ปลายคิด

ปลายคิด

แชร์

ทุกคนสมควรได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด ในรูปแบบที่เหมาะสมกับตัวเขาเอง

11/10/2025

10 สิ่งที่ตกผลึกได้เมื่อเช้านี้

1. การเติบโต บ่อยครั้งคือการเดินเข้าไป
แต่บางครั้งก็คือการเดินออกมา

2. การเริ่มบางสิ่งนั้นยาก
แต่การเลิกบางสิ่งอาจยากกว่า

3. หากเห็นว่าชีวิตติดขัด
ให้ถอยออกมาเพื่อเห็นภาพที่กว้างขึ้น

4. เมื่อจมอยู่กับปัญหา
การอยู่เฉย ๆ และปล่อยให้เสียงในหัวตีกันให้เสร็จ
อาจเป็นทางออก

5. การเก็บไว้ในใจ อาจช่วยชะลอปัญหา
แต่การพูดออกไป อาจทำให้ปัญหานั้นจบลง

6. ในทางตรงกันข้ามกับข้อที่แล้ว
ปัญหาบางอย่าง ก็ต้องเก็บไว้ในใจ

7. คำพูดที่แตกต่าง อาจนำไปสู่จุดจบเดียวกัน
แต่ความสวยงามระหว่างทาง และรอยเท้าที่ฝากไว้
นั้นแตกต่างกันมาก

8. เวลาที่มีให้ครอบครัว ไม่มีคำว่าเร็วไป
มีแต่คำว่าสายเกินไป เมื่อเวลาผ่านไปแล้ว

9. จากข้อ 8. สุขภาพกายและใจก็เช่นกัน

10. คนที่รักและปรารถนาดีต่อคุณ
คุณดูแลเขาดีแค่ไหน ให้หมั่นพิจารณาอยู่เนือง ๆ

Have a nice day 🌱☘️🍀🕊️

#ปลายคิด

09/10/2025

หนึ่งในเรื่องที่พระพุทธเจ้าเป็น Role Model
นั่นคือ “ปากเปียกปากแฉะ”

เรื่องเดิม ๆ ซ้ำ ๆ พูดกับคนกลุ่มนี้แล้ว ก็ต้องพูดกับคนกลุ่มนั้น
บางคนพูดซ้ำ ๆ แล้วยังไม่เข้าใจ ยังไม่ดีขึ้น ท่านก็ไม่หยุดที่จะพูดต่อไป

ลองคิดดู

บางครั้งเราก็โมโหใช่ไหม เราว่าเราพูดไปแล้วนะ ทำไมถึงบอกว่าไม่รู้ ทำไมถึงบอกว่าไม่เข้าใจ ทำไมถึงอ้างว่าจำไม่ได้

สุดท้ายโมโหไป ไม่ได้อะไร คนที่เจ็บใจ คือเราคนเดียว

แต่ดูพระพุทธเจ้าท่านสิ สอนบางคนสอนยากสอนเย็น ท่านก็ยังสอน ต้องพูดอีกกี่ครั้ง ต้องยกตัวอย่างเปรียบเทียบมากมาย ต้องใช้อุบายสารพัด ท่านก็ทนทำได้

ในเต้าเต๋อจิง มีพูดเรื่องของคำ 4 คำ

“อดทน เมตตา ยอมรับ ยอมแพ้”

อดทน ต่อสิ่งที่ไม่พึงใจ
เมตตา ให้กับทุกชีวิต
ยอมรับ ในธรรมชาติที่ลิขิต
ยอมแพ้ แล้วปล่อยให้ชีวิตเป็นไป

พระพุทธเจ้าท่านอาจจะไม่ได้แค่ทนทำไป ท่านแค่เข้าใจในคำทั้ง 4 นี้ แล้วทำหน้าที่ของท่านไป

เมื่อตั้งใจจะเผยแผ่สัจธรรมที่ค้นพบ ก็ทำหน้าที่ไป ใครเห็นด้วยไม่เห็นด้วย ใครเข้าใจไม่เข้าใจ ใครจะอะไรยังไงก็ทำหน้าที่ไป

ตนทำดี กรรมของตน ใช่ของใคร
เขาจะรับ ได้หรือไม่ นั่นกรรมเขา
ตนทำได้ แค่ในส่วน กรรมของเรา
กรรมของเขา ก็ปล่อยเขา ให้เป็นไป

อดทน เมตตา ยอมรับ ยอมแพ้

และ ปากเปียก ปากแฉะ กันต่อไปครับ

#ปลายคิด

07/10/2025

เรามีร้านเด็ดที่ภูเก็ตมาแนะนำ

เรากับพ่อแม่ไม่รู้จักร้านนี้มาก่อน จนพี่คนขับรถเขาแนะนำ ก็เลยคิดว่าลองดูก็ได้ เพราะยังไงก็นึกไม่ออกอยู่แล้วว่ามื้อสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพจะกินอะไรดี

เข้าร้านไปปุ๊บ ก็รู้สึกสะดุดตากับป้ายไวนิลขนาดใหญ่ เขียนข้อความโต ๆ ไว้ (แปลเป็นไทย) ว่า

“ชนะคนอื่นมากมาย ไม่เท่าชนะใจตนเอง”

ถูกใจจัด เจ้าของร้านต้องเป็นแนวเบียว ๆ ไลฟ์โค้ช แบบเราแน่นอน จากนั้นน้องพนักงานก็เข้ามารับออเดอร์

น้องเขาแนะนำอาหารแนะนำของทางร้าน เราลองสั่งดูหนึ่งอย่าง อีกสามอย่างเราให้พ่อกับแม่เลือก

ระหว่างที่รอ ก็มีกระเจี๊ยบโซดาแก้วเล็ก ๆ มาเสิร์ฟ ให้จิบเพื่อความชื่นใจ ลองจิบแล้วชื่นใจมากจริง ๆ

ลูกค้าเข้าร้านไม่ขาดสาย มีทั้งคนไทย คนฝรั่ง คนจีน คนอินเดีย พอคนจีนกลุ่มหนึ่งเข้าร้านมา ก็ตรงไปตรงบ่อ ตรงถัง ที่เขาเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปูเอาไว้ น้องพนักงานร้านนี้ หลาย ๆ คนพูดภาษาจีนได้ อธิบายกลุ่มคนจีนเหล่านั้นได้เป็นฉาก ๆ

กุ้งพันธุ์นี้อย่างนั้น ปูตัวนี้อย่างนี้ เอาไปทำแบบนั้น แบบนี้ได้ เราฟังไม่รู้เรื่องทั้งหมดหรอก แต่เราประทับใจเป็นอย่างมาก กับการใช้ภาษาได้คล่องแคล่วและใช้งานได้จริงขนาดนั้น

อาหารมาเสิร์ฟแล้ว จานกำลังพอดี แต่รสชาติอร่อยเกินพอดีไปมาก อร่อยแบบโคตรอร่อย ที่เราสั่งไปคือ

ข้าวผัดทะเล อันนี้เมนูแนะนำที่น้องพนักงานเขาบอก ผัดข้าวผัดได้นัวมาก ข้าวผัดแบบบ้าน ๆ แบบที่เราชอบกินตอนเด็ก ๆ แต่วัตถุดิบทะเลคือดีมาก

หมูฮ้อง นุ่มละลายในปาก น้ำซอสที่ใส่มาเข้มข้น เผ็ดร้อนกำลังดี เอาจริง ๆ มีแต่น้ำซอสก็ราดข้าวสวยกินเป็นจาน ๆ ได้สบาย ๆ

กุ้งทอดเกลือในมันกุ้ง เรากินกุ้งทอดเกลือมาหลายที่ บอกเลยว่าที่นี่เป็นรองแค่กุ่ยหมงที่เดียว (เพราะอันนั้นกุ้งยักษ์มาก) อันนี้ดีมากจริง ๆ

หอยลายผัดพริกเผา เมนูโปรดของพ่อ ปกติเราไม่กินหอย แต่พอลองชิมแล้วติดใจ เผลอ ๆ เรากินไปมากกว่าพ่ออีก 555

ปิดท้ายสั่งโอ้วเอ๋ว ของหวานประจำจังหวัดมา หวานถูกใจกำลังดี จบมื้อนี้ด้วยความประทับใจ

ผู้จัดการร้านเดินมาถามระหว่างทานเหมือนพวกร้านเมืองนอกดี ๆ เลย อาหารมาครบแล้วใช่ไหม รสชาติอาหารเป็นอย่างไรบ้าง ส่วนตัวเราชอบความใส่ใจแบบนี้

อีกเรื่องที่เราชอบเป็นพิเศษคือ กุ้งที่แกะหัวกับเปลือกและหางออกไปแล้ว โดยเฉพาะในข้าวผัด ไม่รู้คนอื่นคิดอย่างไร แต่สำหรับเรา ข้าวผัดมันควรทานกุ้งได้เลย ไม่ควรให้มานั่งแกะกุ้งอีก สำหรับเรา ข้าวผัดทะเลคืออันดับหนึ่ง

ราคาไม่แพง สมเหตุสมผล ร้านสะอาด ห้องน้ำสะอาดมาก อาหารเร็วมากด้วย

ร้านนี้ชื่อ กินดี อยู่ที่ไม้ขาว ภูเก็ต ลงสะพานสารสินจากพังงา สักพักก็ถึงเลย

ไม่ต้องแปลกใจที่รูปในโพสต์นี้ ไม่ตรงกับเรื่องที่บรรยายมา เพราะอาหารลงปุ๊บก็ลุยปั๊บ ไม่ได้ถ่ายรูปไว้เลยสักนิด 555

จะว่าไปแล้ว ข้อความบนป้ายไวนิลที่ร้านนั้น ก็เหมาะสมแล้วจริง ๆ แหละ

“ชนะคนอื่นมากมาย ไม่เท่าชนะใจตนเอง”

ชนะใจตนเองได้แล้ว ก็ชนะใจลูกค้าได้แบบนี้จริง ๆ

#ปลายคิด

03/10/2025

แก้ตัวมาก ก็เจริญยาก

บางคนเวลามีคนให้คำแนะนำ ยังไม่ถึงกับตำหนิใด ๆ ก็ยกคำแก้ตัวออกมาได้มากมาย

บางครั้งเราเรียกคนแบบนี้ว่า “ร้อนตัว”

ถ้าร้อนตัว ก็แสดงว่าลึก ๆ แล้วรู้สึกผิดบางอย่างอยู่ รู้ตัวเองดีอยู่ว่ายังมีข้อบกพร่อง และยังทำได้ไม่เต็มที่มากพอ

เวลามีคนให้คำแนะนำ หรือแม้แต่ตำหนิ ไม่จำเป็นหรือไม่มีอะไรต้องแก้ตัวเลยสักนิด

ท่านพุทธทาสเคยกล่าวเอาไว้ว่า

หากเรื่องนั้นมันจริง เราบกพร่องจริง อย่างที่เขาพูด
ถ้าเรื่องนั้นมันสำคัญ ก็หาทางแก้ไข ปรับปรุง พัฒนา

แต่หากเรื่องนั้นมันไม่จริง เราไม่ได้เป็นอย่างที่เขาพูด
เราทำดีแล้ว เขามองไม่ถ้วนถี่เอง
ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไร ไม่ต้องแก้ตัว
แล้วก็มองหาต่อไป ว่ายังสามารถทำได้ดีขึ้นกว่านี้อีกไหม

สรุป ไม่ว่าจะจริงหรือไม่จริง จะดีหรือจะแย่
สิ่งที่ต้องทำ ก็มีแค่ ปรับปรุงพัฒนาให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไปอีก

คำว่า “แก้ตัว” และคำว่า “ร้อนตัว” นั้น ให้สังเกตที่คำว่า “ตัว”
แปลว่าเราให้ความสำคัญกับ “ตัว”

ตัวตนของเรายังหนาเตอะ เราทำทุกอย่างเพียงเพื่อจะรักษาตัวเองเอาไว้ก็เท่านั้น เราจึงมีอาการ เมื่อมีคนมาแตะต้องตัวตนของเรา

ในสูตรของเว่ยหล่าง ตอนหนึ่งกล่าวไว้ว่า

“สิ่งที่มีรสขม
ย่อมถูกใช้เป็นยาดี
สิ่งที่ฟังแล้วไม่ไพเราะหู
นั้นคือคำตักเตือนอันจริงใจของผู้เตือนที่แท้จริง

จากการแก้ไขความผิดให้กลับเป็นความถูก
เราย่อมได้รับสติปัญญา
โดยการต่อสู้เพื่อรักษาความผิดของตัวไว้
เราแสดงนิมิตแห่งความมีจิตผิดปรกติออกมา”

ใครพูดอะไร สิ่งเดียวที่ต้องสนใจคือ
จะทำให้ดีขึ้นกว่านี้ได้อย่างไร

แล้วจะเจริญก้าวหน้าครับ

02/10/2025

เห็นแต่ทำเป็นไม่เห็นเสียบ้าง แล้วหลาย ๆ อย่างจะดีขึ้น

ตอนที่ทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว เราเรียนรู้ ล้มลุกคลุกคลาน เจ็บตัวมามากมาย เราจึงมีสิ่งที่เรียกว่า “ประสบการณ์”

และบ่อยครั้งเราก็จะยึดว่าประสบการณ์นั้น คือสิ่งที่ “ถูกต้อง”

พอวันที่ทีมใหญ่ขึ้น มีลูกน้อง มีพาร์ทเนอร์ มีคนมาช่วยมากมาย เราจึงมักจะอดไม่ได้ ที่จะเอา “ประสบการณ์ที่ถูกต้อง” ของเราไปตัดสินว่าสิ่งที่คนอื่นทำนั้นมันไม่ใช่อย่างที่ควรจะเป็น

แน่นอนว่า บางครั้งประสบการณ์ที่ถูกต้องของเรานั้น มันก็เตือนภัยแก่น้อง ๆ ทีม ๆ และคนที่ร่วมงานได้ดี

แต่บางครั้งมันก็ไม่ใช่

ถ้าเราเห็นทุกอย่าง แล้วติดขัดทุกอย่าง กระโดดลงไปจัดการทุกอย่าง เอาความคิด ความเห็น และประสบการณ์ของเราทุกอย่างโยนลงไปกลางวงที่เขากำลังทำ ๆ กันอยู่ สุดท้ายเราก็อาจได้สิ่งที่เราต้องการ แต่สิ่งที่เราจะไม่ได้เลยก็คือ ...

.. ทีมจะไม่มีวันโต
.. เราเองจะไม่มีวันได้หยุดพักเพื่อกระโดดไปทำสิ่งอื่น ๆ ต่อ

ในช่วงปีที่ผ่านมานี้ แบบฝึกหัดที่ท้าทายอย่างหนึ่งของเรา คือการเห็นแต่ทำเป็นไม่เห็น

บางอย่าง ขัดใจ ไม่น่าใช่ ก็ต้องปล่อยผ่าน ยอมให้มันเกิดขึ้น

บางครั้ง เกิดขึ้นแล้ว มันดีกว่าที่เราคิดไว้ก็มี เพราะประสบการณ์ของเรามันเป็นอดีตไปแล้ว มันจบไปแล้ว เดี๋ยวนี้มันยุคสมัยใหม่แล้ว

ส่วนบางครั้ง เรื่องราวเกิดขึ้น มันก็แย่ตามที่ประสบการณ์ของเราคาดไว้จริง ๆ ซึ่งข้อดีก็คือแต่ละคน ๆ ก็จะได้บทเรียน ได้เรียนรู้ และพัฒนาตัวเองต่อไป

แต่บอกตรง ๆ ว่ายากมากเลย วันก่อนยังกระโดดเข้าไปทำให้เขาวงแตกอยู่เลย ก็ต้องฝึกปรือตัวเองกันต่อไป แม้แต่ตัวเราเองก็หยุดเรียนรู้ไม่ได้เช่นกัน

เว่ยหล่างกล่าวไว้ในโศลกบทหนึ่งว่า

“ถ้าเราเห็นความผิดของผู้อื่น
เราเองก็ตกอยู่ในความผิดนั้นด้วยเหมือนกัน”

ห้ามไม่ให้เห็นคงไม่ได้ แต่ถ้าเห็นแล้วยึด เห็นแล้วจับจ้องจะเอาเป็นเอาตาย สุดท้าย ไม่มีใครได้อะไร แถมใจยังร้อนเป็นไฟอีกต่างหาก

เห็นแต่ทำเป็นไม่เห็นเสียบ้าง แล้วหลาย ๆ อย่างจะดีขึ้น

01/10/2025

คนเราเกิดมาทำไม มีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร ?

แสวงหาคำตอบนี้มาหลายปี
ตอนนี้เราชอบคำตอบนี้มากที่สุด

คนเราเกิดมาเพื่อ 2 อย่าง

อย่างแรก ทำที่สุดแห่งทุกข์ให้แจ้ง

ให้รู้ว่าร่างกายนี้ ความคิดนี้ จิตใจนี้ เป็นของมันเช่นนั้นเอง
ให้รู้ว่าทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของธรรมชาติ
เปลี่ยนแปลง และ เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลา

นั่นจะทำให้นำมาซึ่งความ "สงบเย็น"

อย่างที่สอง หาตัวเองให้เจอและทำประโยชน์

บอกได้ว่าตัวเองเก่งอะไร ชอบอะไร
แล้วหาให้เจอว่าสังคมนี้ โลกใบนี้ขาดอะไร
แล้วเอาตัวเอง เข้าไปเติมเต็มช่องว่างตรงนั้น

นั่นจะทำให้นำมาซึ่งความ "เป็นประโยชน์"

รวมกันคือ "สงบเย็นและเป็นประโยชน์"

คือเป้าหมายของการเกิดมาและได้มามีชีวิต

ทำอย่างแรก ให้แจ้งชัด
ทำอย่างที่สอง อยู่เสมอเนือง ๆ ทุกวัน

นั่นคือเหตุผลของการได้เกิดมา
นั่นคือเหตุผลของการได้มามีชีวิต

แล้วชีวิตจะแข็งแรงมั่นคงครับ

#ปลายคิด

30/09/2025

หักห้ามใจนั้นยาก ลืม ๆ มันไปเสียนั้นง่ายกว่า

เนื่องจากน้ำหนักไม่ลงสักที และดูเหมือนจะอ้วนขึ้น เมื่อวานนี้เลยตั้งใจกับตัวเองว่าจะกินแค่ในมื้อ และไม่กินอะไรนอกมื้อเลย

อย่างไรก็ดี ทุกครั้งที่ตั้งใจแบบนี้ มันจะไม่สำเร็จ หรือถ้าทำได้ ก็จะทำได้แค่ไม่กี่วัน จากนั้นทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม

แต่เมื่อวานนี้โชคดี หลังกินข้าวเที่ยงเสร็จปุ๊บ งานงอก งานเยอะมาก เยอะแบบร้องขอชีวิต รู้ตัวอีกทีก็คือได้เวลามื้อเย็นแล้ว

ไม่มีสักแว่บเดียวที่รู้สึก “อยากกินอะไรจัง” แล้วก็ลุกไปหยิบขนม ไปหาอะไรกิน เมื่อวานนี้ของว่างรอบบ่าย 3 ที่ออฟฟิศเป็นอะไรยังไม่รู้เลย ไม่มีเวลาไปสนใจแม้แต่นิดเดียว

ถือว่าโชคดีที่เมื่อวานนี้มีงานเข้ามาดึงความสนใจ ทำให้ลืมความอยากกินที่เกินพอดีไปได้ แต่ถ้าเมื่อวานงานไม่ได้เยอะขนาดนั้นล่ะ จะทำยังไง หรือถ้าต่อจากนี้งานไม่ได้เยอะทุกวันแบบนี้จะเป็นอย่างไร

จริง ๆ แล้วมันก็อาจจะมี 2 วิธี

หนึ่ง เห็นโทษภัยของการกินเกินพอดี ซึ่งจริง ๆ ก็พอเห็นนะ เพราะสุขภาพก็พังมาหลายทีแล้วเพราะเรื่องกินเยอะ แต่มันอาจจะยังไม่สุด ๆ มั้ง เลยไม่เคยเข็ดเสียที

สอง อยากกินขึ้นมา ก็แค่รับรู้ว่าอยากกิน แล้วก็ปล่อยให้อารมณ์ความรู้สึกนั้นมันผ่านไป

ตรงนี้ทำให้นึกถึงที่หลวงพ่อชาพูดบ่อย ๆ

“ให้ต่อสู้กิเลส ด้วยการปล่อยให้มันผ่านไป”

ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ความฟุ้งซ่านใด ๆ มันไม่ต่างอะไรกับปรากฎการณ์ธรรมชาติอื่น ๆ เหมือนฝนตก แดดออก ลมพัด ฟ้าร้อง

มันเกิดขึ้น แล้วก็ดับไป
มันไม่ใช่อะไร ๆ ที่เราจะไปสามารถบังคับควบคุมได้
ทันทีที่รู้สึกได้ มันก็ได้ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว

อยากกินก็รู้ว่าอยากกิน เห็นความคิดตรงนั้นชัด ๆ แล้วปล่อยให้มันผ่านไป แล้วเราก็จะผ่านพ้นวิกฤตตรงนั้นไปได้

หักห้ามใจนั้นยาก ลืม ๆ มันไปเสียนั้นง่ายกว่า

แต่เหนือกว่านั้น คือ ไม่ต้องหักห้ามใจ หรือพยายามลืม ๆ มันไป

เพราะสุดท้ายมันก็จะผ่านไปเอง
เหมือนทุกเรื่องในชีวิต

29/09/2025

ถ้าจะบอกว่าทำไมมะลิ ไม่สวยแบบกุหลาบ คนอาจจะหาว่าเพี้ยนได้ เพราะกุหลาบก็สวยแบบกุหลาบ มะลิก็สวยแบบมะลิ

แต่พอเป็นเรื่องของคน เรากลับหลงลืมไป

ขณะที่กำลังพูดชื่นชมน้องคนหนึ่งอยู่ว่าเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็เริ่มพูดตำหนิน้องอีกคนหนึ่งว่าไม่ได้เรื่องอย่างไรบ้าง หลวงพี่ก็เตือนสติว่า

“เราต้องรู้จักความงามของดอกไม้แต่ละประเภท

เรารู้ว่านี่คือกุหลาบ ก็ปล่อยให้มันสวยแบบกุหลาบ
เรารู้ว่านี่คือมะลิ ก็ปล่อยให้มันสวยแบบมะลิ

เป็นหน้าที่ของเราที่ต้องรู้ ทั้งเขาและเรา ก็จะไม่เจ็บปวด”

เป็นความจริง ที่ความคาดหวังทำให้เราเจ็บปวด และมากที่สุดคือความคาดหวังว่าคนนั้นจะเป็นอย่างนั้น คนนี้จะเป็นอย่างนี้

ในองค์กรหนึ่ง ๆ ความสามารถ นิสัย ทัศนคติ คุณค่า หรือเรียกรวม ๆ ว่า “ความงาม” ของแต่ละคนนั้น ไม่มีทางที่จะเหมือนกัน

บางคนเราให้งานแบบหนึ่ง ก็สามารถทำจนลุล่วงและประสบความสำเร็จได้ ในขณะที่งานแบบเดียวกัน เรามอบให้อีกคนหนึ่ง กลับทำไม่ได้แม้แต่จะเริ่มต้น

หากเป็นเช่นนั้น แล้วเป็นเราเสียเองที่ไปนั่งทุกข์ และกล่าวโทษคนที่ทำไม่ดี เราควรกลับมามองตัวเองเป็นอย่างยิ่ง ว่าเราบริหารจัดการความคาดหวังของตัวเองผิดไปหรือเปล่า

กุหลาบก็คือกุหลาบ มะลิก็คือมะลิ
สวยคนละแบบ หอมคนละกลิ่น

อยากให้มะลิเป็นกุหลาบ ย่อมต้องทุกข์
อยากให้กุหลาบเป็นมะลิ ก็เป็นไปไม่ได้

แยกให้ออก คาดหวังให้ถูก แล้วจะไม่มีใครต้องเจ็บปวดหัวใจ

28/09/2025

ความหรูหราของชีวิตคืออะไร

หลาย ๆ คนอาจวัดเรื่องของความหรูหรานี้ด้วยตัวเงิน ถ้ามีเงินกี่ล้าน กี่สิบล้าน กี่ร้อยล้าน กี่พันล้าน กี่หมื่นล้าน ถึงจะถือว่าเป็นความหรูหรา

หลาย ๆ คนอาจพูดถึงสิ่งนี้ด้วยเรื่องของวิถีชีวิต ไปเที่ยวประเทศนั้นประเทศนี้ บินด้วยบิสสิเนสหรือเฟิร์สคลาส กินร้านมิชลินไฟน์ไดน์นิ่ง ได้อย่างเป็นเรื่องปกติ

หลาย ๆ คนอาจพูดถึงการมีสุขภาพที่ดี มีค่าน้ำตาลไขมันตับไตที่เหมาะสม มีค่าอะไรต่าง ๆ ที่บอกว่าร่างกาย ณ ปัจจุบันนี้เด็กกว่าอายุจริง ๆ และจะอยู่ไปได้จนถึงไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยปี

หลาย ๆ คนอาจนึกถึงครอบครัว การมีพ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอาหลานเหลนอยู่พร้อมหน้า คือความหรูหรายิ่งกว่าสิ่งใด

หลาย ๆ คนอาจให้นิยามคำว่าหรูหรา ผูกเอาไว้กับเกียรติที่ได้รับในสังคม การเป็นที่ต้อนรับ นับหน้าถือตา มีคนบูชาเคารพกราบไหว้

จะว่าไปแล้ว ความหรูหราสามารถวัดได้หลายมิติ และทั้งหมดนั้นก็ขึ้นกับคุณค่าที่ตัวเองตั้งขึ้นมา

เพราะฉะนั้น มันคงจะเปรียบเทียบได้ยาก ว่าใครหรูหรากว่าใคร

ส่วนตัวแล้ว ความหรูหราหมายถึงความสะดวกสบาย

ถ้าวันหนึ่ง เราได้ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างจังหวัดที่เงียบสงบ เราอาศัยอยู่ในพื้นที่เล็ก ๆ มีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องทำงาน ที่พอดีกับการใช้สอย

นอนหลับก็สบาย ทำงานก็คิดอ่านสิ่งต่าง ๆ ได้คล่อง มีวิวดี ๆ จากธรรมชาติให้ดูทุกวัน มีกาแฟให้จิบตอนเช้า มีพื้นที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใบหญ้าเขียว ๆ ให้ได้เดินเล่น

มีงานที่มีคุณค่าให้ทำทุกวัน มีบทสนทนาที่น่าสนใจให้ได้ร่วมอยู่เสมอ ๆ มีกัลยาณมิตรที่ดี แวะเวียนเข้ามาทักทายกันทุกวัน

ที่สำคัญไม่มีอะไรที่ต้องแบกเอาไว้มากมาย งานก็ยังทำ แต่มันก็เดินไปได้ ภาระก็ยังมี แต่ทุกอย่างก็จัดสรรให้ลงตัวได้อย่างเหมาะสม

สำหรับเรา เราว่าอันนี้คือความหรูหรา มันออกจะดูอินโทรเวิร์ตสักนิด แต่เราแค่รู้สึกว่า ยิ่งอายุเยอะขึ้น ความวุ่นวาย ความปรุงแต่ง และส่วนเกินต่าง ๆ ในชีวิต มันควรจะน้อยลง ๆ เรื่อย ๆ

“อย่าหยิบฉวยเอาอะไร จากการได้เกิดมามีชีวิต”

เต้าเต๋อจิงบอกไว้แบบนั้น เราก็เชื่อแบบนั้นนะ

27/09/2025

สมัยนี้ยังต้องเรียนมหาวิทยาลัยไหม ?

ในเมื่อ AI ก็เข้ามา หลาย ๆ อย่างก็ถูก Disrupt ทักษะบางอย่างก็ไม่มีความจำเป็น ยิ่งความรู้นี่คือล้าสมัยแทบจะทุกวัน แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้น มหาวิทยาลัยก็ยังมีประโยชน์อยู่ดี ถ้าเราใช้มันให้ถูกต้อง

ถ้าเข้าไปเอาความรู้ อันนี้เราว่ามหาวิทยาลัยไม่จำเป็น ความรู้เดี๋ยวนี้หาเองง่ายมาก

ถ้าเข้าไปพัฒนาทักษะ อันนี้อาจดูมีประโยชน์ขึ้นมาหน่อย แต่เอาจริง ๆ เดี๋ยวนี้หลาย ๆ ทักษะก็ฝึกฝนเองได้โดยไม่ต้องไปมหาวิทยาลัย อย่างทักษะที่สำคัญมาก ๆ เช่นทักษะการเรียนรู้ เข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ก็ได้ฝึกฝนแหละ แต่อยู่ข้างนอก ถ้าคิดจะเรียนรู้และลงมือทำ มันก็ได้ฝึกฝนเหมือนกัน

ถ้าเข้าไปเอา Connection หลาย ๆ คนก็มองเรื่องนี้ ส่วนตัวเราว่าเรื่องนี้จริง แต่เรามักลืมไปว่า Connection ที่ดีจะอยู่ในที่ที่ดี ไม่ใช่ที่ไหนก็ได้ และ Connection เองก็มีหลายระดับ ระดับผิวเผิน ระดับผลประโยชน์ ระดับที่จะพากันไปเจริญรุ่งเรือง

ถ้าเข้าไปเอาแรงบันดาลใจ ไปเอาตัวอย่างที่ดี ไปเรียนรู้จากผู้อื่น อันนี้ถ้าเลือกที่ที่ดีพอ จะได้ประโยชน์เต็ม ๆ ส่วนตัวเรามีความเชื่อว่าที่ไหนเข้ายาก ที่นั่นจะคัดคน

เมื่อที่นั่นคัดคน ยิ่งคัดด้วยอะไรยาก ๆ เช่น สอบข้อสอบโหด ๆ และสัมภาษณ์แบบซีเรียส แปลว่าเราที่เข้าไปได้ จะได้เจอกับคนที่ไม่ธรรมดา มีคุณสมบัติที่ดี มีทัศนคติที่ดี มีความสามารถที่ดี ที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจ เป็นแบบอย่าง และเติมไฟให้กันและกันได้

ถ้าเข้าไปเอาโอกาส ที่ดี ๆ ก็มีโอกาสมากมาย มีเพื่อนเก่ง ๆ มี Professor เก่ง ๆ มีโครงการวิจัยดี ๆ มี Connection กับที่นั่นที่นี่ ที่จะทำให้เราต่อยอดสิ่งที่สนใจ ให้เจริญก้าวหน้าไปได้

ส่วนตัวถ้ามีลูกหลาน ก็ยังคิดว่ามหาวิทยาลัยยังน่าไปอยู่ ยังอยากให้ไปอยู่ แต่ควรไปด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง ว่าจะไปเอาอะไร

ถ้าแค่จะเอาความรู้กับทักษะ ไม่ต้องไปก็ได้ เสียเวลาและเสียเงิน

ถ้าเข้าไปรู้จักคน ไปเอาแบบอย่างที่ดี ไปเรียนรู้จากผู้อื่น ไปเอาประสบการณ์ และไปเปิดประตูสู่โอกาสสำคัญ ๆ ในชีวิต แบบนี้น่าไปมาก ๆ

26/09/2025

ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาล เราจะเห็นความทุกข์บนโลกนี้ได้ชัด

เมื่อวานนี้ที่โรงพยาบาลสัตว์ เจ้าของรายหนึ่งกำลังยืนฟังคุณหมอแจ้งข่าวร้าย ถึงโอกาสอันน้อยนิดที่สัตว์เลี้ยงแสนรักจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างยืนยาวได้

เราไม่ได้ยินว่าเจ้าของตอบว่าอะไร แต่เราเองเผลอจมไปกับความคิดตรงนั้น แม้เราจะไม่ได้เลี้ยงสัตว์ แต่ถ้าวันหนึ่งเราต้องได้ฟังข่าวร้ายแบบนี้ เราจะรู้สึกอย่างไร

นึกย้อนไปถึงช่วงก่อนที่เข้า ๆ ออก ๆ โรงพยาบาล คนใจเสาะอย่างเรากับแผลแค่นิดเดียว เราก็รู้สึกทั้งเจ็บปวด ทรมาน รำคาญ เป็นความทุกข์ที่กัดกินจิตใจอยู่เรื่อย ๆ แล้ว

แต่พอมองไปยังคนอื่น บางคนนั่งรอพร้อมกับแผลเต็มตัว บางคนนอนรอเพราะไม่สามารถที่จะลุกขึ้นมานั่งได้ตามปกติแล้ว มีคนบนโลกมากมายที่ทุกข์มากกว่าเราเต็มไปหมด

เห็นอะไรแบบนี้บ่อยขึ้นในช่วงอายุแบบนี้ มันก็เกิดหลากหลายอารมณ์

อารมณ์แรก คือ ใจมันยอมรับได้มากขึ้น ว่าคงเป็นธรรมดาที่ชีวิตนี้จะต้องมีความทุกข์

อารมณ์ที่สอง คือ ทุกชีวิตก็มีความทุกข์อยู่แล้ว เราไม่อยากไปสร้างความทุกข์เพิ่มให้ใครอีกเลย เป็นแค่ความอยากนะ จริง ๆ มันไม่ง่ายเลย สำหรับการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แล้วต้องกระทบกระทั่งกันบ้าง ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม

ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกล้วนเป็นทุกข์ ...

… อย่างไรก็ดี ทั้งหมดที่พูดมานั้น เรากำลังพูดถึงทุกข์ ที่แปลว่า suffering

จริง ๆ แล้วทุกข์อีกความหมายหนึ่ง มันคือ การตั้งอยู่ไม่ได้ ซึ่งก็คือการที่ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้วอยู่ตลอดเวลา

มีอะไรในโลกนี้กันเล่า ที่ตั้งอยู่ได้ตลอดเวลา ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ไม่เคยเปลี่ยนไป และควบคุมได้อย่างใจเราทุกอย่าง

ไม่มี ...

ของแบบนั้นไม่มีหรอก ...

หากเราพยายามฝืนธรรมชาติ จะให้ทุกอย่างตั้งอยู่ตลอดกาลไม่เปลี่ยนไปเลย เมื่อนั้นเราย่อมเจ็บปวด

แต่เมื่อไรที่เรายอมรับความเป็นจริงตามธรรมชาติ ว่าทุกอย่างมีสภาพเป็นทุกข์คือย่อมเปลี่ยนไปตามเงื่อนไขและเหตุปัจจัยของมัน เมื่อนั้น เราย่อมผ่อนคลายจากความเจ็บปวดได้บ้าง

ที่ใช้คำว่าได้บ้าง เพราะมันโอเคที่จะเจ็บปวด

เจ็บปวดแล้ว ก็ต้องมีชีวิตต่อไป
ยอมรับแล้ว ก็ต้องมีชีวิตต่อไป

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Lop Buri?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


Lop Buri