คนเวียดนามในแผ่นดินสยาม

คนเวียดนามในแผ่นดินสยาม ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก คนเวียดนามในแผ่นดินสยาม, การศึกษา, Nakhon Phanom.

16/01/2026
📣 เปิดรับผู้ร่วมเดินทางในซีรีส์สารคดีว่าด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์เวียดนามบนแผ่นดินไทย เรากำลังมองหาผู้ที่สนใจหรือมีความ...
18/12/2025

📣 เปิดรับผู้ร่วมเดินทางในซีรีส์สารคดีว่าด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์เวียดนามบนแผ่นดินไทย
เรากำลังมองหาผู้ที่สนใจหรือมีความเชื่อมโยงกับชุมชนเวียดนามในประเทศไทยเพื่อร่วมออกเดินทาง เรียนรู้ และค้นหาคำตอบ เกี่ยวกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ความทรงจำ และรากเหง้าที่หล่อหลอมชีวิตผู้คน
👤 คุณสมบัติที่เรามองหา …
• ไม่จำกัดเพศ
• อายุไม่เกิน 35
• มีความสนใจเรื่อง ประวัติศาสตร์ สังคม และวัฒนธรรมอาเซียน
• มีเชื้อสายเวียดนาม หรือสนใจเรื่องราวของชาวเวียดนามในไทย
• พูดภาษาเวียดนามได้บ้าง (ไม่จำเป็นต้องเก่ง)
• เปิดใจเรียนรู้ ชอบตั้งคำถาม และสนใจเรื่องราวที่ซ่อนอยู่ในอดีต
• เดินทางสะดวก
🌱ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์การแสดงเราไม่ได้มองหานักแสดงมืออาชีพแต่กำลังมองหา “คนจริง” ที่พร้อมจะเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับเรื่องราว
📩 หากคุณสนใจ หรือต้องการสอบถามเพิ่มเติมสามารถส่งข้อความแนะนำตัวสั้น ๆ พร้อมภาพถ่ายที่สะท้อนความเป็นตัวคุณมาได้ที่ InboxPage : คนเวียดนามในแผ่นดินสยาม
วันนี้ถึง 15 มกราคม พ.ศ.2569

ชวนอ่านบทความน่าสนใจ เขียนโดย สุริยา คำหว่าน
04/09/2025

ชวนอ่านบทความน่าสนใจ เขียนโดย สุริยา คำหว่าน

สุริยา คําหว่าน ชวนสำรวจ ถอดรหัส และตีความ 'พิธีสวนสนาม 80 ปี วันชาติเวียดนาม' ว่าพิธีสวนสนามครั้งใหญ่นี้สะท้อนภาพลักษณ์และบทบาทใดของเวียดนาม ท่ามกลางพลวัตและความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ภายในภูมิภาค
อ่านได้ที่: https://www.the101.world/vietnam-80-years-of-independence/
“พิธีรำลึก สวนสนาม และพาเหรดครบรอบ 80 ปี การปฏิวัติเดือนสิงหาคมและวันชาติ 2 กันยายน (Lễ kỷ niệm 80 năm Cách mạng Tháng Tám thành công và Quốc khánh 2-9) นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่เวียดนามต้องการนำเสนอภาพลักษณ์การพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากการตกเป็นอาณานิคมไปสู่รัฐเอกราช และการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้การชี้นำของพรรคคอมมิวนิสต์”
“การจัดพิธีสวนสนามบริเวณจัตุรัสบาดิ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และอำนาจนำทางการเมือง มีความหมายเชิงสัญลักษณ์อย่างลึกซึ้งเพื่อตอกย้ำความทรงจำเกี่ยวกับการก่อกำเนิดของ ‘รัฐเวียดนามสมัยใหม่’ สำหรับคนรุ่นเก่าที่เติบโตขึ้นในยุคสงครามและเศรษฐกิจแบบรวมศูนย์ และคนรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตขึ้นภายใต้ระบบเศรษฐกิจแบบตลาด”
“พิธีดังกล่าวยังตอกย้ำสายสัมพันธ์ดั้งเดิมกับชาติต่างๆ โดยเฉพาะรัสเซียที่ส่งกำลังพลเข้าร่วมสวนสนาม กล่าวได้ว่า อาวุธยุทโธปกรณ์หลักจำนวนมากในกองทัพเวียดนามยังคงตกทอดมาจากยุคสหภาพโซเวียต ในปัจจุบันเหล่าทัพต่างๆ ของเวียดนามยังได้จัดหาอาวุธสมัยใหม่จากรัสเซีย สาธารณรัฐประชาชนจีนก็ได้ส่งกำลังพลเข้าร่วมเพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของพันธมิตรในค่ายคอมมิวนิสต์ที่มีแนวพรมแดนติดต่อกันทั้งทางบกและทางทะเล”
“ขณะที่นายทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศ และเลขาธิการพรรคประชาชนปฏิวัติลาวก็ได้เข้าร่วมในพิธีดังกล่าวพร้อมด้วยกำลังพลสวนสนามจากกองทัพประชาชนลาว สมเด็จฯ ฮุนเซนได้เข้าร่วมพิธีสวนสนามในฐานะผู้แทนจากกัมพูชาพร้อมด้วยกำลังพลจากกองทัพกัมพูชา”

"เลือดและแผ่นดิน / BLOOD AND HOMELAND" คือ สารคดีเชิงความทรงจำและประวัติศาสตร์ ที่พาเราข้ามเวลาและพรมแดน เพื่อตามหาความท...
03/09/2025

"เลือดและแผ่นดิน / BLOOD AND HOMELAND" คือ สารคดีเชิงความทรงจำและประวัติศาสตร์ ที่พาเราข้ามเวลาและพรมแดน เพื่อตามหาความทรงจำร่วมที่ซ่อนอยู่ในผืนดินเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมตั้งคำถามถึงความหมายของ “บ้าน” “ชาติ” และ “ความอยู่รอด” ภายใต้ไฟสงครามเย็น
จากเด็กหญิงเชื้อสายญวนในอีสานที่เดินทางกลับเวียดนามตามร่องรอยบรรพชน สู่ผู้เฒ่าวัย 82 ปีที่ยังคงมีลมหายใจเพื่อบอกเล่าเรื่องราวเมื่อครั้งอดีต ชีวิตของ "ด่วน ถิ กื่อ" เป็นเพียงหนึ่งเสียงเล็ก ๆ จากอีกหลายร้อยชีวิตที่ถูกถักทอปะติดปะต่อด้วยกาลเวลา พรมแดน เลือดเนื้อ และแผ่นดิน
นี่คือสารคดีที่สะท้อนทั้งบาดแผลและพลังการยืนหยัดของผู้คนธรรมดาในหน้าประวัติศาสตร์ใหญ่ เสียงที่ไม่ควรถูกลืม แม้ไฟสงครามจะมอดดับไปแล้ว .. โปรดติดตามเร็ว ๆ นี้
สารคดีเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณการผลิตจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) – Thailand Creative Content Agency (THACCA)
#กรมส่งเสริมวัฒนธรรม #กระทรวงวัฒนธรรม

“2 กันยายน 1945 – 2 กันยายน 2025, ครบรอบ 80 ปีแห่งคำประกาศอิสรภาพ”ที่จตุรัสบ่าดิ่ญ กรุงฮานอย เสียงของโฮจิมินห์ได้ก้องกัง...
01/09/2025

“2 กันยายน 1945 – 2 กันยายน 2025, ครบรอบ 80 ปีแห่งคำประกาศอิสรภาพ”
ที่จตุรัสบ่าดิ่ญ กรุงฮานอย เสียงของโฮจิมินห์ได้ก้องกังวานประกาศการกำเนิดขึ้นของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม
วันนี้ สถานที่เดิมกลายเป็น สุสานโฮจิมินห์ ที่ฝังจิตวิญญาณและสัญลักษณ์อันยิ่งใหญ่แห่งเอกราช ที่ประกาศก้าวต่อเจ้าอาณานิคม
ถึงเพื่อนร่วมชาติที่รักทุกท่าน , มนุษย์ทุกคนเมื่อเกิดมาย่อมมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน สิทธิ์ในการมีชีวิต เสรีภาพ และการแสวงหาความสุข เป็นสิทธิ์ที่ไม่มีใครสามารถล่วงละเมิดได้ ความจริงนี้ได้รับการยืนยันในคำประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกาเมื่อปี ค.ศ. 1776 และในปฏิญญาสิทธิมนุษยชนของฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ. 1791
ทว่าตลอดกว่า 18 ปีที่ผ่านมา ฝรั่งเศสอ้างอุดมการณ์เสรีภาพ ความเสมอภาค และภราดรภาพ เพื่อเข้ายึดครองประเทศเรา กดขี่ข่มเหงประชาชนของเรา ก่อความโหดร้ายในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ทำลายความสามัคคีของชาติ ปิดกั้นเสรีภาพทุกประการ และทำให้ดินแดนของเราตกอยู่ในความยากจนและทุกข์เข็ญ
ดังนั้นในนามของประชาชนชาวเวียดนามทั้งหมด ขอยืนยันต่อประชาคมโลกว่า "ประเทศเวียดนามมีสิทธิ์และได้กลายเป็นชาติที่เสรีและเป็นอิสระแล้ว ประชาชนเวียดนามมุ่งมั่นที่จะปกป้องอิสรภาพและเอกราชนี้ ด้วยจิตวิญญาณ กำลังพล ชีวิต และทรัพย์สินทั้งหมดของตน
พวกเราสาบานร่วมกันว่า จะยืนหยัดเคียงข้างรัฐบาลเฉพาะกาล สนับสนุนประธานโฮจิมินห์ รักษาเอกราชของชาติ ต่อต้านการรุกรานทุกรูปแบบ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตาม
เวียดนามเป็นเอกราชแล้ว! เวียดนามเป็นอิสระแล้ว!
และนี่คือข้อความบางส่วนจากสารคดี "เลือดและแผ่นดิน / BLOOD AND HOMELAND" โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการผลิตจาก
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรมและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) – Thailand Creative Content Agency (THACCA)
#กรมส่งเสริมวัฒนธรรม #กระทรวงวัฒนธรรม

19/07/2025

ยามเช้าที่ทะเลสาบฮว่านเกี๊ยม (Hoàn Kiếm Lake) หรือทะเลสาบคืนดาบ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม

17/03/2025

ชิม ช็อป ชม @ตลาดถนนวัฒนธรรมไทย-เวียดนาม นครพนม

1946 BOAT PEOPLE / 1946 โบ๊ต พีเพิล ( Short Documentary / สารคดีสั้น)21.25 Mins / English - Sub Titleเรื่องย่อ       หลั...
09/03/2025

1946 BOAT PEOPLE / 1946 โบ๊ต พีเพิล
( Short Documentary / สารคดีสั้น)
21.25 Mins / English - Sub Title
เรื่องย่อ
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด ฝรั่งเศสส่งกองกำลังเข้าเวียดนามเพื่อหวังครอบครองอินโดจีน ในวันที่ 21 มีนาคม ปี 1946 ทหารฝรั่งเศสปราบปรามหนักจนประชิดเขตชายแดนลาว ชาวเวียดนามจึงต้องหนีตาย ล่องเรือข้ามแม่น้ำโขงเข้ามาในแผ่นดินไทยเป็นจำนวนหลายหมื่นคน โดยในช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับรัฐบาลของคณะราษฎร ซึ่งขณะนั้นนายปรีดี พนมยงค์ เป็นนายกรัฐมนตรีหัวก้าวหน้า จึงให้การดูแลผู้อพยพตามหลักมนุษยธรรม
แต่ชีวิตผู้อพยพชาวเวียดนามก็เกิดจุดพลิกผัน หลังจากอพยพมาเมืองไทยได้แค่เพียงปีเศษ ในปี1947 เกิดการทำรัฐประหารขึ้นเป็นครั้งแรกหลังเปลี่ยนการปกครอง เป็นผลให้อำนาจรัฐบาลพลเรือนยุติลง เมื่อประเทศไทยก้าวสู่การปกครองด้วยรัฐบาลทหาร ภายใต้ผู้นำอย่าง จอมพล ป.พิบูลสงคราม ต่อเนื่องมายัง จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จนมาถึงจอมพลถนอม กิตติขจร รัฐไทยก็ได้ดำเนินนโยบายในสภาวะสงครามเย็นด้วยการสนับสนุนขั้วมหาอำนาจสหรัฐอเมริกา ที่มุ่งปราบปรามคอมมิวนิสต์อย่างแข็งกร้าว เข้มข้น
ดังนั้นตลอดระยะเวลาดังกล่าวจนถึงวันที่กำแพงเบอร์ลินถูกทำลายไปพร้อมกับหมอกควันที่จางหายของไฟสงครามเย็นเมื่อปลายปี 1989 ชะตากรรมของผู้อพยพที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นคอมมิวนิสต์จึงเต็มไปด้วยการความกดดันบีบคั้นทั้งจากการเมืองไทยและการเมืองโลกอยู่ตลอดเวลา

Synopsis
After the end of World War II, France sent troops into Vietnam in the hopes of occupying Indochina. On March 21, 1946, French soldiers suppressed Vietnamese people heavily until they
were pushed close to the Lao border. Vietnamese people had to escape death and tens of thousands of them sailed across the Mekong River into Thai territory. This coincided with the government of the People’s Party and Mr.Pridi Banomyong who was a progressive Prime Minister. Therefore, those Vietnamese immigrants were well taken care of regarding humanitarian principles.
However, a turning point in the lives of Vietnamese immigrants in Thailand was when, having been immigrants in Thailand for just over a year, the first coup occurred which ended the power of the civilian government in 1947. Thailand’s move towards military government rule under Field Marshal P. Pibulsongkram continued with Field Marshal Sarit Thanarat and then Field Marshal Thanom Kittikachorn. During this period, the Thai government implemented Cold War policy by supporting the United States which aimed to suppress communism harshly and intensively.
Thus, throughout the period until the Berlin Wall was demolished and the smoke of the Cold War had faded away at the end of 1989, the fate of the immigrants who were accused of being communists was filled with pressure from both Thai politics and world politics at all times.

เรื่องย่อ หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุด ฝรั่งเศสส่งกองกำลังเข้าเวียดนามเพื่อหวังครอบครองอินโดจีน ในวัน...

บทความที่น่าสนใจ
14/01/2025

บทความที่น่าสนใจ

"การเป็นเมืองชายแดนที่ตั้งอยู่บนเส้นทางการเชื่อมโยงระหว่างสยาม ลาว และเวียดนาม ส่งผลให้เมืองนครพนมเป็นพื้นที่แห่งการปะทะสังสรรค์และโอบรับปรับตัวทางวัฒนธรรมระหว่างชาวไทย ชาวเวียดนาม รวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ในลุ่มน้ำโขงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวัฒนธรรมทางด้านอาหาร"
"จากตัวเมืองนครพนมไปตามถนนนิตโยประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นที่ตั้งของ‘บ้านดอนโมง’ หรือ ‘หล่างโมง’ ซึ่งเป็นหนึ่งในชุมชนเวียดนามเก่าที่มีอายุมากกว่าร้อยปี"
"ผู้เขียนได้มีโอกาสสนทนากับคุณลุงสมหมาย สิงหะ หรือ ‘องหมาย’ เจ้าของร้านสมหมายก๋วยเตี๋ยว ดอนโมง ซึ่งบอกเล่าเรื่องราววิถีอาหารเวียดนามในนครพนมด้วยภาษาไทยปนเวียดนามว่า ผู้คนแถบนี้ชอบกิน ‘เตี๊ยดแก็ง’ (tiết canh) หรือ ‘เลือดแปลง’ ซึ่งเป็นวิถีการกินอาหารแบบกึ่งสดกึ่งสุกของคนเวียดนาม"
สุริยา คำหว่าน อาจารย์จากมหาวิทยาลัยนครพนม เล่าเรื่อง 'เลือดแปลง' เมนูอาหารเวียดนาม ที่มาพร้อมกับการอพยพตั้งถิ่นฐานของชาวเวียดนามในนครพนมตั้งแต่สมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
อ่านได้ที่ : https://www.the101.world/tiet-canh/
"เลือดแปลงยังเป็นอาหารที่สัมพันธ์กับความเชื่อบางอย่าง เช่น ถ้าหากผู้หญิงได้กินเลือดแปลงจะส่งผลดีต่อสุขภาพ เพราะจะเป็นการเสริมแร่ธาตุบำรุงโลหิตให้แก่ร่างกาย หรือการกินเลือดแปลงซึ่งมีสีแดงสดจะนำโชคลาภมาสู่ตน เป็นต้น"
ภาพประกอบ พิรุฬพร นามมูลน้อย

“ เลือดแปลง ” เมนูลุ่มน้ำโขง .. กินร้อนๆ ตอนเช้าๆ เสริมสุขภาพ เสริมโชคลาภตามความเชื่อจากบรรพบุรุษ 6 โมงเช้าของทุกๆ วัน ณ...
26/12/2024

“ เลือดแปลง ” เมนูลุ่มน้ำโขง .. กินร้อนๆ ตอนเช้าๆ เสริมสุขภาพ เสริมโชคลาภตามความเชื่อจากบรรพบุรุษ
6 โมงเช้าของทุกๆ วัน ณ ร้านสมหมาย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ 4 แยกดอนโมง ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครพนม เสียงหมูสับบดกับกระดูกอ่อนต้มสุก ที่ถูกปรุงรสโดยฝีมือของ “องหมาย” หรือ สมหมาย สิงหะ วัย 72 ก่อนจะถูกคีบไปบรรจงวางลงในถ้วย ต่อด้วยการราดเลือดหมูปรุงสด “องหมาย” จัด“ เลือดแปลง ” หรือที่ภาษาเวียดนามเรียกว่า “เตี๊ยดแก็ง” (tiết canh, tiết = เลือด, canh = แกง) แบบนี้เตรียมไว้ 40-50 ถ้วยต่อวัน เพื่อเสริฟเป็นอาหารเช้าให้แก่ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ
“อย่างผมก็เป็นเหวียตกู๋ เกิดเมืองไทย รุ่นปู่ ย่า ตา ยายของผมเป็นรุ่นที่อพยพ ท่านอยู่ลาวก่อน แล้วข้ามมาฝั่งไทย ตั้งรกรากที่บ้านนาจอก เมื่อก่อนอยู่ด้านใน แล้วขยับขยายออกมาเรื่อยๆ จนมาตั้งร้านอยู่ริมถนน

เมนูเลือดแปลง ก็สืบทอดมาต่อกันมา อย่างรุ่นผมเป็นรุ่นที่ 3 เฉพาะรุ่นผมก็ทำมา 50 ปีแล้ว สมัยก่อนไม่รู้จะทำมาหากินอะไร ก็ทำก๋วยเตี๋ยวขาย ทำแบบสูตรเวียดนาม แล้วก็ทำเลือดแปลงขายเป็นอาชีพด้วย

เลือดแปลงนี่ ตอนนั้นอายุสัก 14-15 ยายพาทำ หัดไปเรื่อยๆ ทำเองทุกอย่าง มีแค่เลือดที่ต้องเจาะคอหมู ผมไม่กล้าเจาะ แรกๆก็ใช้หมูในชุมชน แต่ตอนนี้ก็ใช้จากโรงฆ่าสัตว์” องหมายเริ่มต้นเล่า
สำหรับการทำอาหารขายของผู้อพยพชาวเวียดนามนั้น อาจเกิดจากข้อจำกัดที่ไม่มีทางเลือกมากนักในช่วงเวลานั้น เนื่องจากผู้อพยพไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีสิทธิ์ ไม่มีบัตรประจำตัวคนไทย ไม่สามารถลงทุนหรือทำงานรับราชการได้ การนำฝีมือหรือทักษะการทำอาหารที่ติดตัวมาตั้งแต่ครั้งอยู่ในแผ่นดินเวียดนาม จึงมีให้พบเห็นอยู่มากมาย รวมถึงรุ่นบรรพบุรุษของ “องหมาย”ด้วย
“ส่วนประกอบก็จะมีเนื้อหมู กระดูกอ่อนต้มสุก สับให้เข้ากันปรุงรสชาติ คล้ายๆ กับทำลาบ ทุกอย่างจะสุกหมด มีแค่เลือดที่ดิบ สัตว์ที่นิยมมาทำเลือดแปลง คือ เป็ดกับหมู แต่ตอนนี้ไม่ได้ทำเลือดเป็ดแล้ว ใช้แต่เลือดหมูทำทั้งหมด เวลากินก็แค่เติมพริกป่น เติมมะนาว เติมถั่ว กินกับผักที่เป็นเครื่องเคียง” องหมายเล่าให้ฟังต่อ
สำหรับผักที่กินคู่กันกับเลือดแปลง ก็จะมีหลากหลาย เช่น ผักอีโต๋ หรือที่คนเวียดนามเรียกว่า เตี๋ยโต (tía tô) ผักแพว ซึ่งคนเวียดนามที่นครพนมจะเรียกแบบสำเนียงภาคกลางของเวียดนามว่า เยายัม (rau răm) นอกจากนี้ก็จะมีสาระแหน่ และโหระพา เป็นต้น
“การกินเลือดแปลงส่วนใหญ่จะกินตอนเช้า กินเป็นอาหารเช้า ในเวียดนามมีความเชื่อว่ากินแล้วโชคดี เนื่องจากเป็นสีแดง รวมถึงมีความเชื่อว่ากินแล้วสุขภาพดีเป็นยาเย็นโดยเฉพาะกับผู้หญิง” องหมายเล่าเสริม
เมื่อทีมงานคนเวียดนามในแผ่นดินสยาม ได้สอบถาม “ดร.สุริยา คำหว่าน” ผู้เชี่ยวชาญมือหนึ่งของไทย ด้านเวียดนามศึกษา จากมหาวิทยาลัยนครพนม เรื่องวัฒนธรรมร่วมในการกินอาหารสด โดยเฉพาะกับผู้คนในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ดร.สุริยา ได้ช่วยอธิบายไว้อย่างน่าสนใจว่า
“ปัจจุบันเราพบว่าเลือดแปลง ไม่ได้มีฉพาะในเวียดนามเท่านั้น แต่พบในลาว ข้ามมาในไทยโดยเฉพาะเขตอีสานตอนบน ที่แพร่กระจายแถวริมฝั่งโขงแถบนครพนม มุกดาหาร หนองคาย มันเป็นเสมือนวัฒนธรรมที่ส่งต่อกันมา กินแล้วมันตอบสนองคนในด้านรสชาติอันนี้ข้อที่1 ข้อที่2 ด้านวัฒนธรรม ข้อที่3 ตอบสนองในสังคมใหม่ บางครั้งเราอาจจะพบว่าเป็นการกินเพื่อความท้าทาย เช่น ยูทูปเบอร์มาเที่ยวนครพนมก็มาหากินเลือดแปลง อาหารในทีนี้มันจึงมีหลายหน้าที่

ในด้านวัฒนธรรม เช่น งานประเพณี งานศพ เราจะพบว่าเลือดแปลง ไม่ถูกใช้ในพิธีงานไหว้ ส่วนหนึ่งมันเป็นเลือดสดและมีสีแดง แต่ถ้าในพิธีที่มีการเฉลิมฉลอง เราก็จะพบว่าเขามักจะทำเลือดแปลง วัฒนธรรมเดิมอย่างหนึ่งแถบนี้เขาจะล้มสัตว์ใหญ่เพื่องานเฉลิมฉลอง มันเลยมีวัตถุดิบเพียงพอที่จะทำอาหารแบบนี้ การกินเลือดแปลงบางที่ เช่น ในเวียดนาม เขาก็จะกินเป็นหมู่คณะ คือ ทำมาเป็นถาด แล้วเสริฟให้นั่งกินด้วยกันในถาดเดียวกัน

ความโดดเด่นอย่างหนึ่งในวัฒนธรรมการกินของคนแถบลุ่มน้ำโขง มันคือการกินของสด แต่ในทางการแพทย์สมัยใหม่อาจจะเรียกว่าของดิบ แต่จริงๆ แล้วรากเง้าของมัน คือ กินของสดจะยิ่งอร่อย”
ปัจจุบันที่ร้านสมหมาย ดอนโมงแห่งนี้ ถือเป็นร้านขึ้นชื่อที่สุดของจังหวัดนครพนม โดยเฉพาะเมื่อนึกอยากจะกินอาหารเวียดนามสดสีแดงอย่าง “เลือดแปลง” หรือ “เตี๊ยดแก็ง” คำแนะนำคือควรมากินก่อน 10 โมงเช้า เพื่อความสด ช่วยให้สุขภาพดี และเป็นสิริมงคลตามความเชื่อจากคนรุ่นบรรพบุรุษ
ขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับบทสัมภาษณ์จาก : "องหมาย" สมหมาย สิงหะ และ ดร.สุริยา คำหว่าน ผู้เชี่ยวชาญ จากมหาวิทยาลัยนครพนม
#คนเวียดนามในแผ่นดินสยาม #เลือดแปลง #นครพนม #ลุ่มน้ำโขง

" อย่างผมก็เป็นเหวียตกู๋ ปีนี้ผมอายุ 72 เกิดอยู่เมืองไทย เกิดมาได้ใช้นามสกุลเลย เมื่อก่อนอยู่ด้านใน แล้วขยับขยายออกมา ทำ...
11/12/2024

" อย่างผมก็เป็นเหวียตกู๋ ปีนี้ผมอายุ 72 เกิดอยู่เมืองไทย เกิดมาได้ใช้นามสกุลเลย เมื่อก่อนอยู่ด้านใน แล้วขยับขยายออกมา ทำเลือดแปงก็ถือเป็นรุ่นที่ 3 แล้ว " บางช่วงบางตอนจากบทสนทนากับ องหมาย หรือ สมหมาย สิงหะ .. ทายาทรุ่นที่ 3 ของการทำเมนูเวียดนามที่มีชื่อว่า "เลือดแปง"
ปัจจุบันร้านสมหมาย ตั้งอยู่ที่บริเวณ 4 แยกดอนโมง อ.เมือง จ.นครพนม
โปรดติดตามเรื่องเล่าจาก "เลือดแปง" ฉบับเต็มเร็วๆนี้
#คนไทยเชื้อสายเวียดนาม #อาหารเวียดนาม #นครพนม

ที่อยู่

Nakhon Phanom
48000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ คนเวียดนามในแผ่นดินสยามผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง คนเวียดนามในแผ่นดินสยาม:

ทางลัด

แชร์

ประเภท