โรงเรียนสอนเล่นหุ้น

โรงเรียนสอนเล่นหุ้น สอนเล่นหุ้นตั้งแต่พื้นฐานจนถึงขั้?

12/08/2022

คุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ⁣

#ถามอีกกับอิก #ทุกเรื่องที่นักลงทุนต้องรู้ ⁣

อย่าออมด้วยเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายแต่ให้ใช้จ่ายด้วยเงินที่เหลือจากการออมแล้ว--วอเรน บัฟเฟตต์--
07/08/2022

อย่าออมด้วยเงินที่เหลือจากการใช้จ่าย
แต่ให้ใช้จ่ายด้วยเงินที่เหลือจากการออมแล้ว

--วอเรน บัฟเฟตต์--

นักลงทุนที่เก่งที่สุดในโลก🥰
07/08/2022

นักลงทุนที่เก่งที่สุดในโลก🥰

Warren Buffett เริ่มลงทุนเมื่ออายุ 11 ปี
- เมื่ออายุ 21 ปี ทรัพย์สินของเขาคือ $20k.
- เมื่ออายุ 52 ปี ทรัพย์สินของเขาคือ $620M.
- วันนี้อายุ 9O ปี มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของเขาคือ $103B.
ได้เงินก้อนโตในระยะยาว ผลการทบต้นเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับ 8 ของโลก

Cr .CEO Mindset

เนื้อหาในเพจนี้​จัดทำเพื่อคนเฉพาะกลุ่มเท่านั้น​ สำหรับคนที่ต้องการพัฒนาความรู้ด้านการลงทุนและมีมุมมอง​ความคิดแบบอิสระ โปรดใช้วิจารณญาน​ในการรับชม
-----------------------------------------
การใช้งาน Binance เบื้องต้น : https://bit.ly/3bu9Iq0
การใช้งาน Bitkub เบื้องต้น : https://bit.ly/2SKC0pC
-----------------------------------------
สนับสนุนช่องลองลงทุน : https://bit.ly/3qCNUR7
—-------------------------------------
ติดต่องานโฆษณา
Line :

ช่องทางการติดตาม
Facebook : ลองลงทุน
IG : long.longthun
Youtube : https://bit.ly/3seAb3E
Twitter : ลองลงทุน
Blockdit : ลองลงทุน
www.longlongthun.com

07/08/2022

กรณีศึกษา Apple จากทำโรงงานเอง สู่การจ้างคนอื่น ผลิตสินค้าให้ทั้งหมด | BrandCase
233 ล้านเครื่อง คือจำนวน iPhone ที่ผลิตได้ในปี 2021
ซึ่งในจำนวนนี้ Apple มีหน้าที่เป็นเพียงแค่ผู้ดีไซน์เท่านั้น
ส่วนหน้าที่ในการผลิต จะถูกส่งต่อไปผลิตตามบริษัทที่ Apple จ้างให้ผลิตอีกทีหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีน

เวลาเราพลิกไปดูด้านหลังกล่องของ iPhone
เราก็จะเห็นคำว่า “Designed by Apple in California”
แต่ประกอบขึ้นในจีน เสียเป็นส่วนใหญ่

ทำไม Apple ถึงทำแบบนี้ ? BrandCase วิเคราะห์เคสนี้ให้อ่านกันแบบง่าย ๆ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 1984 หรือเมื่อ 38 ปีก่อน สตีฟ จอบส์ ได้เปิดตัวคอมพิวเตอร์ Macintosh ที่เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นแรก ๆ ของ Apple

ในตอนนั้น Apple ก่อตั้งโรงงานขึ้นที่เมือง Fremont ทางตอนเหนือของซิลิคอนแวลลีย์ โดยตั้งใจให้เป็นโรงงานสำหรับผลิตเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล Macintosh

สตีฟ จอบส์ ต้องการให้โรงงานสามารถผลิตได้ครั้งละมาก ๆ หรือก็คือ Mass Production
แต่อย่างไรก็ตาม ความต้องการของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในตอนนั้น ยังไม่มากขนาดที่จะผลิตครั้งละเยอะ ๆ จนทำให้ต้นทุนลดลงมาก ๆ ได้

นอกจากนี้ โรงงานของ Apple ยังมีปัญหาภายในเกี่ยวกับการผลิต
ไม่ว่าจะเป็น การผลิตไม่ได้ตามเป้าหมาย ปัญหาด้านคุณภาพ และปัญหาเกี่ยวกับสินค้าคงคลัง

ซึ่ง Apple เองก็ไม่สามารถรับมือกับปัญหาเหล่านี้ได้ จึงทำให้โรงงานต้องปิดตัวลงไปในปี 1992 และเป็นเหตุให้บริษัทต้องประสบกับปัญหาด้านการเงินในเวลาต่อมา

ต่อมาในปี 1997 ทิม คุก ที่เคยเป็นกำลังหลักของ Compaq บริษัทคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ที่ใหญ่ที่สุดในโลกขณะนั้น ก็ถูก สตีฟ จอบส์ ชวนให้เข้ามาร่วมงานที่บริษัท Apple

และทิม คุก ได้นำหลักการ “Just In Time” มาใช้ เหมือนกับตอนที่เขาทำงานอยู่ที่บริษัท Compaq

โดยเปลี่ยนจากการผลิตเพียงเพื่อสต็อกของ ไปเป็นการผลิตตามคำสั่งซื้อจากลูกค้าแทน โดยให้ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผลิตสินค้าออกมาให้พอดี ตามคำสั่งซื้อจากลูกค้า และนำมาส่งให้ทันเวลา

ซึ่งด้วยระบบการคำนวณ และการคาดการณ์ของ Apple ตอนนั้น
ก็สามารถนำวัตถุดิบไปผลิตสินค้า และส่งออกไปหาลูกค้าได้ทันที โดยไม่มีสินค้าค้างสต็อก

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้เอง ความต้องการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเริ่มมีมากขึ้น จนโรงงานของ Apple เริ่มไม่สามารถผลิตสินค้าในปริมาณมากได้ทันเวลา

ซึ่งถ้าตัดสินใจสร้างโรงงานขนาดใหญ่ขึ้นมา เพื่อรองรับปริมาณการผลิตที่มากขึ้น ก็ต้องสูญเสียงบประมาณมหาศาลไปกับการลงทุน ซึ่งก็จะส่งผลต่อสภาพคล่องของบริษัท

Apple จึงเลือกที่จะไปจ้างผลิตแทน โดยเริ่มมองหาซัปพลายเออร์ ที่พร้อมผลิตสินค้าในปริมาณมาก ๆ ได้ พร้อมทั้งลดจำนวนโกดัง และโรงงานผลิตสินค้าของ Apple ลงทั่วโลก

ในช่วงเวลานั้น ก็มีบริษัท Foxconn บริษัทสัญชาติไต้หวัน ที่รับจ้างผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกำลังเติบโต และขยายฐานการผลิตไปทั่วโลก

บริษัท Apple จึงตัดสินใจจ้าง Foxconn เพื่อผลิต iMac คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในปี 2000
โดยตั้งโรงงานผลิต iMac ที่สาธารณรัฐเช็ก ในทวีปยุโรป เพื่อเจาะตลาดกลุ่มผู้ใช้งานในประเทศตะวันตก

ต่อมา Apple ก็ได้จ้างบริษัท Foxconn ที่ตั้งโรงงานอยู่ในประเทศจีน ให้เป็นผู้ผลิต iPhone, iPad และ MacBook

ซึ่งสาเหตุหลักที่ต้องเลือกประเทศจีน เป็นฐานการผลิตสินค้าให้กับ Apple นั่นก็เพราะว่า

ประการที่ 1: มีแรงงานที่มีฝีมือ และค่าแรงที่ยังไม่สูงมาก

จากการที่เมืองเซินเจิ้นของจีน ถูกประกาศให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม ตั้งแต่ปี 1979 ทำให้เมืองนี้มีความล้ำหน้าในเรื่องการศึกษา และเทคโนโลยีต่าง ๆ มากกว่าเมืองอื่น ๆ ในประเทศจีน

ทำให้การตั้งโรงงานที่นี่ สามารถจ้างแรงงานฝีมือ ที่มีความรู้และทักษะทางวิชาชีพต่าง ๆ ได้เป็นจำนวนมาก
ตั้งแต่วิศวกร ช่าง ไปจนถึงพนักงาน ด้วยค่าแรงที่ถูกกว่าประเทศอื่น

ประการที่ 2: ระบบห่วงโซ่อุปทานที่มีความพร้อม

ในช่วงหลังจากปี 2003 เป็นต้นมา ประเทศจีนได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำด้านการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
จึงทำให้ที่นี่ กลายเป็นแหล่งรวมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่ครบครัน

โดยในปี 2021 มีซัปพลายเออร์ในจีน ที่ผลิตอุปกรณ์ให้กับ Apple มากกว่า 360 แห่ง ซึ่งคิดเป็น 46% ของซัปพลายเออร์ที่ผลิตชิ้นส่วนให้กับ Apple ทั้งหมด

ประการที่ 3: รองรับตลาดเอเชีย

การตั้งโรงงานที่ประเทศจีน เป็นเหมือนศูนย์กลางโลจิสติกส์ ที่สามารถขนส่งสินค้าทั้งในประเทศจีนเอง และประเทศอื่นได้ โดยเฉพาะประเทศในทวีปเอเชีย ทำให้ต้นทุนด้านการขนส่งนั้นถูกลง

ซึ่งในปี 2021 รายได้ของบริษัท Apple กว่า 1 ใน 3 เป็นรายได้ที่มาจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

จวบจนถึงปัจจุบัน บริษัท Apple เป็นเพียงผู้วิจัย พัฒนา และขายสินค้า

ส่วนในด้านการผลิตสินค้า ก็จะจ้างผู้ผลิตที่มีความชำนาญในแต่ละเทคโนโลยี มาผลิตชิ้นส่วนให้กับ Apple

เช่น การจ้างบริษัท Sony เพื่อผลิตเซนเซอร์กล้อง
จ้างบริษัท Samsung และบริษัท LG ผลิตหน้าจอ OLED
และจ้างบริษัท Foxconn ประเทศจีน เป็นฐานการประกอบชิ้นส่วนของ Apple

เนื่องด้วยห่วงโซ่โรงงานผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในเอเชีย จะสามารถลดต้นทุนได้มาก
ทั้งในเรื่องของต้นทุนสินค้าจากซัปพลายเออร์ที่ราคาถูก
ลดปัญหาสินค้าคงคลัง ต้นทุนค่าแรง และค่าขนส่ง
ซึ่งถือว่าเป็นการทำ Lean ในแบบฉบับของ Apple ที่แทบจะไม่ได้ผลิตสินค้าด้วยตัวเองเลย

นอกจากนี้ หลังจากที่ ทิม คุก มารับช่วงต่อจาก สตีฟ จอบส์ เขาได้สร้างภาพลักษณ์ ให้สินค้าของ Apple ดูดี หรูหรา และมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

พร้อม ๆ กับการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพ ให้กับสินค้าที่ออกมาใหม่ ให้มีความรวดเร็ว และใช้งานได้อย่างหลากหลายมากขึ้น

ทำให้สินค้าที่ออกมาใหม่ ไม่ว่าจะเป็น iPhone, iPad หรือ MacBook รุ่นใหม่ สามารถขายได้ในราคาที่แพงขึ้น

ในขณะที่เขาเองก็ได้พยายามร่วมมือกับโรงงาน Foxconn และโรงงานผู้ผลิตชิ้นส่วนรายอื่น ๆ เพื่อลดต้นทุนการผลิตที่โรงงานอยู่ตลอดเวลา

ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ทำให้ผลประกอบการของ Apple เติบโตขึ้นได้เรื่อยมา แถมยังมีอัตรากำไรสุทธิที่สูงขึ้นอีกด้วย

โดยจะเห็นได้จากกำไรสุทธิ และอัตรากำไรสุทธิในแต่ละช่วงเวลา

ปี 2005 มีกำไรสุทธิ 48,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 9.6%
ปี 2013 มีกำไรสุทธิ 1,346,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 21.7%
ปี 2021 มีกำไรสุทธิ 3,440,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 25.9%

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ
ปัจจุบันสินค้า iPhone กว่าครึ่งหนึ่ง ถูกผลิตที่โรงงาน Foxconn ในเมืองเจิ้งโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

ซึ่งโรงงานแห่งนี้ มีพนักงานกว่า 350,000 คน และสามารถผลิต iPhone ได้ 500,000 เครื่องต่อวัน..

References
- https://www.apple.com/leadership/tim-cook/
- https://www.thomasnet.com/insights/apple-supply-chain/
- https://www.lean.org/the-lean-post/articles/how-lean-is-apple/
- https://www.ejet.com/apple-manufacturer-in-china/
-https://www.mercurynews.com/2018/12/17/steve-jobs-wanted-to-build-apple-computers-in-fremont-why-didnt-it-work-out/
- https://www.tbsnews.net/feature/panorama/how-tim-made-apple-his-own-125734
- https://appleinsider.com/articles/22/03/01/apple-raised-iphone-production-to-855m-in-q4-2021
- https://www.businessinsider.com/apple-iphone-factory-foxconn-china-photos-tour-2018-5
- https://www.statista.com/statistics/267728/apples-net-income-since-2005/

05/08/2022

ทำไม KBank ถึงร่วมทุน กลุ่มคาราบาว ผลักดันร้าน “ถูกดี มีมาตรฐาน” เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจชุมชน ? - MarketThink
โชห่วย ร้านค้าปลีกที่ตั้งอยู่ตามชุมชนเล็ก ๆ และอยู่คู่คนไทยมาอย่างยาวนาน
ในช่วงหลัง ๆ มานี้ เราอาจจะได้ยินคำพูดที่ว่า “โชห่วยกำลังจะตาย” ทั้งจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การเติบโตของร้านสะดวกซื้อ รวมถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามาดิสรัปต์

เช่นเดียวกับ คุณเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ผู้บุกเบิกกลุ่มคาราบาว และผู้ก่อตั้งร้านถูกดี มีมาตรฐาน ที่มองเห็นปัญหานี้
แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังมองเห็นศักยภาพของร้านโชห่วยที่มีจุดแข็งคือ การเป็นที่รู้จักของคนในชุมชน เพียงแต่ยังมีจุดอ่อนอีกหลายจุดที่ต้องปรับปรุง และพัฒนา

ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว คุณเสถียร ก่อตั้งบริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด
เพื่อเข้าไปยกระดับร้านโชห่วยแบบเดิม ๆ ให้กลายเป็นร้าน “ถูกดี มีมาตรฐาน”
พัฒนาจุดอ่อนต่าง ๆ ด้วยการลงทุนกับอุปกรณ์ภายในร้าน จัดหาสินค้า ให้องค์ความรู้เรื่องการดูแลร้าน และนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาบริหารจัดการ

คุณเสถียร เชื่อว่า “ถ้าสามารถทำให้ร้านโชห่วย 3-4 แสนร้านที่มีอยู่ในประเทศไทย ยังดำรงอยู่ได้ มันจะเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจในอนาคตได้”

ปัจจุบัน ร้านถูกดี มีมาตรฐาน มีอยู่แล้วกว่า 5,000 ร้าน กระจายตัวอยู่ใน 62 จังหวัดทั่วประเทศไทย
แม้แต่ในพื้นที่ห่างไกลอย่างอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ก็ตาม

“แม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่เราก็ฟันฝ่าด้วยการลองผิดลองถูก แล้วทุกอย่างก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ” คุณเสถียรกล่าว

กระทั่งล่าสุด ธนาคารกสิกรไทย (KBank) พาร์ตเนอร์ทางธุรกิจรายสำคัญ
ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของกลุ่มคาราบาวว่า มีความสามารถในการปลุกปั้นธุรกิจต่าง ๆ ให้ประสบความสำเร็จ จึงประกาศร่วมทุนกว่า 15,000 ล้านบาท ร่วมพัฒนาร้านถูกดี มีมาตรฐานด้วย

คำถามสำคัญก็คือ นอกจากเชื่อมั่นในศักยภาพของกลุ่มคาราบาวแล้ว
KBank เห็นโอกาสอะไร จึงร่วมลงทุนในครั้งนี้ ?

เรื่องนี้ คุณพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย อธิบายว่า เงินร่วมทุนของ KBank กว่า 15,000 ล้านบาท จะนำไปใช้ใน 2 ส่วน

1. KBank จะใช้เงินร่วมทุน 13,000 ล้านบาท โดยแยกออกเป็น
- การสนับสนุนทางการเงินแก่บริษัทในกลุ่มธุรกิจคาราบาว จำนวน 8,000 ล้านบาท
- การร่วมลงทุนผ่านตราสารการลงทุนที่ให้สิทธิลงทุนในหุ้นของบริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด จำนวน 5,000 ล้านบาท

คุณพัชร อธิบายง่าย ๆ ว่า “KBank จะเข้าไปเป็นผู้ถือหุ้นบริษัท ทีดี ตะวันแดง จำกัด
และถ้าบริษัทอยากกู้ KBank จะทำหน้าที่เป็นแบงก์ โดยจะมีเงินสำรองให้ก้อนหนึ่ง”

ในส่วนนี้ ก็เพื่อส่งเสริมศักยภาพของร้านถูกดี มีมาตรฐาน ให้เป็นร้านสะดวกซื้อของชุมชนที่เป็นรากฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ

2. KBank ร่วมกับกลุ่มคาราบาว จัดตั้งบริษัทร่วมทุนแห่งใหม่ “บริษัท กสิกร คาราบาว จำกัด (kbao)” ด้วยเงินร่วมทุน จำนวน 2,000 ล้านบาท

ในส่วนนี้ KBank ตั้งเป้าว่าจะให้บริการสินเชื่อเต็มรูปแบบผ่านร้านถูกดี มีมาตรฐาน
โดยจะเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และการค้าขายต่าง ๆ

ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มลูกค้าที่ไม่มีหลักฐานแสดงรายได้ประจำ ไม่มีบัญชีเงินฝาก หรือเจ้าของร้านค้าที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียน เพื่อนำไปปรับปรุงร้านค้า หรือสำหรับซื้อสต็อกสินค้า

ในจุดนี้ยังสอดคล้องกับเป้าหมายใหญ่ของ KBank ที่ต้องการขยายบริการทางการเงินให้เข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ มากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ KBank ยังวางแผนให้ร้านถูกดี มีมาตรฐาน เป็นจุดให้บริการทางการเงินในชีวิตประจำวันของคนในชุมชน เช่น บริการถอนเงิน จ่ายบิล รวมถึงเพิ่มบริการดิจิทัลต่าง ๆ เช่น สแกนจ่ายด้วย QR Code ด้วย

ซึ่งนี่เป็นอีกจุดหนึ่งที่ KBank มองเห็นว่า เป็นโอกาสในการขยายบริการทางการเงิน
โดยคุณพัชร กล่าวว่า “ความร่วมมือนี้ จะทำให้ KBank มีจุดบริการ KBank Service เพิ่มขึ้นอีก 30,000 จุด จากเดิมที่มีจำนวนกว่า 27,000 จุด”

ปัจจุบัน KBank มีช่องทางให้บริการผ่านสาขาจำนวน 830 สาขา, ตู้เอทีเอ็มและตู้ฝากถอนเงินอัตโนมัติ รวม 11,000 ตู้ และ K PLUS ที่มีลูกค้าใช้งานกว่า 18 ล้านราย

อย่างไรก็ดี การให้บริการสินเชื่อเต็มรูปแบบแก่กลุ่มลูกค้าที่เข้าไม่ถึงบริการ
อาจสร้างคำถามตามมาว่า จะก่อให้เกิดหนี้เสีย หรือ NPL มากขึ้นหรือไม่ ?

คุณพัชร ตอบคำถามนี้ โดยยกข้อดีของร้านโชห่วยในชุมชน รวมถึงร้านถูกดี มีมาตรฐาน

นั่นก็คือ ความรู้สึกในการเป็นเจ้าของร้าน การได้รู้จัก ใกล้ชิด และสนิทกับลูกค้าที่อยู่ในชุมชนแทบทั้งหมด
ตรงนี้เองที่เป็น ข้อมูล หรือ Data ในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เจ้าของร้านสามารถนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจได้ว่า สามารถปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้ารายนี้ได้หรือไม่

ประกอบกับ เงินที่ปล่อยกู้ผ่านร้านถูกดี มีมาตรฐาน ไม่ใช่เงินกู้สำหรับนำไปใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือย
แต่เป็นเงินกู้สำหรับนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และเพื่อการค้าขาย

“นี่จึงเป็นจุดที่ทำให้หนี้เสียอาจไม่ได้แย่เท่าไรนัก” คุณพัชรกล่าว

พูดถึงในฝั่งของ KBank แล้ว ทางฝั่งของบริษัท ทีดี ตะวันแดงเอง ก็มองว่า นี่เป็นโอกาสในการพัฒนาร้านถูกดี มีมาตรฐานเช่นกัน

อย่างที่บอกไปแล้วว่า ปัจจุบัน ร้านถูกดี มีมาตรฐาน เปิดไปแล้วกว่า 5,000 ร้าน
มีพาร์ตเนอร์ที่รอเปิดร้านอีกกว่า 1,000 ราย
และในทุก ๆ สัปดาห์ มีพาร์ตเนอร์เข้ามาสมัครเพื่อขอเปิดร้านกว่า 500 ราย

คุณเสถียร จึงตั้งเป้าว่า จะขยายร้านถูกดี มีมาตรฐาน ให้มากขึ้น
โดยคาดว่าจาก 5,000 ร้านในปัจจุบัน จะเพิ่มขึ้นเป็น 10,000 ร้าน ภายในสิ้นปีนี้
จากนั้น จะขยายเป็น 20,000 ร้าน ภายในปี 2566 และมุ่งสู่ 30,000 ร้าน ภายในปี 2567

อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญในการดำเนินการและการเพิ่มจำนวนร้านค้า ต้องใช้เงินทุนจำนวนมหาศาล

ดังนั้น คุณเสถียร มองว่า การที่ KBank เข้ามาร่วมทุน จึงเป็นเรื่องดี
เพราะหมายความว่า KBank มองเห็นศักยภาพ และเห็นว่าธุรกิจนี้เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ทำให้พี่น้องทั่วประเทศได้ประโยชน์ ได้มีธุรกิจเป็นของตัวเอง

“ถ้าเรามีเงินจำนวนมาก โอกาสที่เราจะเปิดร้านได้อย่างรวดเร็ว ก็มากขึ้น
เราต้องทำอีกหลายอย่างมาก ต้องมีคลังสินค้าที่กระจายอยู่ทั่วประเทศราว 7-8 แห่ง
จึงจะสามารถส่งสินค้าอย่างรวดเร็ว และมีต้นทุนในการจัดการที่ไม่แพง” คุณเสถียรกล่าว

นอกจากนี้ คุณเสถียรยังได้บอกเล่าเกี่ยวกับการขยายร้านถูกดี มีมาตรฐาน ออกเป็น 3 ช่วง

- ช่วงแรก Point of Sale หรือเป็นศูนย์กลางสินค้า

เป็นช่วงเริ่มต้นของการทำร้านถูกดี มีมาตรฐาน ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คือเป็นร้านค้าปลีกยุคใหม่ ที่ทันสมัย มีสินค้าครบครัน และสนิทใจกับลูกค้า

ชูแนวคิด “กินแบ่ง ไม่กินรวบ” ที่ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน และมุ่งแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับทุกฝ่าย

- ช่วงที่สอง Point of Service หรือเป็นศูนย์กลางสินค้าและบริการ

คือช่วงปัจจุบันของร้านถูกดี มีมาตรฐาน ซึ่งจากเดิมเป็นแค่ศูนย์กลางสินค้า ก็ขยายมาให้บริการมากขึ้น
โดยได้เพิ่มระบบสมาชิก ให้ลูกค้าได้สะสมแต้ม เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จากร้านได้ และระบบพรีออร์เดอร์ (ถูกดี สั่งได้) ที่ให้ลูกค้าสามารถสั่งซื้อสินค้าที่ไม่มีในร้านได้ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า

ซึ่งบริการนี้ ทำให้เจ้าของร้านไม่ต้องกังวลเรื่องการสต็อกสินค้า หรือพื้นที่เก็บสินค้าในร้าน และยังช่วยทำให้ร้านเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดอีกด้วย

นอกจากนี้ การร่วมมือกับ KBank ก็ตอบโจทย์ในส่วนของการเป็น Point of Service
นั่นก็คือ ร้านถูกดี มีมาตรฐาน จะกลายเป็นจุดให้บริการทางการเงิน ทั้งให้บริการสินเชื่อ บริการถอนเงิน จ่ายบิล และบริการดิจิทัลต่าง ๆ แก่คนในชุมชนด้วย

- ช่วงที่สาม Point of Everything หรือเป็นศูนย์กลางของชุมชน

วิสัยทัศน์ของคุณเสถียรต่อร้านถูกดี มีมาตรฐาน ก็คือ การเป็นศูนย์กลางของชุมชน
ไม่ใช่แค่ขายสินค้า แต่ยังมีการให้บริการต่าง ๆ ที่มากขึ้น ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้คนในชุมชน

นอกจากการให้บริการทางการเงิน อย่างการให้สินเชื่อแล้ว
ร้านถูกดี มีมาตรฐาน อาจจะเป็นจุดที่ช่วยผู้คนในการลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการต่าง ๆ จากภาครัฐ เช่น บัตรสวัสดิการ, ลงทะเบียนฉีดวัคซีน

นอกจากนี้ ร้านถูกดี มีมาตรฐาน อาจเป็นจุดบริการทางการแพทย์ เป็นจุดจ่ายยา หรือเป็นจุดรับ-ส่งสินค้าได้ โดยอาศัยโครงข่ายของร้านถูกดี มีมาตรฐาน ที่มีรถส่งสินค้าไปยังร้านที่มีทั่วประเทศอยู่แล้ว

คุณเสถียร ได้ยกตัวอย่างว่า ร้านถูกดี มีมาตรฐาน อาจเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเกษตรกร ในยามที่สินค้าเกษตรมีราคาตกต่ำ ก็เข้าไปช่วยซื้อ และกระจายไปวางขายตามร้านถูกดี มีมาตรฐานในร้านต่าง ๆ

เป้าหมายทั้งหมด ก็ตรงกับความตั้งใจของ KBank เช่นกัน ที่วางบทบาทในฐานะสถาบันการเงินที่จะเข้าไปมีส่วนช่วยกลุ่มคนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการทางการเงินต่าง ๆ ได้
เช่น กลุ่มคนที่ไม่มีบัญชีเงินเดือน ไม่มีรายได้ประจำ เป็นกลุ่มเป้าหมายที่ KBank พยายามผลักดัน เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการเงินของ KBank ได้สะดวกและง่ายขึ้น

คุณเสถียร เชื่อว่า “ภายใน 1-2 ปีนับจากนี้ ธุรกิจที่วาดหวังไว้เหล่านี้ จะค่อย ๆ สมบูรณ์ขึ้น
และเมื่อถึงเวลานั้น ร้านถูกดี มีมาตรฐานทุกร้าน จะเป็นศูนย์กลางของชุมชน”

ท้ายที่สุด คุณเสถียรมองว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการพัฒนาร้านถูกดี มีมาตรฐาน ก็คือ การเป็นประโยชน์ต่อชุมชน

“ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำกับร้านถูกดี มีมาตรฐาน จะมีส่วนช่วยหลายหมื่นครอบครัวในประเทศนี้ ให้ขึ้นมายืนอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี

ต้องยอมรับว่า คนที่ทำร้านโชห่วยทุกวันนี้ เป็นคนตัวเล็กตัวน้อยที่อยู่ในสังคม
ถ้าวันหนึ่ง เขามาทำร้านถูกดี มีมาตรฐาน มีรายได้ 5-6 หมื่นบาทต่อเดือน
เขาจะมีตัวตน มีที่อยู่ที่ยืนในสังคม อย่างน้อยครอบครัวของเขาจะมีอนาคต ธุรกิจนี้จะถูกส่งต่อไปถึงลูกหลานได้

หรืออย่างน้อยที่สุด ก็เป็นแหล่งที่คนในชุมชนสามารถกู้ยืมเงิน โดยไม่ต้องถูกเก็บดอกเบี้ย 20-30%” คุณเสถียรกล่าวทิ้งท้าย

ซึ่งคุณพัชร กล่าวว่า เรื่องนี้สอดคล้องกับสิ่งที่ KBank พยายามทำ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม
นั่นก็คือ การขยายการให้บริการทางการเงินแก่กลุ่มคนตัวเล็กตัวน้อยที่เข้าไม่ถึง นั่นเอง..

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับร้าน “ถูกดี มีมาตรฐาน” คลิก https://bit.ly/3z1T5hx


#คาราบาว
#ถูกดีมีมาตรฐาน

🏫🏫🏫โรงเรียนสอนเล่นหุ้น 🏫🏫🏫💥สอนตั้งแต่ความรู้พื้นฐานจนถึงความรู้ขั้นสูง เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่จนถึงมืออาชีพ💥🌀สอนการว...
05/08/2022

🏫🏫🏫โรงเรียนสอนเล่นหุ้น 🏫🏫🏫

💥สอนตั้งแต่ความรู้พื้นฐานจนถึงความรู้ขั้นสูง เหมาะสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่จนถึงมืออาชีพ💥
🌀สอนการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน🌀
💵สอนครอบคลุมการวางการแผนเทรด💵
💰สอนบริหารความเสี่ยงเงินลงทุน💰
🤹สอนเทคนิคการซื้อขายให้ได้เปรียบตลาด🤹
📈สอนวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค📈
🌟สอนสร้างระบบเทรดเป็นของตัวเอง🌟
🧭สอนการใช้เครื่องมือพื้นฐานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การประยุกต์ใช้เทคนิคการเทรดเข้าด้วยกันอย่างลงตัว🧭
🤗การความควมคุมอารมณ์ให้สามารถชนะตลาดได้🤗

📕โดยมีรายละเอียดเนื้อหาในคอร์สเรียนดังนี้ครับ📕

📓คอร์สเรียนจะแบ่งเป็น 20 ก้าว📓

ก้าวที่ 1 ก้าวแรกสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ
ก้าวที่ 2 วางแผนสู่ความสำเร็จ
ก้าวที่ 3 การบริหารพอร์ตให้เกิดความเสี่ยงน้อยสุด
ก้าวที่ 4 วัฏจักรของคลื่น ฤดูกาลที่เกิดขึ้นในตลาด
ก้าวที่ 5 กราฟแท่งเทียน สำคัญไฉน
ก้าวที่ 6 มองแนวโน้มเป็น เห็นกำไร
ก้าวที่ 7 ทำกำไรไม่รู้จบด้วยเส้น Trend Line
ก้าวที่ 8 กำแพงสุดแกร่งที่ขึ้นชื่อว่า แนวรับ แนวต้าน
ก้าวที่ 9 รูปแบบกลับตัวที่ต้องรู้
ก้าวที่ 10 รูปแบบต่อเนื่องบอกอนาคต
ก้าวที่ 11 Gap ช่องว่างบอกสัญญาณ
ก้าวที่ 12 เส้นแนวโน้มสุดฮิต Moving Average
ก้าวที่ 13 MACD อินดิเคเตอร์บอกแนวโน้มขั้นเทพ
ก้าวที่ 14 RSI สุดยอดเครื่องมือแบบ Over Over
ก้าวที่ 15 Stochastic แกว่งปัญญาหากำไร
ก้าวที่ 16 ทราบปริมาณการซื้อขายด้วย Volume
ก้าวที่ 17 Fibonacci ตัวเลขสุดอัศจรรย์ของจักรวาล
ก้าวที่ 18 กฎเหล็กของธรรมชาติที่ถูกขนานนามว่า Elliott Wave
ก้าวที่ 19 ปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้ Fundamental analysis
ก้าวที่ 20 หลักจิตวิทยาสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ

🖍️เมื่อจบคอร์สสามารถเทรดและวิเคราะห์เองได้ทันที🖍️

📚แจกฟรี หนังสือประกอบการเรียน ซึ่งสรุปเนื้อหาจากโค้ชคิม Fulltime Trader ประสบการณ์เทรดกว่า 9 ปี ที่ประสบความสำเร็จมากมายบนตลาด Forex หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ คริปโต ทองคำ และอื่นๆ📚

🧑‍💻เนื่องจากเนื้อหาของบทเรียน มีความยาก และซับซ้อนมาก ทางเราจึงสรุปเนื้อหาที่สำคัญที่มีประโยชน์สำหรับการเทรด และให้เรียนกับโค้ชแบบออฟไลน์ สามารถเข้าใจได้ไวกว่า มีข้อสงสัยถามได้ตลอด ให้คำปรึกษาได้ตลอด🧑‍💻

💓ราคาพิเศษเพียง 4,900 บาท💓

⏰เวลาเรียน 30 - 40 ชั่วโมง⏰

💒สถานที่เรียน ร้านป้านา แม่จะเราหมู่ 1💒

(นักเรียนคนไหน สนใจเรียนออนไลน์ สามารถทักแขทแล้วนัดเวลาเรียนได้เลยครับ)

💓สนใจทักแชทมาเลยครับ รับจำนวนจำกัด💓

☎️ติดต่อ 096-7895525 , 0627989591 (โค้ชคิม) ☎️

📊📊📊 สอนเล่นหุ้น 📊📊📊💥สอนตั้งแต่พื้นฐาน จนถึง ขั้นสูง💥🥩สอนการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน🥞📈สอนวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค🖍️เรียนเสร็จ...
05/08/2022

📊📊📊 สอนเล่นหุ้น 📊📊📊
💥สอนตั้งแต่พื้นฐาน จนถึง ขั้นสูง💥
🥩สอนการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน🥞
📈สอนวิเคราะห์กราฟทางเทคนิค
🖍️เรียนเสร็จสามารถเทรดและวิเคราะห์เองได้ทันที
💓ราคาพิเศษเพียง 4,900 บาท💓
✖️เวลาเรียน 30 - 40 ชั่วโมง➰
💒สถานที่เรียน ร้านป้านา แม่จะเราหมู่ 1💒

💓สนใจทักแชทมาเลยครับ รับจำนวนจำกัด💓

บอกซิกแนล ตามหาหุ้นเด้ง 5 เด้ง 10 เด้ง 20 เด้ง ไม่ยากเฟ้นหาหุ้นจากบริษัทคุณภาพ หุ้นเติบโต ราคาถูก เปลี่ยนจากเงินหลัก 10,...
02/08/2022

บอกซิกแนล ตามหาหุ้นเด้ง 5 เด้ง 10 เด้ง 20 เด้ง ไม่ยาก
เฟ้นหาหุ้นจากบริษัทคุณภาพ หุ้นเติบโต ราคาถูก
เปลี่ยนจากเงินหลัก 10,000 บาท เป็นหลัก 100,000 บาท
เปลี่ยนจากเงินหลัก 100,000 บาท เป็นหลัก 1,000,000 บาท ด้วยหลักการเดียวกับเทรดเดอร์ระดับโลก

💓พร้อมคำแนะนำการบริหารความเสี่ยง และ Risk reward ratio ฟรี💓

😊แจกฟรี Ebook สอนเทรดพื้นฐานจนถึงขั้นสูงมูลค่า 1200 บาทฟรี😊

สนใจทัก Inbox มาได้เลยนะครับ

เงินเฟ้อ ฉบับน่ารักๆ
02/08/2022

เงินเฟ้อ ฉบับน่ารักๆ

เงินออมสำคัญแค่ไหน💵💰
02/08/2022

เงินออมสำคัญแค่ไหน💵💰

ทำไมเงินออม ถึงเป็นตัวชี้วัด ความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ - BillionMoney
เงินออม ถือเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ และจำเป็นสำหรับชีวิตประจำวันของเรา
เพราะเราสามารถนำเงินออมนี้ ไปใช้จ่ายกับสิ่งที่จำเป็นในอนาคต หรือนำไปลงทุนเพื่อสร้างรายได้

แต่รู้หรือไม่ว่าเงินออมที่ฝากอยู่ในบัญชีของเรานั้น สามารถส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม ได้มากกว่าที่เราคิด
เนื่องจากเงินฝากของเรา จะถูกธนาคารนำไปปล่อยกู้ ให้กับธุรกิจต่าง ๆ ที่ต้องการขยายกิจการ
ซึ่งการที่ธุรกิจต่าง ๆ สามารถขยายกิจการได้เพิ่มขึ้น ก็จะส่งผลให้เศรษฐกิจขยายตัวด้วยเช่นกัน

เพราะการขยายกิจการ ก็หมายถึงการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น รวมถึงกิจการยังสามารถพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อใช้เพิ่มประสิทธิภาพของตัวเองได้อีกด้วย ส่งผลให้การผลิตของประเทศ มีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างเช่น ประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีอัตราส่วนเงินออมต่อ GDP ค่อนข้างสูง
เนื่องจากไม่เคยมีเงินออม ต่ำกว่า 40% ของ GDP เลย ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
ก็ได้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้จีน เป็นประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็ว
ดังที่เห็นจาก อัตราการเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ของ GDP จีน ที่สูงถึงเกือบ 10% ต่อปี

นอกจากเงินออม จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภายในประเทศแล้ว
การมีเงินออมมาก ยังทำให้ประเทศมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายนอกด้วย

เพราะถ้าหากประเทศมีเงินออมน้อยเกินไป ความต้องการที่จะลงทุน ของกิจการภายในประเทศ
หรือที่ในทางเศรษฐศาสตร์ เรียกว่า “ช่องว่างการออมและการลงทุน (Saving-Investment Gap)”
ขยายกว้างขึ้น ซึ่งจะทำให้กิจการ ต้องไปกู้เงินจากต่างประเทศ เพื่อทำการขยายกิจการ

และการขยายกิจการ ก็จะตามมาด้วย การนำเข้าเครื่องจักร หรือสินค้าทุน เป็นจำนวนมาก
เพื่อที่จะผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น อันจะนำไปสู่การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ในที่สุด

ซึ่งการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดนั้น หมายความว่า เรากำลังจ่ายเงินออกไปนอกประเทศ เพื่อซื้อสินค้าเข้ามา
ก็อาจทำให้อัตราแลกเปลี่ยนอ่อนค่าลง จากการที่เงินสกุลในประเทศ ถูกแลกเป็นเงินสกุลต่างประเทศ
เป็นจำนวนมาก เพื่อจ่ายค่าสินค้านำเข้า

ส่วนประเทศไทยนั้น เมื่อย้อนดูสัดส่วนการออม ต่อ GDP ของไทย ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ก็พบว่า

ปี 2017 สัดส่วนการออม เท่ากับ 32.0%
ปี 2018 สัดส่วนการออม เท่ากับ 31.7%
ปี 2019 สัดส่วนการออม เท่ากับ 31.7%
ปี 2020 สัดส่วนการออม เท่ากับ 28.0%
ปี 2021 สัดส่วนการออม เท่ากับ 27.8%

โดยสัดส่วนเงินฝากที่ลดลง ในปี 2020 และปี 2021 นั้น ก็อาจมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19
ที่ทำให้ผู้คน จำเป็นต้องนำเงินออม ออกมาใช้จ่ายก่อน

ในขณะที่สัดส่วนการลงทุนต่อ GDP ของไทยนั้น

ปี 2017 สัดส่วนการลงทุน เท่ากับ 22.9%
ปี 2018 สัดส่วนการลงทุน เท่ากับ 25.2%
ปี 2019 สัดส่วนการลงทุน เท่ากับ 23.8%
ปี 2020 สัดส่วนการลงทุน เท่ากับ 23.7%
ปี 2021 สัดส่วนการลงทุน เท่ากับ 29.1%

เมื่อดูจากข้อมูลข้างต้น ก็หมายความว่าส่วนใหญ่แล้ว ประเทศไทยมีความต้องการออม มากกว่าการลงทุน
เนื่องจากสัดส่วนการออมต่อ GDP มีมากกว่าสัดส่วนการลงทุนต่อ GDP มาตลอด ยกเว้นในปี 2021

แต่ถึงจะมีสัดส่วนการออมที่ค่อนข้างสูง และมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจภายนอก ที่ค่อนข้างดี
ทว่าอัตราการเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ของเศรษฐกิจไทย กลับอยู่เพียงแค่ 2.6% ต่อปี เท่านั้น

โดยทางธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เคยวิเคราะห์ไว้ว่า แม้ประเทศไทย จะมีแหล่งทุนจากเงินออม
เป็นจำนวนมาก แต่ภาคเอกชนของไทยนั้น ไม่มีแรงจูงใจที่จะลงทุนเพิ่ม เนื่องจากการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
ทำให้ความต้องการสินค้าภายในประเทศลดลง พร้อมทั้งเกิดการขาดแคลนแรงงาน อีกทั้งประเทศไทย
ยังมีปัญหา เรื่องเสถียรภาพทางด้านการเมืองอีกด้วย

ทำให้การลงทุนของภาคเอกชนนั้น มีน้อยเกินกว่าที่ควร และนำไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจที่ช้าลง

จึงเป็นที่น่าสนใจว่า สัดส่วนการลงทุนต่อ GDP ที่เพิ่มขึ้นมาอย่างมากในปีที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่า ภาคเอกชนกำลังเริ่มกลับมาลงทุนอีกครั้ง จะช่วยให้เศรษฐกิจไทย กลับมาฟื้นตัว
และเติบโตได้ในระยะยาวหรือไม่

References
-https://www.investopedia.com/financial-edge/0310/savings-are-a-blessing-in-a-slow-recovery.aspx
-https://www.managementstudyguide.com/how-savings-affect-economy.htm
-https://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.MKTP.CD?locations=CN
-https://www.imf.org/external/pubs/ft/fandd/basics/current.htm
-https://www.economicshelp.org/blog/6411/economics/current-account-savings-investment/
-https://data.worldbank.org/indicator/NY.GNS.ICTR.ZS?locations=US
-https://data.worldbank.org/indicator/NE.GDI.TOTL.ZS?locations=US
-https://www.ceicdata.com/en/indicator/united-states/gross-savings-rate
-https://www.ceicdata.com/en/indicator/united-states/investment--nominal-gdp
-https://data.worldbank.org/indicator/NY.GNS.ICTR.ZS?locations=TH
-https://data.worldbank.org/indicator/NY.GDP.MKTP.CD?locations=TH
-https://www.bot.or.th/App/BTWS_STAT/statistics/ReportPage.aspx?reportID=952&language=th
-https://thaipublica.org/2020/01/bot-research-investment-savings-gap-01/

หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock) เป็นตราสารที่ผู้ถือมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกิจการเช่นเดียวกับหุ้นสามัญ แม้จะไม่มีสิทธิในกา...
02/08/2022

หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock) เป็นตราสารที่ผู้ถือมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของกิจการเช่นเดียวกับหุ้นสามัญ แม้จะไม่มีสิทธิในการออกเสียงลงมติในที่ประชุมผู้ถือหุ้น แต่เมื่อกิจการมีกำไรจากการดำเนินงาน ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะได้รับเงินปันผลในอัตราคงที่ ซึ่งอาจจะมากหรือน้อยกว่าผู้ถือหุ้นสามัญก็ได้ ขณะเดียวกัน หากกิจการนั้นต้องเลิกกิจการ และมีการชำระบัญชีโดยการขายทรัพย์สิน ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ์ก็จะได้รับเงินคืนทุนก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ

หุ้นสามัญ (Common Stock) เป็นตราสารที่ออกโดยบริษัทมหาชนจำกัด (บมจ.) ที่ต้องการระดมเงินทุนจากประชาชน โดยผู้ถือหุ้นสามัญจะ...
02/08/2022

หุ้นสามัญ (Common Stock) เป็นตราสารที่ออกโดยบริษัทมหาชนจำกัด (บมจ.) ที่ต้องการระดมเงินทุนจากประชาชน โดยผู้ถือหุ้นสามัญจะมีสิทธิร่วมเป็นเจ้าของบริษัท มีสิทธิในการออกเสียงลงมติในที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนของหุ้นที่ถือครองอยู่ กล่าวคือ ร่วมเป็นผู้ตัดสินใจในปัญหาสำคัญในที่ประชุมผู้ถือหุ้น เช่น การเพิ่มทุน การจ่ายปันผล การควบรวมกิจการ ฯลฯ

นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นสามัญยังมีสิทธิได้รับเงินปันผลเมื่อบริษัทมีผลกำไร และมีโอกาสได้รับกำไรจากส่วนต่างของราคาเมื่อราคาหลักทรัพย์ปรับตัวสูงขึ้นตามศักยภาพของบริษัท รวมถึงมีโอกาสได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้นออกใหม่ เมื่อบริษัทเพิ่มทุนหรือจัดสารใบสำคัญแสดงสิทธิต่างๆ ให้แก่ผู้ถือหุ้น

ที่อยู่

91/1 ต. แม่จะเรา
Mae Ramat
63140

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ โรงเรียนสอนเล่นหุ้นผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท