12/12/2024
● เจ้าดารารัศมีฯ เจ้าหญิงผู้สร้างสรรค์
ภูษาอาภรณ์งามแห่งล้านนา
---
สมัยพระราชชายาเจ้าดารารัศมีถือได้ว่าอยู่ในช่วงสมัย รัชกาลที่ 5 ถึง รัชกาลที่ 7 ซึ่งสภาพแวดล้อมของล้านนาตอนนั้นนอกจากจะมีการติดต่อกับสยาม ในฐานะประเทศราชแล้วยังได้รับอิทธิพลจากต่างประเทศ คือ อังกฤษซึ่งครอบครองพม่าขณะนั้น และได้เข้ามาติดต่อค้าขายกับเชียงใหม่ทำให้ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมต่าง ๆ เข้ามาด้วย ทำให้วัฒนธรรมการแต่งกายของล้านนาสมัยนั้นมีการผสมผสานกันไป แต่ส่วนใหญ่ชาวล้านนาก็ยังคงยึดรูปแบบการแต่งกายประจำท้องถิ่นไว้เป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะพระราชชายาเจ้าดารารัศมี ท่านได้มีบทบาทสำคัญที่จะเป็นผู้นำในการอนุรักษ์วัฒนธรรมการแต่งกายของชาวล้านนาไว้ โดยให้เจ้านายและเหล่าข้าราชบริพารในวังแต่งกายแบบพื้นเมืองทั้งหมดรวมทั้งพระองค์ท่านด้วย
● เครื่องแต่งกายชายชาวล้านนา
ชายล้านนาแต่ก่อน “นุ่งผ้าต้อย” คือใช้ผ้าฝ้ายทอมือสีพื้น หรือใช้ผ้า “ตาโก้ง” ลายตารางสีดำสลับขาว ทำเป็นผ้านุ่งจับรวบตรงเอง ส่วนชายอีกด้านหนึ่งตึงเหน็บไว้ด้านหลังคล้ายโจงกระเบน ไม่สวมเสื้อ แต่จะใช้ผ้าฝ้ายพาดไหล่ หรือใช้ห่มยามที่อากาศหนาว
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 เริ่มนิยมสวมเสื้อและกางเกง ลักษณะเสื้อจะเป็นผ้าฝ้ายคอกลมผ่าหน้าตลอด ผูกเชือก หรืออาจเป็นเสื้อผ่าครึ่งอกติด “มะต่อมหอย 2 เม็ด” (กระดุมหอย) แขนสั้น หรือ แขนยาว สีเสื้อจะเป็นสีของเปลือกฝ้าย คือสีขาวตุ่น ๆ บางครั้งจะมีการย้อมครามซึ่งเรียกว่า “หม้อห้อม” ส่วนกางเกงจะมีลักษณะกางเกงจีน ซึ่งมีทั้งขาสั้น (ยาวครึ่งหน้าแข้ง) และขายาวถึงข้อเท้า เรียกว่า “เตี่ยวสะดอ” ตัดด้วยผ้าฝ้ายทอมือเช่นกัน รูปแบบการแต่งกายจะเหมือนกันเพียงแต่เจ้านายหรือผู้มีอันจะกิน ซึ่งมีฐานะทางเศรษฐกิจดี ก็จะใช้วัสดุที่มีราคาสูงและคุณภาพดีกว่า อาจะใช้เส้นใยที่ทอจากต่างประเทศด้วย
สมัยรัชกาลที่ 6 ชายชาวเชียงใหม่เริ่มมีการนุ่งกางเกงแพรจีนสีต่าง ๆ สวมเสื้อผ้าปานมัสลินคอกลมผ่าครึ่งอก ติดมะต่อมหอย แขนต่อต่ำและต่อใต้แขนด้วยผ้าสี่เหลี่ยมเฉลียงระหว่างแขนกับตัวเสื้อเพื่อให้สวมใส่สบาย เรียกว่า “เสื้อมิสะกี” นอกจากนี้อาจเห็นเจ้านายบางท่านสวมกางเกงย้ง สมเสื้อมิสสะกี หรือเสื้อผ้าไหมสีดำลักษณะคล้ายเสื้อกุยเฮง
สำหรับชุดพิธีการเฉพาะของเจ้านายที่จะใช้ในโอกาสพิเศษ จะนุ่งผ้าไหมโจงกระเบน ใส่เสื้อแขนยาวคล้ายเสื้อพระราชทานในปัจจุบัน มีผ้าไหมคาดเอว ต่อมาได้มีการนิยมนุ่งผ้าม่วงสวมเสื้อราชปะแตน สวมถุงเท้ายาวสีขาว รองเท้าคัทชูสีดำ เช่นเดียวกับทางกรุงเทพฯ
ทรงผมจะเป็นทรงมหาดไทย ตัดเกรียนทั้งด้านข้าง และด้านหลังไว้ยาวเฉพาะตรงกลางและหวีเสยไปด้านหลัง หรือทรงหลักแจว คือตัดเกรียนเช่นกันตรงกลางไว้ยาวหวีแสกกลาง
● เครื่องแต่งกายสตรีชาวล้านนา
สตรีชาวล้านนาแต่ก่อนจะนุ่งผ้า “ซิ่นตีนต่อ” ซึ่งเป็นซิ่นลายขวางต่อเชิง และเอวด้วยผ้าฝ้ายสีดำกว้างประมาณฝ่ามือ ไม่สวมเสื้อแต่ใช้ผ้าผืนยาวคล้ายผ้าแถบพันรอบอก หรือคล้องคอเปลือยอกอาจพาดไปข้างหน้าหรือข้างหลังก็ได้ หรือบางครั้งอาจพันแบบ “สะหว้ายแล่ง” คือพันเฉียงลำตัวแล้วพาดชายไปด้านหลัง ต่อมานิยมนุ่งผ้าซิ่น “ตีนรวด” ซึ่งเป็นซิ่นลายขวางเช่นกัน แต่ทอต่อเชิงและเอวรวดไม่ต้องนำมาเย็บต่อเช่นที่ผ่านมา และยังมีการนุ่งซิ่นเชิงที่มีลวดลายสลับสี ซึ่งก็เป็นที่นิยมกันมาจนถึงปัจจุบันนี้ เนื่องจากชาวบ้านส่วนมากจะยึดถือรูปแบบการแต่งกาย ทรงผม จากเจ้านายเป็นแบบอย่าง
สำหรับเสื้อคิดว่ามีการนิยมสวมใส่ในระยะต่อมาซึ่งตัดเย็บด้วยผ้าทอมือสีขาวตุ่น รูปแบบเป็นเสื้อคอกลมผ่าหน้าตลอด หรือ ผ่าครึ่งอก ติดเชือก หรือ มะต่อมแต็บ (กระดุมแป็บ) ตัวหลวมแขนกระบอกต่อแขนต่ำมีกระเป๋าด้านล่าง 2 ข้าง ซึ่งต่อมาพระราชชายาฯ ได้แก้ไขรูปแบบเพื่อให้เกิดความสวยงามโดยตีเกล็ดเสื้อหลังข้างละ 2 เกล็ด ซึ่งเป็นที่นิยมมาจนถึงปัจจุบัน ส่วนผู้เฒ่าผู้แก่จะสมเสื้อผ้าป่านขาวใช้ผ้าขาวพันสะหว้ายแล่ง ใส่ซิ่นตีนต่อ ในเวลาออกงานและสวมเสื้อคอกระเช้าแบบคอกลมต่ำเว้าแขนเย็บ 5 ตะเข็บ (ด้านหลังแยกเป็น 3 เกล็ด) ซึ่งเป็นเสื้อพอดีตัวเวลาอยู่บ้าน
ทรงผมจะรวบผมเกล้ามวยไว้เหนือท้ายทอย ดึงผมด้านหน้าตึงเรียบ เสียบมวยด้วยหย่องโลหะ (เข็มเสียบผมรูปตัวยู ทำด้วยเส้นโลหะบิดเป็นกลียวเล็ก ๆ) บางคนก็นิยมเกล้าผมแบบ “ชักหงีบ” คือด้านหน้าดึงตึงเช่นกัน แต่ใช้นิ้วสอดสองข้างดึงผมตรงหงีบให้โป่งออกมาเล็กน้อย และต่อมาพระราชชายาฯ ได้นำทรงผมแบบญี่ปุ่นเข้ามา โดยเฉพาะเวลาที่มีการแต่งกายในโอกาสพิเศษจะเป็นที่นิยมมาก คือการเกล้ามวยสูงเหนือท้ายทอย ผมตรงท้ายทอยอาจดึงตึงหรือโป่งก็ได้ ส่วนด้านหน้าจะใช้หมอนหนุนผมด้านหน้าให้สูงขึ้น ปักปิ่น หรือช่อไม้เงินหรือทอง ส่วนชาวบ้านทั่วไปจะเหน็บดอกไม้ เช่นลำดวน มะลิ ดอกเอื้อง เป็นต้น
สำหรับการแต่งกายของเจ้านายในโอกาสพิเศษ หรือเมื่อมีการเข้าเฝ้าจะสวมเสื้อลูกไม้ใส่ซิ่นไหมลายขวาง หรือซิ่นทอปักลวดลายด้วยไหมเงินไหมทอง
---
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
●กรมศิลปากร
● ขอขอบคุณรูปภาพประกอบบทความจาก:
www.aifashionlab.design
#เจ้าดารารัศมี #ล้านนา #เชียงใหม่