ครูเต็มขั้น

ครูเต็มขั้น ร่วมกันเปิดหน้าต่างของครูไทย ให้รู้ ให้เห็น ให้เข้าใจ นำสู่การคิดและลงมือทำ เพื่อเด็กไทย

ประชาสัมพันธ์ "รับสมัคร" ครูอัตราจ้าง ครับ ใครสนใจติดต่อเลย 👇
27/11/2025

ประชาสัมพันธ์ "รับสมัคร" ครูอัตราจ้าง ครับ
ใครสนใจติดต่อเลย 👇

25/10/2025

UPDATE: อาเซียนต้อนรับ ติมอร์-เลสเต เข้าเป็นสมาชิกชาติที่ 11 อย่างเป็นทางการ
ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ของมาเลเซียในวันนี้ (25 ตุลาคม) มีการกล่าวต้อนรับติมอร์-เลสเต เข้าเป็นสมาชิกลำดับที่ 11 ของอาเซียนอย่างเป็นทางการ โดยถือเป็นก้าวสำคัญของอาเซียน เนื่องจากเป็นการต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปี
ติมอร์เลสเต หรือติมอร์ตะวันออก ได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนในปี 2011 โดยก่อนหน้านี้สมาชิกรายสุดท้ายที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนลำดับที่ 10 คือกัมพูชาในปี 1999
โมฮัมหมัด ฮะซัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนประจำปี ระบุว่า การต้อนรับติมอร์เลสเต ซึ่งเป็นประชาธิปไตยยุคใหม่เข้าเป็นสมาชิก “ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความมุ่งมั่นร่วมกันของอาเซียนเท่านั้น แต่ยังเสริมสร้างศักยภาพในการรับมือกับความท้าทายในอนาคตร่วมกันอีกด้วย”
โดยติมอร์เลสเต ซึ่งมีประชากรเพียง 1.4 ล้านคน ได้รับการยกย่องว่าเป็นก้าวสำคัญเชิงสัญลักษณ์สำหรับการมีส่วนร่วมในระดับภูมิภาค
ที่ผ่านมา ติมอร์เลสเตเคยเป็นอาณานิคมของโปรตุเกสมานานกว่าสี่ศตวรรษก่อนที่อินโดนีเซียจะบุกยึดครองในปี 1975
การยึดครองอันโหดร้ายยาวนาน 24 ปีตามมา คร่าชีวิตผู้คนไปหลายหมื่นคนจากความขัดแย้ง ความอดอยาก และโรคภัยไข้เจ็บ ก่อนที่การลงประชามติภายใต้การกำกับดูแลของสหประชาชาติในปี 1999 จะปูทางไปสู่การประกาศเอกราชของติมอร์เลสเต ในปี 2002
ซึ่งการเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน จะทำให้ติมอร์เลสเต สามารถเข้าถึงข้อตกลงการค้าเสรี โอกาสการลงทุน และตลาดภูมิภาคที่กว้างขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาและกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ จากเดิมที่พึ่งพารายได้จากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมายาวนาน

🖤
25/10/2025

🖤

ตัวอย่างถ้อยคำแสดงความอาลัย
ประมวลจากหนังสือ ราชาศัพท์ที่ใช้ในโอกาสต่าง ๆ ฉบับราชบัณฑิตยสภา

01/10/2025

📢🌟EP3. Compentecy outcomes
Related to real life
รู้ได้อย่างไรว่าเด็กเกิด “สมรรถนะ”
ทำไมหลักสูตรใหม่สาธิตจุฬาฯ จึงให้ความสนใจ “ฐานสมรรถนะ”

📌Pain point
จากงานเผยแพร่โดยคณะกรรมการวิจัย ที่ตั้งขึ้นจากคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา

> ความรู้ท่วมหัวตัวไม่รอด > นกแก้วนกขุนทอง > รู้แต่ไม่ทำไม่นำไปใช้ > เรียนเพื่อสอบตอบเสร็จลืม > ไม่มีความใฝ่เรียนรู้ > ขาด Passion ไม่มีแรงบันดาลใจในการเรียน > ไม่สนใจเปิดรับสิ่งใหม่ๆ

> โลกเปลี่ยน อาชีพเปลี่ยน ทักษะและคุณลักษณะใหม่ๆที่สำคัญจำเป็นถูกเรียกร้องให้เกิดขึ้นในตัวนักเรียนก่อนที่จะเข้าสู่โลกของงานและอาชีพ

> ในอนาคตการรับนักเรียนเข้ามหาวิทยาลัยรอบ portfolio มีมากขึ้น การพัฒนานักเรียนสามารถสร้างชิ้นงานหรือผลงานที่เป็นการประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะและคุณลักษณะ จะทำให้ portfolio แสดงสมรรถนะที่พร้อมเข้าสู่มหาวิทยาลัยมากขึ้น

> แผนยุทธศาสตร์ชาติ มาตรฐานการศึกษาชาติ เกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษา ระบุชัดเจนถึงการจัดการศึกษาที่เน้นการพัฒนาสมรรถนะในตัวนักเรียน

#สมรรถนะคืออะไร ❓
สมรรถนะ คือ พฤติกรรม/การกระทำที่นำ #ความรู้ (K) #ทักษะ (S) และ #คุณลักษณะ (A) มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน การใช้ชีวิตและการแก้ปัญหาใน #บริบทและสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน จน #ประสบความสำเร็จ

องค์เพื่อความร่วมมือและการพัฒนาเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and Development - OECD) ได้นำเสนอนิยามของสมรรถนะด้วยภาพที่ “เชือกสามเส้น” ที่หมายถึงด้านความรู้ (K) ทักษะ (S) และคุณลักษณะ (A) มาประสานกันจนเกิดเป็นสมรรถนะ

นั่นหมายความว่าการจะเกิดสมรรถนะได้นั้นต้องอาศัยทั้งสามด้านพร้อมกัน และ ถึงแม้จะนักเรียนมี ความรู้ (K) ทักษะ (S) และคุณลักษณะ (A) แล้ว ถ้าไม่เคยให้นักเรียนฝึกใช้ ความรู้ (K) ทักษะ (S) และคุณลักษณะ (A) ผ่านสถานการณ์ต่างๆ สมรรถนะก็อาจจะไม่เกิด

จะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กมีสมรรถนะ คุณครูต้องการโยน #สถานการณ์ #ปัญหาหรือความท้าทาย ให้เด็กได้ลองลงมือทำที่แสดงถึงพฤติกรรมในการประยุกต์ใช้ความรู้ (K) ทักษะ (S) และคุณลักษณะ (A) ดังนั้นการประเมินความรู้ (K) ทักษะ (S) และคุณลักษณะ (A) ที่แยกออกจากกันยังไม่สามารถบอกว่าเด็กมีสมรรถนะได้ เป็นเพียงการประเมินเพื่อทราบว่านักเรียนมีความรู้ (K) ทักษะ (S) และคุณลักษณะ (A) เพียงพอแล้วหรือยัง

นอกจากนี้ #สมรรถนะจะมีความแตกต่างไปตามบริบท เช่น หากครูสอนนักเรียนให้เกิดสมรรถนะในการรับมือกับภัยพิบัติ ถ้าเป็นในภาคเหนือก็ควรจะเน้นภัยพิบัติเกี่ยวกับดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก มากกว่าสึนามิและคลื่นซัดฝั่ง หรือหากสอนสมรรถนะในการประกอบการก็ต้องสัมพันธ์กับความต้องการของงานและอาชีพในท้องถิ่นที่นักเรียนอาศัยอยู่

สุดท้าย #เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กมีสมรรถนะก็ต้องดูที่ความสำเร็จในการแสดงออกของพฤติกรรม นั่นหมายความว่า ครูจะต้องมีเกณฑ์ให้นักเรียนไต่ระดับตามความเชี่ยวชาญจาก ระดับ #เริ่มต้น #กำลังพัฒนา #มาตรฐาน #เหนือความคาดหวัง ตามลำดับ

ตัวอย่างที่ 1 สมรรถนะเฉพาะในวิชาสังคมศึกษา เช่น

" #ปฏิบัติตนดำเนินชีวิตประจำวันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม"

จะเห็นว่าการปฏิบัติตนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้นั้น เด็กคงต้องมี

อาศัย #ความรู้
- ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ
- ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ในชุมชน
- สาเหตุและผลกระทบของกิจกรรมมนุษย์ที่มีต่อธรรมชาติ
- นโยบาย กฎหมายและองค์กรสิ่งแวดล้อมในชุมชน
- หลักการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

อาศัย #ทักษะ
- การคิดวิเคราะห์ความเป็นเหตุและผล
- การประเมินทางเลือกและการตัดสินใจในการแก้ปัญหา
- การคิดเชิงอนาคต และการคิดเชิงระบบ

อาศัย #คุณลักษณะ
- ตระหนักและรักธรรมชาติ และรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

เด็กที่มีความรู้เรื่องปฏิสัมพันธ์ในระบบธรรมชาติมาก ก็อาจจะไม่ปฏิบัติตนดำเนินชีวิตประจำวันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ถ้าเด็กไม่ได้เกิดความตระหนักมากพอ

เด็กอาจแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ แต่ก็ไม่เชี่ยวชาญพอหากขาดทักษะการคิดวิเคราะห์หรือการตัดสินใจที่ดี

ในขณะเดียวกันเด็กที่รักสิ่งแวดล้อม หากไม่มีความรู้เท่าทันสิ่งแวดล้อมที่ถูกต้อง ก็อาจตัดสินใจปฏิบัติเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่ถูกก็ได้เพราะไม่มีความรู้ในการปฏิบัติ

ตัวอย่างที่ 2 สมรรถนะในวิชาภาษาอังกฤษ

ตัวอย่าง “ #สื่อสารภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน“

ตัองอาศัย #ความรู้
- หลักการอ่านออกเสียง (พยัญชนะต้นคำ ท้ายคำ หนักเบา สูงต่ำ วรรคตอน เชื่อมประโยค)
- หลักการอ่านจับใจความ หลักภาษาไวยากรณ์
- คำศัพท์ สำนวน โครงสร้างประโยคที่เกี่ยวข้องกับการขอร้อง แนะนำ ชี้แจง คำสั่ง อธิบาย เปรียบเทียบ แสดงความคิดเห็น/ความรู้สึก การให้เหตุผล การยกตัวอย่าง การแสดงความต้องการ/ช่วยเหลือ
- คำศัพท์ คำพังเพย สุภาษิต บทกลอน
- คำประเภทต่างๆ คำสันธาน ตัวเชื่อม คำบุพบท
- ความรู้เกี่ยวกับมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมเจ้าของภาษาเทศกาล วันสำคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ ความเชื่อ ขนบธรรมเนียมและประเพณีของเจ้าของภาษา
- ความเหมือนและความต่างระหว่างภาษาต่างประเทศกับภาษาไทย

อาศัย #ทักษะ
- ทักษะใช้ skimming/scanning/guessing/context clue
- ทักษะการออกเสียง
- ทักษะการสะกดคำ
- ทักษะการจับใจความ สรุปความ วิเคราะห์ ตีความ แสดงความคิดเห็น
- ทักษะการสืบค้นข้อมูลและการนำเสนอ
- ทักษะการใช้พจนานุกรม
- ทักษะการใช้ภาษา น้ำเสียงและกิริยาท่าทาง
- ทักษะการวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ /คู่สนทนา/ ความไวต่อความรู้สึก

อาศัย #คุณลักษณะ
- ความเชื่อมั่นในตัวเอง ความกล้าแสดงออกและพร้อมที่จะเรียนรู้ความผิดพลาด
- ความละเอียดรอบคอบ และรู้เท่าทันด้วยใจเป็นกลาง
- การคำนึงถึงความถูกต้องตามกฎหมายและศีลธรรมอันดี จริยธรรมทางวิชาการ
- ความรับผิดชอบต่อผลกระทบของการสื่อสารที่มีตนเองและผู้อื่น ผลที่จะเกิดขึ้นในสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างทั้งในระดับชุมชน ชาติ และสากล
- การมีกาลเทศะและความเหมาะสมกับสถานการณ์
- การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ เป็นประโยชน์ และมีวิจารณญาณ
- การรักษามารยาททางสังคมและเข้าใจวัฒนธรรมเจ้าของภาษา
- การตระหนักถึงความสำคัญของความแตกต่างหลากหลายทางความคิดและวัฒนธรรมของผู้ส่งสารที่มีต่อสารที่ได้รับ

นักเรียนที่ตอบ grammar เก่งมาก ตอบข้อสอบ conversation ได้เต็ม รู้ศัพท์มากมาย พูดนำเสนอหน้าห้องได้ แต่พอเจอชาวต่างชาติแล้วไม่กล้าพูด เพราะขาดคุณลักษณะความเชื่อมั่นในตัวเอง ความกล้าแสดงออกและพร้อมที่จะเรียนรู้ความผิดพลาดจากการสื่อสารในฐานะภาษาที่ 2 ก็เท่ากับไม่มี “สมรรถนะ” จึงจำเป็นต้องจัดประสบการณ์จริงหรือใกล้เคียงจริงที่หลากหลายเพื่อเด็กเกิดการนำความรู้ ทักษะและคุณลักษณะไปใช้

ล่าสุดมีการปรับภาพเชือก ใน ปี ค.ศ.2016
ไม่ใช่แค่พันธรรมดา แต่มานัวๆ กันจนสำเร็จ

“เคยเป็นไหม เวลามีคนถามว่าทำไมเราทำสิ่งนี้ได้อย่างคล่องแคล่วเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์และบริบทใดก็สำเร็จ แล้วเราก็ตอบไม่ได้ เพราะว่าสิ่งที่เราทำมันเคยชินจนเป็นธรรมชาติซะแล้ว“

การพัฒนาสมรรถนะจึงเป็นกระบวนการต่อเนื่อง การฝึกฝนและทำซ้ำๆ จนเป็นความสามารถและพัฒนาในระดับที่สูงขึ้น เป็นสิ่งที่ติดตัวผู้เรียน สามารถถ่ายโยงไปปรับและประยุกต์ใช้ ในการแก้ไขและจัดการกับสิ่งต่างๆ ผ่านการไตร่ตรองและสะท้อนคิดจนเป็นนิสัย

และนี่คือสิ่งที่โรงเรียนของเรา ปรารถนาให้นักเรียนของเรา โลกเปลี่ยน ห้องเรียนปรับ หลักสูตรขยับ จับสมรรถนะตัวตั้ง

โปรดติดตามตอนต่อไป ปักหมุดไว้ครับ 📍
#งานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา #การพัฒนาและขับเคลื่อนการใช้หลักสูตร #หลักสูตรฐานสมรรถนะ #ฝ่ายวิชาการหลักสูตรและการสอน #สาธิตจุฬาฯ

24/09/2025
23/09/2025

📢🌟EP.2 Adaptative to the changing needs
หลักสูตรที่สอดรับความต้องการจำเป็น
เส้นทางกว่าจะมาเป็นหลักสูตรใหม่ เราศึกษาอะไรกันบ้าง

โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม เดินหน้าพัฒนาสถานศึกษาเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะเพื่อเติมเต็มศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา

🌟ปีการศึกษา 2566
🎯> วิจัย “อนาคตของหลักสูตรฐานสมรรถนะ ของโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม” เพื่อประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาส่วนนำของหลักสูตรสถานศึกษา โดยศึกษาข้อมูลดังต่อไปนี้

1. ข้อมูลแนวโน้มการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับนานาชาติระดับประเทศ

2. การประเมินความต้องการจำเป็นในการพัฒนาส่วนนำของหลักสูตรสถานศึกษา

3. ผลการจัดเสวนาทางวิชาการ ครั้งที่ 1 การออกแบบและพัฒนานวัตกรรมหลักสูตรระดับมัธยมศึกษาเชิงเปรียบเทียบสู่การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์ กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบของประเทศไทย โดยผู้อำนวยการและผู้บริหารจากกลุ่มโรงเรียนสาธิตในกรุงเทพมหานคร

4. ผลการจัดเสวนาทางวิชาการ ครั้งที่ 2-3 การออกแบบและพัฒนานวัตกรรมหลักสูตรระดับมัธยมศึกษาเชิงเปรียบเทียบสู่การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์ กรณีศึกษาโรงเรียนต้นแบบของประเทศไทย โดยผู้อำนวยการและผู้บริหารจากกลุ่มโรงเรียนเครือเอกชน

5. ผลการจัดเสวนาทางวิชาการ ครั้งที่ 4 ทิศทางของโรงเรียนและอัตลักษณ์ของโรงเรียนสู่สังคมแห่งการเปลี่ยนแปลง

6. แผนยุทธศาสตร์โรงเรียน พ.ศ.2565-2568

7. งานวิจัยผลการประเมินหลักสูตรโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม พ.ศ.2553

8. ข้อมูลผลการวิเคราะห์สภาพการณ์ของโรงเรียน SWOT Analysis

🌟ปีการศึกษา 2567
🎯> พัฒนา “ส่วนนำของหลักสูตร”
นำผลการวิจัยและการสังเคราะห์เอกสารมากำหนด ก่อนนำร่าง “ส่วนนำของหลักสูตร” ผ่านผู้ทรงคุณวุฒิด้านหลักสูตร
1. วิสัยทัศน์ หลักการ เป้าหมาย อัตลักษณ์ของหลักสูตร และผลลัพธ์ของผู้เรียนเมื่อจบหลักสูตร
2. สมรรถนะหลัก พฤติกรรมบ่งชี้ และระดับการพัฒนา ตามช่วงชั้น

🌟ปีการศึกษา 2568
🎯> พัฒนา สมรรถนะเฉพาะของทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และกลุ่มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน > ผลลัพธ์การเรียนรู้เชิงสมรรถนะรายปี > พัฒนาหลักสูตรรายวิชา คำอธิบายรายวิชา โครงสร้างรายวิชาใหม่ > พัฒนาประมวลรายวิชา > ออกแบบการจัดการเรียนรู้และการวัดประเมินผลตามหลักสูตรใหม่

🎯> จัดนิเวศการเรียนรู้ของโรงเรียนเพื่อมุ่งสร้างสมรรถนะและเติมเต็มศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล

🎯> จัดทำแผนการสื่อสารและสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสูตรใหม่ของโรงเรียน แก่นักเรียน อาจารย์และผู้ปกครอง

🎯> จัดทำโครงการเพิ่มพูนสมรรถนะครูในการจัดการศึกษาฐานสมรรถนะ

🌟ปีการศึกษา 2569 เริ่มใช้หลักสูตรใหม่
🎯> มีการ "วิจัย” ผลการใช้หลักสูตรใหม่ของโรงเรียน กำกับติดตาม และ “พัฒนา” ให้เป็นฉบับสมบูรณ์ต่อไป✨

#งานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา #การพัฒนาและขับเคลื่อนการใช้หลักสูตร #หลักสูตรฐานสมรรถนะ #ฝ่ายวิชาการหลักสูตรและการสอน #สาธิตจุฬาฯ

21/09/2025

📢 🌟 EP.1 หลักสูตรสาธิตจุฬาฯ ยึดหลัก Personalized Learning

เมื่อโรงเรียนยึดหลัก ที่ว่า “ #นักเรียนทุกคนสามารถเป็นเจ้าของการเรียนรู้ได้ #นักเรียนแต่ละคนมีเป้าหมายในการพัฒนาของตนเอง #นักเรียนจึงสามารถเลือกประเด็น #วิธีการเรียน #วิธีการประเมินที่เหมาะสมกับความถนัดและธรรมชาติผู้เรียน“ การจัดตารางสอนของโรงเรียนจึงเป็นภารกิจที่ต้องใส่ใจรายละเอียด และใช้เวลา #โดยยึดผลประโยชน์ของนักเรียนเป็นตัวตั้ง

- ในระดับ ม.ต้น มีวิชาเลือกเสรี 60-80 วิชาต่อระดับชั้นปี ในระดับ ม.ปลาย มีรายวิชาเลือกเสรี 90-100 วิชาต่อระดับชั้นปี ให้นักเรียนเลือกลงทะเบียน นักเรียนวางแผนตารางเรียนเอง โดยจะมีตารางคาบเสรีและชุดรายวิชาเสรีที่แสดงวันเวลา ผู้สอนและรายละเอียดคอร์สมาให้พิจารณา ยิ่งชั้นปีที่สูงขึ้น ช่องเสรีจะมากขึ้น

- ในรายวิชาเสรี จะมีเปิดหลายตอนเรียน เพื่อให้นักเรียนสามารถเลือกคุณครูให้ตรงกับธรรมชาติของผู้เรียนได้

- ไม่มีการกำหนดเกณฑ์ขั้นต่ำของนักเรียนที่ลงทะเบียนเรียนในการเปิดรายวิชา นักเรียนลงทะเบียนเรียนเพียงหนึ่งคนก็ยังมีการทำการเรียนการสอน

- ในสัปดาห์แรกของการเปิดเทอม นักเรียนสามารถลงทะเบียนเรียนรายวิชาเสรี และสามารถเปลี่ยนแปลง เพิ่ม ถอน ลด รวมถึงเปลี่ยนแปลงตอนเรียนได้แบบ Real time ผ่านระบบออนไลน์ โดยสามารถเข้าไปนั่งเรียนในห้องเรียนก่อนได้ หากไม่ตรงกับความถนัดหรือความสนใจก็สามารถเปลี่ยนได้ภายในสองสัปดาห์

- มีรายวิชาเสรีที่เปิดในแนวตั้ง สามารถเรียนคละชั้นได้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และฝึกปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนต่างวัย

- รายวิชาเสรีแต่ละวิชา มีจำนวนการรับนักเรียนที่แตกต่างกันตามรูปแบบการสอน วิชาภาคปฏิบัติ วิชาภาคบรรยาย และวิชาที่มีการจัดทัศนศึกษาภายนอก

- มีรายวิชาเสรีที่ได้รับความอนุเคราะห์จากอาจารย์พิเศษภายนอกหรือผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาโดยตรง เช่น วิชาประสบการณ์ตรงจากแพทย์ วิชาการเขียนโปรแกรม วิชาธุรกิจการกีฬา วิชานวัตกรรมผู้ประกอบการและการตลาด เป็นต้น

- ในคาบเรียนวิชาพื้นฐาน ภาษาอังกฤษจะมีการแบ่งนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม แยกกันไปเป็น

1) ห้องเรียน British Council สำหรับนักเรียนที่สนใจเรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา ซึ่งรับการจัดการเรียนรู้จากชาวต่างประเทศ โดยสถาบัน British Council

2) ห้องเรียน High-ability สำหรับนักเรียนที่มีความ สนใจเรียนภาษาอังกฤษแบบเข้มข้น

3) ห้องเรียน CUD-AP ภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนที่ต้องการเรียนภาษาอังกฤษระดับมหาวิทยาลัย ล่วงหน้า ในหลักสูตรปริญญาตรี โดยเรียนร่วมกับร่วมกับนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการเรียนการสอนโดยคณาจารย์สถาบันภาษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

4) ห้องเรียนภาษาอังกฤษทั่วไป จัดการเรียนรู้โดย คณาจารย์กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ และอาจารย์ชาวต่างประเทศ เมื่อถึงคาบเรียนวิชาภาษาอังกฤษนักเรียนจะแยกกันไปเรียนตามรูปแบบการเรียนที่ลงทะเบียนไว้

- สำหรับนักเรียนที่มีอัจฉริยภาพทางด้าน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ สามารถขอสอบเพื่อเรียนโปรแกรม CUD-AP โดยจะถูกจัดห้องเรียนให้ตรงกับห้องเรียนนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะวิทยาศาสตร์ ในหลักสูตรปริญญาตรี เช่น General Physics , General Biology , General Chemistry , General Calculus

- ในคาบเรียนวิชาพื้นฐาน พลศึกษา จะรวมนักเรียน 2 ห้องเข้าด้วยกัน และแบ่งนักเรียนออกเป็นสามกลุ่ม (เก่ง - กลาง - อ่อน) เพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางกายและทักษะกีฬาตามศักยภาพของนักเรียน

- ในคาบเรียนวิชาพื้นฐาน การงานอาชีพ นักเรียนในห้องสองห้องเรียนย่อย สลับกันเรียนงานอาชีพก่อนกลางภาคและหลังกลางภาคเพื่อให้นักเรียนได้เจอโลกของงานและอาชีพที่หลากหลาย ทั้งงานช่าง งานเกษตร งานบ้าน งานประดิษฐ์ งานธุรกิจ และงานคหกรรม เพื่อให้ค้นหาความถนัดของตนเอง

- ในคาบเรียนวิชาพื้นฐาน ศิลปะ นักเรียนในห้องเรียนจะถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มย่อย สลับกันเรียนสาระในวิชาศิลปะก่อนกลางภาคและหลังกลางภาคที่แตกต่างกัน เพื่อให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติที่หลากหลาย เพื่อให้ค้นหาความถนัดของตนเอง

- ในระดับ ม.ต้น รายวิชาเสรีจะแตกต่างตามจุดเน้นในการพัฒนา ดังนี้
📚 กลุ่มรายวิชาพัฒนาการจัดการตนเอง และความฉลาดรู้ด้านสุขภาพ
📚 กลุ่มรายวิชาพัฒนาความเป็นพลเมืองและสร้างสังคมเท่าเทียมเป็นธรรม
📚 กลุ่มรายวิชาพัฒนาสมรรถนะทางการเงิน การประกอบการและการจัดการในครัวเรือน
📚 กลุ่มรายวิชาพัฒนาคิดเชิงวิศวกรรม การสร้างนวัตกรรมและการรู้ทันเทคโนโลยีดิจิทัล
📚 กลุ่มรายวิชาส่งเสริมรู้เท่าทันสิ่งแวดล้อมและการเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลก
📚 กลุ่มรายวิชาพัฒนาความสามารถด้านภาษา วรรณกรรมและการสื่อสาร
📚 กลุ่มรายวิชาส่งเสริมการสร้างสรรค์สื่อและสุนทรียะทางศิลปะ
📚 กลุ่มรายวิชาที่ส่งเสริมอัจฉริยภาพด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

- ในระดับ ม.ปลาย รายวิชาเสรีจะจัดกลุ่มตามเส้นทางงานและอาชีพ เพื่อเด็กค้นพบศักยภาพของตนเองและพัฒนาอย่างลุ่มลึกในเส้นทางที่ตนถนัด ดังนี้
🩺 กลุ่มอาชีพวิทยาศาสตร์สุขภาพ
🏢 กลุ่มอาชีพวิศวกรรมศาสตร์
💻 กลุ่มอาชีพวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและเทคโนโลยี
🏝️ กลุ่มอาชีพวิทยาศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
📐 กลุ่มอาชีพสถาปัตยกรรมศาสตร์
🗺️ กลุ่มอาชีพมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์
💵 กลุ่มอาชีพเศรษฐศาสตร์ บัญชีและการบริหาร
🎹 กลุ่มอาชีพศิลปกรรมศาสตร์
🏀 กลุ่มอาชีพสหวิทยาการ

#งานพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา #การพัฒนาและขับเคลื่อนการใช้หลักสูตร #หลักสูตรฐานสมรรถนะ #ฝ่ายวิชาการหลักสูตรและการสอน #สาธิตจุฬาฯ

19/09/2025

เตือนแล้วทำไมเด็ก ๆ ไม่ฟัง
ไม่ให้ความร่วมมือหรือเปลี่ยนพฤติกรรมกันนะ
insKru ไปเจอจิตวิทยาของการให้ Feedback
ที่ทำให้คนอยากเปลี่ยนพฤติกรรมมา
แบ่งปันโดย พี่ต้องกวีวุฒ 8 บรรทัดครึ่ง
เลยอยากมาแบ่งปันกัน
ที่เด็ก ๆ ปิดใจไม่ให้ความร่วมมือ
อาจเป็นเพราะสาเหตุเหล่านี้. . .
- การสื่อสาร -
ไปเผลอพูดถึง “นิสัย” ของเด็ก ๆ ที่มองไม่เห็นด้วยตา
เช่น “ขี้เกียจ / ไม่ตั้งใจเรียน” ซึ่งเป็นสิ่งที่
เด็กเถียงได้ “อ่าวครูมาว่างี้ได้ไงหนูไม่ได้ขี้เกียจนะ”
(เด็ก ๆ ปิดใจ ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มพูดละ)
- ความสัมพันธ์ -
เด็กอาจจะยังไม่ไว้ใจ
หรือสัมผัสได้ถึงความแคร์ของเรา
ถ้าครูและเด็กไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
ต่อให้สื่อสารได้ดีแค่ไหนก็ไม่ฟัง
(เราคงไม่ได้อยากฟังคนที่เราไม่ชอบหน้า มา feedback ใช่มั้ยล่ะ)

แล้วเราจะสื่อสารแบบไหนดี
✅ ลองเปลี่ยนวิธีพูด
พูดแค่ “พฤติกรรมจริง” (ที่มองเห็นได้) + “ความรู้สึกของครู”
(Fact & Feeling)
เช่น
⏰เคส: เด็กมาสาย
ครู: “เธอนี่ขี้เกียจจริง ๆ ทำไมมาสายตลอด”
ครู: “ครูเห็นว่าอาทิตย์นี้เรามาสาย 3 วัน ครูรู้สึกเป็นห่วงว่าเราจะพลาดเนื้อหา”
ความรู้สึกเป็นสิ่งที่เป็นความจริงจากตัวเรา เด็กปฏิเสธได้ยาก
Note. . ระวังเผลอคิดว่าสิ่งที่เราพูดคือความรู้สึกแต่จริง ๆ ไม่ใช่
เช่น ครูรู้สึกว่าเธอไม่ค่อยให้เกียรติเวลาครู
(แบบนี้ไม่ใช่ความรู้สึก เป็นความคิดหรือการตัดสินเด็กว่าไม่ให้เกียรติ)
ความรู้สึก. . . จะตามด้วย adj ง่าย ๆ
เช่น เศร้า ไม่โอเค ไม่สบายใจ หงุดหงิด. .
สิ่งที่เธอทำมันแย่ -> สิ่งที่เธอทำทำให้ครูรู้สึกแย่นะ
ฟังแล้วต่างกันมาก และจะเซฟกว่าถ้าพูดจากความรู้สึกของเรา
ตัวอย่างเพิ่ม
📄เคส: เด็กไม่ส่งงาน
ครู: “งานรอบนี้ไม่ได้ส่งตรงเวลา ครูรู้สึกกังวลว่าเราจะพลาดคะแนน
คราวหน้าเราจะแก้ยังไงดี?”
การ Feedback แบบนี้ยากที่จะทำได้จริง หากเราไม่คุ้นชิน หรืออยู่ในสภาวะที่ไม่ได้เตรียมตัวไว้
การ Feedback แบบนี้อาจจะต้องเตรียมตัวเพื่อจะ feedback หรือมีสคริปต์ในหัวไว้บ้าง ถ้าเป็นเรื่องใหม่สำหรับเรา
สุดท้าย
🔑 ความไว้ใจสำคัญที่สุด
ต่อให้พูดถูกวิธีแค่ไหน ถ้าเด็กไม่ไว้ใจครู เขาก็ไม่เปิดใจฟังอยู่ดี
Trust สร้างได้จากทุกวัน เช่น การทัก–ถามสารทุกข์สุขดิบ
การชื่นชมเมื่อเขาทำได้ดี การแสดงความแคร์ความห่วงใย
เป็นการหยอดกระปุกความสัมพันธ์เล็ก ๆ ที่ดีต่อกัน
เพราะการเตือน หรือให้ Feedback มีความเสี่ยง
ต่อความสัมพันธ์เสมอ
ถ้าเรามีแต้มความสัมพันธ์ที่ดีเยอะ
เราก็มีโอกาสสูงที่ Feedback แล้วเด็ก ๆ จะให้ความร่วมมือสูง
(มีงานวิจัยบอกว่า ทำดีต่อกัน 5 : ติ 1 เป็นสัดส่วนที่ช่วยได้)
สื่อสารได้ดีแล้ว มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแล้ว
❓แต่ถ้าเด็กยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมล่ะ?
วิธีที่ครูลองทำเพิ่มได้
1.สร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพิ่มขึ้นอีก (บางทีเราอาจจะคิดว่าเราสร้างพอแล้วแต่จริง ๆ ยังไม่พอ)
2.ให้ข้อมูลเพิ่มจากมุมมองที่มากกว่าครู เช่น เสียงสะท้อนจากเพื่อน หรือแบบสอบถาม
3. ชี้ผลลัพธ์ให้ชัด → ถ้าทำได้อะไร ไม่ทำเสียอะไร
และไม่พูดแบบเดิมซ้ำ ๆ
ค่อย ๆ เพิ่มระดับความซีเรียส
โดยวาง timeline ร่วมกันให้ชัดเจน
และบางพฤติกรรมครูอาจไม่สามารถแก้ได้ด้วยตัวเอง
อาจต้องร่วมมือกับนักจิต ผู้ปกครอง หรือครูที่เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรม
✨ Feedback ที่ดี
คือการ “สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้น + ความรู้สึกของครู”
เพื่อให้เค้ารู้ตัว หลังจากนั้น
คือการหาทางออกไปด้วยกัน
โดยเด็กรับรู้ได้ว่าเราแคร์เขา และเขาก็แคร์เรา
ถ้าเราแคร์ใครซักคน
เราจะอยากเปลี่ยนพฤติกรรม
ที่ดีขึ้นเพื่อเขาเอง
แล้วคุณครูล่ะ เคยใช้วิธีนี้สื่อสารบ้างมั้ย ?
หรือมีวิธีไหนที่ทำแล้วเด็กยอมเปิดใจฟัง มาแชร์กันหน่อย 👇
#8บรรทัดครึ่ง

19/09/2025

🎯 แม่ก็คือแม่ #แม่มาให้ความกระจ่างแล้วนะครับ สำหรับคำว่า Active Learning #กราบแม่️️🙏 รศ.ดร.ทิศนา แขมมณี ครับ🔷️♥️🤟🎉
______________________________
“Active Learning เป็นหลักการไม่ใช่วิธี แต่ถ้าเราดำเนินตามหลักการนี้แล้ว เราก็จะแสวงหาวิธีการต่าง ๆ 108 วิธี วิธีอะไรก็ได้ทั้งหมดเลย ถ้ามันตอบสนองต่อหลักการนั้น”
รองศาสตราจารย์ ดร. ทิศนา แขมมณี
ราชบัณฑิต สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มาตรฐานและคุณภาพการศึกษา สำนักธรรมศาสตร์ และการเมือง
จากโครงการอบรม หลักสูตร “เรียนรู้ การใช้แนวคิด วิธีสอนที่หลากหลาย ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) สู่สมรรถนะ ให้มีประสิทธิภาพ”
🗯️ แนวคิดสำคัญของ Active Learning คือ การเน้นไปที่ “กระบวนการเรียนรู้” มากกว่า “เนื้อหาวิชา” เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเชื่อมโยงความรู้ หรือสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในตนเองด้วยการลงมือปฏิบัติจริง ผ่านสื่อ หรือกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีครูผู้สอนเป็นผู้แนะนำ หรืออำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ขึ้น โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ คิดแก้ปัญหา และสร้างสรรค์ ผ่านองค์ประกอบดังนี้

🔸การเรียนรู้ผ่านการคิดขั้นสูง (Thinking Based Learning)
การเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นการเน้น “วิธี” ที่นักเรียนรู้ ไม่ใช่แค่สิ่งที่พวกเขาเรียนรู้เท่านั้น นักเรียนต้องเรียนรู้วิธีคิดมากกว่าที่จะรับข้อมูลจากครูเพียงอย่างเดียว ครูต้องแน่ใจว่านักเรียนจะมีส่วนสำคัญในกระบวนการคิดเพื่อต่อยอดการเรียนรู้ของตัวเอง

🔸เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Learning by doing)
การเรียนรู้แบบ Active Learning ควรทำให้มีอุปสรรคในการเข้าถึงการเรียนรู้ที่น้อยที่สุด และให้นักเรียนได้มีโอกาสการลงมือปฏิบัติ ซึ่งในที่นี้ไม่จำเป็นต้องการทำกิจกรรมออกมาเป็นชิ้นงานหรือนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว การร่วมมือกันวางแผน วิเคราะห์ สังเคราะห์ หรือการแชร์ไอเดีย ก็จัดว่าเป็นการลงมือทำรูปแบบหนึ่ง

🔸การเรียนรู้จากการทำงานร่วมกัน (Cooperative Learning)
เป็นกิจกรรมที่เน้นการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างครู และนักเรียนรวมทั้งปฏิสัมพันธ์ของนักเรียนกับนักเรียน ให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงความรู้ได้ภายใต้การแนะนำของครู หรือการทำงานร่วมกันกับเพื่อน

🔸การเรียนรู้จากการสำรวจ และค้นหา (Inquiry-Based Learning)
เป็นการกระตุ้นให้นักเรียนได้ค้นหาโดยเชื่อมโยงความสนใจและประสบการณ์โดยตรงระหว่างเรื่องที่สอนกับความสนใจของตัวเอง
ดังนั้น Active Learning จึงหมายถึงกระบวนการเรียนรู้ใด ๆ ที่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ผ่านการคิด การลงมือทำผ่านการ วิเคราะห์ สังเคราะห์ หรือประเมินข้อมูลเพื่อให้พวกเขาสามารถนำข้อมูลนั้นไปใช้กับปัญหาใหม่ได้ และก่อให้เกิดแรงบันดาลใจที่ส่งผลให้เกิดเป็นนิสัยการเรียนรู้ตลอดชีวิต

28/08/2025

เกาหลีใต้ผ่านกฎหมายใหม่ ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์อัจฉริยะในช่วงเวลาเรียนในโรงเรียนทั่วประเทศ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษาใหม่ เดือนมีนาคม 2026 เป็นต้นไป ถือเป็นความพยายามของทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านในการแก้ปัญหาการเสพติดสมาร์ตโฟน ซึ่งงานวิจัยหลายชิ้นระบุว่ามีผลเสียต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน

อ่านข่าว
https://www.thairath.co.th/news/foreign/2879100

#เกาหลีใต้ #ห้ามใช้มือถือในห้องเรียน

26/08/2025

ที่อยู่

Napa
20000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ครูเต็มขั้นผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท