เลยไปหนึ่งอสงไขยข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เลยไปหนึ่งอสงไขยข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

แชร์

ลยไปหนึ่งอสงไขยข้าพระองค์หมอบลงที?

11/09/2022

ดูภายหลัง
มรรคผล นิพพาน
ทางที่เดินคนเดียว
pornpimon tungmepol 0 วินาทีที่ผ่านมา #ความไม่ประมาทวิมุตติความหลุดพ้น #ผู้มีร่างกายสุดท้ายกายนี้เป็นตัวทุกข์ล้วนๆ #จิตนี้เป็นตัวทุกข์ล้วนๆถ้าภาวนาได้
the last arahant
อารมณ์พระนิพพาน
ทางมรรคผล นิพพาน
รู้ทุกข์แจ่มแจ้ง คือถึงที่สุดแห่งทุกข์
ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
#คุณแห่งศีลมีอยู่ในโลกความสัตย์ความสะอาดและความเอ็นดูมีอยู่ในโลก
เลยไปหนึ่งอสงไขยข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ดูตัวเองดีกว่าคอยจับผิดคนอื่น
ไอน์สไตน์พบพระพุทธเจ้าเห็น "พุทธศาสนากับวิทยาศาสตร์"
mahabodhi temple ทั้งหมดค้นรูปMapsวิดีโอ ข่าวสารเพิ่มเติม เครื่องมือ ผลการค้นหาประมาณ 107,000 รายการ (0.34 วินาที) Mahabodhi Temple Complex at Bodh
ความไม่ประมาท
#ทางไม่เกิด #พระราชพรหมยานเถระ #ความหลุดพ้นทางจิต #การเจริญมรณสติเพื่อความสิ้นอาสวะ #จิตหมดความปรุงแต
เราต้องนึกถึงความตายอยู่ตลอดเวลา
ดวงตาเห็นธรรม
#โลกุตตรกุศลจิตสุทธิกปฏิปทามรรคจิตดวงที่๑สภาวธรรมที่เป็นกุศลเป็นไฉนโยคาวจรบุคคลเจริญฌานที่เป็นโลกุตตระซึ่งเป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ให้ถึงนิพพานวิถีจิ
#เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆคนที่ถูกเธอว่ากล่าวจะกล่าวโต้ตอบเธอเพราะว่าถ้อยคำที่โต้เถียงกันก่อให้เกิดทุกข์และการทำร้ายโต้ตอบกันจะมาถึงเธอ
Mahabodhi Temple The Mahabodhi Temple or the Mahabodhi Mahavihar, a UNESCO World Heritage Site, is an ancient, but much rebuilt and restored, Buddhist
ประทับไว้ในดวงจิต
#เศรษฐีมุ่งหน้าสู่ป่าสีตวันอันเป็นที่ประทับแห่งพระบรมศาสดาเวลานั้นพระพุทธองค์ตื่นบรรทมแล้วทรงแผ่ข่ายพระญาณพิจารณาดูสัตว์โลกที่พระองค์ควรจะโปรดเห็นอุป
การสำเร็จมรรคผล การดู 39 ครั้ง 10 เดือนที่ผ่านมา การบรรลุมรรคผลของมนุษย์ วิมุตติความหลุดพ้น #เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆคนที่ถูกเ
เย ธมฺมา เหตุปฺปภวา เตสํ เหตํ ตถาคโต อาห เตสญฺจ โย นิโรโธ จ เอวํ วาที มหาสมโณ
การทำสมาธิ
ทางดับทุกข์
Mahabodhi Temple The Mahabodhi Temple or the Mahabodhi Mahavihar, a UNESCO World Heritage Site, is an ancient, but much rebuilt and restored, Buddhist
คิดดี พูดดี ทําดี
#เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆคนที่ถูกเธอว่ากล่าวจะกล่าวโต้ตอบเธอเพราะว่าถ้อยคำที่โต้เถียงกันก่อให้เกิดทุกข์และการทำร้ายโต้ตอบกันจะมาถึงเธอ
เกาะที่น้ำท่วมไม่ถึง #จิตอรหันต์ #อรหัตมรรค
อารมณ์พระอรหันต์ #ผู้ไม่มีร่องรอย #ความบริสุทธิ์หลุดพ้น #คําสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย #คำสอนเรื่องความหลุดพ้น
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
สิ้นเสียงสิ้นกรรมธรรมบรรลุ
the last arahan
กราบขอบพระคุณ
Google พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว ทั้งหมดวิดีโอ ค้นรูปข่าวสารMapsเพิ่มเติม เครื่องมือ ผลการค้นหาประมาณ 7,290 รายการ (0.38 วินาที) พร
โลกไม่มีอะไรมีแต่ทุกข์ ผู้มีปัญญาก็หาที่พึ่งที่อาศัย ที่พึ่งที่อาศัยของเราก็คือสรณะนั่นเอง อย่างเราไปทางทะเลมันก็มีพวกชูชีพ พวกเรือลำเล็กๆ เอาไว้อ
จุติจากเทวโลก #เกิดเป็นมนุษย์ #บรรลุความสิ้นอาสวะ #การเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า #คุณของศีล #พรุ่งนี้วันพระ
ผู้ไม่มีร่องรอย #ทางสิ้นภพ
จิตคือพุทธะ
#จิตยอมรับความจริงว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเสมอกันหมดใจที่ภาวนามาถึงจุดนี้จะรู้สึกโลกนี้ราบเป็นหน้ากลอง #ถัดจากนั้นกระบวนการเกิดอริยมรรคถึงจะเกิดขึ้นก็จะ
การบรรลุมรรคผล
ถึงนิพพาน
ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา เมื่อเห็นสิ่งนี้ด้วยปัญญา ย่อมพ้นทุกข์
ถ้าปฏิบัติถูก แล้วปฏิบัติมากพอ เรียกว่าทำกรรมใหม่ที่ดี มีบุญเก่าส่งผลมาร่วมกัน ต้นทุนก็มีมาต่อยอด มีทุนแล้วก็ไม่ได้กินทุนไปเรื่อยๆ บางคนมีทุนแล้วกิน
พุทธภูมิ ปัจเจกภูมิ สาวกภูมิ
ดวงตาเห็นธรรม #การบรรลุมรรคผล #โสดาบัน #สกิทาคามี #อนาคามี #อรหันต์
พระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลก (รวมคำสอน ตั้งแต่ ตรัสรู้ จนถึง ปรินิพพาน)
การเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า #โลกราบเป็นหน้ากลอง #พรุ่งนี้วันพระ #ทุกอย่างแก้ไขได้ #กายวิเวก #จิตวิเวก #อุปธิวิเวก
05.05.2007 15:30 Sompong tungmepol Mahabodhi Temple
การฝันของพระอริยะนั้นไม่เหมือนคนธรรมดาสามัญ พระอริยะในเมื่อท่านนอน ท่านหลับแต่กายส่วนจิตไม่ได้หลับ
จิตที่พบความสุข #ความไม่ประมาท #วิมุตติความหลุดพ้น #ผู้มีร่างกายสุดท้าย
#มรรคจิตผลจิต #เธออย่าได้กล่าวคำหยาบต่อใครๆคนที่ถูกเธอว่ากล่าวจะกล่าวโต้ตอบเธอเพราะว่าถ้อยคำที่โต้เถียงกันก่อให้เกิดทุกข์และการทำร้ายโต้ตอบกันจะมาถึงเธ
ดับอวิชา
สมาบัติ ๓ สำหรับพระอนาคามีบุคคลและพระอรหันต์ ผู้บรรลุถึงเนวสัญญานาสัญญายตนฌานนั้น สามารถเข้า นิโรธสมาบัติ คือดับจิตและเจตสิกไม่เกิดเลยตลอดเวลาไม่เกิน
คำสอนเรื่องนิพพาน
All conditioned things are impermanent—when one sees this with wisdom, one turns away from suffering
อำลาโลกลวง
คาถาธรรมบท เป็นชื่อประชุมพระพุทธพจน์ในรูปแบบคาถา และเป็น 1 ในตำราพุทธศาสนาซึ่งได้รับความนิยมอ่านทั้งเป็นที่รู้จักมากที่สุด ธรรมบทฉบับต้นที่สุดอยู่ในขุ
ฌาปนกิจในอินเดีย เมืองพาราณสี ดูสิ่งที่พวกเขาเชื่อ (วิดีโอที่ครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา)
วิมุตติความหลุดพ้น
พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ
พระนิพพานนั้น เข้าถึงกันที่จิตที่ใจ หาใช่ขึ้นอยู่กับ "วิธีการปฏิบัติ" ไม่ได้วัดหรือเน้นกันตรงที่ต้องใช้เวลายาวๆ นานๆ หรือทำแบบยากๆ จนกลายเป็นธรรมเนี
ฟังแล้ว
#การบรรลุมรรคผล #ดูกรภิกษุเปรียบเหมือนประทีปน้ำมัน #อาศัยน้ำมันและไส้จึงโพลงอยู่ได้ #เพราะสิ้นน้ำมันและไส้นั้นและไม่เติมน้ำมันและไส้อื่น #ย่อมเป็นประที
Mahabodhi Temple The Mahabodhi Temple or the Mahabodhi Mahavihar, a UNESCO World Heritage Site, is an ancient, but much rebuilt and restored, Buddhist
#เมื่อใดบุคคลพิจารณาเห็นโลกเสมอด้วยหญ้าแ

Photos 22/02/2022

เมื่อกล่าวถึงพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ และพระโพธิสัตว์ ก็ควรกล่าวถึงเรื่องกาลเวลา กัปหรือกัลป์ เพราะพระโพธิสัตว์ ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีมาถึง ๒๐ อสงไขย หนึ่งแสนมหากัป จำเดิมแต่ดำริเป็นพระพุทธเจ้า จนถึง ๔ อสงไขย หนึ่งแสนมหากัปสุดท้ายที่เป็นสุเมธดาบส ความคิดในเรื่องกาลเวลาของโลกได้มีกล่าวในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนาซึ่งเป็นคัมภีร์ชั้นแรกก็มี ชั้นหลังก็มี ซึ่งความคิดในเรื่องวิธีหมายรู้ในเรื่องกาลเวลานี้น่าจะสรุปได้เป็น ๒ วีธี คือ

นับด้วยจำนวนสังขยา หรือนับด้วยตัวเลข เช่น ๑..๒..๓…
กำหนดด้วยอุปมา หรือด้วยเครื่องกำหนดอย่างใดอย่างหนึ่ง ในเมื่อมากเกินไปที่จะนับด้วยสังขยาหรือตัวเลข
การกำหนดดังกล่าวดังวิธีที่ ๒ นี้ จึงเป็นที่มาของคำว่า กัป หรือ กัปปะ ในภาษามคธ หรือ กัลป์ ในภาษาสันสกฤต เพราะคำนี้แปลอย่างหนึ่งว่า กำหนด หรือ สมควร ดังนั้นในความหมายนี้ กัป หรือ กัลป์ คือ กำหนดอายุของโลก หมายถึง ระยะเวลาตั้งแต่กำเนิดของโลกจนโลกสลาย ซึ่งกัปหรือกัลป์ที่ยาวจนนับจำนวนไม่ได้นี้เรียกว่า มหากัป และอายุของกัปแต่ละกัปที่ล่วงไปจนนับไม่ได้ว่าเวลาล่วงเลยมาแล้วกี่กัป นี้รวมเรียกกัปที่นับไม่ได้นั้นว่า อสงไขย ซึ่งแปลว่า นับไม่ถ้วน

เรื่องอสงไขย
กาลเวลาที่เรียกว่า “อสงไขย” แปลว่า นับไม่ได้ คือ ไม่สามารถที่จะนับเวลานั้นออกมาเป็นจำนวนกี่เดือน กี่ปี จึงจะเรียกได้ว่า อสงไขย โดยได้มีคำอุปมาเปรียบเทียบไว้ว่า

“ฝนตกใหญ่มโหฬารทั้งกลางวันกลางคืนเป็นเวลานานถึง ๓ ปีติดต่อกันมิได้หยุด มิได้ขาดสายเม็ดฝนจนน้ำฝนเจิ่งนองท่วมท้นเต็มขอบเขาจักรวาล อันมีระดับความสูงได้ ๘๔,๐๐๐ โยชน์ และถ้าสามารถนับเม็ดฝน และหยาดแห่งเม็ดฝน ที่กระจายเป็นฟองฝอยใหญ่น้อย ในขณะที่ฝนตกใหญ่ ๓ ปีติดต่อกันนั้น นับได้จำนวนเท่าใด อสงไขยหนึ่งเป็นจำนวนปีเท่ากับเม็ดฝนและหยาดแห่งเม็ดฝนที่นับได้นั้น”

เรื่องมหากัป
กาลเวลาที่เรียกว่า “มหากัป” คือ ไม่สามารถที่จะนับเวลานั้นออกมาเป็นจำนวนกี่เดือน กี่ปี โดยได้มีคำอุปมาเปรียบเทียบไว้ว่า

“มีกล่องแก้วอยู่กล่องหนึ่ง มีความกว้าง ความยาว ความสูงหรือความลึกประมาณ ๑ โยชน์ ซึ่ง ๑ โยชน์ ยาวเท่ากับ ๑๖ กิโลเมตร และพอถึงกำหนด ๑๐๐ ปี ปรากฏว่ามีเทพยดาองค์หนึ่ง นำเมล็ดถั่วเขียวมาหยอดวางลงในกล่องแก้วนี้หนึ่งเมล็ดแล้วก็กลับไปเสวยทิพยสมบัติอยู่บนสวรรค์อีก ๑๐๐ ปี และเมื่อครบกำหนด ๑๐๐ ปีนั้นก็กลับลงมาเพื่อวางเมล็ดถั่วเขียวลงในกล่องแก้วนั้นอีกหนึ่งเมล็ด เวียนไปมาอยู่อย่างนี้ไม่รู้จบจนเมื่อสามารถวางเมล็ดถั่วเขียวให้เต็มกล่องแก้วนั้นแล้ว ใช้เวลาในการวางเมล็ดถั่วเขียวจนกว่าจะเต็มนั้นนานเท่าใดนั่นจึงเป็นเวลาเท่ากับหนึ่งมหากัป”

อันตรกัป
เวลาที่เรียกว่า “อันตรกัป” นี้ เป็นเวลาที่ใช้เรียกอายุของมนุษย์ในหนึ่งรอบอสงไขยปี ซึ่งพอจะอธิบายได้ดังนี้คือ

เมื่อเริ่มแรกกาลนานนั้น อายุของมนุษย์บนโลกนี้มิได้มีอายุเพียงแค่ ๗๐-๘๐ ปีดังที่เข้าใจกัน แต่มนุษย์มีอายุยาวนานนับเป็น “อสงไขยปี” ซึ่งจำนวนอสงไขยปีนี้นั้น ท่านให้เอาเลข ๑ นำหน้า แล้วนำเลข – 0 – ใส่ตามหลังเลขหนึ่งนั้นจำนวนทั้งสิ้น ๑๔๐ ตัว เช่น :- ๑,๐๐๐, ๐๐๐,๐๐ ไปเรื่อย ๆ จนครบจำนวนศูนย์ ๑๔๐ ตัว จำนวนเท่าที่ได้นั้นนับเป็น “อสงไขยปี”

“อสงไขยปี” เป็นอายุของมนุษย์โดยอนุมานเป็นสมัยเริ่มแรก และอายุที่ยืนยาวมากมายนี้ก็ค่อย ๆ ลดลงมาเรื่อย โดยหนึ่งร้อยปีจะลดลงหนึ่งปีเรื่อยมา ดังจะเห็นตัวอย่าง เช่น ในสมัยที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์ชีพอยู่นั้น อายุของมนุษย์มีประมาณ ๑๐๐ ปี (ดูข้อมูลที่หัวข้อ ๕ “ปัญจมหาวิโลกนะ” ได้แก่การพิจารณาถึงสิ่งสำคัญ ๕ ประการ หรือ กาลสมัยอันสมควรทั้ง ๕ ประการ ที่ทรงเลือกก่อนการเสด็จลงมาตรัสรู้ หนึ่งในประการที่ทรงเลือกคือ อายุของมนุษย์ที่มีอายุประมาณ ๑๐๐ ปี) และตั้งแต่สมัยพุทธกาล ตราบเท่ามาถึงปัจจุบันนี้ ระยะเวลาล่วงมาได้เป็นปีพุทธศักราช ๒๕๕๑ พรรษา หรือประมาณ ๒,๕๐๐ ปีล่วงมานี้ หนึ่งร้อยปีลดลงหนึ่งปี จำนวนสองพันห้าร้อยปีก็ลดลงเท่ากับ ๒๕ ปี ในปัจจุบันอายุของมนุษย์จึงเฉลี่ยโดยประมาณที่ ๑๐๐ หักออกเสีย ๒๕ เท่ากับ ๗๕ ปี อายุของมนุษย์จะลดลงจนที่สุดอยู่ที่ ๑๐ ปี และหลังจากนั้นอายุมนุษย์ก็จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยหนึ่งร้อยปีเพิ่มขึ้นหนึ่งปีดังที่ลดลง จนกระทั่งมนุษย์มีอายุยืนนานถึง “อสงไขยปี” อีกตามเดิม เวลาหนึ่งรอบอสงไขยปีนี้ เรียกว่าเป็น “หนึ่งอันตรกัป”

อสงไขยกัป
เมื่อนับจำนวนอันตรกัปตามที่กล่าวมาแล้วนั้น จนครบ ๖๔ อันตรกัปแล้ว จึงเรียกว่าเป็น หนึ่ง “อสงไขย” ซึ่งอสงไขยกัปนี้มีอยู่ ๔ ชนิดอสงไขยกัป ดังนี้คือ

สังวัฏฏอสงไขยกัป แปลว่า กัปเสื่อม คือ เป็นอสงไขยกัปที่เกิดขึ้นในขณะที่โลกถูกทำลาย ดังคำว่า สงฺวฏฺฏตีติ สงฺวฏโฏ หมายถึง กัปที่กำลังพินาศอยู่เรียกว่า สังวัฏฏอสงไขยกัป
สังวัฏฏฐายีอสงไขยกัป แปลว่า กัปที่ตั้งอยู่เนื่องด้วยกัปเสื่อม คือ เป็นอสงไขยกัปที่เกิดขึ้นเมื่อโลกถูกทำลายไปเรียบร้อยแล้ว ดังคำว่า สงฺวฏฺโฎ หุตวา ติฎฺฐตีติ สงฺวฏฺฐายี หมายถึง กัปที่มีแต่ความพินาศตั้งอยู่ เรียกว่า สังวัฏฏฐายีอสงไขยกัป
วิวัฏฏอสงไขยกัป แปลว่า กัปเจริญ คือ เป็นอสงไขยกัปที่เกิดขึ้นในเวลาที่โลกพัฒนาเข้าสู่ภาวะปกติ ดังคำว่า วิวฏฺฏตีติ วิวฏฏฺโฏ หมายถึง กัปที่กำลังเริ่มเจริญขึ้น เรียกว่า “วิวัฏฏอสงไขยกัป”
วิวัฏฏฐายีอสงไขยกัป แปลว่า กัปที่ตั้งอยู่เนื่องด้วยความเจริญ คือ เป็นอสงไขยกัปที่ปรากฏขึ้น ในเวลาที่โลกเจริญขึ้นพัฒนาเรียบร้อยเป็นปกติตามเดิมแล้ว ดังคำว่า วิวฏฺโฏ หุตฺวา ติฎฺฐตีติ วิวฏฺฏฐายี หมายถึง กัปที่เจริญขึ้นพร้อมแล้วทุกอย่างตั้งอยู่ตามปกติ เรียกว่า “วิวัฏฏฐายีอสงไขยกัป”
ในกัปย่อยทั้ง ๔ กัปนี้ จะกล่าวถึงกัปเสื่อมก่อน หมายความว่าเป็นระยะเวลาที่ โลกวินาศ คือ สลายหรือดับ ความวินาศของโลกมี ๓ อย่าง คือ

อาโปสังวัฏฏะ วินาศเพราะน้ำ
เตโชสังวัฏฏะ วินาศเพราะไฟ
วาโยสังวัฏฏะ วินาศเพราะลม
อธิบายตามคติเก่าแก่นั้นว่า เมื่อโลกวินาศเพราะไฟ จะเกิด มหาเมฆกัปวิลาศ คือ ฝนตกใหญ่ทั่วโลกก่อน ครั้นฝนนั้นหยุดแล้วจะไม่มีฝนตกอีก จะเกิดความแห้งแล้งไปโดยลำดับ จะมีดวงอาทิตย์ดวงที่ ๒ ปรากฏขึ้น จนถึงดวงที่ ๗ จึงจะเกิดไฟประลัยกัลป์ไหม้โลกจนหมดสิ้น อากาศเบื้องบนจะเป็นอันเดียวกับอากาศเบื้องล่าง หมายความว่า เหลือแต่อากาศว่างเปล่า มีความืดมิดทั่วไป ครั้นแล้ว มหาเมฆกัปสมบัติ (การก่อเกิดกัปใหม่) จะตั้งขึ้น ฝนจะตกลงทั่วในที่เกิดไฟไหม้ ลมจะประคองรวมน้ำฝนให้รวมกันเป็นก้อนกลม เหมือนหยาดน้ำบนใบบัวแล้วก็แห้งขอดลงไป ปรากฏโลกขึ้นใหม่ จึงถึงวาระที่เรียกว่ากัปเจริญ สัตว์ที่บังเกิดขึ้นเป็นพวกแรกนั้นเป็นพวกพรหมในพรหมโลกชั้นที่ไฟไหม้ขึ้นไปไม่ถึง ลงมาจุติหรือเกิดเป็นพวก อุปปาติกะ แปลว่า ลอยเกิด ผุดเกิด มิได้เกิดจากครรภ์หรือในครรภ์ แต่ว่าผุดเกิดขึ้นมาในอากาศ เป็นตัวตนใหญ่โตปรากฏขึ้น แล้วพากันบริโภคง้วนดิน หรือ ปฐวิรส คือ เมื่อน้ำแห้งขอด ก็เกิดเป็นแผ่นฟ้าขึ้นในเบื้องบน มีสีงาม มีรสหอมหวาน,สะเก็ดดิน หรือ ปฐวีปัปปฏก, เครือดิน หรือ ปทาลตา หมดไปโดยลำดับ จากนั้นจึงบริโภคธัญชาติ เป็นต้นว่า ข้าวสาลีสืบต่อมา สัตว์โลกจำพวกแรกจึงมีร่างกายหยายขึ้นโดยลำดับ จนปรากฏเป็นบุรุษสตรีสร้างบ้านเรือนสืบพันธุ์กันมา ในชั้นแรกมีอายุยืนยาวเป็นอสงไขย ต่อมาพากันประพฤติอกุศลกรรม ด้วยอำนาจของราคะ โทสะ โมหะ มากขึ้น อายุก็ลดน้อยถอยลงโดยลำดับจนถึง ๑๐ ปี ก็พากันถึงความพินาศเป็นส่วนมาก เพราะภัย ๓ อย่าง คือ ศัสตราวุธ โรค ทุพภิกขภัยคือความขาดแคลนอาหาร เรียกว่าถึงสมัย มิคสัญญี แปลว่า มีความสำคัญในกันและกันเหมือนอย่างเนื้อ คือ เห็นกันฆ่ากันเหมือนอย่างเนื้อถึก แต่ก็ยังไม่พินาศกันหมดทั้งโลก ยังมีสัตว์ที่เหลือตายหลบหลีกไปและกลับได้รับความสังเวชสลดทางจิต พากันประพฤติกุศลกรรมมากขึ้น ก็พากันเจริญอายุมากขึ้นด้วยอำนาจกุศลโดยลำดับจนถึงอสงไขย แล้วกลับอายุถอยลงมาด้วยอำนาจกุศลกรรมอีกครั้งหนึ่ง

เมื่อเป็นดังนี้จะเห็นว่า สัตว์ทั้งหลายทั้งมนุษย์และสัตว์เดรัจฉาน จะมีชีวิตอยู่ได้ก็เฉพาะตอนที่เป็นกัปสุดท้าย คือ วิวัฏฏฐายีอสงไขยกัป หรือ กัปที่ปกติ เจริญแล้วเท่านั้น เพราะกัปอื่น ๆ นั้น สรรพสัตว์ทั้งมวลไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ทั้งนี้ก็เนื่องด้วย เป็นกัปที่โลกถูกทำลาย และยังคุกกรุ่นอยู่ด้วยความไม่ปกติ เช่น มีความร้อน มีอุณหภูมิสูง น้ำท่วม หรือแห้งแล้งหนัก

กล่าวถึงการกำหนดนับในพุทธวงศ์ (ขุ.พุทฺธ.๓๓/๕๔๖/๒๗.) พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๑ ถึง ๔ อุบัติในกัปหนึ่ง องค์ที่ ๕ อุบัติในอีกกัปหนึ่ง แต่ในระหว่างองค์ที่ ๔ ถึงองค์ที่ ๕ มีระยะห่างกันมากจนนับกัปไม่ถ้วน(เป็นอสงไขยที่ ๑) พระพุทธเจ้าองค์ที่ ๖-๗-๘-๙ อุบัติอีกกัปหนึ่ง แต่ระหว่างองค์ที่ ๕ ต่อองค์ที่ ๖ นี้มีระยะห่างเป็นอสงไขที่ ๒ องค์ที่ ๑๐-๑๑-๑๒ อุบัติอีกกัปหนึ่ง ระยะเวลาห่างระหว่างองค์ที่ ๙ ต่อองค์ที่ ๑๐ เป็นอสงไขยที่ ๓ องค์ที่ ๑๓ อุบัติอีกกัปหนึ่ง ระยะเวลาห่างระหว่างองค์ที่ ๑๒ ต่อองค์ที่ ๑๓ เป็นอสงไขที่ ๔

นับตั้งแต่องค์ที่ ๑๓ นั้น มาจนถึงปัจจุบัน หรือว่านับตั้งแต่ภัททกัปในปุจจุบันนี้ย้อนไปจนถึงองค์ที่ ๑๓ อุบัติรวมได้แสนกัป องค์ที่ ๑๓ องค์เดียวอุบัติในกัปนั้น ย้อนกลับไปสามหมื่นกัปองค์ที่ ๑๔-๑๕ อุบัติ ย้อนไปหนึ่งหมื่นแปดพันกัปองค์ที่ ๑๖-๑๗-๑๘ อุบัติ ย้อนไปอีกเก้าสิบสี่กัปองค์ที่ ๑๙ อุบัติ ย้อนไปเก้าสิบสองกัปองค์ที่ ๒๐-๒๑ อุบัติ ย้อนไปเก้าสิบเอ็ดกัป องค์ที่ ๒๒ อุบัติคือพระพุทธเจ้าวิปัสสี ย้อนกลับไปสามสิบเอ็ดกัปองค์ที่ ๒๓-๒๔ อุบัติ

ต่อจากนั้นก็มาถึง ภัทรกัป หรือ กัปปัจจุบัน คือ กัปที่เจริญที่สุด เพราะมีพระพุทธเจ้ามาอุบัติจำนวน ๕ พระองค์ ตั้งแต่องค์ที่ ๒๕-๒๖-๒๗-๒๘ ได้อุบัติขึ้นโดยลำดับ และองค์ที่ ๒๙ คือพระศรีอริยเมตไตย ที่จะอุบัติขึ้นในอนาคตเบื้องหน้านั้น รวมเป็นพระเจ้า ๕ พระองค์ ในกัปนี้ เพราะกัปนี้มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมากกว่ากัปอื่น ๆ ในอดีตที่ท่านระลึกไปถึง จึงเรียกว่า ภัททกัป หรือ ภัทรกัป แปลว่า กัปเจริญ

อสงไขยกัปหนึ่ง ๆ นั้น กินเวลายาวนานดังนี้ คือ

สังวัฏฏอสงไขยกัป กินเวลานานถึง ๖๔ อันตรกัป
สังวัฏฏฐายีอสงไขยกัป กินเวลานานถึง ๖๔ อันตรกัป
วิวัฏฏอสงไขยกัป กินเวลานานถึง ๖๔ อันตรกัป
วิวัฏฏฐายีอสงไขยกัป กินเวลานานถึง ๖๔ อันตรกัป
รวมทั้ง ๔ อสงไขยกัป กินเวลารวม ๒๕๖ อันตรกัป

มหากัป
เมื่อนับจำนวนทั้ง ๔ อสงไขยกัป หรือ ๒๕๖ อันตรกัป จึงเป็น ๑ “มหากัป” ดังนั้น เวลาที่เรียกว่า “มหากัป” จึงเป็นเวลาที่ยาวนาน ดังจะสรุปให้เห็นดังนี้ คือ

๑ รอบอสงไขยปี เป็น ๑ อันตรกัป
๖๔ อันตรกัป เป็น ๑ อสงไขยปี อสงไขยกัป
๔ อสงไขยปี อสงไขยกัป (หรือ ๒๕๖ อันตรกัป*) เป็น ๑ มหากัป
* ๖๔ อันตรกัป เป็น ๑ อสงไขยกัป / ๑ มหากัป มี ๔ อสงไขยกัป / ๑ มหากัป จึงคิดได้เป็น ๒๕๖ อันตรกัป (๖๔ × ๔)

ดังนี้จะเห็นว่า การสร้างพระบารมีของพระพุทธเจ้า ต้องทรงสร้างพระบารมีตั้งแต่เริ่มแรกจนกระทั่งได้ตรัสรู้นับเป็นเวลานาน ตามประเภทของพระพุทธเจ้า คือ

พระปัญญาธิกพุทธเจ้า คือพระพุทธเจ้าประเภทปัญญาธิกะ ทรงสร้างพระบารมีรวมทั้งหมด เป็นเวลา ๒๐ อสงไขย กับอีก หนึ่งแสนมหากัป
พระสัทธาธิกะพุทธเจ้า คือ พระพุทธเจ้าประเภทสัทธาธิกะ ทรงสร้างพระบารมีรวมทั้งหมด เป็นเวลา ๔๐ อสงไขย กับอีก หนึ่งแสนมหากัป
พระวิริยาธิกะพุทธเจ้า คือ พระพุทธเจ้าประเภทวิริยาธิกะ ทรงสร้างพระบารมีรวมทั้งหมด เป็นเวลา ๘๐ อสงไขย กับอีก หนึ่งแสนมหากัป
แสดงความคิดเห็น

ป้ายคำ : ปัญจมหาวิโลกนะภัทรกัป
แชร์บนเฟซบุคแชร์บนทวิตเตอร์
บทความก่อนหน้า
พระพุทธเจ้า ๓ ประเภท
บทความถัดไป
พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล
เว็บไซต์พุทธะ
ผู้เขียนเว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย
บทความทั้งหมดของเว็บไซต์พุทธะ
แสดงความคิดเห็น
แนะนำเพิ่มเติม...
พระเจ้าสิบชาติ - พระมโหสถ
ปฐมบทเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า
พระเจ้าสิบชาติ – พระมโหสถ (ในราชสำนัก)
23 มิถุนายน 25605.99 พัน
พระเจ้าสิบชาติ - พระเวสสันดร
ปฐมบทเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า
พระเจ้าสิบชาติ – พระเวสสันดร
9 กุมภาพันธ์ 256021.8 พัน
พระเจ้าสิบชาติ - พระวิธูรบัณฑิต
ปฐมบทเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า
พระเจ้าสิบชาติ – พระวิธูรบัณฑิต
9 กุมภาพันธ์ 25609.4 พัน
พระเจ้าสิบชาติ - พระพรหมนารท
ปฐมบทเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า
พระเจ้าสิบชาติ – พระพรหมนารท
9 กุมภาพันธ์ 25608.84 พัน
อ่านต่อ
พิมพ์คำค้นหาแล้วกด Enter ได้เลยครับ...
ธรรมะล่าสุด
Thai Tipikata
[๑๔๗] ไม่ลัก ๗ เรื่อง
Thai Tipikata
[๑๔๖] เรื่องฉันของเคี้ยวด้วยสำคัญว่าของตน ๒ เรื่อง
8 กุมภาพันธ์ 2562
Thai Tipikata
[๑๔๕] เรื่องถือวิสสาสะฉันของเคี้ยว
7 กุมภาพันธ์ 2562
Thai Tipikata
[๑๔๔] เรื่องไม่ออกไป
6 กุมภาพันธ์ 2562
Thai Tipikata
[๑๔๓] เรื่องราวจีวร
5 กุมภาพันธ์ 2562
สมัครรับจดหมายข่าว
กรอกอีเมลของคุณ...
รับจดหมายข่าวจากเว็บไซต์พุทธะ

เฟซบุคเว็บไซต์พุทธะ

Instagram
Configuration error or no pictures...

บทความในหมวดเดียวกัน
พระเจ้าสิบชาติ - พระจันทราช
พระเจ้าสิบชาติ – พระจันทราช
9 กุมภาพันธ์ 2560
พระเจ้าสิบชาติ - พระภูริทัต
พระเจ้าสิบชาติ – พระภูริทัต
9 กุมภาพันธ์ 2560
พระเจ้าสิบชาติ - พระมโหสถ
พระเจ้าสิบชาติ – พระมโหสถ
9 กุมภาพันธ์ 2560
พระเจ้าสิบชาติ - พระเนมิราช
พระเจ้าสิบชาติ – พระเนมิราช
9 กุมภาพันธ์ 2560
พระเจ้าสิบชาติ - พระสุวรรณสาม
พระเจ้าสิบชาติ – พระสุวรรณสาม
9 กุมภาพันธ์ 2560
พระเจ้าสิบชาติ - พระมหาชนก
พระเจ้าสิบชาติ – พระมหาชนก
9 กุมภาพันธ์ 2560
พระเจ้าสิบชาติ - พระเตมีย์ใบ้
พระเจ้าสิบชาติ – พระเตมีย์ใบ้
6 กุมภาพันธ์ 2560
ลำดับชั้นแห่ง ๒ ราชตระกูล
ลำดับชั้นแห่ง ๒ ราชตระกูล
18 ธันวาคม 2552
พระญาติฝ่ายพระพุทธบิดาและพระพุทธมารดา
18 ธันวาคม 2552
แคว้นสักกะและศากยวงศ์
18 ธันวาคม 2552
กลุ่มป้ายคำ
การบวชความรักความรู้เกี่ยวกับพระสงฆ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยาชลบุรีธรรมจักรธรรมประพันธ์ธรรมศึกษาธรรมในใจปกิณกธรรมประมวลภาพปี ๒๕๕๒ประมวลภาพปี ๒๕๕๓ประมวลภาพปี ๒๕๕๕พระครูจันทนิภากรพระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโรพระธรรมเทศนาพระพุทธเจ้าพระรัตนตรัยพระวินัยปิฎกพระสงฆ์พระสุตตันตปิฎกพระสูตรพระอภิธรรมปิฎกพระเจ้าสิบชาติพระไตรปิฎกพุทธคยาพุทธบริษัทพุทธศาสนสุภาษิตภัทรวรรณ วันทนชัยสุขวัดบวรนิเวศวิหารวัดป่าทรัพย์ทวีธรรมารามวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์วิปัสสนากรรมฐานวีดิทัศน์ธรรมวีดิทัศน์ธรรม ๒๕๕๒สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกสมเด็จพระสังฆราชสวนโมกข์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโนหลวงปู่แหวน สุจิณโณหลวงพ่อกัณหา สุขกาโมหลวงพ่อถวิล จันทะสะโรอาคารมาลีนนท์ ทาวเวอร์ไตรลักษณ์ไทยธรรม
สื่อธรรมะยอดนิยม
คุณบัณฑิต อึ้งรังษี วาทยากรไทยระดับนานาชาติ
ชีวิตผม…ผมกำกับเอง
17 กุมภาพันธ์ 2551
อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ปราชญ์แห่งสยาม และ คุณฤทธิพร อินสว่าง นักร้อง
“เข้าพรรษา…ทำไม” (๒)
12 กรกฎาคม 2552

รสแห่งความเมตตา ชุ่มเย็นยิ่งนัก
30 ตุลาคม 2551

ธรรมะคือคุณากร ครั้งที่ ๑/๒๕๕๕ อยู่กันด้วยความรัก
24 กุมภาพันธ์ 2555
แสงธรรมส่องใจ ครั้งที่ ๕/๒๕๕๔ ในหัวข้อ วิปัสสนาญาณ ๙
วิปัสสนาญาณ ๙ โดย พระครูจันทนิภากร (หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร)
22 สิงหาคม 2554

นิทรรศการพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันตธาตุ และพระธาตุ
24 กรกฎาคม 2551

ทางแห่งความสงบ โดย พระครูจันทนิภากร (หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร)
9 กรกฎาคม 2552
อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ช่างเขียนรูป
ธรรมะ…ง่ายๆ (๑)
23 สิงหาคม 2552
บทความแนะนำประจำสัปดาห์
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร - ภาพโดย Lungnuat
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
พระอาจารย์เพ็ง พุทฺธธมฺโม
พระอาจารย์เพ็ง พุทฺธธมฺโม (ตอนที่ ๖ จบ)
พระมหาเจดีย์พุทธคยา ณ วัดจองคำ ลำปาง
พระมหาเจดีย์พุทธคยา ณ วัดจองคำ ลำปาง
พระเทวทัตทูลขอวัตถุ ๕ ประการ
หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ
หลวงปู่โต๊ะ อินฺทสุวณฺโณ
วันพ่อ…วันแม่ พระครูบาบุญชุ่ม ญาณสํวโร
วันพ่อ…วันแม่

บทเจริญพระพุทธมนต์ สวดมนต์ข้ามปี ทำความดี ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ๒๕๕๗
ภาพจาก timezone
โลก ๓ ประเภท
สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์

12/01/2015

คำสอนของพุทธะทั้งหมดมีวัตถุประสงค์ข้อนี้เพียงข้อเดียว คือพาพวกเราข้ามขึ้นให้พ้นเสียจากภูมิแห่งความคิด บัดนี้ถ้ารีดความคิด หรือหยุดความคิดของเราได้สำเร็จแล้ว ประโยชน์อะไรด้วยธรรมทั้งหลายที่พุทธะได้สอนไว้ มันหมายถึงสามารถปฏิบัติจนหยุดคิดของความคิดปรุงแต่งต่าง ๆ เสียได้ ไม่มีอะไรสามารถปรุงให้จิตคิดไปตามอำนาจกิเลสตัณหาได้อีกต่อไป เป็นจิตที่ว่างจากสิ่งปรุงแต่งและความคิดทั้งปวง นั่นแหละเป็นตัวธรรม หรือพุทธะ หรือธรรมชาติเดิมแท้อยู่ในความเป็นเช่นนั้น เพราะเรานั้น ถ้าเราสามารถทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งแล้ว คำพูดของมนุษย์ไม่สามารถหว่านล้อม หรือเปิดเผยมันได้ ความตรัสรู้คือความไม่มีอะไรให้ระลึกถึง ผู้ถึงได้ก็ไม่พูดแล้ว ไม่พูดว่าเขารู้อะไร เพราะสิ่งนี้มันอยู่เหนือคำพูด

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเลยไปหนึ่งอสงไขยแสนกัปแต่กัปนี้ 08/01/2015

https://www.youtube.com/watch?v=Ke18fXgjtpY

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเลยไปหนึ่งอสงไขยแสนกัปแต่กัปนี้ ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าเลยไปหนึ่งอสงไขยแสนกัปแต่กัปนี้ไปข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า อโนมทัสสี ปรารถนาเห็นพระองค์ ข้าแต่...

บารมี10 โดย พระราชพรหมยาน หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง 18/04/2014

http://www.youtube.com/watch?v=OX2FVW37Sl8

บารมี10 โดย พระราชพรหมยาน หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง กระผมมีความประสงค์ จะเผยแพร่คำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้กับผู้ที่สนใจศึกษา โดย พระราชพรหมยาน(หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ วัดท่าซุง) ท่านเมตตาเทศน์สั่งสอน ห...

10/07/2013

ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า เลยไปหนึ่งอสงไขย แสนกัปแต่กัปนี้ไป ข้าพระองค์หมอบลงที่ใกล้พระบาทของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า อโนมทัสสี

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Non Buri?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


69/6 ติวานนท์ 18
Non Buri
11000