Information System for Hospitality Industry

Information System for Hospitality Industry 1001 309 Information System for Hospitality Industry
1002 326 Information Technology for Hotel and A

07/07/2020
06/09/2019

ท่านเคยสงสัยไหมว่า Boarding Pass หรือ บัตรผ่านขึ้นเครื่อง ประกอบด้วยข้อมูลอะไรบ้าง

วันนี้การบินไทยมีเกร็ดความรู้ดีๆ มาฝากทุกท่านค่ะ

28/07/2019
21/07/2019

มีเงินหลักสิบก็เที่ยวได้! เที่ยวด้วยรถไฟไปเหนือใต้ออกตกให้ครบทิศ รวบรวมมาไว้ให้แล้วกับการเที่ยวเส้นทาง...

14/07/2019
17/05/2019

วิธีการเขียน Resume แบบสากลอย่างถูกต้อง สามารถเอาไปสมัครที่ไหนในโลกก็ได้ April 9, 2016 เพื่อนๆคนไหนกำลังมีปัญหาในเรื...

16/05/2019

#สัมภาษณ์งานยังไงให้ปังกว่าคนอื่น!!
#เทคนิคการสัมภาษณ์งานสำหรับคนIntrovertชอบเก็บตัว

การสัมภาษณ์งาน สำหรับคนอินโทรเวิร์ต (Introvert) อาจเป็นเรื่องที่ค่อนข้างกดดัน เพราะลักษณะของคนอินโทรเวิร์ต (Introvert) จะเป็นคนที่ชอบเก็บตัว พูดน้อย ไม่ชอบเข้าสังคมที่มีคนจำนวนมาก จึงทำให้คนกลุ่มนี้ต้องมีการ
เตรียมตัวให้มากกว่าคนอื่น
#ศึกษารายละเอียดของงานและประเด็นคำถามที่มักถูกถาม เพื่อลดความประหม่า
– การวางแผนก่อนการสัมภาษณ์ถือเป็นสิ่งที่จะสร้างความมั่นใจให้คนกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี เริ่มต้นด้วยการทบทวนคุณสมบัติของตำแหน่งงานให้ละเอียด แล้ววิเคราะห์ตนเองว่าเหมาะสมกับตำแหน่งที่เปิดรับหรือไม่ อีกทั้งควรฝึกตอบคำถามที่มักถูกใช้ในการสัมภาษณ์งาน หากเราตอบได้อย่างมั่นใจก็จะเป็นผลดีต่อการสัมภาษณ์งาน
#ฝึกซ้อม แก้ไขข้อบกพร่อง สร้างความมั่นใจ
อัดวิดีโอการตอบคำถาม เพื่อแก้ไขจุดบกพร่องของตัวเอง และสร้างความมั่นใจก่อนการสัมภาษณ์งานจริง
– คนอินโทรเวิร์ต (Introvert) มักไม่ค่อยขอให้ใครมาช่วยถามคำถามสัมภาษณ์ เพราะคิดว่าเป็นการรบกวนผู้อื่นเกินไป ฉะนั้นการอัดวิดีโอสัมภาษณ์ด้วยตัวเอง จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด อีกทั้งยังทำให้เราเห็นถึงจุดบกพร่องและสามารถแก้ไขได้อย่างตรงจุดมากที่สุดอีกด้วย
#พูดถึงความสำเร็จต่าง ๆ ด้วยความมั่นใจ
– คนอินโทรเวิร์ต (Introvert) หลายคนมักจะไม่ค่อยมั่นใจที่จะพูดถึงความสำเร็จในด้านต่าง ๆที่ผ่านมาของตัวเอง แต่ในการสัมภาษณ์งานหากไม่กล้าบอกและแสดงออกถึงความสำเร็จเช่นนี้อาจทำให้เสียเปรียบคู่แข่งคนอื่น ดังนั้นลองปรับมุมมองเกี่ยวกับการพูดถึงความสำเร็จให้เป็นเหมือนการเล่าเรื่องราวบางอย่างที่สามารถทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้สัมภาษณ์ตัดสินใจรับเราเข้าทำงานได้ง่ายขึ้น
#นำข้อดีของคนอินโทรเวิร์ต (Introvert) มาเป็นจุดขาย
– ข้อดีของคนกลุ่มนี้คือการเป็นผู้ฟังที่ดีที่พร้อมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น มีความเห็นอกเห็นใจ นอกจากนี้ยังเป็นคนจริงจัง และมุ่งเน้นเรื่องรายละเอียดในงาน หากมีเวลาเตรียมตัวที่มากพอคนอินโทรเวิร์ต (Introvert) ยังสามารถฉายแววเด่นในที่ประชุมและการนำเสนองานอีกด้วย ซึ่งงานที่เหมาะกับคนอินโทรเวิร์ต (Introvert) คืองานที่ใช้ความคิด และไม่ต้องพบปะผู้คนเยอะ ๆ เช่น ผู้ตรวจสอบบัญชี ที่ปรึกษา นักวิจัย ตลอดจนศิลปิน นักเขียน ผู้ตรวจพิสูจน์อักษร กราฟิกดีไซน์เนอร์ งานไอที เป็นต้น

---------------------------------------------
---------------------------------------------
#หลักสูตรเทคนิคการสัมภาษณ์งานให้ได้งาน

วัตถุประสงค์

1.เพื่อเข้าใจถึงหลักการ ขั้นตอน และเทคนิคในการสัมภาษณ์งาน
2.เพื่อให้สามารถไปสัมภาษณ์งานแล้วได้งาน

รายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติม : https://bit.ly/2VL655e
#อบรม #องค์กร #หลักสูตร #เทคนิค #การสัมภาษณ์งาน #คนชอบเก็บตัว
cr : jobthai

15/05/2019

14 เรื่องในเรซูเม่ที่ HR จะไม่บอกคุณ แต่ก็ควรที่จะรู้ สมัครงานครั้งหน้าจะไม่ได้พลาด February 5, 2018 ด่านแรกของความประ...

05/05/2019
21/04/2019

โลกยุคใหม่หมุนไกลเกินตามทัน จนพ่อแม่ยุคนี้ต้องยอมรับว่า เราไม่อาจเลี้ยงลูกในแบบเดียว กับที่เคยถูกพ่อแม่เลี้ยงมาในอดีตได้อีกต่อไป เพราะคนในแต่ละยุคล้วนมีบุคลิกภาพ แตกต่างตามสมัย ด้วยอิทธิพลจากสิ่งรอบตัวส่งผลต่อความคิดและทัศนคติการใช้ชีวิต

มาดูกันว่าคุณและคนในครอบครัวอยู่ใน Gen. ไหนบ้าง ??

1. Builders
อายุตั้งเเต่ : 73 ปีขึ้นไป
เกิดก่อน : 2489
อุปนิสัย : ขยัน อดทน ครอบครัวเข้มเเข็ง เคร่งขนบประเพณี ภักดีต่อองค์กร
ประชากรรุ่นนี้ จะมีจำนวนไม่มากเท่ารุ่นอื่นๆ เพราะเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พอดี และหลังจากนั้นก็เข้าสู่ยุคเศรษฐกิจตกต่ำ ดังนั้นผู้คนจึงมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ต้องทำงานหนักในโรงงานชนิดหามรุ่งหามค่ำ คนรุ่นนี้จึงมีความเคร่งครัดต่อระเบียบแบบแผนมาก มีความจงรักภักดีต่อนายจ้างและประเทศชาติสูง และเคารพกฎหมาย

ยุคนี้เป็นยุคที่ผู้หญิงเริ่มออกมาทำงานนอกบ้านเพื่อช่วยสามีกันมากขึ้น กระทั่งเวลาผ่านไป เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวขึ้น คนในรุ่นนี้จึงได้รับโอกาสมากขึ้น และมีช่องทางของการสร้างกิจการของตัวเองกันมาก รวมทั้งมีบทบาทในการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆอันเป็นรากฐานของเศรษฐกิจ และสังคมมาจนถึงปัจจุบันนี้
2. Baby boomers
อายุตั้งเเต่ : 55 - 72 ปี
เกิดช่วง : 2490 - 2507
อุปนิสัย :สู้งานหนัก มุ่งความสำเร็จ ภักดีต่อองค์กร ต้องการ ทำงานในองค์ที่มีชื่อเสียง ทุ่มเทเพื่อตำแหน่ง ต้องการการยกย่องชมเชย ภักดีต่อองค์กร
เบบี้บูมเมอร์ เชื่อว่า ประสบการณ์ คือ ส่วนสำคัญในการเติมเต็มชีวิตและกว่า 44% ของกลุ่มเบบี้บูมเมอร์เข้าร่วม กิจกรรมการแสดงสดมากกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน และ 38% กล่าวว่ากิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ตนเองสามารถเชื่อมต่อกับกลุ่มเจเนอเรชั่นที่อายุน้อยกว่าได้

คนกลุ่มนี้จัดเป็นคนที่มีชีวิตเพื่อการทำงาน เคารพกฎเกณฑ์กติกา มีความอดทนสูง ทุ่มเทให้กับการทำงานและองค์กรมาก เป็นพวกสู้งาน พยายามคิดและทำอะไรด้วยตัวเอง เป็นเจ้าคน นายคน และถูกครอบครัวสั่งสอนให้เป็นคน ประหยัด อดออม จึงมีการใช้จ่ายอย่างรอบคอบ และระมัดระวัง

คนในยุคอื่นๆอาจจะมองคนในยุคเบบี้ บูมเมอร์ ว่าเป็นพวกอนุรักษนิยม เป็นคนที่เคร่งครัดในขนบธรรมเนียมประเพณี และคนกลุ่มนี้ ก็น่าจะถือได้ว่ามีจำนวนมากที่สุดในสังคมปัจจุบันนี้เลยทีเดียว

เหตุการณ์สำคัญที่คนในรุ่นนี้ทำแล้วประสบความสำเร็จจนมีชื่อเสียงขจรขจายก็คือ ข่าวความสำเร็จของการส่งนักบินอวกาศไปเหยียบดวงจันทร์ ข่าวการทำสงครามเวียดนาม สงครามเย็นกับโซเวียต และที่ได้ชื่อว่าย่อโลกทั้งใบให้มาอยู่ในมือมือเดียวของคนก็คือ การสร้างนวัตกรรมการสื่อสารโทรคมนาคมที่เรียกว่า ไอแพด (iPad) ของสตีฟ จอบส์ นั่นเอง

หลังยุค Baby Boomer ซึ่งส่งผลให้เด็กเกิดมากขึ้น ปัญหาที่ตามมาก็คือ ทรัพยากรที่มีอยู่ในโลกจึงไม่เพียงพอที่จะจัดสรรให้ได้ทุกคน เมื่อเป็นเช่นนี้ ประชาชนจึงกลับมานั่งคิดว่า หากไม่ควบคุมอัตราการเกิดไว้ สุดท้ายแล้วคนทั้งโลกก็จะขาดแคลนอาหาร
3. Gen. X
อายุตั้งเเต่ : 38 - 54 ปี
เกิดช่วง : 2508-2524
อุปนิสัย : กระตือรือร้น ชอบเเข่งขัน สนใจเทคโนโลยี เป็นนักบริโภคนิยม เเต่ยังห่วงครอบครัว ภักดีต่อบุคคลมากกว่าองค์กร

แม้ว่าบ่อยครั้งเจนเอ็กซ์ (Gen X) จะถูกเรียกว่าเจเนอเรชั่นที่ถูกลืม (Forgotten Generation) แต่บางรายงานกล่าวว่า เจนเนอเรชั่นนี้เป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงทางการเงิน มากกว่า 25% สามารถสร้างรายได้มากกว่ากลุ่มบี้บูมเมอร์ และกลุ่มมิลเลเนียล ในกลุ่มงานเดียวกัน

พฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ที่เด่นชัดมากก็คือ ชอบอะไรง่ายๆ ไม่ต้องเป็นทางการ ให้ความสำคัญกับเรื่องความสมดุลระหว่างงานกับครอบครัว (Work–Life balance) มีแนวคิดและการทำงานในลักษณะรู้ทุกอย่าง ทำทุกอย่างเพียงลำพัง เป็นตัวของตัวเองสูง มีความคิดเปิดกว้าง มีความคิดสร้างสรรค์

อย่างไรก็ตาม หลายคนใน Gen-X มีแนวโน้มที่จะต่อต้านสังคม ไม่ได้เชื่อเรื่องศาสนา และไม่ยึดถือขนบธรรมเนียมประเพณีมากนัก เป็นคนที่มีความยืดหยุ่นในการปรับตัวกับวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป อย่างเช่น มองว่าการอยู่ก่อนแต่ง หรือการหย่าร้าง เป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกับเรื่องของเพศที่ 3 ซึ่งต่างจากกลุ่มเบบี้ บูมเมอร์ ที่มองเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องผิดจารีตประเพณีเป็นอย่างยิ่ง
4. Gen. Y
อายุตั้งเเต่ : 24 - 37 ปี
เกิดช่วง : 2525 - 2538
อุปนิสัย : ฉลาดในเทคโนโลยี มีความเป็นอิสระเเละโลกส่วนตัวสูง ชอบคิดนอกกรอบ มีความทะเยอทะยานสูง ชอบงานที่สนุกท้าทาย

คนกลุ่มนี้ กำลังจะกลายเป็นคนส่วนใหญ่ในที่ทำงาน ซึ่งคนกลุ่มนี้ให้คุณค่ากับการพัฒนาตนเอง การจัดสมดุลการงาน-ชีวิตมากกว่าเงินตราและสถานภาพ
ทางสังคม จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากคนกลุ่มนี้จะเลือกทำ งานแบบฟรีแลนด์ที่สามารถปรับเปลี่ยนตารางการทำ งานได้อย่างเสรี

กลุ่มคนที่อยู่ในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างแอนะล็อกสู่ดิจิทัล ประเด็นเหล่านี้จึงมักถูกนำมาใช้หลักสำหรับแบรนด์สินค้า ด้วยการนำคุณลักษณะจากอดีตมาสร้างสรรค์หรือเปลี่ยนวิธีการใช้ใหม่จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์แบบเรโทร (Retro) เก่า คือ ความสดใหม่สำหรับคนกลุ่มนี้

Gen. Y มีพลังในตัวเองมาก ชอบคิดนอกกรอบ พวกเขามีความมั่นใจในตัวเองสูง ดังนั้นไม่น่าแปลกใจที่คนกลุ่มนี้ จะมีความสามารถในการใช้นวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ คนกลุ่มนี้ล้วนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในโลกยุคไร้พรมแดนเช่นในปัจจุบัน ทั้งพวกเขายังเป็นพวกที่ชอบพัฒนาตนเองอยู่เสมออีกด้วย

คนกลุ่ม Gen Y จะมี Lifestyle ที่รักษาความสมดุลของชีวิตแบบ Smart Worker โดยจะให้ความสำคัญกับการจัดสรรเวลาทั้งการงานและชีวิตส่วนตัวในจุดที่สมดุลกัน พวกเขาจะให้ความสำคัญกับความสนุกและความสุขกับเพื่อนๆ ไปพร้อมๆกัน

คนกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะแต่งงานช้าจนถึงชอบชีวิตโสด ยิ่งกว่านั้นในเรื่อง S*x Life คนกลุ่มนี้มากมายเบี่ยงเบนไปสู่การรักร่วมเพศเยอะขึ้น พร้อมๆกับสังคมที่เปิดกว้างขึ้น กลุ่มคนโสดและกลุ่มผู้รักร่วมเพศเหล่านี้ ประสบความสำเร็จมีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับให้วงกว้างมากมายทั้งหญิงและชาย พวกเขาจึงกลายเป็นกลุ่มคนที่มีอิทธิพลในทุกวงการ สินค้าและบริการใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายเพื่อรองรับ Lifestyle ของพวกเขา พวกเขาได้กลายเป็นกลุ่มที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับนักการตลาดยุคใหม่ และถูกเรียกขานว่าคือกลุ่ม D**k (Double Income No Kid )
5. Gen. Z
อายุตั้งเเต่ : 10 - 23 ปี
เกิดช่วง : 2539 - 2552
อุปนิสัย : เรียกว่าเป็นวัยรุ่นใจร้อน เวลาส่วนใหญ่อยู่บนโลกอินเทอร์เน็ต ตัดสินใจไปตามกระเเส ชอบในการเรียนรู้ บางครั้งไม่สนใจวัฒนธรรมดั้งเดิม

Gen. Z เกิดมาในขณะที่เทคโนโลยีวายฟายและสมาร์ทโฟนพร้อมสรรพ บางครั้งถูกเรียกว่า Digital Native กลุ่มเจนซี จึงมีความเป็นปัจเจก เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการสินค้าเฉพาะ เจาะจงที่แสดงความเป็นตัวของตัวเอง
ข้อมูลจากบิสสิเนสทูคอมมิวนิตี้ ระบุว่า 53% ของเจนซียังต้องการช่องทางการสื่อสารที่เป็นส่วนตัวหรือเป็นแบบตัวต่อตัวมากกว่าช่องทางที่สาธารณะ

ไอเจน (iGen) อีกชื่อเรียกหนึ่งของ Gen. Z เป็นกลุ่มที่หวงแหนความเป็นส่วนตัวมากกว่ามีรายงานจากสถาบันเจเนอเรชั่น คิเนติกส์เซ็นเตอร์ ระบุว่า เด็กเจเนอเรชั่นนี้มักเลือกใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีความเป็นส่วนอย่างสแนปแชต มากกว่าเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ นอกจากนี้ 38% ยังกังวลเกี่ยวกับข้อมูลหรือ ข้อความที่ส่งผ่านออนไลน์ว่าจะสร้างผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในโรงเรียน

เจเนอเรชั่นนี้ยังถือว่าเป็นผู้เสนอวัฒนธรรมแบบดีไอวาย (DIY Culture) ซึ่งแตกต่างจากกลุ่ม Gen.X เนื่องจากมีความรอบคอบเรื่องการใช้จ่ายมากกว่า หรือเรียกได้ว่ามีหัวใจของผู้ประกอบการ ถือเป็นเจเนอเรชั่นแรกที่เติบโตในช่วงที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลามีความละเอียดลออ รวมถึงเข้าใจเทคโนโลยีที่จะเข้ามามีบทบาทกับการดำเนินชีวิต

ความสามารถในการเข้าถึงข่าวสาร และรายล้อมด้วยสื่อดิจิทัลรอบด้าน จึงเป็นเจเนอเรชั่นที่เปิดกว้าง เชื่อมั่นในความเท่าเทียมทางเพศรวมถึงเข้าใจความหลากหลายของผู้คน พวกเขาต้องการสร้างความแตกต่าง และเชื่อในตัวเองโดยเฉพาะนักออกแบบรุ่นใหม่ ที่มีอายุต่ากว่า 25 ํ เริ่มออกแบบสินค้าจากทัศนคติของผู้ใช้งานมากกว่าเรื่องเพศสภาพ
⭐️⭐️⭐️ 6. Gen. Alpha
(Gen. นี้คุณพ่อคุณแม่ต้องอ่านน้าา)
อายุตั้งเเต่ : 9 ปีหรือน้อยกว่า
เกิดหลัง : 2553 หรือ 2010
- วัยนี้กำลังเป็นเด็กอนุบาลที่เกิดจากพ่อแม่ที่มีอายุมาก
- มีลูกน้อย มีเงินทองที่ไม่ต้องดิ้นรนมากเท่ารุ่นอื่น
- จับอุปกรณ์ดิจิตอล สัมผัสเทคโนโลยีตั้งแต่เกิด เรียนกันมาก นานและหลากหลาย
- อยู่กับสังคมทุนนิยม มีแนวโน้มเป็นคนวัตถุนิยม คุ้นเคยกับการเปลี่ยนแปลง
- เบื่อง่ายและความอดทนต่ำ นิยมความรวดเร็วทันใจ จึงมองหาสูตรความสำเร็จที่จะทำให้ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย

อัลฟ่า คือเจเนอเรชั่นของผู้คนที่เกิดในศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง เจเนอเรชั่นนี้สามารถปฏิสัมพันธ์กับเทคโนโลยีตั้งแต่ยังเล็กมากกว่าเจนเนอเรชั่นอื่นๆ จนมีผู้กล่าวว่า เด็กกลุ่มนี้เรียนรู้การใช้อุปกรณ์แท็ปเล็ตก่อนการเรียนรู้
การใช้ห้องนํ้าเสียอีก (Tablet-training before Toilet-training) เพราะพวกเขาไม่คิดว่าเทคโนโลยี เป็นเพียงเครื่องมือ แต่พวกเขารวมเทคโนโลยี
เหล่านั้นไว้เป็นสิ่งเดียวกับการใช้ชีวิต ด้วยเหตุนี้จึงถูกเรียกว่า Screenagers หรือ Generation Glass

คอมมอน เซนส์ มีเดียรายงานว่า มากกว่า 30% ของของเล่นชิ้นแรกสำ หรับวัยหัดเดินคืออุปกรณ์สื่อสารแม้ในยามพวกเขาหลับ ดังนั้น หนึ่งในรายการของเล่นที่ตรงใจกับเจเนอเรชั่น นี้จึงจัดอยู่ในกลุ่ม Ed-tech หรือของเล่นจำพวกเทคโนโลยีสร้างการเรียนรู้

ด้วยเจนอัลฟ่าเกิดในช่วงที่มีเทคโนโลยีด้านการประเมินตนเอง ส่วนหนึ่งทำ ให้เจเนอเรชั่นนี้มีความตระหนักถึงตนเองมากกว่าเจนเนอเรชั่นอื่น ซึ่งคงเร็วเกินไปที่จะบอกว่าอัลฟ่าเป็นคนรุ่นใหม่ที่แต่งตัวดีที่สุด แต่มีความเป็นไปได้เพราะ สื่อโซเซียลมีเดียทุกวันนี้ มีผู้นำแฟชั่นรุ่นเยาว์มากมายที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายเจน.. ดังนั้นเด็กยุคปัจุบันนี้ไม่ใช่เป็นรุ่นเจเนอเรชั่น Z แล้ว แต่เป็นเจเนอเรชั่นรุ่นอัลฟ่า ที่มีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น การปฏิสัมพันธ์กับบ้าน โรงเรียน วัด น้อยลง ซึ่งถ้าคนเราไม่มีความรักความผูกพันแล้ว ความเอื้ออาทรก็จะไม่มี ถ้าปล่อยให้สังคมเป็นสภาพแบบนี้ก็จะเกิดปัญหาได้นะคะ

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.si.mahidol.ac.th
https://web.tcdc.or.th/ (http://bit.ly/2CIYATS)
https://www.thairath.co.th (http://bit.ly/2UfjXn6)

11/04/2019

ชื่อเดิมของ 77 จังหวัดตามลำดับตัวอักษร
ช่วยกันปรับปรุงด้วยการคอมเมนต์ใต้ภาพ

#วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์และมีสติ
#พิมพ์1ใต้จังหวัดตัวเอง
#ขอบคุณทุกคอมเมนต์ที่สร้างสรรค์และช่วยกันปรับปรุง

ที่อยู่

Mahasarakham
Maha Sarakham
44000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Information System for Hospitality Industryผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท