Parasite stories เล่าเรื่องปรสิต

Parasite stories เล่าเรื่องปรสิต เล่าเรื่องราวทุกปรสิตให้คนฟัง
(2)

พยาธิปากขอ...สาเหตุที่อาจถูกมองข้ามของภาวะโลหิตจางเรื้อรังรายงานผู้ป่วยชายอายุ 59 ปี มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเรื...
20/07/2026

พยาธิปากขอ...สาเหตุที่อาจถูกมองข้ามของภาวะโลหิตจางเรื้อรัง
รายงานผู้ป่วยชายอายุ 59 ปี มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเรื้อรังและปวดท้อง
โดยหาสาเหตุไม่พบ
แม้รักษานิ่วในท่อน้ำดีแล้ว แต่อาการยังไม่ดีขึ้น

เมื่อตรวจเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้องทางเดินอาหารและแคปซูลเอนโดสโคปี
ก็พบพยาธิปากขอ Necator americanus กระจายอยู่ในทางเดินอาหาร
โดยเทคนิค Narrow-Band Imaging (NBI) ช่วยให้เห็นตัวพยาธิได้ชัดเจนกว่าการส่องกล้องแบบปกติ ทำให้สามารถเก็บตัวอย่างและยืนยันชนิดของพยาธิได้

หลังรักษาด้วยยา Pyrantel pamoate
อาการปวดท้องหายไป ภาวะโลหิตจางดีขึ้น และไม่พบพยาธิในการตรวจอุจจาระติดตามผล

ผู้ป่วยที่มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเรื้อรังร่วมกับอาการปวดท้อง โดยเฉพาะผู้ที่มาจากพื้นที่ที่โรคยังพบได้ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาถึงพิจารณาการติดเชื้อพยาธิปากขอที่ไม่ควรถูกมองข้าม

เอกสารอ้างอิง
Takebe T, Osawa S, Watanabe Y, Yamagata S, Aoyama T, Kawamura Y, Manabe A, Kisamori T, Sano M, Sugimoto K. Endoscopic Diagnosis of Necator americanus Infection Presenting With Persistent Iron-Deficiency Anemia: Usefulness of Image-Enhanced Endoscopy and Capsule Endoscopy. DEN Open. 2026 May 22;7(1):e70352.

20/07/2026

ผู้ป่วยรายนี้ มีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ
เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลด้วยอาการปวดบริเวณลิ้นปี่ร่วมกับภาวะนิ่วในท่อน้ำดี ด้วยการส่องกล้อง ERCP
แม้ว่าระดับเอนไซม์ของระบบทางเดินน้ำดีจะดีขึ้นหลังการรักษาด้วยการส่องกล้อง แต่อาการปวดท้องยังคงดำเนินต่อไป
แพทย์เลยตรวจเพิ่มเติมของระบบทางเดินอาหาร ได้แก่
การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น
การส่องกล้องลำไส้ใหญ่
และการตรวจลำไส้เล็กด้วย Capsule Endoscopy
ก็พบพยาธิจำนวนหลายตัวกระจายอยู่ทั่วระบบทางเดินอาหาร — สาเหนุหลักของอาการข้างต้น

ท่านชอบเนื้อวัว/เนื้อหมูแบบใด มาดูว่าแต่ละความดิบ-สุก เสี่ยงพยาธิตืดวัว ตืดหมูอย่างไร อิงตามงานวิจัยที่มีการทดสอบผลของคว...
19/07/2026

ท่านชอบเนื้อวัว/เนื้อหมูแบบใด
มาดูว่าแต่ละความดิบ-สุก
เสี่ยงพยาธิตืดวัว ตืดหมูอย่างไร
อิงตามงานวิจัยที่มีการทดสอบผลของความร้อนต่อระยะติดต่อของพยาธิตืด

Rare (52–55°C) → เสี่ยง ทั้งพยาธิตืดวัว (Taenia saginata) และพยาธิตืดหมู (Taenia solium) หากเนื้อมีตัวอ่อนอยู่

Medium rare (57–60°C) → ยังมีความเสี่ยง โดยเฉพาะถ้าแกนกลางเพิ่งถึงอุณหภูมิและไม่ได้คงไว้

Medium (63–68°C) → โดยทั่วไปปลอดภัยมากขึ้น หากอุณหภูมิที่แกนกลางถึงจริงและคงไว้ช่วงหนึ่ง แต่ไม่มีการรับประกัน 100% สำหรับการปรุงทุกแบบ

Medium well (70–73°C) → ความเสี่ยงต่ำมาก
Well done (≥75°C) → ปลอดภัยมาก สำหรับพยาธิตืดทั้งวัวและหมู

การทดลองกับพยาธิตืดหมู
พบว่า ที่ 50°C ต้องใช้เวลามากกว่า 40 นาที จึงทำให้ตัวอ่อนตายหมด
ที่ 80°C นาน 10 นาที ตัวอ่อนตายทั้งหมด

ตามหลักฐาน Rare และ Medium rare ยังถือว่ามีความเสี่ยง
ส่วน Medium ขึ้นไปจะปลอดภัยเมื่ออุณหภูมิแกนกลางถึงจริงและปรุงนานเพียงพอ ไม่ใช่ดูจากสีของเนื้อเพียงอย่างเดียวครับ

เอกสารอ้างอิง
Okello AL, Thomas LF. Human taeniasis: current insights into prevention and management strategies in endemic countries. Risk Manag Healthc Policy. 2017 Jun 1;10:107-116. doi: 10.2147/RMHP.S116545.

Møller KS, Ngowi H, Magnussen P, Magne J, Kabululu M, Johansen MV. The effect of temperature and time on the viability of Taenia solium metacestodes in pork. Vet Parasitol Reg Stud Reports. 2020 Jul;21:100436. doi: 10.1016/j.vprsr.2020.100436.

19/07/2026

ปลากุแลมีพยาธินะครับ
ปลากุแล (ปลากระบอก; mullet) สามารถมีพยาธิได้ ทั้งในธรรมชาติและบางกรณีในระบบเพาะเลี้ยง เช่น
พยาธิตัวกลม (Nematodes) เช่น Contracaecum และ Hysterothylacium พบในช่องท้องหรืออวัยวะภายใน
พยาธิใบไม้ (Digenean trematodes) พบในลำไส้หรืออวัยวะภายใน
พยาธิตัวตืด (Cestodes) พบได้แต่ไม่บ่อย
พยาธิภายนอก เช่น เห็บปลา (isopods) และพยาธิใบไม้ที่เหงือก (Monogenea)

สำหรับคน
หากรับประทาน ปลากุแลดิบหรือสุกไม่พอ มีโอกาสติดตัวอ่อนพยาธิบางชนิดได้ แม้ความเสี่ยงจะต่ำกว่าปลาทะเลบางชนิดและปลาน้ำจืด
หากปรุงสุกจนทั่ว ความเสี่ยงจากพยาธิแทบไม่มี

ปลากุแลมีรายงานพบพยาธิได้ แม้ในไทยจะมีรายงานสำรวจน้อย แต่ในต่างประเทศมีการตรวจหาในปลากลุ่มปลากระบอกว่าพบพยาธิ อาทิ

Álvarez-Sánchez A, Méndez-Martínez Y, Reyes-Pérez J, Romo-Quiñonez C, Hernández-Zárate G. Nematode parasites in the striped mullet (Mugil cephalus Linnaeus, 1758) in the southern Gulf of California. Lat. Am. J. Aquat. Res.. 2020;48(1): 106-113. Available from: doi:10.3856/vol48-issue1-fulltext-2326

Sarabeev V, Balbuena JA, Morand S. Testing the enemy release hypothesis: abundance and distribution patterns of helminth communities in grey mullets (Teleostei: Mugilidae) reveal the success of invasive species. Int J Parasitol. 2017 Sep;47(10-11):687-696. doi: 10.1016/j.ijpara.2017.05.006. Epub 2017 Jul 8. PMID: 28694188.

Valles-Ríos ME, Ruiz-Campos G, Galavíz-Silva L. Prevalencia e intensidad parasitaria en Mugil cephalus (Pisces: Mugilidae), del Río Colorado, Baja California, México [Parasite prevalence and intensity in Mugil cephalus (Pisces: Mugilidae), from Colorado River, Baja California, Mexico]. Rev Biol Trop. 2000 Jun-Sep;48(2-3):495-501. Spanish. PMID: 11354956.

Morales Martínez KA, Muñoz García C, Figueroa Delgado A, Chávez Güitrón L, Osorio Saravia D, Saavedra Montañez M, Martínez Maya JJ, Rubio JM, Villalobos N. Parasite identification in mullet fish (Mugil curema) from Chautengo Lagoon, Guerrero, Mexico, based on morphology and molecular analysis. Exp Parasitol. 2022 Sep;240:108335. doi: 10.1016/j.exppara.2022.108335. Epub 2022 Aug 3. PMID: 35932907.

Yooyen T, Moravec F, Wongsawad C. Two new species of Cucullanus Müller, 1777 (Nematoda: Cucullanidae) from marine fishes off Thailand. Syst Parasitol. 2011 Feb;78(2):139-49. doi: 10.1007/s11230-010-9286-3. Epub 2011 Jan 29. PMID: 21279563.

ขอบคุณต้นคลิปจาก
อิแอบแซบ

พยาธิใบไม้ตับ หรือ พยาธิใบไม้ในตับ...เรียกแบบไหนถูก?หลายคนมักเรียกว่า "พยาธิใบไม้ในตับ" เพราะเข้าใจว่าพยาธิอาศัยอยู่ในเน...
19/07/2026

พยาธิใบไม้ตับ หรือ พยาธิใบไม้ในตับ...เรียกแบบไหนถูก?
หลายคนมักเรียกว่า "พยาธิใบไม้ในตับ" เพราะเข้าใจว่าพยาธิอาศัยอยู่ในเนื้อตับ แต่ชื่อที่ถูกต้องทางการแพทย์คือ "พยาธิใบไม้ตับ" (Liver fluke)

แม้ว่าพยาธิชนิดนี้จะอาศัยอยู่ภายในตับ
แต่ตำแหน่งที่มันอยู่จริงคือ ท่อน้ำดี ซึ่งเป็นท่อเล็ก ๆ ภายในตับ ไม่ได้ชอนไชอยู่ในเนื้อตับโดยตรง

เมื่อพยาธิอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดการอักเสบของท่อน้ำดี พังผืด การอุดตัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อ มะเร็งท่อน้ำดี ซึ่งเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ดังนั้น หากจะเรียกให้ถูกต้อง
จะใช้คำว่า "พยาธิใบไม้ตับ"
ซึ่งเป็นชื่อโรคและชื่อพยาธิที่ใช้ในวงการแพทย์และสาธารณสุข

แม้ว่าตำแหน่งที่พยาธิอาศัยอยู่จริงจะเป็นท่อน้ำดีภายในตับ ก็ตาม

"พยาธิใบไม้ตับ ไม่ได้อยู่ในเนื้อตับ แต่อยู่ในท่อน้ำดีภายในตับ" ครับ

ภาพประกอบ
พยาธิใบไม้ตับ Opisthorchis viverrini ที่เพิ่งออกจากท่อน้ำดีภายในตับ
ขอบคุณภาพจาก อ.นพ.พัฒนพงษ์ รัศมี

ไม่ใช่นิ่ว...แต่เป็น "พยาธิ" พยาธินี้ก็กลุ่มเดียวกันกับที่ผมเพิ่งลงคลิปพยาธิที่ออกมาจากท่อน้ำดีภายในตับ ยั้วเยี้นั่นละคร...
19/07/2026

ไม่ใช่นิ่ว...แต่เป็น "พยาธิ"
พยาธินี้ก็กลุ่มเดียวกันกับที่ผมเพิ่งลงคลิปพยาธิที่ออกมาจากท่อน้ำดีภายในตับ ยั้วเยี้นั่นละครับ
หญิงวัย 65 ปี มีไข้ ปวดท้อง และตัวเหลือง แพทย์สงสัยท่อน้ำดีอักเสบ จึงทำ ERCP เพื่อเปิดทางเดินน้ำดี แต่สิ่งที่พบกลับเป็น พยาธิใบไม้ตับ Fasciola ตัวเต็มวัย 3–4 ตัว อาศัยอยู่ในท่อน้ำดี
เคสนี้ชี้ให้เห็นว่า พยาธิสามารถเป็นสาเหตุของการอุดตันในทางเดินน้ำดีได้ และที่สำคัญ Fasciola ไม่สามารถรักษาด้วย praziquantel ได้ แต่ต้องใช้ triclabendazole ดังนั้นการระบุชนิดของพยาธิให้ถูกต้องจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
อ่านเรื่องราวของเคสนี้ได้ที่โพสต์ด้านล่าง 👇

ไข้ ปวดท้อง ตัวเหลือง… สุดท้ายไม่ได้เจอนิ่ว แต่เจอ "พยาธิใบไม้ตับ" ทั้งตัวในท่อน้ำดี
หญิงชาวเวียดนามอายุ 65 ปี เดินทางกลับไปยังสหรัฐอเมริกาหลังเคยอาศัยอยู่ในประเทศเวียดนาม เข้ารับการรักษาด้วยอาการปวดท้องบริเวณชายโครงขวา มีไข้สูงถึง 39.4°C ร่วมกับความดันโลหิตต่ำชั่วคราว
ผลตรวจเลือดพบเม็ดเลือดขาวสูง ค่าการทำงานของตับ (AST และ ALT) สูงขึ้น และระดับบิลิรูบินเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บ่งชี้ว่ามีภาวะอุดกั้นของทางเดินน้ำดี
นอกจากนี้ยังพบ eosinophilia ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญที่ควรทำให้นึกถึงโรคพยาธิ

การตรวจ CT scan และ MRI พบว่า
ท่อน้ำดีร่วม (common bile duct; CBD) ขยาย
ผนังท่อน้ำดีอักเสบ
มีลักษณะคล้ายเศษสิ่งอุดตัน (filling defects) ภายในท่อน้ำดี
ถุงน้ำดีบวม แต่ไม่พบนิ่ว

แพทย์จึงวินิจฉัยเบื้องต้นว่าอาจเป็น ascending cholangitis ร่วมกับ acute acalculous cholecystitis และส่งผู้ป่วยเข้ารับการส่องกล้อง ERCP เพื่อเปิดทางเดินน้ำดี

แต่สิ่งที่พบกลับทำให้ทีมแพทย์ประหลาดใจ...
ระหว่างการทำ ERCP มีการดึงพยาธิใบไม้ตับตัวเต็มวัยจำนวน 3–4 ตัว ออกจากท่อน้ำดีได้โดยตรง

ตัวอย่างพยาธิถูกส่งไปยังห้องปฏิบัติการ
พบว่ามีลักษณะแบนคล้ายใบไม้ ยาวประมาณ 3.2 เซนติเมตร
และได้รับการยืนยันว่าเป็น Fasciola spp.

หลังนำพยาธิออก อาการของผู้ป่วยดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
การอุดตันของท่อน้ำดีหายไป และสามารถกลับบ้านได้โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน

พยาธิตัวนี้ติดมาจากไหน?
พยาธิใบไม้ตับสกุล Fasciola ได้แก่
Fasciola hepatica
Fasciola gigantica
แตกต่างจากพยาธิใบไม้ตับที่คนไทยคุ้นเคยอย่าง Opisthorchis viverrini

คนติดเชื้อจากการรับประทานพืชน้ำดิบหรือสุกไม่เพียงพอ เช่น วอเตอร์เครส (watercress) หรือผักน้ำชนิดต่าง ๆ รวมถึงการดื่มน้ำที่ปนเปื้อนระยะติดต่อของพยาธิ

ไม่ใช่จากการรับประทานปลาน้ำจืดดิบเหมือนพยาธิใบไม้ตับ O. viverrini

ในผู้ป่วยรายนี้
ประวัติระบุว่าเคยรับประทานผักสดและผักน้ำระหว่างอยู่ที่เวียดนาม
ซึ่งเป็นแหล่งที่พบโรคนี้ได้

ทำไมการวินิจฉัยจึงสำคัญ?
โดยทั่วไปโรคพยาธิใบไม้ตับชนิดนี้มักได้รับการวินิจฉัยจาก
- การตรวจภูมิคุ้มกัน (serology)
- การตรวจหาไข่พยาธิในอุจจาระ

การพบ ตัวเต็มวัยของพยาธิระหว่างทำ ERCP ถือว่าเกิดขึ้นได้ค่อนข้างน้อย จึงเป็นรายงานที่น่าสนใจ

ที่สำคัญคือ การจำแนกชนิดของพยาธิให้ถูกต้องมีผลต่อการรักษา
แม้ว่าพยาธิใบไม้ตับหลายชนิดจะรักษาด้วย praziquantel
แต่ Fasciola ไม่ตอบสนองต่อยานี้
ยาที่แนะนำคือ triclabendazole

ดังนั้น หากวินิจฉัยผิดชนิด
ผู้ป่วยอาจได้รับยาที่ไม่ครอบคลุมและยังคงมีพยาธิหลงเหลืออยู่ได้

จากเคสนี้
ผู้ป่วยที่มีไข้ ปวดชายโครงขวา ดีซ่าน หรือมีภาวะท่อน้ำดีอักเสบ
โดยเฉพาะเมื่อมี eosinophilia
และมีประวัติเดินทางหรืออาศัยในพื้นที่ที่พบโรคพยาธิ
ควรนึกถึงโรคพยาธิใบไม้ตับไว้ในวินิจฉัยแยกโรคด้วย

แม้จะเป็นโรคที่พบไม่บ่อย
แต่หากคิดถึงโรคและวินิจฉัยได้ถูกต้อง
ก็สามารถรักษาได้อย่างเหมาะสมและลดภาวะแทรกซ้อนจากการอุดตันของทางเดินน้ำดีได้

ภาพประกอบ
(A) พยาธิใบไม้ตับ Fasciola ขนาด 3.2 เซนติเมตร ที่นำออกมาด้วย ERCP
(B) อวัยวะ oral sucker (ส่วนบน) และ ventral sucker (ส่วนล่าง) ของตัวเต็มวัย
(C) ไข่พยาธิใบไม้ตับ F. hepatica ขนาด 140 ไมโครเมตร ที่ตรวจพบในวัวจากพื้นที่ระบาดที่ผู้ป่วยรายนี้เพิ่งกลับจากเวียดนาม

เอกสารอ้างอิง
Bryant KN, Burd E, Barker A, Mathison BA. Adult Fasciola recovered from the biliary tree in a patient presenting with possible ascending cholangitis and acute acalculous cholecystitis. Journal of Clinical Microbiology. 2025. PMCID: PMC13339804. PMID: 42416846.

18/07/2026

คอตับหวานคงเคยเจอบ้างละ 😆

18/07/2026

การตรวจหาพยาธิอะนิซากิสในปลาทะเลอย่าง — ปลาแมคเคอเรล

พยาธิตัวจี๊ด...อาจไม่ได้แสดงอาการแบบที่เราคุ้นเคยเสมอไป โดยเฉพาะในผู้ป่วยปลูกถ่ายไตที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกันงานวิจัยจากที...
18/07/2026

พยาธิตัวจี๊ด...อาจไม่ได้แสดงอาการแบบที่เราคุ้นเคยเสมอไป โดยเฉพาะในผู้ป่วยปลูกถ่ายไตที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
งานวิจัยจากทีมแพทย์ไทย ซึ่งเป็น รายงานผู้ป่วยชุดแรกของโลก ที่อธิบายลักษณะทางคลินิก การรักษา และผลลัพธ์ของโรคพยาธิตัวจี๊ดในผู้ป่วยปลูกถ่ายไต ตีพิมพ์ใน American Journal of Transplantation
ผลงานนี้สะท้อนถึงความสำคัญของโรคปรสิตเขตร้อนที่ยังคงมีผลต่อเวชปฏิบัติในประเทศไทย และช่วยเติมเต็มองค์ความรู้ของวงการปลูกถ่ายอวัยวะในระดับนานาชาติ

พยาธิตัวจี๊ด...
โรคที่อาจถูกมองข้ามในผู้ป่วยปลูกถ่ายไต
หลายคนคุ้นเคยกับโรคพยาธิตัวจี๊ดว่าเกิดจากการรับประทานอาหารดิบหรือสุกไม่ทั่วถึง
แต่รู้หรือไม่ว่า ในผู้ป่วยปลูกถ่ายไต
โรคนี้อาจแสดงอาการไม่เหมือนที่เรียนกันในตำรา จนทำให้วินิจฉัยได้ยาก

ล่าสุด ทีมวิจัยจากประเทศไทยได้เผยแพร่ รายงานผู้ป่วยชุดแรกของโลก ที่ศึกษาพยาธิตัวจี๊ดในผู้ป่วยปลูกถ่ายไตและผู้ที่กำลังเตรียมปลูกถ่ายไต

โดยตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Transplantation ซึ่งเป็นหนึ่งในวารสารชั้นนำด้านการปลูกถ่ายอวัยวะของโลก (Watcharananan et al., 2026)

ผลการศึกษาพบว่า
จากผู้ป่วยที่แพทย์สงสัยโรคและส่งตรวจทั้งหมด 38 ราย พบผลตรวจพยาธิตัวจี๊ดเป็นบวกถึง 18 ราย (47.4%) โดยพบในผู้รับการปลูกถ่ายไต 11 ราย และผู้ป่วยที่กำลังเตรียมปลูกถ่ายไต 7 ราย นับเป็นอัตราที่สูงกว่าที่หลายคนคาดคิด และสะท้อนว่าโรคนี้อาจถูกวินิจฉัยต่ำกว่าความเป็นจริงในประเทศไทย

สิ่งที่น่าสนใจคือ ผู้ป่วยหลังปลูกถ่ายไตส่วนใหญ่มัก ไม่มีอาการบวมเคลื่อนที่ใต้ผิวหนัง ซึ่งเป็นอาการคลาสสิกของพยาธิตัวจี๊ด แต่กลับมาพบด้วยความผิดปกติของเม็ดเลือด เช่น ภาวะอีโอซิโนฟิลสัมพัทธ์สูง (relative eosinophilia) เม็ดเลือดขาวต่ำ หรือมีผื่นและอาการทางผิวหนัง ทำให้โรคอาจถูกมองข้ามได้ง่าย หากแพทย์ไม่ได้สงสัยไว้ก่อน

ผู้ป่วยทุกรายตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาฆ่าพยาธิ และไม่มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม เกือบ 1 ใน 3 จำเป็นต้องได้รับการรักษาซ้ำ เนื่องจากความผิดปกติของเม็ดเลือดยังคงอยู่หลังการรักษา

อีกทั้งยังพบผู้ป่วยบางรายมีการติดเชื้อพยาธิไส้เดือน Strongyloides ร่วมด้วย ซึ่งเป็นภาวะที่มีความสำคัญอย่างมากในผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

งานวิจัยนี้ตอกย้ำว่า
ในประเทศที่พยาธิตัวจี๊ดเป็นโรคประจำถิ่นอย่างประเทศไทย
แพทย์ควรนึกถึงโรคนี้เสมอเมื่อพบผู้ป่วยปลูกถ่ายอวัยวะที่มีความผิดปกติของเม็ดเลือดหรืออาการทางผิวหนังที่หาสาเหตุไม่ได้

เพราะการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่ระยะแรกจะช่วยให้ผลลัพธ์ของการรักษาดีขึ้นอย่างมาก

เอกสารอ้างอิง
Watcharananan SP, Naitook N, Prungrit U, Aekkachaipitak N, Lamjantuek P, Boonnim K, et al. Pre- and post-kidney transplant gnathostomiasis: Clinical manifestations, treatment, and outcomes. Am J Transplant. 2026. doi:10.1016/j.ajt.2026.04.016

ที่อยู่

304 ราชสีมา-ปักธงชัย
Nakhon Ratchasima
30000

เบอร์โทรศัพท์

+6644223986

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Parasite stories เล่าเรื่องปรสิตผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง Parasite stories เล่าเรื่องปรสิต:

ทางลัด

แชร์