ความสุขที่แท้จริง: เรื่องเล่าของการปล่อยวาง
ในวันที่ท้องฟ้าครึ้มเครือ ผมนั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง มองผู้คนเดินผ่านไปมา แต่ละคนดูเร่งรีบ วุ่นวาย ราวกับกำลังไล่ล่าบางสิ่งบางอย่าง ผมนึกย้อนถึงตัวเองเมื่อไม่นานมานี้ ที่เคยเป็นเหมือนพวกเขา
ผมเคยคิดว่าความสุขคือเป้าหมายที่ต้องไขว่คว้า แต่ยิ่งพยายามคว้า กลับยิ่งรู้สึกว่ามันห่างไกลออกไปทุกที จนวันหนึ่ง ผมได้พบกับชายชราท่านหนึ่ง ท่านบอกผมว่า "ความสุขไม่ใช่เป้าหมาย แต่เป็นการเลือกของเรา"
ท่านสอนให้ผมทิ้งสิ่งที่เป็นพิษในชีวิต เริ่มจากความอิจฉา ที่ทำให้ผมมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง ต่อมาคือความกลัวการเปลี่ยนแปลง ที่ขัดขวางโอกาสดี ๆ ในชีวิต แล้วก็ความคิดที่ว่าทุกอย่างต้องอยู่ในการควบคุม ซึ่งทำให้ผมเครียดเมื่อสิ่งต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามแผน
ท่านยังเตือนให้ผมระวังการทำงานหนักเกินไป จนลืมใส่ใจคนรอบข้าง และสอนให้เลิกโทษคนอื่นเมื่อเกิดปัญหา แต่ให้มุ่งแก้ไขปัญหาแทน การบ่นตลอดเวลาก็เป็นอีกสิ่งที่ท่านแนะนำให้เลิก เพราะมันไม่ช่วยอะไรนอกจากทำให้จิตใจหม่นหมอง
ท่านย้ำว่า ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ การพยายามถูกต้องเสมอเป็นเรื่องเหนื่อยเปล่า และความเชื่อที่จำกัดความสามารถของตัวเองก็เป็นกำแพงที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต ท่านแนะนำให้ผมเลือกคบเพื่อนดี ๆ และสุดท้าย ให้ปล่อยวางอดีตที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลง
เมื่อผมเริ่มทำตามคำแนะนำของท่าน ชีวิตผมก็เริ่มเปลี่ยนไป ผมพบว่าความสุขไม่ได้อยู่ไกลเลย มันอยู่ในใจเรานี่เอง เพียงแค่เราปรับมุมมองและเลือกที่จะมีความสุข
ตอนนี้ ผมนั่งจิบกาแฟ มองผู้คนที่เร่งรีบด้วยความเข้าใจ และหวังว่าสักวันพวกเขาจะค้นพบความจริงนี้เช่นกัน ว่าความสุขที่แท้จริงนั้น เกิดจากการปล่อยวางและเลือกที่จะมีความสุขในทุก ๆ วัน
เจโตวิมุุตติ ทรัพย์สุยิ่งมหาศาล
ลองแล ณ บางที
แบ่งปันความสุข บรรเทาความทุกข์ในใจ
สุขให้ได้กับเงื่อนไขที่เรามี
04/07/2024
#ผมเชื่อในความดี
#ทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง
#จงบริหารวิบากกรรมของเราอย่างมีสติโดยไม่เบียดเบียนใคร
#ขออย่าได้เบียดเบียนใครทำให้ใครเดือดร้อนกายและใจอีกเลย
03/07/2024
ชีวิต: บทเรียนและการยอมรับ
ในวิถีชีวิตของเรา มักมีช่วงเวลาที่เราปรารถนาจะย้อนกลับไปแก้ไขอดีต โดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับความผิดพลาดหรือเหตุการณ์ที่ทำให้เจ็บปวด แต่ความจริงที่เราต้องยอมรับคือ เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ผ่านมาแล้วได้
แทนที่จะหมกมุ่นกับความปรารถนาที่เป็นไปไม่ได้ เราควรมองว่าทุกประสบการณ์ ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนเรา ความผิดพลาดและรอยด่างพร้อยในอดีตไม่ได้ทำให้เราด้อยค่าลง แต่เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเราได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่
การยอมรับอดีตไม่ได้หมายความว่าเราต้องภูมิใจในทุกการกระทำ แต่เป็นการเข้าใจว่าทุกเหตุการณ์มีส่วนหล่อหลอมให้เราเป็นตัวเราในปัจจุบัน เราควรใช้ประสบการณ์เหล่านั้นเป็นบทเรียน เพื่อไม่ให้ความผิดพลาดเดิมเกิดซ้ำ
เมื่อเวลาผ่านไป ความเจ็บปวดจะค่อยๆ จางหาย ทิ้งไว้เพียงร่องรอยที่เตือนใจให้เราเติบโตและเข้มแข็งขึ้น สิ่งสำคัญคือการให้อภัยตัวเอง และก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยความเข้าใจและปัญญาที่มากขึ้น
ในท้ายที่สุด ชีวิตที่สมบูรณ์แบบไม่ได้หมายถึงชีวิตที่ปราศจากข้อผิดพลาด แต่เป็นชีวิตที่เราสามารถยอมรับทุกแง่มุม ทั้งดีและร้าย และใช้มันเป็นแรงผลักดันให้เราเติบโตและมีความสุขในปัจจุบันและอนาคต
22/10/2020
#เทคนิคการใช้งานgoogle_translate_ให้แม่นยำมากขึ้น!!
#คุณแม่ของน้องที่โทรมาสอบถาม_ลองอ่านโพสต์นี้ดูนะครับ
บ่อยครั้งที่หลายคนเจอปัญหาที่ว่า google translate มันแปลเพี้ยนๆ...แต่ คหสต ก็ยังเชื่อว่า ไอเจ้า GT (ขอใช้เป็นตัวย่อ) ก็ยังเป็น PA หรือ Personal Assistant ที่ดีที่สุดในเรื่องของ... #การแปลงภาษา
เพียงแค่ว่า มันมีหลักนิดๆหน่อยๆ ที่เราอาจต้องเรียนรู้เพิ่ม...เพื่อให้มันแปลงภาษาได้แม่นยำขึ้น
ด้านล่างนี้ คือ เทคนิค หรือ วิธีการใช้ ที่จะช่วยให้ปัญหาที่ว่า “มันเพี้ยน” ลดน้อยลง
แล้วผมรู้ได้ไง ... google มาสอนผมเหรอ??
ป่าว ... แต่แบบ ... ตัวเองก็ใช้งาน GT บ่อยทีเดียวเวลาที่ขี้เกียจๆ 😂 55
#เทคนิคหรือสิ่งที่เราต้องรู้_เน้นแบบง่ายๆนะครับ_ได้ทำตามกันได้
◾️1. ถ้าเราไม่ set ภาษาไทยก่อนพิมพ์ ... มันก็จะพิมพ์ตามโครงสร้างภาษาไทยทั้งหมด
ตัวอย่างภาษาไทย 👇🏻
“ก่อนอื่น ขอแจ้งข่าวว่าคอร์สแรกที่ผมเปิดไปที่เป็น ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน แบบแบ่งระดับเต็มเรียบร้อยนะครับ ภายใน 10 วันที่เปิดขอแจ้งไว้ตรงนี้นะครับ เผื่อใครยังอยากลงเรียนอยู่”
ผลลัพธ์จาก GT 👇🏻
First of all, would like to inform the news that the first course I opened that is Listen-Speak-Read-Write Completely split level within 10 days of opening
Would like to notify here In case anyone still wants to study
ดูผิวเผิน...มันเหมือนจะได้...มันเหมือนจะ ok
แต่....
👉🏻 ขอแจ้งข่าวว่า...
👉🏻 would like to inform the news that...
👉🏻 ขอแจ้งไว้ตรงนี้นะครับ...
👉🏻 Would like to notify here...
#เพราะงั้นเราต้องใส่ประธานในประโยคภาษาไทยด้วยทุกครั้ง
✅ “ผม” ขอแจ้งข่าวว่า...
✅ I would like to inform the news that...
✅ “ผม” ขอแจ้งไว้ตรงนี้นะครับ...
✅ I would like to notify here...
◾️2. เราต้องเข้าใจเรื่อง “ชนิดของคำ” หรือ “part of speech” ในภาษาอังกฤษ และตอนพิมพ์ไทย #ต้องทำชนิดของคำให้มันล้อตามโครงสร้างภาษาอังกฤษ โดยยึดตามตำแหน่งของโครงสร้างภาษาอังกฤษ
ตัวอย่างภาษาไทย อันที่ 1 👇🏻
👉🏻 คอร์สแรกที่ผมเปิดไปที่เป็น ❗️ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน❗️
👉🏻 the first course I opened that is ❗️Listen-Speak-Read-Write❗️
#หลังจากแก้ไขเรื่องชนิดของคำ
✅ คอร์สแรกที่ผมเปิดไปที่เป็น 👍🏻การฟัง-การพูด-การอ่าน-การเขียน 👍🏻
✅ The first course I opened that was 👍🏻Listening - speaking - reading - writing👍🏻
ตัวอย่างภาษาไทย อันที่ 2 👇🏻
👉🏻 “คอร์สนี้ ผมตั้งใจทำให้คนเรียนสามารถเรียนได้ทุกเวลาที่คุณว่างๆ ช่วงขับรถไปทำงาน ❗️ขับรถกลับบ้าน พักเบรค พักทานข้าว อาบน้ำ หรือก่อนนอน❗️”
👉🏻 This course I intend to enable students to learn at anytime you are free. While driving to work ❗️Drive home, take breaks, eat, take a shower, or before bed❗️
#หลังแก้ไข 👇🏻
✅ “คอร์สนี้ ผมตั้งใจทำให้คนเรียนสามารถเรียนได้ทุกเวลาที่คุณว่างๆ เช่น 👍🏻ตอนขับรถไปทำงาน, ตอนขับรถกลับบ้าน, ตอนช่วงพักเบรค, ตอนพักทานข้าว, ตอนอาบน้ำ, หรือตอนก่อนเข้านอน👍🏻”
✅ This course I intend to enable learners to learn at anytime you are free, such as 👍🏻 when driving to work, when driving home, during breaks, during meals, bathing, or before going to bed.👍🏻
◾️3. ไม่ว่าข้อความที่เขียนจะยาวแค่ไหน ... เราต้อง set ให้มันจบในรูปแบบประโยคภาษาอังกฤษ (S+V..) .... ให้มันจบเหมือนโบกี้รถไฟ ...ไปทีละโบกี้ๆ...อย่าหลุดตำแหน่ง ... แล้วมันจะเคลียร์ให้เราเองว่าอันไหนคือ ประโยคหลัก หรือ ประโยครอง
ตัวอย่างภาษาไทย อันที่ 1
👉🏻 “แค่เสียบหูฟังเข้ากับมือถือ บวกกับเปิดเฟสบุ๊คเวลาเข้าเรียนก็เรียนได้ทุกเวลา ยิ่งทำซ้ำๆก็จะเก่งขึ้นแบบ 10X หรือ 10 เท่าจากระดับปกติ”
👉🏻 Just plug the headphones into the phone
Plus opening Facebook when ❗️attending school
❗️Can learn at any time, even more repetitive, will become better 10X or 10 times the normal level
#หลังแก้ไข 👇🏻
✅ เพียงแค่ คุณเสียบหูฟังเข้ากับมือถือของคุณ
✅ และคุณเปิดเฟสบุ๊คเวลาที่คุณใช้งาน
✅ คุณก็สามารถเรียนรู้ได้ทุกเวลา
✅ ยิ่งคุณทำซ้ำๆ คุณจะเก่งขึ้นแบบ 10X หรือ 10 เท่าจากทักษะปัจจุบันของคุณ
✅Just plug the headphones into your phone. ✅And you open Facebook when you use it.
✅You can learn at any time.
✅The more you repeat You will be better at 10X, or 10 times better than your current skills.
#อันนี้ยังไม่รวมเรื่องพวกนี้นะครับ
👉🏻 การเลือกใช้คำศัพท์ให้มันเหมาะกับบริบท เช่น คำว่า “แจ้ง” จากตัวอย่างด้านบน GT มันจะวิ่ง 2 คำ ; inform/notify เราต้องเป็นคนเลือกให้เข้ากับบริบทด้วยตัวเอง
👉🏻 การใช้พวก clause เช่น noun clause, adjective clause, adverb clause ซึ่งมันจะต้องสัมพันธ์กับ Main clause หรือ ประโยคหลัก แถมยังต้องใช้ตัว connector ให้ถูกอีก เช่นพวก relative pronoun อะไรแบบนั้น
👉🏻 การใช้ Conjunction และต้องเข้าใจภาพรวมของสิ่งที่เขียน ว่ามันนำเสนอในทิศทางไหน ... สอดคล้อง,ขัดแย้ง,อธิบายให้รายละเอียด,เสนอมุมมอง bla bla bla
👉🏻 การเขียนแบบ active และ passive voice ซึ่งเราต้องเข้าใจจริงๆว่า ประโยคที่เราจะเขียนลงไป ถ้าเราจะทำให้เป็น passive voice ... ภาษาไทย มันต้องเขียนยังไง?
👉🏻 เรื่อง Tense ... ถ้าเราไม่ระบุ time markers หรือ ตัวบอกเวลา หรือ adverb clause ที่ใช้บอกเวลา ... มันจะสื่อ Tense ได้ไม่ค่อยตรงนัก และมักมีปัญหากับพวกที่เป็น perfect tense
👉🏻 การเขียนอีเมล์ มันต้องเป็นรูปแบบ formal หรือทางการ เพราะงั้น ภาษาไทยที่เขียน ...เราต้องทำให้มันเป็นภาษาเขียนหรือเป็นทางการ ไม่ใช่เอาภาษาพูดมาเขียน!!
#สุดท้าย_การใช้งานGTให้แม่นยำคือ_ไม่ว่ายังไงเราก็หนีไม่พ้นเรื่องแกรมม่าร์และคำศัพท์อยู่ดี
สิ่งที่โชคดีคือ
ตอนนี้ คหสต คิดว่า
หลักจาก มีการอัพเกรด GT
มันแม่นยำขึ้นกว่าเดิมมากกกกกกกกกกกกกกกกกก
ผมเรตให้เลย 88% ++
เพราะงั้น ถ้าใครติดปัญหา
ไม่รู้จะเขียนยังไง ไม่รู้ถูกมั้ยที่เขียน
เรียนรู้หลัก basic 3 ข้อด้านบน
มันจะช่วยให้เรา ..พอแก้ปัญหาไปได้
ดีกว่าให้มันกระทบกับงาน หรือ ภารกิจ
# #มันอาจจะมีวิธีที่เวิคกว่านี้ก็ได้ครับ_แต่อันนี้คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากการใช้งาน_จึงนำมาบอกต่อ_เผื่อว่าใครกำลังมีปัญหาตรงนี้ # #
หวังว่าคงมีประโยชน์บ้าง 😊
See you again
ครูเจ
20/10/2020
20/10/2020
#ไปกันวันละเรื่องกับ_Grammar_a_Day
#ถ้าจำ_ไอคำพวกนี้เป็น_%_เหมือนที่ผมจำ
#มันก็จะง่ายๆหน่อย !!
◾️เวิ้บ ช่วย พวกนี้อ่ะ
Can - Could
May - Might
Will - Would
Must - Have to / Has to
Should
◾️คำแปล
Can 80% - Could 60% ==> สามารถ
May 50% - Might 30% ==> อาจจะ
Will 80% - Would 60% ==> จะ
Must 100% ==> ต้อง
Have to / Has to 80%. ==> จำเป็นต้อง
Should 100% & 0% ==> ควรจะ
*ตัวหลัง ลบไป 20%
^^ มาดูเป็น คู่ๆ กันเลยนะ ^^
👉🏻Can => 80% สามารถทำได้
👉🏻Could => 60% สามารถทำได้
ตย.
I can see movie with you tonight.
ไปดูหนังกะแกได้ชัวร์คืนนี้
I could see movie with you tonight.
ไปดูด้วยได้ค่อนข้างชัวร์ ถ้าไม่ติดอะไร
=================================
👉🏻May => 50% อาจจะทำได้
👉🏻Might => 30% อาจจะทำได้
ตย.
I may see movie with you tonight.
อาจจะไปดูหนังได้์นะคืนนี้ แต่ 50/50
I might see movie with you tonight.
อาจจะไปได้นะ (ตอบงี้ เพราะไม่อยากปฎิเสธ)
=================================
👉🏻Will => 80% จะทำได้
👉🏻Would => 60% จะทำได้
ตย.
I will see movie with you tonight.
จะไปดูหนังกะแกนะคืนนี้ (คล้ายๆนัด)
I would see movie with you tonight.
จะไปดูหนังกะแกนะคืนนี้
* แต่ แต่ แต่ => แบบนี้เขาไม่ค่อยใช้
ที่เราจะเห็นกันบ่อยๆคือ => would like to
I would like to see movie with you tonight.
"อยากจะ" ไปดูหนังกะแกอ่ะคืนนี้(คล้ายๆชวน)
* would like to จึงแปลว่า อยากจะ
* ใช้คล้ายๆกะ want
* แต่ would like to มันดู เนี้ยบกว่า(ทางการ)
=================================
👉🏻Should => 100% แนะนำแล้วเขาเชื่อเรา
👉🏻Should => 0% แนะนำแล้วเขาไม่เชื่อเรา
ตย.
I should see movie with you tonight.
ชั้นควรจะไปดูหนังกะแกนะคืนนี้
* ถ้าแกไปกะชั้น มันก็ 100%
* ถ้าแกไม่ไปกะชั้น มันก็เรื่องของแก 0%
You should buy this book. It's good.
แกควรซื้อหนังสือเล่มนี้ มันดีน๊า
=> ถ้าซื้อ => แนะนำแล้วเชื่อ = 100%
=> ถ้าไม่ซื้อ => แนะนำแล้วไม่เชื่อ = 0%
Should จึงเอามาใช้เป็นปย.คำถามแทน
=> เพราะกลัว เงิบ กับคำตอบ 55
Should we see movie tonight together?
เราควรจะไปดูหนังด้วยกันดีมั้ยคืนนี้?
* ตอบไรมารอบนี้ กรูรับได้หมดละ
* ไม่กลัวเงิบละ เพราะแค่ชวนเฉยๆ 55
* ถ้าว่างก็จัด ไม่ดวกก็ไม่ไร
=================================
👉🏻Must => 100% ต้องทำ (ออกแนวๆ สั่ง )
ตย.
I must see movie with you tonight.
ชั้นต้องไปดูหนังกะแกให้ได้คืนนี้
(ฟังดูน่ากลัวๆ 5555)
* งั้นเวลาใช้ must
* ควรจะพูดเกี่ยวกะเรื่องตัวเองล้วนๆก่อน
* แล้วค่อยพูดชวนอีกคน ด้วย เวิ้บตัวอื่น
I must see this movie tonight. Can you go with me?
ชั้นต้องดูหนังเรื่องนี้คืนนี้อ่ะ(ชอบมากกกก ไม่ดูไม่ได้ จะออกแล้ว) ไปด้วยกันมั้ย
==================================
👉🏻Have to / Has to => 80% จำเป็นต้องทำ
ตย.
I have to see this movie with you tonight.
ชั้นจำเป็นต้องพาแกไปดูหนังคืนนี้ให้ได้ รับปากไว้หลายครั้งแล้ว ไม่เคยทำได้เลย
*สถานการณ์บีบบังคับ
*จริงๆ อาจไม่อยากไปดูก็ได้
=================================
#ทริคเพิ่มเติม
* ที่ใช้ในชีวิตจริงทั่วไป เน้นใช้ฝั่งซ้าย
พวก can, will, must
=> เพราะมันคือเรื่องจริง
=> มันคือ present simple
=> จริงเสมอๆๆๆๆๆๆๆ
* ถ้าเป็นเรื่องสมมติ
=> ส่วนใหญ่ ให้จำพวกที่อ่านออกเสียง "อู๊ด"
เช่น คู๊ด (could) วู๊ด(would) ชู๊ด(should)
เช่น
If I could be superman, I would fly to the moon.
ถ้าผมเป็นซุปเปอร์แมนได้ละก็ จะบินไปดวงจันทร์เลย
ถ้าให้คุ้นตา สำหรับ คนแม่น แกรมม่าร์หน่อย
If I were superman, I would fly to the moon.
ถ้าผมเป็นซุปเปอร์แมนได้ละก็ จะบินไปดวงจันทร์เลย
*ตรงตามสูตรเป๊ะ if S+V.2, S+would V.1 (มโน)
พิมพ์เยอะ
ตาลายหมดแล้ว 55
ยาวหน่อย แต่จบนะ
Enjoy reading.
ขอให้เพลินกะการอ่านเพื่อเอาไปใช้นะครับ
Thank you. ^^
KJ 😊
20/05/2020
(แจกฟรี) โจทย์บทสนทนาภาษาอังกฤษ เตรียมสอบนายสิบตำรวจ โหลดได้ที่นี่ » ข่าวและสาระน่ารู้ » (แจกฟรี) โจทย์บทสนทนาภาษาอังกฤษ เตรียมสอบนายสิบตำรวจ โหลดได้ที่นี่(แจกฟรี) โจทย์บทสนทน...
คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?
ที่ตั้ง
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
Nakhon Ratchasima
30110