23/05/2024
อาหารกลางวัน ของเรา ข้าวขาหมู+ต้มฟักกระดูกหมู ขนมทาร์ตไข่และนมจืด
ส่งเสริมพัฒนาการ เติบโตสมวัย ลูกใครไม่สำคัญ ศิษย์ฉันนั้นคือลูก
จะรักและพันผูก เพื่อให้ลูกเป็นเด็กดี
23/05/2024
อาหารกลางวัน ของเรา ข้าวขาหมู+ต้มฟักกระดูกหมู ขนมทาร์ตไข่และนมจืด
รับดูแลเด็ก อายุ 2 ขวบ ถึง 4 ขวบ นับถึง 16 พฤษภาคม 2567
21/05/2024
อาหารกลางวันวันนี้ เกี๊ยวน้ำลูกชิ้นหมู หมูแดง + ปลาทอด+ข้าวโพดคลุกเนย
25/06/2022
‘มิคกี้’ เด็กชายอายุ 8 ขวบ แม่ปรึกษาหมอด้วยเรื่องลูกดูเงียบและซึมไป
คุณแม่บอกว่าเมื่ออาทิตย์ก่อน ครูใช้ให้มิคกี้ออกมาลบกระดานดำ แต่มิคกี้ออกมาช้าเพราะเก็บกล่องดินสอที่ตกพื้น ครูก็พูดออกไปว่า หน้าตาไม่ดีแล้วยังหูไม่ดีอีกนะมิคกี้ ครูเรียกนานแล้วนะ
แม่ของมิคกี้เล่าให้ฟังว่า ลูกชายถูกเพื่อนล้อบ่อยๆ เรื่องผิวที่คล้ำ ตัวเล็ก เพื่อนและครูมักจะเปรียบเทียบมิคกี้กับพี่ชายที่เรียนโรงเรียนเดียวกันบ่อยๆ เพราะพี่ชายจะผิวขาวกว่า หน้าตาดี สูง และเป็นนักกีฬา
มิคกี้กลับมาเล่าให้แม่ฟัง และก็ร้องไห้เสียใจ บอกว่าเบื่อที่เกิดมาเป็นแบบนี้ หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าลูกดูไม่ร่าเริงเหมือนเดิม
“ตอนได้ยินลูกบอก แม่รู้สึกแย่ไปด้วย จนไม่รู้จะปลอบเขายังไงเลยค่ะ”
มิคกี้เป็นหนึ่งในเด็กหลายๆ คนที่ได้รับฟังคำพูดเชิงลบจากเพื่อนๆ หรือผู้ใหญ่ วันนี้หมอจึงอยากมาเขียนบทความว่าด้วยวิธีการที่พ่อแม่จะแนะนำลูกๆ ให้รับมือกับคำพูดเชิงลบ ว่าถ้าลูกมาเล่าให้ฟังจะปลอบและสอนลูกอย่างไรดี
1. ตอนคุณแม่ได้ยินคำพูดแบบนี้ที่ลูกเล่าให้ฟัง คุณแม่ก็น่าจะจิตตกเหมือนกันใช่ไหม ก่อนอื่นคุณแม่ก็ต้องตั้งสติ หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ ค่ะ
2. อย่าบอกลูกว่า “ไม่เห็นเป็นไรนะลูก” หรือ “ครูแค่ล้อเล่นมั้ง” ตรงนี้ผู้ใหญ่บางคนก็คิดว่าเป็นการปลอบ แต่จริงๆ ลูกอาจจะรู้สึกว่าแม่ช่างไม่เข้าใจเลย
3. ถามลูกว่า “ครูพูดแบบนี้ หนูรู้สึกอย่างไรบ้างลูก” ในเรื่องแบบนี้เด็กๆ ส่วนใหญ่แน่นอนจะมีความรู้สึกแย่ เด็กส่วนใหญ่ก็จะรู้สึกไม่ชอบ เสียใจ น้อยใจ อายที่ครูว่า โกรธ ยิ่งถ้าครูพูดต่อหน้าคนอื่นๆ ด้วย
4. ช่วงที่เด็กระบายความรู้สึก ตรงนั้นขอให้คุณแม่รับฟัง อาจพยักหน้ารับเป็นช่วง แสดงให้เห็นว่าเราเข้าใจความรู้สึกเขา อาจจะบอกลูกว่า “ถ้าเป็นแม่ได้ยินแบบนั้น ก็คงรู้สึกแย่มาก” การที่เรารับฟังความรู้สึกเด็ก ตรงนั้นจะช่วยให้เด็กรู้สึกดีขึ้น
5. พอลูกพร้อมสักหน่อย เราค่อยคุยกับเขาเรื่องการรับมือคำพูดเชิงลบเหล่านี้
6. เรื่องคำพูดวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ต้องเข้าใจเลยว่ามันเป็นสิ่งที่เราควบคุมคนอื่นไม่ได้ คนที่เขาอยากจะตำหนิวิจารณ์คนอื่น จะหน้าตารูปร่างอย่างไร เขาก็หาเรื่องมาติจนได้ ขนาดนางงามจักรวาล ยังมีข่าวว่ามีคนออกมาวิจารณ์หน้าตาของเขาเลย
7. รูปร่างหน้าตาภายนอก ไม่ใช่เรื่องที่สำคัญเท่าคุณสมบัติ ลักษณะนิสัยใจคอ เช่น การที่หนูมีน้ำใจ ออกไปช่วยครู ตรงนั้นน่าชมเชย ลองถามเขาว่า เวลาเราคบเพื่อน เราจะคบที่หน้าตาหรือนิสัยใจคอ ปกติเราก็จะเลือกคบที่นิสัยใจคอดี มากกว่าเพื่อนที่หน้าตาดีแต่ว่านิสัยแย่ใช่ไหม
8. ใครจะรู้สึกอย่างไรกับเรา ไม่สำคัญเท่าเรารู้สึกอย่างไรกับตัวเอง
9. สามารถสอนเด็กในเรื่อง empathy ความเห็นอกเห็นใจคนอื่นได้ด้วย บอกเขาว่า “ลูก ถ้าเราไม่ชอบวิธีพูดแบบนั้นของครู เราก็เรียนรู้ไว้นะ และอย่าไปพูดแบบนี้กับคนอื่น ไม่ไปวิจารณ์รูปร่างหน้าตาของใครๆ ควรดูที่การกระทำ“ จุดนี้ก็พลิกเรื่องแย่ๆ ให้เป็นคำสอนดีๆ ได้ด้วย
10. ปลูกฝังเรื่องของความเข้มแข็งทางใจ การมองเห็นคุณค่าในตัวเอง มีความภาคภูมิใจในตัวตน ให้กับลูกๆ เป็นพื้นฐาน ทำร่วมไปกับการรับฟังเรื่องต่างๆ เวลาที่เขามีปัญหา ถ้าลูกมีใครสักคนที่รับฟังและเข้าใจ เขาจะผ่านพ้นเรื่องต่างๆ ไปได้
เป็นกำลังใจให้ทุกคนผ่านพ้นคำพูดเชิงลบต่างๆ ในชีวิตไปได้นะคะ
หมายเหตุ: เรื่องของมิคกี้เป็นเรื่องที่หมอดัดแปลงมาจากปัญหาของเด็กและวัยรุ่นที่ผู้ปกครองพาลูกมาประเมิน และข้อความต่างๆ ที่ส่งมาปรึกษา เพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับบุคคลที่สาม
#หมอมินบานเย็น
#ข้อคิดจากห้องตรวจจิตเวชเด็ก
😅
เจ้าหมูหูหาย
นิทานเรื่อง ไออุ่น, กากระหายกับเหยือกน้ำใสใบโต