09/02/2022
"เคยไหมที่ต้องตั้งคำถาม ทั้งที่ในใจเรามีคำตอบอยู่แล้ว
ประเด็นสำคัญ
( #การฟังอย่างลึกซึ้ง #การมีเวลาให้กัน, #การไว้วางใจกัน, #การเปิดใจ, #การฟัง #เข้าใจผู้อื่นโดยไม่ตัดสิน, #ความคิดของเราทำร้ายตัวเราเอง #ความคิดและความรู้สึก #ความต้องการและวิธีการ และ #ผู้นำสี่ทิศ )
การฟังอย่างลึกซึ้ง (Deep Listening) มีความหมายต่อการปกป้องคุ้มครองเด็กและเยาวชนอย่างไร? ความคิดหรือความรู้สึกกันแน่ ที่เป็นปัจจัยสำคัญของคนทำงานด้านเด็กและเยาวชนต้องตระหนักถึงอย่างจริงจังเป็นอันดับต้นๆ? อีกทั้งความต้องการและวิธีการนั้น มีความคล้ายคลึง หรือสอดคล้องกันอย่างไรบ้าง? ความหลากหลายทางลักษณะอุปนิสัยหรือความเป็นผู้นำที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคลในทีม สร้างความขัดแย้งหรือเป็นขุมพลังที่คอยหนุนเสริมเติมเต็มกัน?
กิจกรรมอบรมความรู้ด้านกลไกปกป้องและคุ้มครองเด็กฯ และพัฒนาทักษะการเป็นกระบวนกร ระหว่างวันที่ 4 - 6 กุมภาพันธ์ 2565 ณ โรงแรมคุ้มไทรงาม ต.เกาะยอ อ.เมือง จ.สงขลา
คุณสุรพงษ์ นิยมกูล รองผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาองค์กรและบริหารการเปลี่ยนแปลง, สถาบันขวัญแผ่นดิน วิทยากรผู้ออกแบบกระบวนการให้เกิด ‘พื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน’ ที่มุ่งเน้นให้กลุ่มเป้าหมายมีการเคารพผู้อื่นอย่างเท่าเทียม เปิดใจและเรียนรู้ร่วมกันจากความแตกต่างและหลากหลาย มีส่วนร่วมเติมเต็มที่ไร้ความผิด-ถูก แต่เป็นการร่วมรักษาเรื่องราวในวงสนทนาให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ เสมอภาค ทั้งบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่กลุ่มเป้าหมายในการพูดคุยแลกเปลี่ยนกันอย่างตรงไปตรงมา
กลุ่มเป้าหมายได้ร่วมทบทวนกลับสู่โลกภายในของตนเอง และทำความเข้าใจต่อผู้อื่น เพื่อย้อนคิด วิเคราะห์ และค้นหาเหตุผลภายใต้การดำรงชีวิตในฐานะ ‘มนุษย์’ ซึ่งประเด็นสำคัญที่วิทยากรนำมาชูให้เป็นหมุดหมายการเรียนรู้ในขั้นต้น คือการร่วมทำความเข้าใจถึงการดำรงอยู่ของมนุษย์ ที่ประกอบด้วย ‘อยู่รอด อยู่ร่วม และอยู่อย่างมีความหมาย’ โดยนัยคือการแสดงให้เห็นถึงศักดิ์ศรีของมนุษย์แต่ละบุคคลที่ล้วนมีความหมาย และอิสรภาพในการดำรงอยู่ ที่ต่างต้องดำเนินชีวิตให้สามารถอยู่รอดได้ ในทุกๆ ช่วงวัยการเติบโต อีกทั้งการปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมและปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ที่หมายถึงคุณค่าและความหมายการมีชีวิต
ซึ่งพฤติกรรม หรือแนวปฏิบัติต่อการสื่อสารความหมายระหว่างกันนั้น ถือเป็นประเด็นสำคัญตั้งต้น ที่ผู้ดำเนินงานด้านการปกป้องคุ้มครองเด็กฯ ต้องมีประสบการณ์และความรู้ที่เหมาะสม และปฏิบัติได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักการ ’ใส่ใจ เข้าใจ และได้ใจ’ ที่เสมือนเป็นรูปลักษณ์ของแนวทางสำคัญต่อผู้ดำเนินงานด้านการปกป้องคุ้มครองเด็กฯ ที่ต้องได้ใจเด็กและเยาวชนที่ดูแลอย่างรอบด้านและครอบคลุมในทุกๆ มิติและความหมายของการมีชีวิต เพราะโลกภายในของแต่ละบุคคลนั้น เปรียบได้ภูเขาน้ำแข็ง ที่โผล่เหนือผิวน้ำเพียงปลายยอด เป็นเพียงขั้นพฤติกรรมที่อาจแสดงออกมาในรูปของคำพูด น้ำหนักของโทนเสียง สีหน้าและท่าทาง แต่การรับรู้และเข้าใจลึกไปกว่านั้นคือการสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่คาดหวัง ทั้งวิธีการและคุณค่าที่ใส่ใจ จนถึงขั้นของความต้องการเบื้องลึก (Need)
ประเด็นสำคัญของการรับฟังอย่างลึกซึ้ง เข้าอกเข้าใจ คือการต้องมีเวลาอย่างเพียงพอในการรับฟังอย่างใส่ใจ การเปิดใจกว้างอย่างไร้ระบบความคิดครอบงำ หรือการด่วนตัดสิน ทำให้ผู้พูดเกิดความไว้วางใจ และรู้สึกปลอดภัยที่จะเล่าเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างกว้างขวางและลึกลงไปสู่ขั้นประเด็นความต้องการภายใน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่คนทำงานด้านการปกป้องคุ้มครองเด็กนำไปแก้ไขปัญหาหรือค้นหาทางออกที่เหมาะสมแก่เด็กและเยาวชนได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริงของเด็กและเยาวชน ซึ่งระดับของการฟังนั้นประกอบด้วย 1.) การฟังแบบ Downloading ซึ่งเป็นระดับการฟังที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญหรืออัตโนมัต อาจใช้ประสบการณ์เดิมด่วนสรุป หรือตัดสินผู้พูด 2.) การฟังแบบ Debate / Dissussion ที่เป็นการฟังที่ยึดตัวเองเป็นหลัก มีการโต้แย้ง และพยายามปกป้องความคิดตนเอง 3.) การฟังแบบ Sensing / Feeling เป็นการฟังที่สังเกตและรับรู้อารมณ์ / ความรู้สึกของผู้พูด และ 4.) การฟังแบบ Presence / Needs คือการฟังที่ลึกซึ้งเข้าไปถึงขั้นเข้าใจเจตนา คุณค่าและความต้องการเบื้องลึกของผู้พูด
ซึ่งความรู้สึกนั้น เป็นประสบการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งทางกายและใจ เป็นผลงานของความต้องการ ที่อาจจะได้หรือไม่ได้รับการตอบสนอง เช่น ทางกาย เกิดความร้อน หนาว เจ็บ ปวด เมื่อย ส่วนใจ มีอาการโกรธ เสียใจ ดีใจ หรือผิดหวัง ซึ่งความรู้สึกแตกต่างจากความคิดคือ ความรู้สึกคือสิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกาย จิตใจ เมื่อความต้องการได้หรือไม่ได้รับการตอบสนอง ส่วนความคิดเป็นทัศนคติ ความเชื่อ ประสบการณ์ ที่ตัดสินถูก-ผิด ดี-เลว
ความต้องการ (Need) จึงเป็นสิ่งมนุษย์ทุกคนมีร่วมกัน เป้นความต้องการทางด้านจิตใจ เป็นนามธรรมที่จับต้องไม่ได้ เช่น ความรัก ความจริงใจ อิสรภาพ ความอบอุ่น ความร่วมมือ หรือการมีประสิทธิภาพ ซึ่งความต้องการนั้นเป็นความต้องการเบื้องลึกของจิตใจมนุษย์ทุกคน ส่วนวิธีการนั้นเป็นการกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อตอบสนองความต้องการของจิตใจ เป็นรูปธรรมจับต้องได้
การรับฟังอย่างลึกซึ่งจึงเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับคนทำงานด้านปกป้องและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
การทำงานเป็นทีม คณะทำงาน หรือกลไกนั้น จำเป็นที่ต้องเข้าใจเพื่อนร่วมทีมเป็นรายบุคคล รู้จักคุณลักษณะและการเข้าใจชีวิต เพราะการทำงานร่วมกันนั้นต้องประกอบกับบุคลลที่มาจากบทบาททางสังคมที่หลากหลาย และศักยภาพที่ต่างกัน การเข้าใจกัน ยอมรับซึ่งกันและกันนั้น คือปัจจัยสำคัญขั้นต้นๆ ที่ต้องคำนึงถึง
ผู้นำสี่ทิศ (กระทิง,หนู,หมี,อินทรีย์) คือสมมุติฐานเบื้องต้นที่ชี้ให้ผู้ร่วมอบรมได้เข้าใจความหมายของลักษณะพฤติกรรมของบุคคลที่อาจจำแนกให้คล้ายกับพฤติกรรมที่แสดงออกในเชิงผู้นำของกระทิง ที่เป็นผู้นำทิศเหนือ มีคำพูดติดปากเช่น “อย่างมากก็แค่...) เป็นคนค่อนข้างเปิดเผย จริงใจ มุ่งมั่น กล้าเผชิญ ตรงไปตรงมา รักความยุติธรรม ชัดเจน รักพวกพ้อง ปกป้องลูกน้อง กล้าตัดสินใจ เน้นเป้าหมาย พึ่งตนเอง มีศักดิ์ศรี ชอบทำมากกว่าพูด เป็นคนแข็งนอกอ่อนใน ส่วนหนู มีคำพูดติดปากเช่น “อะไรก็ได้” เป็นผู้นำทิศใต้ ที่ชอบแคร์ความรู้สึก ขี้เกรงใจ ใจเย็น ห่วงใย ชอบดูแล ชอบใส่ใจ เน้นความสัมพันธ์ ประสานไมตรี ไม่ชอบความขัดแย้ง ไม่กล้าปฏิเสธ เน้นมิตรภาพ ด้านหมีเป็นผู้นำทิศตะวันตก “ช้าแต่ชัวว์” เป็นคนมีหลักหาร / เหตุผล ชอบวางแผน เตรียมพร้อม เปรียบหาสิ่งที่ดีที่สุด หาข้อมูล ความคุ้มค่า เป็นคนมีระเบียบ เนี้ยบ สมบูรณ์แบบ มีพื้นที่ส่วนตัว มั่นคง รักสันโดษ รักความสงบ สม่ำเสมอ ปลอดภัย ,และ อินทรีย์ ผู้นำทิศตะวันออก “ทุกปัญหามีทางออก” ผู้นำแบบนี้เป็นคนมีความคิดสร้างสรรค์ มีจินตนาการ คิดนอกกรอบ มองภาพกว้าง / ภาพรวม รักอิสระ เป็นศิลปิน ชอบเรียนรู้ ชอบสิ่งใหม่ ชอบการเปลี่ยนแปลง มีเอกลักษณ์ แต่ขี้เบื่อ แต่ก็ยืดหยุ่นและมีทางเลือกเสมอ
การรู้จักกัน เข้าใจและยอมรับในการเป็นตัวตนและชีวิตของกันและกันในทีม จึงเป็นปัจจัยสำคัญยิ่ง ต่อการเรียนรู้และทำงานร่วมกัน
*โครงการสร้าง Active Citizen Group เพื่อเป็นกลไกในการปกป้องคุ้มครองทางสังคมให้กับเด็กและเยาวชน : ภาคใต้ (สตูล, สงขลา, ตรัง)
#กลไกปกป้องคุ้มครองทางสังคม
#สมาคมวัฒนพลเมือง
#สสส.