Tonelab CNX “TONE IS EVERYWHERE! WHAT IS YOUR SIGNATURE?”

จบไปแล้วกับกิจกรรม Secret of tone by Tonelab CNXขอขอบคุณผู้จัดกิจกรรม Chiang Mai Design Weekและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ช่...
16/12/2022

จบไปแล้วกับกิจกรรม
Secret of tone by Tonelab CNX

ขอขอบคุณ
ผู้จัดกิจกรรม Chiang Mai Design Week
และผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด

ที่ช่วยส่งเสริมให้พี่น้องนักดนตรีในเชียงใหม่ มีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ซึ่งกันและกัน มา ณ ที่นี้ครับ

Tonelab ของเรา ฝากกิจกรรมนี้ด้วยครับSecret of tone by Tonelab
21/11/2022

Tonelab ของเรา ฝากกิจกรรมนี้ด้วยครับ
Secret of tone by Tonelab

Secret of Tone🎼
Secret of Tone กิจกรรมที่อธิบายหลักการกำเนิดเสียงของเครื่องดนตรีที่เรียกว่า เบสไฟฟ้า มีหัวข้อต่างๆ เช่น ลักษณะการแกว่งของสายเบส การตั้งแอคชั่นที่เหมาะสมกับการเล่นของตนเอง ตำแหน่งการดีดเบสที่ต่างกันให้เสียงอย่างไร เป็นต้น 🎸
เงื่อนไข
1. ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม (รับ 20 ท่าน เข้าร่วมฟรี) https://www.facebook.com/tonelabcnx
2. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมควรเป็นนักเล่นเบสไฟฟ้า, นักดนตรี หรือ ผู้ที่มีความสนใจ
3. แนะนำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมนำเบสไฟฟ้าของตนมาเอง
วันที่ 4 ธันวาคม 2565
เวลา 13.00 - 15.00 น.
สถานที่: JAI Café ช้างม่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
ติดตามข้อมูลเทศกาลฯ www.chiangmaidesignweek.com
FB: Chiang Mai Design Week
IG: Chiang Mai Design Week
#สร้างสรรค์ท้องถิ่นเติบโต #เชียงใหม่

Tonelab ได้ผ่านการคัดเลือก เข้าร่วม Talk ในงาน Chiang Mai Design Week 2022ในหัวข้อ Secret of Tone ครับขอขอบพระคุณกรรมการ...
26/07/2022

Tonelab ได้ผ่านการคัดเลือก เข้าร่วม Talk ในงาน Chiang Mai Design Week 2022
ในหัวข้อ Secret of Tone ครับ

ขอขอบพระคุณกรรมการผู้จัดงานมา ณ ที่นี้ครับ

Chiang Mai Design Week 2022
Local 'rise'ation
ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลงานออกแบบเชียงใหม่ (Chiang Mai Design Week) 2022 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 - 11 ธันวาคม 2565 ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับอีเมลจากทีมงานเพื่อประสานงานต่อไป

Workshop
- เรียนรู้การทำที่แขวนกระถางด้วยเทคนิค Macrame | VORA
- หุ่นเงาสีสัน | โจ๊ะไอดี
- เซรามิคลวดลายดินผสม | Empty Space Ceramic
- กิจกรรมเวิร์คช็อปโดย Hours People Community |Hours Story
- CRAFT IT YOUR WAY : Jewelry workshop by JIIRA | JIIRA
- CRAFT IT YOUR WAY : เวิร์คชอปเครื่องประดับไข่มุกและเงิน | JIIRA
- HOME #4 Crafts Exhibition 2565 | Baankangwat
- "ขวัญข้าว" โพสพ X คลาย | POHSOPP EATERY X KLĀY
- DIYของขวัญปีใหม่ กระเป๋าผ้าออริกามิ (ออกแบบลวดลาย)
| ARAYASANTISAN
- ญาณิม เซรามิค สตูดิโอ | Yanim’s ceramic studio
- ระบายสีตามตัวเลข | Lumos House
- ทำสีน้ำจากวัสดุธรรมชาติ | HIMLYA Cotton
- How to Blend Your Own Organic Herbal Tea Workshop | Baan104
- Hand-tied Flower Bouquet Workshop | Baan104
- Essential Oil Blend Workshop | Baan104
- Flo'rise'ation Floral Arrangement Workshop | Baan104
- Organic Kombucha Workshop | Baan104
- Flower Pressing Workshop | Baan104
- ผ่อนคลายไปกับ Art Therapy : Wax Painting on Fabric
เขียนเทียนบนผ้า | KLĀY (คลาย)
- ผ่อนคลายไปกับ Art Therapy : Natural Colour Moulding
งานหล่อของใช้จากสีธรรมชาติ | KLĀY (คลาย)
- ผ่อนคลายไปกับ Art Therapy : Texture Painting
บนถ้วยเทียนหอม | KLĀY (คลาย)
- ปรุงกลิ่นหอมที่เป็นคุณ | KLĀY (คลาย)
- หนึ่งเดียวในโลก จัดช่อดอกไม้กับโพซี่ฟลาวเวอร์ | Posie Flowers
- การอุ๊กผ้า(พิมพ์ผ้า) ด้วยใบไม้ เบื้องต้น | OUKE
- Workshop “Houseplant’ Basic Hand Embroidery | Horizon Moon
- Flowers Testing 2022 กินดอกไม้ที่เชียงใหม่ | Flowers You Can Eat
- Procreate ในอุตสาหากรรมการสร้างสรรค์สื่อการผลิต| yellow bike
- พาสต้าเส้นสดจากวัตถุดิบในท้องถิ่น | barefoot restaurant
- ฟิล์มกระจก Wetplate Collodion ถ่ายภาพโบราณ | เนกาถีบ
- ชิมช็อกโกแลตอย่างไรให้สนุกขึ้น | TCCF
- เปิดประสบการณ์กับชาเปลือกโกโก้ | TCCF
- จิบชาชิมคราฟต์ช็อกโกแลต | TCCF
- ดื่มกาแฟคู่กับคราฟต์ช็อกโกแลต | TCCF
- ชิมช็อกโกแลตไทย | TCCF

Talk
- Crafting Happiness เสวนาเรื่องการใช้ศิลปะหัตถกรรมในการแบ่งปัน | Walking Artisan
- เสวนาการจัดการท่องเที่ยวแบบ Free Walking Tour | หลักสูตรการท่องเที่ยวและการบริการ
- Secret of Tone | Tonelab
- Chiang Mai Learning City Forum ครั้งที่ 3 | Chiang Mai Learning City

Tour
- การเดินทางสู่รากเหง้าของล้านนาด้วยอาหาร | Go2AskAnne
- ท่องเที่ยวสร้างสรรค์ เชื่อมสัมพันธ์ 3 วัฒนธรรม | หลักสูตรการท่องเที่ยวและการบริการ

Event
- สร้างด้วยตัวเอง | LERT
- ริโซ่ป็อป! | LINE PER INK STUDIO
- โกกรีนเชียงใหม่ | Go Green Chiangmai
- Creative Kintsugi Workshop | Creative Kintsugi
- Slowfood Earth Market | Slowfood
- จัดกิจกรรมร่วมกับกิจกรรมของชุมชนช้างม่อย | Chiang Mai Learning City
- จัดกิจกรรมร่วมกับกิจกรรมของชุมชนล่ามช้าง | Chiang Mai Learning City
- จัดกิจกรรมร่วมกับกิจกรรมของชุมชนควรค่าม้า | Chiang Mai Learning City
- เกษียณมาร์เก็ต | เกษียณมาร์เก็ต
- Lanna Intransition | Go2AskAnne

Promotion
- Chiangmai Design Week Promotion | Baanleklamai
- Savouring Sweet Moments | Wanlamun Chiang Mai
- A Blast From The Past | The House by GINGER
- เนเจอร์ทอล์ก | Naturetalk
- ร้านเอื้องคำสาย อาหารเหนือ | EUANG KAM SAI NORTHERN THAI RESTAURANT
- Khantoke Dinner ขันโตกดินเนอร์ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่
| KHANTOKE OLD CHIANGMAI
- ส่วนลด 10% สำหรับเมนูเบเกอรี่ไม่รวมเครื่องดื่ม | OHU Bakery
- ส่วนลดพิเศษสำหรับช่วง CMDW2022 | KLĀY (คลาย)
- Promotion | ร้านอาหารญี่ปุ่นคุมะม่อน Kumamon Japanese Restaurant
- Love~Sell~Dude | psycatdelic

* ผลการคัดเลือกหมวด Music & Performance / Venue จะประกาศผลในภายหลัง

บางส่วนจากบทสัมภาษณ์ VDO Jaco Pastorius : Modern Electric Bass ปี 1985Q: ทำไมคุณถึงสามารถเล่นเบสได้ทุก Sytle และ ทุก Par...
27/10/2021

บางส่วนจากบทสัมภาษณ์ VDO
Jaco Pastorius : Modern Electric Bass ปี 1985

Q: ทำไมคุณถึงสามารถเล่นเบสได้ทุก Sytle และ ทุก Part ดนตรี ?
A: อันดับแรกคือ เรียนรู้ Melody ของทุกๆ เพลงที่คุณเล่น มันสำคัญมาก แต่นักดนตรีส่วนใหญ่มักจะเล่นแค่ Part ของเครื่องดนตรีที่ตนเองเล่นเท่านั้น ดังนั้น การไม่เรียนรู้ Melody คือความผิดพลาดของมือเบส
ยกตัวอย่างเช่น Bach, Canon ที่มีการดำเนินทำนองของ 2 Part คือ Melody และ Bass ไปพร้อมๆ กัน
เราสามารถเรียนรู้ Melody ได้จาก เครื่องเป่า กีต้าร์ หรือ เปียโน

Q: คุณเริ่มเล่นเบสได้อย่างไร
A: ผมเรียนรู้ และฟังเพลงจากวิทยุ (เล่น Bass line ของ Tommy Cogbill ; Funky Broadway)

Q: คุณ Reading Music ไหม
A: ช่วงหัดเล่นผมไม่อ่านโน้ตเลยเพราะ ผมเล่นมันเป็นประจำ และประเด็นที่สำคัญ คือ เราต้องรู้สึกมันก่อนแล้วจึงค่อยเล่นมันออกมา จนอายุมากขึ้นผมจึงค่อยๆ เริ่มฝึกอ่านโน้ต แต่การที่จะสามารถอ่านโน้ตได้คล่องแคล่วนั้น สำหรับผมการอ่านโน้ตต้องใช้เวลามากและ ซ้อมหนักมาก กว่าที่จะเรียนรู้ดนตรีแต่ละ Part ได้ คุณควรจะอ่านโน้ตทั้งใน Treble clef, Bass Clef รวมไปถึง Chord และดนตรีทุกแนว คุณถึงจะสามารถอ่านมันได้อย่างคล่องแคล่ว

Q: คุณมีวิธีการในการพัฒนาทักษะอย่างไร
A: สิ่งสำคัญ แค่สนใจวิธีการเล่นของเครื่องอื่นๆ ว่าเล่นอย่างไร เช่น Guitar หรือมือเบสคนอื่นๆ แล้วนำทุกสิ่งมาประยุกต์ให้เข้ากับแนวทางของตนเอง

อัลบั้มเพลงที่แยก Scale เกือบทั้งหมดเป็น Trackไว้สำหรับฟังซ้ำ ให้รู้จักและคุ้นเคยกับเสียงโดยทุก Scale เริ่มต้นที่โน้ตตัว...
31/01/2021

อัลบั้มเพลงที่แยก Scale เกือบทั้งหมดเป็น Track
ไว้สำหรับฟังซ้ำ ให้รู้จักและคุ้นเคยกับเสียง
โดยทุก Scale เริ่มต้นที่โน้ตตัว C ครับ

Piano Manly · Album · 2019 · 31 songs.

 โดย  หมายเหตุ : ถ่ายทอดตามวิธีคิดของผู้แต่ง #สรุปประเด็นสำคัญจากบทที่5Emotion/Feel (อารมณ์และความรู้สึก) #นิยามของคำว่า...
23/01/2021


โดย

หมายเหตุ : ถ่ายทอดตามวิธีคิดของผู้แต่ง

#สรุปประเด็นสำคัญจากบทที่5
Emotion/Feel (อารมณ์และความรู้สึก)

#นิยามของคำว่าอารมณ์
'อารมณ์' นั้นทรงพลัง หากเราแยกคำว่า Emotion ออกมาจะพบว่า 'E' นั่นอาจหมายถึง energy (พลังงาน) และ 'Motion' อาจหมายถึง activity (การกระทำกิจกรรม)

ดังนั้น 'อารมณ์' = "พลังงานในการเคลื่อนไหวหรือการทำกิจกรรม"

#ดนตรีเข้าถึงอารมณ์ของผู้คน
นักดนตรีสามารถชนะใจผู้ชมได้ด้วย 'อารมณ์'

#พลังแห่งดนตรี
นักกีฬาคล้ายกับนักดนตรี เพราะพวกเขามีพลังในการเข้าถึงผู้คนเป็นล้านๆ และทำให้ผู้คนเหล่านั้นได้ปลดปล่อยอารมณ์ออกมาได้อย่างอิสระ จะเห็นได้ในการเชียร์กีฬาและแฟนเพลงของศิลปินที่มีชื่อเสียง

#จะพัฒนาอารมณ์ความรู้สึกของดนตรีได้อย่างไร
'ความตั้งใจ' คือ กุญแจสำคัญในการทำทุกอย่าง
'อารมณ์' เป็นความรู้สึกธรรมชาติที่ทุกคนมีอยู่ในตัวเอง
ยิ่งพยายามเข้าไปควบคุมหรือจัดการ ยิ่งไม่สามารถพัฒนามันได้

เราทำได้เพียง 'รับรู้' และ 'เข้าใจ' ในสิ่งที่ 'อารมณ์' ต้องการจะบอกเรา ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า 'เรา' จะใช้ 'มัน' ยังไง

ใช้ 'ความตั้งใจอย่างแท้จริง' ร่วมกับ 'จิตใจที่ดี' เท่านั้นจึงจะสามารถนำไปสู่ 'ความงามของอารมณ์' ได้

#เราไม่ได้สร้างดนตรีแต่ดนตรีมันมีชีวิตของมันอยู่แล้ว
เราแค่จัดเรียงดนตรี จึงทำให้มันสมบูรณ์แบบขึ้น
คล้ายกับที่ ไมเคิลแองเจโล (ศิลปินชาวอิตาลีผู้ยิ่งใหญ่ในยุคเรเนสซองส์) เคยตอบคำถามที่ว่า
"เขาสร้างรูปปั้นที่สวยงามได้อย่างไร?"

"ผมไม่ได้สร้างมัน มันเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ผมเพียงแค่ขัดหินอ่อนที่เป็นส่วนเกินออกไปก็เท่านั้น"

#ดนตรีและธรรมชาติ
คำว่า 'Musically' สามารถแตกคำออกเป็น music (ดนตรี) - ally (พันธมิตร) รวมกันแล้วหมายถึง เมื่อเล่นดนตรี เราก็ได้เป็น 'พันธมิตรกับดนตรี' เช่นเดียวกับ
คำว่า 'Naturally' เมื่อแยกคำนี้ออกมา หมายถึง เราเป็นทั้งเพื่อนและผู้ช่วยเหลือธรรมชาติ

ทั้ง ดนตรีและธรรมชาติ คือ สิ่งเดียวกันและเป็นประโยชน์สูงสุดกับทุกคนที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับมัน

ความตั้งใจอันบริสุทธิ์ + อารมณ์ เป็นหนทางที่นำไปสู่ธรรมชาติ

#ความรัก
ความรัก เป็นความรู้สึกมีพลังเหนือทุกสิ่ง ทั้งยังเป็นรากเหง้าของทุกๆ อารมณ์อีกด้วย ความรักสร้างทุกอย่าง
ดังนั้น เราจึงควรผสม 'ความรัก' เข้ากับทุกอย่างที่เราให้ความสำคัญ

#บทต่อไป เรื่อง Dynamics จะพิมพ์ในครั้งหน้าครับ

 โดย  หมายเหตุ : ถ่ายทอดตามวิธีคิดของผู้แต่ง #สรุปประเด็นสำคัญจากบทที่4Technique (เทคนิคในการเล่นดนตรี)บทนี้ผู้แต่งได้อธ...
08/06/2020


โดย

หมายเหตุ : ถ่ายทอดตามวิธีคิดของผู้แต่ง

#สรุปประเด็นสำคัญจากบทที่4
Technique (เทคนิคในการเล่นดนตรี)

บทนี้ผู้แต่งได้อธิบายมุมมองเกี่ยวกับเรื่อง "เทคนิค" ในการเล่นดนตรีไว้หลากหลายประเด็น ดังนั้น ผมจึงขอนำเสนอเฉพาะประเด็นที่น่าสนใจ มาจัดเรียงใหม่เพื่อให้ง่ายต่อการอ่านและทำความเข้าใจ ไปกันเลยครับ

#การเล่นดนตรีจำเป็นต้องมีเทคนิคที่ดี
เทคนิคที่ดีจะทำให้เราสามารถถ่ายทอดองค์ประกอบของดนตรีทั้งหมด (มี 10 ข้อ ตามที่ผู้แต่งได้นิยามไว้) ได้อย่างเป็นอิสระตามใจชอบและไม่ทำให้เราหงุดหงิด

#การเล่นเทคนิคจะเป็นไปเองตามธรรมชาติ
เมื่อเราฝึกเทคนิค เราจะลืมมัน และจำได้แค่วิธีการเล่นดนตรีเท่านั้น หากเปรียบกับการพูดภาษา

ตอนเราเป็นเด็กเล็ก เทคนิคในการพูดของเรายังไม่ดีพอเท่ากับผู้ใหญ่ เราควบคุมมันไม่ได้ เราจึงร้องไห้

โตขึ้นมาอีกหน่อย เราค่อยๆ พัฒนาและควบคุมวิธีการออกเสียง จนสามารถ 'พูดอะไรก็ได้ตามที่เราต้องการ' ทำให้เรามีความสุขและอยากเรียนรู้มันเพิ่มขึ้น

จะสังเกตเห็นว่า "เราพัฒนาเทคนิคการพูด โดยที่ไม่ได้ฝึกซ้อมอะไรมาก" เพราะเราเรียนรู้การพูดผ่านกระบวนการของธรรมชาติ

#การมีสมาธิจดจ่อ (Concentration)
คล้ายกับตอนเด็ก สมัยเราเรียนวิชาวิทยาศาสตร์
ครูให้เรานำแว่นขยายมารับแสงอาทิตย์ผ่านเลนส์ จนเกิด 'จุดรวมแสง' ส่องลงไปที่วัตถุจนทำให้เกิดเป็นรู

ซึ่งก็คือ การมุ่งความสนใจไปที่การปฏิบัติกิจกรรมแค่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น และปิดการรับรู้อื่นๆ ทั้งหมด

"ถ้าคุณไม่มี 'สมาธิจดจ่อ' ในขณะที่คุณเล่นเบส ตอนซ้อมก็คงจะไม่มีเช่นกัน"

#เพื่อให้มีอิสระในการเล่น
จง 'จดจ่อ' กับเทคนิคขณะซ้อม
และ 'ละทิ้ง' มันในขณะแสดง

(เอาอีกละมาปรัชญาแถวนี้ พิมพ์เองครับ)

#เทคนิคทำให้ตื่นตา
ในขณะที่นักดนตรีกำลังเล่น 'เทคนิคอันแพรวพราว'
ผู้ชมก็จะรู้สึก 'ตื่นตา' และจะ 'หยุดใช้หูในการฟัง'

แต่สิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับนักดนตรี ก็คือ
"ให้ความสนใจในเทคนิคอันแพรวพราวเป็นอันดับแรก จนลืมเทคนิคพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการเล่นเพลงจริงๆ"

"It doesn't matter what the technique is; just make it solid before you make it flashy."

#เทคนิคเป็นแค่เครื่องมือ
เทคนิคเป็นเพียงเครื่องมือที่ใช้ส่งเสียงดนตรีเท่านั้น

นักดนตรีที่แท้จริง จะให้ความสนใจที่วิธีการใช้เทคนิค
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
เมื่อพวกเขาเข้าใจมันแล้ว ก็จะละทิ้งมันและกลับไปให้ความสำคัญกับการสร้างความไพเราะในดนตรีอีกครั้ง

ยิ่งพวกเขารู้สึก 'อิน' ในดนตรีมากเท่าไหร่ เทคนิคที่ซ้อมก็จะออกมาเองตามธรรมชาติ

#ตัวอย่างวิธีการซ้อมเทคนิค
ถ้าเรามีเพลงที่ต้องการจะเล่น แต่ยังไม่สามารถเล่นเทคนิคที่ต้องการได้ ลองใช้วิธีนี้

1. มุ่งความสนใจในการซ้อมเทคนิคจนกว่าจะเข้าใจลักษณะการเคลื่อนไหวของมือที่ใช้เล่นเทคนิคนั้นอย่างแท้จริง จนสามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากที่สุด

2. เมื่อเข้าใจในเทคนิคแล้ว ให้ละทิ้งมัน แล้วกลับไปมุ่งความสนใจที่ความรู้สึกและความไพเราะของดนตรี

3. ในที่สุดแล้ว เทคนิคมันจะพัฒนาตัวของมันเอง (แต่ถ้ายังเล่นเทคนิคไม่ได้ อาจจะกลับไปซ้อมเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย)

กุญแจสำคัญก็คือ แค่เล่นดนตรีออกมาจากความรู้สึกเท่านั้น ซึ่งหลักการเดียวกับการพูด เวลาเราพูดก็ไม่ได้คิดถึงการใช้เทคนิค แค่พูดมันออกมาก็พอ

#บทต่อไป เรื่อง Emotion/Feel จะพิมพ์ในครั้งหน้าครับ

05/06/2020

สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้แกะสำเนียงการโซโล่
ของ James Jamerson สุดยอดมือเบสของวง
The Funk Brothers แห่ง Motown Records
บันทึกเสียงในคลับปี 1969

ทำให้พบว่าสำเนียง Jazz มีผลกับการสร้าง Funky Bass Line ของลุง James เป็นอย่างมาก

ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการใช้ จังหวะขัด (Syncopation), การเน้นเสียง (Accent), การแบ่งวรรคตอน (Phrasing) และเทคนิค Enclosure เป็นต้น

ผมหวังว่าคลิปนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ
สามารถแบ่งปันต่อไปได้ครับ

หมายเหตุ : โน้ตฉบับเต็มแปะไว้ใน Comment ครับ

28/05/2020

- 𝕊𝕒𝕟 𝔽𝕣𝕒𝕟𝕔𝕚𝕤𝕔𝕠 𝕊𝕥𝕣𝕖𝕖𝕥 -

วันนี้ขอนำเสนอ Vintage Bass Tone จากเพลงนี้ครับ
ผมเลือกใช้สาย Flatwound ของยี่ห้อ Thomastik
ที่มีเสียงเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ

เสียบผ่าน VT Bass Preamp เพื่อจำลองโทนเสียง
Tube Drive ทำให้เสียงหนาและชัดมากยิ่งขึ้น

คลิปนี้นำเสนอรูปแบบการเล่นที่ไม่ซับซ้อนแต่เน้นเรื่องโทนเสียงเป็นหลัก ซึ่งเข้ากับเสียงกลองที่เรียบง่ายเช่นกันครับ

24/05/2020

วันนี้นำสำเนียงการ Solo เพลง Jazz ของ
James Jamerson สุดยอดมือเบสไฟฟ้าแห่ง Motown มาให้พี่น้องได้รับฟังกันครับ

ลุง James เป็นสุดยอดมือเบสในแนว R&B และ Jazz
คลิปนี้บันทึกในปี ค.ศ. 1969 ผมตัดมาเฉพาะท่อนเบส Solo มีความยาว 2 นาทีครับ ถือว่า Rare สุดๆ เลยครับ

ส่วนใหญ่เราจะได้ยินเสียงเบสของลุง James เล่นให้กับศิลปินที่มีชื่อเสียงในค่าย Motown เช่น Marvin Gaye, Diana Ross, Stevie Wonder, The Jackson 5 เป็นต้น

ต้นฉบับ : https://youtu.be/xcaDXnhrkkU

 โดย  หมายเหตุ : ถ่ายทอดตามวิธีคิดของผู้แต่ง #สรุปประเด็นสำคัญจากบทที่2Notesผู้แต่งได้แบ่งองค์ประกอบของดนตรีออกเป็น 10 ส...
09/05/2020


โดย

หมายเหตุ : ถ่ายทอดตามวิธีคิดของผู้แต่ง

#สรุปประเด็นสำคัญจากบทที่2
Notes

ผู้แต่งได้แบ่งองค์ประกอบของดนตรี
ออกเป็น 10 ส่วน

1. Notes ซึ่งเหมารวมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการใช้ระดับเสียง หรือ Pitch (harmony, melody, re-harmonization, scales, modes, chords, key signatures, relative key และอื่นๆ)

2-10. Articulation, Technique, Emotion, Dynamics, Rhythm, Tone, Phrasing, Space, Listening.

#เราให้ค่ากับNotesมากเกินไป
นักดนตรีส่วนใหญ่มักคิดว่าดนตรีเกิดขึ้นมาจาก Notes ซึ่งจริงๆ แล้ว มันเป็นแค่องค์ประกอบเล็กๆ ในดนตรีเท่านั้น

ลองคิดดูว่า สาเหตุที่นักดนตรีเกิดความท้อแท้ขึ้น เมื่อเริ่มเล่นหรือฝึก improvise มักมาจากการที่เรายึดติดกับ Notes มากไป ทั้งที่จริงโน้ตมีแค่ 12 ตัวเท่านั้น ลองเปรียบกับการพูดภาษาที่มีคำให้ใช้แค่ 12 คำเท่านั้น ว่าจะเกิดอะไร ยังไง

อย่างที่บอก Groove มีความสำคัญ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของ Notes แต่ Groove ก็มีความสัมพันธ์กับอีก 9 องค์ประกอบที่เหลือทั้งหมด

ลองให้นักดนตรีเล่นโน้ต 12 ตัวโดยไม่พึ่งองค์ประกอบอื่นดู ว่าโน้ตจะเป็นอย่างไร ซึ่งหนังสือดนตรีส่วนใหญ่ที่วางขายมักเน้นแต่การสอนเนื้อหาเรื่อง Notes ทั้งสิ้น

#โน้ตถูกและโน้ตผิด
ในดนตรีตะวันตกมีโน้ตทั้งหมด 12 ตัว (Chromatic Scale) ในแต่ละคีย์ทั้ง Major และ Minor จะมี
โน้ตที่ 'ถูก' 7 ตัว และโน้ตที่ 'ผิด' 5 ตัว

ตัวอย่างเช่น ใน C Major Scale

C D E F G A B ✅
C #(Db) D #(Eb) F #(Gb) G #(Ab) A #(Bb) ❎

ับout
วิธีคิด คือ ถ้าเล่นเจอโน้ต 'in' ให้พักฟังและหาว่า root ของโน้ตนั้นอยู่ที่ไหน
แต่ถ้าเล่นเจอโน้ต 'out' เราแค่ขยับโน้ตไปอีก 'หนึ่งช่อง' ก็จะพบกับโน้ตที่ 'ถูก' เอง

ถ้าเราฟังดีๆ โน้ต 'ผิด' ที่เราบังเอิญเล่นออกมา เสียงของมันอาจจะไพเราะกว่าโน้ต 'ถูก' ที่เราตั้งใจจะเล่นก็เป็นได้

หมายเหตุ : ให้เราลองสังเกตดู
โน้ต 'ผิด' มักจะนำไปหาที่ใดที่หนึ่ง (leading)
การเล่นซ้ำๆ ที่โน้ต 'ผิด' เน้นๆ ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่า "ต่อไปเราจะต้องไปหาโน้ต 'ถูก' แน่นอน" ผู้แต่งเรียกวิธีนี้ว่า "การนวดโน้ต" (massaging the notes)

#แบบฝึกหัดเกี่ยวกับการเล่นโน้ตผิดให้เคยชิน

Ex.1 ให้ฝึกเล่น Chromatic Scale พร้อมกับ Backing Tracks (ยกตัวอย่างเช่น ii - V - I เป็นต้น) เล่นโน้ตใน Scale รอบละหนึ่งตัว จากนั้น 'ฟัง' โน้ตแต่ละตัวที่เล่นไปว่าจริงๆ แล้วโน้ตควรจะไปที่ใดต่อ เมื่อเล่นเสร็จ ก็ลองย้าย Key และทำตามกระบวนการเดิม

Ex. 2 ลองเล่นโน้ต 'สุ่ม' (random) โดยไม่ต้องคิดว่าโน้ตตัวแรกที่เล่นจะเป็นโน้ตอะไร เล่นทุกๆ โน้ต กระโดดไปมาให้ทั่วคอเบส

#การเล่นผิดพลาด
เป็นแค่สิ่งที่เราไม่ได้ตั้งใจจะเล่นมันออกมา มันไม่ใช่เรื่อง ผิด "เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเล่นผิดพลาดได้ แต่เราสามารถรู้สึกมีความสุขกับมันได้ โดยการซ้อมการเล่น 'ผิด' ให้เคยชิน"

#บทต่อไป เรื่อง Articulation/Duration จะพิมพ์ในครั้งหน้าครับ

 หนังสือที่อธิบายเกี่ยวกับความเข้าใจดนตรีอย่างลึกซึ้งในแบบฉบับของ   #การเดินเรื่อง ผู้แต่ง (Victor) สร้างสถานการณ์ว่า พบ...
06/05/2020


หนังสือที่อธิบายเกี่ยวกับความเข้าใจดนตรีอย่างลึกซึ้ง
ในแบบฉบับของ

#การเดินเรื่อง
ผู้แต่ง (Victor) สร้างสถานการณ์ว่า พบเจอชายร่างยักษ์ (Michael) และตนเองกำลังมีเรื่องกลุ้มใจเกี่ยวกับการเล่นดนตรี ซึ่งชายร่างยักษ์ จะเป็นคนคอยตอบข้อสงสัยของผู้แต่งให้กระจ่างใสในแต่ละบท

#เนื้อหา
มีอยู่ 12 บท
1. Groove
2. Notes
3. Articulation/Duration
4. Technique
5. Emotion/Feel
6. Dynamics
7. Rhythm/tempo
8. Tone
9. Phrasing
10. Space/Rest
11. Listening
12. The Dream?

#สรุปประเด็นสำคัญจากบทที่1
Groove

"ดนตรีก็คือ ภาษาประเภทหนึ่ง"
ตัวอย่างเช่น เด็กฝึกพูดภาษาอังกฤษจากการ Jam กับคนที่ชำนาญในการพูดภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายถึงทุกคนที่เขาพบปะด้วย ไม่นานเด็กคนนั้นก็จะเป็นผู้ชำนาญการใช้ภาษาอังกฤษไปเอง

มี 2 องค์ประกอบที่ทำให้เราเก่งภาษามากขึ้น คือ การแวดล้อมไปด้วยคนที่พูดภาษานั้น และการ Jam กับคนที่พูดภาษานั้นบ่อยๆ

ในดนตรีก็คือ การ Jam กับคนที่เก่งกว่าเราทุกๆ วัน

แต่ถ้าเราไม่มีเวลาไปเจอคนเก่งได้ทุกวัน ทดแทนได้โดยการ Jam ไปพร้อมกับคนเก่งๆ ในอัลบั้มที่เราชื่นชอบ เช่น ถ้าเราชอบ Miles Davis ก็เปิดเพลงของเขา แล้วบรรเลงพร้อมกับเขาเลย

แต่ปัญหาคือ เราไม่รู้ Key และ Scale ที่เขาใช้
ผู้แต่ง บอกว่า Find the Groove before you start playing.

ไม่สำคัญว่าโน้ตที่ใช้จะเป็นโน้ตอะไร หา Groove ให้เจอก่อนเริ่มเล่น เพราะคนทั่วไปมักจะรู้สึกถึงดนตรีก่อนที่จะฟังมัน

และทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ว่า
"Groove is more important than playing the right notes"

#บทต่อไป เรื่อง Notes จะพิมพ์ในครั้งหน้าครับ

ที่อยู่

Muang Chiang Mai

เบอร์โทรศัพท์

+66835996451

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Tonelab CNXผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง Tonelab CNX:

ทางลัด

แชร์

ประเภท