18/06/2026
การเรียนรู้ที่ดีที่สุดเริ่มต้นจากความสุขของเด็กๆ
#รอยยิ้มเล็กๆที่มีความหมาย
#ทักษะการคิด
#สร้างสมาธิการเรียน
#เด็กเก่ง
#เด็กไหวพริบดี
#เรียนผ่านการเล่น
#โรงเรียนพัฒนาเด็ก
สอบถามรายละเอียด
*K.D.S.สาขามุกดาหาร (ตลาดดานัง)
☎️093-456-6289
📍https://g.co/kgs/xgkSK7
สนใจแฟรนไชส์
☎️ 099 456 9989
14/06/2026
กิจกรรมพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก
เด็กๆได้ฝึกจับและยกวัสดุด้วยมือทั้งสองข้างอย่างสนุกสนาน ช่วยพัฒนาความแข็งแรงของนิ้วมือ ฝ่ามือ และการควบคุมการเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำ ส่งเสริมสมาธิ การแก้ปัญหา และความมั่นใจในการลงมือทำด้วยตนเอง
#ทักษะการคิด
#สร้างสมาธิการเรียน
#เด็กเก่ง
#เด็กไหวพริบดี
#เรียนผ่านการเล่น
#โรงเรียนพัฒนาเด็ก
สอบถามรายละเอียด
*K.D.S.สาขามุกดาหาร (ตลาดดานัง)
☎️093-456-6289
📍https://g.co/kgs/xgkSK7
สนใจแฟรนไชส์
☎️ 099 456 9989
12/06/2026
“ไม่ใช่ทุกเรื่องที่ต้องชนะ
บางเรื่องแค่เข้าใจก็พอ”
เมื่อโตขึ้น เราจะค่อย ๆ เรียนรู้ว่า
ไม่ใช่ทุกความเห็นต่าง
ที่ต้องโต้เถียงให้ชนะ
ไม่ใช่ทุกเรื่องราว
ที่ต้องหาคนผิดคนถูก
บางครั้ง… การเข้าใจเหตุผลของกันและกัน
สำคัญกว่าการเอาชนะกันเสียอีก
เพราะการชนะบางเรื่อง
อาจทำให้เราเสียความสัมพันธ์ไป
แต่การเข้าใจ
อาจทำให้ใจเบาสบายขึ้นกว่าเดิม
บางครั้ง แค่เข้าใจกันมากขึ้น
ก็ดีพอแล้ว
♥️
พี่ดวงนะคะ
10/06/2026
ยินดีต้อนรับน้องเอเธนส์นะคะ ขอบพระคุณที่ไว้วางใจให้เคดีเอสมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะค่ะ🩷
10/06/2026
ไม่ว่าจะอ่านหนังสือ ทำการบ้าน กินข้าว กินขนม หลับ ฯลฯ
เราทำหมดแล้ว ที่โต๊ะตัวนี้.
☺️❤
____
#โต๊ะพับแห่งความทรงจำ #ประถม #มานะมานีปิติชูใจ
04/06/2026
“กิจกรรมคัดแยกและจัดกลุ่มวัตถุตามสี เป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา (Cognitive Development) ช่วยให้เด็กได้ฝึกทักษะการสังเกต การจำแนกประเภท การแก้ปัญหาเบื้องต้น และการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กผ่านการหยิบจับอุปกรณ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ทางคณิตศาสตร์และการคิดเชิงเหตุผลในอนาคต”
31/05/2026
สิ่งที่เด็กควรทำได้ก่อนเริ่มเขียนตัวอักษร
ก่อนที่เด็กจะเขียน "A B C" หรือ "ก ข ค” ได้
เด็กๆ ควรมีกล้ามเนื้อมัดใหญ่-เล็กที่แข็งแรงทนทาน
และทำสิ่งเหล่านี้ได้...
1. Hand and finger strength:
ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือและนิ้วมือ
เพื่อที่จะจับอุปกรณ์การเขียนได้
2. Crossing the midline: ข้ามเส้นกึ่งกลาง
หากเด็กเอื้อมไปทั่วร่างกายเพื่อไปยังปลายทั้งสองข้างของร่างกายได้ จะสามารถเขียนทั้งสองแถบบนพื้นที่กระดาษได้
3. Correct pencil grasp:
สามารถจับดินสอได้ถูกต้อง
โดยต้องดูตามความเหมาะสมตามวัย
แนะนำบทความนี้ "พัฒนาการการจับดินสอ"
https://www.facebook.com/share/p/1CseqZuAbs/
4. Hand eye coordination:
ตาและมือประสานงานกันได้ดี
เช่น ตามองมือเอื้อมจับสิ่งนั้นได้ถูกต้อง
5. A strong core:
ความแข็งแรงของร่างกายแกนกลาง
ได้แก่ กล้ามเนื้อท้อง-หลัง
เพื่อที่จะนั่งเก้าอี้และเขียนได้อย่างมั่นคง
แกนกลางไม่แข็งแรง เด็กจะเมื่อยง่าย
ไม่มีแรงเขียน หรือ เขียนได้ไม่ต่อเนื่อง
และสุดท้ายส่งผลต่อสมาธิขณะเขียน
6. A strong neck: คอที่เเข็งแรง
เพื่อที่จะนั่งเขียนโดยที่ศีรษะตั้งอยู่มั่นคง
7. A strong shoulders and wrists:
ไหล่ ข้อมือทั้งสองข้างที่แข็งแรง
เพื่อช่วยให้เขียนได้โดยไม่เมื่อยล้าไปเสียก่อน
และลงน้ำหนักการเขียนได้เหมาะสม
ไม่หนักหรือเบาจนเกินไป
และเขียนได้อย่างไหลลื่น
8. Visual perception: การรับรู้ภาพ
เพื่อแยกแยะความแตกต่างระหว่างภาพ
เพื่อพัฒนาไปสู่การจดจำภาพ
และตัวอักษรที่แตกต่างกัน
แนะนำบทความเตรียมมือเด็กๆ ก่อนการเขียน
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=1537527827731313&set=pb.100044223319650.-2207520000&type=3
**********
"ก่อนเริ่มเขียนตัวอักษร เด็กๆ เริ่มจากเส้นพื้นฐาน"
เมื่อร่างกายและท่าทางของเขาเหมาะสมแล้ว
เด็กๆ ควรจะวาดเส้นและรูปทรงเหล่านี้ให้ได้เสียก่อน
🖍️เด็กวัย 1-1 ขวบครึ่ง 🎨
เราคาดหวังแค่ให้เด็กๆ ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก
ได้แก่ มือทั้งสอง และ นิ้วมือทั้งสิบ
ในการกำ บีบ ขยำ ปั้น ดึง กด แกะ ปลอก
เช่น
ปั้นดินน้ำมัน-แป้งโดว์
เล่นดินเหนียว-ทราย
ปลอกเปลือกไข่-ส้ม
ทำอาหาร-เด็ดผัก-ปั้นข้าวเหนียว
ดังนั้นสีเทียนด้ามใหญ่พิเศษ (Jumbo crayon)
มีความเหมาะสมกว่าดินสอนัก
และกระดาษควรมีขนาดใหญ่กว่า A4
ยิ่งกว้าง ยิ่งใหญ่ ยิ่งดี
ให้เขานอนคว่ำตัวละเลงสีที่กำในมือไปจนทั่วได้เลย
วัยนี้เราไม่คาดหวังการเขียน
เราแค่หวังว่า "เขาจะสนุกกับการใช้สีละเลงไปทั่วกระดาษ และพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กให้พร้อมก็เพียงพอ"
***
🖍 🌧️เด็กวัย 2-2 ขวบครึ่ง /┆\
เรายังคงเน้นพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กเช่นเดิม
เด็กวัย 2 ขวบจะเริ่มวาด "เส้นตรง" ได้
ทั้ง "เส้นตรงแนวตั้ง (l)" และ "เส้นตรงแนวนอน (-)"
กิจกรรมที่ชวนเด็กๆ วาดเส้นตรง
เช่น
วาดฝนตกลงมา (ขีดลง)
วาดถนน (ขีดขวาง)
อุปกรณ์ที่ใช้ควรเป็นสีเทียนและดินสอไม้ด้ามใหญ่
ถ้าเป็นดินสอไม้ธรรมดาอาจจะมีปลอกจับดินสอให้เขา
เพื่อให้เด็กจับได้ถนัดมือมากขึ้น
***
✏️ ☀️ เด็กวัยวัย 3-4 ขวบ ⃝
เรายังคงเน้นพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กต่อไป
เด็กวัย 3 ขวบจะเริ่มวาด "วงกลม (o) " ได้
เพราะความเเข็งแรงที่กล้ามเนื้อมือของเขาที่มีมากขึ้น
ทำให้สามารถควบคุมการลากเส้นจากจุดเริ่มต้นวนเป็นวงกลมได้
เด็กวัย 3 ขวบครึ่ง จะเริ่มวาด "เครื่องหมายบวก (+)"
ซึ่งเป็นผลมาจากการวาดเส้นแนวตั้งและแนวนอนได้
เด็กๆ วัย 4 ขวบ จะเริ่มวาด "สี่เหลี่ยมจตุรัส (☐)" ได้
เพราะเส้นพื้นฐานจากเส้นแนวตั้งและแนวนอนเช่นกัน
ในช่วงวัยนี้ เราควรคาดหวังให้เด็กๆ สนุกกับการวาดภาพอิสระ
แต่เราเริ่มสอนเขาในรูปทรงใหม่ๆ ผ่านการวาดรูปสิ่งที่เด็กๆ เห็น
โดยเฉพาะสิ่งที่เด็กๆ ชอบและพบเจอในชีวิตประจำวัน
เช่น
วาดหน้าคน
วาดพระอาทิตย์
วาดรถยนต์
วาดอาหาร
***
✍🏻 🏠 เด็กวัย 4-5 ขวบ ⛰︎
การพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กยังเป็นสิ่งที่
ต้องทำควบคู่กันไปต่อไป
แต่เราจะเน้นไปที่การออกเเรงที่มือและปลายนิ้วมากขึ้น
เพื่อให้เด็กๆ พัฒนาไปสู่การใช้นิ้วมือ 3 นิ้วหลัก (Tripod grip) ได้แก่ นิ้ว โป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง
เพื่อจับอุปกรณ์และคุมอุปกรณ์
ลากเส้นที่ซับซ้อนและมีรายละเอียดมากขึ้น
กิจกรรมที่ควรส่งเสริม
เช่น
ร้อยลูกปัดขนาดเล็ก
พับกระดาษ-ตัดกระดาษ
งานบ้าน-เด็ดผัก-หนีบผ้า
เด็กวัย 4 ขวบครึ่ง จะเริ่มวาด
"เส้นเฉียงขึ้น (/)" "เส้นเฉียงลง (\)" ได้
เมื่อเขาวาดเส้นทั้งสองได้อย่างแม่นยำแล้ว
จึงค่อยๆ เขยิบมาที่การวาดเครื่องหมายกากบาท (X)
ซึ่งเกิดจากนำสองเส้นนี้มาวาดตัดกัน
เด็กวัย 5 ขวบขึ้นไปจะเริ่มวาด "สามเหลี่ยม (△)" ได้
เพราะเส้นเฉลียงขึ้นเฉลียงลงที่ฝึกมาจะสามารถช่วยให้เขาวาดภาพนี้ได้
เด็กวัย 4-5 จึงเริ่มชอบวาด
บ้าน ภูเขา ต้นไม้ ดอกไม้ พระอาทิตย์
เพราะเขาเริ่มวาดเส้นและรูปทรงเหล่านี้ได้ดี
หลังจากพัฒนาการขั้นนี้จะนำไปสู่การเขียนตัวอักษร
เพราะเด็กๆ เขียนเส้นและรูปทรงพื้นฐาน
ซึ่งเป็นส่วนประกอบของตัวอักษรต่างๆ ได้แล้ว
ในเด็กๆ วัย 4-6 ปี เราอาจพบว่า
เด็กมีการเขียนตัวอักษรและตัวเลข
ที่กลับด้านหรือกลับหัวได้ (Mirror)
เพราะยังอยู่ในช่วงพัฒนาการมองภาพ
แต่ถ้าถึงวัย 6 ขวบครึ่ง-7 ปี
ยังพบปัญหาดังกล่าวอาจจะต้องมาพัฒนา
และฝึกฝนเพิ่มเติมหรือถ้าเป็นปัญหา
เราควรปรึกษาแพทย์พัฒนาการต่อไป
**********
ᝰ✍🏻
ถ้าเส้นและรูปทรงพื้นฐานยังไม่ได้
จะเป็นการยากที่เราจะเริ่มให้
เขียนตัวเลขหรือตัวอักษร
โดยเฉพาะตัวอักษรภาษาไทย
ทั้งนี้การวาดเส้นและรูปทรงต่างๆ
ควรทำควบคู่กับการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก
ได้แก่ มือและนิ้วมือทั้งสองของเด็กด้วย
เด็กๆ ไม่ควรใช้เวลากับการนั่งบนโต๊ะ
และฝึกวาดเส้นและรูปทรงเป็นระยะเวลาที่นานเกินไป
ซึ่งการวาดเขียนควรเป็นไปด้วยความสนุกสนาน
เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีต่อการจับดินสอขึ้นมา
วาดเขียนลงบนกระดาษ และทำอย่างสม่ำเสมอ
มากกว่าการทำครั้งละยาวนาน
ส่วนการเริ่มเขียน ควรเริ่มไล่จากง่ายไปยาก
ตัวเลขอารบิค
⬇︎
ตัวอักษรภาษาอังกฤษ
⬇︎
ตัวอักษรภาษาไทย
เพราะลักษณะเส้นที่เริ่มควรเริ่มจากเส้นพื้นฐาน
ได้แก่ เส้นตรง มุมฉาก มุมแหลม
ก่อนจะไปยังเส้นที่ยากและซับซ้อนขึ้น
ได้แก่ ม้วนหัว โค้งมน คดเคี้ยว
**********
"การเขียน"
เป็นหนึ่งทักษะที่ผู้ใหญ่เป็นกังวลมาก
เพราะสำหรับโรงเรียนส่วนใหญ่แล้ว
การเขียนเป็นแบบทดสอบว่า
เด็กคนนี้พร้อมสำหรับการเรียนหรือไม่
อย่างไรก็ตามนอกจาก "ทักษะการเขียน” แล้ว
ยังมี "ทักษะการช่วยเหลือตนเอง"
และ "ทักษะการสื่อสาร"
ที่เราควรให้ความสำคัญไม่แพ้กัน
ก่อนจะเขียนได้ เด็กควรช่วยเหลือตัวเองและสื่อสารได้ตามวัย
เพราะถ้าหากเด็กคนนี้ยังช่วยเหลือตัวเองตามวัยไม่ได้
ไม่สามารถสื่อสารให้ใครเข้าใจตัวเขาได้
เด็กจะปรับตัวกับการไปโรงเรียนและสังคมได้ยาก
ส่งผลต่อความมั่นใจในตัวเองที่อาจจะถดถอยได้
**********
สุดท้ายแม้ว่าเด็กๆ ของเราจะยังวาดหรือเขียนไม่ได้
หรือยังไม่ตรงตามค่าเฉลี่ยของเด็กวัยเขา
นั่นไม่ได้หมายความว่าเด็กคนนี้จะไม่มีความสามารถในการเรียนรู้
เพราะอย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า "การเขียน"
เป็นเเค่หนึ่งในทักษะที่ผู้ใหญ่คาดหวังให้เด็กสามารถทำได้
ผู้ใหญ่ต้องอย่าลืมว่า "เด็กแต่ละคนมีจังหวะในการเรียนรู้ไม่เท่ากัน"
เด็กบางคนเรียนรู้ได้เร็ว เด็กบางคนเรียนรู้ได้ช้า
แต่เด็กทุกคนเรียนรู้ได้ เราจึงมีหน้าที่สอนเขา
ฝึกฝนซ้ำๆ และพัฒนาเขาต่อไป
ข้อสำคัญ "อย่าใช้การเขียน ในการตัดสินตัวเด็ก"
เพราะเราใช้การเขียนเพื่อพัฒนาสมองของเขา
ไม่ใช่เพื่อตีตราว่าเขาไม่มีความสามารถ
ดังนั้นเมื่อเด็กยังเขียนไม่ได้ เรามีหน้าที่มองกลับไป
"พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กให้แข็งแรงและทนทาน"
และ "ปรับทัศนคติที่มีต่อการเขียนของเขา"
ไม่ใช่มาเพื่อจับผิดและทำโทษเขา
ไปทีละขั้น อย่าเร่งเขาจนเกินวัย
อย่าสร้างทัศนคติแง่ลบต่อการเรียนรู้
เพราะการเรียนรู้ที่ดีไม่ใช่ การวิ่งระยะสั้น
แต่คือการวิ่งมาราธอน
ใครวิ่งเร็วอาจจะได้เปรียบในช่วงแรก
แต่ใครที่วิ่งไปได้ตลอดคือผู้ที่ไปถึงเป้าหมาย
"การเขียน" ไม่เคยทำร้ายเด็กๆ
แต่ "การให้เขียนในสิ่งที่เกินวัย
และคาดหวังว่าเขาต้องทำได้"
อาจจะทำร้ายเด็กๆ มากกว่าที่คิด
ถ้าผู้ใหญ่มีข้อสงสัยว่าเด็กพัฒนาตรงตามวัยหรือไม่
หรือ แม้จะรอถึงวัยแล้วยังทำไม่ได้
ควรปรึกษาแพทย์พัฒนาการและนักกิจกรรมบำบัด
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา
อ้างอิง
Schickedanz, J. A. (1999). Much More than the ABCs: The Early Stages of Reading and Writing. NAEYC, 1509 16th Street, NW, Washington.
27/05/2026
ยินดีต้อนรับมาตาลดานะคะ
ขอบพระคุณที่ไว้วางใจให้เคดีเอสมีส่วนร่วมในการพัฒนาทักษะนะคะ❤️❤️