความรู้   “ การจ่ายฟิตยะห์ ” สำหรับผู้ที่ไม่สามารถถือศีลอดได้ อันเนื่องจากการแก่ชรา หรือเจ็บป่วยที่ไม่สามารถจะหาย...
09/03/2024

#เกร็ดความรู้ “ การจ่ายฟิตยะห์ ”

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถถือศีลอดได้ อันเนื่องจากการแก่ชรา หรือเจ็บป่วยที่ไม่สามารถจะหายได้

———————————————-

📍 สำหรับผู้ที่ไม่มีความสามารถจะถือศีลอดฟัรดูรอมฎอน เนื่องจากความแก่ชรา ,หรือป่วยเป็นโรคที่ไม่สามารถกับมาหายได้ เช่น เบาหวาน เป็นต้น

ดังนั้นศาสนามิได้บังคับให้เขาต้องถือศีลอดในสภาพดังกล่าว ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเดือนรอมฎอน (أداء) หรือจะไปชดใช้ภายหลังรอมฎอน (قضاء)

แต่ทว่าสิ่งที่วายิบแด่เขาที่จะต้องปฎิบัติ คือ
#การจ่ายฟิตยะห์ หรือการแจกจ่ายอาหาร[ 1 มุด ในทุกๆวัน ( ซึ่ง 1 มุดปริมาณ 600 -700 กรัม]ให้กับคนจน หรือผู้ขัดสน เพื่อทดแทนจากการถือศิลอดที่เขาได้พลาดไป

ดังที่อัลลอตาอาลาได้ตรัสในอัลกุรอ่านว่า :

(وَعَلَى الَّذِينَ يُطِيقُونَهُ فِدْيَةٌ طَعَامُ مِسْكِينٍ)

“และจำเป็นเหนือบรรดาผู้ที่ไม่สามารถถือศิลอดได้นั้น คือการชดเชยอันได้แก่การให้อาหารแก่คนขัดสน”

———————————————————

🔘 #เวลาในการจ่ายฟิตยะห์

สำหรับในประเด็นเรื่องการจ่ายฟิตยะห์ว่าจะให้รีปจ่ายตั้งแค่ต้นเดือน หรือล่าช้าในการจ่าย โดยไปจ่ายตอนท้ายเดือนนั้น ในเรื่องนี้บรรดาอุลามะแบ่งงออกเป็น สองทัศนะใหญ่ๆ ดังนี้ :

1️⃣ - ทัศนะที่หนึ่ง : ทัศนะมัซฮับฮานาฟี

#อนุญาตให้แก่ผู้ที่ชราภาพและคนป่วยที่ไม่มีโอกาสจะหายได้ ให้ทำการจ่ายฟิตยะห์แทนจากทั้งเดือนได้ โดยอนุญาตให้จ่ายในตั้งแต่ตั้งเดือนรอมฎอน หรือ จะล่าช้าไปจ่ายในตอนท้ายเดือนรอมฎอน

جاء في [البحر الرائق شرح كنز الدقائق] (2/ 308): "في فتاوى أبي حفص الكبير: إن شاء أعطى الفدية في أول رمضان بمرة، وإن شاء أعطاها في آخره بمرة".

ดังมีระบุในคำฟัตวาของอบีฮัฟอัลกาบีร ว่า :
“ #อนุญาต ให้เขาทำการจ่ายฟิตยะห์ในตอนต้นเดือนรอมฎอน หรือจะจ่ายในตอนท้ายเดือนรอมฎอน ตามความประสงค์ของเขา “

وفي [الدر المختار وحاشية ابن عابدين] (2/ 427): "للشيخ الفاني العاجز عن الصوم الفطر، ويفدي وجوباً ولو في أول الشهر، أي يخير بين دفعها في أوله وآخره".

และะมีระบุในหนังสือฮาชียะอิบนุอาบีดีน ว่า
“ อนุโลมสำหรับคนที่แก่ชราที่ไม่สามารถถือศิลอดได้ ไม่ต้องถือศีลอด เเต่วายิบต้องจ่ายฟิตยะห์ โดยเขาสามารถเลือกระหว่างจะจ่ายตอนต้นเดือนหรือตอนท้ายเดือน ก็ได้ ตามความประสงค์ของเขา “

2️⃣ ทัศนะที่สอง : ทัศนะมัซฮับชาฟิอี

การจ่ายฟิตยะห์นั้น #จำเป็นต้องจ่ายในทุกๆวัน (วันต่อวัน) โดยจะทำการจ่ายหลังจากแสงอรุณขึ้นของวันนั้น หรือจะจ่ายในตอนกลางคืน(ก่อนแสงอรุณ) หรือจะจ่ายในตอนกลางวัน ถือว่าเป็นที่อนุญาตทั้งหมด และเป็นที่อนุญาตเช่นกันที่จะล่าช้าไปจ่ายในตอนท้ายเดือน
แต่ #ไม่เป็นที่อนุญาตให้จ่ายแบบทั้งเดือนแทนจากวันต่างๆ ทั้งหมดในช่วงตอนต้นของเดือนรอมฎอน (ที่ขัดแย้งงกับมัซฮับฮานาฟีที่ถือว่าอนุญาต)

جاء في [المجموع] للنووي رحمه الله (6/ 260): "اتفق أصحابنا على أنه لا يجوز للشيخ العاجز والمريض الذي لا يُرجى برؤه تعجيل الفدية قبل دخول رمضان، ويجوز بعد طلوع فجر كل يوم ".

ดังที่อีหม่ามนาวาวี(ร.ฮ) ได้กล่าวในหนังสืออับมัจมัวอ.ว่า : “บรรดาอัสฮาบของเราได้เห็นพ้องว่า #ไม่อนุญาต เเก่คนที่ชราภาพที่ไม่สามารถถือศีลอดได้เเละคนป่วยที่ไม่มีโอกาสจะหาย ให้รีบจ่ายฟิตยะห์ก่อนเข้ารอมฎอน แต่ทว่าอนุญาตให้จ่ายได้หลังจากแสงอรุณขึ้นของทุกๆวันของวันนั้น

وفي [فتاوى الرملي الشافعي رحمه الله]: "يتخير –أي الشيخ الهرم- في إخراجها بين تأخيرها، وبين إخراج فدية كل يوم فيه أو بعد فراغه، ولا يجوز تعجيل شيء منها لما فيه من تقديمها على وجوبه “

และได้มีระบุในหนังสือฟัตวาของอีหม่ามรอมลี (ร.ฮ)ว่า : “ ให้คนที่แก่ชราเลือกในการจ่ายฟิตยะห์ว่าจะล่าช้าไปจ่ายท้ายเดือน หรือว่าจะจ่ายทุกๆวัน( วันต่อวัน) ในช่วงของวันนั้นหรือว่าจะหลังจากหมดของวันนั้น เเต่ไม่อนุญาตให้รีบเร่งในการจ่ายฟิตยะห์ เนื่องจากเป็นการกระทำสิ่งนั้นก่อนถึงเวลาที่วายิบให้ทำ “

📍 #หมายเหตุ

ดังนั้นสำหรับผู้ที่สังกัดมัซฮับชาฟิอี ไม่เป็นไร(อนุโลมให้)ในการที่จะยึดถือตามอีหม่ามอบูฮานีฟะห์ ในการอนุญาตให้จ่ายฟิตยะห์แทนนจากทั้งเดือนโดยไปจ่ายในช่วงต้นเดือนรอมฎอน ถึงแม้ว่าสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อออกจากการขัดแย้ง คือให้ทำการจ่ายฟิตยะห์ วันต่อวัน หรือล่าช้าไปจ่ายในช่วงท้ายของเดือนรอมฎอน

📚อ้างอิง : ฟัตวาดารุลอิฟตาอฺ 🇯🇴
https://www.aliftaa.jo/Question2.aspx?QuestionId=3087

——————————————————

🔘 #จ่ายฟิตยะห์ให้กับใคร ???

การจ่ายฟิตยะห์ เจาะจงจ่ายให้กับบุคคลสองจำพวกเท่านั้น คือ
1- คนยากจน ( الفقير )

2-คนขัคสน (المسكين )

ส่วนบุคคลอื่นที่นอกจากสองกลุ่มนี้ จากบรรดาผู้ที่มีสิทธิ์รับซะกาตทั้งแปดจำพวกนั้นไม่มีสิทธิ์ได้รับฟิตยะห์ เนื่องจากคำกล่าวของอัลลอตาอาลาที่ว่า { طعام مسكين } ซึ่งคำว่า “มีสกีน” คนขัดสน คลุมถึง ”คนฟากีร“ คนยากจน ด้วย

📚บุชรอการีม หน้า 575 / บุฆยะตุ้ลอารีบ หน้า 572 / ฮาชียะห์บายูรี หน้า 452/2

—————————————————-

🔘 #สามารถจ่ายเป็นราคาอาหาร (เงินสด)แทนอาหาร(ข้าว) ได้หรือไม่ ???

บรรดาอุลามะมีการขัดแย้งในประเด็นนี้ 2ทัศนะดังนี้ :

1️⃣ ทัศนะที่หนึ่ง : ตามทัศนะอุลามะส่วนใหญ่ รวมถึงมัซฮับชาฟิอี :
ถือว่า #วายิบต้องจ่ายเป็นอาหารหลักส่วนใหญ่ของเมืองนั้น ดังนั้นใช้ไม่ได้ที่จะออกเป็นราคาอาหารแทนการออกอาหาร

2️⃣ทัศนะที่สอง : มัซฮับฮานาฟี :
ถือว่า #อนุญาตให้ออกเป็นราคาอาหาร แทนการออกเป็นอาหารได้

وفي [ البيانة في شرح الهداية] ص: ٣٤٩/٣
" ويجوز دفع القيمة في الزكاة عندنا و كذا-أي: يجوز دفع القيمة - في الكفارات ، وصدقة القطر .."

” อนุญาตให้จ่ายเป็นราคาในการจ่ายซะกาต ตามทัศนะของเรา( ฮานาฟี) และะเช่นเดียวกัน อนุญาตให้จ่ายเป็นราคา ในกรณีการจ่ายกัฟฟาเราะห์ต่างๆ , ซะกาตฟิตเราะห์ … “

📚อัลบิยานะ หน้า 349/3

💬 ***ดังนั้นสำหรับผู้ที่สังกัดมัซฮับชาฟิอีท่านใดที่ต้องการจ่ายเป็นอาหาร ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด และเป็นการออกจากการขัดแย้งดังกล่าว
แต่ถ้าเกิดไม่สะดวกที่จะจ่ายเป็นอาหาร เขาสามารถตักลีดตามมัซฮับอบูฮานีฟะ ในการจ่ายเป็นราคาอาหาร(เงิน) แทนการออกเป็นอาหารได้ ซึ่งเป็นอีกทัศนะที่มารองรับ และเป็นการให้ความสะดวกแด่ผู้ปฎิบัติศาสนกิจ และะตรงตามความต้องการของคนยากจน

ดังที่หลายๆสถาบันอิฟตาอฺได้ทำการฟัตวาเอาไว้
-สถานบันดารุ้ลอิฟตาอฺจอแดน 🇯🇴 ได้ทำการฟัตวาว่า อนุญาตให้จ่ายเป็นราคาอาหารได้

(null) https://www.facebook.com/share/DLPyGuWPiTZE6ZEB/?mibextid=WC7FNe

-สถานบันดารุ้ลอิฟตาอฺอียิปต์🇪🇬 ได้ฟัตวาว่า อนุญาตให้จ่ายเป็นราคา แทนอาหารได้ เช่นกัน

https://www.elbalad.news/4851234

————والله تعالى أعلم بالصواب ———-

เขียน-เรียบเรียง : เด็กอุลูม

ที่อยู่

เชื่อมสัมพันธ์
Nong Chok
10530

เบอร์โทรศัพท์

+962788478581

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ حلقات الفقه الشافعي-ฮาลาเกาะห์ฟิกชาฟีอีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์