สมาคมมหาวิชชาลัยดอนแก้วสร้างสุข

สมาคมมหาวิชชาลัยดอนแก้วสร้างสุข นวัตกรรมการดูแลสุขภาพชุมชน

สมาคมมหาวิชชาลัยดอนแก้วสร้างสุข ได้เข้าร่วม “การประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมศักยภาพชุมชนท้องถิ่นบูรณาการการสร้างผลกระทบด้าน...
15/05/2026

สมาคมมหาวิชชาลัยดอนแก้วสร้างสุข ได้เข้าร่วม
“การประชุมเชิงปฏิบัติการเสริมศักยภาพชุมชนท้องถิ่นบูรณาการการสร้างผลกระทบด้านสุขภาพ ครั้งที่ 1”

ระหว่างวันที่ 13–14 พฤษภาคม 2569 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น ✌🏻

เวทีฯ นี้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนการทำงานจริงของท้องถิ่น ทั้งเรื่องการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ การจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบเว็บแอปพลิเคชัน รวมถึงการเรียนรู้ด้าน PDPA เพื่อให้การจัดการข้อมูลของชุมชนมีมาตรฐานและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น 🌱

เพราะ “ข้อมูลที่ดี” คือหนึ่งในกลไกสำคัญของการสร้างสุขภาวะที่ยั่งยืนให้กับคนในชุมชน 🧡

02/04/2026

⏰นับถอยหลัง 5 วันสุดท้าย!!!
สำหรับการเปิดรับสมัครข้อเสนอโครงการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับประชากรวัยแรงงานนอกระบบและครัวเรือนที่มีแนวโน้มกลายเป็นครัวเรือนยากจนข้ามรุ่น ปี 2569


กสศ. ขอเชิญชวนหน่วยจัดการเรียนรู้ อาทิ องค์กรชุมชน มูลนิธิ องค์กรสาธารณประโยชน์ กิจการเพื่อสังคม ธุรกิจเพื่อสังคม สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชน ศูนย์ปราชญ์ ศูนย์การเรียน องค์กรเอกชน หน่วยงานหรือองค์กรที่มีแนวคิดมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับประชากรวัยแรงงานนอกระบบและครัวเรือนที่มีแนวโน้มกลายเป็นครัวเรือนยากจนข้ามรุ่น ร่วมส่งข้อเสนอโครงการ
📍หน่วยที่สนใจสามารถศึกษาประกาศได้ตั้งแต่วันนี้ - 7 เมษายน 2569 และลงทะเบียนสมัครข้อเสนอโครงการและยื่นข้อเสนอผ่านทางเว็บไซต์ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ได้ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม - 7 เมษายน 2569 ปิดรับ 16.30 น.
📖ศึกษาข้อมูลที่นี่: https://www.eef.or.th/notice/community-base-0326
📭สมัครทุนที่นี่: https://application.eef.or.th
☎️สอบถามข้อมูล:
โทร 02-079-5475 กด 3
มือถือ 097-956-0627 และ 06-5969-1354
อีเมล: [email protected]
LINE Office Account: หรือ สแกนได้ในภาพ

13/03/2026

📣กสศ. ขอเชิญชวนหน่วยจัดการเรียนรู้ อาทิ องค์กรชุมชน มูลนิธิ องค์กรสาธารณประโยชน์ กิจการเพื่อสังคม ธุรกิจเพื่อสังคม สถาบันการศึกษา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชน ศูนย์ปราชญ์ ศูนย์การเรียน องค์กรเอกชน หน่วยงานหรือองค์กรที่มีแนวคิดมุ่งส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับประชากรวัยแรงงานนอกระบบและครัวเรือนที่มีแนวโน้มกลายเป็นครัวเรือนยากจนข้ามรุ่น ร่วมส่งข้อเสนอโครงการส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับประชากรวัยแรงงานนอกระบบและครัวเรือนที่มีแนวโน้มกลายเป็นครัวเรือนยากจนข้ามรุ่น ปี 2569
📌หน่วยที่สนใจสามารถศึกษาประกาศได้ตั้งแต่วันนี้ - 7 เมษายน 2569 และลงทะเบียนสมัครข้อเสนอโครงการและยื่นข้อเสนอผ่านทางเว็บไซต์ของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (www.eef.or.th) ได้ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม - 7 เมษายน 2569 ปิดรับ 16.30 น.
☎️สอบถามข้อมูล:
โทร 02-079-5475 กด 3
มือถือ 097-956-0627 และ 06-5969-135
อีเมล: [email protected]
LINE Office Account สแกนได้ในภาพ

12/02/2026

#กลไกโรงเรียนนอกโรงเรียน “พัฒนาคน” ในพื้นที่ห่างไกล
การศึกษาและการเรียนรู้ เป็นเครื่องมือพัฒนาคน
เพราะ “คน” เป็นสารตั้งต้น ในการพัฒนาท้องถิ่นและประเทศให้ก้าวหน้า...
จากฐานทุนการทำงานวิจัยในพื้นที่ร่วมกับวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอนและภาคีเครือข่ายภาคีต่าง ๆ เรื่องการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบเบ็ดเสร็จแม่นยำ โดยหนึ่งในนั้นคือการไขปัญหา “ด้านการศึกษา” ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันที่องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้รับฐานข้อมูลจาก Thailand Zero Dropout ว่ามีเด็กและเยาวชนในพื้นที่หลุดออกจากระบบการศึกษามากกว่า 300 คน จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้ อบต.แม่สวด เร่งมือจัดการกับข้อมูลดังกล่าวเพื่อหาแนวทางแก้ไข โดยที่ อบต. ได้ “เปิดพื้นที่กลาง” ชวนภาคีทุกภาคส่วนให้มาแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์เด็กและเยาวชนร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ เพื่อตรวจสอบข้อมูลจริง ค้นหาตัวเด็กและเยาวชน และส่งเสริมการศึกษาและการพัฒนาให้กับเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้
นายธวัชชัย ใจแสน ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สวด กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ค้นหาเด็กและเยาวชนทำให้พบว่า เด็กในพื้นที่มีปัญหาทับซ้อนหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ครอบครัว ความยากจน ยาเสพติด ค่านิยมครอบครัว รวมถึงข้อจำกัดของพื้นที่ ที่ทำให้เด็กต้องเผชิญสภาวะเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา วิธีแก้คือ เราต้องใช้กลไกภาคีเครือข่ายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องที่มีบทบาทในการพัฒนาและหนุนเสริมการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ ความรู้ หรือบุคลากรที่เชี่ยวชาญ ให้เข้ามาเป็น “หุ้นส่วนการศึกษา” ทำงานร่วมกันภายใต้ “กลไกโรงเรียนนอกโรงเรียน” ซึ่งไม่ใช่โรงเรียน ไม่ใช่สถานศึกษา แต่เป็นกลไกขับเคลื่อนงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมโอกาสในการเรียนรู้ให้แก่เด็กและเยาวชน “โดยมีพื้นที่ตำบลแม่สวดเป็นห้องทำงานของทุกคน” ซึ่งมีสมาคมมหาวิชชาลัยดอนแก้วสร้างสุข เป็นหนึ่งในเครือข่ายร่วมดำเนินงานในโครงการพัฒนาตัวแบบความร่วมมือระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบขององค์การบริหารส่วนตำบลแม่สวด ภายใต้การสนับสนุนจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)
ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่ทำให้เด็กและเยาวชนหลุดออกจากระบบการศึกษา เนื่องจากหมู่บ้านในตำบลแม่สวด ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งซ้าย ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่เงา (เตรียมการ) โดยจะแบ่งเป็นหมู่บ้านหลัก และหย่อมบ้าน ฉะนั้นด้วยพื้นที่ห่างไกลและอยู่ในพื้นที่ป่า ส่งผลต่อการจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (ศพด.) รวมถึงสถานศึกษาต่าง ๆ เนื่องจากมีข้อจำกัดและขั้นตอนในการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่า รวมถึงข้อจำกัดของโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ในพื้นที่ห่างไกลที่มีการแบ่งเป็น 3 ระดับคือ โรงเรียนแม่ ซึ่งโรงเรียนขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในตัวอำเภอ มีเด็กมากกว่า 700 คน ซึ่งโรงเรียนแม่บางแห่งจะมีการจัดตั้งโรงเรียนสาขาที่อยู่ใกล้ชุมชนในพื้นที่ห่างไกล และมีเด็กประมาณ 40 คน จัดการเรียนการสอนด้วยครูจากโรงเรียนแม่โดยตรง มีครูครบทุกชั้นเรียน แต่สำหรับพื้นที่ห่างไกลที่การคมนาคมลำบากอย่างตำบลแม่สวด เด็ก ๆ ชั้นอนุบาล – ประถมศึกษาปีที่ 3 จะต้องมาเรียนรวมกันที่ห้องเรียนตามหย่อมบ้าน ซึ่งเปรียบเสมือนโรงเรียนขนาดเล็กสุดของโรงเรียนแม่ โดยจะจ้างคนในชุมชนมาเป็นครูสอนควบชั้น เมื่อขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เด็กจะต้องย้ายออกไปเรียนที่โรงเรียนแม่ และไปอยู่หอพัก จึงเป็นช่วงที่เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาค่อนข้างมาก เนื่องด้วยพื้นฐานวิชาการและภาษาไทยไม่แข็งแรง เด็กบางคนไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนได้ และไม่อยากไปโรงเรียน
ซึ่งปัญหาข้างต้นเกิดขึ้นในกลุ่มเด็กโตเช่นกัน เพราะบางแห่งเป็นห้องเรียนหย่อมบ้านของโรงเรียนขยายโอกาส ที่จัดการเรียนการสอนถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ดังนั้นในช่วงมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ต้องย้ายกลับไปเรียนที่โรงเรียนแม่ เด็กบางส่วนจะหลุดออกจากระบบการศึกษา นอกจากนั้นสำหรับช่วงวัยรุ่น ยังมีอีกสาเหตุของการหลุดออกจากระบบการศึกษาที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ ค่านิยมของครอบครัวที่ไม่เห็นความสำคัญของการศึกษา แต่ให้ความสำคัญกับการทำงานหาเงิน และการแต่งงานมีครอบครัวตั้งแต่ช่วงวัยรุ่น ดังนั้นเด็กและเยาวชนในพื้นที่แม่สวด เมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 หรือจบมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้ว หลายครอบครัวเลือกที่จะไม่ส่งลูกเรียนต่อ...
กลไกโรงเรียนนอกโรงเรียน
“เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ห่างไกล การศึกษาเรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชนในพื้นที่หากเน้นทักษะวิชาการมากไป อาจจะใช้ทำมาหากินยาก แต่ถ้าหากมีการออกแบบกิจกรรมหรือหลักสูตร ที่สร้างการเรียนรู้ผ่านภูมิสังคม สร้างการเรียนรู้ผ่านอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทชีวิตจริง เพื่อเติมเต็มทักษะในการเอาตัวรอด มีความรู้ มีอาชีพ มีรายได้เลี้ยงครอบครัว และเข้มแข็งพอที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนในอนาคต ผมว่านั่นเพียงพอแล้ว” นายธวัชชัย กล่าว
ด้วยปัจจัยเงื่อนไขดังกล่าวข้างต้น กระบวนการทำงานของกลไกโรงเรียนนอกโรงเรียนของ อบต.แม่สวด จึงเน้นไปที่การเปิดพื้นที่กลางเป็นเจ้าภาพในการทำงานโดยใช้กลไกการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มุ่งเน้นการจัดกิจกรรมเรียนรู้และเชื่อมโยงส่งต่อเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาให้ก้าวไปตามเจตนาในการเรียนรู้ที่แต่ละคนสนใจ โดยมีเป้าหมายให้ได้รับวุฒิการศึกษาเพื่อเป็นแต้มต่อให้ชีวิต ซึ่งจะจัดกลุ่มเด็กและเยาวชนเป็น 2 ส่วนคือ 1. เลือกเรียนกับศูนย์การเรียนปีติปัญญา (ตามมาตรา 12) และ 2. เลือกเรียนกับศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอสบเมย
ในกลุ่มแรก “ศูนย์การเรียนปีติปัญญา” เป็นกลไกด้านการศึกษา/วิชาการ ของตำบลแม่สวด โดยจะมีการเข้าไปสำรวจฐานทุนที่มีในแต่ละพื้นที่และออกแบบกระบวนการเรียนรู้ร่วมกับครูจากศูนย์การเรียน เช่น ในบางพื้นที่ที่มีกลุ่มผู้หญิงมากและมีทุนภูมิปัญญาการทอผ้า จึงใช้ “การทอผ้า” เป็นเครื่องมือสร้างการเรียนรู้ผ่านหลักสูตรการยกระดับผ้าทอของชุมชนให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เช่น การศึกษาตลาดผ้าทอภายนอก การศึกษาคุณสมบัติของเนื้อผ้าและเทคนิคการย้อมสีธรรมชาติ การพัฒนาและออกแบบลวดลายใหม่ ๆ หรือการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ซึ่งกระบวนการเรียนรู้เหล่านี้ทำให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านวิถีชีวิต และวัฒนธรรมของตนเองในแบบที่ต่างออกไป และนำประสบการณ์เหล่านั้นมาเทียบโอนเป็นผลการเรียนตามรายวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ฯลฯ เก็บสะสมในธนาคารหน่วยกิตเพื่อรับวุฒิการศึกษาจากศูนย์การเรียน ขณะเดียวกันกลุ่มแม่บ้านหรือกลุ่มวัยแรงงานเขาก็สามารถมาเรียนรู้เพื่อยกะดับทักษะอาชีพของตนเองได้
นอกจากนั้นทางศูนย์การเรียนปีติปัญญา ยังทำหน้าที่เสมือนสะพานเชื่อมโอกาสใหม่ ๆ เข้ามาสู่ผู้เรียนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ใหม่ หรือเครือข่ายตลาดที่กว้างขึ้น ดังนั้นเมื่อเด็กและเยาวชน หรือคนในชุมชนเห็นว่า มาเรียนรู้แล้วผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นขายได้จริง มีรายได้เข้ามา จึงเกิดแรงบันดาลใจและชวนคนอื่น ๆ ในชุมชนมาเรียนรู้ร่วมกันจนเกิดเป็นนิเวศของการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด
สำหรับกลุ่มที่สอง “ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอสบเมย” เป็นกลไกสำคัญที่ปรับตัวเข้ามาสนับสนุนเด็กเยาวชนและคนในพื้นที่ตำบลแม่สวดให้สามารถเรียนรู้ได้อย่างยืดหยุ่น เด็กและเยาวชนคนไหนสนใจเรียนกับ สกร. เราก็จะทำหน้าที่ประสานเชื่อมต่อให้เด็กเหล่านี้ได้รับโอกาสในการเรียนรู้ ที่ผ่านมามีเด็กจำนวนไม่น้อยเคยเรียนกับ สกร. มาก่อนแต่เรียนไม่จบ เนื่องจากปัจจัยชีวิตรอบด้าน ซึ่งส่วนใหญ่ติดปัญหาการเดินทางที่ต้องไปสอบที่ตัวอำเภอ เมื่อไม่ไปสอบก็เรียนไม่จบ อบต.แม่สวด จึงร่วมกับศูนย์การเรียนปีติปัญญาออกแบบกลไกสนับสนุนการเรียนรู้ให้กับเด็กและเยาวชนผ่านการจัด “กิจกรรมอบรมหลักสูตรระยะสั้น” หรือการเรียนรู้ผ่านกลุ่มอาชีพ ด้วยองค์ความรู้ที่หลากหลายจากภาคีเครือข่ายที่มีความเชี่ยวชาญต่างกันไป
ตัวอย่างเช่น การเรียนรู้ในหลักสูตรการทอผ้า การเลี้ยงสัตว์ หรืองานด้านการเกษตร ร่วมกับเครือข่ายในพื้นที่อย่างเช่น สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) และโครงการหลวง ที่มีการจัดอบรมส่งเสริมทักษะอาชีพอยู่บ่อยครั้งในการปลูกและดูแลพืชชนิดใหม่ ๆ อาทิ การปลูก ดูแล เก็บเกี่ยว และกระบวนการสร้างรายได้จากกาแฟ หรือโกโก้แบบครบวงจร เป็นต้น นอกจากนั้น ยังเชื่อมโยงสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ร่วมจัดอบรมในหลักสูตรการซ่อมเครื่องยนต์ การดูแลแผงโซลาร์เซลล์ การทำขนม ตลอดจนการสนับสนุนให้เด็กเยาวชนบางกลุ่มออกไปเรียนรู้กับวิทยาลัยการอาชีพในด้านที่สนใจ หรือแม้แต่การเชื่อมโยงกลไกของศูนย์ประสานงานเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ในเงา หรือมหาวิทยาลัยในเงา ที่เข้ามาร่วมเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร รวมถึงการจัดกิจกรรมค่ายเดินป่าทางไกลในฤดูร้อน เพื่อศึกษาและเรียนรู้การอนุรักษ์ธรรมชาติลุ่มน้ำเงา ซึ่งกิจกรรมเรียนรู้ต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้เข้าร่วมจะได้รับประกาศนียบัตรรับรองจาก อบต.แม่สวด และสามารถนำไปใช้เทียบโอนประสบการณ์เป็นหน่วยกิตเพื่อรับวุฒิการศึกษาจาก สกร.ระดับอำเภอสบเมย และศูนย์การเรียนปีติปัญญาได้
“ด้วยหลักคิดการทำงานโดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ทำให้กลไกโรงเรียนนอกโรงเรียนที่ขับเคลื่อนร่วมกันทั้งคนในและคนนอกพื้นที่ ได้รับการยอมรับจาก สกร. ว่า กิจกรรมต่าง ๆ เหล่านั้นสามารถสร้างการเรียนรู้และทักษะให้กับเด็กและเยาวชนได้จริง และ สกร. ยินดีที่จะออกวุฒิการศึกษาให้เมื่อผ่านการประเมินของ สกร.”
นายธวัชชัย กล่าวเสริมว่า บทบาทท้องถิ่นมีหน้าที่ในการดูแลประชาชนทุกมิติตั้งแต่เกิดจนตาย ดังนั้นท้องถิ่นควรจะใช้อำนาจหน้าที่ที่ได้รับเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีแก่คนทุกช่วงวัยในพื้นที่ และจัดการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการและเครื่องมือที่มีความสอดคล้องเหมาะสมกับบริบท โดยเฉพาะเรื่องการศึกษาและการพัฒนาคน ถึงแม้ว่า อบต.แม่สวด จะขาดแคลนบุคลากร แต่เราก้าวข้ามข้อจำกัดเหล่านั้น โดย อบต. ต้องสวมบทบาทเป็น “โซ่ข้อกลาง เชื่อมร้อยผู้เกี่ยวข้องมาร่วมเป็นทีมจัดการ เพื่อขับเคลื่อนกลไกโรงเรียนนอกโรงเรียนให้ก้าวไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืน”
การเรียนรู้ที่ออกแบบได้
อย่างไรก็ตาม จากการทำงานพบว่า เด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาแต่ละคนล้วนเผชิญสถานการณ์ชีวิตที่ซับซ้อน และมีปัญหาเข้ามาปะทะหลายด้าน ดังนั้น กลไกโรงเรียนนอกโรงเรียน จึงต้องมีทีมจัดการที่เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเข้ามาทำงานอย่างเชื่อมโยงกัน ประกอบด้วย ฝ่ายบริหารจัดการ ฝ่ายพัฒนาอาชีพ ฝ่ายการเกษตร และฝ่ายการศึกษา ที่มีศูนย์การเรียนปีติปัญญารับหน้าที่ดูแลในเรื่องการออกแบบหลักสูตร และจากกระบวนทำงานร่วมกับภาคีต่าง ๆ นั้น ทำให้ อบต.แม่สวด ได้บทเรียนสำหรับการทำงานกับเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษาในหลายมิติ อาทิ
• ไม่มองเด็กและเยาวชนเพียงมุมเดียว เพราะปัญหาที่พวกเขาพบเจอนั้นซับซ้อน เช่น เด็กบางคนมีพ่อแม่ติดยาเสพติด ทำให้เขาต้องทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเอง หรือบางคนต้องทำงานหาเลี้ยงทั้งครอบครัว
• รับฟังความต้องการอย่างจริงใจ และสร้างฐานเครือข่ายร่วมพัฒนาที่เข้มแข็ง เพื่อส่งต่อเด็กและเยาวชนให้เข้าใกล้เจตนาในการเรียนรู้ของแต่ละคนมากที่สุด
• การแบ่งปันฐานข้อมูลและสถานการณ์เด็กและเยาวชนร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จะช่วยให้รับมือหรือแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที “รู้เร็ว แก้ทัน”
• ใช้ทีมสหวิชาชีพดูแลเด็กรายกรณี และที่สำคัญคนทำงานต้องมีความเข้าใจนิเวศแวดล้อมรอบตัวเด็กและเยาวชนแต่ละกลุ่มให้มากพอ
• คนทำงานต้องมีทักษะในการเป็นพื้นที่ปลอดภัย และสร้างนิเวศในชุมชนให้เอื้อต่อการเรียนรู้ สนุกสนาน ไม่ตัดสิน และไม่กดดัน
• ทุกมิติของการพัฒนาพื้นที่เป็นดาบสองคม จึงต้องติดตั้งทักษะในการเรียนรู้และประยุกต์ใช้อย่างเท่าทันให้กับคนทุกช่วงวัยในพื้นที่ควบคู่ไปด้วยเสมอ
หากท้องถิ่นจะจัดการศึกษาให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่ ควรออกแบบหลักสูตรเรียนรู้ที่ยึดโยงกับภูมิสังคม เพื่อให้เด็กและเยาวชนสามารถนำทักษะความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน และการพัฒนาพื้นที่ เช่นกรณีตำบลแม่สวด ถ้าวันนี้รุ่นพ่อแม่ยังคงทำเกษตรเชิงเดี่ยวต่อไป แม้เขาจะมีกำลังสามารถส่งลูกเข้าไปเรียนในเมืองได้ แต่อนาคตเมื่อลูกหลานเรียนจบกลับมาอยู่บ้าน เขาก็จะไม่มีงานทำอยู่ดี เพราะระบบนิเวศทางธรรมชาติที่สมบูรณ์ไม่เหลืออีกแล้ว ดังนั้นกลไกโรงเรียนนอกโรงเรียนที่พวกเราเริ่มต้นในสองปีมานี้ ถือว่ายังไม่สาย เพราะเห็นแล้วว่า การศึกษาเรียนรู้ที่เหมาะสมกับบริบทของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ตำบลแม่สวด ควรเป็นการเรียนรู้ผ่านอาชีพ เรียนรู้ผ่านภูมิปัญญา แต่นำความรู้ใหม่ ๆ มาหนุนเสริมเพื่อยกระดับทักษะอาชีพ เพื่อให้เด็กและเยาวชนที่กำลังเติบโตเป็นคนรุ่นใหม่ สามารถอยู่ดำรงชีวิตอยู่ในพื้นที่ และมีรายได้ไปพร้อมกับการรักษาต้นทุนทรัพยากร วัฒนธรรม และจิตวิญญาณให้คงอยู่ต่อไป
“วันนี้เด็กและเยาวชนหลายคนเดินมาบอกว่า “เพิ่งรู้ว่าเรียนแบบนี้ก็ได้เหรอ ถ้ารู้อย่างนี้เรียนมาตั้งนานแล้ว” เนื่องจากที่ผ่านมา คนในพื้นที่ไม่มีทางเลือกมากนัก รู้เพียงแต่ว่าถ้าไม่ไปโรงเรียนก็ต้องเรียน สกร. เท่านั้น ส่วนใหญ่จึงเลือกอาชีพมากกว่าการเรียนรู้ แต่วันนี้เราสามารถนำการเรียนรู้มาบูรณาการกับอาชีพและวิถีชีวิต เพิ่มทางเลือกอาชีพใหม่ ๆ ให้กับคนรุ่นใหม่ในพื้นที่ได้ เมื่อมีทั้งความรู้ มีอาชีพ มีรายได้ และมีวุฒิการศึกษา แล้วใครจะไม่อยากเรียน”
#กสศ. #กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา #สร้างโอกาส #สร้างงาน #สร้างชุมชน #ชุมชนเป็นฐาน #ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน
#แรงงานนอกระบบ #เยาวชนนอกระบบการศึกษา
#ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ #ผู้ด้อยโอกาส
#การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น

09/02/2026

การทำงานกว่า 2 ปี ภายใต้โครงการหนุนเสริมวิชาการและติดตามตัวแบบความร่วมมือระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ กสศ. ทำให้เราได้ข้อค้นพบว่า...

หากจะทำงานกับเด็กและเยาวชนต้องพร้อมด้วยความเข้าใจและการเข้าถึง พร้อมด้วยระบบข้อมูลเพื่อนำไปสู่การวางแผนและการจัดการพื้นที่ให้เข้มแข็ง พร้อมด้วยรูปแบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น หลากหลาย พร้อมด้วยการเชื่อมต่อ ส่งต่อ และพร้อมด้วยกลไกความร่วมมือเพื่อนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายและการขับเคลื่อนงานไปยังพื้นที่อื่น ๆ

ที่สำคัญ เราจะทำงานแค่กับปัจเจกไม่ได้ ต้องทำงานกับครอบครัวและคนในชุมชนร่วมด้วย เพื่อให้เด็ก เยาวชน มีพื้นที่ที่พร้อมโอบอุ้มและรับฟังเขาไม่ให้หลุดสู่วงจรแห่งความมืดมิด โดยทิศทางการทำงานในระยะ 3 มี 5 ประเด็น ดังนี้...

🔹ประเด็นที่หนึ่ง การพัฒนาคน-พัฒนาระบบ ต้องไปพร้อมกัน ความยั่งยืนเกิดจาก “การพัฒนาคน คนพัฒนาระบบ และระบบสามารถพัฒนาคนได้”

🔹ประเด็นที่สอง การศึกษาคือเครื่องมือ ไม่ใช่เป้าหมาย การเรียนรู้มีไว้เพื่อให้คนอยู่ได้และอยู่ดี เน้นทักษะอาชีพ คุณภาพชีวิต และคุณค่าความเป็นมนุษย์มากกว่าวุฒิการศึกษาเพียงอย่างเดียว ดังนั้นในหลายพื้นที่อาจจะไม่ได้มุ่งเน้นเรื่องวุฒิการศึกษา หรือการเข้าสู่ระบบการศึกษาเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการมีทักษะเพื่อการประกอบอาชีพ การมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีในสังคม

🔹ประเด็นที่สาม มองการทำงานผ่าน “นิเวศพื้นที่” ไม่มองการศึกษาอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงคน กลุ่ม องค์กร โครงสร้างทางสังคม ทัศนคติ และทุนทรัพยากร เข้าด้วยกัน ซึ่งการวิเคราะห์นิเวศพื้นที่จะช่วยให้เห็นภาพการทำงานด้านการศึกษาที่ชัดและตอบโจทย์บริบทชีวิตของผู้คนมากที่สุด

🔹ประเด็นที่สี่ การทบทวนกรอบและข้อจำกัดอย่างตรงไปตรงมา อุปสรรคเกิดจากการไม่รู้หรือรู้ แต่ไม่กล้าออกจากกรอบ หรือรู้มากจนกลัวผิด เป็นโจทย์สำคัญที่ต้องคิดต่อและจัดการเชิงระบบ

🔹ประเด็นที่ห้า การจัดการเชิงพื้นที่เพื่อรองรับงานเชิงประเด็น ให้มีระบบ มีกลไก พร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานเชิงประเด็น เพราะการทำงานกับเด็ก เยาวชนนอกระบบการศึกษา และเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา เป็นงานเชิง Popularity-based คำถามสำคัญคือ งานเชิงพื้นที่ หรือ Area-based ของเราพร้อมหรือยังที่จะรับมือการทำงานเชิงประเด็นต่าง ๆ ต่อไป

การทำงานในพื้นที่ ไม่สามารถชวนกันทำได้ด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีรูปธรรมให้เห็น เมื่อพื้นที่เห็นว่า ทำแล้วเกิดผลจริง ความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจะเกิด และการทำงานจะขยายตัวได้ด้วยพลังของพื้นที่เอง เกิดเป็น “นิเวศการเรียนรู้ใหม่” ที่พื้นที่สามารถจัดการตัวเองได้ ไม่ว่าจะทำประเด็นไหนก็สามารถเชื่อมต่อและเติบโตได้ด้วยความเข้มแข็งของพื้นที่เอง...
ดร.อิทธิพล มาชื่น
ผู้จัดการโครงการหนุนเสริมวิชาการและติดตามตัวแบบความร่วมมือระดับท้องถิ่นเพื่อสร้างโอกาสการเรียนรู้สำหรับเยาวชนและประชากรวัยแรงงานนอกระบบ กสศ.
ส่วนหนึ่งจาก “เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้และสรุปบทเรียนความสำเร็จเชิงรูปธรรมสู่การขยายผลการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่” ณ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สวด อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อวันที่ 22 – 24 มกราคม 2569

#กสศ. #กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา
#สร้างโอกาส #สร้างงาน #สร้างชุมชน #ชุมชนเป็นฐาน
#ทุนส่งเสริมโอกาสการเรียนรู้ที่ใช้ชุมชนเป็นฐาน
#แรงงานนอกระบบ #เยาวชนนอกระบบการศึกษา
#ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ #ผู้ด้อยโอกาส

#การเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น

28/01/2026
🌟 หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เรียนรูปธรรม รุ่นที่ 2 🌱�📅 ระหว่างวันที่ 26-29 มีนาคม ...
01/04/2025

🌟 หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เรียนรูปธรรม รุ่นที่ 2 🌱�📅 ระหว่างวันที่ 26-29 มีนาคม 2568 ณ ศูนย์ฝึกอบรมองค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นก อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี การเรียนรู้รูปธรรมในครั้งนี้มีผู้นำชุมชนท้องถิ่นเข้าร่วมจำนวน 8 พื้นที่ รวม 62 ท่าน

ในวันที่ 29 มีนาคม 2568 🌿

🤝 เริ่มต้นด้วย กิจกรรมสานพลังผู้นำของผู้บริหารท้องถิ่น ท้องที่ และพนักงาน เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและความเข้มแข็งในชุมชน 🏘️ ต่อด้วย📝 กิจกรรมพัฒนาข้อเสนอโครงการ เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น โดยผู้เข้าร่วมได้มีโอกาส นำเสนอข้อเสนอโครงการ พร้อมรับข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ 📋💡
🎓 เสริมพลังใจ เเละมอบใบประกาศเกียรติบัตร ให้กับผู้เข้าร่วมการฝึกอบรมโดย นายสมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ หลังจากนั้น ทุกคนได้รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ก่อนเดินทางกลับบ้านเพื่อสานต่อความรู้ที่ได้รับในวันนี้ 💚
วันสุดท้ายของการฝึกอบรมเต็มไปด้วยความสนุกสนานและความรู้! ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่เสร็จสิ้นการฝึกอบรมและเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง อย่างมั่นคง ยั่งยืน มากยิ่งขึ้น 🚀

#พัฒนาศักยภาพผู้นำ
#ชุมชนท้องถิ่นเข้มเเข็งอย่างมั่นคงยั่งยืน
#ผู้นำชุมชนท้องถิ่น
#สมาคมมหาวิชชาลัยดอนเเก้วสร้างสุข
#หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำเสริมสร้างความเข้มเเข็งของชุมชนท้องถิ่น
#สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
#สสส

🌟 หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เรียนรูปธรรม รุ่นที่ 2 🌱�📅 ระหว่างวันที่ 26-29 มีนาคม ...
31/03/2025

🌟 หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เรียนรูปธรรม รุ่นที่ 2 🌱�📅 ระหว่างวันที่ 26-29 มีนาคม 2568 ณ ศูนย์ฝึกอบรมองค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นก อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี การเรียนรู้รูปธรรมในครั้งนี้มีผู้นำชุมชนท้องถิ่นเข้าร่วมจำนวน 8 พื้นที่ รวม 62 ท่าน

ในวันที่ 28 มีนาคม 2568 🌱

🕗 เริ่มต้นเช้าวันใหม่จาก 🏥 เรียนรู้รูปธรรมแหล่งที่ 5 และแหล่งที่ 6 ที่เกี่ยวข้องกับการ สุขภาพดีวิถีใหม่ โดยการเรียนรู้จาก รพ.สต.ยางขี้นก และ หมู่บ้านต้นแบบ NCDs เพื่อให้ผู้นำชุมชนมีความเข้าใจในกลไกการดูแลสุขภาพชุมชนอย่างยั่งยืน 👩‍⚕️👨‍⚕️
จากนั้น 🗣️ ถามข่าวเล่าเรื่อง “เว่านัวหัวมวน” ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับ เครือข่ายสวัสดิการและสังคมเกื้อกูล โดย นางพรทิพย์ วรรณทวี รองปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นก พร้อมทั้งการเรียนรู้จาก กลุ่มอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ ที่ช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจชุมชน 🌾
ในช่วงบ่าย 🏘️ เรียนรู้รูปธรรมแหล่งเรียนรู้ที่ 7 จาก ศูนย์แสดงสินค้าโอท้อป และการเยี่ยมชม วิสาหกิจชุมชนทอผ้า และ กลุ่มจักสานเครือซูด เพื่อเพิ่มทักษะการทำงานและการพัฒนาเศรษฐกิจในชุมชน 💼 รับฟัง💡แนวคิดเศรษฐกิจชุมชนพึ่งตนเอง เป็นหัวข้อที่ทุกคนได้เรียนรู้จาก นายธีร์ไพฑูรย์ ขาวดอกไม้ ผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจในการปรับตัวและพึ่งพาตนเองในชุมชน 🌍
🤝 ร่วมสรุป สรุปบทเรียน และ นำเสนอผลงาน ในช่วงบ่าย ทำให้ผู้นำชุมชนสามารถสะท้อนประเด็นสำคัญและพัฒนาข้อเสนอโครงการเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน 👏
🎭 กิจกรรมลานวัฒนธรรม “ฮีต โฮม เฮือน ฮัก” ในช่วงเย็นช่วยให้ทุกคนได้ร่วมสนุกและสัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่น พร้อมรับประทานอาหารเย็นร่วมกันในบรรยากาศที่อบอุ่น 🍽️เเละวันนี้เต็มไปด้วยการเรียนรู้และการทำกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของผู้นำชุมชนท้องถิ่น เพื่อพัฒนาและเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน 🌿

#พัฒนาศักยภาพผู้นำ
#ชุมชนท้องถิ่นเข้มเเข็งอย่างมั่นคงยั่งยืน
#ผู้นำชุมชนท้องถิ่น
#สมาคมมหาวิชชาลัยดอนเเก้วสร้างสุข
#หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำเสริมสร้างความเข้มเเข็งของชุมชนท้องถิ่น
#สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
#สสส

🌟 หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เรียนรูปธรรม รุ่นที่ 2 🌱�📅 ระหว่างวันที่ 26-29 มีนาคม ...
29/03/2025

🌟 หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่น เรียนรูปธรรม รุ่นที่ 2 🌱�📅 ระหว่างวันที่ 26-29 มีนาคม 2568 ณ ศูนย์ฝึกอบรมองค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นก อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี การเรียนรู้รูปธรรมในครั้งนี้มีผู้นำชุมชนท้องถิ่นเข้าร่วมจำนวน 8 พื้นที่ รวม 62 ท่าน

ในวันที่ 27 มีนาคม 2568 🌱

เป็นวันที่เต็มไปด้วยการเรียนรู้และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่มีค่าจากผู้นำชุมชน! 🌟 🕗 เริ่มต้นเช้าวันใหม่ ด้วยการลงทะเบียนผู้เข้าร่วมฝึกอบรมที่ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นก ก่อนจะเข้าสู่กิจกรรมที่สร้างพลังให้กับผู้นำชุมชนในการเตรียมความพร้อมสำหรับการฝึกอบรม
📖 จากนั้น นายเทียน แผลงฤทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลยางขี้นก ได้นำเสนอ ฐานคิดการพัฒนาและทุน-ศักยภาพของชุมชนตำบลยางขี้นก เพื่อให้ผู้นำทุกท่านได้เข้าใจถึงศักยภาพและการพัฒนาของพื้นที่ 🌍
🚀 หลังจากนั้นผู้นำชุมชนได้การทบทวนแนวคิดการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนท้องถิ่นจาก ดร.อิทธิพล มาชื่น 💬 เเละ 🌱 กิจกรรม ลานโสเหล่ "ฮีต โฮม เฮือน ฮัก" โดย นายเทียน แผลงฤทธิ์ ทำให้ผู้นำชุมชนได้ร่วมทำกิจกรรมที่เชื่อมโยงกันและสร้างความสัมพันธ์ในกลุ่ม 📣
จากนั้น
🧠 เรียนรู้กลไกการสร้าง Smart Children ผ่านกิจกรรมจาก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านผักแว่น และ รพ.สต.ผักแว่น เพื่อสร้างพื้นฐานการพัฒนาเด็กในชุมชนให้แข็งแรง 👶👧
🌿 เรียนรู้กิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรท้องถิ่น ก็ไม่ขาด! ผู้นำได้เรียนรู้การจัดการดิน น้ำ ป่า ขยะ และพลังงานผ่านการแบ่งปันประสบการณ์จาก นายสมาน ธงศรี กำนันตำบลยางขี้นก และ นายประสิทธิ์ การินทร์ หมอดินอาสา 🌾💧 ลงพื้นที่เรียนรู้ การบริหารจัดการน้ำ ที่ ทะเลหนองใหญ่ หมู่ที่ 8 ตำบลยางขี้นก เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผู้นำได้เรียนรู้การใช้ทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน 💦
🌳 ช่วงบ่ายยังเต็มไปด้วยกิจกรรม ปลูกต้นไม้รักษ์โลก และ การแปรรูปขยะโฟม PU ที่จัดขึ้นโดย ทีมหนุนเสริมการเรียนรู้ยางขี้นก 🌍♻️
✨ สรุปบทเรียน ในช่วงท้ายวัน พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาชุมชน ทำให้ทุกคนมีความเข้าใจที่ดีขึ้นในการสร้างโครงการและพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน 💡
วันนี้เต็มไปด้วยการเรียนรู้และการทำกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของผู้นำและชุมชนเพื่อพัฒนาให้ดีขึ้นในอนาคต

#พัฒนาศักยภาพผู้นำ
#ชุมชนท้องถิ่นเข้มเเข็งอย่างมั่นคงยั่งยืน
#ผู้นำชุมชนท้องถิ่น
#สมาคมมหาวิชชาลัยดอนเเก้วสร้างสุข
#หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำเสริมสร้างความเข้มเเข็งของชุมชนท้องถิ่น
#สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
#สสส

🎉 การฝึกอบรมผู้นำชุมชนท้องถิ่น รุ่นที่ 3 🌱 ระหว่างวันที่ 12 - 14 มีนาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท อยุธยา ท...
16/03/2025

🎉 การฝึกอบรมผู้นำชุมชนท้องถิ่น รุ่นที่ 3 🌱
ระหว่างวันที่ 12 - 14 มีนาคม 2568 ณ โรงแรม เดอะ คาวาลิ คาซ่า รีสอร์ท อยุธยา ที่นี่คือที่ที่ผู้นำชุมชนจากทั่วประเทศกว่า 200 คน มารวมตัวกันเพื่อพัฒนาศักยภาพและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนท้องถิ่น! 🏡💪

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2568

เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการรวมพลและออกกำลังกายกันก่อน 🏃‍♂️💪 สร้างพลังให้เต็มที่ก่อนเข้าเรียนรู้! จากนั้นก็ได้เวลาอิ่มอร่อยกับอาหารเช้า 🥐☕️
ช่วงเช้าผู้นำชุมชนท้องถิ่นได้ร่วมกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง มั่นคง และยั่งยืน 🏘️🌍 และยังได้ร่วมกันออกแบบชุมชนท้องถิ่นในแบบที่อยากเห็น พร้อมรับข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มาช่วยเติมเต็มความคิดสร้างสรรค์ 💡
ช่วงบ่ายจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยมีการบรรยายจาก นายสมพร ใช้บางยาง ประธานเครือข่ายร่วมสร้างชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ 🌟 และยังได้ร่วมกิจกรรมเลือกศูนย์ฝึกอบรมและวางแผนการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับพื้นที่อีกด้วย 🎓 การฝึกอบรมครั้งนี้ไม่เพียงแค่การเรียนรู้เท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และประสบการณ์ที่ดีจากทุกคนในงานนี้ 🤝✨
ขอขอบคุณทุกท่านที่มาเข้าร่วมฝึกอบรมในครั้งนี้ และพบกันที่การเรียนรู้รูปธรรมในพื้นที่ต่อไป! 🙏😊

#พัฒนาศักยภาพผู้นำ
#ชุมชนท้องถิ่นเข้มเเข็งอย่างมั่นคงยั่งยืน
#ผู้นำชุมชนท้องถิ่น
#สมาคมมหาวิชชาลัยดอนเเก้วสร้างสุข
#หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้นำเสริมสร้างความเข้มเเข็งของชุมชนท้องถิ่น
#สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
#สสส

ที่อยู่

200 หมู่ที่ 4 ตำบลดอนแก้ว
Mae Rim
50180

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 16:30
อังคาร 08:30 - 16:30
พุธ 08:30 - 16:30
พฤหัสบดี 08:30 - 16:30
ศุกร์ 08:30 - 16:30
เสาร์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ สมาคมมหาวิชชาลัยดอนแก้วสร้างสุขผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง สมาคมมหาวิชชาลัยดอนแก้วสร้างสุข:

ทางลัด

แชร์

ประเภท