คลังสุขภาพดีด้วยบูมช้อปปิ้ง

คลังสุขภาพดีด้วยบูมช้อปปิ้ง

แชร์

คลังผลิตภัณพ์เพื่อสุขภาพเกรดพรี่เ?

08/05/2022

ขอแสดงความยินดี🎊🎊
✨🌟 รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ✨🌟

เพราะทั้งประเทศไทย
มีบริษัทเอกชน เพียง 3 บริษัทเท่านั้น!!!
ที่ได้รับรางวัลนี้ จาก สคบ.
#สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ในฐานะของการเป็น
#ผู้ประกอบการภาคเอกชนต้นแบบ
ที่ทำคุณประโยชน์ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค
อย่างจริงจังและต่อเนื่องตลอด 3 ปี
ที่ก่อตั้งมา…

ขอขอบคุณ🙏🙏…รางวัลนี้
ที่เป็นเครื่องเตือนใจ
และพลังในการสร้างธุรกิจออนไลน์สีขาว
ให้คงอยู่กับประเทศไทย
เพื่อสร้างประโยชน์ต่อผู้บริโภค
และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศชาติต่อไป

์ยืนหนึ่งเพื่อคนไทย
#บันทึกไว้ในความทรงจำแห่งความภาคภูมิใจ

#ดีที่สุดหยุดหยุดเราไม่ได้
#เพราะเราจะรักษาคุณงามความดีต่อไป


ดูรายละเอียดคลิก⏬
https://Theiconbykrukob.theicongroup.co.th/

06/03/2022

ประโยชน์ของ กระชาย สมุนไพรไทย
รู้หรือเปล่า? กระชาย สมุนไพรไทย นอกจากจะเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารให้มีรสชาติที่ดีและมีกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังมีประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพช่วยบำรุงร่างกายได้หลายด้าน อีกทั้งยังช่วยไล่แมลงได้ด้วย ในบทความนี้เราหยิบยกมาบอกทั้งหมด 12 ข้อด้วยกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปอัปเดตกันได้เลยครับ
ประโยชน์ของ กระชาย สมุนไพรไทย – Fingerroot
กระชาย มีชื่อสามัญว่า Fingerroot, Chinese ginger, Chinese keys, Galingale // ชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. จัดอยู่ในวงศ์ขิง (ZINGIBERACEAE)

1. น้ำกระชายปั่น ดื่มเพื่อเพิ่มความสดชื่น บำรุงร่างกาย ช่วยทำให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น ทำให้เหนื่อยลง

2. ช่วยแก้ลมวิงเวียน แน่นหน้าอก บำรุงกำลัง เสริมสมรรถภาพทางเพศ

3. ช่วยทำให้เส้นผมแข็งแรงสุขภาพดี เปลี่ยนผมขาวให้กลับเป็นดำ ช่วยทำให้ผมบางกลับมาหนาขึ้น อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาผมหงอก ผมร่วงได้

4. รากนำมาใช้เป็นเครื่องแกงในการประกอบอาหารแล้ว ยังช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อและปลาได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งปลาดุก ปลาไหล ปลากุลา เป็นต้น

5. รากกระชายสามารถช่วยไล่แมลงได้ ด้วยการนำตะไคร้ ข่า หอมแดง ใบสะเดาแก่ นำมาตำผสมกัน แล้วใช้ผสมกับน้ำฉีดในบริเวณที่มีแมลงรบกวน

6. งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ศึกษาแล้วพบว่า สารสกัดจากกระชายสามารถช่วยต้านการเสื่อมของกระดูกอ่อนในหลอดทดลองได้ และได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

7. งานวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์พบว่า สารสกัดคลอโรฟอร์มและเมทานอลจากรากของกระชายมีฤทธิ์ในการต้านการเจริญเติบโตของเชื้อ Giardia intestinalis ซึ่งเป็นพยาธิเซลล์เดียวในลำไส้ที่ก่อให้เกิดภาวะท้องเสีย ซึ่งเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างมากสำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง
8. กินแล้วดีต่อสมอง เพราะมีคุณสมบัติช่วยบำรุงสมอง ช่วยทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองส่วนกลางได้ดีมากขึ้น

9. กระชายเมื่อกินเข้าไปแล้ว สามารถช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนต่าง ๆ ในร่างกายได้ดี

10. งานวิจัยของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยพบว่าสาร Pinostrobin, Pinocembrin, Panduratin A และ Alpinetin ของกระชายนั้นมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรียได้หลายชนิด

11. ลดน้ำหนักได้ จากการศึกษาวิจัยในประเทศเกาหลีใต้พบว่า การรับประทานกระชายวันละ 300 – 600 มิลลิกรัม จะมีรอบเอวและไขมันต่ำลดลงภายใน 12 สัปดาห์

12. ช่วยป้องกันไทรอยด์เป็นพิษ แก้โรคในปาก เช่น ปากแห้ง ปากเปื่อย เป็นต้น

05/03/2022

9 วิธีสังเกตตัวเองว่าเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า

การเปลี่ยนของสังคมและสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ส่งผลให้คนป่วยด้วยโรคซึมเศร้ามากขึ้น บางคนที่ไม่รู้ตัวว่าตัวเองมีภาวะซึมเศร้าสามารถสังเกตอาการได้ดังนี้

1.ไม่ค่อยสนใจหรือไม่ค่อยมีความสุขกับสิ่งรอบตัวหรือกิจกรรมที่เคยชอบ
2.รู้สึกเศร้า เบื่อ หรือหงุดหงิดตลอดทั้งวัน
3.น้ำหนักลดหรือเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พฤติกรรมการกินเปลี่ยน
4.อ่อนแรง ไม่อยากทำอะไรเลย
5.เชื่องช้าหรือกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด
6.นอนไม่หลับหรือนอนหลับมากผิดปกติ
7.สมาธิลดลง ใจลอย มีปัญหาเรื่องการตัดสินใจ
8.รู้สึกตัวเองไร้ค่า โทษตัวเองทุกเรื่อง
9.คิดเรื่องความตายหรือไม่อยากมีชีวิตอยู่บ่อยครั้ง
**หากมีอาการเหล่านี้เกิน 5 ข้อหรือครบทุกข้อ และมีอาการต่อเนื่องอย่างน้อย 2 สัปดาห์ อาจบอกได้ว่าคุณกำลังเสี่ยงกับโรคซึมเศร้า หากไม่แน่ใจสามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เพิ่มเติมเพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาด้วยวิธีที่ถูกต้อง

02/02/2022

อาหารเสริมจําเป็นหรือไม่ 5 เหตุผลที่คุณจำเป็นต้องทานอาหารเสริม
1. เมื่อความรีบเร่งและวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงทำให้คุณทานอาหารไม่ครบถ้วน
ปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปและความรีบเร่งทำให้เราไม่ค่อยใส่ใจถึงคุณภาพของอาหารที่เรารับประทานกันสักเท่าใดนัก โดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูปที่คุณอาจจะไม่ได้ปริมาณสารอาหารที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันอย่างครบถ้วน หรือในรายที่หนักกว่านั้นคือความรีบเร่งอาจทำให้พวกเขาต้องงดอาหารในบางมื้อลงไปครับ ด้วยสาเหตุนี้ก็เพียงพอแล้วที่ว่าคุณจำเป็นต้องทานอาหารเสริมหากคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีเวลาจัดการมื้ออาหารในแต่ละมื้ออย่างมีประสิทธิภาพ

2. เพราะความเสื่อมของร่างกายทำให้การดูดซึมสารอาหารไม่ดีเท่าที่ควร
เรื่องของวัยก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เราขาดสารอาหารครับ เมื่อเราอายุมากขึ้นอัตราการดูดซึมสารอาหารจากการย่อยก็จะลดลง ทำให้บ่อยครั้งที่ดูเหมือนว่าเราจะทานอาหารครบถ้วนและทานในปริมาณที่ไม่น่าจะทำให้เราขาดสารอาหารเราก็ยังคงขาดสารอาหารอยู่ดี เหตุผลเช่นนี้มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุที่ความสามารถในการดูดซึมสารอาหารที่ลดลงครับ ดังนั้นอาหารเสริมจึงช่วยแก้ไขปัญหาภาวะขาดสารอาหารจากความบกพร่องของการดูดซึมครับ

3. เพราะอยากเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
เมื่อเราได้รับสารอาหารในแต่ละวันไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และเมื่อทิ้งไว้เป็นเวลานานก็ย่อมจะส่งผลกระทบต่อภูมิคุ้มกันของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ เพื่อให้ภูมิต้านทานของคุณกลับมาดีดังเดิมสำกรับผู้ที่ไม่มั่นใจว่าตนเองได้รับสารอาหารครบถ้วนเพียงพอหรือไม่ อาหารเสริมจึงช่วยตอบโจทย์ความค้องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายของคุณครับ

4. ในบางครั้งสารอาหารที่จำเป็นก็อยู่ในแหล่งอาหารที่เราไม่สามารทานได้ตามปกติ
กรดอะมิโนที่จำเป็นที่ร่างกายต้องการมักจะพบมากในอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ซึ่งไม่น่าจะมีใครที่ขาดสารอาหารชนิดนี้ แต่เชื่อไหมว่าเรามักพบผู้ที่ขาดกรดอะมิโนที่จำเป็นและร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์ได้เองในผู้ที่บริโภคมังสวิรัติตลอดชีวิตครับ เรื่องทำนองนี้สามารถเดิดขึ้นได้ในสารอาหารประเภทอื่นได้เช่นกัน ดังนั้นอาหารเสริมก็เป็นอีกสิ่งเติมเต็มที่ช่วยจัดการกับภาวะขาดสารอาหารบางชนิดที่เราไม่สามารถทานจากแหล่งอาการธรรมชาติตามปกติได้

5. กระบวนการผลิตอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานไปทำลายสารอาหารที่เป็นประโยชน์
เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่ากระบวนการผลิตอาหารได้มาตรฐานในทุก ๆที่ กระบวนการผลิตอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานก็ป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สารอาหารที่เราควรจะได้รับจากอาหารถูกทำลายลงไปครับ เพื่อป้องกันการขาดสารอาหารที่จำเป็นบางชนิดจากกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน อาหารเสริมจึงยังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคุณครับ

ทั้ง 5 เหตุผลที่กล่าวมาแล้วคือเหตุผลที่ว่าเหตุใดคุณจึงต้องรับประทานอาหารเสริมครับ แต่ทั้งนี้หากคุณมั่นใจว่าในแต่ละวันคุณได้รับสารอาหารที่เพียงพอครบถ้วนอยู่แล้ว อาหารเสริมก็ไม่มีความจำเป็นสำหรับคุณ นอกจากนี้อย่าได้คิดว่าอาหารเสริมจะเข้ามาทดแทนอาหารมื้อหลักทั้งหมดหรือสามารถนำมาใช้รักษาโรคแทนยาได้ เพราะหากคุณคิดเช่นนั้นก็มีโอกาสที่จะเกิดผลร้ายมากกว่าผลดีครับ

29/01/2022

🍽 #มื้อเช้า สำคัญอย่างไร?

การรับประทานอาหารเช้าควรถือเป็นกิจวัตรประจำวันของทุกคนที่ไม่ว่าจะเร่งรีบแค่ไหนก็ไม่ควรงด เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการคิดและการเรียนรู้ลดลง เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคกรดไหลย้อน โรคนิ่วในถุงน้ำดี เป็นต้น

อาหารเช้าที่ดีควรคำนึงถึงคุณภาพที่ให้สารอาหารครบถ้วนและเพียงพอสำหรับมื้อแรกของวัน โดยควรประกอบด้วยโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน ไขมันที่ดีโอเมก้า-3 วิตามิน เกลือแร่ และไฟโตนิวเทรียนท์ อย่างไรก็ตาม บางคนที่ไม่มีเวลาเตรียมมื้อเช้าจริงๆ อาจหาตัวช่วยที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว และคุณภาพครบถ้วน เช่น ผลิตภัณฑ์ทดแทนมื้ออาหาร หรืออาหารเสริมสูตรครบถ้วน สำหรับเสริมอาหารจากมื้อปกติ ที่เป็นการนำอาหารหลัก 5 หมู่ มาอยู่ในรูปแบบผง โดยอาจกินคู่กับโปรตีนผงชงในมื้อเช้าร่วมด้วย เพื่อเพิ่มโปรตีนให้กับอาหารเช้ามื้อหลัก

🍽 ข้อเสียของการไม่กินอาหารเช้า...อาการและโรคที่ตามมา

#โรคอ้วน

อาหารเช้าเป็นมื้ออาหารที่แตกต่างจากอาหารมื้ออื่น เพราะเป็นมื้อที่ร่างกายผ่านการอดอาหารมานานเกือบ 12 ชั่วโมง ทำให้ระดับฮอร์โมนเกรลินสูง (ฮอร์โมนแห่งความหิว) และระดับฮอร์โมนอินซูลินต่ำ หากไม่กินอาหารเช้า ก็จะยิ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำลง ส่งผลให้เพิ่มความอยากอาหารในมื้อถัดไป จนไปเพิ่มแนวโน้มการกินอาหารที่มีพลังงานและไขมันสูงในมื้อเที่ยงมากเกินไป เป็นสาเหตุให้มีน้ำหนักเกินและเกิดโรคอ้วนตามมาได้อย่างไม่รู้ตัว นอกจากนี้ การงดมื้อเช้าเป็นประจำจะทำให้ร่างกายได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ เมื่อเกิดสะสมไปนานวัน มวลกล้ามเนื้อก็จะลดลง ส่งผลให้อัตราการเผาผลาญพื้นฐานลดลงไปด้วย ทำให้อ้วนง่ายยิ่งขึ้น

#โรคเบาหวาน ชนิดที่ 2

เพราะการงดอาหารมื้อเช้าส่งผลให้ความไวของอินซูลินลดลง เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลินตามมา ทำให้ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลที่อยู่ในกระแสเลือดเข้าเซลล์ได้ดีเท่าที่ควร จึงเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน อาหารมื้อเช้าจะช่วยให้ความไวของอินซูลินสูงขึ้น ส่งผลให้การตอบสนองของน้ำตาลในเลือดหลังมื้อเช้าดีขึ้น โดยเฉพาะถ้ากินอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น โฮลเกรน ผลไม้ การกินอาหารเช้าเป็นประจำจะช่วยลดภาวะดื้อต่ออินซูลินที่เป็นสาเหตุของโรคเบาหวานได้ถึงร้อยละ 35-50

#โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง

มีงานวิจัยระดับนานาชาติที่ศึกษาพบว่าคนไม่กินอาหารมื้อเช้าเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับคนที่กินมื้อเช้าเป็นประจำ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมองนั้น พบว่าการกินอาหารเช้าทุกวัน ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดสมองแตกได้ เนื่องจากการไม่กินอาหารเช้า ส่งผลให้แกนทำงานของสมองส่วนไฮโปทาลามัส ต่อมใต้สมอง และต่อมหมวกไต ทำงานมากเกินไป จึงส่งผลให้ความดันโลหิตสูงช่วงเช้า ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญของโรคหลอดเลือดสมองแตก

#ประสิทธิภาพการเรียนรู้และความจำลดลง

อาหารเช้ามีประโยชน์ต่อความจำ ช่วยให้งานที่ต้องการใช้สมาธิเกิดข้อผิดพลาดลดลง ผู้ที่กินอาหารเช้าที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ จะมีความสามารถในการจำดีขึ้น เนื่องจากอาหารเช้ากลุ่มนี้จะประกอบด้วยคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ไม่ผ่านการขัดสี อุดมด้วยใยอาหาร เมื่อถูกย่อยในระบบทางเดินอาหาร น้ำตาลกลูโคสจะถูกปล่อยเข้าไปในกระแสเลือดอย่างช้าๆ ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างคงที่ ทำให้สมองได้รับกลูโคสเพียงพอ นอกจากนี้การเสริมน้ำมันปลา (Fish Oil) ที่มีกรดไขมันโอเมก้า-3 จะช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้โดย EPA ที่พบในน้ำมันปลาจะช่วยต้านการอักเสบ และ DHA ช่วยลดการอักเสบของเซลล์ประสาท และยับยั้งการตายของเซลล์ประสาทที่เกิดจากอนุมูลอิสระ

#โรคกรดไหลย้อน

เกิดจากพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม 4 อย่าง

-กินอาหาร 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
-กินของหวานช่วงค่ำ
-กินอาหารเร็ว
-ไม่กินอาหารมื้อเช้า หรือดื่มเครื่องดื่มคาเฟอีนอย่าง กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง แทนอาหารมื้อเช้าซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้จะยิ่งเป็นตัวกระตุ้นให้น้ำย่อยหลั่งออกมามากขึ้น ยิ่งทำให้อาการกรดไหลย้อนเป็นมากขึ้น

#โรคนิ่วในถุงน้ำดี

หากไม่กินอาหารมื้อเช้าติดต่อกันเป็นประจำ จะส่งผลให้น้ำดีไหลเวียนออกจากตับได้ไม่ดี ส่งผลให้ถุงน้ำดีขุ่น ในที่สุดทำให้เกิดก้อนนิ่วชนิดโคเลสเตอรอล



🍽 มื้ออาหารเช้าที่ดี ควรเป็นอย่างไร?

อาหารเช้าสำคัญเพราะเป็นมื้ออาหารหลัก และมื้ออาหารเช้าที่ดีควรมีแคลอรีสูงเฉลี่ย 20-35% ของพลังงานที่ร่างกายต้องการต่อวัน ให้คุณค่าทางโภชนาการครบทั้ง 5 หมู่ และหลากหลาย มีสารอาหารครบทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่

⭐️ แมคโครนิวเทรียนท์ ( ) ประกอบด้วย

โปรตีน: ปริมาณโปรตีนที่เหมาะสมคือ 1 กรัม/น้ำหนักตัว (kg)/วัน ในผู้ใหญ่สูงอายุ แนะนำให้กินโปรตีน 1.0-1.2 กรัม/น้ำหนักตัว (kg)/วัน เพื่อชดเชยความสามารถในการสร้างมวลกล้ามเนื้อที่ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น โปรตีนที่ดีต้องมีไขมันต่ำ เช่น ไข่ขาว เนื้อปลา อกไก่ หรือเป็นโปรตีนทางเลือกจากพืชที่ดีที่ย่อยง่าย เช่น โปรตีนจากถั่วเหลืองซึ่งมีสารไฮโซฟลาโวน ช่วยลดระดับไขมันเลว (LDL-C) และเพิ่มระดับไขมันดี (HDL-C) ในเลือด

คาร์โบไฮเดรต: พยายามเลือกกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนหรือคาร์โบไฮเดรตที่ไม่ผ่านการขัดสี เพราะประกอบด้วยใยอาหาร เช่น ขนมปังโฮลเกรน ข้าวกล้อง เป็นต้น

ไขมัน: เลือกกินไขมันที่ดีต่อสุขภาพ ได้แก่ กรดไขมันโอเมก้า-3 เพราะช่วยลดการอักเสบ ช่วยลดน้ำหนัก ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ดีต่อฮอร์โมนเพศ ผิวพรรณ เส้นผม และสมอง กรดไขมันโอเมก้า-3 พบมากในเนื้อปลา เมล็ดแฟล็กซ์ เมล็ดเจีย และถั่ววอลนัท

⭐️ ไมโครนิวเทรียนท์ ( )

ประกอบด้วย วิตามินและเกลือแร่ แม้ร่างกายจะต้องการในปริมาณน้อย แต่ก็ขาดไม่ได้ เพื่อใช้ในการควบคุมปฏิกิริยาเคมีของร่างกาย เพื่อทำให้เซลล์ต่างๆเติบโตและทำหน้าที่ได้เป็นปกติ และมีความสำคัญต่อการทำงานของระบบเอนไซม์ในเมแทบอลิซึม ช่วยการทำงานของเซลล์ เป็นส่วนประกอบของเนื้อเยื่อและสารในร่างกาย

⭐️ ไฟโตนิวเทรียนท์ ( )

หมายถึง สารเคมีที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่พบเฉพาะในพืชผักผลไม้ สารกลุ่มนี้เป็นสารที่ทำให้ผักผลไม้ชนิดนั้นๆ มีสี กลิ่น หรือรสชาติที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว มีฤทธิ์ต่อต้านหรือป้องกันการเกิดโรคบางชนิด โดยกลไกการออกฤทธิ์อาจจะกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ในร่างกายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือยับยั้งการทำงานของเอนไซม์บางชนิดที่ก่อให้เกิดโรคต่อร่างกาย

🔴ผักผลไม้สีแดง เช่น มะเขือเทศ ให้ไลโคปีนที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

🟢ผักที่มีสีเขียวเข้ม เช่น บร็อคโคลี คะน้า วอเตอร์เครส ให้ไอโซไธโอไซยาเนท ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ

🟠ผักผลไม้สีเหลือง/ส้ม เช่น แครอท มะละกอ ให้เบต้า แคโรทีน เพิ่มภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติของร่างกาย

🟣ผักผลไม้สีม่วง/น้ำเงิน เช่น บลูเบอร์รี ให้แอนโธไซยานิน ที่ช่วยการทำงานหลอดเลือดให้เป็นปกติ

⚪️ผักผลไม้สีขาว เช่น กระเทียม หัวหอม มีเควอซิทิน ช่วยลดการเกาะกลุ่มเกล็ดเลือดในหลอดเลือดแดง

#องค์การอนามัยโลก แนะนำให้กินผักผลไม้หลากสีให้ได้อย่างน้อย 400 กรัมต่อวัน (ไม่นับรวมมันฝรั่ง และผักที่เป็นหัว) เพื่อป้องกันโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคอ้วน และเพื่อป้องกันการขาดไมโครนิวเทรียนท์ องค์การวิจัยโรคมะเร็งนานาชาติ (International Agency for Research on Cancer, IARC) พบว่าอุบัติการณ์ของมะเร็งลดลง 5-12% โดยการกินผักและผลให้มากขึ้น สำหรับคนที่กินผักและผลไม้ไม่เพียงพอตามข้อแนะนำมาตรฐาน อาจเลือกสารเสริมอาหารที่อุดมด้วยสารไมโครนิวเทรียนท์ (วิตามินและเกลือแร่) และไฟโตนิวเทรียนท์ เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง

Photos from คลังสุขภาพดีด้วยบูมช้อปปิ้ง's post 26/01/2022

อยากขาเล็กต้องทำท่าไหนถึงจะเห็นผลสุด?
#เปลี่ยนตัวเองให้สวยไม่ใช่เรื่องยาก

Cr. NUGIRL

25/01/2022

ขอท้าวิ่งทุกวันตามนี้ รับรองไม่เหนื่อย ไม่ปวดเข่า!
คอลัมน์ Move It Up
#เปลี่ยนตัวเองให้สวยไม่ใช่เรื่องยาก

25/01/2022

โรคเครียดลงกระเพาะ มักจะเกิดกับผู้ที่มีอายุ 18-35 ปี เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่อาจจะมีความเครียดมาก ความเครียดที่สะสมในแต่ละวันเป็นตัวการที่ไปกระตุ้นให้กระเพาะหลั่งน้ำย่อยออกมามากกว่าปกติ และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคกระเพาะกำเริบ และส่งผลให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติไปด้วย

ทำไมเครียดแล้วลงกระเพาะ?

ระบบประสาทอัตโนมัติไปกระตุ้นต่อมหมวกไต ให้หลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน
ต่อมไทรอยด์หลั่งฮอร์โมนเร่งปฏิกิริยาการเผาผลาญอาหารออกมามาก ทำให้นอนไม่หลับและหิว
ความเครียดทำให้การทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้หยุดชะงักลง
เช็กอาการแบบนี้ เครียดลงกระเพาะ

ปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ ตอนท้องว่าง
เสียดหน้าอก อาหารไม่ย่อย
รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน
แน่นท้อง ท้องอืด เรอเหม็นเปรี้ยว
นอนไม่หลับ นอนหลับไม่สนิท
เครียดลงกระเพาะ รักษาได้ไหม?

โรคกระเพาะอาหารสามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการดูแลรักษาที่ดี และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต แต่หากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว ยังมีอาการไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างถูกวิธี

วิธีป้องกันโรคเครียดลงกระเพาะ

✔️ทานอาหารให้ตรงเวลา
✔️ไม่ทานอาหารรสจัด
✔️เลี่ยงของมัน ของทอด
✔️ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
✔️งดแอลกอฮอล์
✔️ไม่เครียด
‘ความเครียด’ จุดเริ่มต้นของโรคร้าย เพราะความเครียด ไม่ได้ส่งผลร้ายต่อจิตใจเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อปัญหาสุขภาพกายอีกด้วย ดังนั้นหากรู้สึกว่าตนเองเครียดมากเกินไป ควรหากิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด เช่น ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ ฟังเพลง ทำสมาธิ ทำอาหาร เพื่อช่วยลดความเครียด พร้อมจัดตารางการทำงานและวางแผนการทำงานล่วงหน้า

24/01/2022

อยากแข็งแรง สดใสใส่ใจเราเองค่า💗💗👇👇

24/01/2022

ว่าด้วยเรื่อง ยา...

17/01/2022

โรคหลอดเลือดสมอง โรคเกี่ยวกับสมอง (ใช้ CHL)
โรคหลอดเลือดสมอง (stroke) คือ ภาวะการขาดเลือดไปเลื้ยงสมอง ทำให้เซลล์สมองตาย โรคเดียวกันกับ โรคหลอดเลือดสมองตีบ หลอดเลือดสมองตัน หลอดเลือดสมองแตก หลอดเลือดสมองฉีกขาด ทำให้เกิดอัมพาต ผู้ป่วยจะอ่อนแรง มีอาการชา ปากเบี้ยว พูดไม่ได้ ควบคุมน้ำลายไม่ได้ ปวดหัว เวียนหัว สายตาพร่ามัว เสียการทรงตัว

การรักษาโรคสมองขาดเลือด การป้องกันโรค

โรคหลอดเลือดสมอง ภาษาอังกฤษ เรียก stroke เป็นโรคหลอดเลือดและสมอง ซึ่งเป็นภาวะสมองขาดเลือด ที่เกิดจากการ ตีบ อุดตัน หรือแตก ของหลอดเลือดในสมอง ซึ่งส่งผลทำให้เนื้อเยื่อสมองถูกทำลาย การทำงานของสมองจึงหยุดชะงัก ซึ่งความผิดปรกติของหลอดเลือดสมอง สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ หลอดเลือดสมองตีบตัน และ หลอดเลือดสมองปริแตก รายละเอียดของแต่ละประเภท มีดังนี้

1 หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ภาษาอังกฤษ เรียก ischemic stroke ประเภทการตีบหรืออุดตัน เป็นสาเหตุมากถึง ร้อยละ 80 ซึ่งเกิดจากลิ่มเลือดก่อตัวขึ้นในหลอดเลือดที่สมอง จนอุดตันทางเดินของเลือดที่จะไปเลี้ยงสมอง นอกจากสาเหตุของลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดแล้ว การสะสมไขมันในเส้นเลือดก็เป็นสาเหตุของการตีบตันของเส้นเลือดได้ เหมือนกัน

2 หลอดเลือดสมองแตกหรือฉีกขาด ภาษาอังกฤษ เรียก hemorrhagic stroke เราพบได้ร้อยละ 20 ของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง สาเหตุเกิดจากความเปราะบางของหลอดเลือดและร่วมกับภาวะความดันโลหิตสูง หรือการเกิดความยืดหยุ่นของหลอดเลือดจากการสะสมไขมันในเส้นเลือด การที่หลอดเลือดสมองแตก จะทำให้สมองขาดเลือดไปเลี้ยงสมองอย่างฉับพลัน

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดในสมอง

มีหลายปัจจัย ซึ่งมีทั้งปัจจัยที่ป้องกันไม่ได้และปัจจัยที่สามารถป้องกันได้ เช่น อายุ เพศ ภาวะเลือดแข็งตัวเร็วกว่าปกติ ปัจจัยเหล่านี้ป้องกันไม่ได้ แต่ปัจจัยอื่นๆที่สามารถป้องกันได้ เช่น ภาวะความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในโลหิตสูง โรคหัวใจ การสูบบุหรี่ การใช้ยาคุมกำเนิด การขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น

อาการของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

เราสามารถสังเกตุจากอาการผิดปรกติ ได้โดย ผู้ป่วยจะอ่อนแรง มีอาการชา ปากเบี้ยว พูดไม่ได้ ควบคุมน้ำลายไม่ได้ ปวดหัว เวียนหัว สายตาพร่ามัว เสียการทรงตัว เมื่อพบอาการดังกล่าว ต้องนำตัวพบแพทย์โดยด่วน อาการที่สำคัญของโรคหลอดเลือดสมองมีดังนี้
ชาบริเวณแขน ขา ใบหน้า หรือบริเวณข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย
สับสน มีปัญหาทางการสื่อสาร พูดไม่เข้าใจ
เห็นภาพซ้อน ตามัว (เพียงข้างเดียว)
เวียนศีรษะ หรือปวดศีรษะอย่างรุนแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ
วิงเวียน ทรงตัวไม่อยู่ บางรายอาจเป็นลมหมดสติ
การตรวจวินิจฉัยว่าเราเป็นโรคหลอดเลือดสมองหรือไม่

สามารถตรวจได้หลายวิธี เช่น ตรวจเลือด ดูระดับน้ำตาลในเลือด ดูระดับไขมันในเลือด หาอาการอักเสบของหลอดเลือด การทำการตรวจวัดคลืนไฟฟ้าหัวใจ การสแกนสมอง เป็นต้น

การรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง

การรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง มีความแตกต่างกันในผู้ป่วยที่หลอดเลือดสมองตีบตัน และ หลอดเลือดสมองแตก การรักษาผู้ป่วยหลอดเลือดสมองตีบ สามารถรักษาได้โดย การทำให้เลือดไหลเวียนตามปกติ แพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือด แต่ต้องรักษาภายใน 4 ชั่วโมง ส่วนการรักษาผู้ป่วยหลอดเลือดสมองแตกหรือฉีกขาด คือ ต้องควบคุมปริมาณเลือดที่ออก รักษาความดันเลือดให้ปรกติ ทีมแพทย์อาจต้องทำการผ่าตัดเพื่อป้องกันความเสียหายของสมอง ที่เกิดจากความเปลี่ยนแปลงของความดันเลือด
การป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

สามารถทำได้โดย ควบคุมปัจจัยเสี่ยงที่สามารถควบคุมได้ เช่น ป้องกันไม่ให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ หรือขาดการออกกำลังกาย เป็นต้น ควบคุมอาหารให้สมดุล หลีกเลี่ยงอาหารรสเค็ม หวาน มัน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม เลิกสูบบุหรี่และการดื่มสุรา เป็นต้น

16/01/2022

การนั่ง โดยไม่ได้ขยับร่างกายเป็นเวลานาน ๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากมาย มีอะไรบ้าง มาดูกัน
1.หากสะสมมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน - จะเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด 147%
2.หากสะสมมากกว่า 7 ชั่วโมงต่อวันขึ้นไป - จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีภาวะซึมเศร้า 47%
3.หากนั่งติดต่อกันเกินกว่า 2 ชั่วโมง - จะเพิ่มโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งเยื่อบุมดลูก 10% มะเร็งลำไส้ 8% และมะเร็งปอด 6%
4.หากนั่งติดต่อกันนานกว่า 90 นาทีเป็นประจำ - จะเพิ่มเความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตถึง 2 เท่าตัว
5.เพิ่มโอกาสที่จะนำไปสู่การเป็นโรคเบาหวาน 112 % ในกลุ่มผู้มีพฤติกรรมเนือยนิ่งเป็นวิถี
Cr:https://www.thaihealth.or.th/Content/5560%

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Nakhon Sawan?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


ตาคลี
Nakhon Sawan
60140