Voice Training Studio by Kru Kwan

Voice Training Studio by Kru Kwan โรงเรียน สอนร้องเพลง สอนเต้น สอนดนตรี
"แห่งแรก" และ แห่งเดียว ในจังหวัดลพบุรี ที่ได้รับการรับรองหลักสูตรการเรียนการสอน โดยกระทรวงศึกษาธิการ

โรงเรียนสอนร้องเพลง สอนเต้น สอนดนตรี ลพบุรี ด้วยหลักสูตรมาตรฐานสากล Trinity College London UK และ APDA New Zealand มุ่งพัฒนาให้นักเรียนร้องเก่ง เต้นเป็น เล่นดนตรีได้ มีความมั่นใจ และกล้าแสดงออก ผ่านกิจกรรมบนเวทีจริงตลอดทั้งปี

ปรบมือให้กับ "น้องอชิ" นักเรียนคนเก่งของเรา . 👏👏👏💐💐💐
25/08/2026

ปรบมือให้กับ "น้องอชิ"
นักเรียนคนเก่งของเรา . 👏👏👏💐💐💐

👂🎶 ระดับทักษะการฟังในการเรียนดนตรี พัฒนาอย่างไร?การเรียนดนตรีไม่ได้ใช้เพียงมือกดโน้ตหรือสายตาอ่านเพลงเท่านั้น แต่ต้องใช้...
20/08/2026

👂🎶 ระดับทักษะการฟังในการเรียนดนตรี พัฒนาอย่างไร?

การเรียนดนตรีไม่ได้ใช้เพียงมือกดโน้ตหรือสายตาอ่านเพลงเท่านั้น แต่ต้องใช้ “ทักษะการฟัง” เพื่อรับรู้จังหวะ ระดับเสียง ทำนอง คอร์ด และอารมณ์ของบทเพลง นักเรียนที่ฟังเป็นมักแก้เสียงเพี้ยน เล่นร่วมกับผู้อื่น และเรียนเพลงใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทักษะการฟังหรือ Ear Training พัฒนาได้จากง่ายไปยาก บทความนี้แบ่งเป็น 5 ระดับเพื่อให้เข้าใจง่าย ไม่ใช่เกณฑ์สอบตายตัว เพราะแต่ละหลักสูตรและผู้เรียนอาจมีลำดับการพัฒนาต่างกัน

ระดับ 1 ฟังและรับรู้เสียง
เริ่มแยกเสียงสูง–ต่ำ ดัง–เบา ยาว–สั้น และเร็ว–ช้า รวมถึงสังเกตว่าเสียงมาจากเครื่องดนตรีชนิดใด นี่คือพื้นฐานก่อนเรียนรู้ศัพท์ดนตรีที่ซับซ้อนขึ้น

ระดับ 2 จับจังหวะและเลียนแบบ
นักเรียนสามารถตบจังหวะ ร้องตาม หรือเล่นวลีสั้น ๆ หลังจากได้ยิน ฝึกจับ Pulse และแยกรูปแบบ Rhythm ง่าย ๆ ได้

ระดับ 3 แยกองค์ประกอบของดนตรี
เริ่มฟังออกว่าอะไรคือทำนอง เสียงเบส คอร์ด หรือจังหวะกลอง รู้ความแตกต่างระหว่างเสียง Major และ Minor เบื้องต้น รวมถึงฟังการเปลี่ยนแปลงของเครื่องดนตรีในเพลง

ระดับ 4 วิเคราะห์สิ่งที่ได้ยิน
สามารถอธิบาย Dynamics เช่น ดังขึ้นหรือเบาลง, Articulation เช่น เสียงสั้นหรือเชื่อมต่อ, Texture, Style และโครงสร้างของเพลง ตลอดจนเขียนจังหวะหรือทำนองสั้น ๆ จากการฟังได้

ระดับ 5 ฟังแล้วนำไปใช้
ผู้เรียนสามารถแกะเพลง เล่นตามหู หา Root Note หรือคอร์ด ปรับเสียงตัวเองให้เข้ากับวง ด้นสด และนำสิ่งที่ได้ยินไปใช้ในการร้อง การเล่น การเรียบเรียง หรือการแต่งเพลง

วิธีฝึกไม่จำเป็นต้องเริ่มจากแบบฝึกหัดยาก ลองฟังเพลงวันละหนึ่งเพลงแล้วถามตัวเองว่า จังหวะเป็นอย่างไร ได้ยินเครื่องดนตรีอะไร เพลงดัง–เบาตรงไหน และทำนองเคลื่อนที่อย่างไร จากนั้นลองตบจังหวะ ร้องตาม หรือหาโน้ตบนเครื่องดนตรี

การฟังดนตรีที่ดีไม่ใช่การทายถูกทุกครั้ง แต่คือการฟังอย่างตั้งใจ เชื่อมโยงสิ่งที่ได้ยินกับสิ่งที่เล่น และค่อย ๆ เข้าใจภาษาดนตรีมากขึ้นค่ะ 💗

โรงเรียนพัฒนาทักษะการใช้เสียงและลีลา
Voice Training Studio by Kru Kwan
VTS | ลพบุรี
📞 065-695-9996
LINE:

หลักสูตรร้องเพลงและดนตรี Trinity College London ประเทศอังกฤษ
หลักสูตรเต้น APDA ประเทศนิวซีแลนด์

#ระดับทักษะการฟังในการเรียนดนตรี #ทักษะการฟังดนตรี #ฝึกโสตประสาท #เรียนดนตรี #ทฤษฎีดนตรี #แกะเพลง #เรียนร้องเพลงลพบุรี #เรียนดนตรีลพบุรี

🎭 นานแค่ไหน ลูกจะพร้อมแสดงบนเวที?คำตอบคือ “ไม่มีระยะเวลาตายตัว” เด็กบางคนเรียนไม่นานก็อยากขึ้นเวที ขณะที่บางคนมีทักษะดีแ...
20/08/2026

🎭 นานแค่ไหน ลูกจะพร้อมแสดงบนเวที?

คำตอบคือ “ไม่มีระยะเวลาตายตัว” เด็กบางคนเรียนไม่นานก็อยากขึ้นเวที ขณะที่บางคนมีทักษะดีแล้ว แต่ยังต้องใช้เวลาสร้างความมั่นใจ ความพร้อมจึงไม่ควรวัดจากจำนวนเดือน อายุ หรือการเปรียบเทียบกับเพื่อนเพียงอย่างเดียว

ระยะเวลาที่ลูกต้องใช้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พื้นฐานเดิม ความสม่ำเสมอในการฝึก ความยากของบทเพลงหรือการแสดง ประสบการณ์ต่อหน้าคนอื่น บุคลิกของลูก และบรรยากาศที่ได้รับจากครูและครอบครัว

ผู้ปกครองสามารถสังเกตสัญญาณความพร้อมได้ดังนี้

1. ลูกทำทักษะพื้นฐานได้
ไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่ควรร้อง เต้น หรือเล่นดนตรีในส่วนสำคัญได้อย่างปลอดภัยและเหมาะกับระดับของตนเอง
2. ฝึกจนจบชิ้นงานได้
ลูกสามารถทำเพลงหรือชุดการแสดงตั้งแต่ต้นจนจบ แม้อาจมีข้อผิดพลาดเล็กน้อยระหว่างทาง
3. ฟังสัญญาณของครูและทีมได้
รู้ว่าเมื่อไรควรเริ่ม หยุด เปลี่ยนตำแหน่ง หรือเล่นร่วมกับเพื่อน รวมถึงสามารถกลับเข้าสู่การแสดงได้เมื่อเกิดความผิดพลาด
4. ผ่านการซ้อมจำลองเวที
ลองใส่ชุด ใช้อุปกรณ์จริง เดินขึ้น–ลงเวที ฝึกพูดแนะนำตัว และซ้อมต่อหน้าครู เพื่อน หรือครอบครัวกลุ่มเล็ก ๆ
5. ตื่นเต้นแต่ยังอยากลอง
อาการหัวใจเต้นเร็ว มือเย็น หรือกังวลเล็กน้อยก่อนแสดงเป็นเรื่องปกติ ความพร้อมไม่ได้หมายถึง “ไม่กลัวเลย” แต่หมายถึงลูกยังสามารถทำตามแผนได้แม้กำลังตื่นเต้น
6. ผิดแล้วไปต่อได้
การแสดงสดอาจมีเหตุไม่คาดคิด หากลูกเริ่มเข้าใจว่าผิดหนึ่งโน้ต ลืมหนึ่งท่า หรือเข้าจังหวะช้า ไม่ได้แปลว่าการแสดงทั้งหมดล้มเหลว แสดงว่าลูกกำลังพัฒนาความพร้อมบนเวที

หากลูกยังไม่พร้อม ไม่ควรใช้คำว่า “คนอื่นยังทำได้” หรือบังคับให้ขึ้นเวทีใหญ่ทันที ลองเริ่มจากการแสดงในห้องเรียน เวทีเล็ก การแสดงเป็นกลุ่ม หรือบทบาทสั้น ๆ แล้วค่อยเพิ่มความท้าทาย

เป้าหมายของเวทีแรกไม่ใช่การแสดงที่สมบูรณ์แบบ แต่คือประสบการณ์ที่ทำให้ลูกคิดว่า “ฉันตื่นเต้น ฉันพลาดได้ และฉันอยากลองอีกครั้ง” นั่นคือความพร้อมที่มีคุณค่ามากกว่าการนับว่าเรียนมานานกี่เดือนค่ะ 💗

โรงเรียนพัฒนาทักษะการใช้เสียงและลีลา
Voice Training Studio by Kru Kwan
VTS | ลพบุรี
📞 065-695-9996
LINE:

หลักสูตรร้องเพลงและดนตรี Trinity College London ประเทศอังกฤษ
หลักสูตรเต้น APDA ประเทศนิวซีแลนด์

#นานแค่ไหนลูกจะพร้อมแสดงบนเวที #ความพร้อมก่อนขึ้นเวที #เด็กกล้าแสดงออก #สร้างความมั่นใจให้ลูก #การแสดงบนเวที #ฝึกร้องเพลง #ฝึกเต้น #เรียนดนตรีลพบุรี #เรียนร้องเพลงลพบุรี #เรียนเต้นลพบุรี

🎸 เทคนิคการเล่นกีตาร์เบสให้เก่ง จังหวะนิ่ง เสียงแน่น และเล่นเข้ากับวงหลายคนอาจคิดว่ากีตาร์เบสเล่นง่าย เพราะมีสายไม่มากแล...
19/08/2026

🎸 เทคนิคการเล่นกีตาร์เบสให้เก่ง จังหวะนิ่ง เสียงแน่น และเล่นเข้ากับวง

หลายคนอาจคิดว่ากีตาร์เบสเล่นง่าย เพราะมีสายไม่มากและมักเล่นทีละโน้ต แต่ความจริงแล้ว มือเบสคือคนสำคัญที่เชื่อม “จังหวะของกลอง” เข้ากับ “คอร์ดและทำนอง” ทำให้เพลงมีน้ำหนักและ Groove ที่ชัดเจน การเล่นกีตาร์เบสให้เก่งจึงไม่ได้วัดจากจำนวนโน้ตหรือความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเล่นได้ตรงจังหวะ เสียงสะอาด และฟังเพื่อนร่วมวงเป็น

1. ฝึกกับเมโทรนอมเป็นประจำ
เริ่มจากจังหวะช้า ๆ ให้ทุกโน้ตตรงกับ Beat เมื่อเล่นได้สม่ำเสมอแล้วจึงเพิ่มความเร็วทีละน้อย อย่ารีบเพิ่ม Tempo หากเสียงยังไม่ชัดหรือจังหวะยังไม่นิ่ง
2. ฝึกดีดสลับนิ้ว
หากเล่นด้วยนิ้ว ควรฝึกใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางสลับกันอย่างต่อเนื่อง ให้ความดังของทั้งสองนิ้วใกล้เคียงกัน ส่วนผู้ที่ใช้ปิ๊กควรฝึกดีดขึ้นและลงให้สม่ำเสมอ
3. วางนิ้วให้ถูกตำแหน่ง
กดสายบริเวณชิดด้านหลังเฟรต โดยไม่ทับบนเส้นเฟรต ใช้แรงเท่าที่จำเป็น จะช่วยให้โน้ตชัด ลดเสียงบอด และไม่ทำให้มือเกร็งเกินไป
4. ฝึกหยุดสายที่ไม่ได้เล่น
เบสมีเสียงต่ำที่ก้องและรบกวนกันได้ง่าย ควรใช้ทั้งมือซ้ายและมือขวาช่วยแตะหยุดสายที่ไม่ต้องการ เพื่อให้ Bass Line สะอาดและฟังเป็นมืออาชีพ
5. เข้าใจ Root, Scale และ Chord
เริ่มจากหา Root Note ของแต่ละคอร์ด จากนั้นเรียนรู้ Major Scale, Minor Scale, Arpeggio และตำแหน่งโน้ตบนคอเบส ความรู้เหล่านี้จะช่วยให้สร้าง Bass Line ได้อย่างมีเหตุผล
6. ฟังกลอง โดยเฉพาะกระเดื่อง
ลองจับจังหวะร่วมกับ Kick Drum และสังเกต Snare กับ Hi-hat การเล่นให้เข้ากับมือกลองจะทำให้ Groove ของวงแน่นขึ้น
7. เล่นกับเพลงจริงและอัดเสียงตัวเอง
ฝึกเพลงหลายแนว ฟังต้นฉบับ แกะ Bass Line แล้วอัดเสียงกลับมาฟัง จะช่วยให้เห็นจุดที่จังหวะไม่นิ่ง เสียงไม่เท่ากัน หรือมีสายก้องโดยไม่รู้ตัว

เคล็ดลับสำคัญคือ “ฝึกช้า ฝึกชัด และฝึกสม่ำเสมอ” วันละ 15–30 นาทีอย่างมีเป้าหมาย ให้ผลดีกว่าการซ้อมนานแต่ไม่มีจุดโฟกัส เมื่อพื้นฐานแน่น ความเร็ว เทคนิค Slap และการสร้าง Groove จะพัฒนาตามมาเองค่ะ 🎶

โรงเรียนพัฒนาทักษะการใช้เสียงและลีลา
Voice Training Studio by Kru Kwan
VTS | ลพบุรี
📞 065-695-9996
LINE:

หลักสูตรร้องเพลงและดนตรี Trinity College London ประเทศอังกฤษ
หลักสูตรเต้น APDA ประเทศนิวซีแลนด์

#เทคนิคการเล่นกีตาร์เบสให้เก่ง #ฝึกกีตาร์เบส #เรียนกีตาร์เบส #มือเบส #ฝึกดนตรี #เรียนดนตรีลพบุรี #โรงเรียนดนตรีลพบุรี

🎤 เทคนิคการใช้ไมโครโฟนในการร้องเพลง ให้เสียงชัดและมั่นใจบนเวทีการร้องเพลงผ่านไมโครโฟนไม่ใช่เพียงแค่ถือไมค์ไว้ใกล้ปาก เพร...
19/08/2026

🎤 เทคนิคการใช้ไมโครโฟนในการร้องเพลง ให้เสียงชัดและมั่นใจบนเวที

การร้องเพลงผ่านไมโครโฟนไม่ใช่เพียงแค่ถือไมค์ไว้ใกล้ปาก เพราะตำแหน่ง ระยะห่าง และการเคลื่อนไมค์ล้วนส่งผลต่อความดัง น้ำเสียง และความชัดเจน หากใช้ไมโครโฟนอย่างถูกวิธี นักร้องจะควบคุมเสียงได้ง่ายขึ้นและลดโอกาสเกิดเสียงหอน

1. ถือไมค์บริเวณด้าม
ควรจับบริเวณลำตัวของไมโครโฟน ไม่กำมือครอบหัวตะแกรง เพราะอาจเปลี่ยนรูปแบบการรับเสียง ทำให้เสียงอู้อี้ และเพิ่มโอกาสเกิด Feedback หรือเสียงหอน
2. หันหัวไมค์เข้าหาปาก
ให้หัวไมค์อยู่ตรงกับทิศทางเสียงจากปาก ไม่ถือไว้ต่ำกว่าคางหรือหันออกด้านข้างมากเกินไป เพราะเสียงอาจเบาและขาดความชัดเจน
3. รักษาระยะให้สม่ำเสมอ
สำหรับไมค์ร้องสด เริ่มต้นที่ระยะประมาณ 2–4 นิ้วมือจากปาก แล้วปรับตามไมค์ ระบบเสียง และคำแนะนำของซาวด์เอนจิเนียร์ การขยับไมค์เข้าออกโดยไม่ตั้งใจจะทำให้ระดับเสียงเปลี่ยนตลอดเวลา
4. ใช้ระยะไมค์ควบคุมความดัง
ช่วงร้องเบาหรือถ่ายทอดอารมณ์ใกล้ชิด สามารถนำไมค์เข้าใกล้ขึ้นเล็กน้อย ส่วนโน้ตสูง เสียงดัง หรือการ Belting ควรขยับไมค์ออกอย่างนุ่มนวล เพื่อป้องกันเสียงพุ่ง แตก หรือดังเกินไป ไม่ควรสะบัดไมค์ออกอย่างรวดเร็วจนคำร้องหาย
5. ลดเสียงลมจากพยัญชนะ
เสียง “ป” “พ” หรือ “บ” อาจทำให้เกิดเสียงลมกระแทกไมค์ ลองปรับไมค์เฉียงจากแนวปากเล็กน้อย โดยยังรักษาหัวไมค์ให้อยู่ในทิศทางรับเสียง
6. ไม่หันไมค์เข้าหาลำโพง
หลีกเลี่ยงการชี้หัวไมค์ไปยังลำโพงหลักหรือมอนิเตอร์ เพราะสัญญาณเสียงอาจวนกลับเข้าสู่ระบบจนเกิดเสียงหอน
7. ซาวด์เช็กก่อนขึ้นเวที
ทดลองระดับเสียง ตรวจแบตเตอรี่ของไมค์ไร้สาย และเดินดูตำแหน่งที่เกิดเสียงหอน ไม่ควรเป่า เคาะ หรือตบหัวไมค์เพื่อทดสอบ ควรพูดหรือร้องในระดับเสียงที่ใช้จริงแทน

ไมโครโฟนคือเครื่องมือขยายรายละเอียดของเสียง ไม่ได้ทำให้นักร้องต้องตะโกน ยิ่งฝึกควบคุมระยะและทิศทางได้ดี การร้องเพลงบนเวทีก็จะยิ่งชัด เป็นธรรมชาติ และมั่นใจมากขึ้นค่ะ 🎶

โรงเรียนพัฒนาทักษะการใช้เสียงและลีลา
Voice Training Studio by Kru Kwan
VTS | ลพบุรี
📞 065-695-9996
LINE:

หลักสูตรร้องเพลงและดนตรี Trinity College London ประเทศอังกฤษ
หลักสูตรเต้น APDA ประเทศนิวซีแลนด์

#เทคนิคการใช้ไมโครโฟนในการร้องเพลง #เทคนิคการถือไมค์ #ร้องเพลงผ่านไมค์ #ไมโครโฟนร้องเพลง #ฝึกร้องเพลง #เทคนิคการร้องเพลง #ร้องเพลงบนเวที #เรียนร้องเพลง #เรียนร้องเพลงลพบุรี #โรงเรียนสอนร้องเพลงลพบุรี

🤸 ท่าพื้นฐานของการเรียน Acrobatic เริ่มจากอะไรบ้าง?Acrobatic Dance หรือ Acro Dance คือการผสมผสานระหว่างเทคนิคการเต้นกับท...
18/08/2026

🤸 ท่าพื้นฐานของการเรียน Acrobatic เริ่มจากอะไรบ้าง?

Acrobatic Dance หรือ Acro Dance คือการผสมผสานระหว่างเทคนิคการเต้นกับทักษะกายกรรม ผู้เรียนจึงไม่ได้ฝึกเพียงท่าผาดโผน แต่ต้องพัฒนาความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การทรงตัว การประสานงาน และการควบคุมร่างกายอย่างเป็นลำดับ

พื้นฐานแรกคือ “การจัดแนวร่างกาย” ผู้เรียนต้องรู้จักวางศีรษะ ไหล่ ลำตัว สะโพก เข่า และเท้าให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม เพราะแนวร่างกายที่ดีช่วยให้ควบคุมท่าได้ง่ายขึ้น และเป็นพื้นฐานของท่าที่ยากในอนาคต

พื้นฐานที่สองคือ “การทรงตัว” อาจเริ่มจากยืนขาเดียว เดินตามแนวเส้น หรือรักษาท่าค้างช่วงสั้น ๆ โดยควบคุมแกนกลางลำตัว การทรงตัวที่ดีช่วยให้ผู้เรียนเคลื่อนไหวได้มั่นคงและหยุดท่าได้อย่างปลอดภัย

ต่อมาคือท่า Tuck และ Rock ซึ่งช่วยให้เด็กคุ้นเคยกับการเก็บลำตัวและการถ่ายน้ำหนัก ก่อนพัฒนาไปสู่ “ม้วนหน้า” ผู้เรียนต้องฝึกบนเบาะที่เหมาะสม โดยมีครูช่วยจัดตำแหน่งศีรษะ หลัง และการส่งน้ำหนัก ไม่ควรก้มกดศีรษะหรือทดลองม้วนบนพื้นแข็งด้วยตนเอง

“การเตรียมท่าสะพาน” จะเริ่มจากการสร้างความแข็งแรงของไหล่ แขน แกนกลาง และสะโพก ควบคู่กับความยืดหยุ่นที่เหมาะสม ไม่ควรบังคับให้หลังแอ่นหรือยืดจนเจ็บ ส่วน “การเตรียมท่า Cartwheel” สามารถเริ่มจากการวางมือ การก้าวขา และการถ่ายน้ำหนักตามจุดบนพื้น ก่อนเพิ่มความสูงของขาทีละขั้น

ก่อนเรียนควรวอร์มร่างกายทุกครั้ง ใช้พื้นที่และเบาะที่ปลอดภัย สวมเสื้อผ้าที่เคลื่อนไหวสะดวก และแจ้งครูหากมีอาการเจ็บ เวียนศีรษะ หรือเคยได้รับบาดเจ็บ

หัวใจของการเรียน Acrobatic คือ “พื้นฐานแน่น ฝึกตามลำดับ และไม่รีบท่ายาก” เพราะเด็กแต่ละคนมีความแข็งแรงและความยืดหยุ่นต่างกัน การฝึกอย่างสม่ำเสมอภายใต้การดูแลของครูสำคัญกว่าการทำท่าผาดโผนได้เร็วค่ะ 🌟

โรงเรียนพัฒนาทักษะการใช้เสียงและลีลา
Voice Training Studio by Kru Kwan
VTS | ลพบุรี
📞 โทร. 065-695-9996
💚 LINE:

หลักสูตรร้องเพลงและดนตรี Trinity College London ประเทศอังกฤษ
หลักสูตรเต้น APDA ประเทศนิวซีแลนด์

#ท่าพื้นฐานAcrobatic #เรียนAcrobatic #พื้นฐานกายกรรม #พัฒนาความแข็งแรงเด็ก #เรียนเต้นลพบุรี #โรงเรียนสอนเต้นลพบุรี

💪 ออกกำลังกายยังไงให้แกนกลางลำตัวแข็งแรง?แกนกลางลำตัวหรือ Core ไม่ได้หมายถึงกล้ามเนื้อหน้าท้องเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงก...
18/08/2026

💪 ออกกำลังกายยังไงให้แกนกลางลำตัวแข็งแรง?

แกนกลางลำตัวหรือ Core ไม่ได้หมายถึงกล้ามเนื้อหน้าท้องเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงกล้ามเนื้อรอบลำตัว หลังส่วนล่าง สะโพก และเชิงกราน ซึ่งทำงานร่วมกันเพื่อช่วยรักษาสมดุลและความมั่นคงของร่างกาย Core ที่แข็งแรงจึงเป็นประโยชน์ต่อการยืน เดิน ยกของ เล่นกีฬา ร้องเพลง และการเต้น

ก่อนเริ่มออกกำลังกาย ลองฝึกหายใจอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมเกร็งหน้าท้องเบา ๆ คล้ายกำลังเตรียมรับแรงกระแทก โดยไม่กลั้นหายใจ ไม่แขม่วท้องแรง และไม่ยกหัวไหล่ จากนั้นจึงเริ่มท่าพื้นฐานต่อไปนี้

1. Dead Bug
นอนหงาย ยกแขนและขาขึ้น แล้วค่อย ๆ ลดแขนกับขาฝั่งตรงข้าม โดยรักษาลำตัวให้นิ่ง เหมาะสำหรับฝึกการควบคุมแกนกลาง
2. Bird Dog
ตั้งสี่ขาแล้วเหยียดแขนกับขาฝั่งตรงข้าม ควบคุมไม่ให้สะโพกหมุนหรือหลังแอ่น
3. Glute Bridge
นอนหงาย ชันเข่า แล้วยกสะโพกอย่างช้า ๆ จนหัวไหล่ สะโพก และเข่าอยู่ในแนวที่ควบคุมได้ ไม่จำเป็นต้องยกสูงจนหลังแอ่น
4. Plank แบบวางเข่า
วางข้อศอกและเข่าบนเบาะ รักษาศีรษะ หลัง และสะโพกให้อยู่ในแนวเดียวกัน เริ่มค้างช่วงสั้น ๆ ก่อนเพิ่มเวลา
5. Side Plank แบบวางเข่า
นอนตะแคง ใช้ข้อศอกและเข่ารองรับ แล้วยกสะโพกขึ้น ช่วยฝึกกล้ามเนื้อด้านข้างของลำตัว

ควรเน้น “ช้า คุมท่า และหายใจต่อเนื่อง” มากกว่าการทำจำนวนมาก เริ่มจากระดับที่ทำได้โดยไม่เสียท่า แล้วเพิ่มจำนวนครั้งหรือเวลาทีละน้อย ควรมีวันพักและออกกำลังกายส่วนอื่นร่วมด้วย เพราะสุขภาพที่ดีต้องอาศัยทั้งความแข็งแรง ความยืดหยุ่น การทรงตัว และกิจกรรมที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น

หากมีอาการเจ็บหลัง เจ็บคอ ชาร้าว เวียนศีรษะ หรือควบคุมท่าไม่ได้ ควรหยุดทันที ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บ โรคประจำตัว หรือข้อจำกัดในการเคลื่อนไหว ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพก่อนเริ่มฝึกค่ะ 🌟

โรงเรียนพัฒนาทักษะการใช้เสียงและลีลา
Voice Training Studio by Kru Kwan
VTS | ลพบุรี
📞 โทร. 065-695-9996
💚 LINE:

หลักสูตรร้องเพลงและดนตรี Trinity College London ประเทศอังกฤษ
หลักสูตรเต้น APDA ประเทศนิวซีแลนด์

#แกนกลางลำตัว #ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรง #ท่าบริหารแกนกลาง ับการเต้น #พัฒนาทักษะการเต้น #เรียนเต้นลพบุรี

🎤 ว้ากยังไงไม่ให้เจ็บคอ? เรื่องที่สายร็อกต้องรู้ก่อนใช้เสียงเสียง “ว้าก” หรือเสียงแตกแบบ Harsh Vocal เป็นสีสันที่พบได้ใน...
17/08/2026

🎤 ว้ากยังไงไม่ให้เจ็บคอ? เรื่องที่สายร็อกต้องรู้ก่อนใช้เสียง

เสียง “ว้าก” หรือเสียงแตกแบบ Harsh Vocal เป็นสีสันที่พบได้ในเพลงร็อกและเมทัล แต่ไม่ได้เกิดจากการตะโกน บีบคอ หรือดันเสียงให้ดังที่สุด การทำแบบนั้นอาจทำให้เสียงล้า แหบ และเพิ่มความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของสายเสียงได้ ที่สำคัญ ไม่มีเทคนิคใดรับประกันว่าเสียงว้ากจะปลอดภัย หากฝืนหรือฝึกผิดวิธี

ก่อนฝึกควรเริ่มจากการวอร์มเสียงเบา ๆ ในช่วงเสียงที่สบาย เช่น Lip Trill หรือฮัมเสียงอย่างนุ่มนวล แล้วค่อยเพิ่มระดับอย่างเหมาะสม การวอร์มเสียงช่วยเตรียมระบบการใช้เสียง แต่ไม่ได้ป้องกันการบาดเจ็บ หากยังตะโกนหรือบีบคออยู่

ระหว่างร้องควรรักษาคอ กราม และหัวไหล่ให้ผ่อนคลาย ใช้ลมหายใจอย่างสม่ำเสมอ และไม่พยายามแข่งกับเสียงเครื่องดนตรี หากต้องการให้เสียงดังขึ้น ควรใช้ไมโครโฟนและระบบขยายเสียงช่วย แทนการเพิ่มแรงจากลำคอ

ผู้เริ่มต้นไม่ควรทดลองเลียนแบบเสียงแตกที่รุนแรงจากคลิปสั้น ๆ โดยไม่มีผู้แนะนำ เพราะเสียงที่ได้ยินคล้ายกันอาจเกิดจากวิธีใช้เสียงที่แตกต่างกัน ควรฝึกกับครูสอนร้องเพลงที่เข้าใจการใช้เสียงร่วมสมัยและสามารถสังเกตอาการผิดปกติได้

หลังฝึกควรพักเสียง ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงการพูดดังในสถานที่มีเสียงรบกวน หากมีอาการเจ็บ แสบ ระคายคอ เสียงแหบ เสียงสูงหาย หรือต้องออกแรงมากกว่าปกติ ให้หยุดฝึกทันที อย่ากระซิบหรือฝืนร้องต่อเพื่อทดสอบเสียง

หากเสียงหายฉับพลันหลังใช้เสียงหนัก หายใจหรือกลืนลำบาก เจ็บมาก หรือเสียงแหบไม่ดีขึ้น ควรพบแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูกเพื่อตรวจหาสาเหตุ

จำง่าย ๆ ว่า “เสียงที่น่าสนใจ ไม่ควรแลกกับความเจ็บ” ฝึกทีละน้อย ฟังร่างกาย ใช้ไมโครโฟน และเรียนกับผู้ที่มีความรู้ จะช่วยให้พัฒนาการร้องได้อย่างรับผิดชอบมากขึ้น 🎸✨

โรงเรียนพัฒนาทักษะการใช้เสียงและลีลา
Voice Training Studio by Kru Kwan
VTS | ลพบุรี
📞 โทร. 065-695-9996
💚 LINE:

หลักสูตรร้องเพลงและดนตรี Trinity College London ประเทศอังกฤษ
หลักสูตรเต้น APDA ประเทศนิวซีแลนด์

#ว้ากยังไงไม่ให้เจ็บคอ #เทคนิคการร้องเพลงร็อก #ดูแลสายเสียง #ร้องเพลงไม่เจ็บคอ #ฝึกร้องเพลงอย่างถูกวิธี #เรียนร้องเพลงลพบุรี

🌱 สอนลูกยังไงให้ไม่หยุดพัฒนาตนเอง?พ่อแม่ทุกคนอยากเห็นลูกเติบโตและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง แต่แรงผลักดันที่ยั่งยืนไม่ได้...
17/08/2026

🌱 สอนลูกยังไงให้ไม่หยุดพัฒนาตนเอง?

พ่อแม่ทุกคนอยากเห็นลูกเติบโตและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง แต่แรงผลักดันที่ยั่งยืนไม่ได้เกิดจากการบังคับ การตำหนิ หรือการเปรียบเทียบกับคนอื่น หากเกิดจากการที่ลูกรู้สึกว่า “ฉันเรียนรู้ได้ ฉันผิดพลาดได้ และฉันเก่งขึ้นได้ด้วยความพยายาม”

1. ชมความพยายาม ไม่ชมแค่ผลลัพธ์
แทนที่จะพูดเพียงว่า “เก่งมาก ได้คะแนนเต็ม” ลองบอกว่า “แม่เห็นว่าลูกตั้งใจฝึกและไม่ยอมแพ้” คำชมที่เจาะจงถึงความพยายาม วิธีคิด และความอดทน ช่วยให้ลูกเข้าใจว่าความสามารถพัฒนาได้
2. ตั้งเป้าหมายเล็กและเห็นความสำเร็จได้
เป้าหมายที่ใหญ่เกินไปอาจทำให้ลูกหมดกำลังใจ ลองแบ่งเป็นขั้นเล็ก ๆ เช่น ฝึกเปียโนวันละ 15 นาที จำท่าเต้นให้ได้หนึ่งช่วง หรือร้องเพลงให้จบหนึ่งท่อน เมื่อทำสำเร็จค่อยขยับเป้าหมายต่อไป
3. ให้ลูกมีส่วนร่วมในการเลือก
เปิดโอกาสให้ลูกเลือกกิจกรรม เพลงที่อยากฝึก หรือเวลาซ้อมที่เหมาะสม ภายใต้ขอบเขตที่ชัดเจน การได้ตัดสินใจช่วยให้ลูกรู้สึกเป็นเจ้าของเป้าหมาย ไม่ได้ทำเพราะกลัวถูกลงโทษ
4. เปลี่ยนความผิดพลาดให้เป็นคำถาม
เมื่อลูกทำไม่ได้ อย่ารีบตัดสินว่าไม่ตั้งใจ ลองถามว่า “ส่วนไหนยากที่สุด?” “ครั้งหน้าจะลองวิธีไหนดี?” หรือ “ต้องการให้ช่วยตรงไหน?” ลูกจะเรียนรู้การวิเคราะห์และแก้ปัญหาแทนการกลัวความผิดพลาด
5. ไม่เปรียบเทียบลูกกับคนอื่น
เด็กแต่ละคนมีจังหวะการเติบโตต่างกัน ควรชวนลูกเปรียบเทียบกับตัวเองเมื่อวาน เช่น วันนี้เล่นได้คล่องขึ้นไหม กล้าแสดงออกมากขึ้นหรือไม่ หรือแก้ข้อผิดพลาดได้เร็วขึ้นอย่างไร
6. ให้การพักเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา
การพัฒนาไม่ใช่การทำงานตลอดเวลา เด็กต้องมีเวลาพัก เล่น และทำกิจกรรมที่ชอบ หากเหนื่อยเกินไป ควรช่วยกันปรับเป้าหมาย ไม่ใช้ความล้าเป็นหลักฐานว่าลูกขี้เกียจ
7. พ่อแม่เป็นตัวอย่างของผู้เรียนรู้
ให้ลูกเห็นว่าผู้ใหญ่ก็ผิดพลาด ขอความช่วยเหลือ และเริ่มเรียนสิ่งใหม่ได้ เมื่อลูกเห็นพ่อแม่พัฒนาตัวเอง เขาจะเรียนรู้จากสิ่งที่พ่อแม่ทำมากกว่าสิ่งที่พ่อแม่สั่ง

เป้าหมายไม่ใช่ทำให้ลูก “เก่งที่สุด” แต่คือช่วยให้ลูกกล้าลอง รู้จักตัวเอง และมีแรงใจที่จะเก่งขึ้นจากเมื่อวาน ในจังหวะของตัวเองค่ะ 💗

โรงเรียนพัฒนาทักษะการใช้เสียงและลีลา
Voice Training Studio by Kru Kwan
VTS | ลพบุรี
📞 065-695-9996
LINE:

หลักสูตรร้องเพลงและดนตรี Trinity College London ประเทศอังกฤษ
หลักสูตรเต้น APDA ประเทศนิวซีแลนด์

#สอนลูกยังไงให้ไม่หยุดพัฒนาตนเอง #พัฒนาตนเอง #พัฒนาการเด็ก #เลี้ยงลูกเชิงบวก #สร้างแรงจูงใจให้ลูก #ชมความพยายาม #ลูกกล้าแสดงออก #เรียนดนตรีลพบุรี #เรียนเต้นลพบุรี

🎤 รู้ได้อย่างไรว่าสายเสียงบวม?“เสียงแหบ” หลังร้องเพลงหนัก ไม่ได้แปลว่าสายเสียงบวมเสมอไป เพราะการเปลี่ยนแปลงของเสียงเกิดไ...
16/08/2026

🎤 รู้ได้อย่างไรว่าสายเสียงบวม?

“เสียงแหบ” หลังร้องเพลงหนัก ไม่ได้แปลว่าสายเสียงบวมเสมอไป เพราะการเปลี่ยนแปลงของเสียงเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น หวัด การติดเชื้อทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ กรดไหลย้อน การใช้เสียงมากเกินไป กล้ามเนื้อรอบกล่องเสียงตึง หรือความผิดปกติอื่นของสายเสียง

อาการที่บอกว่าเสียงอาจกำลังมีปัญหา ได้แก่

* เสียงแหบ หยาบ หรือมีลมรั่วมากกว่าปกติ
* เสียงสูงที่เคยร้องได้หายไป
* ช่วงเสียงแคบลงหรือเสียงเปลี่ยนกะทันหัน
* เสียงล้าง่าย แม้ใช้เสียงไม่นาน
* ต้องออกแรงมากขึ้นเมื่อต้องการพูดหรือร้อง
* ระคาย แสบ หรือเจ็บคอระหว่างใช้เสียง
* กระแอมหรือไอบ่อย
* เสียงพูดต่ำลงหรือเบาลงผิดปกติ

อาการเหล่านี้เป็นเพียง “สัญญาณเตือน” แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าสายเสียงบวม เพราะก้อนสายเสียง ติ่งเนื้อ ถุงน้ำ เลือดออกใต้เยื่อบุสายเสียง การติดเชื้อ หรือปัญหาการเคลื่อนไหวของสายเสียง อาจทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้

วิธีทราบสาเหตุที่แน่นอนคือการตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก แพทย์อาจใช้กล้องขนาดเล็กตรวจกล่องเสียงและดูการทำงานของสายเสียงโดยตรง นักร้องไม่ควรใช้เสียงของตัวเองวินิจฉัย หรือทดลองร้องโน้ตสูงซ้ำ ๆ เพื่อทดสอบว่าสายเสียงหายหรือยัง

เมื่อเริ่มมีอาการ ควรลดการใช้เสียง ดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงการตะโกน กระซิบ กระแอม รวมถึงการร้องแข่งกับเสียงดนตรี ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะ ยาสเตียรอยด์ หรือยาแก้อักเสบมารับประทานเพื่อรักษาเสียงเอง เพราะการรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ

ควรพบแพทย์ทันที หากเสียงหายฉับพลันหลังใช้เสียงหนัก หายใจหรือกลืนลำบาก ไอเป็นเลือด เจ็บมาก หรือมีก้อนบริเวณคอ หากเสียงแหบนานเกิน 3 สัปดาห์ โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้เป็นหวัด ก็ควรเข้ารับการตรวจค่ะ

จำไว้ว่า “เจ็บ แสบ แหบ หรือร้องยาก” ไม่ใช่อาการที่นักร้องต้องฝืนผ่าน การหยุดพักและตรวจให้ชัดเจนปลอดภัยกว่าการร้องต่อค่ะ 💗

โรงเรียนพัฒนาทักษะการใช้เสียงและลีลา
Voice Training Studio by Kru Kwan
VTS | ลพบุรี
📞 โทร. 065-695-9996
💚 LINE:

หลักสูตรร้องเพลงและดนตรี Trinity College London ประเทศอังกฤษ
หลักสูตรเต้น APDA ประเทศนิวซีแลนด์

#สายเสียงบวม #รู้ได้อย่างไรว่าสายเสียงบวม #เสียงแหบ #เสียงล้า #ดูแลสายเสียง #สุขภาพเสียง #เทคนิคการร้องเพลง #เรียนร้องเพลงลพบุรี

ที่อยู่

99/49 อาคารนิรมิต ถ. นเรศวร ต. เขาสามยอด
Lop Buri
15000

เวลาทำการ

จันทร์ 13:00 - 20:00
อังคาร 13:00 - 20:00
พุธ 13:00 - 20:00
พฤหัสบดี 13:00 - 20:00
ศุกร์ 13:00 - 20:00
เสาร์ 08:00 - 20:00
อาทิตย์ 08:00 - 20:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Voice Training Studio by Kru Kwanผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง Voice Training Studio by Kru Kwan:

ทางลัด

แชร์

ประเภท