โรงเรียนกล่อมดินการศึกษาและกล่อมดินเนอสเซอรี่สระบุรี

โรงเรียนกล่อมดินการศึกษาและกล่อมดินเนอสเซอรี่สระบุรี เพื่อให้เด็กได้เติบโตตามธรรมชาติอย่างที่เขาเป็น

โรงเรียนและเนอสเซอรี่ รับเด็กตั้งแต่ 4เดือน -ประถมศึกษาปีที่6 ชั้นละ1ห้อง เน้นความใส่ใจใกล้ชิด ให้ความสำคัญกับความเข้าใจตนเอง การมีชีวิตที่งดงาม ใส่ใจต่อโลก ธรรมชาติและสรรพชีวิต

ผมคิดว่าปัญหาท้าทายที่สุดเรื่องหนึ่งของการศึกษาก็คือเรื่องของ “การคิด”, ก่อนนั้นผมเห็นนักเรียนแทบจะทั้งหมดเคยชินกับการคิ...
22/08/2026

ผมคิดว่าปัญหาท้าทายที่สุดเรื่องหนึ่งของการศึกษาก็คือเรื่องของ “การคิด”, ก่อนนั้นผมเห็นนักเรียนแทบจะทั้งหมดเคยชินกับการคิดอยู่ในกรอบของ 1.ความถูก-ผิด 2.คิดเพื่อโต้ตอบต่อคำถาม(คำสั่ง)ของครู 3.คิดโดยปราศจากแรงจูงใจที่ต้องการค้นหาคำตอบ 4.ไม่สามารถตระหนักถึงความสำคัญของคำถามซึ่งมีความสำคัญกับชีวิตตนเอง 5.คิดตามความเคยชินกับการที่มีคนอื่นคอยคิดให้หรือมีคำตอบสำเร็จรูปให้อยู่แล้ว
เหล่านี้ทำให้ผมตั้งคำถามกับพวกเขาว่า พวกเขาจะสามารถคิดด้วยหัวใจ คิดด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี คิดด้วยชีวิตชีวาของตนเองได้หรือไม่ ไม่ใช่การคิดตามความเคยชินตามรายวิชาในคาบเรียน หรือคิดไปตามระบบที่อำนาจนิยมออกแบบมาให้ มันชัดเจนว่าภารกิจทางการศึกษาซึ่งเราสร้างสมตั้งแต่ระดับอนุบาล มันจะถูกท้าทายพิสูจน์ในระดับประถมศึกษานี้ คำถามสำคัญคือเมื่อรากและต้นแข็งแรงแล้วเราจะทำให้มันผลิดอกออกผลอย่างไร? ชัดเจนว่าการเรียนการสอนตามระบบที่เน้นให้เด็กคิดบนพื้นฐานของการชักจูง ความกดดัน และการบีบอัดให้ความคิดตอบสนองต่อคะแนน รางวัล และความกลัวในเรื่องที่เกี่ยวกับสถานะทางสังคม เหล่านี้กำลังสร้างความคิดให้แข็งทื่อ ตายตัว และอัปลักษณ์น่ากลัว
จึงต้องเริ่มสร้างความคิดออกมาจากเงื่อนไขทั้งหมดนี้ เริ่มสร้างฐานคิดที่ผู้คิดมีส่วนร่วมในการสร้างมัน ไม่ใช่ความคิดที่พลัดหลงมาจากการบังคับของผู้อื่น ต้องมองหาโอกาสและความเป็นไปได้ว่าเด็กแต่ละคนจะเริ่มต้นมันจากจุดใด เรื่องใด ถ้ายังค้นหาไม่เจอก็เพียงแต่ปกป้องเขาไม่ให้มีสภาพเป็นดั่งเครื่องจักรชำรุด รางวัลวิชาการดีเด่นไม่ได้เป็นสิ่งรับประกันว่าพวกเขาจะไม่พังลง มันอาจบ่งบอกว่าเขามีทักษะบางอย่างสูงส่ง แต่มันไม่ได้หมายถึงว่าเขามีศักยภาพที่จะคิด
ถ้าลูกเรามีทักษะบางอย่างที่เป็นพรสวรรค์แต่หากขากศักยภาพที่จะคิด เขาอาจจะจับคว้าบางอย่างได้ในการเริ่มต้นของชีวิต และเราก็คิดไปไกลตามความเคยชินว่าในอนาคตเขาจะรุ่งเรืองสว่างไสว แต่ความเป็นจริงเมื่อขาดศักยภาพที่จะคิดมันย่อมตอบแต่เริ่มต้นแล้วว่ามันคือความล้มเหลว หนทางการเติบโตของเขามันกลับสะสมความผิดพลาดมากขึ้นเรื่อยๆ และแสดงออกมาบนความสับสนหลงทางและทุจริต ศักยภาพที่จะคิดจึงเป็นหลักประกันในการดำเนินชีวิตในทุกขั้นตอน ผมไม่ทราบว่ามันจะถูกบั่นทอนลงไปเมื่อเขาโตขึ้นเพียงไหน แต่หากไม่มีการสร้างรากฐานให้แก่มันเลย เราก็มั่นใจได้เลยว่าเขาไม่มีหลักประกันใดเพื่อที่จะเติบโตอย่างสวยงาม เราอาจมีเงินทองที่สะสมเตรียมให้เขา มีอาชีพที่กรุยทางไว้ให้เขา แต่โดยตัวของเขาเองแล้ว มันจะกลายเป็นสิ่งที่ -ไม่มีแก่นสารอะไรเลย
(ในภาพ) การเรียนการสอนวิชาปรัชญาสนทนาระดับประถมศึกษา

ท่องอวกาศและดวงดาว 🚀🚀(สัปดาห์วิทยาศาสตร์และอวกาศ)
21/08/2026

ท่องอวกาศและดวงดาว 🚀🚀(สัปดาห์วิทยาศาสตร์และอวกาศ)

สัปดาห์วิทยาศาสตร์และอวกาศ
21/08/2026

สัปดาห์วิทยาศาสตร์และอวกาศ

ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี(ไม่ประสงค์ออกนาม) มอบหนังสือ ให้แก่ห้องสมุด the forms house โรงเรียนเรา โดยหวังให้เด็ก ๆ และบุคลากรท...
18/08/2026

ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี(ไม่ประสงค์ออกนาม) มอบหนังสือ ให้แก่ห้องสมุด the forms house โรงเรียนเรา โดยหวังให้เด็ก ๆ และบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียน ได้พัฒนาศักยภาพและเติมเต็มความเป็นมนุษย์

คาเฟ่มัทฉะกล่อมดินหลังจากที่อบรมฝึกฝนและทดลองทำ คราวนี้เด็กๆ ได้เปิดร้านคาเฟ่และได้ทำงานจริง ซึ่งมีความกดดัน และเผชิญปัญ...
17/08/2026

คาเฟ่มัทฉะกล่อมดิน
หลังจากที่อบรมฝึกฝนและทดลองทำ คราวนี้เด็กๆ ได้เปิดร้านคาเฟ่และได้ทำงานจริง ซึ่งมีความกดดัน และเผชิญปัญหาหน้างานจริง สิ่งที่เราได้เห็นก็คือความตั้งใจ ความร่วมมือ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และการระดมสมองทบทวนปัญหาและพัฒนางานในแต่ละวัน ตอนนี้ร้านค่อยๆ เป็นระบบ เด็กเริ่มรู้งานในหน้าที่ และมีทักษะเฉพาะไปตามตำแหน่งที่ตนสมัคร
สิ่งสำคัญคือการศึกษาเพื่อสร้างมายเซ็ต(วิธีคิดและทัศนคติ) ความหลงใหล และความรับผิดชอบ(ซึ่งเกินกว่าคำว่า "ในหน้าที่") ไม่ใช่เพียงสร้าง "ทักษะอาชีพ",
เราไม่ได้คาดหวังจะให้เด็กเปิดร้านประกอบอาชีพ แต่เราคาดหวังว่าเขาจะได้รับมายเซ็ตและแรงจูงใจที่ถูกต้องในการเริ่มต้นทำอะไรก็ตาม และที่สำคัญกว่านั้น ในขณะที่คนอื่นๆ ล้มลงและท้อถอย เราหวังว่าวัยเด็กที่ได้รับการศึกษาเพื่อสร้างรากฐานมายเซ็ตที่ดีนี้จะเป็นต้นทุนที่ทำให้ แม้เมื่อล้มลง เขาก็จะสามารถก้าวไปข้างหน้าได้เสมอ ไม่ว่าเรื่องอาชีพการงาน ความสัมพันธ์ หรือความมุ่งหวังใดก็ตาม
#วิชาบูรณาการศึกษาเพื่อพื้นฐานอาชีพ -วิชาลับกล่อมดิน

13/08/2026

บทเพลง คำมั่นสัญญา(จากบทประพันธ์ของสุนทรภู่)
ขับร้อง: นักเรียนชั้นประถมศึกษา
เปียโน: เด็กหญิงอัชชิรา ณ ลำพูน
วาทยากร: เด็กหญิงรักคุณ รอดประทับ

13/08/2026

นิทานเรื่อง หมวกวิเศษของแม่มดใจดี
ผู้แต่ง: นักเรียนชั้นประถมศึกษา
ผู้พากษ์เสียง: เด็กชายภูมิพัฒน์ ชาวงษ์, เด็กหญิงเอริชา ณ ลำพูน, เด็กชายภูผา ศรีทอง

11/08/2026

ในเวลาแบบนี้ขอมอบบทเพลงนี้ให้แก่โลกของเราครับ😌
บทเพลง โลกใบเล็ก, เมล็ดเล็กๆ
ขับร้อง น้องอนุบาล2และ3
เปียโน เด็กชายอาชวิน ใต้อุดม

การศึกษาและโรงเรียนคืออะไร?โรงเรียนต้องเป็นมากกว่าพื้นที่ปลอดภัย, คำว่า “บ้านหลังที่สอง” นั้นไม่เกินจริง  แต่ต้องไม่ใช่เ...
08/08/2026

การศึกษาและโรงเรียนคืออะไร?
โรงเรียนต้องเป็นมากกว่าพื้นที่ปลอดภัย, คำว่า “บ้านหลังที่สอง” นั้นไม่เกินจริง แต่ต้องไม่ใช่เพียงแค่พูด สร้างภาพ หรือเป็นเรื่องของ “ธุรกิจ”, อันดับแรกต้องมีเด็กจำนวนน้อย เพื่อให้มีความใส่ใจทั่วถึง และเพื่อทำให้การสร้างความสัมพันธ์ที่ยกระดับทั้งครูและนักเรียนเป็นไปได้, ต่อมาจึงให้ความสำคัญว่า “ความสัมพันธ์ที่ดี” นี้แท้จริงคืออะไร ไม่ใช่เพียงบอกว่าต้องรักต้องใส่ใจ การพูดนั้นแม้แต่ครูที่หยาบที่สุดก็พูดได้ ซ้ำยังหลงคิดว่าตนเองเป็นครูที่ดีจากคำพูดเหล่านี้ด้วย มีโรงเรียนมากมายทั่วประเทศที่ให้นักเรียนเรียนเรื่องการไม่ทุจริต เรียนเรื่องความไม่รุนแรง เรียนเรื่องการไม่ใช้อำนาจข่มขู่ แต่โดยตัวของโรงเรียนเองนั้นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งทั้งหมดนี้ เรื่องนี้เรารับรู้กันโดยทั่วไป แต่เราส่วนใหญ่ก็ยังเอาลูกหลานไปเรียนในที่แบบนั้นโดยคิดว่าจะทำให้เด็กเป็นคนดี มีวินัย และเป็นคนเก่ง -ทั้งที่ลึกๆแล้ว ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้สนใจเรื่องความดี ความงาม การเป็นมนุษย์ที่ซื่อตรงและเปี่ยมด้วยวุฒิภาวะอะไรเหล่านี้เลย
การศึกษาต้องสร้างสมจากจุดเล็กๆ ในคนๆ หนึ่งและขยับขยายออกมาเป็นพื้นที่สาธารณะ เพื่อที่จะสร้างกิจกรรมการเรียนรู้ ที่เต็มไปด้วยความสร้างสรรค์ มีความจีรัง มีแรงขับเคลื่อนที่ซื่อตรงไม่คดงอ และจับต้องได้, โรงเรียนต้องมีความหมายมากกว่าพื้นที่ให้ความรู้เพื่อสร้างอาชีพและสร้างวินัยหยาบๆ, แต่ต้องเป็นจุดเริ่มต้น เป็นดินเพาะเมล็ดที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในระดับลึกสุด นั่นคือในระดับจิตสำนึกของมนุษย์คนหนึ่ง -ต้องก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่เป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรม โรงเรียนที่แท้จึงไม่ใช่เครื่องมือผลิตอุปกรณ์ที่จะมาขับเคลื่อนสังคมแบบใดก็ได้, คุณต้องทำให้เด็กมีสติปัญญา มีความจรรโลงสร้างสรรค์ เต็มเปี่ยมด้วยแรงกำลังที่จะใคร่ครวญและลงมือทำในสิ่งที่มีคุณค่าและมีความจริง
การศึกษาจึงไม่ใช่เรื่องที่เราเอาไปใส่เด็ก แต่เป็นเรื่องของเราโดยตรง สังคมไม่ได้เป็นสิ่งที่อยู่ในตำรา ในทฤษฎี หรือในความฝัน มันอยู่ในตัวของเรา ในกิจกรรมทั้งหมดที่เราใช้จ่ายออกไปในชีวิตประจำวัน การศึกษาก็คือการกลับเข้าไปสู่การศึกษาเรื่องชีวิตในแต่ละวันของเรานี้ ซึ่งกินความลึกซึ้งตั้งแต่จิตสำนึกของเราไปจนถึงโครงสร้างทางสังคม, สังคมไม่ได้ดำรงอยู่ในฐานะที่เราต้องสืบทอดมัน แต่ในฐานะที่เราเป็นส่วนในนั้น การเปลี่ยนแปลงของเราจึงมีผลต่อสังคม ไม่ใช่เพียงเพราะว่าเราได้สร้างบางสิ่งขึ้นมาในโลก แต่ตัวการเปลี่ยนแปลงภายในของเรานี้เองที่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
แต่จะเป็นเช่นนั้นได้เราต้องตระหนักร่วมกันว่าสิ่งแวดล้อมมีผลต่อพัฒนาการของเด็กอย่างลึกซึ้ง, การสร้างพัฒนาการของเด็กจึงเป็นสิ่งที่ยากเย็นแสนเข็ญมากไปกว่าเรื่องการพัฒนาทักษะวิชาการหลายเท่า พัฒนาการของเด็กจำต้องสร้างสมมาจากพ่อแม่ คุณครู และอิทธิพลอื่นๆ ภายนอก ซึ่งตระหนักและเห็นพ้องที่จะทำการศึกษาภายในตัวของพวกเขา -ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้หมายถึงเรื่องของการฝึกสมาธิหรือเป็นเรื่องทางใจไปเสียหมด แต่ยังรวมถึงการเข้าไปศึกษาความสัมพันธ์ทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับชีวิต คำว่าสมาธิที่แท้จริงจึงไม่ใช่สมาธิอยู่กับตัวเองหรืออยู่กับความปรารถนาที่จะบรรลุภายในจิตใจของตนเอง แต่เป็นการทรงคุณภาพของความใส่ใจเอาไว้ในฐานะที่ “ฉัน” คือบุคคลอันเป็นส่วนของทั้งหมด ทั้งภายนอกและภายใน, การจะทรงไว้ซึ่งคุณภาพเช่นนี้ได้บ่งบอกถึงความรักในตัวของมันเอง
พื้นที่การศึกษาไม่ว่าที่โรงเรียนที่บ้านหรือที่ใดๆ จึงต้องมีความจริงใจ มีความซื่อสัตย์ และมีความแรงกล้าที่จะปฏิเสธสิ่งที่บั่นทอนเด็กๆ มันจึงต้องมีการเผชิญหน้าท้าทาย และมีความรับผิดชอบ เช่น ท้าทายต่อค่านิยม กระแสทางวัฒนธรรม และอำนาจเชิงสถาบันหรืออื่นๆ, ถ้าโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่ผิด ทั้งวัฒนธรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งค่านิยมที่เกี่ยวกับการแข่งขัน แบ่งแยก และความรุนแรงทุกรูปแบบที่สะสมอยู่ในกิจกรรมพวกนี้ การสร้างสมพัฒนาการให้เด็กก็จะเป็นเพียงแค่คำพูด แบบประเมินติ๊กถูกผิด การสร้างภาพลักษณ์ เช่น ภาพลักษณ์ของการเป็นคนดี ภาพลักษณ์ของการเป็นคนที่มีธรรมะระดับสูง ภาพลักษณ์ของการเป็นคนมีอุดมการณ์ หรืออื่นๆ, หากแต่มันจะไม่นำทางทั้งพ่อแม่ ครู และเด็ก ไปพบกับความสัมพันธ์ที่ก่อตัวขึ้นจากความรักและสติปัญญาได้จริงๆ
โรงเรียนเป็นทั้งส่วนหนึ่งของสังคมเพราะมันเป็นพื้นที่ๆ รวบรวมไว้ด้วยคนจำนวนหนึ่ง ซึ่งล้วนมีความรู้สึกนึกคิดไปตามอิทธิพลทางสังคม, และโรงเรียนก็เป็นทั้งเสาหลักที่ปักลงในเนื้อดินที่สังคมลงไปไม่ถึง เพื่อที่จะมีคุณภาพในการตรวจสอบ พิจารณา ปฏิเสธ เพื่อที่จะมีความรักและเปลี่ยนแปลงโคลนตม,
เมื่อเราเห็นว่าพัฒนาการเป็นสิ่งสำคัญ กิจกรรมของโรงเรียนจึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างสมพัฒนาการนี้ เมื่อเราตระหนักว่าการบากบั่นที่จะเข้าใจชีวิตทั้งของครูและเด็ก การติดตามเด็กไปทั้งที่บ้านและเมื่อพวกเขาเติบโตขึ้นไปสู่ระดับชั้นอื่น ความร่วมมือประสานกันภายใต้ความรับผิดชอบที่ครูทุกคนมีต่อเด็กๆ ทั้งหมด และในส่วนของการบริหารที่จะคอยย้ำเตือนและสร้างระเบียบการจัดการที่สอดคล้องไปกับพัฒนการของเด็ก โดยประกันไม่ให้คุณภาพนี้เสื่อมลงไปตามอิทธิพลทางธุรกิจ การเมือง และกระแสสังคม -จะเห็นว่าหากเรายืนยันว่าหน้าที่รับผิดชอบของครูคือเด็กทั้งโรงเรียน(แม้ในทางปฏิบัติจะมีการแบ่งแยกไปตามชั้นเรียน) ไม่มีเด็กของใครทั้งสิ้น ประกอบกับวัฒนธรรมโรงเรียนที่สร้างสมให้ผู้ปกครองทุกคนมีส่วนรับผิดชอบเด็กทุกคนในฐานะที่เป็นเสมือนลูกหลาน ไม่ใช่แบ่งแยกมาจากบ้านใครบ้านมัน, ความตระหนักในพื้นฐานเหล่านี้ไม่ได้เป็นเรื่องของนโยบายการจัดการ แต่เป็นเรื่องของการศึกษาที่เล็งเห็นความเกี่ยวข้องสัมพันธ์ทั้งหมดในขอบเขตที่บุคคลคนหนึ่งจะสามารถและพัฒนาความสามารถที่จะรับผิดชอบได้
ในระดับปฐมวัยควรเอาเวลาทั้งหมดที่มีไปสนอกสนใจเด็กๆ นั่งล้อมเป็นวงกลมไถ่ถามความเป็นอยู่ของพวกเขา ใครถูกแกล้งไหม? พ่อแม่ทะเลาะกันไหม? คุณครูดุเกินไปไหม? เหงาและเบื่อหน่ายไหม? ถ้ามีการใส่ใจจริงคำถามเหล่านี้จะไม่ใช่เพียงคำพูด เมื่อมีกิจกรรมที่งอกขึ้นมาจากเนื้อดินของความใส่ใจนี้ เด็กๆ จะได้รับความอบอุ่นปลอดภัย และกระตุ้นการสื่อสารที่สารภาพความรู้สึกทุกอย่างออกมา ความสามารถที่จะพูดและรับฟังไม่ใช่เพียงเรื่องของการสื่อสารและทักษะทางภาษา แต่มันเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์และความรัก ซึ่งปูทางไปสู่พัฒนาการวัยเด็กทุกสาแหรก และสร้างฐานมั่นในการสงสัยใคร่ครวญในสิ่งที่กระทบใจอย่างลึกซึ้ง -มันเป็นต้นน้ำของสติปัญญา
แน่นอนว่าการเล่นเป็นสิ่งสำคัญของเด็ก หากแต่ต้องเป็นพื้นที่การเล่นที่สร้างสรรค์ คุณปล่อยให้เด็กเข้าสู่สังคมเพื่อนของพวกเขา ในขณะเดียวกันเด็กก็ตระหนักว่าพื้นที่การเล่นนี้เป็นเสมือน “ความเข้าใจและความเชื่อใจ” ของพ่อแม่ที่จะปล่อยให้พวกเขามีอิสระเสรีอยู่ในอ้อมกอดของคุณ, ควรมีการจัดตารางการเล่นให้ตรงกับการโคจรของพระอาทิตย์ คือควรมีการเล่นที่แจ้งในตอนเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ทั้งครูและเด็กจะได้เตรียมตัว และมีสมาธิรวบรวมการสอนต่อจากนี้ไปจนถึงบ่าย ให้เวลาเด็กอยู่กับธรรมชาติเพื่อตอบสนองโลกทัศน์ทางปรัชญาของพวกเขา ต่อจากนั้นสร้างกิจกรรมการพูดคุยสนทนาตามที่กล่าว และสอดแทรกทักษะชีวิตต่างๆ ไปในชีวิตประจำวัน, สิ่งสำคัญคือมีเด็กจำนวนน้อย และครูสามารถลงรายละเอียดไปสู่เด็กแต่ละคนได้ การสอนจึงไม่ใช่รูปแบบเอนกประสงค์ที่มีรูปแบบเดียวครอบคลุมเด็กทั้งชั้น แต่ต้องมีการปรับการสอนให้เข้ากับธรรมชาติของเด็กแต่ละคน ซึ่งนี่เป็นสิ่งที่ยากมาก ในส่วนของบริหารจึงต้องให้เวลา ให้กำลังใจ และให้พื้นที่ในการลองผิดลองถูกและกล้าตัดสินใจแก่ครู
เมื่อเด็กกับครูมีความสัมพันธ์ “ที่เป็นจริง” จะพบว่ากลุ่มก้อนเด็กจะเคลื่อนไปในทิศทางของครูอย่างเป็นธรรมชาติ และครูก็เคลื่อนไปในทิศทางที่สัมพันธ์กับสิ่งอื่นๆ ทั้งเนื้อหาการสอน เพื่อนครู ธรรมชาติแวดล้อมและดวงอาทิตย์ ถ้าสร้างวัฏจักรลักษณะนี้ได้ครูจึงเป็นผู้นำการสอนที่สำคัญสูงสุดมาสู่เด็กๆ เอง ซึ่งไม่ใช่เนื้อหาที่สอน แต่เป็นความสัมพันธ์ที่มิเพียงระหว่างครูกับศิษย์ แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์และสิ่งแวดล้อมอันสร้างสรรค์ทั้งหมดในโรงเรียนหรือที่บ้าน, เมื่อมีความรักเล็กๆ มีความสงบพอประมาณ และมีนโยบายการศึกษาที่ครอบคลุมให้ความสำคัญทั้งครูและเด็ก สิ่งที่เริ่มก่อตัวเหล่านี้จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในความสัมพันธ์มนุษย์ มันแสดงออกในน้ำเสียง ท่าที แววตาที่มีให้กัน มันแสดงออกในกิจกรรม การจัดระเบียบ และประสบการณ์การสอนที่ม้วนเกลียวอย่างแข็งแรงไปสู่ทิศทางที่เป็นจริงเป็นจังและจับต้องได้
โรงเรียนทุกวันนี้คืออะไร? พวกเรากำลังสร้างมนุษย์ในแบบใดขึ้น? จริงๆ เรารู้อยู่แล้วว่าโรงเรียนส่วนใหญ่ไม่สามารถใส่ใจลูกหลานของเราได้ดี แต่เราแกล้งไม่รู้และผลักดันไสส่งพวกเขาไป พอเกิดปัญหาเราก็บอกว่าครูต้องใส่ใจต้องมีความรัก ต้องเป็น “แม่พิมพ์” -โรงเรียนต้องดูและและรับผิดชอบให้ดีกว่านี้? ยกตัวอย่างเช่น ไม่ต้องเป็นนักการศึกษาหรือจบสูง ก็สามารถประเมินด้วยตาเปล่าได้ว่า ในชั้นเรียนหนึ่งมีเด็กเล็ก30คน และมีครู1-2คน มันย่อมเป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์หนึ่งหรือสองคนนี้จะเริ่มต้นการเป็น “ครู” ได้จริงๆ, ต่อให้ทางโรงเรียนไม่มีภาระอื่นๆ และให้เวลาทั้งหมดเพื่อให้ครูดูแลเด็กให้ดีก็ตาม,
การเป็นครูนั้นไม่ได้เหนื่อยแสนเข็ญ หรือต้องอดหลับอดนอนเหมือนอาชีพหมอ ผู้ใช้แรงงาน หรือนักบัญชี, หากแต่สิ่งที่ยากแสนเข็ญและเราฝากความหวังล้นเกินไว้กับครูก็คือ การที่ต้องมีความใส่ใจต่อเด็กทุกคน การทำงานแบบนี้ไม่ใช่เพียงแค่ใช้ร่างกายหรือสมอง (ลองนึกภาพว่าคุณจะต้องอยู่กับเด็กแสนซน ดื้อ และเอาแต่ใจทั้งวัน โดยที่ต้องแบกความหวังของสังคมว่าพวกเขาจะต้องเป็นผู้ใหญ่ที่ดีไปพร้อมกัน) มันเป็นงานที่มนุษย์คนหนึ่งต้องรักษาความประณีตปกติของจิตใจในภาวะที่กดดันทุกวัน ไม่ใช่เพียงเพื่อที่จะบริการลูกค้าแบบงานบริการทั่วไป แต่เป็นงานที่ต้องเกื้อกูลให้เด็กคนหนึ่งหรือสามสิบคน หรืออย่างน้อยก็ตัวของครูเอง เติบโตอย่างไร้ร่องรอยฟกช้ำ ในสังคมที่เต็มไปด้วยความล่อแหลมและอันตรายอันล้ำลึกนี้ -มันไม่ใช่เพียงแค่การปกป้องเด็ก(ซึ่งตัวมันก็หนักหนาแล้ว) แต่มันยังเป็นการศึกษาเพื่อที่จะสร้างสรรค์ และเปลี่ยนแปลง ในสิ่งที่มืดดำที่สุด ให้กลับกลายมาเป็นสีขาว (ไม่ใช่แค่เพียงสีเทา)

สัมภาษณ์งานคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานร้านกล่อมดินมัทฉะ และบรรยากาศการประชุมหลังจากทดลองเปิดขายวันแรก #กล่อมดินมัทฉะ
06/08/2026

สัมภาษณ์งานคัดเลือกบุคลากรเข้าทำงานร้านกล่อมดินมัทฉะ และบรรยากาศการประชุมหลังจากทดลองเปิดขายวันแรก
#กล่อมดินมัทฉะ

ที่อยู่

โรงเรียนกล่อมดินการศึกษา 259/22 ถนนเทศบาล 4
Mueang Saraburi District
18000

เวลาทำการ

จันทร์ 07:30 - 16:30
อังคาร 07:30 - 16:30
พุธ 07:30 - 16:30
พฤหัสบดี 07:00 - 16:30
ศุกร์ 07:30 - 16:30

เบอร์โทรศัพท์

+66659380616

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรงเรียนกล่อมดินการศึกษาและกล่อมดินเนอสเซอรี่สระบุรีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท