คณะศิลปศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
คณะศิลปศาสตร์ ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการให้เป็นหน่วยงานใหม่ของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 สิงหาคม 2559 ตามประกาศสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เรื่อง การจัดตั้งส่วนงานสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (ฉบับที่ 9) 2559 ซึ่งเผยแพร่ไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 133 ตอนพิเศษ 177 ง หน้า 41 และได้การกำหนดให้คณะศิลปศาสตร์มีหน้าที่ในก
ารจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการทางด้านภาษาศาสตร์ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ รวมทั้งการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการบริหารคณะศิลปศาสตร์จึงมีมติกำหนดให้วันที่ 11 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันคล้ายวันสถาปนาคณะศิลปศาสตร์
รากฐานของคณะศิลปศาสตร์เกิดขึ้นจากภาควิชาภาษาและสังคมซึ่งจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2520 พร้อมกับการจัดตั้งคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมและคณะวิทยาศาสตร์ หน้าที่หลักของภาควิชาภาษาและสังคมในสมัยแรกของการก่อตั้ง คือ การสอนบริการหมวดวิชาศึกษาทั่วไป ด้านภาษา สังคมศาสตร์ และมนุษยศาสตร์ให้กับนักศึกษาทุกคณะและทุกหลักสูตรในสถาบันฯ
ภาควิชาภาษาและสังคมมีความเติบโตขึ้นเป็นลำดับ จนกระทั่ง ปี พ.ศ.2540 มีการเปิดหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (4 ปี) สาขาวิชาภาษาญี่ปุ่นขึ้นเป็นหลักสูตรแรกของภาควิชา ถัดมาในปี พ.ศ. 2543 มีการเปิดหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต (4 ปี) สาขาวิชาภาษาอังกฤษเฉพาะกิจ(ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อหลักสูตรเป็นสาขาวิชาภาษาอังกฤษในปีการศึกษา 2550) และ ปี พ.ศ. 2544 มีการเปิดหลักสูตรศิลปศาสตร มหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาศาสตร์ประยุกต์-ภาษาอังกฤษเพื่อวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ในช่วงปี พ.ศ. 2552 ได้มีการเปลี่ยนชื่อจากภาควิชาภาษาและสังคมเป็นภาควิชาศิลปศาสตร์ประยุกต์ จากจุดเริ่มต้นของภาควิชาภาษาและสังคมจนกลายเป็นภาควิชาศิลปศาสตร์ประยุกต์ ภาควิชาฯได้มีความพยายามเสนอเรื่องการจัดตั้งคณะศิลปศาสตร์ไปยังสภาสถาบันฯมาแล้วหลายครั้ง จนในที่สุดมติสภาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในการประชุมครั้งที่ 6/2559 เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2559 จึงมีมติเห็นชอบให้จัดตั้ง “คณะศิลปศาสตร์”เป็นหน่วยงานใหม่และเป็นคณะวิชาลำดับที่ 14 ของสถาบันฯ ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 ที่ได้เริ่มมีการเปิดหลักสูตรแรกเป็นต้นมา กล่าวได้ว่าคณะศิลปศาสตร์ได้ผลิตบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่มีความ “ซื่อสัตย์ ใฝ่รู้ สู้งาน” ตรงตามอัตลักษณ์ของสถาบันฯและมีความรู้ ความเชี่ยวชาญด้านภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษออกไปรับใช้สังคมไทยในภาคส่วนต่างๆรวมกันแล้วไม่ต่ำกว่า 1,400 คน