Mei Li Story

Mei Li Story

แชร์

โฮมสคูล เรียนรู้ผ่านการเล่น �

Photos from Mei Li Story's post 29/09/2024

พิพิธภัณเด็กกรุงเทพมหานครแห่งที่ 1 (จตุจักร)

เหมยลี่มารอบที่ 4 แล้วค่ะ
แต่เก็บไม่หมดซักที 😅
เพราะเค้ามีกิจกรรมหลายโซนมาก ๆ

เดินทางง่าย ที่จอดเยอะ

#เข้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

05/01/2024

เพลงนี้ปะป๊า Request ค๊า😁🥰

#เหมยลี่จะพอใจ 6.6 ขวบ❤

Photos from Mei Li Story's post 25/07/2023

#ไดอารี่ของเหมยลี่
#ความภูมิใจในวันหยุด

เจ้เหมยโตขึ้นเยอะ ช่วยงานบ้านได้มากขึ้น
แม่เองก็ภูมิใจ
ว่าสิ่งที่แม่ปลูกฝัง สิ่งที่แม่ฝึกฝน
อยู่ติดตัวลูกมาตลอด

อาจจะมีอยากทำไม่อยากทำบ้าง ตามประสาเด็ก
แต่เมื่อลงมือทำ ก็จะทำได้ดีเกินคาดมากๆ

คำถามของเด็กน้อยวันนี้
👧ถ้าหนูดื้อ หนูซน หนูไม่ช่วยงานบ้าน หนูไม่เก็บของเล่น หม่าม้าจะรักหนูมั้ย
👩ไม่ว่าลูกจะเป็นยังไง หม่าม้าก็รักค่ะ แค่บ้านเราก็จะรกหน่อยแค่นั้นเอง🤣
👧 แล้วถ้าหนูหลงทาง หม่าม้าจะคิดถึงหนูมั้ย
👩 หม่าม้าจะรีบออกตามหา จะรีบหาคนมาช่วย ไม่ปล่อยให้เหมยลี่ร้องไห้นานแน่นอนค่ะ
👧 หนูไม่คิดเลยว่าหม่าม้าจะรักหนูขนาดนี้😭

โถๆๆๆ เด็กน้อยช่างคิด ช่างถาม กลัวแม่ไม่รัก
กอดหอมทุกวัน บอกรักทุกวัน ยังกลัวไม่รักอี๊กก

แม่ไม่เคยไม่รัก
แถมภูมิใจในตัวลูกมากๆๆ

#เด็กโฮมสคูลสู่การเรียนในระบบ
#เหมยลี่จะพอใจ 6 ขวบ❤

Photos from Mei Li Story's post 25/07/2023

ในทุกๆวันหลังจากกลับจากโรงเรียน
แม่จะคอยถาม ชวนคุย
ว่าในแต่ละวัน เป็นอย่างไรบ้าง
สนุกมั้ย หรือมีเรื่องที่ไม่สบายใจรึเปล่า

เจ้ก็จะเล่าไปตามประสาเด็ก
โดยที่แม่มักจะคอยตั้งคำถามปลายเปิด
กับเรื่องราวต่างๆ ให้เค้าได้ฝึกคิด และฝึกแก้ปัญหา

และบ่อยครั้งที่เจ้ชอบเขียนการ์ดวันสำคัญต่างๆ
ให้แม่ ป๊า บุคคลในครอบครัว รวมถึงเพื่อนๆด้วย

ทั้งชอบเล่า และชอบเขียน ชอบวาดรูป
แม่เลยลองชวนให้เขียนไดอารี่ดู

เริ่มจากความประทับใจ
ที่ไปเที่ยว DreamWorld กับเพื่อนๆ
ซึ่งเจ้ก็ให้ความสนใจ และอยากเขียนเล่าความประทับใจต่างๆใส่ไดอารี่
โดยที่แม่คอยไกด์ คำศัพท์ให้ สะกดให้ฟังบ้าง นึกออกเองบ้าง นึกไม่ออก แม่ก็บอกให้ซะเลย

ซึ่งการเขียนไดอารี่ มีข้อดีเยอะมากๆ
- ฝึกการถ่ายทอด เรียบเรียงเรื่องราว
- ฝึกทักษะทางด้านภาษา อ่าน เขียน
- ฝึกการควบคุมอารมณ์ผ่านตัวอักษร
- ฝึกการทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น
- ฝึกสมาธิ
- ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก
- กระตุ้นจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์

ระยะยาวดีต่อลูกแน่นอน
และที่แน่ๆ ความประทับใจเหล่านี้
นำกลับมาอ่านตอนลูกโต
คงจะมีความสุขไม่น้อยเลยค่ะ ❤

#เด็กโฮมสคูลสู่การเรียนในระบบ
#เหมยลี่จะพอใจ 6 ขวบ

24/06/2023

#ส่งการบ้าน คลิปที่ 2
#สัตว์ที่พบมากที่บ้านในฤดูฝน
ยุง : กันแล้วคัน ทำให้เกิดโรคไข้เลือดออก
มด : มีครบทุกสี ยังกะสวนสัตว์มดเอา🤣🤣
แมงเม่า : ปีกมันร่วงเลอะเทอะ และ กินได้

กล้ากินจริงๆเร้อออ แค่เห็นมันบินก็ร้องแล้วจ้า🥴

#เด็กโฮมสคูลสู่การเรียนในระบบ
#เหมยลี่จะพอใจ 5.11 ขวบ

Photos from Mei Li Story's post 16/06/2023

#แนวทางการเลี้ยงดูของพ่อแม่
#ส่งผลต่อบุคลิกและพฤติกรรมของลูก
ละครเรื่อง “มาตาลดา”
สร้างตัวละครที่บอกเล่า
“สาระสำคัญ” ของเรื่องนี้
ผ่านตัวละครได้ดีมากๆค่ะ

คุณหมอปุริม
หมอศัลยกรรมผ่าตัวหัวใจ
เป็นอาจารย์แพทย์ที่มีชื่อเสียง
มาจากครอบครัวที่ดี มีหน้ามีตาในสังคม
ดูจากภายนอก
คุณหมอปุริมเป็นคนเพียบพร้อม
แต่จริงๆแล้ว ภายในแสนเปราะบาง

พ่อของเค้า
เลี้ยงดูลูกอย่างเข้มงวด (Authoritarian Parenting Style)
วางแผน วางกฎเกณฑ์ ให้ลูกทำตามอย่างเคร่งครัด
แม่ที่อยู่ในภาวะต้องพึ่งพาพ่อ
จึงไม่กล้าที่จะขัดใจ
และไม่เคยเป็นที่พึ่งทางใจให้ปุริมได้เลย
เพราะคำสั่งของพ่อ คือสิทธิ์ขาดในบ้าน
สิ่งที่ต้องทำ คือ ทำสิ่งที่พ่ออยากให้ทำ

พ่อ ไม่เคยรับฟัง
ไม่เคยรับรู้ความรู้สึกของลูก
แม่ ถึงจะรู้
แต่ไม่เคยยื่นมือเข้าช่วย ไม่โอบอุ้ม
ถ้าอยากเป็นที่รักและอยากให้พ่อแม่ยอมรับ
ก็ต้องเรียนให้เก่ง เป็นหมอให้ได้
ไม่ทำอะไรให้ครอบครัวต้องเสียหน้า
ปุริม ทำได้อย่างที่พ่อแม่หวัง
ถึงตอนนี้ เป็นผู้ใหญ่แล้ว
แยกออกมาอยู่บ้านที่ไม่มีพ่อแม่
เค้าก็ยังไม่กล้าเปิดใจให้กับคนอื่นง่ายๆ
กลัวที่ต้องสร้างความสัมพันธ์กับคนอื่น
และพ่อ ยังเป็นเหมือนฝันร้ายของเค้า

ตอนดูละคร ตอนพ่อพระเอกโทรมาที
อึดอัดหายใจไม่ออกเลยค่ะ
เข้าใจปุริมมากๆ

นางเอกในเรื่อง มาตาลดา
ช่างเติบโตกันมาแบบตรงกันข้ามกับพระเอกสุดๆ

พ่อของมาตาลดา
เป็น LGBT ในครอบครัวคนจีน
แน่นอนว่า
พ่อของเธอก็พยายามแล้ว
ที่จะทำหน้าที่ลูกที่ดี
ด้วยการแต่งงานอย่างที่ครอบครัวต้องการ และมีลูก
แต่ยังไง
ก็หนีตัวเองไม่พ้น
จึงต้องเลือกทางที่ต้องแตกหักกับครอบครัว (อากง อาม่า ของนางเอก)

เอามาตาลดา มาเลี้ยง
เป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว
เปิดร้านเหล้า+โชว์คาบาเร่ต์

มาตาลดา เติบโตมาท่ามกลาง พ่อ และ เหล่าลูกจ้างนางโชว์ของพ่อ

ถึงแม้จะเป็นครอบครัวที่ดู “แปลก”ในสายตาคนภายนอก
แต่มาตา ได้รับความรัก และความเอาใจใส่จากพ่อ (Authoritative Parenting Style)

มีฉากที่หมอดูแล้ว
ถึงกับน้ำตาไหล
เมื่อมาตาลดา ถูกล้อว่า “ลูกตุ๊ดๆ”
เธอกลับมาถามพ่อที่บ้านว่า
"ตุ๊ดเป็นคนไม่ดีหรือคะ"
"มาตาคิดว่าพ่อเป็นคนดีมั้ยคะ
ถ้าต้นน้ำบอกว่าพ่อเป็นคนไม่ดี
มาตาจะเชื่อเค้าหรือคะ
ในโลกเรา มีคนหลากหลายเพศเต็มไปหมดเลย ไม่ใช่แค่ผู้ชายกับผู้หญิงนะลูก
แต่ทุกคนก็เป็นคนธรรมดาเหมือนๆกันหมด
บางวันก็หงุดหงิด บางวันก็ใจดี
แต่เพศ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าใครคนหนึ่งจะเป็นคนดี หรือ เป็นคนไม่ดีเลยนะลูก"

"มาตาไม่ชอบที่ต้นน้ำเอาพ่อไปล้อ"

"สิ่งที่ต้นน้ำทำมันไม่ถูกต้อง
แต่ต้นน้ำอาจจะไม่มีใครมาคอยบอกว่ามันเป็นสิ่งไม่ควรพูด"

ตัดฉากมาที่ห้องปกครอง
มาตา กับ ต้นน้ำทะเลาะกัน จนถึงขั้นทำร้ายร่างกาย
พ่อของต้นน้ำ คิดว่าลูกไม่ผิด เพราะพูดเรื่องจริงที่ว่า มาตาเป็นลูกตุ๊ด
พ่อของมาตา ถึงแม้จะโกรธ แต่ก็ระงับอารมณ์เอาไว้ได้
“ตอนนี้มาตารู้สึกยังไง”
“รู้สึกแย่ที่ตีเพื่อน”
“อยากขอโทษที่ลูกตีต้นน้ำมั้ย”
“อยากค่ะ”
..ในฉากทำได้ดีมากเลยค่ะ
น้ำตาไหลพราก🥲
การแสดงของคุณชาย (ชาตโยดม)
ทรงพลังมากค่ะ

ละคร
ปูพื้นฐานให้เรารู้ว่า มาตาเติบโตมาแบบ
“เป็นที่รัก”
มั่นใจในความรักที่พ่อมีต่อเธอ
ทำให้เป็นคนที่ “มั่นใจในตัวเอง”
ไม่ต้อง “คอยพิสูจน์ตัวเอง” เพื่อให้พ่อมารัก
เพราะพ่อรักเธอที่เธอเป็นเธอ
มาตา จึงรักตัวเองเป็น ทำให้สามารถ #ใจดี กับคนอื่นได้อย่างจริงใจ

การสร้างตัวละคร
ที่ถูกเลี้ยงดูมาแตกต่างกัน
ทำให้เราเห็นภาพได้ง่าย

ที่สำคัญละครทำได้ดีมากค่ะ
ชมเรื่องฉากในโรงพยาบาล
ฉากการผ่าตัด
ศัพท์ที่พูดในละคร...
ถือว่าทำการบ้านได้ดีมาก
ลื่นไหลไม่ติดขัด

ติดอย่างเดียว
น้องเจมส์ จิ หน้าใส เกินเบอร์หมอ CVT ที่ไม่ค่อยจะได้นอนไปมาก
(ล้อเล่น😆)

ลองไปติดตามดูค่ะ
ไม่ได้เข้าด้อมละครไทยมานานแล้ว
เรื่องนี้สนุกมากค่ะ
ให้ข้อคิดเรื่องครอบครัวได้ดีมากๆด้วย

เครดิต : หมอแพม
เพจ : หมอแพมชวนอ่าน

12/06/2023

สิ่งที่หนูเป็นในวันนี้ ไม่ได้เป็นตัวกำหนดอนาคตหนูในวันข้างหน้า

วันก่อนนั่งจัดบ้านกับลูกสาว เป้าหมายคือลิ้นชักเอกสารที่เละเทะ เพราะแม่ยัดทุกอย่างเข้าไป เลยได้โอกาสสอนวิธีจัดเรียง แยกหมวดหมู่ ของสำคัญ ของที่มีคุณค่าทางใจ และของที่ควรทิ้ง

ต้องบอกก่อนว่าบ้านนี้ คุยกับลูกทุกเรื่อง ลูกรู้เรื่องดีๆ และเรื่องแย่ๆของพ่อกับแม่ เพราะเรายึดหลักที่ว่า No one perfect ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ในเรื่องดีๆ เราก็ไม่อวยตัวเอง และเรื่องแย่ๆ เราก็เลือกเรื่องเล่าให้เหมาะกับวัย

เราจัดของไป คุยไป จนกระทั่งไปเจอสมุดพกสมัยแม่มัธยม รูปเด็กนักเรียนผมสั้น หน้าบึ้งตึง ผูกคอซอง แปะอยู่มุมขวาบนของปก เด็กขอดู แม่ก็ยื่นให้ดู

พอเปิดดูเท่านั้นแหละ คำถามต่างๆก็พรั่งพรูออกมา

ทำไมแม่ได้เคมีแค่เกรด 2 อ่ะ?
ภาษาอังกฤษแม่ก็ได้ 2 เอง ดูดิ มีได้ 3แค่เทอมเดียวเอง
โห......วิทยาศาสตร์แต่ละตัวของแม่ แทบไม่เคยแตะ 4 เลย
แถมมีเทอมนึง ห้องมี 49 คน ละ...โหหหหหห แม่ได้ที่ 40 /////พูดถึงตรงนี้ ดูออกว่าลูกพยายามกลั้นหัวเราะ

แม่มองยักคิ้วแล้วยิ้มถาม “ เจ๋งป่ะล่ะ ?? ” และลูกก็ตอบมาว่า “เจ๋งชะมัดเลย” พร้อมหัวเราะปากกว้าง

เธอพูดต่อ “ แม่เคยบอกว่า แม่ไม่ชอบวิทยาศาสตร์ วันนี้หนูเชื่อละ แต่จากเกรดของแม่ สุดท้าย แม่ก็ยังได้ทำงานเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ แถมตอนนี้ คุยภาษาอังกฤษปร๋อ ทั้งๆที่เกรดอังกฤษดูอ่อนแอสุดๆ 5555 ...........หนูว่ามันเจ๋งมาก”

ใช่ เพราะสิ่งที่แม่เป็นในวันนั้น ไม่ได้กำหนดชีวิตแม่ในวันนี้


ลูกสาวเราชอบวาดรูปมาก ตั้งแต่เด็ก เธอจะชอบขีดเขียน เราก็สนับสนุนโดยการหาสีในทุกรูปแบบให้เธอใช้ ที่บ้านจะมีลังกระดาษ Reuse ให้เธอได้หยิบตามใจ อยากใช้ อยากวาด อยากเขียนเมื่อไหร่ ทำได้เต็มที่

พอเข้าสู่ช่วง ป.3 ลูกขอลงเรียนคอร์สวาดรูปออนไลน์ ด้วยราคาที่ไม่สูง เราลองเลือกที่เหมาะกับลูก 3 คอร์ส (แต่ละคอร์สจะวาดคนละแบบ แล้วให้เค้าลองดูว่าน่าจะไปทางไหน) ลูกเรียนสนุก ส่งการบ้านตรงเวลา คือดูแล้ว ไม่ต้องมานั่งเตือนให้ทำ นางทำเองส่งเอง จนจบคอร์ส

พอที่โรงเรียนมีการประกวดวาดรูประบายสี เธอจึงลงสมัคร ลูกตั้งใจวาด ตั้งใจระบาย ดูแล้วสวย (ในสายตาตัวเอง) ก่อนส่งผลงานไปด้วยความมั่นใจ

แต่ปรากฏว่า ลูก ไม่ได้รางวัลเลย แม้แต่รางวัลชมเชย วันนั้น ดูลูกเองก็ผิดหวังหน่อยๆ แต่ยังไหว เธอเล่าว่าเพื่อนที่ได้รางวัล ก็ทำสวยจริงๆนะแม่ แล้วรายละเอียดเค้าดีด้วย มีเติมนั่นเติมนี่ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเข้าไปเยอะเลย เราทำได้แค่ชื่นชมลูก ในแบบของเรา “แม่ภูมิใจที่หนูพยายามเต็มที่ และถึงแม้ไม่ได้รางวัล แต่หนูก็ยอมรับมันได้ แม่ว่าหนูเก่งมากเลยนะ ”

ตอนนั้น เป็นครั้งแรกที่เราพูดประโยคนี้กับลูก

“สิ่งที่หนูเป็นในวันนี้ ไม่ได้บอกว่าอนาคตหนูจะเป็นแบบนั้น ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปได้ และเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะเป็นแบบไหน แต่ถ้าไม่อยากเสียใจทีหลัง แค่ทำทุกวันให้มันสุดในทุกทาง แค่นั้นเลย” ลูกสาวทำหน้างงหน่อยๆ แต่ก็พยักหน้ารับรู้


วันต่อมา ลูกเล่าว่า “มีเพื่อนล้อหนู” เธอเล่าว่า คุยกันกับกลุ่มเพื่อน หัวข้อคือ โตขึ้นอยากเรียนอะไร อยากทำอาชีพอะไร ลูกสาวตอบไปว่า “อยากเป็นคนออกแบบ ตกแต่งบ้าน” มีเพื่อนคนหนึ่งได้ยินแบบนั้น ก็บอกเธอว่า “โห...........เราว่าเธอเปลี่ยนความฝันไหม เธอประกวดวาดรูประบายสีในโรงเรียน ยังไม่ได้รางวัลอะไรเลย จะเป็นนักออกแบบตกแต่งได้ไง” แม่รู้ไหมว่าหนูตอบว่าไง

หนูตอบว่า “แม่เราก็ไม่เก่งวิทย์ แต่ตอนนี้เค้าก็เป็นนักวิทยาศาสตร์ เขาแทบจะตกวิชาภาษาอังกฤษ แต่ทุกวันนี้ คุยกับเพื่อนบ้านต่างชาติได้แบบไม่ต้องเปิดกูเกิลทรานสเลท หลายอย่างที่แม่เราเขา “เคย” ไม่เก่ง มาวันนี้ แม่เราเขาเก่ง เขาทำให้เราเชื่อว่า สิ่งที่เราเป็นในปัจจุบัน ไม่ได้เป็นตัวกำหนดอนาคตเรา ถ้าเราเอาปัจจุบันกำหนดอนาคต แล้วเราจะมีความฝันเพื่ออะไร” หนูบอกไปแบบนี้ เพื่อนทำหน้างง แล้วก็เดินหนีไป สงสัยพูดเร็วจนมันฟังไม่ทัน ได้ยินแบบนั้น ก็พอรู้ว่าลูกโอเค และไม่ต้องการคำปลอบใดๆ เลยได้แต่บอกไปว่า

“ถ้าเมื่อก่อน แม่เอาแต่คิดว่า แม่ห่วยวิชาภาษาอังกฤษ แม่คงไปไม่ถึงไหนกับภาษานี้ แล้วคงหันไปเอาดีกับสิ่งที่แม่คิดว่าทำได้ดีกว่า แต่โชคดี.......แม่ไม่ได้คิดแบบนั้น แม่แค่คิดว่า หรือเพราะเราไม่เจอทางที่ใช่ หมายถึง วิธีเรียนที่ถูกกับจริตเรา.... มีวันนึงที่แม่บังเอิญเจอฝรั่งหลงทาง แล้วแม่ช่วยให้เค้ากลับเข้าทางที่ถูกได้ คำขอบคุณของเค้าในตอนนั้น ทำให้แม่รู้ว่า อ่าว ก็ทำได้ดีนี่นา ดูดิ พูดงูๆปลาๆ ยังสื่อสารให้ฝรั่งเข้าใจได้ ตั้งแต่ตอนนั้น ก็รู้สึกสนุกกับการเรียนภาษา และพูดเก่งจนถึงทุกวันนี้

แถมลองมาดูแล้ว เพื่อนแม่บางคนที่ดูเกเร ตอนนี้หลายคนมีกิจการใหญ่โต ดังนั้น หนูอย่าตัดสินตัวเองจากปัจจุบัน ระยะทางหลายปีต่อจากนี้ ต้องผ่านอีกหลายด่านทดสอบ บางด่านอาจทำให้หนูเขว บางด่านพลิกชีวิต การที่หนูโฟกัสวันนี้ ทำทุกอย่างดีที่สุดในแต่ละวัน ทำให้เป้าหมายมันชัดเจนขึ้นก็จริง แต่ใช่ว่า จะเปลี่ยนมันไม่ได้ อย่าไปยึดติด ยังมีเวลาในการลองใช้ชีวิตอีกเยอะ แม่มีหน้าที่ซัพพอร์ตในทุกทางเลือกของหนู”

“แม่รู้ไหม เพื่อนหนูบอกว่าแม่แปลก” เออ แปลกยังไง ไหนเหลามาซิ

“เวลาสอบ เพื่อนคุยเรื่องคะแนน บางคนบ่นว่า กูตายแน่ แม่รู้คะแนนคือโดนบังคับอ่านหนังสือแน่ๆ บางคนบอกพ่อจะพาเรียนพิเศษถ้าคะแนนรอบนี้ยังไม่โอเค หนูถามพวกมันว่า ทำไมอ่ะ มันบอกว่า อ่าว แล้วแม่มึงไม่บ่นเหรอ”

“ ไม่อ่ะ แม่เราไม่เคยซีเรียสเรื่องคะแนน แม่บอกผ่านคือดีแล้ว” เพื่อนบอก มึงมีแม่แปลกคน 555555

ในใจได้แต่คิด ......... แม่เจอมาแล้ว ให้มันจบที่รุ่นแม่เถอะ หนูอยากทำอะไร อยากไปทางไหน เลือกได้เต็มที่เลยลูกเอ๊ยยยยย

ป.ล. ลูกสาวคนโต ป.5 นางช่างคุยช่างถาม เพราะบ้านเราสอนให้กล้าถาม เพื่อจะได้คำตอบในแบบที่ไม่คิดไปเอง แต่คุยกับคนอื่น นางก็มีกาละเทศะค่ะ ^^

Credit ภาพ : จากสถาบันที่ลูกสาวเรียน Coding เห็นว่าเข้ากับบทความ เลยขออนุญาตใช้ประกอบค่ะ “ความสำเร็จ อาจไม่ได้วัดจากสิ่งที่เห็นเสมอไป”

เข้ใจว่าแนวทางการเลี้ยงแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน ไม่ได้ตั้งใจเบลมบ้านที่เน้นวิชาการนะคะ แค่จะสื่อว่า รางวัลมากมาย อาจเป็นใบเบิกทางที่ดี แต่ไม่ได้การันตีอนาคต กลับกัน หากไม่เคยได้รางวัลเลย ใช่ว่าชีวิตจะไม่ประสบความสำเร็จ การทำให้เขาภูมิใจในตัวเองไปทุกๆวัน เชียร์ให้เขาทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะสายวิชาการ หรือสายกิจกรรม คือเรื่องที่ควรทำ และอย่าหยุดทำค่ะ

ขอบคุณโพส จากคุณแม่ท่านหนึ่งในกลุ่ม "ห้องนั่งเล่นพ่อแม่"
ที่เราไม่รู้จักกัน .......
แต่เรามีความคิดและแนวทางในการสอนลูกในแบบเดียวกัน

07/06/2023

หยุดเรียนไป 1 วัน
คิดถึงเพื่อนแย่แล้ว
ไม่หันมามองแม่เลย😅😅

#เด็กโฮมสคูลสู่การเรียนในระบบ
#เหมยลี่จะพอใจ 5.10 ขวบ❤

06/06/2023

ในวันที่อยู่ร้านกัน 2 คนแม่ลูก
และแม่ก็ต้องอยู่ดูหน้าร้านตลอดไปไหนไกลไม่ได้

จู่ๆ เจ้เหมยมาขอเงินไปซื้ออาหารปลา
ขอไปคนเดียว เพื่อให้แม่อยู่ร้าน

ซึ่งร้านห่างจากบ้านประมาณ 70 ม.
เป็นร้านที่คุ้นเคยกันดี
ระหว่างทางที่ผ่านทุกร้านรู้จักเหมยลี่กันหมด
แม่ถามย้ำหลายรอบ ว่าแน่ใจนะ รอก่อนมั้ย
แต่เจ้ก็มั่นใจมากว่าหนูทำได้ 😅😅

อ่ะ...งั้นก็ลองดู
ลูกเดินไปอย่างมั่นใจ
ส่วนแม่ชะเง้อคอย๊าาาว
ถ้ายืดคอยาวตามลูกไปถึงร้านได้คงทำไปแล้ว😅

และเจ้ก็ทำได้สำเร็จค่ะ
ลูกกำลังโตขึ้นแล้ว

#เหมยลี่จะพอใจ 5.10 ขวบ❤

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Nakhon Pathom?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Nakhon Pathom
73170