อย.น้อย โรงเรียนสวนป่าแม่กะสี

อย.น้อย โรงเรียนสวนป่าแม่กะสี

แชร์

ปี 2565 อย.น้อย ระดับดีเยี่ยม

18/03/2024

มากันเยอะ ๆ นะคะ😊

📣โรงเรียนสวนป่าแม่กะสีขอเชิญชวนร่วมงาน
"เปิดบ้านวิชาการและตลาดนัดอาชีพ"
ในวันอังคาร ที่ 26 มีนาคม 2567
✨️พิธีรับปริญญาบัตร🧑‍🎓
✨️กิจกรรมเปิดบ้านวิชาการ 8 กลุ่มสาระ
✨️ตลาดนัดอาชีพโรงเรียนสวนป่าแม่กะสี
✨️การแสดงของนักเรียน
@ผู้ติดตาม
#มากันเยอะๆนะคะ

Photos from FDA Thai's post 18/02/2024
24/01/2024

เปิดรายชื่อ ลูกชิ้นเถื่อน 9 ยี่ห้อ ไม่ได้มาตรฐาน ใครกินอยู่ทิ้งด่วน

1.ลูกชิ้นหมูตราตี๋ใหญ่ฯ

2.ลูกชิ้นหมูเมืองทอง ตราโกดี KODEE

3. ลูกชิ้นหมูเมืองทองตราที.เค

4.ลูกชิ้นหมูตราตี๋เล็ก

5.ลูกชิ้นเนื้อตราตี๋ใหญ่

6.ลูกชิ้นเนื้อ ตรา เฮง

7.ลูกชิ้นเนื้อตราเมืองเอก

8.ลูกชิ้นหมูAR

9. ชาย2 ลูกชิ้นหมู

ข้อมูล จาก https://www.thainewsonline.co/news/social/865966

31/12/2023

🐉✨สวัสดีปีมะโรง ๒๕๖๗✨🐉
🎉🎉Happy New Year 2024🎉🎉
🦉ปีใหม่นี้ กรมสุขภาพจิตขอให้คนไทยทุกท่านมีความสุข สุขภาพจิตแจ่มใส สุขภาพกายแข็งแรงนะครับ
เพราะสุขภาพจิตที่ดีเริ่มต้นที่ตัวเราและคนรอบข้าง เพราะเพื่อนแท้มีทุกที่ เพื่อนดีดูแลใจ💕

#กรมสุขภาพจิต

#สวัสดีปีใหม่2567

16/09/2023

แพทย์เตือนอันตรายจากการแคะหู เสี่ยงแก้วหูทะลุอาจทำให้สูญเสียการได้ยิน

โรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ เตือน การแคะหูเอง นอกจากจะแคะขี้หูได้ไม่หมดเนื่องจากมองเห็นได้ไม่ชัดเจนแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อหูชั้นนอก ซึ่งทำให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลัง หากมีอาการผิดปกติ เช่น หูอื้อ ปวดหู คันหู การได้ยินลดลง มีเลือดหรือน้ำไหลออกจากหู ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า การแคะหู หรือ ปั่นหูบ่อยๆ เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น เนื่องจากขี้หูของคนเรานั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยในการป้องกันสิ่งแปลกปลอม ช่วยเคลือบช่องหู และมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ถ้าไม่มีขี้หูจะทำให้รูหูแห้งและคัน คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าขี้หูเป็นสิ่งสกปรกในร่างกายที่ต้องกำจัดออกจึงแคะหรือปั่นหูบ่อยๆ ซึ่งความเป็นจริงแล้วขี้หูจะสามารถหลุดออกมาได้เองหรือเรียกว่า Self-Cleaning Mechanism คือการค่อยๆ ทำความสะอาดตัวเอง โดยขี้หูและผิวหนังที่หลุดลอกจะค่อยๆ เคลื่อนที่ออกมาที่ปากรูหูและหลุดออก ดังนั้น การทำความสะอาดหูโดยใช้ไม้พันสำลีแคะหู ใช้น้ำหยอดหู จึงไม่มีความจำเป็นยกเว้นในบางคน สำหรับคนที่ขี้หูเหนียวและเคลื่อนที่ออกมาช้า ทำให้ขี้หูรวมตัวกันเป็นก้อนภายในรูหู ส่งผลให้มีอาการหูอื้อ ปวดแน่น ในหู กรณีเช่นนี้ควรพบแพทย์เพื่อทำความสะอาดรูหู ไม่ควรแคะเอง เพราะจะทำให้ขี้หูอุดตันถูกดันลึกมากขึ้น

นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี กล่าวต่อว่า การแคะหูบ่อยๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายหลายอย่าง เช่น อาจทำให้เกิดรอยถลอกหรือแผลในรูหู ก่อให้เกิดการอักเสบของหูชั้นนอก ทำให้มีอาการปวดหู หูอื้อ มีน้ำไหลจากหู บางรายขณะแคะหูอยู่อาจมีคนวิ่งหรือเดินมาชนแล้วทำให้ไม้พันสำลีถูกกระแทกเข้าไปถึงเยื่อแก้วหู อาจทำให้เยื่อแก้วหูทะลุได้ ดังนั้น การดูแลรักษาหูจึงควรหลีกเลี่ยงการแคะหู โดยใช้เพียงผ้าเช็ดทำความสะอาดบริเวณนอกรูหูเท่านั้น นอกจากนี้ ควรหมั่นสังเกตอาการ หากเริ่มมีอาการเจ็บในช่องหู หูอื้อ ปวดหู คันหู การได้ยินลดลง มีเลือดหรือน้ำไหลออกจากหู ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี หากละเลยอาการของภาวะ ขี้หูอุดตันโดยไม่ทำการรักษาอาจเป็นอันตรายถึงขั้นสูญเสียการได้ยิน

นายแพทย์ดาวิน เยาวพลกุล นายแพทย์เชี่ยวชาญ ด้านเวชกรรม สาขาโสต ศอ นาสิก กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวเพิ่มเติมว่า หากหูมีภาวะที่ปกติดีไม่ควรทำการแคะหู ควรทำความสะอาดหูเฉพาะภายนอก หากมีความต้องการทำความสะอาดในช่องหูควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งแพทย์จะทำการส่องกล้องภายในรูหู และใช้เครื่องมือในการนำขี้หูออก โดยไม่สัมผัส ตัวเยื่อบุ หรือผนังหู นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงเสียงที่ดัง เพราะเสียงดังจะส่งผลโดยตรงทำให้เกิดอันตรายต่อหูชั้นในและทำให้ประสาทหูเสื่อมเร็ว อย่างไรก็ตาม หากพบอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

**************************************

#กรมการแพทย์ #โรงพยาบาลราชวิถี #อันตรายจากการแคะหู
- ขอขอบคุณ -
13 กันยายน 2566

12/09/2023

แพทย์แนะนำผู้ปกครอง ควรเฝ้าระวังและดูแลสุขภาพของบุตรหลานให้ปลอดภัยจากโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในฤดูฝน โดยเฉพาะโรคระบบทางเดินหายใจ

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า โรคที่พบบ่อยในช่วงฤดูฝน ส่วนมากมักเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ซึ่งทำให้มีหลอดลมอักเสบ, ปอดอักเสบติดเชื้อหรือปอดบวม รวมถึงโรคมือเท้าปากและโรคไข้เลือดออกที่มีการระบาดในช่วงหน้าฝนนี้เช่นกัน สาเหตุการติดเชื้อมาจากการสูดหายใจเอาละอองหรือสัมผัสสารคัดหลั่งที่มีเชื้อโรคเกาะอยู่ เช่น น้ำมูก หรือน้ำลาย อาการของโรคไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไข้สูง ไอ น้ำมูก เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย ส่วนไข้ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) มักจะมีอาการไอ น้ำมูกไหล คัดจมูก รับประทานอาหารได้น้อย หลังจากนั้น 1-3 วัน อาจมีอาการไอมากขึ้น ไข้ หายใจเสียงดังหรือหายใจลำบากได้หากอาการรุนแรงมากขึ้น สำหรับโรคมือเท้าปากนั้นมีสาเหตุจากการติดเชื้อเอ็นเทอโรไวรัส (Enterovirus) ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย โดยมีอาการเด่นที่ผิวหนังคือ มีตุ่มนูน แดง หรือเป็นตุ่มน้ำใส พบมากบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า และในช่องปาก ในผู้ป่วยบางรายอาจพบการกระจายของตุ่มผื่นทั่วตัวได้รวมถึงที่เข่าและก้น เด็กมักมีไข้สูง ไม่ยอมรับประทานอาหาร เพราะรู้สึกเจ็บตุ่มแผลในช่องปากหรือกระพุ้งแก้ม ในส่วนของโรคไข้เลือดออกนั้น มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ (Dengue) ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค เด็กมักมีอาการไข้สูงนำมาก่อนอาการอื่น มักไม่พบอาการไอน้ำมูก อาจพบหน้าแดงตัวแดงผิดปกติ และอาจพบอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว ปวดท้องที่ชายโครงขวา เป็นต้น

นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การป้องกันโรคที่มาในหน้าฝนนั้น สามารถให้ผู้ปกครองดูแลลูกหลานได้โดย การให้สวมหน้ากากอนามัย และล้างมือ อย่างสม่ำเสมอครบถ้วนตาม 7 ขั้นตอน นอกจากนี้ควรสวมเสื้อผ้าเพื่อรักษาร่างกายให้อบอุ่น และออกกำลังกายที่เหมาะสมตามวัยเพื่อให้ร่างกายลูกมีภูมิต้านทานโรค เนื่องจากสภาพอากาศหน้าฝนจะมีความชื้นสูงและหนาวเย็น จึงทำให้ร่างกายเด็กที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ มีโอกาสเสี่ยงติดเชื้อโรคระบบทางเดินหายใจได้ง่าย และที่สำคัญควรกำจัดน้ำขังในบ้าน ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลาย อันเป็นพาหะนำโรคของไข้เลือดออกอีกด้วย ทั้งนี้ผู้ปกครองควรเฝ้าระวังและสังเกตอาการของบุตรหลาน หากพบว่าไข้สูง 2 ถึง 3 วัน และอาการไม่ดีขึ้น หรือเด็กไม่สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข เช่น กินไม่ได้ ซึมลง นอนไม่ได้ หายใจหอบเหนื่อย หรือกระสับกระส่าย ควรพาไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาต่อไป
**************************************
#กรมการแพทย์ #สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี #โรคในหน้าฝนที่ผู้ปกครองควรเฝ้าระวังในลูกน้อย

– ขอขอบคุณ –
8 กันยายน 2566

09/09/2023

5 สัญญาณเตือนเสี่ยงฆ่าตัวตาย บนโซเชียล
คุณ...สามารถช่วยพวกเขาได้




06/09/2023

ขอแค่ใครสักคนที่รับฟัง ในวันที่เรา...ไม่โอเค🧏‍♀️


ใครสักคนที่รับฟังอย่างเข้าใจ ไม่ตัดสิน
ใครสักคนที่เป็นพื้นที่ปลอดภัย
ให้ได้ระบายความรู้สึก ความทุกข์ในจิตใจ
บางครั้งกำลังใจไม่ได้เกิดจากคำพูดหรือคำแนะนำ
แต่แค่มีใครรับฟัง ก็ทำให้เรามีพลัง
และมีเรี่ยวแรง ที่จะใช้ชีวิตต่อไปได้
เพราะการรับฟัง..เป็นพลังที่ดีที่สุด




15/08/2023

🦟ภัยร้ายจากยุงลาย🦟🦟

📌สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ link ด้านล่างนี้ ...
https://shorturl.asia/q4bLv

#ยุงลายกำจัดได้_กำจัดง่าย_ในระยะลูกน้ำ
#รู้ทันโรคแมลง
#กองโรคติดต่อนำโดยแมลง
#กรมควบคุมโรค

31/07/2023

คำแนะนำสำหรับผู้ใหญ่ดูแลเด็กและวัยรุ่น ที่มีความเสี่ยงภาวะเครียดหลังอุบัติเหตุรุนแรง
#กรมสุขภาพจิต

27/12/2022

💊

คุณครูจะต้องมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับ “ยา” เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนเมื่อเจ็บป่วยจะได้ใช้ยาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย อันดับแรกจะต้องศึกษาในเรื่อง “ฉลากยา” เพราะ ฉลากยามีความสำคัญคือ เพื่อทราบเบื้องต้นว่ายาใดมีความจำเป็นกับตัวเอง หรือยาชนิดใดทำให้อาการของโรคบรรเทาหรือหายและยาชนิดใดเหมาะหรือไม่เหมาะสำหรับเรา

ซึ่งบทความนี้เราได้สรุปความรู้จากกิจกรรม Workshop ครูคลับมาฝากกันค่ะ
ตามไปอ่านกันเลยที่นี่ https://bit.ly/3CnJzpg

#เครื่องมือครู #คอร์สออนไลน์ #สื่อการสอน #เทคโนโลยี

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Nakhon Sawan?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


โรงเรียนสวนป่าแม่กระสี
Nakhon Sawan
60150