11/01/2021
อยากรวย ห้ามพลาด ฤกษ์เศรษฐี 14 พ.ย. ไหว้เปิดขุมทรัพย์เทพพระคลัง ฮือฮาสนั่นโซเชี่ยลเลยทีเดียว หลังจากอาจารย์นิติกฤตย์ กิตติศรีวรนันท์ ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์พลังตัวเลข ได้อ.....
จำหน่ายเครื่องประดับมงคลเสริมดวง พ
11/01/2021
อยากรวย ห้ามพลาด ฤกษ์เศรษฐี 14 พ.ย. ไหว้เปิดขุมทรัพย์เทพพระคลัง ฮือฮาสนั่นโซเชี่ยลเลยทีเดียว หลังจากอาจารย์นิติกฤตย์ กิตติศรีวรนันท์ ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์พลังตัวเลข ได้อ.....
31/12/2020
ตอนที่ท่านเดินเลือกหาบ้าน
เคยมีประสบการณ์เหล่านี้บ้างไหม ?
1. ถูกใจหลังนี้เหลือเกิน
.. ไปดูหลังไหนก็คิดถึงหลังนี้ตลอด
2. มีป้ายประกาศขาย
.. คนเดินผ่านไปมามองไม่เห็น
.. แต่คุณเห็น และชอบ
3. ไม่ได้ตั้งใจมองหาเลย
.. แต่ดันไปเจอ "โดยบังเอิญ" แบบแปลก ๆ
4. เข้าบ้านแล้ว
.. ลมพัดเบา ๆ เย็นสบาย ... สบายใจ
5. ตัดสินซื้อในเวลาอันรวดเร็ว
.. จนตัวเองยังแปลกใจ เมื่อนึกถึง
6. คุยกับเจ้าบ้านถูกคอ
.. ลดราคาให้อีก
7. ยื่นขอกู้ก็ราบรื่น รวดเร็ว
.. หรือบางที ยื่นผ่านแบบไม่น่าเชื่อ
8. ติดขัดการเงิน ... แต่ดันถูกหวย หรือ
.. อยู่ดี ๆ ก็มีคนหยิบยื่นให้กู้ยืมแบบง่าย ๆ
9. เข้าอยู่อาศัยแล้ว ก็มีความสุขดี
บางคนอาจเจอประสบการณ์ถึง 4 - 5 ข้อ
แล้วคุณล่ะ ... เล่าสู่กันฟังหน่อยครับ
ว่าคุณเจอข้อไหนบ้าง รายละเอียดเป็นอย่างไร
แล้วคุณคิดอีกทีว่า
บ้านเลือกคน หรือ คนเลือกบ้าน กันแน่ !!
31/12/2020
31/12/2020
31/12/2020
เจว็ด...ความเชื่อท้องถิ่นขุมพลังแห่งธรรมชาติ
เจว็ด อุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดในการตั้งศาลเจ้าที่ เจว็ด เป็นรูปเทพารักษ์ ในสมัยโบราณทำจากไม้ หรือดินปั้น ซึ่งต่างจากปัจจุบันที่ทำจากแผ่นทองเหลือง มีความเชื่อกันว่า เจว็ดเป็นตัวแทนของพระชัยมงคล ซึ่งมีการสร้างที่ถอดแบบมาจากลักษณะของเทวดา กล่าวคือ มือขวาถือพระขรรค์ มือซ้ายถือสมุด หรือถุงเงินถุงทอง ซึ่งตามคติความเชื่อแล้ว สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวแทนของความร่ำรวยเงินทองและสติปัญญาในการดำเนินชีวิต แต่กระนั้น การนำเจว็ดไปประดิษฐานในศาลพระภูมิ จะต้องได้รับการประกอบพิธีกรรม ปลุกเสกเจว็ดให้เป็นองค์พระภูมิเสียก่อน โดยบรรจุธาตุทั้ง 6 ได้แ่ก่ พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ เทวคุณ และวิญญาณธาตุเข้าไปในเจว็ด เพื่อให้เจว็ดมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองเจ้าบ้านให้แคล้วคลาดปลอดภัยและเจริญรุ่งเรืองสืบไป
ในตำราหนังสือโบราณหลายเล่มยืนยันว่า รูปปั้นเจว็ดที่ยังไม่ผ่านพิธีกรรมจะเป็นแค่แผ่นไม้ หรือดินธรรมดาเท่านั้น ไม่มีปฏิหาริย์แต่อย่างใด และจะกลายเป็นพระภูมิหรือเทวดาที่เปี่ยมด้วยฤทธานุภาพได้ ก็ต่อเมื่อได้รับการประกอบพิธีกรรมแล้วเท่านั้น เจว็ดจึงเปรียบเหมือนรูปเคารพตามความเชื่อของชาวสุวรรณภูมิที่แฝงเร้นไปด้วยความเชื่อและการเคราพสุงสุด
นอกจากนี้ ความหมายของคำว่า เจว็ด ยังปรากฏในพจนานุกรมไทย มีความหมายว่า ผู้ที่ได้รับยกย่องให้เป็นใหญ่ แต่ไร้ซึ่งอำนาจ ทั้งนี้ อุปกรณ์ในการตั้งศาลเจ้าที่ที่สำคัญ ยังมีตุ๊กตาช้างม้า ตุ๊กตานางรำ อันเป็นทาสบริวารของศาลพระภูมิ ต้นโพธิ์เงิน ต้นโพธิ์ทอง ฉัตรเงิน ฉัตรทอง ซึ่งจะประกอบให้ศาลพระภูมิมีความสมบูรณ์ตามคติความเชื่อโบราณ
หมายเหตุ
- จากภาพคือเจว็ดไม้รูปเทวสตรี ในนิทรรศการเรื่อง เทวสตรี : คติพุทธ พราหมณ์ และความเชื่อในประเทศไทย นิทรรศการจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เรื่องคติความเชื่อที่เกี่ยวเนื่องกับทางสตรีในประเทศไทย โดยแสดงผ่านหลักฐานจากรูปเคารพเนื่องในศาสนา ตามความเชื่ออันหลากหลายของผู้คนแต่ละยุคสมัย เนื้อหานิทรรศการแบ่งการจัดแสดงเป็น ๔ ส่วนหลักๆ ได้แก่
ส่วนที่ ๑ เทวสตรี: คติความเชื่อจากอดีตกาล
ส่วนที่ ๒ เทวสตรีในศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู: พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ของสตรีจัดแสดงรูปเคารพเทวสตรีในศาสนาพราหมณ์-ฮินดูที่ค้นพบในประเทศไทยสมัยต่างๆ เน้นการแสดงออกด้านอำนาจ โดยมีวัตถุชิ้นสำคัญๆ อาทิ เทวสตรี (นางปารวตี) ศิลปะสุโขทัย พระลักษมี ศิลปะอยุธยา พระสุรัสวดี หรือนางพรหมมี ศิลปะลพบุรี
ส่วนที่ ๓ เทวสตรีในศาสนาพุทธ: ผู้ทรงพลังแห่งพุทธิปัญญาจัดแสดงรูปเคารพ
เทวสตรีในศาสนาพุทธ เน้นการแสดงออกด้านปัญญา อาทิ พระนางปรัชญาปารมิตา ศิลปะลพบุรี นางตาราแปดกร ศิลปะศรีวิชัย
ส่วนที่ ๔ พระแม่ เจ้าแม่ ในความเชื่อท้องถิ่น: ขุมพลังแห่งธรรมชาติจัดแสดงรูปเคารพของเทวสตรีตามความเชื่อท้องถิ่น อาทิ พระแม่ธรณีบีบมวยผม พระแม่โพสพ ตำราแม่ซื้อ (หนังสือสมุดไทยขาว)
ผู้สนใจสามารถเข้าชมนิทรรศการดังกล่าวได้ตั้งแต่วันที่ ๒๙ เมษายน ถึงวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘ (ยกเว้นวันจันทร์ - วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังจัดพิมพ์หนังสือประกอบนิทรรศการเรื่องดังกล่าว เพื่อเผยแพร่ความรู้ให้แก่ผู้เข้าชมและบุคคลทั่วไปอีกด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๒๔ ๑๓๓๓, ๐ ๒๒๒๔ ๔๗๐๒
เอกสารประกอบการเขียน/ขอบคุณ
- ศรัทธาของชาวสุวรรณภูมิ, อ.สิริเดชะกุล
- กราบขอบพระคุณภาพประกอบสวยๆ จากฝีมือของคุณ Aksorn Q Pichai
น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความรู้ทั้งหลายนี้เป็นพุทธบูชาเนื่องในมหาสมัยครบรอบ ๒,๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้ของสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า พระมหาสมณโคดม น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในพระราชพิธีศุภมงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
ทำอย่างไรถึงจะได้รับข้อความที่ทางเพจโพสทุกครั้ง ... กดคำว่า “ถูกใจ” แล้ว ใต้ “ภาพหน้าปก” จะมีคำว่า “รับการแจ้งเตือน” ให้กดที่คำนี้ จนเห็นเครื่องหมาย ‘ถูก’ ปรากฎขึ้น เพียงเท่านี้คุณก็จะไม่พลาดข้อความดีๆอีกต่อไป
fb: นิทรรศการพลังแผ่นดิน
อัศจรรย์งานศิลป์ แผ่นดินสยาม
https://www.facebook.com/Signnagas
30/12/2020
ฟันธงดวงชะตา 12 ราศี ปี 2564 ต้นตำรับ ครบทุกราศี โดยอ.ลักษณ์ ราชสีห์ เชิญชม แชร์ ไว้ตรวจสอบดวงชะตา เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนชีวิตล่วงหน้าตลอดปี เชิญกดเข้ารับชมครับ
https://youtube.com/playlist?list=PLKtOkI9p5kLzSl30uVs29OsqFV4xms8yH
ปีละครั้ง ของขวัญปีใหม่ ยาวนานเกิน 15 ปี เชิญ ชมและเเชร์ ครับ
ขอให้ทุกๆคนบังเกิดความสุขความเจริญจากนี้สืบไปด้วยเทอญ
ลักษณ์ ราชสีห์
24/12/2020
สุดยอดแห่งยันต์ "มหายันต์ศรีจักรา"
มหายันต์ศรีจักรา ถือว่าเป็นสุดยอดแห่งยันต์ของชาวภารตะและชาวโลก เป็นยันต์ที่มีอำนาจในการแผ่พลังจักรวาลชั้นสูง ทำหน้าที่ควบคุมระบบประสาททั้งร่างกาย เป็นจุดรับพลังแห่งเบื้องบน พลังเทพ พลังพรหม พระเป็นเจ้า การรู้แจ้ง และทิพย์อำนาจ เป็นเครื่องรางแห่งมหาจักรวาล เป็นสื่อพลังงานจักรวาล สื่อพลังงานของเทพ และการเข้าถึงปรัชญาชั้นสูง ผู้คิดค้นสร้างพระมหายันต์ศรีจักราขึ้นมานั้น เชื่อกันว่าเป็นโยคีโบราณผู้มีฌานสมบัติ มีดวงตาทิพย์
มีผู้ค้นพบว่าดาวบางดวงให้โทษ ดาวบางดวงให้คุณแก่บุคคลได้ จึงหาวิธีหลีกเลี่ยงพลังงานที่ไม่ดี และสนับสนุนให้รับพลังงานที่ดีแก่ตัวเราเอง ทั้งมนุษย์เรายังสามารถสร้างวัตถุที่มีพลังงานเช่นนั้นเพื่อให้คุ้มครองตัวมนุษย์เราได้ด้วย สิ่งนั้นคือวัตถุมงคลที่เรียกว่า พระมหายันต์ศรีจักรา นั่นเอง
การจำลองรูปของแผนจักรวาลไปสู่รูปลักษณ์ขนาดเล็ก เป็นพระมหายันต์ศรีจักรา ที่สามารถพกพาติดตัวไปไหนต่อไหนได้สะดวกนี้ จึงเป็นสิ่งที่สามารถส่งพลังงานได้อย่างต่อเนื่องให้แก่บุคคลผู้ครอบครองนั้น โดยการผันแปรพลังงานที่ส่งออกมาได้สารพัดตามใจของผู้ใช้จะคิดให้เป็นอะไรๆ ได้หมดทุกอย่าง ตามต้องการ ตามใจปรารถณา
มหายันต์ศรีจักรา จึงแตกต่างจากยันต์อื่นๆทั่วๆไป เนื่องจากพลังงานแห่งการสร้างสรรค์นี้มาจากเบื้องบนลงมาสู่ภพมนุษย์ ถ่ายทอดความลี้ลับแห่งจักรวาลให้มีอำนาจเหนือปวงชน เหนือสรรพสิ่ง สมกับที่ได้ชื่อว่า ครอบจักรวาล
มหายันต์ศรีจักรา ปรากฏในคัมภีร์พระเวท คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ อันเก่าแก่ที่สุดกว่าคัมภีร์ใดๆ ที่เคยปรากฏบนโลก มีศาสตร์แห่งการเขียนลวดลายเพื่อสร้างกระแสพลังอำนาจ เรียกว่า “อักกะตัชชารี” หมายถึงการเขียนยันต์รูปแบบต่างๆ ที่ถอดจากคำพูดของพระเจ้า หนึ่งในยันต์ที่เรียกขานกันว่าเป็นมหายันต์ ที่มีอำนาจในการแผ่พลังงานจักรวาลชั้นสูงคือ “ศรีจักรา” ซึ่งเป็นรูปยันต์ที่ความซับซ้อนอย่างยิ่ง ปรากฏเป็นรูปคล้ายดาวหกแฉก ซ้อนกันทั้งหมด สามชั้น โดยรูปทั้งหมดนี้ถูกซ้อนอยู่ในสี่เหลี่ยมจัตุรัสอีกทีหนึ่ง
จุดกึ่งกลางของยันต์นี้ หมายถึงจุดเริ่มต้นของการแผ่ขยายพลังงาน ซึ่งมีอิทธิพลต่อหลายระนาบในมิติต่างๆ เป็นสิ่งที่ให้พลังงาน แก่สรรพชีวิต เป็นตัวแทนของ จักรสหัสราร ซึ่งเป็นจักระที่ตั้งอยู่บนยอดกระหม่อมของมนุษย์ ซึ่งจะสามารถแผ่พลังงานชีวิตเพื่อบำบัดแก่ผู้ครอบครอง และอาจทำให้ปราณของผู้นั้นแข็งแกร่งขึ้น และอาจนำมาซึ่ง ความนิ่งของจิต ความสงบจากภายใน ยันต์ศรีจักรานี้มีผลทางมายาศาสตร์ในลักษณะต่างๆ อย่างครอบคลุมครบถ้วน ไม่ว่าเรื่องทางโชคลาภ คุ้มครอง เสน่ห์เมตตา ทั้งนี้สุดแท้แต่ผู้ที่ครอบครองจะส่งพลังจิตไปในทางใด
23/12/2020
อดีตชาติของท่านท้าวเวสสุวรรณ(Rerun)
ท่านท้าวเวสสุวัณ เป็นท่านท้าวมหาราชคุมด้านทิศเหนือ และเป็นประธานของท้าวมหาราชทั้ง ๔ บนสวรรค์ชั้นจาตุมหาราช ในเมืองมนุษย์มักจะทำสัญลักษณ์เป็นรูปยักษ์ จะเห็นได้ตามวัด ตามถํ้าจะมีรูปปั้นยักษ์อยู่ทางด้านหน้าทางเข้า ก่อนที่ท่านจะมาเป็นท่านท้าวมหาราชเขตจาตุมหาราช ถอยหลังไป ๑ ชาติ ในตอนต้นเลยทีเดียวที่ยังไม่มีพระพุทธศาสนา มีแต่ศาสนาพราหมณ์ ท่านมีนามว่า “กุเวรพราหมณ์”เป็นชื่อเดิม
ต่อมาท่านเป็นกษัตริย์ครองกรุงราชคฤห์มหานครทรงพระนามว่า “พระเจ้าพิมพิสารบรมกษัตริย์”ท่านเกิดรุ่นราวคราวเดียวกับเจ้าชายสิทธัตถะราชกุมารครองกรุงกบิลพัสดุ์ ซึ่งต่อมาทรงออกผนวชบรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าทรง พระนามว่า “สมเด็จพระสมณโคดม”ท่านมีพระสหายอีก ๒ องค์คือ
พระเจ้าปเสนทิโกศลครองกรุงสาวัตถีกับท่านพันธุรเสนารวมเป็น ๔ องค์ เป็นเพื่อนรักกันมาก ต่างคนต่างเป็นลูกกษัตริย์ สมัยนั้นไปเรียนหนังสือที่เมืองตักศิลาด้วยกัน
ต่อมาเจ้าชายสิทธัตถะราชกุมารทรงออกมหาภิเนษกรมณ์ พระเจ้าพิมพิสารทรงคิดว่ามีเรื่องราวกับใคร จึงนิมนต์ให้เข้าประทับในเมือง จะมอบอำนาจให้ครึ่งหนึ่งและสมบัติให้ครึ่งหนึ่ง ให้เป็นมหาอุปราช พระพุทธเจ้าทรงบอกว่า“ไม่ได้หนีใคร ทรงเบื่อความเกิด แก่ เจ็บ ตาย ต้องการแสวงหาโมกขธรรม คือธรรมอันเป็นเครื่องหลุดพ้นจากความตาย และต้องการเอาธรรมนั้นมา สอนคนอื่น”
พระเจ้าพิมพิสารจึงบอกว่า “ถ้าพระองค์ทรงบรรลุเมื่อไร ขอมาโปรดท่านก่อน”
พระพุทธเจ้าก็ทรงรับ เมื่อองค์สมเด็จพระทรงสวัสดิโสภาคย์บรรลุอภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณแล้วก็ทรงสอนคนมาตามทาง จนกระทั่งถึงกรุงราชคฤห์มหานคร พบพระเจ้าพิมพิสารพร้อมด้วยบริวาร ก็ทรงเทศน์ พอเทศน์จบปรากฏว่า พระเจ้าพิมพิสารเป็นพระโสดาบันพร้อมกับคนจำนวนมาก หลังจากนั้นก็ได้อาราธนาพระพุทธเจ้าเข้าประทับในพระเวฬุวันมหาวิหาร
อานิสงส์ของการถวายทาน
ขณะที่พระพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ ที่นั้น พระเจ้าพิมพิสารไปเฝ้าทุกวัน ได้ถวายทานทุกวัน ฟังเทศน์ทุกวัน จึงมีอานิสงส์ดังนี้คือ
การถวายทาน เป็นปัจจัยให้ได้ทิพยสมบัติ
การถวายพระเวฬุวันมหาวิหาร เป็นเหตุให้ได้วิมานสวยงาม
กำลังความเป็นพระโสดาบันและทรงฌานสมาบัติด้วย เป็นเหตุให้มีกำลัง เมื่อไปเป็นเทวดาก็ทรงอำนาจมาก
เวลาที่ท่านจะตาย ท่านถูกลูกชายคือ พระเจ้าอชาตศัตรู ทรมาน คือพระเจ้าอชาตศัตรูเป็นกบฏทรยศต่อพ่อ แย่งราชสมบัติแล้วก็ทรมานพ่อ โดยจับขังคุก ต่อมาให้อดข้าว เมื่อท่านยังเดินจงกรมได้ ท่านอยู่ด้วยธรรมปีติแม้จะอดข้าวก็ไม่ตายผิวพรรณยังผ่องใส ในที่สุดเขาก็เฉือนเท้าไม่ให้เดิน ท่านก็มีความเจ็บปวดมาก แต่จิตใจก็นึกถึงองค์สมเด็จพระจอมไตร
ท่านก็มีจิตใจชุ่มชื่น ปวดน่ะปวด แต่ท่านก็ยอมรับนับถือกฎของธรรมดาว่า คนเราที่เกิดมาทุกคน แม้ฐานะจะต่างกัน แต่สภาพจริงๆ มันเหมือนกันคือ มีความเกิดขึ้นในเบื้องต้นเหมือนกันหมดทุกคน และก็เดินเข้าไปหาความแก่ มีทุกขเวทนา มีการทรมานจากร่างกาย และในที่สุดก็เป็นคนตาย ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์ จะเป็นเศรษฐี คหบดี หรือคนยากจนก็ตาม มีสภาพเหมือนกันไม่มีอะไรแตกต่างกัน
พระเจ้าพิมพิสารบรมกษัตริย์ท่านเป็นพระโสดาบันขณะที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เวลาตายท่านออกด้วยกำลังของฌาน ๔ จะต้องไปเกิดเป็นพรหม แต่พอจิตแยกออกจากกายแล้ว ท่านมีความรู้สึกด้วยอำนาจกำลังจิตที่เป็นทิพย์ว่า ก่อนที่ท่านจะมาเกิดเป็นพระเจ้าพิมพิสารท่านเคยเป็นเทวดาชั้นจาตุมหาราชมาก่อน ท่านก็เลยไม่ไปอยู่พรหม มาอยู่ชั้นจาตุมหาราชที่เดิม เมื่อท่านเป็นเทวดาแล้ว ท่านก็ฝึกฝนจนเป็นพระอนาคามี และท่านไม่กลับมาเกิดอีกแล้ว
จากเรื่องเล่าของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
23/12/2020
ถึงไม่เชื่อ...แต่ก็อย่าลบหลู่!! - HIGHLIGHT อังคารคลุมโปง 27 ต.ค. 63 เมื่อเพื่อนของมาวินและตู่ ปิยวดี ปากดีกับ "ไอ้ไข่" ความหลอนจึงบังเกิดขึ้น! #ไอ้ไข่ #อังคารคลุมโปง #คลื่นวิ....