SciTech Teaching Community SATTC

SciTech Teaching Community SATTC ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก SciTech Teaching Community SATTC, การศึกษา, คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, Muang Patani.

The 2nd SEA-STEM INTERNATIONAL CONFERENCEConference is being held online24-25 November 2021Conference organizer and host...
03/08/2021

The 2nd SEA-STEM INTERNATIONAL CONFERENCE
Conference is being held online
24-25 November 2021
Conference organizer and host institution
His Royal Highness Prince Khalifa Bin Salman Al Khalifa PSU STEM Center,
Prince of Songkla University, Thailand
Website : https://stem.psu.ac.th
Publication
Accepted papers will be published in the Proceedings of the 2021 2nd SEA-STEM International Conference (SEA-STEM) and will be submitted for inclusion in the IEEE Xplore (Conference Record #53614 ISBN: 978-1-6654-1680-1) and indexed by Scopus
Contact
Ms. Chongchit Ratyot
International Affairs Officer, PSU
Tel : +66 81 598 8871, +66 7428 2253
E-mail : [email protected]
Website : https://stem.psu.ac.th

The 2nd SEA-STEM INTERNATIONAL CONFERENCE 24-25 November 2021 Conference organizer and host institutionHis Royal Highness Prince Khalifa Bin Salman Al Khalifa PSU STEM Center,Prince of Songkla University, Thailand (https://www.psu.ac.th/) Conference Co-sponsors and Other Supporting Institutions The....

20/12/2016

อีกหัวข้อที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือ An Evidence based Framework-How can we engage students to develop generic competencies โดย Assoc,Prof.Dr. Celilia จาก U of Hong Kong

หลายๆ ครั้งบัณฑิตได้งาน แต่ไม่ผ่านการทดลองงาน เนื่องจากสาเหตุสำคัญ คือ ขาดทักษะในการทำงาน ไม่ใช่เพราะทักษะวิชาการหรือวิชาชีพ ดังนั้น การพัฒนาสมรรถนะสากล (Generic skill) จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ความท้าทายของการพัฒนาทักษะสากลคืะ
1. การรับรู้ของนักศึกษา หลายครั้งนักศึกษาเห็นว่าไม่สำคัญ ให้ความสำคัญกับวิชาการมากกว่า
2. การรับรู้ของผู้สอน
3. ไม่รู้ หรือ ไม่สนใจในเรื่อง ผลการเรียนรู้ทางด้านสมรรถนะสากล
4. กำหนดกิจกรรม และการวัดผลการเรียนรู้ไม่ถูกต้อง
5. ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน เหมือน วิชาการ
6. ไม่ได้สนใจทัศนคติ หรือประสบการณ์ที่มีมาก่อนของนักศึกษา
7. ผู้สอนขาดทักษะในการสอนสมรรถนะสากล
Approaches to Holistic competence แสดงดังแผนภาพ

ลักษณา

20/12/2016

ช่วงบ่ายเป็น workshop 6 เรื่อง ทุกเรื่องน่าสนใจหมด น่าเสียดายที่จะต้องเลือกเพียงหนึ่ง ตัวเอง เลือกหัวข้อ "Team based learning-TBL" วิทยากร โดย รศ.อานุภาพ

ได้เรียนเรียนเทคนิคการจัดการเรียนแบบ Active learning อีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน รายละเอียดหากท่านสนใจ ติดตามได้จาก เวบของงาน ส่งเสริมการเรียนรู้ ม.สงขลานครินทร์
ได้ทาบทามอาจารย์ให้มาบรรยายที่คณะฯ ไว้ด้วยค่ะ หากท่านใดสนใจก็มาร่วมนะคะ

สรุปลักษณะของ TBL คือ หลักการเดียวกับ ห้องเรียนกลับทาง (Flipped classroom} คือ จะให้มอบหมายให้นักศึกษาไปศึกษาเองนอกห้องเรียน โดยผู้สอนกำหนดเนื้อหาให้ และกลับมาในห้องจะเป็นการทดสอบความรู้รายบุคคล (เป็นข้อสอบตัวเลือก) จากนั้นให้นักศึกษาจับกลุ่ม 5-7 คน ทำข้อสอบอีกครั้งและให้ถกกันเพื่อหาคำตอบของกลุ่ม ในกระบวนนี้จะทำให้นักศึกษาได้แสดงความเห็น ตื่นตัว และแบ่งปันความรู้กัน หากมีข้อสงสัย อาจารย์ก็ให้ความกระจ่าง ข้อดีของวิธีการนี้ คือ สามารถใช้กับนักศึกษา class ใหญ่ๆ ได้ แต่ข้อจำกัดคือ ไม่สามารถทำในทุกหัวข้อในรายวิชา หรือทำมากๆ ได้ เพราะ burden จะเกิดขึ้นกับนักศึกษามาก ทำให้การเรียนไม่สัมฤทธิผล

สำหรับ workshop อื่นๆ ท่านใดได้เข้าร่วม ช่วยแชร์ด้วยนะคะ

ลักษณา

20/12/2016

หัวข้อที่สอง เรื่อง Instructional Design for Entrepreneur โดยเป็นการเสวนาของวิทยากรผู้มากความรู้ 3 ท่าน คือ คุณภัทราวดี (ครูเล็ก) ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล คุณณรงค์เวทย์ วจนพานิช

ผู้ดำเนินการเสวนา เปิดประเด็นด้วย คำถาม "ผู้ที่จะเป็นผู้ประกอบการควรมีลักษณะอย่างไร" วิทยากรมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน พอสรุปได้ว่า การเป็นผู้ประการที่ดีจะต้อง คิดบวก มองโลกกว้าง (หาข้อมูล คิดวิเคราะห์) ไม่กลัว มีความเพียรเป็นเลิศ มีความรู้ มีทักษะคณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์-ทักษะการอ่านเป็นฐาน สำหรับในโลกปัจจุบัน ทักษะภาษาอังกฤษจำเป็นมากสำหรับการสืบค้นข้อมูลอย่างรอบด้านเพื่อการตัดสินใจ

ในตอนแรกที่เห็นหัวข้อ ตัวเองยังคิดว่าน่าจะได้เทคนิคของการออกแบบหลักสูตรเพื่อสร้างผู้ประกอบการ แต่ไปๆมาๆ ข้อสรุปที่ได้จากวิทยากร น่าสนใจมาก คือ ในการทำหลักสูตร ต้องตอบสนองกับลักษณะอาชีพของนักศึกษาในอนาคต ซึ่งนักศึกษาทุกคนไม่ได้มีจริตที่เป็นผู้ประกอบการได้ทุกคน หากจำแนกลักษณะงานของคนทำงาน จะเป็นได้ 4 แบบ คือ 1) Employee 2)Professional 3) Investor 4) Entrepreneur ซึ่งงานแต่ละแบบก็ต้องการคนที่มีจริตไม่เหมือนกัน ดังนั้นในการพัฒนานักศึกษา ในจุดแรก เราควรจะจำแนกนักศึกษาให้ได้ว่าเขามีจริต หรือ passion ในแบบใด หน้าที่ของหลักสูตร ก็ควรจะออกแบบให้หลากหลายและตอบสนองนักศึกษาได้ โดยไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแบบใดแบบหนึ่ง เช่น ให้เป็น Entrepreneur แบบเดียว ซึ่งข้อสรุปนี้ ไปสนับสนุนหลักคิดการการสร้างหลักสูตรที่จะต้องตอบสนองต่อความต้องการของ stakeholder... ศ.วิทวัส ได้ปรารภถึงการทำหลักสูตรในแบบดั้งเดิม (และเป็นแบบที่พวกเราทำกันด้วย) คือ เริ่มจากการไปดูหลักสูตรดีๆ ของมหาวิทยาลัยดังๆ แล้วใช้วิธีการที่วิทยากรเรียกว่า "Copy and development" โดยไม่เคยถามเลยว่าเนื้อหาวิชาในหลักสูตรตอบสนองใคร ตรงไหน อย่างไร ผลที่เกิดขึ้นต่อสังคม คือ...... แรงงานที่ตลาดต้องการ ไม่มี แต่ที่มีอยู่กลับไม่ Fit

**ความเห็นส่วนตัว** นี่หรือเปล่าเป็นคำอธิบายว่า ทำไม บัณฑิตไทย ตกงานเยอะ... ถึงเวลาที่เราจะมาทบทวน กระบวนการจัดทำ/ปรับปรุงหลักสูตร ของเราใหม่แล้วยัง ให้เนื้อหาหลักสูตรตอบสนองสังคมอย่างแท้จริง... ตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรมว่าเราได้ปรับเปลี่ยนกระบวนการคิดในการทำหลักสูตร คือ จำนวนหน่วยกิตรวม หากยังเป็น 140-150 ก็ไม่ต้องพูดอะไรกันเลยค่ะ ยังไปไม่ถึง

ลักษณา

20/12/2016

ขอสรุปสาระการประชุม 5th PSU Education Conference ที่น่าสนใจ

หัวข้อแรกเริ่มด้วย Education for Autonomous Learner โดย ดร.มีชัย วีระไวทยะ
ท่านมีปรัชญาในการจัดการศึกษาของท่าน (โรงเรียนมีชัยพัฒนา) คือ ไม่ต้องการสร้างคนเก่ง แต่สร้างคนดี บริหารจัดการเป็นไม่ย่อท้อ ในการจัดการศึกษา เน้นทักษะชีวิตและทักษะอาชีพ ควบคู่ไปกับหลักสูตรแกนกลาง โดยท่านมีเป้าหมาย ให้โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนทุกคนในชุมชน และเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและรายได้ ในกระบวนการจัดการเรียนการสอนนั้นให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง ทั้งในด้านการบริหารจัดการ นักเรียนได้เรียนรู้และพัฒนาต่างๆ ผ่านการปฏิบัติจริงๆ ในทุกเรื่อง (ไม่ใช่การสอนแบบเดิมๆ ที่เราเห็นกันทั่วไป คือ เน้นการบรรยาย) และที่สำคัญให้ภาคเอกชน เข้ามามีส่วนในการสนับสนุน ด้วยปรัชญาแบบนี้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น นักเรียนสามารถทำกิจกรรมเพื่อสร้างรายได้ และยังมีทักษะ ความรู้ สามารถถ่ายทอดให้กับผู้ใหญ่ ชุมชนได้ อย่างน่าชื่นชม

จากกรณีศึกษา ของโรงเรียนมีชัยพัฒนาที่ท่านได้นำมาเสนอนี้ ชี้ให้เราได้เห็นถึง ประสิทธิผล ของการออกแบบการเรียนการสอน ที่ตอบสนองต่อเป้าหมายที่เราต้องการจะได้ และที่สำคัญ การจัดการเรียนการสอนที่ให้ผู้เรียนได้คิด ได้ทำจริง จะเป็นวิธีที่สามรถพัฒนาผู้เรียนให้ทำเป็น ทำได้ และมีปัญญาอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นเป้าหมายของการศึกษามิใช่หรือ (เป้าหมายของการศึกษา คงไม่ใช่ ความรู้ (knowledge) แต่น่าจะเป็น ปัญญา (wisdom) มากกว่า)

20/12/2016

ผ่านมา 1ปี หลังจากที่ได้สร้างเพจนี้ขึ้นมา โดยมีความตั้งใจว่าจะใช้เป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการเรียนการสอนของคณาจารย์ในคณะ วทท. ของเรา เพจนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ได้เข้าร่วมประชุมวิชาการ 4th PSU Education Conference

จนกระทั่งวันนี้ ได้เข้าร่วมประชุม 5th PSU Education Conference อีกครั้ง ยังรู้สึกว่าไม่ผิดหวังที่ตัดสินใจเข้าร่วมประชุมนี้ ปีหน้าหากมีโอกาสก็คงจะเข้าร่วมประชุมอีก ยังคิดว่า อยากไปร่วมเสนอผลงานด้วย...จะพยายาม

ในยุคนี้ ที่มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญกับการเรียนการสอนมากขึ้น มีระบบ AUN-QA มาใช้ในการบริหารหลักสูตร มีการกำหนดให้มี Active learning ร้อยละ 50 ของรายวิชา ให้มี WIL ให้มี สหกิจ คงทำให้เราเลี่ยงที่จะไม่สนใจที่จะเรียนรู้เรื่องพวกนี้ไม่ได้อีกแล้วนะคะ ฉะนั้นเชิญชวนท่านมาร่วมกันใช้พื้นที่ในเพจนี้เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และพัฒนาพวกเรากันเองในเรื่องนี้กันเถอะค่ะ ใครมีอะไรดีก็มาแชร์กันที่นี นะคะ

24/12/2015

ท่านเคยตระหนักรู้หรือไม่ว่า อาชีพ"อาจารย์ของเรานี้ หากกระทำไปด้วยกุศลกรรม ก็นับเป็นอาชีพที่ทำกุศลได้ทุกวัน และหากทำไปด้วยอกุศลกรรมแล้ว มันสร้างความหายนะมากเท่าไหร่" ท่านรู้หรือไม่

ท่านผู้รู้ได้กล่าวไว้ว่า....
อาชีพแพทย์ หากทำผิดพลาด 1 ครั้ง ก็ทำให้คนเดือดร้อนเพียงแค่ 1 คน
อาชีพวิศวกร หากทำผิดพลาด 1 ครั้ง ก็ทำให้คนเดือดร้อนแค่ ทั้งตึก
แต่ อาชีพครูล่ะ หากทำผิดพลาด 1 ครั้ง อาจจะทำให้เดือดร้อนทั้งชาติ (ไม่แน่อาจจะไปถึงชาติหน้าด้วยก็ไม่รู้)

ดังนั้น เราควรจะใส่ใจ กับวัตรปฏิบัติของเราในความเป็นครู ให้มากๆ ใช่หรือไม่.. ลองคิดดู

24/12/2015

ยุคนี้ กระแสเรื่องการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 มาแรงมาก เราจะไม่สนใจคงจะไม่ได้ ในความเข้าใจของตนเอง (ซึ่งยังน้อยนิด) โดยหลักแล้ว คิดก็คงเป็นเรื่องการเรียนรู้แบบ active learning ซึ่งเราก็ได้พูดเรื่องนี้กันมานานแล้ว เพียงแต่ว่า เรายังไม่สามารถเข้าถึงวิธีการ/เทคนิคที่ทำให้ผู้เรียนเป็น active learner ที่แท้จริงเท่านั้นเอง ดังนั้นก็อยากจะบอกทุกท่านว่า อย่าไปตื่นตระหนกกับคำว่า "การเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21" เลยค่ะ ตัวเองคิดว่ามันเป็นเรื่องของ "เหล้าเก่าในขวดใหม่" เท่านั้นเอง

สิ่งที่ตัวเองตระหนัก (แต่ไม่ตระหนก) ในตอนนี้คือ เราต้องพัฒนาทักษะการสอนของเรา ที่ให้มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็น "Active learner" อย่างแท้จริงต่างหาก

หลังจากได้มีโอกาสไปเรียนรู้ผ่านการอบรม ในหลายๆ เรื่อง เช่น

1) การออกแบบรายวิชาแบบ outcome-based ซึ่งเป็นเรื่องของการสร้าง course outline โดยเริ่มต้นจากคำถามว่า "เราต้องการจะให้ผู้เรียนทำอะไรได้ ย้้ำนะคะว่า ทำอะไรได้" การสอนในยุคนี้เราจะมุ่งเน้นให้ผู้เรียนแค่รู้ (ความรู้) ไม่พอ คงต้องไปให้ถึง ทำเป็นด้วย (คือนักศึกษามีสมรรถนะ หรือ competency) แล้วเราค่อยมากำหนดเนื้อหารายวิชา และกิจกรรมการเรียน (เน้นว่าเป็นกิจกรรมการเรียน... เราต้องเปลี่ยนบทบาทตัวเองจากผู้สอน (teaching) มาเป็น ผู้อำนวยการเรียนรู้ (facilitator) สุดท้ายก็เป็นการประเมินผล โดยเราต้องประเมินผลตามเป้าหมายที่เราต้องการให้ผู้เรียนได้ที่กำหนดไว้ตอนแรก........ ซึ่งวิธีการที่เรียนรู้มานี้ แตกต่างกับที่ตัวเองเคยทำมาตลอด 20 ปี โดยสิ้นเชิง คือ เดิม เราจะออกแบบรายวิชา โดยการเริ่มจาก ดูคำอธิบายรายวิชา และถามตัวเองว่า ฉันจะสอนอะไร (ไม่ได้ให้ความสนใจว่า ผู้เรียนจะเปลี่ยนไปอย่างไร เป็นอันดับแรก) -- แล้วก็กำหนดเนื้อหา กิจกรรม.. ก็ว่ากันไป สุดท้ายวัดผล เมื่อเรามาดูข้อสอบจะเห็นว่า ส่วนใหญ่เราถามความรู้ ไม่ค่อยได้วัดว่านักศึกษาทำอะไรได้... นักศึกษาเราก็เลยทำอะไรไม่ค่อยได้... ท่านล่ะเป็นอย่างไร??

2) effective learning outcome evaluation การอบรมครั้งนี้ได้แนวคิดสำคัญ และทำให้ตนเองตระหนักในความสำคัญของการประเมินผลมากขึ้น การประเมินผลที่ดี ควรจะเป็นไปเพื่อการพัฒนาผู้เรียน ไม่ใช่เป็นเครื่องมือในการตัดสินผุู้เรียน (ในเมื่อ ครู ไม่ใช่ ผุ้พิพากษา) --- ท่านรู้ไหมว่าที่ผ่านมาท่านได้ทำอะไรไปบ้างในการประเมินผลการเรียนของท่าน.. เขา (ผู้เชี่ยวชาญ)บอกว่า...ความผิดพลาดในการประเมินส่งผลกระทบดังนี้

- หากผู้เรียนมี "competent" แต่ท่านประเมินให้เด็ก "ตก" นั่นแปลว่า ท่านได้ทำร้ายเด็กไปคนหนึ่ง
- หากผู้เรียนไม่มี "competent" แต่ท่านประเมินให้เด็ก "ผ่าน" นั่นแปลว่า ท่านได้ทำร้ายสังคม (มากกว่า 1 คน) เพราะเด็กที่ไม่มีสรรถนะ แล้วท่านปล่อยออกไปสู่สังคม อาจจะไปสร้างความเสียหายต่อสังคมอย่างคาดไม่ถึงก็ได้

นี่คือจุดที่ทำให้ตัวเอง ได้กลับมาทบทวนวิธีการประเมินที่ผ่านมาของตนเอง .. ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เราได้ทำร้ายเด็กไปกี่คน หรือ ทำร้ายสังคมไปบ้างหรือเปล่า...ท่านล่ะเป็นอย่างไร??

ด้วยเหตุนี้ ก็เลยเป็นที่มาให้เกิดการสร้าง rubric คือ เกณฑ์ประเมินที่ชัดเจน เพื่อจะใช้เป็นมาตรฐาน และเป็นแนวทางกับผู้สอน และผู้เรียนในการพัฒนาการเรียนการสอนได้ หากท่านสนใจ rubric ก็ขอแชร์ไว้ที่นี่ค่ะ หากท่านจะใช้ เอาไปใช้ได้เลยค่ะ ไม่มีลิขสิทธ์ิ ขอเพียงว่า หากท่านใช้แล้ว มีข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงก็ช่วยแจ้งกลับมาด้วย เราจะได้นำไปพัฒนา rubric ให้ดีขึ้นค่ะ

3) หลักสูตร การวิจัยในชั้นเรียน ก็น่าสนใจ ตอนแรกก็คิดว่า เราทำวิจัยในวิชาชีพยังไม่พออีกหรือ ทำไมต้องไปทำวิจัยในชั้นเรียนด้วย มันเป็นหน้าที่ของเราด้วยหรือ??.. ใช่ค่ะ ณ ตอนนี้เราปฏิเสธที่จะไม่ทำไม่ได้แล้ว หากท่านต้องการความก้าวหน้าในวิชาชีพอาจารย์ มันถูกกำหนดไว้ว่า อาจารย์ต้องมีทักษะในวิชาชีพ + ทักษะในความเป็นครูด้วยค่ะ... (สนใจรายละเอียดเรื่องนี้ดูได้ที่ PSU-TPSF)

พูดเรื่องวิจัยในชั้นเรียน หลังจากเข้าไปอบรมแล้ว พบว่าไม่ใช่เรื่องยากค่ะ เราอย่าไปเทียบกับการวิจัยในวิชาชีพ ซึ่งเน้นทฤษฎีที่เข้มข้น และวิธีวิจัยที่ strong ไม่ถึงขนาดนั้นค่ะ ในระดับเริ่มต้น เราทำแบบ classroom action research คือ เป็นทดลองวิธีการเรียน การสอน หรือ อะไรที่เราคิดว่า มันจะช่วยพัฒนาผู้เรียนได้ แล้วเราก็ใช้มันในชั้นเรียน โดยเราต้องมีการเก็บข้อมูลก่อน และหลัง เพื่อการเปรียบเทียบ ไม่ต้องมีกลุ่มควบคุม ส่วนมากก็เป็นการเก็บข้อมูลโดยแบบสอบถาม การสนทนากลุ่ม เป็นต้น ซึ่งไม่ยากเลย เมื่อทำแล้วเราก็ document ไว้ หากเรามีการทำซ้ำในภาคเรียนถัดไป ก็จะทำให้ผล strong ขึ้น ก็นำไปเผยแพร่ได้... แค่นี้เองค่ะ

4) ได้เข้าร่วมประชุม PSU Education Conference ครั้งที่ 4 (ย้ำว่ามีมาตั้งแต่ 4 ครั้งแล้ว เราไม่เคยรู้มาก่อนเลย) ด้วยชื่อเรื่องทำให้เราเข้าใจว่า คงเป็นเรื่องของคนศึกษาศาสตร์มั้ง ไม่เกียวกับเราเท่าไหร่ .. แต่จะขอบอกท่านว่า เป็นเรื่องของท่านเลยค่ะ ในยุคนี้ท่านไม่ความพลาดการประชุมนี้อีกแล้วค่ะ ในการประชุมนี้ก็มี workshop เรื่องเกีียวกับการเรียนการสอนทีน่าสนใจ มีการนำเสนอผลงานการวิจัยในชั้นเรียน ตัวเองได้เข้าร่วม workshop เรื่อง effective teaching and learning คิดไม่ผิดเลยที่เข้าร่วมครั้งนี้ ศ.ยืน ภู่สุวรรณ เป็นวิทยากร ท่านอาจารย์ได้แนะนำการใช้ เทคโนโลยีดิจิตอลเข้ามาช่วยในการเรียนการสอน ซึ่งขอบอกว่า "มัน in trend" มากๆค่ะ เพราะสมัยนี้นักศึกษาทุกคนมี smart phone กันหมดแล้ว และนักศึกษาบางคนก็แอบเล่นในห้องเรียน ทำไมเราไม่เอามันมาให้เด็กเล่นในวิชาเราเสียเลย.. อาจารย์แนะนำ free software online มากมายที่เราจะใช้ประโยชน์ได้.... ตัวเองที่มีโทรศัพท์แบบโทรได้อย่างเดียว (คนเดียวในห้องประชุมนั้น)...ต้องทบทวนตนเองใหม่แล้วว่า ..คงถึงเวลาที่ต้องซื้อ smart phone เพื่อใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยสอนที่จะเข้าถึงผู้เรียนในยุคนี้ได้มาก แล้วล่ะ..

ก็อยากจะแชร์กับทุกท่านนะคะ ในห้องนี้ SAT-TC เพื่อให้เป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การจัดการความรู้กัน ... มันจะช่วยให้พวกเราเรียนรู้ได้เร็วขึ้น

สุดท้าย.. ขอบอกต่อ (ได้มาจากวิทยากรที่อบรมค่ะ) ว่า... ความรู้ มีวันหมดอายุ ดังนั้น เราต้องสอนให้ผู้เรียน มีทักษะการเรียนรู้ จะตอบโจทย์ปัจจุบัน และ อนาคตได้มากกว่า การสอนที่เน้น content อย่างเดียว... แล้วให้นักศึกษามาสำรอกความรู้ในห้องสอบ..

อ.ลักษณา
24/12/2558

ที่อยู่

คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
Muang Patani
94000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ SciTech Teaching Community SATTCผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท