วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม

วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม

📘บทความที่ 31 #การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะ Soft Skills ของนักเรียนในโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษา จั...
25/07/2026

📘บทความที่ 31
#การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะ Soft Skills ของนักเรียนในโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
THE DEVELOPMENT OF LEARNING MANAGEMENT MODEL TO ENHANCE SOFT SKILLS IN THE SCHOOL UNDER THE EDUCATIONAL FUND PROJECT PHRANAKHON SI AYUTTHAYA PROVINCE

โดย ธานี ชูกำเนิด, อัครนันท์ สินธุประเสริฐ
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา ประเทศไทย

By Thanee Chukamnerd, Akaranan Sinthuprasert
Faculty of Education, Phranakhon Si Ayutthaya Rajabhat University, Phra Nakhon Si Ayutthaya, Thailand

#วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม
#โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญวัดสระเรียง
#คุณภาพ TCI ฐาน 1 (2568 – 2573)

บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะ Soft Skills ของนักเรียนในโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 2) ศึกษาทักษะ Soft Skills ของนักเรียนที่ใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะ Soft Skills ของนักเรียนในโรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ 3) ศึกษาความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะ Soft Skills ที่พัฒนาขี้น การวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา แบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะ Soft Skills ระยะที่ 2 การศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะ Soft Skills และระยะที่ 3 การประเมินความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ส่งเสริมทักษะ Soft Skills ประชากรในการวิจัย ได้แก่ นักเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 8 โรงเรียน รวม 360 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย จำนวน 180 คน ซึ่งกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรของ Yamane และได้มาจากการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ Soft Based Learning และคู่มือการใช้รูปแบบ 2) แบบประเมินทักษะ Soft Skills และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1) รูปแบบการจัดการเรียนรู้ Soft Based Learning ที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅ = 4.73, S.D. = 0.47) และมีค่าดัชนีความสอดคล้องของเนื้อหา (IOC) อยู่ในระดับสูง 2) ทักษะ Soft Skills ของนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) นักเรียนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการจัดการเรียนรู้ในระดับมากที่สุด (x ̅ = 4.65, S.D. = 0.47)
คำสำคัญ: #รูปแบบการจัดการเรียนรู้ #การวิจัยและพัฒนา #โรงเรียนโครงการกองทุนการศึกษา
📘ที่มา: ปีที่ 10 ฉบับที่ 5 (พฤษภาคม 2569)
📘Vol. 10 No. 5 (May 2026)
👇สามารถอ่านเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ที่👇
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/293774
🙏🙏🙏ติดต่อลงบทความ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่
นายธีรวัฒน์ ทองบุญชู
หัวหน้ากองบรรณาธิการวารสาร
👉📱โทร. 075-340043, 061-5262919, 086-4345903
👉📱LINE ID.
👉👝E-mail. [email protected]

📌 ตรวจสอบคิวตีพิมพ์ และขั้นตอนการส่งบทความ:
✅ เช็คคิวตีพิมพ์ว่าขณะนี้ดำเนินการถึงเดือนใด
✅ ตรวจสอบลำดับขั้นตอนการส่งบทความ
✅ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานวารสาร
📲 ติดต่อได้ทางไลน์
“งานวารสาร104ACADEMIC”
👉 https://lin.ee/OfVSHk2

📘บทความที่ 30 #รูปแบบการพัฒนาพุทธอัตลักษณ์แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเพื่อเพิ่มบุคคลต้นแบบสู่สังคม THE DEVELOPMEN...
25/07/2026

📘บทความที่ 30
#รูปแบบการพัฒนาพุทธอัตลักษณ์แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเพื่อเพิ่มบุคคลต้นแบบสู่สังคม
THE DEVELOPMENT MODEL OF BUDDHIST IDENTITY FOR BUDDHIST UNIVERSITY STUDENTS TO INCREASE ROLE MODELS FOR SOCIETY

โดย สงัด เชียนจันทึก, พระพิทักษ์ แฝงโกฎิ, อุเทน ลาพิงค์, พระอาทิตย์ อินทร์ติ๊บ
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตล้านนา เชียงใหม่ ประเทศไทย

By Sangad Chienjuntuk, Phra Phithak Faengkot, Uten Larping, Phra Artit Intib
Graduated School, Mahamakut Buddhist University, Lanna Campus, Chiang Mai, Thailand

#วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม
#โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญวัดสระเรียง
#คุณภาพ TCI ฐาน 1 (2568 – 2573)

บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพการณ์พุทธอัตลักษณ์นักศึกษามหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา 2) สร้างรูปแบบ 3) ทดลองรูปแบบ และ 4) ประเมินผลรูปแบบการพัฒนาพุทธอัตลักษณ์แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาเพื่อเพิ่มบุคคลต้นแบบสู่สังคม เป็นการวิจัยและพัฒนา (R&D) ร่วมกับผสมผสานวิธี (Mixed Methods) กลุ่มตัวอย่าง ประกอบด้วย ศิษย์เก่า จำนวน 249 คน ผู้ใช้บัณฑิต จำนวน 51 คน และนักศึกษาปัจจุบัน รวมจำนวน 86 คน ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ คือ ศิษย์เก่า ผู้ใช้บัณฑิตและอาจารย์ประจำหลักสูตร รวม 30 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ 10 คน กลุ่มตัวอย่างและผู้ให้ข้อมูลสำคัญได้มาจากการสุ่มแบบบังเอิญ สมัครใจ และเลือกแบบเจาะจง ตามความเหมาะสมของแต่ละระยะการวิจัย เครื่องมือสำคัญ คือ รูปแบบการพัฒนาพุทธอัตลักษณ์ (B.A.L.I. Model) และคู่มือการใช้รูปแบบ ร่วมกับแบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ แบบประเมินและแบบบันทึก วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Wilcoxon signed-rank test และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) บัณฑิตมีอัตลักษณ์ดี ความมีระเบียบวินัย รู้รักสามัคคีและมีจิตสาธารณะโดดเด่น ส่วนองค์ความรู้ในหลักธรรมและการนำไปเผยแผ่ควรพัฒนาไปพร้อมกันกับความรอบรู้วิชาการทั่วไป 2) B.A.L.I. Model ที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย ความรอบรู้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา การประยุกต์หลักธรรมในการดำเนินชีวิต ความสามารถในการเผยแผ่ และต้นแบบพุทธชนต่อสังคม 3) จากการทดลอง ผลทดสอบความรู้หลักธรรมก่อนและหลังมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ และผลทดลองทั้ง 4 องค์ประกอบ โดยรวมดีมาก ซึ่งด้านต้นแบบพุทธชนต่อสังคมโดดเด่นสูงที่สุด และ 4) B.A.L.I. Model ได้รับการประเมินในระดับมากที่สุด เพราะสามารถเปลี่ยนนักศึกษาจาก “ผู้รู้ธรรม” ไปสู่ “ผู้เป็นแบบอย่าง” ได้อย่างเป็นรูปธรรม
คำสำคัญ: #รูปแบบ #การพัฒนา #พุทธอัตลักษณ์ #มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนา #บุคคลต้นแบบ
📘ที่มา: ปีที่ 10 ฉบับที่ 5 (พฤษภาคม 2569)
📘Vol. 10 No. 5 (May 2026)
👇สามารถอ่านเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ที่👇
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/293606
🙏🙏🙏ติดต่อลงบทความ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่
นายธีรวัฒน์ ทองบุญชู
หัวหน้ากองบรรณาธิการวารสาร
👉📱โทร. 075-340043, 061-5262919, 086-4345903
👉📱LINE ID.
👉👝E-mail. [email protected]

📌 ตรวจสอบคิวตีพิมพ์ และขั้นตอนการส่งบทความ:
✅ เช็คคิวตีพิมพ์ว่าขณะนี้ดำเนินการถึงเดือนใด
✅ ตรวจสอบลำดับขั้นตอนการส่งบทความ
✅ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานวารสาร
📲 ติดต่อได้ทางไลน์
“งานวารสาร104ACADEMIC”
👉 https://lin.ee/OfVSHk2

📘บทความที่ 29 #การทบทวนและสังเคราะห์องค์ความรู้เชิงระบบเกี่ยวกับมาตรการ การบำบัดรักษา ผู้ติดยาเสพติด: บทเรียนจากโปรตุเกส...
24/07/2026

📘บทความที่ 29
#การทบทวนและสังเคราะห์องค์ความรู้เชิงระบบเกี่ยวกับมาตรการ การบำบัดรักษา ผู้ติดยาเสพติด: บทเรียนจากโปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อการปรับใช้ในบริบทประเทศไทย
REVIEWING AND SYNTHESIZING SYSTEMATIC KNOWLEDGE ON DRUG ADDICTION TREATMENT: COMPARATIVE INSIGHTS FROM PORTUGAL, THE NETHERLANDS, AND SWITZERLAND FOR APPLICATION IN THAILAND

โดย บุญเรือน เนียมปาน
องค์การบริหารส่วนตำบลคลองเจ็ด อำเภอคลองหลวง ปทุมธานี ประเทศไทย

By Boonruen Niempan
Klongjed Subdistrict Administrative Organization, Khlong Loang District, Pathum Thani, Thailand

#วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม
#โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญวัดสระเรียง
#คุณภาพ TCI ฐาน 1 (2568 – 2573)

บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อทบทวนและสังเคราะห์องค์ความรู้เชิงระบบเกี่ยวกับมาตรการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดในโปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ 2) เพื่อศึกษาปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จและความล้มเหลวของมาตรการ และ 3) เพื่อวิเคราะห์บทเรียนและข้อเสนอแนะในการนำมาปรับใช้ในบริบทของไทย โดยศึกษาจากโปรตุเกส นโยบายลดทอนความผิดทางอาญา เนเธอร์แลนด์ และสวิตเซอร์แลนด์ แนวทางการลดอันตราย และบูรณาการบริการ โดยใช้วิธีทบทวนวรรณกรรมเชิงระบบ การสังเคราะห์เชิงบรรยาย การวิเคราะห์ปัจจัยส่งผลต่อความสำเร็จมาตรการระดับนโยบาย บริการ และระดับชุมชนบริบทด้านบำบัดรักษาปัจจัยทางสังคม วัฒนธรรมของไทยเปรียบเทียบกับโมเดลชีวจิตสังคม และทฤษฎีขั้นตอนการเปลี่ยนแปลง วิธีวิจัยใช้การทบทวนวรรณกรรมเชิงระบบ ตามมาตรฐาน PRISMA โดยสืบค้นเอกสารวิชาการระดับสากลผ่านการประเมินด้วย CASP Checklists รวมจำนวน 23 รายการ “ผลการวิจัยพบว่า 1) การสังเคราะห์บทเรียนจากประเทศต้นแบบเป็นกุญแจสำคัญ คือ การเปลี่ยนจาก “การลงโทษ” สู่ “สาธารณสุขนำ” โดยมาตรการลดทอนโทษทางอาญา และลดอันตรายเป็นประตูสู่การรักษา 2) ปัจจัยความสำเร็จผ่านภาครัฐที่มั่นคง เข้าถึงบริการง่าย ความล้มเหลวเกิดจากนโยบายแบบสั่งจากบนลงล่างขาดความเข้าใจปัญหา และ 3) การปรับใช้ในไทยนำมาสู่การสังเคราะห์องค์ความรู้ใหม่ “โมเดล PHS” ซึ่งประกอบด้วย 3 เสาหลัก ได้แก่ P (Public Health First) การลดทอนโทษทางอาญาเพื่อสุขภาพ H (Holistic Care) การบำบัดแบบองค์รวม และ S (Social Integration) บูรณาการชุมชนเข้มแข็งเน้นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและจัดตั้งศูนย์ฟื้นฟูครบวงจรระดับตำบลเพื่อลดการกลับไปเสพซ้ำอย่างยั่งยืน การศึกษานี้มีนัยสำคัญต่อการพัฒนานโยบายของ สสส. เพื่อเสริมสร้างระบบการบำบัดคุณภาพคืนศักดิ์ศรีให้กับผู้ป่วย
คำสำคัญ: #การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด #องค์ความรู้เชิงระบบ #การลดทอนความเป็นอาญา #การลดอันตราย #บูรณาการสาธารณสุขและสวัสดิการสังคม
📘ที่มา: ปีที่ 10 ฉบับที่ 5 (พฤษภาคม 2569)
📘Vol. 10 No. 5 (May 2026)
👇สามารถอ่านเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ที่👇
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/293393
🙏🙏🙏ติดต่อลงบทความ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่
นายธีรวัฒน์ ทองบุญชู
หัวหน้ากองบรรณาธิการวารสาร
👉📱โทร. 075-340043, 061-5262919, 086-4345903
👉📱LINE ID.
👉👝E-mail. [email protected]

📌 ตรวจสอบคิวตีพิมพ์ และขั้นตอนการส่งบทความ:
✅ เช็คคิวตีพิมพ์ว่าขณะนี้ดำเนินการถึงเดือนใด
✅ ตรวจสอบลำดับขั้นตอนการส่งบทความ
✅ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานวารสาร
📲 ติดต่อได้ทางไลน์
“งานวารสาร104ACADEMIC”
👉 https://lin.ee/OfVSHk2

📘บทความที่ 28 #คุณธรรมจริยธรรมคริสเตียนกับความเข้มแข็งของครอบครัวในสังคมไทย: การสังเคราะห์กรอบแนวคิดเชิงคุณภาพ CHRISTIAN...
24/07/2026

📘บทความที่ 28
#คุณธรรมจริยธรรมคริสเตียนกับความเข้มแข็งของครอบครัวในสังคมไทย: การสังเคราะห์กรอบแนวคิดเชิงคุณภาพ
CHRISTIAN ETHICAL VIRTUES AND FAMILY STRENGTH IN THE THAI CONTEXT: A QUALITATIVE CONCEPTUAL SYNTHESIS

โดย ยุทธภัณฑ์ พินิจ, สัญชัย อมรมาศ
คณะคริสตศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยคริสเตียน นครปฐม ประเทศไทย

By Yutthapan Pinich, Sanchai Amornmart
College of Christian Theology, Christian University, Nakhon Pathom, Thailand

#วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม
#โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญวัดสระเรียง
#คุณภาพ TCI ฐาน 1 (2568 – 2573)

บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์คุณธรรมจริยธรรมคริสเตียนที่เกี่ยวข้องกับความเข้มแข็งของครอบครัว และ 2) วิเคราะห์ความหมายและองค์ประกอบของความเข้มแข็งของครอบครัวในบริบทสังคมไทย เป็นวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลด้วยการสนทนากลุ่มจากคริสเตียนไทยสังกัดสภาคริสตจักรในประเทศไทย 84 คน แบ่งเป็น 7 กลุ่ม คัดเลือกแบบเจาะจงจากผู้สมัครใจ เครื่องมือวิจัยเป็นแนวคำถามกึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงประเด็น ใช้กรอบความเข้มแข็งและความยืดหยุ่นของครอบครัวของ Olson และ Walsh ร่วมกับพระคริสตธรรมคัมภีร์เพื่อจัดหมวดหมู่ ผลการวิจัยพบว่า 1) คุณธรรมจริยธรรมคริสเตียนที่เกี่ยวข้องกับความเข้มแข็งของครอบครัว มี 10 ประการ ได้แก่ รู้จักเสียสละ ความซื่อสัตย์ การให้อภัย การอธิษฐานและการพึ่งพาพระเจ้า การสื่อสารด้วยความรัก ความรับผิดชอบ ความยำเกรงพระเจ้า ความอดทนและการควบคุมตนเอง การเคารพสิทธิและการให้เกียรติกัน และการหนุนใจ เสริมกำลังใจและความหวัง แบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ ด้านความสัมพันธ์กับพระเจ้า ด้านความสัมพันธ์ระหว่างกัน และด้านคุณลักษณะส่วนบุคคล ที่ช่วยหล่อเลี้ยงความเข้มแข็งของครอบครัวต่างกัน เช่น การอธิษฐานและพึ่งพาพระเจ้าช่วยเสริมความยืดหยุ่นในยามวิกฤต การให้อภัยและการสื่อสารช่วยเยียวยาความสัมพันธ์ ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบและการควบคุมตนเองช่วยจัดการทรัพยากร และ 2) องค์ประกอบความเข้มแข็งของครอบครัวมี 7 ด้าน ได้แก่ ความสัมพันธ์ภายในที่มั่นคง บทบาทและโครงสร้างชัดเจน การสื่อสารที่ดี การจัดการตนเองและทรัพยากร ความยืดหยุ่นและการปรับตัว ทุนทางสังคม และความเชื่อร่วมกับคุณค่าทางศาสนา ข้อค้นพบเสนอว่าคุณธรรมคริสเตียนเป็นกลไกภายในที่ค้ำจุนและเยียวยาครอบครัว ควรขยายการศึกษาครอบครัวคริสเตียนที่หลากหลาย เช่น ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวและครอบครัวที่มีความขัดแย้ง เป็นต้น
คำสำคัญ: #คุณธรรมจริยธรรมคริสเตียน #ความเข้มแข็งของครอบครัว #บริบทสังคมไทย
📘ที่มา: ปีที่ 10 ฉบับที่ 5 (พฤษภาคม 2569)
📘Vol. 10 No. 5 (May 2026)
👇สามารถอ่านเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ที่👇
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/293801
🙏🙏🙏ติดต่อลงบทความ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่
นายธีรวัฒน์ ทองบุญชู
หัวหน้ากองบรรณาธิการวารสาร
👉📱โทร. 075-340043, 061-5262919, 086-4345903
👉📱LINE ID.
👉👝E-mail. [email protected]

📌 ตรวจสอบคิวตีพิมพ์ และขั้นตอนการส่งบทความ:
✅ เช็คคิวตีพิมพ์ว่าขณะนี้ดำเนินการถึงเดือนใด
✅ ตรวจสอบลำดับขั้นตอนการส่งบทความ
✅ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานวารสาร
📲 ติดต่อได้ทางไลน์
“งานวารสาร104ACADEMIC”
👉 https://lin.ee/OfVSHk2

📘บทความที่ 27 #ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแบรนด์ต่างประเทศของผู้บริโภคในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน...
23/07/2026

📘บทความที่ 27
#ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแบรนด์ต่างประเทศของผู้บริโภคในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน
FACTORS INFLUENCING CONSUMER PURCHASING DECISIONS FOR INTERNATIONAL BRANDS OF SMARTPHONES AND TABLETS IN SICHUAN PROVINCE CHINA

โดย เฉิน เชียน1, นิตยา วงศ์ยศ1, พหล ศักดิ์คะทัศน์2
1คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง ลำปาง ประเทศไทย
2คณะผลิตกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่ ประเทศไทย

By Chen Xian1, Nittaya Wongyos1, Phahol Sakkatat2
1Faculty of Management Sciences, Lampang Rajabhat University, Lampang, Thailand
2Faculty of Agricultural, Maejo University, Chiang Mai, Thailand

#วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม
#โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญวัดสระเรียง
#คุณภาพ TCI ฐาน 1 (2568 – 2573)

บทคัดย่อ
งานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยทางวัฒนธรรม ปัจจัยทางจิตวิทยา ปัจจัยส่วนผสมทางการตลาด และปัจจัยทางสังคม ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแบรนด์ต่างประเทศของผู้บริโภคในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน 2) เพื่อเสนอแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริโภคชาวจีนที่อาศัยอยู่ในมลฑลเสฉวนและเคยซื้อสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแบรนด์ต่างประเทศ กำหนดกลุ่มตัวอย่างเชิงปริมาณโดยใช้ตารางของคอมเลย์และลี จำนวน 400 คน และเชิงคุณภาพ จำนวน 20 คน เครื่องมือวิจัย คือ แบบสอบถามทำการวิเคราะห์สมการโครงสร้าง การวิจัยเชิงคุณภาพใช้การสัมภาษณ์เชิงลึกวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) โครงสร้างความสัมพันธ์ของปัจจัยทางวัฒนธรรม ปัจจัยทางจิตวิทยา ปัจจัยทางสังคม ปัจจัยส่วนประสมทางการตลาด มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแบรนด์ต่างประเทศของผู้บริโภคในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน โดยมีโมเดลสมการโครงสร้าง ค่า χ2/ df เท่ากับ 1.258 ค่า p-Value เท่ากับ 0.072 ค่า GFI เท่ากับ 0.941 ค่า CFI เท่ากับ 0.957 ค่า RMSEA เท่ากับ 0.025 สามารถสรุปตัวแบบของมาตรวัดการตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแบรนด์ และ 2) แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใช้ปัจจัยด้านส่วนประสมทางการตลาดปรับคุณสมบัติที่ผู้บริโภคชาวจีนนิยมให้เข้ากับตลาดจีน เสนอคุณค่าที่จับต้องได้เพิ่มความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีนขยายร้านค้าประสบการณ์ในเมืองสำคัญของเสฉวน ด้านวัฒนธรรมด้านสังคมในการสร้างแคมเปญที่เน้นการเชื่อมโยงคุณค่าทางสังคมครอบครัว ด้านจิตวิทยาสร้างการรับรู้ถึงคุณภาพนวัตกรรม
คำสำคัญ: #การตัดสินใจซื้อ #สมาร์ทโฟน #แท็บเล็ต #มณฑลเสฉวน

📘ที่มา: ปีที่ 10 ฉบับที่ 5 (พฤษภาคม 2569)
📘Vol. 10 No. 5 (May 2026)
👇สามารถอ่านเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ที่👇
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/294246
🙏🙏🙏ติดต่อลงบทความ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่
นายธีรวัฒน์ ทองบุญชู
หัวหน้ากองบรรณาธิการวารสาร
👉📱โทร. 075-340043, 061-5262919, 086-4345903
👉📱LINE ID.
👉👝E-mail. [email protected]

📌 ตรวจสอบคิวตีพิมพ์ และขั้นตอนการส่งบทความ:
✅ เช็คคิวตีพิมพ์ว่าขณะนี้ดำเนินการถึงเดือนใด
✅ ตรวจสอบลำดับขั้นตอนการส่งบทความ
✅ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานวารสาร
📲 ติดต่อได้ทางไลน์
“งานวารสาร104ACADEMIC”
👉 https://lin.ee/OfVSHk2

📘บทความที่ 26 #การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของตัวแบบการวัดปัจจัยที่ส่งผลต่อ การท่องเที่ยวซ้ำของนักท่องเที่ยวชุมชนนวั...
23/07/2026

📘บทความที่ 26
#การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของตัวแบบการวัดปัจจัยที่ส่งผลต่อ การท่องเที่ยวซ้ำของนักท่องเที่ยวชุมชนนวัตวิถีภาคใต้ของประเทศไทย
CONFIRMATORY FACTOR ANALYSIS OF THE MODELS FOR MEASURING FACTOR AFFECTING REPEAT TOURISM OF TOURISTS IN THE NAWATWITHI COMMUNITY IN SOUTHERN THAILAND

โดย นธี เหมมันต์1, วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง1, เจตน์สฤษฎิ์ สังขพันธ์2
1คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ สงขลา ประเทศไทย
2คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ สงขลา ประเทศไทย

By Natee Hemmant1, Wiwat Jankingthong1, Jetsarit Sangkhaphan2
1Hatyai Business School, Hatyai University, Songkhla, Thailand
2Faculty of Political Science, Hatyai University, Songkhla, Thailand

#วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม
#โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญวัดสระเรียง
#คุณภาพ TCI ฐาน 1 (2568 – 2573)

บทคัดย่อ
วิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของตัวแบบการวัดปัจจัยที่ส่งผลต่อ การท่องเที่ยวซ้ำของนักท่องเที่ยวชุมชนนวัตวิถีภาคใต้ของประเทศไทย ใช้วิธีวิจัยเชิงปริมาณ เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม จำนวน 500 คน ประชากร คือ นักท่องเที่ยวที่เข้ามาในชุมชนนวัตวิถี สุ่มตัวอย่างโดยอาศัยความน่าจะเป็นและเลือกวิธีการสุ่มตัวอย่างโดยการจับฉลาก ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามที่ 0.928 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน พบว่า โมเดลการวัดปัจจัยที่ส่งผลต่อการท่องเที่ยวซ้ำของนักท่องเที่ยวชุมชนนวัตวิถีภาคใต้ของประเทศไทยสอดคล้องกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ มีค่าดัชนีความกลมกลืน ค่าสถิติดัชนีความสอดคล้องของตัวแบบที่ได้ คือ (128, N = 500) = 241.05, p = .13, χ²/df = 1.88, CFI = .99 TLI = .98, RMSEA = .04 และ SRMR = 0.05 ตัวบ่งชี้จากแบบจำลองของตัวแปรแฝง การท่องเที่ยวซ้ำมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบมาตรฐาน 0.70 ตัวแปรแฝงความสุขของนักท่องเที่ยวมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบมาตรฐาน 0.71 ตัวแปรแฝงคุณค่าที่ได้รับมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบมาตรฐาน 0.74 ตัวแปรแฝงการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนักท่องเที่ยวมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบมาตรฐาน 0.92 ตัวแปรแฝง ความรับผิดชอบต่อสังคมมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบมาตรฐาน 0.81 ตัวแปรแฝงการรับรู้เทคโนโลยีมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบมาตรฐานมีค่าน้ำหนักองค์ประกอบมาตรฐาน 0.87 และตัวแปรแฝงประสบการณ์การท่องเที่ยว
มีค่าน้ำหนักองค์ประกอบมาตรฐาน 0.81 ทุกตัวบ่งชี้ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .01 ค่าน้ำหนักองค์ประกอบมาตรฐาน () มีค่ามากกว่า 0.50 ผลแสดงว่าตัวแปรสังเกตได้สามารถวัดตัวแปรแฝงได้ ผลการศึกษาแสดงว่าทั้ง 7 องค์ประกอบสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือวัดความสำเร็จของชุมชนนวัตวิถีภาคใต้ของประเทศไทยได้
คำสำคัญ: #การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน #การท่องเที่ยวซ้ำ #ชุมชนนวัตวิถี #การท่องเที่ยวโดยชุมชน #ความตั้งใจ

📘ที่มา: ปีที่ 10 ฉบับที่ 5 (พฤษภาคม 2569)
📘Vol. 10 No. 5 (May 2026)
👇สามารถอ่านเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ที่👇
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/293971
🙏🙏🙏ติดต่อลงบทความ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่
นายธีรวัฒน์ ทองบุญชู
หัวหน้ากองบรรณาธิการวารสาร
👉📱โทร. 075-340043, 061-5262919, 086-4345903
👉📱LINE ID.
👉👝E-mail. [email protected]

📌 ตรวจสอบคิวตีพิมพ์ และขั้นตอนการส่งบทความ:
✅ เช็คคิวตีพิมพ์ว่าขณะนี้ดำเนินการถึงเดือนใด
✅ ตรวจสอบลำดับขั้นตอนการส่งบทความ
✅ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานวารสาร
📲 ติดต่อได้ทางไลน์
“งานวารสาร104ACADEMIC”
👉 https://lin.ee/OfVSHk2

📘บทความที่ 25 #การพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพแอปพลิเคชันบริหารจัดการฟาร์มไก่สวยงามอัจฉริยะเพื่อสนับสนุนเกษตรดิจิทัล DEVEL...
22/07/2026

📘บทความที่ 25
#การพัฒนาและประเมินประสิทธิภาพแอปพลิเคชันบริหารจัดการฟาร์มไก่สวยงามอัจฉริยะเพื่อสนับสนุนเกษตรดิจิทัล
DEVELOPMENT AND EVALUATION OF A SMART ORNAMENTAL CHICKEN FARM MANAGEMENT APPLICATION FOR DIGITAL AGRICULTURE

โดย จรุ ถิ่นพระบาท, เตชิตา สุทธิรักษ์, วิสุตร์ เพชรรัตน์
คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช ประเทศไทย

By Jaru Thinprabaht, Taechita Sutthirak, Wisut Petcharat
Faculty of Management Science, Nakhon Si Thammarat Rajabhat University, Nakhon Si Thammarat, Thailand

#วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม
#โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญวัดสระเรียง
#คุณภาพ TCI ฐาน 1 (2568 – 2573)

บทคัดย่อ
การเลี้ยงไก่พื้นเมืองและไก่สวยงามมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นในหลายภูมิภาคของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคใต้ การประยุกต์ใช้แนวคิดเกษตรดิจิทัลจึงเป็นแนวทางหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการฟาร์มได้ งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ออกแบบและพัฒนาแอปพลิเคชันบริหารจัดการฟาร์มไก่สวยงามอัจฉริยะตามแนวคิดเกษตรดิจิทัล 2) ประเมินคุณภาพแอปพลิเคชันตามมาตรฐานคุณภาพซอฟต์แวร์ ISO/IEC 25010 3) วิเคราะห์การยอมรับเทคโนโลยีตามแบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี TAM และ 4) เปรียบเทียบประสิทธิผลการปฏิบัติงานก่อนและหลังการใช้แอปพลิเคชันด้วยสถิติ Paired-samples t-test การวิจัยใช้ระเบียบวิธีวิจัยและพัฒนา โดยพัฒนาแอปพลิเคชันตามแนวคิด Waterfall Model กลุ่มตัวอย่าง คือ เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่สวยงามในอำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 32 ราย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สหสัมพันธ์ของเพียร์สัน และ paired-samples t-test ผลการวิจัยพบว่า แอปพลิเคชันสามารถสนับสนุนการบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยบูรณาการข้อมูลไก่รายตัว ข้อมูลสุขภาพและวัคซีน การตรวจสอบย้อนกลับด้วย QR Code ข้อมูลต้นทุนและรายได้ และการติดตามสภาพแวดล้อมด้วย IoT ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ผลการประเมินคุณภาพซอฟต์แวร์ตามมาตรฐาน ISO/IEC 25010 อยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅ = 4.77) และการยอมรับเทคโนโลยีตามแบบจำลองการยอมรับเทคโนโลยี TAM อยู่ในระดับมากที่สุด (x ̅ = 4.78) ผลการทดสอบ paired-samples t-test พบว่า เวลาเฉลี่ยในการปฏิบัติงานหลังใช้แอปพลิเคชันลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) และมีขนาดอิทธิพลสูง (Cohen’s dz = 1.45 - 2.56) ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าแอปพลิเคชันสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการข้อมูล ลดเวลาในการปฏิบัติงาน และสนับสนุนการตัดสินใจบนฐานข้อมูลในการบริหารจัดการฟาร์มไก่สวยงามได้อย่างเหมาะสม

คำสำคัญ: #แอปพลิเคชันบริหารจัดการฟาร์มไก่สวยงาม #การเกษตรดิจิทัล #มาตรฐานคุณภาพซอฟต์แวร์ #การยอมรับเทคโนโลยี #ฟาร์มไก่สวยงามอัจฉริยะ
📘ที่มา: ปีที่ 10 ฉบับที่ 5 (พฤษภาคม 2569)
📘Vol. 10 No. 5 (May 2026)
👇สามารถอ่านเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ที่👇
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/293396
🙏🙏🙏ติดต่อลงบทความ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่
นายธีรวัฒน์ ทองบุญชู
หัวหน้ากองบรรณาธิการวารสาร
👉📱โทร. 075-340043, 061-5262919, 086-4345903
👉📱LINE ID.
👉👝E-mail. [email protected]

📌 ตรวจสอบคิวตีพิมพ์ และขั้นตอนการส่งบทความ:
✅ เช็คคิวตีพิมพ์ว่าขณะนี้ดำเนินการถึงเดือนใด
✅ ตรวจสอบลำดับขั้นตอนการส่งบทความ
✅ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานวารสาร
📲 ติดต่อได้ทางไลน์
“งานวารสาร104ACADEMIC”
👉 https://lin.ee/OfVSHk2

📘บทความที่ 24 #การยกระดับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม: อัตลักษณ์และการขับเคลื่อนบทบาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริม...
22/07/2026

📘บทความที่ 24
#การยกระดับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม: อัตลักษณ์และการขับเคลื่อนบทบาท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมในอำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช
ENHANCING INTANGIBLE CULTURAL HERITAGE: IDENTITY AND ROLE OF LOCAL GOVERNMENT ORGANIZATION TO PROMOTE PARTICIPATORY TOURISM IN PHIPUN, NAKHON SI THAMMARAT PROVINCE

โดย วิเชียร มันแหล่, บุญยิ่ง ประทุม*, จุไรรัตน์ รัตติโชติ, ชนิกานต์ ใสยเกื้อ, จิตติมา ดำรงวัฒนะ,
ศราวัสดี นวกัณห์วรกุล
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช นครศรีธรรมราช ประเทศไทย

By Wichian Manlea, Boonying Prathum, Jurairat Rattichot, Chanikan Saikuea, Jittima Damrongwattana, Sarawatsadee Nawakanworrakul
Faculty of Humanities and Social Sciences, Nakhon Si Thammarat Rajabhat University, Nakhon Si Thammarat, Thailand

#วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม
#โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญวัดสระเรียง
#คุณภาพ TCI ฐาน 1 (2568 – 2573)

บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษารวบรวมวิเคราะห์อัตลักษณ์ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และพัฒนาบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้นแบบในการส่งเสริมการท่องเที่ยว อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) เพื่อพัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัล กระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์และพัฒนาศูนย์การเรียนรู้วิสาหกิจชุมชนอย่างมีส่วนร่วมบนฐานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในการส่งเสริมการท่องเที่ยว อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช และ 3) เพื่อพัฒนาเส้นทางและกิจกรรมการท่องเที่ยว บนฐานมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ทั้งวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยใช้แบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 400 คน และผู้ใช้งานฐานข้อมูลดิจิทัล จำนวน 200 คน และใช้แบบสัมภาษณ์เชิงลึกกับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 25 คน ผลการวิจัยพบว่า อัตลักษณ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจากตำนานของอำเภอพิปูนจำแนกได้ 4 ด้าน ได้แก่ ประเพณี ความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธศาสนา และพิธีกรรม ซึ่งสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ การประเมินบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่า ช่องว่างระหว่างสภาพปัจจุบัน (ระดับปานกลาง) และความคาดหวัง (ระดับมาก) ในด้านการตลาดท่องเที่ยวที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด ด้านการพัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัลได้พัฒนาเป็นแพลตฟอร์ม www.phipun.com ที่ชุมชนมีส่วนร่วมในระดับมากที่สุด ควบคู่กับการยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สำหรับการท่องเที่ยวได้มีการพัฒนาเส้นทางนำเที่ยว 2 วัน 1 คืน เน้นการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และการเล่าเรื่อง องค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัยถูกสังเคราะห์เป็น “PHIPUN Model” และ “P-IDE Model” ซึ่งเป็นกลไกการขับเคลื่อนทุนภูมิปัญญามรดกทางวัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมของชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในอำเภอพิปูนอย่างยั่งยืน
คำสำคัญ: #มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม #องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น #การท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วม

📘ที่มา: ปีที่ 10 ฉบับที่ 5 (พฤษภาคม 2569)
📘Vol. 10 No. 5 (May 2026)
👇สามารถอ่านเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ที่👇
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/293624
🙏🙏🙏ติดต่อลงบทความ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่
นายธีรวัฒน์ ทองบุญชู
หัวหน้ากองบรรณาธิการวารสาร
👉📱โทร. 075-340043, 061-5262919, 086-4345903
👉📱LINE ID.
👉👝E-mail. [email protected]

📌 ตรวจสอบคิวตีพิมพ์ และขั้นตอนการส่งบทความ:
✅ เช็คคิวตีพิมพ์ว่าขณะนี้ดำเนินการถึงเดือนใด
✅ ตรวจสอบลำดับขั้นตอนการส่งบทความ
✅ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานวารสาร
📲 ติดต่อได้ทางไลน์
“งานวารสาร104ACADEMIC”
👉 https://lin.ee/OfVSHk2

📘บทความที่ 23 #การยกระดับสมุนไพรพื้นถิ่นเชิงระบบผ่านการบูรณาการองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และห่วงโซ่คุณค่า...
21/07/2026

📘บทความที่ 23
#การยกระดับสมุนไพรพื้นถิ่นเชิงระบบผ่านการบูรณาการองค์ความรู้วิทยาศาสตร์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และห่วงโซ่คุณค่า: กรณีศึกษา “ผลหัน” จังหวัดปัตตานี
SYSTEM-BASED UPGRADING OF LOCAL HERBAL PRODUCTS THROUGH THE INTEGRATION OF SCIENTIFIC KNOWLEDGE, LOCAL WISDOM, AND THE VALUE CHAIN: A CASE STUDY OF KNEMA GLOBULARIA IN PATTANI

โดย อารีย์ ธรรมโคร่ง1, ปวิชญา ชนะการณ์2, ปฐมารัตน์ รัตนช่วย3, มุสลียาดี กาแล4
1คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ปัตตานี ประเทศไทย
2คณะวิทยาการสื่อสาร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ปัตตานี ประเทศไทย
3คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ปัตตานี ประเทศไทย
4วิสาหกิจชุมชนบุญยาเฮิร์บ ปัตตานี ประเทศไทย

By Aree Tamkrong1, Pawitchaya Chanakarn2, Pattamarat Rattanachay3, Musliyadee Kalae4
1Faculty of Humanities and Social Science, Prince of Songkla University, Pattani Campus, Pattani, Thailand
2Faculty of Communication Sciences, Prince of Songkla University, Pattani Campus, Pattani, Thailand
3Faculty of Science and Technology, Prince of Songkla University, Pattani Campus, Pattani, Thailand
4Boonya Herb Community Enterprise Group, Pattani, Thailand

#วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม
#โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญวัดสระเรียง
#คุณภาพ TCI ฐาน 1 (2568 – 2573)

บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์ศักยภาพทางชีวภาพของสารสกัดจากผลหัน (Knema globularia Warb.) ตามหลักฐานการทดสอบในรายงานโครงการ 2) อธิบายกระบวนการยกระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพรในกรอบห่วงโซ่คุณค่า และ 3) วิเคราะห์บทบาทของเครือข่ายความร่วมมือการพัฒนานวัตกรรมสมุนไพรในจังหวัดปัตตานี การศึกษานี้เป็นการวิจัยเชิงพหุวิทยาการแบบวิเคราะห์กรณีศึกษา โดยสังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารวิชาการ รายงานโครงการ SID ของบุญยาเฮิร์บ และหลักฐานการทดลองทางห้องปฏิบัติการ พื้นที่ศึกษา คือ กลุ่มบุญยาเฮิร์บ ตำบลตาลีอายร์ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี มีผู้เกี่ยวข้องในกิจกรรม 102 คน และเครือข่ายความร่วมมือ 12 เครือข่าย วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา การสังเคราะห์เชิงแนวคิด และการตรวจสอบสามเส้าระหว่างข้อมูลเอกสาร รายงานโครงการ และผลทดสอบทางวิทยาศาสตร์ ผลการวิจัยพบว่า การสกัดผลหันด้วยเอทานอล 95% จากตัวอย่างผลหันบดละเอียด 250 กรัม ได้สารสกัดหยาบ 54.775 กรัม คิดเป็นร้อยละผลผลิต 21.91 การทดสอบแบบ agar well diffusion ที่ความเข้มข้น 1,000 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ไม่พบวงใสยับยั้งเชื้อ Staphylococcus aureus MRSA และ Malassezia furfur จึงควรหลีกเลี่ยงการอ้างสรรพคุณต้านจุลชีพโดยตรงจนกว่าจะมีหลักฐานเพิ่มเติม ด้านห่วงโซ่คุณค่า การยกระดับครอบคลุมการจัดหาวัตถุดิบ การอนุรักษ์ผลหัน การสกัด การทดสอบ การปรับสูตร การพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การสื่อสารการตลาด การขอมาตรฐาน และการปรับตำแหน่งผลิตภัณฑ์ เครือข่ายระหว่างวิสาหกิจชุมชน สถาบันการศึกษา หน่วยงานสาธารณสุข หน่วยงานนวัตกรรม และภาคีท้องถิ่นทำหน้าที่เป็นทุนทางสังคมแบบเชื่อมโยง ช่วยลดช่องว่างระหว่างภูมิปัญญาพื้นบ้านกับมาตรฐานวิทยาศาสตร์ องค์ความรู้ใหม่ คือ “โมเดลการยกระดับสมุนไพรพื้นถิ่นเชิงระบบ” ซึ่งเน้นการตัดสินใจบนฐานหลักฐาน ห่วงโซ่คุณค่า และทุนทางสังคมเพื่อพัฒนาสมุนไพรชุมชนอย่างรับผิดชอบ
คำสำคัญ: #การบูรณาการองค์ความรู้ #การยกระดับผลิตภัณฑ์สมุนไพร #วิเคราะห์ศักยภาพทางชีวภาพ #ผลหัน #หันลัด

📘ที่มา: ปีที่ 10 ฉบับที่ 5 (พฤษภาคม 2569)
📘Vol. 10 No. 5 (May 2026)
👇สามารถอ่านเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ที่👇
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/293383
🙏🙏🙏ติดต่อลงบทความ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่
นายธีรวัฒน์ ทองบุญชู
หัวหน้ากองบรรณาธิการวารสาร
👉📱โทร. 075-340043, 061-5262919, 086-4345903
👉📱LINE ID.
👉👝E-mail. [email protected]

📌 ตรวจสอบคิวตีพิมพ์ และขั้นตอนการส่งบทความ:
✅ เช็คคิวตีพิมพ์ว่าขณะนี้ดำเนินการถึงเดือนใด
✅ ตรวจสอบลำดับขั้นตอนการส่งบทความ
✅ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานวารสาร
📲 ติดต่อได้ทางไลน์
“งานวารสาร104ACADEMIC”
👉 https://lin.ee/OfVSHk2

📘บทความที่ 22 #การติดตามผู้กระทำความผิดคดียาเสพติดโดยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อกลับสู่ชุมชนแบบยั่งยืนในพื้นที่อำเภอนา...
21/07/2026

📘บทความที่ 22
#การติดตามผู้กระทำความผิดคดียาเสพติดโดยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อกลับสู่ชุมชนแบบยั่งยืนในพื้นที่อำเภอนาทวี
ELECTRONIC MONITORING OF DRUG OFFENDERS FOR SUSTAINABLE COMMUNITY REINTEGRATION IN NA THAWI DISTRICT

โดย วีณา สุวรรณโณ
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา ประเทศไทย

By Wena Suwanno
Faculty of Law, Thaksin University, Songkhla, Thailand

#วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรม
#โรงเรียนพระปริยัติธรรมสามัญวัดสระเรียง
#คุณภาพ TCI ฐาน 1 (2568 – 2573)

บทคัดย่อ
การวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากระบวนการและปัญหาการติดตามผู้กระทำความผิดคดียาเสพติดโดยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ 2) ศึกษากฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการนำเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการติดตามผู้กระทำความผิดคดียาเสพติด และ 3) แสวงหาแนวทางการติดตามผู้กระทำความผิดคดียาเสพติดโดยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์เพื่อกลับสู่ชุมชนแบบยั่งยืน การวิจัยเป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ได้แก่ การวิจัยเอกสาร และการวิจัยภาคสนามในพื้นที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา โดยสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ให้ข้อมูล 12 ท่าน ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ พนักงานคุมประพฤติ จำนวน 3 คน อาสาสมัครคุมประพฤติ จำนวน 3 คน ผู้นำชุมชน จำนวน 3 คน ครอบครัวผู้เข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด จำนวน 3 คน ซึ่งผู้วิจัยได้นำข้อสรุปจากการวิจัยเอกสารมาสร้างคำถามให้กลุ่มตัวอย่างแสดงความคิดเห็นกระบวนการติดตามผู้กระทำความผิดคดียาเสพติดโดยใช้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้การฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสามารถกลับคืนสู่ชุมชนได้อย่างยั่งยืน และทำการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1) กระบวนการติดตามโดยใช้ EM ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการคุมประพฤติ และลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ แต่ยังพบข้อจำกัดด้านกฎหมาย ทรัพยากร และความร่วมมือในระดับพื้นที่ 2) ด้านกฎหมายและมาตรการ พบว่า ยังมีช่องว่างในการกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและการคุ้มครองสิทธิของผู้ถูกติดตาม ซึ่งยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และ 3) แนวทางการติดตาม ควรพัฒนาระบบ EM ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปรับปรุงกฎหมายให้มีความชัดเจนและคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน รวมทั้งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ ชุมชน และครอบครัว เพื่อให้การฟื้นฟูผู้กระทำความผิดเป็นไปอย่างยั่งยืน
คำสำคัญ: #การควบคุมพฤติกรรมในชุมชน #เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ #ฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด #คืนคนดีสู่สังคม

📘ที่มา: ปีที่ 10 ฉบับที่ 5 (พฤษภาคม 2569)
📘Vol. 10 No. 5 (May 2026)
👇สามารถอ่านเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ที่👇
https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/293700
🙏🙏🙏ติดต่อลงบทความ หรือสอบถามเพิ่มเติมที่
นายธีรวัฒน์ ทองบุญชู
หัวหน้ากองบรรณาธิการวารสาร
👉📱โทร. 075-340043, 061-5262919, 086-4345903
👉📱LINE ID.
👉👝E-mail. [email protected]

📌 ตรวจสอบคิวตีพิมพ์ และขั้นตอนการส่งบทความ:
✅ เช็คคิวตีพิมพ์ว่าขณะนี้ดำเนินการถึงเดือนใด
✅ ตรวจสอบลำดับขั้นตอนการส่งบทความ
✅ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินงานวารสาร
📲 ติดต่อได้ทางไลน์
“งานวารสาร104ACADEMIC”
👉 https://lin.ee/OfVSHk2

ที่อยู่

โรงเรียนพระปริยัติสามัญวัดสระเรียง
Nakhon Si Thammarat
80000

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ วารสารสังคมศาสตร์และวัฒนธรรมผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท