หลักสูตรนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก มหาวิทยาลัยมหิดล

หลักสูตรนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก มหาวิทยาลัยมหิดล

แชร์

ผลิตบัณฑิต ที่สามารถใช้ความรู้บูรณาการข้ามศาสตร์ เพื่อสร้างนวัตกรรมในการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

26/05/2026
Photos from หลักสูตรนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก มหาวิทยาลัยมหิดล's post 26/05/2026

วรรณกรรมเพื่อการเยียวยาเด็กปฐมวัย:
จากทฤษฎีสู่การจัดกิจกรรมในชั้นเรียนอย่างมีความหมาย”

เช้าวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 ภายในห้องประชุมของโรงแรมไมค์ การ์เด้น พัทยา จังหวัดชลบุรี ค่อย ๆ เต็มไปด้วยครูปฐมวัย ผู้ดูแลเด็ก และบุคลากรทางการศึกษาจากหลายพื้นที่ของเมืองพัทยาและจังหวัดใกล้เคียง โต๊ะลงทะเบียนด้านหน้าห้องประชุมรายล้อมไปด้วยหนังสือนิทาน ภาพประกอบสำหรับกิจกรรมเด็ก และเอกสารประกอบการอบรม ขณะที่ภายในห้อง เสียงพูดคุยเบา ๆ ของผู้เข้าร่วมค่อย ๆ แทรกไปกับภาพสไลด์บนจอขนาดใหญ่ที่เขียนไว้เพียงประโยคสั้น ๆ ว่า “เคยมีนิทานเรื่องไหน ที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวบ้างไหม” คำถามดังกล่าวกลายเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “วรรณกรรมเพื่อการเยียวยาเด็กปฐมวัย : จากทฤษฎีสู่การจัดกิจกรรมในชั้นเรียนอย่างมีความหมาย” ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักการศึกษา เมืองพัทยา เพื่อพัฒนาความรู้ให้ครูปฐมวัยเกี่ยวกับการใช้ “วรรณกรรม” และ “เรื่องเล่า” เป็นเครื่องมือในการดูแลโลกภายในของเด็ก มากกว่าการใช้เพียงเพื่อสอนภาษาและสร้างความเพลิดเพลิน

วิทยากรหลักของงานคือ อาจารย์ธาม เชื้อสถาปนศิริ อาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ทำงานด้านเด็ก สื่อ และการรู้เท่าทันสื่อมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดทั้งวันของการอบรม เขาไม่ได้เริ่มต้นด้วยการพูดถึงทฤษฎีทางจิตวิทยาหรือกรอบการสอนใด ๆ หากแต่เริ่มจาก “ความรู้สึก” และ “ความทรงจำ” ของมนุษย์ เพราะสำหรับเขา หัวใจของวรรณกรรมเพื่อการเยียวยา ไม่ได้อยู่ที่การอ่านหนังสือให้จบเล่ม แต่อยู่ที่การทำให้เด็กคนหนึ่งรู้สึกว่า ความเศร้า ความกลัว และความโดดเดี่ยวของตน “มีพื้นที่ให้ดำรงอยู่” โดยไม่ถูกตัดสิน

“มนุษย์ไม่ได้ใช้เรื่องเล่าเพียงเพื่อความบันเทิง แต่ใช้เรื่องเล่าเพื่อเข้าใจความทุกข์ และบางครั้ง…เพื่อเยียวยาหัวใจ” คือหนึ่งในประโยคที่อาจารย์ธามกล่าวขึ้นระหว่างการบรรยาย และเป็นประโยคที่ทำให้ห้องสัมมนาเงียบลงอย่างน่าประหลาด หลายคนหยุดจดบันทึกและเงยหน้าขึ้นฟัง เพราะสิ่งที่ถูกพูดถึงในห้องประชุมวันนั้น ไม่ใช่เพียงเทคนิคการอ่านนิทาน แต่คือคำถามสำคัญว่า เหตุใด “เรื่องเล่า” จึงมีพลังบางอย่างต่อชีวิตมนุษย์ โดยเฉพาะต่อเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถอธิบายความรู้สึกของตัวเองออกมาเป็นภาษาได้ครบถ้วน

นางสุนีย์ สะหะมาน นักวิชาการศึกษาชำนาญการ สังกัดสำนักการศึกษา เมืองพัทยา กล่าวเปิดงานว่า ปัจจุบันเด็กจำนวนมากกำลังเติบโตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของสังคม พ่อแม่มีเวลาร่วมกับลูกน้อยลง เด็กใช้เวลาอยู่กับสื่อดิจิทัลมากขึ้น ขณะที่ปัญหาทางอารมณ์และพฤติกรรมของเด็กกลับซับซ้อนขึ้นทุกปี เธออธิบายว่า ในอดีต “การอ่านนิทาน” มักถูกมองว่าเป็นกิจกรรมเสริมภาษา แต่ในปัจจุบัน ครูจำเป็นต้องเข้าใจมิติที่ลึกกว่านั้น เพราะนิทานสามารถกลายเป็น “พื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์” และเป็นเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ได้อย่างทรงพลัง “เราอยากให้ครูมองนิทานเป็นมากกว่าสื่อการสอน แต่อยากให้มองว่า มันคือเครื่องมือสร้างความสัมพันธ์และความเข้าใจเด็ก” เธอกล่าว

สาระสำคัญในช่วงเช้าของการอบรม คือการอธิบายแนวคิด “Bibliotherapy” หรือ “วรรณกรรมบำบัด” ซึ่งอาจารย์ธามนิยามไว้อย่างเรียบง่ายว่า คือการใช้หนังสือ นิทาน และเรื่องเล่า เป็นเครื่องมือช่วยให้มนุษย์เข้าใจอารมณ์ของตนเอง และช่วยประคองสภาวะทางใจในช่วงเวลาที่เปราะบาง เขาอธิบายว่า Bibliotherapy ไม่ใช่ “การรักษาโรค” แบบในคลินิก แต่คือการสร้าง “Safe Emotional Container” หรือ “พื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์” ที่ทำให้เด็กสามารถนำความรู้สึกซึ่งอธิบายไม่ได้ไปวางพักไว้ในตัวละคร จินตนาการ และเรื่องเล่าได้อย่างปลอดภัย

อาจารย์ธามอธิบายว่า เด็กจำนวนมากยังไม่สามารถพูดตรง ๆ ได้ว่า “ผมกลัว” “ผมเหงา” หรือ “ผมเสียใจ” เด็กจึงสื่อสารผ่าน “ภาพแทน” ผ่านตัวละคร และผ่านเรื่องสมมติ เด็กบางคนอินกับตัวละครที่โดดเดี่ยว เด็กบางคนผูกพันกับเรื่องราวของตัวละครที่ถูกทอดทิ้ง หรือรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น เพราะในระดับลึก นิทานกำลังทำหน้าที่เป็น “ภาษาทางอารมณ์” ให้กับเด็ก “หนังสือจำนวนมากพยายามสอนเด็ก แต่หนังสือที่เยียวยาเด็กจริง ๆ มักเริ่มจากการเข้าใจความรู้สึกของเด็ก ก่อนการเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็ก” เขากล่าว พร้อมย้ำว่า สังคมไทยในอดีตมักใช้วรรณกรรมเด็กเพื่อสอดแทรกศีลธรรมและความถูกต้อง แต่กลับละเลยโลกภายในของเด็กอย่างน่าเสียดาย

ตลอดการบรรยาย อาจารย์ธามอธิบายกลไกการเยียวยาผ่านเรื่องเล่าไว้ 4 ขั้นตอน ได้แก่ Identification, Catharsis, Insight และ Integration ขั้นแรกคือ Identification หรือการที่เด็ก “เห็นตัวเอง” ในตัวละคร เด็กเริ่มรู้สึกว่าความกลัว ความเหงา หรือความเจ็บปวดของตัวละครนั้นคล้ายกับตนเอง จนเกิดความรู้สึกว่า “ฉันไม่ได้อยู่คนเดียว” ขั้นที่สองคือ Catharsis หรือการปลดปล่อยอารมณ์ เด็กอาจร้องไห้ เงียบ หรือแสดงอารมณ์บางอย่างออกมาระหว่างฟังนิทาน เพราะเรื่องเล่าได้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กได้ระบายความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ภายใน ขั้นที่สามคือ Insight เด็กเริ่มมองเห็นความหมายใหม่ของประสบการณ์ เช่น เข้าใจว่าความเศร้าไม่ใช่เรื่องผิด หรือทุกคนต่างมีบาดแผลบางอย่างในชีวิต และขั้นสุดท้ายคือ Integration เด็กเริ่มนำสิ่งที่เรียนรู้จากเรื่องเล่าไปเชื่อมโยงกับชีวิตจริง เช่น เริ่มเชื่อว่าตนสามารถผ่านปัญหาได้ หรือรู้ว่าตนไม่จำเป็นต้องเผชิญทุกอย่างเพียงลำพัง

แต่ช่วงเวลาที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้เข้าร่วมมากที่สุด กลับไม่ใช่การอธิบายทฤษฎี หากเป็นช่วงที่อาจารย์ธามเริ่มเล่าถึง “เด็กชายวัย 9 ขวบคนหนึ่ง” ผ่านสไลด์หัวข้อ Iron Hans หรือ “ฮันส์ มนุษย์เหล็ก” นิทานของพี่น้องกริมม์ เขาเล่าว่า หลายคนอาจคิดว่าเขาสนใจเรื่องวรรณกรรมเพื่อการเยียวยาเพราะงานวิชาการ แต่ความจริงแล้ว ทุกอย่างเริ่มต้นจากประสบการณ์วัยเด็กของตนเอง

เขาเล่าถึงช่วงเวลาที่ต้องนอนโรงพยาบาลนานเกือบหนึ่งเดือนในวัยประมาณเก้าขวบ ช่วงเวลาที่โลกของเด็กคนหนึ่งเต็มไปด้วยความเงียบ ความเหงา และความรู้สึกโดดเดี่ยว แม้จะมีพ่อแม่คอยดูแล แต่ในระดับลึกของจิตใจ เด็กคนหนึ่งกลับเริ่มรู้สึกว่า “ฉันถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว” เขาอธิบายว่า เมื่อย้อนกลับไปมองตัวเองในวัยนั้น เขาคิดว่าเด็กชายคนนั้นกำลังเผชิญกับสิ่งที่เรียกว่า abandonment anxiety หรือ “ความกลัวการถูกทอดทิ้ง” ซึ่งเป็นสภาวะทางอารมณ์ที่เด็กจำนวนมากเผชิญเมื่อสูญเสียความมั่นคงทางใจ ไม่ว่าจะจากการพลัดพราก การเจ็บป่วย หรือการขาดพื้นที่ปลอดภัยทางอารมณ์

ในช่วงเวลานั้น พ่อของเขานำหนังสือนิทานของพี่น้องกริมม์มาให้อ่าน และหนึ่งในเรื่องที่ฝังอยู่ในใจมากที่สุด คือ “Iron Hans” นิทานเกี่ยวกับเด็กชายที่ต้องออกเดินทางอย่างโดดเดี่ยว และพบกับ “ชายป่า” ผู้ลึกลับซึ่งทำหน้าที่คอยนำทางเขาผ่านความกลัวและการเติบโต “ผมไม่ได้รู้สึกว่ากำลังอ่านนิทานแฟนตาซี แต่เหมือนกำลังพบใครบางคนที่เข้าใจความรู้สึกของเด็กคนหนึ่งจริง ๆ” เขากล่าวท่ามกลางความเงียบของห้องสัมมนา

อาจารย์ธามอธิบายว่า ในทางจิตวิทยา Carl Jung และ Robert Bly มอง Iron Hans ว่าเป็น archetype ของ “Wild Father” หรือ “พ่อป่า” ไม่ใช่พ่อในความหมายของความอบอุ่นแบบนิทานเด็กทั่วไป แต่เป็นพลังบางอย่างที่ช่วยให้เด็กคนหนึ่ง “ลุกขึ้นเดินต่อ” สำหรับเขาในวัยเด็ก Iron Hans ไม่ใช่เพียงตัวละครแฟนตาซี แต่เป็น “ผู้คุ้มครองทางใจ” เป็นพื้นที่ปลอดภัยบางอย่างที่ช่วยประคอง psyche ของเด็กคนหนึ่งเอาไว้ในช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด “บางครั้ง เด็กไม่ได้รอดเพราะโลกสมบูรณ์แบบ แต่รอดเพราะเขาพบเรื่องเล่า ตัวละคร หรือจินตนาการบางอย่าง ที่ช่วยประคองหัวใจเอาไว้” เขากล่าว พร้อมอธิบายว่า วรรณกรรมบางเรื่องจึงไม่ได้มีความสำคัญเพราะความสนุก แต่เพราะมันทำให้เด็กคนหนึ่งรู้ว่า โลกยังมีใครบางคนเข้าใจความมืดในใจของเขา

จาก Iron Hans การบรรยายค่อย ๆ เชื่อมต่อไปยังวรรณกรรมอีกเล่มหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงอย่างอบอุ่น คือ “โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง” ของ เท็ตสึโกะ คุโรยานางิ อาจารย์ธามอธิบายว่า สิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ทรงพลัง ไม่ใช่เพียงความน่ารักของเด็กหญิงโต๊ะโตะจัง แต่คือการมีอยู่ของ “ครูใหญ่โคบายาชิ” ผู้ใหญ่คนหนึ่งที่ยอมรับเด็กอย่างแท้จริง โต๊ะโตะจังเป็นเด็กพูดมาก ซุกซน และไม่สามารถอยู่ในกรอบโรงเรียนแบบเดิมได้ เธอถูกมองว่าเป็นเด็กมีปัญหา แต่ครูใหญ่กลับมองเห็นว่า ภายใต้พฤติกรรมเหล่านั้น คือเด็กคนหนึ่งที่กำลังพยายามสื่อสารกับโลก เขาไม่รีบตีตรา ไม่ทำให้เด็กรู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ แต่เปิดพื้นที่ให้เธอได้เป็นตัวเองอย่างปลอดภัย

“เด็กไม่ได้ต้องการคำสอนเสมอไป แต่ต้องการใครสักคนที่เข้าใจความรู้สึกของเขา” อาจารย์ธามกล่าว พร้อมชี้ว่า ทั้ง Iron Hans และ โต๊ะโตะจัง มีจุดร่วมสำคัญ คือการทำให้เด็กคนหนึ่งรู้ว่า เขาไม่แปลก เขาไม่โดดเดี่ยว และความรู้สึกของเขามีความหมาย หนังสือที่เยียวยาเด็กได้จริง จึงไม่ใช่หนังสือที่พยายามสร้าง “เด็กสมบูรณ์แบบ” แต่เป็นหนังสือที่มองเห็น “บาดแผล” และยอมรับความเปราะบางของมนุษย์อย่างจริงใจ

ระหว่างการอบรม ผู้เข้าร่วมยังได้ร่วมวิเคราะห์วรรณกรรมเด็กจากหลากหลายประเทศ ทั้ง The Little Match Girl, The Ugly Duckling และ The Little Mermaid ฉบับดั้งเดิมของแอนเดอร์สัน อาจารย์ธามชี้ว่า นิทานจำนวนมากในอดีตไม่ได้พยายามสร้างโลกสวย หากแต่ทำให้เด็กได้เผชิญ “ความจริงของชีวิต” ผ่านเรื่องเล่า เด็กหญิงขายไม้ขีดไฟจึงไม่ได้มีคุณค่าเพราะ happy ending แต่เพราะมันทำให้ผู้อ่านเผชิญหน้ากับ “ความทุกข์ของมนุษย์” อย่างตรงไปตรงมา ขณะที่ The Ugly Duckling ช่วยให้เด็กที่รู้สึกแปลกแยกเข้าใจว่า ความแตกต่างไม่ใช่เรื่องผิด และ The Little Mermaid ในฉบับดั้งเดิมก็พูดถึง sacrifice, longing และ identity มากกว่าจะเป็นเพียงนิทานรักแบบที่สังคมจดจำ

ตลอดทั้งวัน ผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ฟัง” แต่ยังได้ทดลองออกแบบกิจกรรมการอ่านนิทานเพื่อการเยียวยา ผ่านการตั้งคำถามปลายเปิด การวิเคราะห์ตัวละคร และการสร้างกิจกรรมต่อยอด เช่น การวาดภาพ การเล่าเรื่องจากมุมมองของตัวละคร หรือการชวนเด็กพูดถึงความรู้สึกของตนเอง บรรยากาศภายในห้องสัมมนาเต็มไปด้วยภาพของครูหลายคนกำลังเปิดหนังสือ พูดคุย แลกเปลี่ยน และค่อย ๆ ตั้งคำถามใหม่กับวิธีการสอนแบบเดิม

นางจิณัฐตา คนุดเซ่น หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดชัยมงคล ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ กล่าวว่า การอบรมทำให้เธอมอง “นิทาน” ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง “บางครั้งเด็กไม่ได้พูดว่าเขาเศร้า แต่เขาแสดงมันออกมาผ่านความเงียบ ผ่านความก้าวร้าว หรือผ่านการไม่อยากเข้าสังคม” เธอกล่าว พร้อมอธิบายว่า หลังจากนี้จะกลับไปออกแบบกิจกรรมการอ่านนิทานใหม่ทั้งหมด ไม่ใช่อ่านเพื่อให้เด็กจำเนื้อเรื่องได้อย่างเดียว แต่จะอ่านเพื่อ “ฟังหัวใจของเด็ก” มากขึ้น

ด้านนางสาวบุสตาร์ณี กาซอ หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมัสยิดดารุ้ลอิบาดะห์ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้เธอประทับใจมากที่สุด คือการค้นพบว่า นิทานสามารถใช้เยียวยาเด็กได้จริง “ที่ผ่านมาเรามองนิทานเป็นเรื่องของการสอนภาษา หรือสอนคุณธรรม แต่วันนี้เราเห็นแล้วว่า นิทานสามารถช่วยโอบอุ้มความรู้สึกของเด็กได้” เธอกล่าว พร้อมสะท้อนว่า หลังจากนี้จะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกหนังสืออย่างละเอียดอ่อนมากขึ้น โดยเฉพาะหนังสือที่ช่วยสร้างความรู้สึกปลอดภัย ความหวัง และการยอมรับตัวเองให้กับเด็ก

เมื่อการสัมมนาใกล้สิ้นสุดในช่วงเย็น ห้องประชุมยังคงเต็มไปด้วยเสียงพูดคุย ผู้เข้าร่วมหลายคนยืนแลกเปลี่ยนรายชื่อหนังสือ แบ่งปันประสบการณ์การทำงานกับเด็ก และถ่ายภาพสไลด์เก็บไว้ บางคนอาจกำลังคิดถึงเด็กบางคนในห้องเรียน เด็กที่เงียบผิดปกติ เด็กที่ก้าวร้าวเกินวัย หรือเด็กที่ดูเหมือนไม่มีปัญหาอะไรเลย เพราะหลังจากการอบรมครั้งนี้ หลายคนเริ่มเข้าใจแล้วว่า บางครั้ง “นิทาน” อาจไม่ใช่เพียงกิจกรรมเสริมพัฒนาการ แต่คือพื้นที่เล็ก ๆ ที่ช่วยประคองหัวใจของเด็กคนหนึ่งเอาไว้ได้จริง ๆ

ในช่วงท้ายของการบรรยาย อาจารย์ธามกล่าวประโยคหนึ่งซึ่งกลายเป็นเหมือนสารสำคัญของกิจกรรมครั้งนี้ “เด็กไม่ได้ต้องการผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์แบบ แต่ต้องการผู้ใหญ่ที่รับฟังและอยู่ข้างเขาได้จริง” คำพูดนั้นอาจฟังเรียบง่าย แต่สำหรับครูปฐมวัยจำนวนมากในห้องประชุม มันคือการย้ำเตือนว่า การศึกษาในช่วงปฐมวัยไม่ใช่เพียงการเตรียมเด็กให้พร้อมเข้าสู่โรงเรียน แต่คือการช่วยให้เด็กเติบโตขึ้น โดยไม่สูญเสียความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า
และบางที ในโลกที่เด็กจำนวนมากกำลังเติบโตอย่างโดดเดี่ยว เรื่องเล่าเพียงเรื่องเดียว อาจไม่สามารถแก้ปัญหาทุกอย่างได้ แต่ก็อาจเพียงพอที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งรู้สึกว่า เขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังบนโลกใบนี้อีกต่อไป

เนื้อหาจาก กิจกรรม การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “วรรณกรรมเพื่อการเยียวยาเด็กปฐมวัย: จากทฤษฎีสู่การจัดกิจกรรมในชั้นเรียนอย่างมีความหมาย” “Healing Literature for Early Childhood: From Theory to Meaningful Classroom Practice”
วิทยากร: อาจารย์ธาม เชื้อสถาปนศิริ
เบอร์โทรศัพท์ 086-185-5507 Line ID : timeseven
Facebook : Time Chuastapanasiri E-Mail : [email protected]
อาจารย์ประจำสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัวมหาวิทยาลัยมหิดล
คณะอนุกรรมการเพื่อการสื่อสารพัฒนาเด็กปฐมวัย สำนักเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
วันที่: 8 พฤษภาคม 2569 สถานที่: โรงแรม ไมค์ การ์เด้น พัทยา ชลบุรี
รูปแบบ: Onsite Workshop | 08.30-16.30 –16.00 น.

26/05/2026

เปิดรับสมัครรอบที่4 (รอบสุดท้ายแล้วนะ)

📣 เปิดรับสมัครเข้าศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ปีการศึกษา 2569
สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล

🗓 รอบที่ 4 (รอบสุดท้าย) สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 พฤษภาคม 2569

🎓 หลักสูตรที่เปิดรับสมัคร

🔹 สาขาวิชานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก
• ภาคปกติ
https://graduate.mahidol.ac.th/Admission/announce/announce.php?id=4902MG00&y=2569
• ภาคพิเศษ
https://graduate.mahidol.ac.th/Admission/announce/announce.php?id=4902MS00&y=2569
📞 LINE ID / โทร. 083-528-1083

🔹 สาขาวิชาพัฒนาการมนุษย์
• ภาคปกติ
https://graduate.mahidol.ac.th/Admission/announce/announce.php?id=4901MG00&y=2569
• ภาคพิเศษ
https://graduate.mahidol.ac.th/Admission/announce/announce.php?id=4901MS00&y=2569
📞 LINE ID / โทร. 087-199-2461

🔹 สาขาวิชาจิตวิทยาเด็ก วัยรุ่น และครอบครัว
• ภาคพิเศษ
https://graduate.mahidol.ac.th/Admission/announce/announce.php?id=7801MS00&y=2569
📞 LINE ID / โทร. 087-199-2461

✨ เรียนรู้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านเด็ก เยาวชน และครอบครัวอย่างยั่งยืน

#เรียนต่อมหิดล
#บัณฑิตศึกษามหิดล
#เด็กและครอบครัว
#ปริญญาโท2569

22/05/2026

📣 เปิดลงทะเบียนแล้ว! กิจกรรมอบรมประจำเดือน “มิถุนายน 2569”
โดย มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว 💙✨
พบกับหลักสูตรและเวิร์กชอปคุณภาพ ตลอดเดือนมิถุนายน
สำหรับคุณครู ผู้ปกครอง นักวิชาชีพ และผู้สนใจด้านพัฒนาเด็กและครอบครัว 👩‍🏫👨‍👩‍👧‍👦
🌟 หัวข้อเด่น อาทิ
✅ การฝึกพูดพื้นฐานเพื่อการสื่อสาร
✅ Future Skills : คิดเป็น มากกว่ารู้เร็ว
✅ การประเมิน EF มาตรฐาน
✅ ผู้นำโรงเรียนสู่การดูแลสุขภาวะเด็ก
✅ เติมไฟครูยุค AI
และอีกหลายกิจกรรมตลอดทั้งเดือน!
📍อบรมโดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา
📍ทั้งรูปแบบอบรม วิชาชีพ และภาคปฏิบัติจริง
☎️ สอบถามเพิ่มเติม
โทร / LINE : 092-4145296
📘 Fanpage : สถาบันเด็กมหิดล บริการวิชาการสู่สังคม
#สถาบันเด็กมหิดล
#อบรมพัฒนาเด็ก
#พัฒนาทักษะครู


#อบรมผู้ปกครอง
#วิชาชีพผู้ดูแลเด็ก

15/05/2026

“เช็กหน่อย 👀
มีใครเคยได้ยินหลักสูตรมหาบัณฑิต
‘นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก’ บ้างไหม?”

กด love = เคยรู้จักแล้ว
กด like = เพิ่งรู้วันนี้

แบ่งปัน = กดแชร์ต่อให้คนที่ทำงานด้านเด็ก/การศึกษาได้เลย

#นวัตกรเด็ก
#หลักสูตรนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก
#รับสมัครนักศึกษาปริญญาโท #หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก #นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก #หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต #มหาวิทยาลัยมหิดล #มหิดล #ปริญญาโท #เรียนปริญญาโท #เรียนปอโทนั้นโก้จริงจริง #นวัตกรรมทางสังคม #กระบวนการคิดเชิงออกแบบ #สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว

13/05/2026

📣 ขอเชิญเข้าร่วมอบรมออนไลน์ “Toolkit to คิด คิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม” ครั้งที่ 16
หัวข้อ “กลยุทธ์สร้างการเรียนรู้ภาษา: คิดเป็น กล้าพูด” 🗣✨

🧠 สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ขอเชิญครู ผู้ปกครอง และผู้สนใจ ร่วมเรียนรู้แนวทางการพัฒนาเด็กผ่านการเรียนรู้ภาษา ที่ไม่ใช่เพียงการ “พูดได้” แต่ช่วยส่งเสริมกระบวนการคิด ความมั่นใจ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กกล้าสื่อสารอย่างเป็นธรรมชาติ ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ

🎯 ภายในกิจกรรม ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้กลยุทธ์และแนวทางการสร้างการเรียนรู้ภาษา เพื่อพัฒนาเด็กให้ “คิดเป็น กล้าพูด” และสื่อสารได้อย่างมั่นใจ

🗓 จัดอบรมในวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569
⏰ เวลา 09.00 – 12.00 น.
💻 อบรมออนไลน์ผ่านระบบสมาชิกเครือข่าย หรือ Zoom Application

✨ เหมาะสำหรับ
• ครูและบุคลากรทางการศึกษา
• ผู้ปกครอง
• ผู้สนใจด้านการพัฒนาเด็กและการเรียนรู้ภาษา

📌 เข้าร่วมอบรมฟรี
ลงทะเบียนเข้าร่วมอบรม https://nicfd-member.mahidol.ac.th/course/detail/868

📜 สามารถสะสมชั่วโมงการเรียนรู้ และขอรับประกาศนียบัตร (มีค่าใช้จ่าย)

📞 สอบถามเพิ่มเติม งานคลังและประกอบการ
คุณมาริสา นิ่มกุล โทร. 082 321 7721

ิด #คิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม #การเรียนรู้ภาษา #คิดเป็นกล้าพูด #พัฒนาเด็ก #อบรมออนไลน์ #ครูผู้ปกครอง #การสื่อสารเด็ก

28/04/2026

หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก รับสมัครนักศึกษาใหม่จากทุกสาขา รอบที่ 4 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2569

ภารกิจของเรา

1. สร้าง "นวัตกร" เด็กและครอบครัว

บ่มเพาะกระบวนการคิดแบบ Design Thinking เพื่อออกแบบแนวทางพัฒนา แก้ปัญหาและยกระดับการคุ้มครองเด็กในโลกยุคใหม่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

2. นวัตกรรมฐานวิทยาศาสตร์สมอง

ทุกผลงานขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจเชิงลึกด้านประสาทวิทยาศาสตร์ (Neuroscience) ทั้งกลไกความยืดหยุ่นของสมอง (Brain Plasticity) และทักษะสมอง EF (Executive Function)

3. จาก Empathy สู่ Prototyping

เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง สู่กระบวนการลงมือสร้างต้นแบบนวัตกรรมที่สามารถแก้ไขปัญหาของเด็กได้อย่างตรงจุด

4. เกราะป้องกันภัยยุคดิจิทัล

ออกแบบแนวทางรับมือและคุ้มครองเด็กจากภัยคุกคามสมัยใหม่ เช่น ภาวะติดหน้าจอ (Screen Addiction) และปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม

5. ฟื้นฟูและกระตุ้นพัฒนาการ

ออกแบบพื้นที่และโปรแกรมการเล่นเพื่อช่วยฟื้นฟูพัฒนาการและกระตุ้นระบบประสาทสัมผัสทั้ง 7 (7 Sensory Systems) อย่างสมดุล

6. นวัตกรรมที่จับต้องได้ (Tangible Solutions)

เปลี่ยนทฤษฎีในห้องเรียนให้เป็นชิ้นงานที่ใช้งานได้จริงและสร้างผลกระทบเชิงบวกสู่สังคม

ช่องทางการศึกษาข้อมูลและสมัครเรียน:
รายละเอียดหลักสูตร: https://rebrand.ly/INODC
สมัครเรียน (ภาคปกติ): https://graduate.mahidol.ac.th/thai/prospective-students/...
สมัครเรียน (ภาคพิเศษ): https://graduate.mahidol.ac.th/thai/prospective-students/...

📞 ติดต่อสอบถาม: 083-528-1083 (คุณอาฟา มากาสะ)
มาร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัยและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่ออนาคตของเด็กๆ ไปด้วยกันนะคะ!

#รับสมัครนักศึกษาปริญญาโท #หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก #นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก #หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต #มหาวิทยาลัยมหิดล #มหิดล #ปริญญาโท #เรียนปริญญาโท #เรียนปอโทนั้นโก้จริงจริง #นวัตกรรมทางสังคม #กระบวนการคิดเชิงออกแบบ #สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว

ติดต่อ นางสาว อาฟา มากาสะ Tel: 083-528-1083

22/04/2026

หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่จากทุกสาขา รอบที่ 4 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2569

เปลี่ยนทฤษฎีในห้องเรียนให้เป็นชิ้นงานที่ใช้งานได้จริงและสร้างผลกระทบเชิงบวกสู่สังคม

ช่องทางการศึกษาข้อมูลและสมัครเรียน:
รายละเอียดหลักสูตร: https://rebrand.ly/INODC
สมัครเรียน (ภาคปกติ): https://graduate.mahidol.ac.th/thai/prospective-students/...
สมัครเรียน (ภาคพิเศษ): https://graduate.mahidol.ac.th/thai/prospective-students/...

📞 ติดต่อสอบถาม: 083-528-1083 (คุณอาฟา มากาสะ)
มาร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัยและนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่ออนาคตของเด็กๆ ไปด้วยกันนะคะ!

#รับสมัครนักศึกษาปริญญาโท #หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิตสาขาวิชานวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก #นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก #หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต #มหาวิทยาลัยมหิดล #มหิดล #ปริญญาโท #เรียนปริญญาโท #เรียนปอโทนั้นโก้จริงจริง #นวัตกรรมทางสังคม #กระบวนการคิดเชิงออกแบบ #สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว

31/03/2026

👧🏻"เพราะการศึกษา...เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาการมนุษย์"👨🏻

หลักสูตรปริญญาโท สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล

📣ขอเชิญท่านร่วมบริจาคอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นใดในการศึกษา รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภค

ให้กับน้องๆ อนุบาลถึงมัธยมปลาย ณ วัดใหม่สี่หมื่น จังหวัดราชบุรี
โดยจะนำสิ่งของไปให้ถึงมือน้องๆ ในวันที่ 6 เมษายน 2569

เปิดรับบริจาคสิ่งของถึงวันที่ 4 เมษายน 2569 โดยติดต่อร่วมบริจาคได้ที่ ชาลิดา อรัญทิมา 🙍🏻‍♀️
โทร./ ID Line 0871992461

20/03/2026

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล
เปิดเส้นทางการเรียนรู้ครบ ตั้งแต่ อบรมออนไลน์ / หลักสูตรระยะสั้น / MAP-C สะสมหน่วยกิต / ปริญญาโท / ปริญญาเอก
เหมาะสำหรับผู้ที่อยากต่อยอดความรู้ด้าน
พัฒนาการมนุษย์
จิตวิทยาเด็ก วัยรุ่น และครอบครัว
นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก
เรียนได้ทั้งเพื่อพัฒนาตนเอง ต่อยอดสายอาชีพ และวางแผนเรียนต่อในอนาคต
สนใจเส้นทางไหน ทักมาสอบถามได้เลย

#พัฒนาการมนุษย์ #เรียนต่อปริญญาโท #อบรมออนไลน์ #เด็กและครอบครัว #นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก #นวัตกรเด็ก

สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว ม.มหิดล
เปิดเส้นทางการเรียนรู้ครบ ตั้งแต่ อบรมออนไลน์ / หลักสูตรระยะสั้น / MAP-C สะสมหน่วยกิต / ปริญญาโท / ปริญญาเอก

เหมาะสำหรับผู้ที่อยากต่อยอดความรู้ด้าน

พัฒนาการมนุษย์

จิตวิทยาเด็ก วัยรุ่น และครอบครัว

นวัตกรรมเพื่อการพัฒนาและคุ้มครองเด็ก

เรียนได้ทั้งเพื่อพัฒนาตนเอง ต่อยอดสายอาชีพ และวางแผนเรียนต่อในอนาคต
สนใจเส้นทางไหน ทักมาสอบถามได้เลย

#พัฒนาการมนุษย์ #เรียนต่อปริญญาโท #อบรมออนไลน์ #เด็กและครอบครัว

Photos from NICFD Mahidol's post 10/03/2026

เล่นดนตรีไม่เก่ง... ก็ส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้นะ!
ขอเชิญคุณครู ผู้ดูแลเด็ก และผู้ปกครองทุกท่าน ร่วมไขคำตอบในเสวนาออนไลน์หัวข้อ
"ดนตรีและการเคลื่อนไหว (Music & Movement)"
(CFIN 557 ครั้งที่ 2-4)
ไม่ต้องมีพื้นฐานดนตรี ก็เข้าร่วมเรียนรู้ได้!
มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ดนตรีศึกษา
ลงทะเบียนฟรี! สแกน QR Code ในภาพได้เลย (ผู้เรียนสามารถสะสมหน่วยกิตได้ตลอดชีวิต)
ครั้งที่ 2 https://nicfd-member.mahidol.ac.th/course/detail/702
ครั้งที่ 3 https://nicfd-member.mahidol.ac.th/course/detail/703
ครั้งที่ 4 https://nicfd-member.mahidol.ac.th/course/detail/704

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Nakhon Pathom?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

ที่อยู่


สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล
Nakhon Pathom
73170