Yabhuanawittaya School

Yabhuanawittaya School Yabhuanawittaya International High School
การเรียนเยี่ยม กีฬา? ♠ ♔ ♠

22/12/2018

หากมีใครสนใจจะเป็น Admin เพจนี้ ส่งอินบ็อกมาที่เพจได้เลยนะครับ

กิจกรรมเศรษกิจพอเพียงสู่ประชาคมอาเซียน
27/08/2016

กิจกรรมเศรษกิจพอเพียงสู่ประชาคมอาเซียน

27/08/2016
09/12/2013

10 สิ่งที่ไม่เคยมีใครบอกเราเมื่อจบการศึกษา
1. การทำงานหนักและทุ่มเท เราจะสามารถประสบความสำเร็จได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการทำงานหนักและการทุ่มเทของเราเอง พรสวรรค์อาจไม่ใช่สิ่งจำเป็นใด ๆ และในมหาวิทยาลัยก็ไม่มีหลักสูตรที่จะสอนว่าเราจะก้าวผ่านความล้มเหลวของเราไปได้อย่างไรด้วย เพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่จะช่วยเราให้ปีนขึ้นจากหลุมแห่งความล้มเหลวได้ ก็คือประสบการณ์ของเราเอง

2. ทุกการกระทำจะส่งผลตามมาเสมอ
ในมหาวิทยาลัยเราสามารถทำในสิ่งที่เราชอบโดยไม่ต้องคำนึงถึงผลที่จะตามมา แต่ในโลกของความเป็นจริงนั้นเราต้องตระหนักอยู่เสมอว่าทุกการกระทำและทุกการตัดสินใจของเราจะส่งผลคืนสนองกลับมาเสมอ

3. ผูกมิตรสร้างสัมพันธ์
อาจารย์บางคนอาจจะเคยแนะนำแล้วว่าเครือข่ายของเราเป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าเราไม่ได้รอบรู้ในทุก ๆ สิ่งบนโลก แต่เพื่อน ๆ และคนรู้จักของเราอาจจะมีความรู้ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ดังนั้นจำมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องเลือกคบหากลุ่มคนที่หลากหลาย จากกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ และจับตาดูว่าพวกเขามีการทำงานร่วมกันอย่างไรบ้าง เราควรจะคบหาทั้งเพื่อนที่เป็นเด็กเรียนและเด็กกิจกรรม เพราะใครจะรู้ว่าสักวันเราอาจจะต้องโทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากคนรู้จักของเราก็ได้

4. นักเรียนที่สอบได้เกรด C เป็นผู้ขับเคลื่อนโลก
เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับนักศึกษาทั้งหลายที่จะพยายามเรียนรู้ และมุ่งมั่นทำข้อสอบเพื่อคว้าเกรด A มาครอง ในขณะที่ใครอีกหลายคนที่ทำข้อสอบได้เพียงเกรด C กลับใช้ช่วงเวลาในการเรียนรู้นั้นเพื่อหาทางก่อตั้งกิจการของตัวเอง ซึ่งจริง ๆ แล้ว สัญชาตญาณในการเป็นเจ้าของธุรกิจนี้ต่างหากที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่เราได้มากกว่าความรู้ที่มีอยู่เพียงในตำรา ซึ่งไม่สามารถนำมาเป็นคู่มือในการใช้ชีวิตได้ จนบางครั้งอาจเป็นเรื่องตลกเมื่อมหาวิทยาลัยได้กลายมาเป็นสถานที่ซึ่งนักเรียนที่สอบได้เกรด A สอนนักเรียนที่สอบได้เกรด B ว่าจะทำงานให้นักเรียนที่สอบได้เกรด C ได้อย่างไรบ้าง

5. การเกิดความคิดว่า ชีวิตตอนเรียนมหาวิทยาลัยคือช่วงชีวิตที่ดีที่สุด หากเรากำลังคิดว่าช่วงเวลา 4 ปีในมหาวิทยาลัยเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของเราแล้วล่ะก็ คิดผิดแล้วล่ะ เพราะไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่จะบอกได้ว่าทำไมช่วงเวลาเหล่านั้นจะต้องเป็นเวลาในชีวิตที่ดีที่สุด ขณะที่โลกภายนอกยังมีกิจกรรมต่าง ๆ รออยู่อีกมากมาย มหาวิทยาลัยเป็นเพียงบันไดให้เราก้าวไปสู่ชีวิตที่ดีที่สุดของเราเท่านั้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเกิดความคิดแบบนี้ขึ้นมาแล้วล่ะก็ นั่นก็คงเป็นสัญญาณว่าชีวิตของเรากำลังอยู่ในช่วงขาลง ทำให้เราเกิดความโหยหาช่วงเวลานั้นมากเหลือเกินเท่านั้นเอง

6. คนรักที่คบกันสมัยมหาวิทยาลัยมักจะกลายเป็นความทรงจำสีจาง ๆ อีกสิ่งหนึ่งที่คู่รักในรั้วมหาวิทยาลัยไม่เคยตระหนักและไม่คาดว่าจะเกิดขึ้นก็คือ ความสัมพันธ์ของพวกเขามักจะจบลงเมื่อบัณฑิตทั้ง 2 ก้าวออกมาอยู่ในโลกของความเป็นจริง เพราะสิ่งต่าง ๆ และความกดดันที่เข้ามาในชีวิตจะทำให้พวกเขาเกิดความซับซ้อนในตัวเอง จนเติบโตขึ้นและเรียนรู้ถึงการจัดอันดับความสำคัญถึงสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกในการใช้ชีวิตเสียใหม่ ซึ่งจะทำให้พวกเขาต่างก้าวเดินไปตามเส้นทางของตัวเอง จนเป็นจุดสิ้นสุดของความสัมพันธ์นั้นในที่สุด

7. ใช่ว่าทุกสิ่งจะเหมาะสมสำหรับเราเสมอไป
ในโลกของการทำงาน บางครั้งเราอาจจะพบกับอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ นั่นก็คือการไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ หรือต้องพบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากเมื่อไม่ได้รับในสิ่งที่คาดหวังไว้ จนทำให้เราอยู่ในสภาวะที่เศร้าซึม พร้อมกับเกิดความรู้สึกไม่มั่นคงในใจ นั่นเพราะที่ผ่านมา เราถูกปลูกฝังให้มีความคาดหวังถึงสิ่งต่าง ๆ ที่เราพอใจ แม้ว่าสิ่งเหล่านั้นอาจจะไม่มีอยู่บนโลกของความเป็นจริงก็ตาม

8. เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ทำให้เราหางานได้ยากขึ้น
เทคโนโลยีเข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญเบื้องหลังชีวิตที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ ดังเช่นการทำธุรกรรมผ่านระบบออนไลน์ หรือกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีจะทำให้เราเกิดความสะดวกสบายในชีวิต มันก็เป็นสิ่งที่เข้ามาลดบทบาทความสำคัญและลดความจำเป็นในการจ้างแรงงานมนุษย์เช่นกัน อย่างไรก็ตามยังนับเป็นเรื่องดีที่อุตสาหกรรมหลายประเภทยังคงต้องการแรงงานมนุษย์ เข้าไปควบคุมการทำงานและดำเนินงานในสิ่งที่ผู้ใช้บริการทำผ่านระบบออนไลน์ของบริษัทอยู่

9. ปริญญานั้นไม่ได้มีความหมายอะไรเลย
จากสถิติล่าสุดของสำนักข่าวเอพีระบุว่า อัตราการว่างงานในหมู่ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่สูงถึง 53% นั่นหมายความว่า มีบัณฑิตเกินกว่าครึ่งที่ยังเตะฝุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราการแข่งขันที่สูงมากในตลาดจ้างแรงงาน ผสมกับความต้องการแรงงานในตลาดที่น้อยลงหลังจากหลายอุตสาหกรรมต้องเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ ผลการเรียนของเหล่าบัณฑิตก็มักมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 3.00 ซึ่งนั่นทำให้เราแทบจะไม่มีความแตกต่างไปจากบัณฑิตคนอื่น ๆ เลย ดังนั้นการได้รับงานอาจจะไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิด และปริญญาก็อาจจะไม่ได้ช่วยให้ได้งานเสมอไป

10. โลกแห่งความเป็นจริง ไม่ได้เหมือนกับสิ่งเราคาดไว้
ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่เราศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัย เราถูกปลูกฝังให้เห็นภาพของโลกที่แสนสดใส มองว่าทุกสิ่งล้วนเป็นเรื่องง่าย เพราะว่าเราคือบัณฑิตผู้มีศักยภาพของสังคม แต่แท้ที่จริงแล้ว ภาพที่สวยหรูนั้นก็ไม่ต่างจากคำโกหก เพราะโลกไม่ได้ง่ายขนาดนั้น การใช้ชีวิตคือการดิ้นรนและฟันฝ่า พวกเราที่เป็นบัณฑิตใหม่ล้วนแต่ด้อยประสบการณ์และขาดการเตรียมพร้อม ดังนั้นเพื่อการก้าวออกไปเผชิญต่อโลกได้อย่างมั่นคง การเตรียมตัวให้พร้อมรับต่อสิ่งต่าง ๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง

30/11/2013
26/08/2013

34 คำถามสัมภาษณ์งานสุดฮิต พร้อมคำตอบที่คนอยากได้งานต้องรู้ !

1. ให้แนะนำตัวเอง ?

แนวคำตอบ : หลัก ๆ แล้วควรแนะนำข้อมูลส่วนตัวสังเขป เช่น ชื่อ-สกุล อายุ ระดับการศึกษา และประวัติการทำงาน จะเพิ่มข้อมูลความเป็นตัวเองไปด้วยก็ได้ แต่ไม่ควรเยิ่นเย้อเกินไป ยกเว้นว่าผู้สัมภาษณ์งานถามต่อเอง

2. งานที่ชอบหรืองานในฝันที่อยากทำ ?

แนวคำตอบ : ในกรณีที่ได้สัมภาษณ์งานที่ตรงใจ คำตอบในข้อนี้คุณคงตอบได้สบาย ๆ เพราะก็คงตอบไปในแนวด้านบวกอยู่แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นก็อย่าลืมพูดถึงบรรยากาศการทำงานที่ใกล้เคียงกับบริษัทที่คุณกำลังนั่งสัมภาษณ์งานอยู่ด้วยล่ะ จะได้เข้าตากรรมการให้เขาตัดสินใจเลือกรับคุณเข้าทำงานได้มากขึ้น

3. ทำไมถึงลาออกจากงานเก่า ?

แนวคำตอบ : ควรจะพูดถึงแง่ดีของงานและองค์กรเก่าเอาไว้ก่อน หรือจะโทษว่าเป็นงานที่เราไม่ถนัดสักเท่าไรจะฟังดูดีกว่า หรือจะใช้ข้ออ้างว่าอยากหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้ตัวเองดูบ้างก็ได้ค่ะ

4. จุดด้อยของคุณคืออะไร ?

แนวคำตอบ : เวลาตอบคำถามข้อนี้ห้ามเผลอพรั่งพรูข้อเสียของตัวเองออกมาซะหมดนะคะ ไม่เช่นนั้นก็จบเห่แน่ ๆ เอาเป็นว่าค่อย ๆ เรียบเรียงข้อเสียของตัวเองที่คิดว่าจะไม่มีผลกระทบกับตำแหน่งงานที่สมัครจะดีกว่า ปลอดภัยเอาไว้ก่อนเนอะ

5. จุดแข็งของคุณคืออะไร ?

แนวคำตอบ : สำหรับคำถามนี้สามารถร่ายเรียงข้อดีของตัวเองออกมาได้เต็มที่เลยค่ะ และจะดีมาก ๆ หากมีเหตุผลประกอบเสริมเข้าไปด้วย หรืออย่างน้อย ๆ ก็การันตีไปเลยว่า ถ้าบริษัทรับคุณเข้าทำงาน คุณเชื่อว่าจุดแข็งที่คุณมีจะสามารถส่งเสริมบริษัทได้อย่างแน่นอน

6. บอกรายละเอียดตำแหน่งงานที่สมัคร หรือลักษณะงานของบริษัท ?

แนวคำตอบ : คำถามข้อนี้ควรต้องมีการเตรียมตัวทำการบ้านกันมาก่อน อาจจะศึกษาลักษณะองค์กร และตำแหน่งงานจากเว็บไซต์ของบริษัทเอาไว้ด้วย เพื่อเป็นการแสดงว่าคุณมีความสนใจกับตำแหน่งงาน และต้องการทำงานในบริษัทนี้จริง ๆ

7. บอกเหตุผลที่บริษัทควรรับคุณเข้าทำงาน ?

แนวคำตอบ : อาจจะดูเป็นคำถามที่ตอบยากไปหน่อย แต่ในเมื่อต้องตอบ ก็ควรเลือกตอบแบบกลาง ๆ นำเสนอความเหมาะสมของคุณสมบัติที่คุณมีกับตำแหน่งงานเป็นหลัก และเสริมด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจจริงในการทำงานในตำแหน่งนี้เข้าไปด้วย ที่สำคัญห้ามเผลอเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับผู้สมัครงานคนอื่น ๆ เด็ดขาด

8. คุณคิดว่าจะประสบความสำเร็จแค่ไหน ?

แนวคำตอบ : ส่วนใหญ่ก็ต้องตอบว่าประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน แต่จริง ๆ แล้วคำถามนี้สามารถตอบได้หลายแนว เพราะอย่าลืมว่าเส้นชัยของแต่ละคนไม่ได้วางไว้ในจุดเดียวกันเสมอไป บางคนอาจจะประสบความสำเร็จในชีวิตเพียงแค่มีงานทำ และสามารถเลี้ยงดูครอบครัวได้ก็พอแล้ว ดังนั้นความสำเร็จในชีวิตที่คุณตั้งไว้คืออะไร ก็ตอบออกมาได้อย่างตรงไปตรงมาเลยค่ะ

9. ทำไมคุณถึงว่างงานนาน ?

แนวคำตอบ : หากคุณเพิ่งเรียนจบแต่เว้นช่วงเวลาพักผ่อนเสียนาน หรือลาออกจากงานเก่าและยังไม่ได้หางานใหม่สักที ก็มีโอกาสจะเจอเข้ากับคำถามนี้บ้าง ซึ่งคุณควรเตรียมคำตอบดี ๆ เผื่อไว้ด้วย อาจจะเป็นกิจกรรมดี ๆ หรือปัจจัยสำคัญในชีวิตที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ ให้คำตอบออกแนวบวกมากกว่าลบเข้าไว้ดีที่สุด

10. คุณเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ดีแค่ไหน ?

แนวคำตอบ : สำหรับคำถามนี้ให้นึกเหตุการณ์หรือช่วงเวลาดี ๆ ที่คุณและเพื่อนร่วมงานมีร่วมกัน พยายามเล่าอย่างอิงหลักความเป็นจริงให้มากที่สุด จะได้ไม่ดูใส่สีตีไข่และเว่อร์จนเกินไป ส่วนปัญหาขัดแย้งที่เคยมี ก็เก็บเอาไว้เป็นความลับดีกว่าค่ะ

11. คุณจะทำงานให้บริษัทนานแค่ไหน ?

แนวคำตอบ : ผู้สัมภาษณ์อาจจะหลอกถามด้วยการถามถึงแผนการเรียนต่อ หรือชีวิตสมรสที่คิดไว้ก่อนก็ได้ เพื่อดูความเป็นไปได้ของระยะเวลาที่คุณจะทำงานให้กับบริษัท และทุกบริษัทย่อมต้องการคนที่อยากทำงานร่วมกันไปนาน ๆ อยู่แล้ว ดังนั้นตอบกลาง ๆ ไปว่า คุณจะทำงานให้กับบริษัทตราบเท่าที่บริษัทต้องการจะดูดีกว่า

12. คุณคิดว่าตัวเองมีประสบการณ์มากพอสำหรับตำแหน่งนี้หรือเปล่า ?

แนวคำตอบ : ถ้ามีประสบการณ์มาก่อนก็คงฉลุย แต่ในกรณีที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อนควรจะตอบอย่างมั่นใจว่า คุณมีความเชื่อมั่นว่าตัวเองจะสามารถใช้ความรู้ความสามารถที่มี มาทำงานนี้ได้อย่างสำเร็จลุล่วงไปได้แน่นอน และอย่าเผลอแสดงความไม่มั่นใจออกมาด้วยล่ะ

13. อธิบายหลักการจัดการของคุณ ?

แนวคำตอบ : สำหรับงานบางตำแหน่งอาจจะต้องใช้ทักษะด้านการจัดการเข้าช่วยไม่น้อย ดังนั้นให้คุณบอกเล่าประสบการณ์การจัดการปัญหาเรื่องงานและเรื่องคนที่คุณเคยผ่านมา หรือถ้าไม่มีประสบการณ์ จะลองสมมุติเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นมา แล้วบอกวิธีการจัดการของคุณก็ได้ หรือจะย้อนไปถึงช่วงเวลาเรียนก็ได้เช่นกัน

14. คุณสามารถทำงานเป็นทีมได้ไหม ?

แนวคำตอบ : ถือเป็นอีกหนึ่งคำถามที่ควรจะใช้ประสบการณ์ที่เคยผ่านมา มาเป็นคำตอบ อย่างเช่น เคยทำงานเป็นทีมเมื่อครั้งเรียนมหาวิทยาลัย และประสบความสำเร็จไปได้อย่างสวยงาม หรืองานเก่าได้ทำโปรเจคท์ร่วมกันกับเพื่อนร่วมงาน และได้รับคำชมเชยจากหัวหน้างาน ก็เล่าไปได้ตามสบายเลยค่ะ เพราะจะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้ทักษะการทำงานเป็นทีมของคุณดูดีมีภาษีขึ้นมาได้ง่าย ๆ เลย

15. หลักการอะไรที่คุณจะนำมาใช้กับงาน ?

แนวคำตอบ : ถ้าคิดคำตอบไม่ถูก ให้ตอบโดยใช้หลักความจริงเป็นส่วนใหญ่ และอิงความสามารถของตัวเองเข้าไปด้วย ว่าไม่ว่างานจะมีอุปสรรคอะไร แต่ด้วยความสามารถของคุณ คุณก็เชื่อว่าจะข้ามผ่านทุกอุปสรรคไปได้อย่างไม่ลำบากนัก

16. หากทำงานเป็นทีม ตำแหน่งที่คุณคาดหวังคืออะไร ?

แนวคำตอบ : ไม่จำเป็นต้องตอบว่าจะเป็นหัวหน้าทีม เพื่อแสดงศักยภาพด้านความเป็นผู้นำเสมอไป เพราะถ้าหากคุณตอบว่าสามารถทำงานตำแหน่งอะไรก็ได้ในกลุ่ม คุณจะได้แสดงความยืดหยุ่นในการทำงานให้ผู้สัมภาษณ์ได้เห็น อีกทั้งยังแสดงให้เขาเห็นด้วยว่าคุณไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งหน้าที่เสมอไป จะหยอดคำหวานเข้าไปด้วยก็ได้ว่า ตำแหน่งไหนคุณก็จะทำงานอย่างเต็มที่ไม่แพ้กัน

17. เพื่อนร่วมงานประเภทไหนที่คุณคิดว่าไม่สามารถทำงานร่วมกันได้เลย ?

แนวคำตอบ : ข้อนี้จะดีมาก หากคุณตอบว่าสามารถร่วมงานกับคนได้ทุกประเภท เพราะไม่ว่าใครก็ต้องมีการปรับตัวเพื่อทำงานร่วมกันทั้งนั้น และคุณก็ไม่มีปัญหาเรื่องการปรับตัวเข้าหาผู้อื่นแต่อย่างใด

18. ทำไมคุณคิดว่าจะทำงานตำแหน่งนี้ได้ดี ?

แนวคำตอบ : คำถามนี้จะเปิดโอกาสให้คุณได้แสดงความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำงานในตำแหน่งที่สมัครไว้ ดังนั้นคิดว่าตัวเองมีความรู้ความสามารถ หรือประสบการณ์อะไรก็งัดออกมาโชว์ให้หมด เพื่อให้ผู้สัมภาษณ์ได้เห็นว่า คุณเหมาะสมกับตำแหน่งงานที่เขาต้องการอยู่จริง ๆ

19. ระหว่างเงินกับงาน อะไรสำคัญกว่ากัน ?

แนวคำตอบ : แนะนำให้ตอบว่าสำคัญเท่ากันทั้ง 2 อย่าง อย่าโชว์ป๋าด้วยการพูดว่าเงินไม่ใช่ตัวสำคัญ เนื่องจากทุกวันนี้เงินเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้เราดำเนินชีวิตต่อไปได้ และการที่จะได้เงินมาก็ต้องนำความรู้และความสามารถไปทำงานเพื่อแลกเงินมา ดังนั้นจึงไม่น่าเกลียดเลยถ้าคุณจะเห็นว่าเงินก็สำคัญไม่แพ้งานค่ะ

20. ผลงานโดดเด่นที่ผ่านมาของคุณคืออะไร ?

แนวคำตอบ : การอ้างความสำเร็จหรือความสามารถแบบลอย ๆ อาจจะดูไม่ค่อยมีน้ำหนักให้น่าเชื่อถือเท่าไร ดังนั้นจะดีมากหากคุณมีหลักฐาน รางวัล หรือใบรับรองการทำงานจากที่ทำงานเก่ามายืนยันความรู้ความสามารถของตัวเอง หรือไม่ก็เตรียมพอร์ตฟอลิโอมาให้ดี ๆ เลยเชียว

21. คุณสามารถทำงานภายใต้ความกดดันได้ดีแค่ไหน ?

แนวคำตอบ : ควรคิดให้ดีก่อนตอบออกไป เพราะคำถามนี้ค่อนข้างสำคัญ และอาจจะเป็นข้อตัดสินที่คุณจะได้งานนี้ หรือไม่ได้เลยทีเดียว ดังนั้นหากคุณเคยมีประสบการณ์การทำงานภายใต้สภาวะกดดัน ไม่ว่าจะเรื่องเวลาที่ค่อนข้างกระชั้นชิด หรือภาวะกดดันจากผู้จ้างงานก็ตาม ก็พยายามเล่าในแง่ดีไปก่อน อาจจะพูดว่าเมื่อต้องทำงานในสภาวะกดดัน คุณรู้สึกว่าตัวเองมีสมาธิและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็ได้

22. คุณจะทำงานโดยไร้ประสบการณ์อย่างไร ?

แนวคำตอบ : อย่างที่บอกไปในตอนต้น ว่าถ้าเจอคำถามประมาณนี้ ให้ใช้ความมั่นใจในความสามารถของตัวคุณเองเป็นตัวตั้ง และยืนยันความปรารถนาที่อยากทำงานในตำแหน่งที่สมัครเอาไว้ให้เหนียวแน่น เพราะถ้าหากเรามีใจรักในงานที่เราจะทำ เราก็จะมีความพยายามในการทำงานให้ประสบความสำเร็จไปด้วยในตัวนั่นเอง

23. คุณมีแรงจูงใจอะไรที่จะทำงานออกมาให้ดีที่สุด ?

แนวคำตอบ : สำหรับคำถามนี้ห้ามเผลอตอบว่าแรงจูงใจของคุณคืออัตราเงินเดือนโดยเด็ดขาดนะคะ เพราะจะทำให้คะแนนนิยมของคุณลดลงฮวบฮาบเลยล่ะ แต่ให้เลือกตอบเป็นรายละเอียดงานที่คุณคิดว่าน่าสนุกและน่าทำ เหมาะกับบุคลิกและความสนใจของตัวเอง และบรรยากาศการทำงาน บรรยากาศในบริษัท เป็นต้น

24. จุดไหนที่คุณจะรู้สึกว่าประสบความสำเร็จในตำแหน่งงาน ?

แนวคำตอบ : คุณอาจจะตอบว่า เมื่อความสามารถของคุณเข้าตาเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างาน ได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่มากขึ้น และคุณก็ทำงานนั้นได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จนได้รับโอกาสเลื่อนตำแหน่งงานให้สูงกว่าเดิมก็ได้

25. คุณเต็มใจที่จะพัฒนาผลกำไรของบริษัทให้เหมือนผลกำไรของตัวเองไหม ?

แนวคำตอบ : แน่นอนอยู่แล้วว่าในนาทีนั้นเราก็ต้องพยักหน้าตอบว่าพร้อมอยู่แล้ว แต่ก็ควรเสริมเข้าไปด้วยว่า ถ้าหากบริษัทเติบโตได้อย่างสวยงาม นั่นก็หมายถึงโอกาสก้าวหน้าของตัวพนักงานเองด้วย

26. คุณสมบัติอะไรของหัวหน้างานที่คุณต้องการ ?

แนวคำตอบ : พยายามอย่าตอบคุณสมบัติที่ต้องการอย่างเฉพาะเจาะจงเกินไป แต่ให้ตอบกลาง ๆ ว่า ถ้าเป็นไปได้ อยากได้หัวหน้างานที่มีความยุติธรรม และให้กำลังใจลูกน้องอยู่เสมอจะดีกว่า

27. คุณได้เรียนรู้อะไรบ้างจากการทำงานผิดพลาด ?

แนวคำตอบ : ความผิดพลาดในที่นี้หมายถึงความผิดพลาดในเรื่องการงาน ซึ่งถ้าหากคุณเคยมีประสบการณ์การทำงานมาบ้าง ก็ควรระวังอย่ากล่าวพาดพิงถึงองค์กรเก่า หรือเพื่อนร่วมงานเก่าเด็ดขาด แต่ให้พูดรวม ๆ ถึงข้อคิดที่ได้จากการทำงานผิดพลาดเป็นสำคัญ

28. คุณวาดแผนอนาคตภายใน 5 ปีข้างหน้าว่าอย่างไร ?

แนวคำตอบ : พยายามตอบให้ใกล้เคียงกับข้อมูลที่เขียนไว้ในประวัติส่วนตัว หรือเรซูเม่ให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ดูเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นอย่างแน่วแน่ และพยายามพูดถึงอนาคตในแง่ที่จะทำให้คุณดูมีวิสัยทัศน์กว้างไกลด้วย

29. ถ้าคุณมีโอกาสคัดเลือกผู้ร่วมงาน คุณต้องการคนแบบไหน ?

แนวคำตอบ : แนะนำให้พูดรวม ๆ โดยนำเอาคุณสมบัติที่บริษัทต้องการ และคุณสมบัติของตัวเองมาผสมกัน แต่ต้องตอบด้วยความใจกว้าง และอย่าให้ดูเข้าข้างตัวเองจนเกินไปนัก

30. คุณคาดหวังอะไรจากตำแหน่งงานและบริษัท ?

แนวคำตอบ : สิ่งที่ควรจะตอบในคำถามนี้ก็คือสิ่งที่คุณคาดหวังจริง ๆ คุณอาจจะตอบเป็นความคาดหวังเรื่องความก้าวหน้าในอาชีพการงาน โอกาสในการได้พัฒนาความรู้ความสามารถของตัวเอง และโอกาสอีกมากมายที่คิดว่าจะได้รับจากการทำงานนี้

31. คุณมีอะไรจะถามอีกไหม ?

แนวคำตอบ : คุณควรถามย้ำเรื่องรายละเอียดตำแหน่งงานของคุณอีกครั้ง รวมไปถึงอัตราเงินเดือน สวัสดิการของบริษัท วันหยุดประจำสัปดาห์ เป็นต้น เพื่อให้เข้าใจตรงกันทั้งสองฝ่าย หากได้รับการว่าจ้างจะได้นำข้อมูลเหล่านี้ไปพิจารณาประกอบได้

32. ทำไมคุณถึงคิดว่าจะประสบความสำเร็จในสายงานนี้ ?

แนวคำตอบ : ถ้าเจอคำถามนี้ ให้เลือกตอบโดยนำความรู้ความสามารถของคุณและคุณสมบัติของคนที่บริษัทต้องการมารวมเข้าด้วยกัน เพื่อแสดงให้ผู้สัมภาษณ์ได้เห็นว่าคุณมีความเหมาะสมกับตำแหน่งงานที่เขาต้องการรับคนอยู่อย่างพอดี ไม่ขาดตกบกพร่องสักข้อ

33. คุณคิดว่าบริษัทเก่าเป็นอย่างไร ?

แนวคำตอบ : คงจะดีกว่าหากคุณจะตอบว่า ได้เรียนรู้ทักษะประสบการณ์ใหม่ ๆ มากมาย ได้มิตรภาพที่ดีจากเพื่อนร่วมงาน และมีโอกาสพัฒนาศักยภาพของตัวเองในหลาย ๆ ด้าน ถึงแม้ในท้ายที่สุด งานเก่าอาจจะไม่ใช่คำตอบที่คุณตามหาอยู่ก็ตาม แต่พยายามอย่าพูดพาดพิงให้บริษัทเก่าเสียหายโดยเด็ดขาดนะคะ

34. คุณจะรับมือกับคำตำหนิ หรือข้อวิพากษ์วิจารณ์อย่างไร ?

แนวคำตอบ : คุณควรจะตอบประมาณว่า สำหรับคุณแล้ว คุณคิดว่าข้อวิพากษ์วิจารณ์ หรือคำติเตียนเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราได้พัฒนาความสามารถ และทุก ๆ ความคิดเห็นในทางลบ จะเป็นตัวก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเสมอ

19/08/2013

สำหรับ YN รุ่นอื่นสามารถรวบรวมรูปมาให้ Admin ได้นะคับ

น่าตาดีทุกคน.....♥
19/08/2013

น่าตาดีทุกคน.....♥

09/08/2013

ที่อยู่

Nan
55110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Yabhuanawittaya Schoolผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท