12/05/2021
หากมีคนถามคุณว่า
"ทำไมต้องติดตามและให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องของปาเลสไตน์?
คุณควรตอบพวกเขาอย่างไร และให้ข้อมูลแก่พวกเขาแบบไหน?
ผมขอเสนอคำตอบให้คุณเพื่อตอบคำถามดั่งต่อไปนี้
ประการที่ (1) .เพราะเป็นสถานที่ที่เหล่าศาสนทูตหลายท่านได้พำนักอยู่ ณ ที่แห่งนี้
เช่น.....
1.1ท่านนบีอิบรอฮีม(อับราฮัม)ซึ่งท่านเคยอพยพมาอาศัยในบริเวณนี้
1.2 ท่านนบีลูฏ(โลต) ก็ได้เข้ามาอาศัยในแผ่นดินนี้หลังรอดพ้นจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับชนของท่าน ที่เดดซี "أرض مباركة" ที่ถูกกล่าวในกุรอ่านก็คือปาเลสไตน์นั่นเอง
1.3 นบีดาวูด(เดวิด)ก็เคยอาศัย ณ ที่นี้อีกทั้งยังเคยสร้างศาสนสถานเพื่อประกอบศาสนกิจที่นี้อีกด้วย
1.4ท่านนบีสุไลมานหรือโซโลมอน วีรกษัตริย์ผู้เคยครองโลก ก็เคยอาศัย ในที่แห่งนี้
"يا أيها النمل ادخلوا مساكنكم"
อัลกุรอ่านได้เล่าเรื่องนี้ไว้ชัดเจน เมื่อครั้งที่ท่านนบีได้ยินบรรดาพวกมดคุยกันให้รีบหนีเข้ารัง เพราะท่านนบีกำลังจะเดินผ่าน จนเป็นที่มาของชื่อสถานหนึ่งในปาเลสไตน์ซึ่งอยู่ใกล้กับ "อัสกอลาน" เรียกว่า "วาดีย์ นัมล์" หรืิอหุบเขาแห่งมด นั้นเอง
1.5 ศาสนสถานหรือมัสยิดของท่านนบีซากรียา ก็เคยถูกสร้างไว้ ในปาเลสไตน์ด้วยเช่นกัน
1.6 ท่านนบีมูซา(โมเสส)เองก็ถูกชาวอิสราเอลคะยั้นคะยอให้นำพวกเขาสู่แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ หลังจากหนีรอดพ้นจากฟาโรห์ผู้เหี้ยมโหด
ประการที่ (2).เพราะเป็นสถานศักดิ์สิทธิ์ ที่ที่ปลอดมลทิน อัลลอฮฺจึงได้เลือกสถานที่แห่งนี้ไว้กำเนิดบรรดาศาสนทูต อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่มีความมหัศจรรย์หรือมะจีซาตหลายอย่าง เช่น.....
2.1ท่านนบีอีซา(เยซู)ได้กำเนิดจากนางมัรยัมโดยปราศจากผู้เป็นสามี
2.2 ท่านนบีอีซาถูกยกให้ขึ้นไปบนฟ้าหลังจากที่ชาวอิสราเอลต้องการจะปลิดชีวิตท่าน
2.3 เมื่อครั้งท่านนบีอีซาประสูติ นางมัรยัมโดดเดี่ยวและไร้เรี่ยวแรงหลังผ่านการคลอด อัลลอฮฺจึงสั่งให้นางเขย่าต้นอินทผลัมเพื่อนางจะได้กินผลของมัน นางจะได้มีพละกำลังมากขึ้น
2.4 ท่านนบีอีซาซึ่งยังมีชีวิตอยู่ ณ ตอนนี้เมื่อใกล้วันปรโลกท่านจะถูกส่งลงมาอีกครั้ง ณ แผ่นดินแห่งนี้ เพื่อทำการสังหารดัจญาล ณ ประตูอัลลิด ประเทศปาเลสไตน์
2.5 แผ่นดินนี้จะเป็นแผ่นดินมะหซัรและมันซัร
2.6 ยะญูดและมะญูดจะกำเนิดและตาย ณ ทีแห่งนี้
2.7 ตำนานเรื่องเล่าอัลกรุอ่านของ "ซูลก้อรนัยล์" ก็เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้เช่นกัน
ประการที่ (3).อัลกุดส์คือกิบลัตแรกของมุสลิม
สำหรับท่านนบีมูฮำหมัด ท่านเคยถูกบัญชาให้ทำการละหมาดโดยหันไปทางมัสยิดอัลกุดส์ตั้งแต่ท่านอยู่ที่นครเมกกะเสียอีก ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนให้หันไปทางมัสยิดฮะรอม หลังฮิจเราะไปนครมาดิน่า จึงเรียกสถานที่ที่ท่านทำการละหมาดครั้งนั้นว่า "มัสยิดกิบลาตัยน์" หรือมัสยิด2กิบลัต ในเมืองมาดิน่าห์ปัจจุบัน
นอกจากนี้มัสยิดอัลอักศอ ยังเป็นสถานทีที่ท่านนบีมูฮำหมัดได้ขึ้นไปยังฟากฟ้า เพื่อเข้าเฝ้าอัลลอฮฺในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อย่างอิสเราะมิรอจย์
ท่านนบีมูฮำหมัดได้ทำการนำละหมาดแก่บรรดานบีทั้งหลาย ณ แผ่นดินอักศอ ก่อนการเดินทางสู่ฟากฟ้า
ครั้งหนึ่งท่านอาบูซัรได้ถามท่านนบีว่า
: ศาสนสถานใดที่ถูกสร้างเป็นที่แรก
ท่านนบี : มัสยิดฮะรอม
: แล้วหลังที่2ล่ะครับ
ท่านนบี : มัสยิดอัลอักศอ
ประการที่ 4.ในรัชสมัยของท่านอาบูบักร ในขณะโลกอาหรับได้ก่อกบฏต่อท่านหลังการจากไปของท่านนบี ในเหตุการณ์ริดดะห์ หรือกระแสนอกรีต(ที่ชาวอาหรับต่างออกจากศาสนาอิสลาม)
ในสถานการณ์แบบนี้ซอฮาบัตบางคนยังเห็นว่าควรส่งทหารไปปราบพวกนอกรีตเสียก่อน
แต่ท่านก็ไม่หวั่นไหวที่จะทำตามเจตนารมณ์ของท่านนบีที่เคยรับสั่งให้ส่งกองกำลังไปยังแผ่นดินชาม ก่อนที่ท่านจะเสียชีวิตลง บ่งบอกว่าท่านนบีและท่านอาบูบักรให้ความสำคัญกับแผ่นดินชามยิ่งนัก
แผ่นดินชามในอดีต ประกอบไปด้วย4 ประเทศในปัจจุบันคือ ปาเลสไตน์, จอร์แดน, เลบานอนและซีเรีย
ประการที่5. ยุครุ่งเรืองแห่งการพิชิตของอิสลาม ในรัชสมัยของอุมัรอัลคอตต็อบ ไม่ว่าเมืองใดจะถูกพิชิตสำเร็จแล้ว ท่านก็ไม่เคยออกจากนครมาดิน่า(เมืองหลวงของอิสลาม)สักครั้งเ เว้นแต่ครั้นเมื่อเมืองเยรูซาเล็มถูกพิชิตท่านได้ให้เกียรติไปเปิดเมืองด้วยมือของท่านเอง พร้อมทำการละหมาดในมัสยิดอัลอักศอ อีกทั้งยังออกกฏหมายคุ้มครองชาวคริสเตียนให้ได้รับอิสรภาพในการนับถือศาสนาและปฏิบัติศาสนกิจของตนได้อย่างเสรี และยังปกป้องพวกเขาจากการทารุนโดยอำนาจโรมัน ซึ่งโรมันขณะนั้นนับถือคริสต์คนละนิกายกับพวกเขา
ประการที่6. ปี ฮศ.583 ซาลาดิน หรือแม่ทัพ ซอลาฮุดดีนได้ทำการปลดปล่อย กรุงเยรูซาเล็ม จากเงื้อมมือของพวกครุเสด พร้อมให้อภัยโทษและเสรีภาพในแหล่งที่อยู่อาศัยและการประกอบศาสนกิจแก่ชาวคริสต์ ในเยรูซาเล็ม
ประการที่7. เหตุที่เรียกเยรูซาเล็มว่าอัลกุดส์ เพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่อัลกุรอ่านจะถูกประทานลงมาเสียอีก แต่เมื่อกุรอ่านถูกประทานลงจึงใช้คำว่า อัลอักศอ เพราะสถานที่นี้เป็นพื้นที่ห่างไกลจากคนอาหรับในสมัยนั้น พวกเขาจึงเรียกว่าอักศอ ซึ่งแปลว่าไกลนั่นเอง
ประการที่ 8. บรรดาซอฮาบัต หรืออัครสาวกของท่านนบีกว่า5,000คนได้สละชีพของตัวเองเพื่อปกป้องอัลอักศอ กระทั่งปัจจุบันชาวปาเลสไตน์ยังคงสืบทอดเจตนารมณ์นั้น สมแล้วที่สถานที่แห่งนี้จะถูกเรียกว่า "أر ض الشهداء" ดินแดงแห่งวีรบุรุษ อย่างแท้จริง
ประการที่ 9.มัสยิดอัลอักศอมีความสำคัญพอๆกับมัสยิดฮะรอมและมัสยิดนบี ดั่งที่อัลกุรอานได้บัญญัติว่า
"والتين والزيتون وطورسينين وهذا البلد الأمين"
التين หมายถึงแผ่นดินชาม
الزيتون หมายถึงปาเลสไตน์
البلد الأمين หมายถึง นครเมกกะ
ประการที่10. อย่างที่เรารู้ๆกันน่ะ การละหมาด1เวลา ณ มัสยิดอักศอจะได้รับผลบุญทวีคูณเป็น 500 กว่าเท่า
เท่านี้เพียงพอแล้วหรือยังที่เราจะห่วงแหนต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของผู้ที่เป็นบ่าวของอัลลอฮฺ جل وعلى
อย่าลืมพวกเขาในดูอาร์ของท่าน
#ปาเลสไตน์
#เยรูซาเล็มเมืองหลวงของปาเลสไตน์
อ้่างอิง : د. جاسم المطوع
Islamic Stories ตำนานและเรื่องเล่าทรงคุณค่าในหน้าประวัติศาสตร์อิสลาม `แปล