ศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์และหอดูดาว เฉลิมพระเกียรติฯ

ศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์และหอดูดาว เฉลิมพระเกียรติฯ เปิดจันทร์-ศุกร์ เวลาราชการ ติดต่อ 054

ให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้เรื่องดาราศาสตร์ ระบบสุริยจักรวาล จัดแสดงภาพยนตร์ให้ความรู้ด้านดาราศาสตร์ ภายในประกอบด้วย อาคารจัดแสดง รูปโดมทรงกลม จัดแสดงในระบบดิจิตอล ระบบ 3 มิติที่ทันสมัยสามารถฉายดวงดาวได้ตามจริง สำหรับการแสดงการดูดวงดาวในแต่ละพื้นที่ในทุกภูมิภาคของเมืองไทยและทั่วโลก รวมถึงสามารถจัดฉายภาพยนตร์ 360 องศา หรือแบบเต็มโดมได้อีกด้วย รองรับผู้เข้าชมได้รอบละ 34 คน

18/08/2026
18/08/2026

ยินดีต้อนรับคณะโรงเรียนบ้านคัวะ ต.ไผ่โทน อ.ร้องกวาง จ.แพร่ (เช้า)

17/08/2026

ทีมนักฟิสิกส์เสนอทฤษฎีใหม่ว่า! เอกภพไม่ได้เกิดจากจุดที่เล็กเป็นอนันต์ แต่สสารยุบตัวจนกลายเป็นหลุมดำขนาดยักษ์ แล้วเกิดการเด้งกลับอยู่ภายในนั้นต่างหาก! เอกภพหนึ่งอาจให้กำเนิดอีกเอกภพหนึ่งซ้อนทับกันไปเรื่อยๆ…

เราคุ้นเคยกันดีกับทฤษฎีบอกว่าเอกภพเริ่มต้นขึ้นจากจุดเล็กๆ ที่มีความหนาแน่นเป็นอนันต์แล้วเกิดการขยายตัวครั้งใหญ่ที่เรียกว่า บิกแบง (Big Bang) แต่แบบจำลองทางฟิสิกส์ทฤษฎีล่าสุดกลับเสนอแนวคิดที่ต่างออกไป โดยมองว่าจุดเริ่มต้นของเอกภพที่เราเห็นอยู่นี้ แท้จริงแล้วอาจเป็นเพียงผลพวงจากการยุบตัวด้วยแรงโน้มถ่วงจนกลายเป็น หลุมดำ (Black hole) ขนาดยักษ์ จากนั้นจึงเกิดการเด้งกลับของสสารที่อยู่ภายในนั้นต่างหาก!

แนวคิดนี้อธิบายว่า สสารจากเอกภพในยุคก่อนหน้าได้เกิดการยุบตัวลงอย่างอิสระภายใต้แรงโน้มถ่วงมหาศาล เมื่อสสารเหล่านี้ถูกบีบอัดจนมีความหนาแน่นสูงขึ้นเรื่อยๆ แทนที่มันจะยุบตัวพังทลายลงไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นจุดที่มีความหนาแน่นเป็นอนันต์ หรือที่เรียกว่า ภาวะเอกฐาน (Singularity) ตามความเชื่อเดิม

ธรรมชาติกลับมีกลไกบางอย่างมาเบรกเอาไว้ นั่นคือ หลักการกีดกันทางควอนตัม (Quantum exclusion principle) ซึ่งเป็นกฎพื้นฐานทางฟิสิกส์ที่ห้ามไม่ให้อนุภาคชนิดเดียวกันเข้าไปอยู่ซ้อนทับในสถานะเดียวกันได้ เปรียบเสมือนการที่สสารสร้างแรงต้านทานมหาศาลเพื่อไม่ให้ถูกบีบอัดจนถึงขั้นสุดยอด

เมื่อสสารเหล่านั้นถูกบีบอัดจนถึงขีดจำกัดสูงสุด การยุบตัวจึงต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน แรงที่พยายามบีบอัดเจอกับแรงต้านจากระดับควอนตัมทำให้เกิด การเด้งกลับจากแรงโน้มถ่วง (Gravitational bounce) พลิกกลับทิศทางจากการยุบตัวกลายเป็นการขยายตัวออกอย่างรุนแรงและรวดเร็ว

ซึ่งสภาวะหลังจากการเด้งกลับนี้เองที่มีลักษณะตรงกับสภาพแวดล้อมที่ทั้งร้อนจัดและหนาแน่นสุดๆ ของเอกภพในยุคแรกเริ่มแบบพอดิบพอดี

ความน่าสนใจคือ กลไกการเด้งกลับนี้ไม่ได้อิงจากทฤษฎีที่พิสดารเลย แต่มันตั้งอยู่บนความรู้พื้นฐานอย่าง ทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป (General relativity) และ กลศาสตร์ควอนตัม (Quantum mechanics) แบบมาตรฐานที่มีอยู่แล้ว

ยิ่งไปกว่านั้น แบบจำลองนี้ยังสามารถอธิบายปรากฏการณ์สำคัญอย่าง การพองตัวของเอกภพ (Cosmic inflation) ซึ่งเป็นการขยายตัวอย่างฉับพลันในยุคแรกเริ่ม รวมถึงการขยายตัวด้วยความเร่งในยุคปัจจุบันที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงกับ พลังงานมืด (Dark energy) ได้อีกด้วย โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสมมติฐานเกี่ยวกับสนามพลังลึกลับหรือทฤษฎีฟิสิกส์ที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์

เมื่อนำแบบจำลองนี้มาคำนวณ ผลลัพธ์ที่ได้ก็แสดงให้เห็นว่าเอกภพใหม่ที่เกิดจากการเด้งกลับ จะมีโครงสร้างและคุณสมบัติในสเกลขนาดใหญ่ที่สอดคล้องกับภาพเอกภพที่เราสังเกตเห็นอยู่ในปัจจุบันทุกประการ

นั่นหมายความว่า เอกภพที่เรากำลังอาศัยและสังเกตเห็นได้ทั้งหมดในขณะนี้ อาจจะตั้งอยู่ภายในหลุมดำยักษ์ที่ถือกำเนิดขึ้นในเอกภพยุคก่อนหน้า!

แนวคิดนี้ได้เปลี่ยนมุมมองเดิมที่ว่าเอกภพมีจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์เพียงแค่ครั้งเดียว ให้กลายเป็นภาพของความต่อเนื่องที่เอกภพหนึ่งอาจให้กำเนิดอีกเอกภพหนึ่งซ้อนทับกันไปเรื่อยๆ ได้

งานวิจัยชิ้นนี้ได้รับการตีพิมพ์ในปี 2025 นำโดย เอนริเก กัซตานญากา (Enrique Gaztañaga) ซึ่งได้พิสูจน์ผ่านสมการทางคณิตศาสตร์อย่างชัดเจนว่า หากสภาวะแวดล้อมมีความเหมาะสม การยุบตัวแล้วเด้งกลับของแรงโน้มถ่วงนี้จะเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบจำลองนี้จึงถือเป็นทางเลือกใหม่ที่เรียบง่ายและเป็นธรรมชาติมากขึ้นในการอธิบายที่มาที่ไปของเอกภพ เมื่อเทียบกับทฤษฎีจักรวาลวิทยาแบบมาตรฐาน แถมยังสามารถอธิบายและเข้ากันได้ดีกับข้อมูลจากการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เรามีอยู่จริงในปัจจุบันอีกด้วย!

[แหล่งอ้างอิง]

[1] Gaztañaga, E., Kumar, K. S., Pradhan, S., & Gabler, M. "Gravitational Bounce from the Quantum Exclusion Principle." Physical Review D, 2025. DOI: 10.1103/PhysRevD.111.103537

#อวกาศ #ฟิสิกส์ #ดาราศาสตร์ #เอกภพ #หลุมดำ #บิกแบง #วิทยาศาสตร์ #ความรู้ #จักรวาล #ควอนตัม

17/08/2026

🌠 "ผีพุ่งไต้" จากความกลัวในอดีต สู่คืนขอพรใต้แสงดาว

รู้ไหม... แสงสว่างวาบข้ามท้องฟ้าที่เราจูงมือคนรักไปยืนอธิษฐานขอพรกันอย่างโรแมนติกในปัจจุบัน ในอดีตเมื่อหลายร้อยปีก่อน ปรากฏการณ์นี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้คนจำนวนไม่น้อยหวาดหวั่น ภายใต้ชื่ออันชวนขนลุกว่า "ผีพุ่งไต้" 👻

ทำไมมุมมองของมนุษย์ต่อวัตถุจากนอกโลกชิ้นเดียวกัน ถึงพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้? วันนี้เราจะพาไปย้อนรอยประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์ของปรากฏการณ์นี้กัน

ในอดีตที่วิทยาศาสตร์ยังเอื้อมไม่ถึง เมื่อมีแสงสว่างพุ่งวาบผ่านความมืด ผู้คนในหลายวัฒนธรรมจึงพยายามตีความสิ่งที่เห็นผ่านความเชื่อและเรื่องเล่าของตนเอง บางแห่งมองว่าเป็นลางบอกเหตุ บางแห่งเชื่อมโยงกับเหล่าเทพ วิญญาณ หรือเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้น

คำว่า “ไต้” หมายถึงคบไฟหรือเชื้อเพลิงที่ใช้จุดให้เกิดแสงสว่างในสมัยก่อน เมื่อมองแสงของดาวตกที่พุ่งผ่านท้องฟ้าเป็นเส้นสว่าง จึงเกิดการเปรียบเทียบกับสิ่งที่มีลักษณะคล้ายคบไฟที่กำลังพุ่งผ่านความมืด จนกลายมาเป็นชื่อเรียกอันมีภาพจำชัดเจนว่า “ผีพุ่งไต้”

ความกลัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจ เมื่อมนุษย์ค้นพบว่า แท้จริงแล้ว “ผีพุ่งไต้” หรือสิ่งที่เราเรียกว่า “ดาวตก” (Meteor) ไม่ใช่สิ่งลี้ลับ แต่เป็นปรากฏการณ์แสงที่เกิดขึ้นเมื่อวัตถุขนาดเล็กจากอวกาศเคลื่อนที่เข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกด้วยความเร็วสูง อากาศด้านหน้าวัตถุถูกอัดและร้อนขึ้นอย่างรุนแรง พร้อมกับการถ่ายเทพลังงานและการเปล่งแสง จนเกิดเป็นเส้นแสงวาบที่เรามองเห็นบนท้องฟ้า

เมื่อความลี้ลับถูกแทนที่ด้วยความจริง ความกลัวก็จางหายไป ท้องฟ้าในคืนฝนดาวตกเปลี่ยนสถานะจาก “แดนต้องห้าม” กลายเป็น “จุดนัดพบ” ของคนรุ่นใหม่

วัฒนธรรมการขอพรเมื่อเห็นดาวตก ซึ่งกลายเป็นภาพจำที่แพร่หลายในวัฒนธรรมสมัยนิยมปัจจุบัน ก็กลายมาเป็นกิจกรรมที่ชวนให้เราอมยิ้มและรู้สึกใจฟู เวลาได้ยืนมองแสงดาวดวงเล็ก ๆ นั้นไปพร้อมกับใครสักคน ✨

จากวัตถุอวกาศที่เคยสร้างความตื่นตระหนก สู่สัญลักษณ์แห่งความหวังและความรัก ปรากฏการณ์ “ผีพุ่งไต้” จึงเป็นตัวอย่างที่ดีว่า...

วิทยาศาสตร์ไม่ได้ทำลายความงดงามของธรรมชาติ แต่ช่วยเปลี่ยน “ความกลัวที่เกิดจากความไม่รู้” ให้กลายเป็น “ความสุนทรีย์ที่จับต้องได้” บนผืนฟ้ายามค่ำคืน 🌌

#ผีพุ่งไต้
#ดาวตก
#ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ
#รอพบกันใหม่เร็วๆนี้

ยินดีต้อนรับคณะครู และนักเรียนจากโรงเรียนบ้านสะเลียม ต.ยาบหัวนา อ.เวียงสา จำนวน 33 คน
10/08/2026

ยินดีต้อนรับคณะครู และนักเรียนจากโรงเรียนบ้านสะเลียม ต.ยาบหัวนา อ.เวียงสา จำนวน 33 คน

09/08/2026

ยินดีต้อนรับคณะ สกร.ระดับ อ.สันติสุข 80 คน

07/08/2026

สกร.อ.สันติสุข 80 คน

06/08/2026
05/08/2026

🚀 วันนี้ (5 สิงหาคม) จับตาจรวด Falcon 9 ของ SpaceX พุ่งชนดวงจันทร์ ทำให้เกิดหลุมอุกกาบาตใหม่ขึ้น แต่ไม่เป็นอันตรายต่อโลก และในประเทศไทยไม่สามารถมองเห็นได้

การพุ่งชนครั้งนี้ เกิดจากซากจรวดส่วนที่สองของ Falcon 9 ที่ใช้นำส่งยานอวกาศ Blue Ghost 1 และ Hakuto-R 2 เดินทางไปลงดวงจันทร์ ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2025 ได้ถูกปล่อยทิ้งไว้ในห้วงอวกาศ ก่อนเดินทางตามรอยไปพุ่งชนดวงจันทร์ (หรืออาจเรียกว่า 'ลงจอดอย่างไม่นุ่มนวล') ในที่สุด

นักดาราศาสตร์คาดการณ์ว่าจะเกิดการพุ่งชนในเวลา 13:33 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยจะเกิดหลุมอุกกาบาตได้ตั้งแต่ขนาด 20-40 เมตร แต่ก็ค่อนข้างยากที่จะสังเกตเห็นได้จากบนโลกของเรา

สำหรับประเทศไทย ไม่มีโอกาสมองเห็นได้เลย เพราะนอกจากจะเกิดในตอนกลางวันแล้ว เวลาดังกล่าวดวงจันทร์ก็ตกลับขอบฟ้าไปเช่นกัน และก็มีโอกาสที่จรวดของ SpaceX อาจไปตกฝั่งด้านไกลดวงจันทร์ ซึ่งไม่อาจมองเห็นได้จากบนโลกอีกด้วย

ทั้งนี้ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมอย่างไร จะรีบนำมารายงานนะครับ รอติดตามทาง KornKT ไว้ได้เลย

#อวกาศน่ารู้

ที่อยู่

องค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน
Muang Nan
55000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:00

เบอร์โทรศัพท์

+6654783983

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ศูนย์การเรียนรู้ดาราศาสตร์และหอดูดาว เฉลิมพระเกียรติฯผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท