21/01/2026
ความรู้สร้างเทคโนโลยี
เรียนรู้แบบก้าวหน้า พัฒนาอย่างมั่นคง
เสริมพื้นฐานคณิตศาสตร์ ภาษา และความคิดเป็นระบบ เพื่ออนาคตที่มั่นใจ 🌟
089 112 8223 ครูโอ๋
21/01/2026
ความรู้สร้างเทคโนโลยี
14/01/2026
เริ่มสัมมนาช่วงบ่าย วิทยากรดีงาม
01/01/2026
HNY.
27/12/2025
Let's Celebrate together.
สวัสดีปีใหม่ค่ะ
21/11/2025
เด็กอ่านที่อ่านไม่คล่อง ต้องใช้พลังสมองทั้งหมดไปกับการ “ถอดรหัส” (อ่านทีละตัว ทีละพยางค์) อ่านจบบรรทัดก็ลืมต้นบรรทัด (ความจำใช้งานทำงานไม่ได้)
สมองจึงไม่มีพลังเหลือพอสำหรับการ “เข้าใจเนื้อหา" ที่อ่าน
เหมือนสมองถูกบังคับให้ใช้พื้นที่ทั้งหมดไปกับ “การถอดรหัส” จนไม่เหลือพื้นที่ให้ “การคิด”
ดังนั้น เวลาเด็กอ่านช้า อ่านงึมงำ หรืออ่านแล้วไม่เข้าใจ
เป็นสัญญาณบอกว่าว่า "สมองของเขาทำงานหนัก" ในขั้นการถอดรหัส
ส่วนการจับใจความ
เราเคยคิดว่า ถ้าสอน "ทักษะจับใจความ" ได้
เด็กก็จะอ่านรู้เรื่อง
แต่ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าไม่ใช่
เพราะเขาจะเข้าใจเนื้อหา
ก็ต่อเมื่อเขา "มีความรู้พื้นฐาน" เกี่ยวกับเรื่องนั้นอยู่บ้างแล้ว
ถ้าไม่มีความรู้พื้นฐานก็ไม่รู้จะจับอะไร (ก็ไม่รู้นี่ !)
- เด็กที่อ่านมาก → อ่านคล่อง → มีคลังศัพท์ + คลังความรู้ → อ่านเข้าใจ
- เด็กที่อ่านน้อย → ไม่มีคลังความรู้ → ต่อให้สอนทักษะจับใจความมากแค่ไหนก็ไม่รู้เรื่อง
นี่คือเหตุผลที่ประเทศพัฒนาแล้ว
ล้วนสนับสนุน “การอ่านเพื่อความเพลิดเพลิน”
หรือให้อ่าน “หนังสืออ่านเล่น” กันอย่างจริงจัง
เพราะมันคือทางที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างคลังความรู้ในหัวเด็ก
ส่วนเด็กที่อ่านคล่อง คือเด็กที่สมองไม่ต้องเหนื่อยกับการถอดรหัสอีกต่อไป
เขาอ่านโดยใช้การจดจำรูปคำได้จำนวนมาก
ทำให้การอ่านเป็นไปอย่างลื่นไหล เป็น “อัตโนมัติ"
เมื่อเขาก้าวข้ามการสะกดคำไปแล้ว
พลังงานสมองจึงถูกใช้ไปกับ “การติดตามเนื้อหา”
นี่คือความต่างระหว่างเด็กที่อ่านแล้ว “เห็นภาพในหัว”
กับเด็กที่อ่านแล้ว “อ่านผ่านไปเฉย ๆ”
ความคล่องไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์ แต่มาจากการฝึกฝน
ผ่านการอ่านซ้ำๆ
ผ่านการออกเสียงบ่อยๆ
ผ่านการฟังครูอ่านให้ฟังบ่อย ๆ
จนกลายเป็นความชำนาญ
เหมือนการฝึกปั่นจักรยานจน “เอาอยู่”
ส่วนแรงจูงใจนั้น มักถูกเรียกว่า “ความขยัน”
แต่ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ถ้าเด็กไม่มี “แรงจูงใจ” เขาก็จะไม่อ่านเลย
ซึ่งไม่ใช่เพราะเขา "ขี้เกียจ"
เมื่อเขาไม่อ่านอะไรเลย
และผลลัพธ์คือ
เด็กไม่มีคลังศัพท์สมอง จำรูปคำไม่ได้
ไม่เกิดความคล่อง - ไม่เข้าใจเนื้อหา
แต่ถ้าสมองเด็กจดจำว่า “อ่านแล้วสนุก”
เขาจะอ่านมากขึ้น
และยิ่งอ่านมาก → ยิ่งเข้าใจมาก → ยิ่งอยากอ่านอีก
การอ่านจึงเป็น “วงจรแห่งความสุข”
และ "ความสุข" จึงเป็น “หัวใจ” ของการอ่าน
ไม่ใช่ความรู้ (ที่ตามมาทีหลัง)
แล้วเราจะช่วยเด็กให้ “อ่านคล่อง” ได้อย่างไร?
ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า
(1) ต้องสอนถอดรหัสอย่างมีระบบ ตามลำดับขั้น
ไม่ใช่ปล่อยให้เรียนรู้ไปเอง
(2) ต้องเปิดโลกให้เด็กได้อ่านหลากหลาย
ทั้งนิทาน หนังสือภาพ สารคดีสำหรับเด็ก วรรณกรรม
........ ประเคนทุกอย่างที่เด็กรู้สึก “อยากหยิบอ่านเอง”
(3) สร้างความคล่องผ่านการอ่านซ้ำๆ
อ่านออกเสียงบ่อยๆ
อ่านกับครูบ่อยๆ
อ่านกับเพื่อนๆ ทุกวัน
(4) ครูอ่านให้เด็กฟัง — อ่านบ่อย ๆ และจริงจัง
เพราะการอ่านให้ฟัง คือวิธีสร้างคลังศัพท์และความรอบรู้ที่ดีที่สุดในโลก
(5) ให้เด็กๆ เลือกหนังสืออ่านเอง
ให้เด็กๆ เป็นเจ้าของประสบการณ์การอ่านด้วยตนเอง
สรุปสุดท้าย:
พึงระลึกอยู่เสมอว่า “เด็กไม่ได้อ่านได้โดยกำเนิด”
การอ่านเกิดจากการเรียนรู้ ฝึกฝน และปริมาณการอ่านสะสม
#สมาคมไทสร้างสรรค์ #เรียนพิเศษภาษาอังกฤษ #เรียนพิเศษภาษาไทย #เรียนพิเศษคณิตศาสตร์
14/11/2025
วันนี้มี Spiderman มาเรียนกับพวกเราด้วยนะ 🤣😆😁
📚 เริ่มสร้างพื้นฐานการอ่านออก-เขียนได้
สู่การอ่านทำความเข้าใจทั้งเนื้อเรื่องสั้นๆ และเนื้อเรื่องที่ซับซ้อน
มาเรียนรู้แบบฝึกหัดภาษาไทยคุมองกันนะ
💡ฝึกอ่านทุกวัน เก่งขึ้นทุกวัน
#ภาษาไทยคุมอง
#เรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด
หลักคิดของประเทศที่จำกัดโซเชียล/มือถือสำหรับเด็ก มีแก่นร่วมกัน 3 เรื่องใหญ่ คือ
1. ปกป้องสมองเด็ก
2. ปกป้องสุขภาพจิตเด็ก
3. ปกป้องการพัฒนาในวัยเด็ก
1) ปกป้อง “สมองเด็ก” ที่ยังพัฒนาไม่สมบูรณ์
สมองส่วนที่ใช้ในการ “ควบคุมตัวเอง – จัดการอารมณ์ – หยุดตัวเองเมื่อจะเสพเกิน”
คือสมองส่วน Prefrontal Cortex ซึ่งจะพัฒนาจน อายุประมาณ 25 ปี
แต่โซเชียลมีเดียถูกออกแบบมาให้:
-ดูแล้วอยากดูอีก (Infinite scroll)
-ได้รางวัลแบบทันที (Dopamine Hit)
-กระตุ้นอารมณ์ตลอดเวลา
เด็กจึง “หยุดตัวเองไม่ได้” เพราะสมองยังไม่พร้อม (จะว่าไปผู้ใหญ่ก็หยุดไม่ได้เหมือนกันไม๊คะ ^^)
→ หลายประเทศจึงจำกัด เวลา และ ช่วงอายุ
เพื่อให้สมองเด็กเติบโตแบบเป็นธรรมชาติ ก่อนเข้าสู่โลกที่มีการกระตุ้นเร็วเกินไป
2) ป้องกัน “ปัญหาสุขภาพจิต” ในวัยรุ่น
ประเทศเหล่านี้พบข้อมูลคล้ายกันมากว่า:
ปรากฏการณ์ที่มีผลต่อเด็ก เช่น
-การเปรียบเทียบภาพชีวิตในโซเชียล : ส่งผลให้เกิดความรู้สึกด้อยค่า, Self-esteem ต่ำ
-การเสพคอนเทนต์สั้น/เร็วเกินไป : ส่งผลให้สมาธิสั้น, เบื่อง่าย
-การถูกบูลลี่ออนไลน์ : ส่งผลให้มีโอกาสซึมเศร้า, วิตกกังวลง่าย
-นอนน้อยเพราะเล่นหน้าจอ พัฒนาการอารมณ์แย่ลง
นักวิจัยหลายประเทศยังพบว่า:
เด็กที่ใช้โซเชียลเกิน 2 ชั่วโมง/วัน
มีความเสี่ยงซึมเศร้าและวิตกกังวลสูงขึ้นอย่างชัดเจน
→ ประเทศเหล่านี้จึงเน้น "ลดเวลาจอ" ไม่ใช่ห้ามทุกอย่าง
3) เสริม “ทักษะชีวิตและปฏิสัมพันธ์จริง”
ประเทศอย่างฝรั่งเศส อังกฤษ ญี่ปุ่น ย้ำว่า:
เด็กต้องเรียนรู้การเล่นกับคนจริงๆ ก่อน
จากนั้นค่อยใช้เทคโนโลยีให้เป็น “เครื่องมือ” ไม่ใช่ “ที่พึ่งทางอารมณ์”
มีผลวิจัยรองรับว่าเด็กที่โต้ตอบแบบ face-to-face มากกว่า:
มี ภาษาดีขึ้น
-อ่านอารมณ์คนได้ดีขึ้น
-มีมิตรภาพที่มั่นคงกว่า
-จัดการความขัดแย้งเก่งกว่า
จึงเกิดนโยบาย เช่น:
-ห้ามมือถือในโรงเรียน (ฝรั่งเศส, อังกฤษ)
-ใช้มือถือเพื่อความปลอดภัย ไม่ใช่เพื่อเล่น (ญี่ปุ่น)
-จำกัดไลฟ์สด/ดูคอนเทนต์ที่ชวนเปรียบเทียบ (จีน)
อย่าลืมว่า
เทคโนโลยีไม่ใช่ศัตรู
แต่ เด็กต้อง "พร้อม" ก่อนที่จะใช้
มือถือ = เครื่องมือ
โซเชียล = พื้นที่ทางสังคม
ไม่ใช่ ตัวแทนความรัก ความสนใจ หรือการเลี้ยงดู
ด้วยรัก
23/09/2025
✨ จุดเด่นของ KUMON CONNECT ✨
การเรียนคุมองรูปแบบใหม่บน Tablet ที่ช่วยให้น้อง ๆ ได้ทั้งสนุกและพัฒนาต่อเนื่อง
📌 ปลูกฝังนิสัยการเรียนที่ดี มีระบบจับเวลาและสะสมดาวทุกวัน
📌 ผู้ปกครองติดตามผลได้ผ่าน App เห็นพัฒนาการลูกแบบเรียลไทม์
📌 ครูผู้สอนดูแลใกล้ชิด ปรับแผนการเรียนได้ทันที
📌 แก้ไขข้อผิดพลาดได้ง่าย เด็กเข้าใจและเรียนรู้ต่อเนื่อง
📌 ตรวจการบ้านรวดเร็ว พร้อมคำแนะนำจุดที่ควรแก้ไข
📌 รวมครบ 3 วิชา – คณิต อังกฤษ ไทย
📌 พัฒนาทักษะการเรียนและการเขียน แม้ทำแบบฝึกหัดบน Tablet
มาลองสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้แบบใหม่กับ KUMON CONNECT ที่คุมองเซฟวันกันนะครับ 💙
วันทำการ
• วันอังคาร – วันศุกร์
เวลา 13:00 – 20:00 น.
• วันเสาร์
เวลา 09:00 – 17:00 น.
🚫 หยุดทำการ ทุกวัน อาทิตย์ และ วันจันทร์
📞 ติดต่อสอบถาม: 089-112-8223 (ครูโอ๋)
📍คุมองเซฟวัน
Map : https://maps.app.goo.gl/kqxHrhuhKX5pWkDz8?g_st=ipc
#เพื่อนแนะนำเพื่อนคุมอง
#เรียนคุมองไปด้วยกัน #คุมองชวนเพื่อน
#คุมองเดือนกรกฎาคม #คุมองสิงหาคม #เรียนแล้วชวนเลย
#คุมองเซฟวัน #เรียนพิเศษ
#เรียนพิเศษคณิตศาสตร์ #เรียนพิเศษภาษาไทย #เรียนพิเศษภาษาอังกฤษ
#เรียนพิเศษโคราช #เรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด
#โคราช #เซฟวัน #ติวเรียน #ติวสอบ
✨️ทดลองเรียนใกล้จะเริ่มแล้ว 🎖🏆
รีบมาสมัครกันนะคะ🎉
การสอบในปัจจุบันข้อสอบคณิตจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือ การอ่านทำความเข้าใจ เมื่อเข้าใจว่าโจทย์ต้องการอะไรแล้ว การคำนวณอย่างแม่นยำ จะทำให้ได้คำตอบที่ถูกต้องค่ะ
🎈ดังนั้น การอ่านวิเคราะห์ จึงสำคัญมาก คุมองสอนการอ่านในรูปแบบการวิเคราะห์ ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ อยากคิดวิเคราะห์เก่ง รีบมาสมัครเรียนกันนะคะ
🎊นอกจากคิดวิเคราะเก่งแล้ว การเรียนวิชาภาษา จะช่วยให้การเรียนที่ต้องใช้ทักษะการสรุปความ เช่นวิชาชีวะ สังคม หรือวิชาเกี่ยวกับกฏหมาย ช่วยให้นร. จำและเข้าใจได้เร็วขึ้นค่ะ✨️🎉
| อังคาร | 13:00 - 20:00 |
| พุธ | 13:00 - 20:00 |
| พฤหัสบดี | 13:00 - 20:00 |
| ศุกร์ | 13:00 - 20:00 |
| เสาร์ | 09:00 - 17:00 |