ตามฝัน

ตามฝัน คลังความรู้ คลังความสุข คลังความทรงจำ

10/09/2026

12 ข้อที่ชอบ
ของหนังสือ
"วิถีผู้ชนะฉบับคนเก่งแบบเป็ด"

1. เก่งแค่ 80% ก็พอ
ไม่จำเป็นต้องเต็มร้อยในทุกด้าน
แค่เรามีความสามารถเพียงพอ
ต่อการใช้งานก็เพียงพอแล้ว

2. การมีทักษะหลาย ๆ ด้าน
จะช่วยให้เราปรับตัวได้
และประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง
โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนอื่น

3. เลือกพัฒนาทักษะ
ที่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายโดยตรง
แทนการกระจายพลังไปเรื่องที่ไม่จำเป็น

4. คนเก่งกว้างจะมุ่งมั่นพัฒนาตัวเอง
ไม่หมกมุ่นกับผลลัพธ์หรือสายตาคนอื่น

5. การสื่อสารการ โน้มน้าวใจ
การฟัง และการจัดเวลา
เป็นทักษะเป็ดที่มีอิทธิพล
ต่อความสำเร็จในทุก ๆ ด้าน

6. ความยืดหยุ่น
คือข้อได้เปรียบของคนเก่งแบบเป็ด
เพราะเมื่อทางใดทางหนึ่งตัน
ยังมีอีกหลายทางให้ได้ไปต่อ

7. การนั่งสมาธิสั้นๆ
จะช่วยลดความกังวล
และทำให้เรานอนหลับดีขึ้น

8. เลิกยึดติดกับสายตาคนอื่น
เพราะต่อให้เราพัฒนาตัวเองได้มาก
เราก็ไม่มีวันรู้สึกพอใจในตัวเอง

9. เปิดรับโอกาสเสมอ
อย่าปิดกั้นตัวเองด้วยความกลัว

10. คนเก่งลึกจะมุ่งมั่นฝึกฝนทักษะ
ให้ถึงระดับที่ใช้งานให้ดี
แล้วค่อยๆ เปลี่ยนเรียนรู้ทักษะอื่นต่อ

11. เน้นการฝึกฝนที่มีจุดมุ่งหมายชัดเจน
เพื่อพัฒนาทักษะอย่างมีประสิทธิภาพ

12. ใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ
ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปจากชีวิต
และมุ่งเน้นสิ่งที่สำคัญจริง ๆ

"คนเก่งแบบเป็ด" อาจไม่ใช่คนที่เชี่ยวชาญเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่คือคนที่สามารถผสมผสานทักษะหลากหลายด้านเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นคนที่มีศักยภาพรอบด้านและนำไปสู่ "ความสำเร็จในแบบของตัวเอง"

09/09/2026

วันนี้(๙ กันยายน ๒๕๖๙) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ให้ทรงดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๙
🙏🏼💜 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม 💜🙏🏼

Today(9 September 2026) His Majesty the King of Thailand has appointed Her Majesty Queen Suthida Bajrasudhabimalalakshana as the President of Thai Red Cross Society from 8 September 2026.
🙏🏼💜 Long Live Our Beloved Queen 💜🙏🏼

07/09/2026

"...พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งการศึกษา ผู้ใดชื่อว่าเป็นชาวพุทธแต่ไม่ศึกษา ก็ยังไม่ใช่ชาวพุทธที่แท้

การศึกษาทางพระพุทธศาสนามีสามอย่าง เรียกว่า “ไตรสิกขา” ได้แก่ ศีล สมาธิ และปัญญา

ชาวพุทธมีหน้าที่ศึกษาอบรมให้ถึงพร้อมด้วยศีล มีความประพฤติกายวาจาที่สุจริตเรียบร้อย ถึงพร้อมด้วยสมาธิ มีความตั้งมั่นแห่งจิต จดจ่อต่ออารมณ์ที่เป็นฝ่ายกุศลอย่างแน่วแน่สม่ำเสมอ และถึงพร้อมด้วยปัญญา มีความรอบรู้ในเหตุและผล หยั่งเห็นความเป็นจริงของธรรมะได้อย่างถูกต้อง..."

พระสัมโมทนียกถา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
ประทานในพิธีทอดผ้าป่าสมทบโครงการก่อสร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรม
สำนักศาสนศึกษาวัดผ่องพลอยวิริยาราม เขตบางนา กรุงเทพมหานคร
ณ พระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
วันอาทิตย์ ที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๑

#99พรรษาสมเด็จพระสังฆราช #สมเด็จพระสังฆราช #พระคติธรรม
#พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งการศึกษา #ผู้ใดชื่อว่าเป็นชาวพุทธแต่ไม่ศึกษา #ก็ยังไม่ใช่ชาวพุทธที่แท้

06/09/2026

เมื่อรอง ผอ. อายุน้อยกว่าครูบางคนเกือบ 20 ปี… จะบริหารอย่างไรไม่ให้ถูกมองว่าเด็ก
วันที่บรรจุวันแรก ป้ายชื่อตำแหน่งเขียนว่า “รองผู้อำนวยการ”
แต่วันแรกที่ก้าวเข้าห้องประชุม มองไปรอบห้อง ครูหลายท่านคือครูรุ่นพ่อรุ่นแม่ บางท่านสอนมาตั้งแต่เรายังจำความไม่ได้
คำถามที่ดังอยู่ในหัวเงียบๆ คือ:
“เด็กขนาดนี้ จะคุมโรงเรียนอยู่เหรอ?”
“จะสั่งงานครูที่ใกล้เกษียณยังไง โดยไม่โดนมองว่าปีนเกลียว?”
ถ้าคุณกำลังสอบบรรจุ หรือเพิ่งได้ตำแหน่ง นี่คือความจริงที่ไม่มีในตำราสอบ… แต่ต้องใช้ชีวิตจริงแลกมาครับ
1. ตำแหน่งให้ “อำนาจ” แต่วัยวุฒิให้ “บารมี”
ในกระดาษ เรามีอำนาจตามระเบียบ แต่ในความรู้สึก คุณคือเด็กคนหนึ่ง อย่าเพิ่งรีบเปิดตัวด้วยการ “ออกคำสั่ง” หรือคิดจะเปลี่ยนทุกอย่างใน 3 วัน 7 วัน
จำไว้ว่า ครูอาวุโสเขาอยู่มาก่อนเราหลายสิบปี เขารู้จักโรงเรียน ชุมชน และเด็กมากกว่าเรา บทบาทแรกของรอง ผอ. อายุน้อย ไม่ใช่ผู้สั่งการ แต่คือ “ผู้ประสานและผู้ฟังที่ดี”
2. เปลี่ยนจากการ “ชี้แนะ” เป็น “ขอคำปรึกษา”
ไม่มีครูผู้ใหญ่คนไหนชอบให้เด็กคราวลูกมาสอนงาน แต่ท่านจะเมตตาทันทีถ้าเรารู้จัก “เข้าหา”
แทนที่จะบอกว่า: “คุณครูครับ ระเบียบใหม่บอกว่าต้องทำแบบนี้นะครับ”
ลองเปลี่ยนเป็น: “ครูครับ เรื่องนี้ทางเขตมีแนวทางใหม่มา ผมอยากขอคำปรึกษาและประสบการณ์ของครูหน่อยครับ ว่าบริบทโรงเรียนเราควรปรับใช้อย่างไรดี”
ให้เกียรติประสบการณ์ของท่าน แล้วงานยากจะกลายเป็นงานง่าย
3. ใช้แรงหนุ่มสาว “ซัพพอร์ต” ไม่ใช่ “ข่ม”
จุดเด่นของเราคือไฟ พลัง และความคล่องตัวเรื่องเทคโนโลยี ส่วนจุดแข็งของครูอาวุโสคือบารมี ความเข้าใจเด็ก และความเก๋าเกม
งานไหนที่ระบบใหม่ๆ มันยุ่งยาก ซับซ้อน ต้องใช้แรง ใช้ไอที เราอาสาแบกรับและช่วยเหลือท่าน
เมื่อครูรู้สึกว่า “มีรองคนนี้แล้วงานเขาง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น” ความไว้ใจจะเกิดขึ้นเองโดยไม่ต้องเรียกร้อง
4. แยกให้ออกระหว่าง “ความเคารพ” กับ “ความเด็ดขาด”
การอ่อนน้อมไม่ได้แปลว่าอ่อนแอ นอกเวลางาน เราไหว้ท่านเป็นพี่ ป้า น้า อา ได้อย่างสนิทใจ แต่ในเวลางาน เมื่องานมีปัญหา ต้องยึดระเบียบและความถูกต้อง พูดด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ นิ่ง ไม่ใช้อารมณ์ และชัดเจนในเป้าหมาย
ผู้บริหารที่คนเคารพ ไม่ใช่คนที่เสียงดังที่สุด แต่คือคนที่ “ให้เกียรติคนอื่นมากที่สุด และรับผิดชอบงานได้ดีที่สุด”
การสอบได้ลำดับดีๆ พาเรามาถึงเก้าอี้ผู้บริหารได้
แต่วิธีปฏิบัติตัวต่อเพื่อนร่วมงาน… จะเป็นตัวตัดสินว่าเราจะนั่งอยู่ใน “ใจ” ของครูได้นานแค่ไหน
ว่าที่ผู้บริหารทุกท่าน หรือใครที่กำลังเจอกำแพงอายุในที่ทำงาน… เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหมครับ?
แล้วคุณมีวิธีรับมือหรือก้าวข้ามผ่านมันมายังไง ลองมาแชร์กันในคอมเมนต์หน่อยครับ

06/09/2026
03/09/2026

UPDATE: ทำไมนิวยอร์กสั่งแบน AI ในโรงเรียนประถม-มัธยมต้นนาน 1 ปี เข้มงวดที่สุดในสหรัฐฯ

เมื่อวานนี้ (2 กันยายน) ทางการนิวยอร์กประกาศระงับการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนในโรงเรียนประถมและมัธยมต้น (ระดับชั้น 2-K ถึงเกรด 8) เป็นเวลา 1 ปี เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2026-2027

นโยบายนี้ถือเป็นหนึ่งในมาตรการควบคุมเทคโนโลยีในห้องเรียนที่เข้มงวดที่สุดในสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบต่อนักเรียนเกือบ 600,000 คน หรือคิดเป็น 2 ใน 3 ของนักเรียนทั้งหมดในระบบโรงเรียนรัฐบาลของนิวยอร์ก

🔴 ทำไมนิวยอร์กถึงสั่งแบน AI ในโรงเรียน

⚈ เพื่อปกป้อง ‘ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์’ และการเรียนรู้ตามธรรมชาติของเด็ก

โซห์ราน มัมดานี นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก ระบุว่า เด็กๆ จำเป็นต้องมีครูผู้สอนและต้องมีความสัมพันธ์กับมนุษย์ เพื่อที่จะเรียนรู้และเติบโต พวกเขาต้องเรียนรู้ที่จะพัฒนาทักษะร่วมกับเพื่อนฝูง สร้างความสัมพันธ์กับนักการศึกษา และเผชิญหน้ากับปัญหาที่ยากลำบากด้วยตนเอง

นอกจากนี้ เขายังชี้ว่า แม้ภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะพยายามผลักดันว่า การใช้ AI ในการศึกษาระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ทางเมือง ‘ไม่ได้มองเช่นนั้น’

ทางด้าน คามาร์ แซมมวลส์ ผู้อำนวยการเขตการศึกษา ร่วมสนับสนุนแนวคิดนี้โดยเน้นย้ำว่า นโยบายนี้ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้อง “ความสัมพันธ์ของมนุษย์ ความอยากรู้อยากเห็น และความคิดสร้างสรรค์ที่จะช่วยให้เด็กๆ เติบโต”

แซมมวลส์เชื่อว่า นวัตกรรมไม่ได้แปลว่าต้องใช้เทคโนโลยีมากขึ้น และในช่วง 1 ปีต่อจากนี้ ทางนิวยอร์กจะใช้หลักฐานเป็นตัวนำทาง เพื่อทำให้แน่ใจว่า เทคโนโลยีจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ ‘ไม่ใช่’ เข้ามาครอบงำการเรียนรู้

⚈ ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีที่ยังไม่ได้รับการทดสอบอย่างเพียงพอ

แคธี โฮเคิล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก ยืนยันว่า จะผลักดันให้เทคโนโลยีเข้ามาส่งเสริมการเรียนของเด็กๆ อย่างแท้จริง แทนที่จะเป็นตัวดึงดูดความสนใจ โดยเธออยากเห็นเด็กๆ ทุ่มเทให้กับการเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง มากกว่า ที่จะนั่ง ‘คลิกและเลื่อนหน้าจอ’ แต่เพียงอย่างเดียว

ทางด้าน โรเบิร์ต แจ็กสัน สมาชิกวุฒิสภารัฐ ระบุว่า เราไม่ควรสับสนระหว่างความสามารถของเครื่องจักรในการสร้างคำตอบ กับความสามารถของเด็กในการหาคำตอบด้วยตนเอง เพราะสติปัญญาและความเป็นอิสระของเด็กก่อกำเนิดขึ้นจากการดิ้นรนและเผชิญความท้าทายในการเรียนรู้ โดยเขากล่าวว่า “วัยเด็กต้องไม่ใช่ราคาที่เราต้องจ่าย เพื่อแลกกับนวัตกรรม”

⚈ ความต้องการเวลา เพื่อประเมินผลกระทบและเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ

การสั่งหยุดใช้ AI ชั่วคราวเป็นเวลา 1 ปีนี้ มีเป้าหมายเพื่อนำข้อมูลมาศึกษาวิจัยผลกระทบของเทคโนโลยีนี้อย่างจริงจังตลอดทั้งปี โดยนิวยอร์กได้จัดตั้ง ‘ภาคีเทคโนโลยีในโรงเรียน’ (Technology in Schools Coalition) ซึ่งรวมถึง นักเรียน ครู ผู้ปกครอง พนักงานรัฐที่ได้รับการเลือกตั้ง และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อมาประเมินผลของการแบนและโครงการทดลองต่างๆ พร้อมทั้งจัดทำรายงานเสนอแนะสำหรับอนาคต

ยิ่งไปกว่านั้น เครื่องมือเทคโนโลยีทั้งหมดที่ใช้ในโรงเรียนจะถูกนำมาตรวจสอบอย่างละเอียด และจะห้ามใช้งานทันที หากประเมินแล้วพบว่า ไม่มีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่อการเรียนรู้ (Mission-Critical)

🔴 ประเด็นสำคัญของนโยบายควบคุม AI และหน้าจอ

ในเรื่องขอบเขตการแบนและการจำกัดเวลาหน้าจอนั้น มีการสั่งระงับซอฟต์แวร์ AI ที่หันเข้าหานักเรียน (Student-Facing Generative AI) ทั้งหมดสำหรับเกรด 2-K ถึงเกรด 8 และแบนแชตบอตคู่หู (Companion Chatbots) ในทุกระดับชั้น พร้อมทั้งห้ามเด็กอนุบาลถึงเกรด 2 ใช้อุปกรณ์แล็ปท็อปและแท็บเล็ตในห้องเรียน ส่วนเกรด 3-5 และเกรด 6-8 จะมีข้อจำกัดเวลาหน้าจอ โดยจำกัดวันละไม่เกิน 30 นาที และ 45 นาทีตามลำดับ

ส่วนกฎสำหรับบุคลากรครู คุณครูยังสามารถใช้งาน AI สำหรับการเตรียมแผนการสอนหรืองานธุรการทั่วไปได้ตามปกติ แต่จะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ AI ในการให้คะแนน/ตัดเกรด (Grading) หรือการจัดการภาวะวิกฤต (Crisis Management) ในสถานการณ์ต่างๆ

อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับเครื่องมือเทคโนโลยีช่วยเหลือ (Assistive Technology) แก่นักเรียนที่มีความบกพร่องทางร่างกายและสติปัญญา นักเรียนที่สื่อสารหลายภาษา และนักเรียนในสายอาชีพเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยี

โดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จะไม่ได้อยู่ภายใต้คำสั่งแบนนี้ทั้งหมด แต่จะได้รับการสอนหลักสูตรการคิดเชิงวิพากษ์เกี่ยวกับ AI ปีละ 2 ครั้ง (ครั้งละ 45 นาที) เพื่อให้ตระหนักถึงความเสี่ยง อคติ และจริยธรรมของ AI พร้อมทั้งมีการเปิดโครงการทดลองใช้ AI (AI Pilots) ภายใต้การดูแลอย่างเข้มงวดของครูที่ผ่านการฝึกอบรม โดยจำกัดจำนวนนักเรียนไม่เกิน 50,000 คน (ประมาณ 5% ของนักเรียน ม.ปลาย) ในการใช้งานซอฟต์แวร์ที่ได้รับการคัดเลือกตามมาตรฐานความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เช่น Quill, Edia, Brisk Teaching, Playlab และ Intel AI-Ready Schools

ทางด้าน จูลี แซมมวลส์ ประธานและซีอีโอของ Tech:NYC กล่าวว่า แม้ AI จะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่สำคัญของนิวยอร์ก ซึ่งการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นเรื่องที่จำเป็น แต่นโยบายที่สร้างแนวป้องกันที่เข้มงวด ควบคู่กับความปลอดภัยสำหรับเด็กเล็กก็เป็นเรื่องที่เหมาะสมอย่างยิ่ง และเธอก็ยินดีที่ได้เข้าร่วมทำงานกับภาคี เพื่อร่วมศึกษาผลลัพธ์จากมาตรการแบนในครั้งนี้

มาตรการแบนของทางการนิวยอร์กคือ การโยนคำถามสำคัญกลับมาสู่สังคมว่า ในโลกที่ปัญญาประดิษฐ์สามารถหาคำตอบให้กับทุกสิ่งได้ในพริบตา เราจะยังเหลือพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ลองผิดลองถูก และเรียนรู้ที่จะเติบโต ผ่านความสัมพันธ์แบบมนุษย์ได้มากน้อยเพียงใด

ท้ายที่สุดแล้ว เวลา 1 ปีหลังจากนี้ อาจเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า เส้นทางสู่อนาคตการศึกษาที่ยั่งยืน คือการวิ่งตามเทคโนโลยีให้ทัน หรือคือการกล้าที่จะหยุดคิดเพื่อรักษา ‘วัยเด็ก’ และจิตวิญญาณแห่งการเรียนรู้เอาไว้ให้ดีที่สุด

ภาพ: Frame Stock Footage / Shutterstock

อ้างอิง:
https://www.nyc.gov/mayors-office/news/2026/09/mayor-mamdani-and-chancellor-samuels-put-students-first-with-nat
https://www.reuters.com/technology/mamdani-imposes-one-year-ban-ai-most-nyc-students-2026-09-02/?utm_source=chatgpt.com
https://www.nbcnews.com/tech/tech-news/mamdani-expected-announce-ai-ban-nyc-schools-young-students-rcna595719?cid=sm_npd_nn_tw_ma&taid=6a989c6a3375640001f2432c&utm_campaign=trueanthem&utm_medium=social&utm_source=twitter
https://www.usnews.com/news/top-news/articles/2026-09-02/mamdani-imposes-one-year-ban-on-ai-for-most-nyc-students

03/09/2026

ของขวัญที่ดีที่สุดของการสอนคนอื่น...
คือตัวเราเองที่จะเข้าใจเนื้อหานั้นอย่างลึกซึ้งที่สุด 🔺✨
เคยสังเกตไหมว่า ตอนที่เรานั่งอ่านหรือฟัง เรามักจะรู้สึกว่าตัวเอง "เข้าใจ"
แต่ความจริงคือ สมองของเราแค่คุ้นเคยกับข้อมูลตรงหน้าเท่านั้น
หากแต่จุดเปลี่ยนสำคัญจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อเราเริ่ม "ถ่ายทอด" ให้ใครสักคนฟัง
เพราะการสอนคนอื่นบังคับให้เราต้องทำสิ่งที่ทรงพลังที่สุด 3 อย่าง:
👉จัดระเบียบความคิดใหม่
เราต้องย่อยเรื่องยากๆ ให้กลายเป็นภาษาง่ายๆ ซึ่งถ้าเรายังไม่เข้าใจแก่นของมันจริงๆ เราจะไม่มีวันอธิบายออกมาได้
👉 อุดรอยรั่วที่มองไม่เห็น
คำถามเรียบง่ายจากคนฟัง หรือคนที่มาเรียน มักจะสะท้อนจุดที่เรามองข้าม ทำให้เราได้กลับไปสำรวจและเติมเต็มช่องว่างนั้น
👉 เปลี่ยนความรู้เป็นความเข้าใจ
ยิ่งส่งต่อและยกตัวอย่างซ้ำๆ ข้อมูลในสมองจะค่อยๆ ร้อยเรียงกลายเป็นทักษะที่หยั่งรากลึกในตัวเรา

พีระมิดการเรียนรู้ หรือ Learning Pyramid
จึงวาง "การสอนคนอื่น" ไว้ที่ฐานล่างสุดสูงถึง 90%
การสอนจึงไม่ใช่แค่การมอบความรู้แก่ผู้อื่นเท่านั้น
แต่มันคือเครื่องมือที่สำคัญที่ทำให้ผู้สอนกลายเป็นผู้เข้าใจในเรื่องนั้นอย่างแท้จริง ❤️

#การเรียนรู้ #จิตวิทยาการเรียนรู้ #พัฒนาตัวเอง #พลังของการแบ่งปัน

ที่อยู่

Nakhon Sawan
60000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ตามฝันผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท