MLS Eco School โรงเรียนเมืองหลังสวน

MLS Eco School โรงเรียนเมืองหลังสวน “MLS ECO SCHOOL – โรงเรียนเมืองหลังสวน” พื้นที่การเรียนรู้สีเขียวของนักเรียน ครู และชุมชน ร่วมขับเคลื่อน สังคมแห่งการเรียนรู้เพื่อความยั่งยืน

22 พ.ค วันความหลากหลายทางชีวภาพสากล
22/05/2026

22 พ.ค วันความหลากหลายทางชีวภาพสากล

🌍 วันความหลากหลายทางชีวภาพสากล
22 พฤษภาคม คือ วันความหลากหลายทางชีวภาพสากล (International Day for Biological Diversity) มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งเป็นอาหาร ยา ที่อยู่อาศัย แหล่งสร้างรายได้ ตลอดจนเป็นเกราะช่วยลดความรุนแรงของภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง และกัดเซาะชายฝั่ง
⚠️ อย่างไรก็ตามปัจจุบันความหลากหลายทางชีวภาพกำลังลดลงอย่างรวดเร็วจากกิจกรรมของมนุษย์ เช่น การทำลายถิ่นอาศัย การใช้ทรัพยากรเกินขนาด การปล่อยมลพิษ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ และเป็นสาเหตุที่ทำให้มนุษย์ต้องเผชิญกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงและถี่ขึ้น เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง ไฟป่า พายุ รวมถึงปัญหาการขาดแคลนอาหารจากความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ
🤝 ในปีนี้อนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (Convention on Biological Diversity: CBD) ภายใต้กรอบความร่วมมือขององค์การสหประชาชาติ (United Nations: UN) ได้กำหนดธีมว่า “Acting Locally for Global Impact” หรือ “ลงมือทำในระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างผลกระทบระดับโลก” เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญว่าทุกการมีส่วนร่วมในระดับพื้นที่ สามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในระดับโลกอย่างยั่งยืนได้
สาระวิทย์จึงขอเสนอตัวอย่างแนวทางการมีส่วนร่วมในการดูแลและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพดังนี้

1) ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและยั่งยืน ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดเท่าที่จะทำได้

2) ดูแลและฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ของตนเองด้วยความรู้ความเข้าใจ เช่น การดูแลต้นไม้และแหล่งน้ำ ดูแลความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ การร่วมสอดส่องป้องกันการเกิดไฟป่า การร่วมสอดส่องป้องกันการพังทลายของหน้าดิน

3) ร่วมกับชุมชนในการทำกิจกรรมดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม นำความรู้ ความเชี่ยวชาญ หรือแรงกาย ไปร่วมทำหน้าที่ดูแลและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมระดับท้องถิ่น เพราะการคงอยู่ของความหลากหลายทางชีวภาพไม่ใช่หน้าที่ของใครเพียงคนใดคนหนึ่ง
เมื่อทุกคนร่วมแรงร่วมใจฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ จะเกิดเป็นพลังในการดูแลรักษาโลกของเราให้คงอยู่ยาวนานต่อไป
อ้างอิง : Convention on Biological Diversity (CBD)
#นิตยสารสาระวิทย์ #ความหลากหลายทางชีวภาพ

โครงการด้านการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน
22/05/2026

โครงการด้านการจัดการน้ำอย่างยั่งยืน

08/05/2026

🌍🌱โลกกำลังเปลี่ยนแปลง… และเราเองก็ต้องพร้อมปรับตัว 🌤️⛈️

📣📣ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมอ่าน📚

“คู่มือการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฉบับประชาชน”

เพื่อเรียนรู้แนวทางรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน รวมถึงวิธีการปรับตัวอย่างยั่งยืนในระดับประชาชนและชุมชน

🌳ประเด็นน่ารู้ 🌳

🔆เข้าใจเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภุมิอากาศ
🔆สถานการณ์ของประเทศไทยต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
🔆เเผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
🔆บทบาทของประชาชนเเละชุมชน ในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

🔎 สามารถดาวน์โหลดเอกสารได้ที่ ⬇️
https://www.dcce.go.th/media/21975/

“ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและมีภูมิคุ้มกันต่อการ
เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชน”

#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

25/04/2026
22/04/2026

📍🌍 22 เมษายน | รวมพลังคนไทยทั่วประเทศ แสดงพลังรักษ์โลก!
เนื่องในวันคุ้มครองโลก (Earth Day)

ภายใต้แนวคิด 🌱 “พลังของเรา โลกของเรา (Our Power, Our Planet)”

ขอเชิญชวน ประชาชนทุกภาคส่วน ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง

เพราะ “การมีส่วนร่วมของทุกคน” คือพลังสำคัญในการรับมือโลกร้อน และขับเคลื่อนสู่อนาคตที่ยั่งยืน

🇹🇭 “รวมพลังทั้งประเทศ” แล้วปักหมุดลงบนแผนที่ประเทศไทย ให้เห็นว่า “จังหวัดของคุณ” ก็เป็นหนึ่งในพลังที่ช่วยโลก! 📌✨

วันนี้คุณเลือกได้ง่าย ๆ
💧 ใช้ของซ้ำก่อนทิ้ง
🚲 เดิน/ปั่นจักรยานแทนการใช้รถ
🥤 พกแก้วส่วนตัว ลดพลาสติก

สิ่งเล็ก ๆ ของคุณ เมื่อรวมกันทั้งประเทศ จะกลายเป็นพลังยิ่งใหญ่🌍💚

🎮 กติกาง่ายๆ เพียง 3 ขั้นตอน
📸 1. ถ่ายภาพกิจกรรมรักษ์โลก “ของคุณเองเท่านั้น”
📍 2. ระบุ “จังหวัดของคุณ”
💬 3. โพสต์พร้อมแคปชั่นสั้น ๆ ว่า
“วันนี้ฉันใช้พลังอะไรช่วยโลก”

👉 ตัวอย่าง
“ขอนแก่นร่วมด้วย! ปั่นจักรยาน ลดโลกร้อน ⚡🌱”
“ภูเก็ตไม่พลาด! พกแก้วส่วนตัว ลดพลาสติกทุกวัน 💚”
“เชียงใหม่ขอส่งพลัง! ปั่นจักรยานไปทำงาน ลดควัน ลดโลกร้อน 🌱⚡”
“สงขลาพร้อมแล้ว! พกแก้วส่วนตัว ลดขยะพลาสติกทุกวัน 💚”

🗺️ มาร่วมกันแสดงพลังพร้อมกันทั่วประเทศ”!

🚨 เงื่อนไขสำคัญ
ภาพที่ร่วมกิจกรรมต้องเป็น “ภาพที่คุณถ่ายเองเท่านั้น” 📸
ห้ามนำรูปจากแหล่งอื่นมาใช้โดยเด็ดขาด
และผู้ร่วมกิจกรรมต้องรับผิดชอบต่อลิขสิทธิ์ของรูปภาพที่นำมาใช้ในการเข้าร่วมกิจกรรมแต่เพียงผู้เดียว

🎁 ภาพโดนใจ รับรางวัลพิเศษ 🏆✨ จำนวน 30 รางวัล
⏳ ร่วมกิจกรรม: 22–26 เมษายน 2569
📢 ประกาศผล: 28 เมษายน 2569

🔆 โลกไม่ต้องการคนที่สมบูรณ์แบบ
แต่ต้องการ “การมีส่วนร่วมจากทุกคน”
📌 มาร่วมเป็น 1 หมุดสำคัญบนแผนที่ประเทศไทยของเราไปด้วยกัน!


#กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม

เป็นแนวคิดที่่น่าสนใจมาก
16/04/2026

เป็นแนวคิดที่่น่าสนใจมาก

ขออนุญาตพูดตรงๆจากใจ แต่ก็เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัว ผิดถูกอย่างไร วิจารณ์กันได้

ว่าด้วยเรื่อง "ขยะ" ถ้าเรามองลึกลงไปถึงแก่นแท้ของปัญหาและการจัดการ วันนี้ผมขออนุญาตแบ่งภาพใหญ่ๆ ออกเป็นมิติต่างๆ เพื่อให้เห็นโครงสร้างที่แท้จริง และสะท้อนความจริงบางอย่างที่ระบบของเรากำลัง "หลงทาง" ครับ

📌 มิติที่ 1: ความเป็นขยะ และ "หน้าที่พลเมืองขั้นพื้นฐาน"
สิ่งที่เราทุกคนควรทำและต้องถือเป็นหน้าที่พื้นฐานในฐานะพลเมือง มีแค่ 3 เรื่องหลักๆ ครับ:

ทิ้งขยะให้ลงถังหรือที่จัดเก็บ

แยกขยะเศษอาหาร ออกจากขยะอื่นๆ

คัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิล

สามข้อนี้คือจุดเริ่มต้นของวงจรทั้งหมด ถ้าทำได้จริง ต้นทุนและภาระในการจัดการขยะปลายทางจะลดลงมหาศาลครับ แต่ในความเป็นจริง การจะผลักดันให้เกิดพฤติกรรมเหล่านี้ได้ มันต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้ออำนวย ซึ่งก็นำไปสู่มิติที่สอง

📌 มิติที่ 2: หน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการขยะ และ "จุดตาย" ของระบบ
เมื่อเรามองขยับขึ้นมาในระดับโครงสร้าง หน้าที่จะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน:

หน้าที่พลเมือง: (ตามที่กล่าวไปในมิติที่ 1)

หน้าที่ของรัฐ: ในการจัดหา โครงสร้างพื้นฐาน ส่งเสริมให้เพียงพอ และแก้กฎหมาย

หน้าที่เอกชนและอุตสาหกรรม: ในการนำขยะไปใช้ประโยชน์ในเชิงทรัพยากรหมุนเวียน (Circular Economy) และการใช้ประโยชน์อื่นๆ

⚠️ แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือ "ภาครัฐ"
รัฐไม่ทำหน้าที่ที่ตัวเองพึงมี ทั้งในการแก้ไขกฎหมายที่ยังล้าหลัง การส่งเสริมให้ความรู้ การสนับสนุนมาตรการจูงใจในการลงทุน และที่สำคัญที่สุดคือ "การไม่มีข้อมูลที่แท้จริงในมือ" การจะวางแผนระดับชาติหรือดึงเอกชนมาลงทุนได้ มันต้องมีข้อมูลการวิเคราะห์องค์ประกอบขยะ (Waste Analytics) ที่ลงลึกและแม่นยำ ต้องรู้สัดส่วนจริงๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลขประเมินรวมๆ ตราบใดที่ไม่มีข้อมูลตรงนี้ นโยบายของรัฐก็เป็นแค่การหว่านแห เมื่อรัฐขาดทั้งข้อมูล ขาดกฎหมาย และขาดวิสัยทัศน์ ต่อให้พลเมืองอุตส่าห์แยกขยะมาจากบ้านแค่ไหน สุดท้ายรถขยะก็เอาไปเทรวมกันอยู่ดี ความตั้งใจนั้นสูญเปล่า และเอกชนก็ไม่กล้าเสี่ยงลงทุน

📌 ความหลงทางของ "ธนาคารขยะ"
เรามาดูตัวอย่างที่เห็นชัดที่สุดอย่าง "ธนาคารขยะ" ครับ ปัญหาหลักของประเทศไม่ได้อยู่ที่ขยะรีไซเคิล (เพราะมันมีมูลค่า มีกลไกตลาด มีซาเล้งและร้านรับซื้อของเก่าจัดการอยู่แล้ว) ปัญหาที่แท้จริงคือ ขยะเศษอาหารและขยะทั่วไป แต่สิ่งที่ธนาคารขยะหลายแห่งทำ กลับเป็นการไปทำหน้าที่ "แข่งกับเอกชน" ที่รับซื้อของเก่า แย่งชิ้นปลามัน แล้วละทิ้งปัญหาที่ควรจะแก้จริงๆ ขยะเศษอาหารที่มีสัดส่วนสูงถึง 50-60% คือตัวการสร้างน้ำชะขยะ กลิ่นเหม็น ก๊าซเรือนกระจก และไปปนเปื้อนขยะอื่นๆ ทำให้คัดแยกยาก ซ้ำยังทำลายคุณภาพของเชื้อเพลิงขยะ (RDF) ที่ปลายทางอีกด้วย การไปโฟกัสแต่ขยะแห้งที่มีราคา คือการเลือกทำโจทย์ที่ง่าย แต่ทิ้งโจทย์ที่ยากและกระทบสิ่งแวดล้อมมากที่สุดไว้เหมือนเดิม

💡 ทางออก: พลิกโฉมธนาคารขยะ สู่ "ศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรชุมชน"
ถ้าเราลองเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เปลี่ยนธนาคารขยะมารับจัดการขยะที่ไม่มีราคาตลาดรองรับแทนล่ะครับ?

จัดการขยะเศษอาหาร: ส่งเสริมการทำปุ๋ยหมัก และนำไป "เลี้ยงหนอนแมลงวันลาย" (BSFL) เพื่ออัพไซเคิลเศษอาหารให้กลายเป็นโปรตีนคุณภาพสูงและปุ๋ยอินทรีย์ ส่งต่อเข้าสู่วิถีเกษตรอินทรีย์ในชุมชน

จัดการพลาสติกใช้ครั้งเดียว: ขยะพลาสติกทั่วไปที่ร้านของเก่าไม่รับ (เช่น ถุงหูหิ้ว ฟิล์มยืด) ให้รวบรวมเป็นวัตถุดิบเข้ากระบวนการผลิตน้ำมัน (Pyrolysis) แทนการปล่อยทิ้งเป็นขยะกำพร้า

โมเดลนี้คือการเปลี่ยน "ภาระ" ให้เป็น "วัตถุดิบ" อย่างแท้จริง แต่ย้ำอีกครั้งนะครับ... การจะทำระบบนิเวศแบบนี้ให้สำเร็จและรู้ว่าต้องสร้างโรงเลี้ยงหนอนหรือเครื่องกลั่นน้ำมันขนาดเท่าไหร่ ทั้งหมดนี้ต้องกลับไปตั้งต้นที่การมี ข้อมูลขยะ (Waste Data) ที่ชัดเจน

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องเลิกทำโครงการแบบแค่ให้รู้สึกดี (Feel Good) แล้วหันมาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างด้วยข้อมูลเชิงลึกและเทคโนโลยีที่เหมาะสมสักทีครับ

#ขยะวิทยา #การจัดการขยะ #เศรษฐกิจหมุนเวียน

14/04/2026

การทำงานด้านสิ่งแวดล้อมต้องใช้ Growth Mindset

27/03/2026
20/03/2026
20/03/2026

เตรียมจับตา..!! ถ้าเกิด “ซูเปอร์เอลนีโญ” ขึ้นจริง วิกฤติสภาพอากาศและผลกระทบต่อไทย จะเป็นอย่างไรบ้าง?
ปรากฏการณ์ “เอลนีโญ” (El Niño) เป็นสิ่งที่เรารู้จักกันดีในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังของความแห้งแล้งและอากาศที่ร้อนจัด แต่เมื่ออุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกอุ่นขึ้นกว่าค่าเฉลี่ยอย่างรุนแรง (เกิน 1.5 ถึง 2 องศาเซลเซียส) เราจึงจะก้าวเข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño) ซึ่งนำมาซึ่งความแปรปรวนของสภาพอากาศที่รุนแรงและยาวนานกว่าปกติ สำหรับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วิกฤตนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของลมฟ้าอากาศ แต่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงทางอาหาร เศรษฐกิจ และวิถีชีวิต (ซึ่งตอนนี้ยังไม่เกิดคาดว่าจะเริ่มเห็นชัดช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569)
ผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อประเทศไทยและอาเซียน (หากเกิด)
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เป็นหนึ่งในจุดเปราะบางที่สุดเมื่อเกิดซูเปอร์เอลนีโญ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนมีดังนี้
💧 วิกฤตภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ ปริมาณฝนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝนทิ้งช่วงยาวนาน แหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จะมีปริมาณน้ำกักเก็บลดลง กระทบโดยตรงต่อน้ำอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรม
🌽 ผลกระทบด้านการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของโลก จะเผชิญปัญหาผลผลิตตกต่ำ (เช่น ข้าว น้ำตาล ปาล์มน้ำมัน) ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะสินค้าเกษตรขาดตลาดและราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก
🔥 ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันข้ามพรมแดน (PM2.5) อากาศที่แห้งและร้อนจัดเป็นตัวเร่งให้เกิดไฟป่าได้ง่าย โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าพรุของอินโดนีเซียและพื้นที่การเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะทำให้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนทวีความรุนแรง กระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งภูมิภาค
🌡️ คลื่นความร้อน (Heatwave) อุณหภูมิที่พุ่งสูงทำลายสถิติส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้า (เพื่อทำความเย็น) พุ่งสูงจนอาจเกิดความไม่มั่นคงทางพลังงาน
เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศสำคัญกับเรื่องนี้อย่างไร?
ในยุคที่ข้อมูลคืออาวุธสำคัญที่สุด GISTDA ใช้เทคโนโลยีอวกาศเพื่อสนับสนุนการใช้งานและประยุกต์ใช้ในภารกิจต่างๆของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ
💧 การติดตามสถานการณ์น้ำ (Water Monitoring) ใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียม (เช่น ดาวเทียม THEOS-2) เพื่อประเมินพื้นที่ผิวน้ำทั่วประเทศแบบ near real-time ทำให้รู้ว่าอ่างเก็บน้ำหรือแหล่งน้ำธรรมชาติใดกำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต เพื่อวางแผนระบายหรือจัดสรรน้ำได้อย่างแม่นยำ
🌿 ประเมินความเสียหายและสุขภาพพืชพรรณ (Agricultural Assessment) ข้อมูลภูมิสารสนเทศสามารถวิเคราะห์ "ดัชนีความเขียวของพืช" หากพื้นที่ใดเริ่มมีสัญญาณความแห้งแล้ง สามารถส่งข้อมูลเตือนภัยให้หน่วยงานเกษตรเข้าไปช่วยเหลือ หรือแนะนำการปรับเปลี่ยนพืชล่วงหน้าก่อนที่ผลผลิตจะตายยืนต้น
🔥 การตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot Detection) ดาวเทียมสามารถตรวจจับจุดความร้อนที่เกิดจากไฟป่าหรือการเผาทางการเกษตรได้อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่แค่ในไทยแต่คลุมทั้งอาเซียน ข้อมูลนี้ถูกนำไปใช้ในการสั่งการควบคุมและดับไฟป่า รวมถึงการวิเคราะห์สถานการณ์ฝุ่นควัน (สามารถติดตามข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันอย่าง "เช็คฝุ่น")
✨ สนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบาย (Data-Driven Policy) GISTDA ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลเชิงพื้นที่ทั้งหมด จัดทำเป็นแผนที่เสี่ยงภัยแล้ง เพื่อให้คณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานบริหารจัดการน้ำ ใช้ตัดสินใจประกาศเขตพื้นที่ประสบภัยและอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือได้อย่างมีหลักฐานอ้างอิง
แผนการรับมือ การเตรียมพร้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความสูญเสีย
1.การบริหารจัดการน้ำเชิงรุก รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนประหยัดน้ำ กักเก็บน้ำในช่วงที่มีฝนตกลงมาให้ได้มากที่สุด และจัดสรรน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการหาแหล่งน้ำสำรอง
2.การปรับตัวภาคการเกษตร ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อย หรือพืชอายุสั้น เลื่อนเวลาการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับคาดการณ์ปริมาณฝน และการทำประกันภัยพืชผล
3.ความร่วมมือระดับภูมิภาค (ASEAN) บังคับใช้และยกระดับข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนอย่างจริงจัง เพื่อควบคุมการเผาในที่โล่งและไฟป่า
4.การเฝ้าระวังด้านสาธารณสุข เตรียมระบบสาธารณสุขให้พร้อมรับมือกับโรคที่มากับความร้อน (Heatstroke) และโรคระบบทางเดินหายใจจาก PM2.5
ซูเปอร์เอลนีโญเป็นภัยธรรมชาติที่เราไม่สามารถหยุดยั้งได้ แต่เราสามารถลดทอนผลกระทบได้อย่างมหาศาลหากมีการเตรียมความพร้อมที่ดี การบูรณาการแผนการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ประชาชน และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศอย่างที่เต็มที่ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยและอาเซียนผ่านพ้นวิกฤตสภาพอากาศนี้ไปได้
__________

Bracing for Impact: How a ‘Super El Niño’ Could Redefine Thailand’s Climate Future
The term El Niño is no stranger to Thais — it's long been synonymous with scorching heat and bone-dry droughts. But meteorologists are now watching for something far more alarming: a Super El Niño, triggered when sea surface temperatures in the Pacific surge more than 1.5 to 2°C above average, unleashing weather extremes that are both more intense and more prolonged than anything a typical El Niño brings. For Thailand and the wider ASEAN region, this isn't just a weather story. It's a direct threat to food security, economic stability, and everyday life. While the phenomenon has yet to materialize, forecasters warn its effects could begin to show clearly as early as May 2026.
Potential Fallout: The Inescapable Toll on Thailand and the ASEAN Region
Southeast Asia sits at one of the world's most vulnerable pressure points when a Super El Niño strikes. Here's what experts say could unfold:
💧 An unprecedented water crisis: Rainfall will drastically decrease across the region. Prolonged droughts will deplete reservoirs and natural water sources, threatening not only drinking water but also the operations of water-dependent industries.
🌽 Threat to Global Food Security: Plunging yields in Southeast Asia’s agricultural hubs—Thailand, Vietnam, and Indonesia—risk sparking widespread shortages and a global surge in food inflation as key commodities like rice and palm oil dwindle.
🔥 Wildfire and Transboundary Haze Crisis Escalates: Severe drought and soaring temperatures are fueling a surge in wildfires across Indonesia’s peatlands and regional agricultural zones. This seasonal surge is intensifying the transboundary PM2.5 crisis, posing a critical threat to public health across Southeast Asia.
🌡️ Record-Breaking Heatwaves: Temperatures would smash historical records, posing acute health risks — especially to the elderly and vulnerable. Surging demand for electricity-powered cooling could strain power grids to the breaking point.
Space-Based Solutions: The Frontier of Geospatial Climate Analysis
In a crisis where information is everything, Thailand's GISTDA is already leveraging satellite technology to stay one step ahead:
💧 Water Surveillance: Using imagery from the THEOS-2 satellite, GISTDA monitors reservoir and surface water levels in near real-time — flagging critical shortfalls before they become emergencies.
🌿 Crop Health Monitoring: Geospatial data tracks vegetation indices across farmland. If drought stress appears, early warnings can reach agricultural agencies in time to pivot planting strategies — before crops die standing in the field.
🔥 Hotspot Detection: Satellites scan the entire ASEAN region for fire hotspots — whether from wildfires or agricultural burning — feeding data directly into firefighting operations and air quality tracking via apps like "Check Phoon".
✨ Policy Intelligence: GISTDA compiles all spatial data into drought-risk maps that give the Cabinet and water management authorities the hard evidence they need to declare disaster zones and release emergency budgets.
Preparedness deemed critical as authorities scramble to mitigate impact.
1. Proactive Water Management: Promoting conservation and prioritizing domestic consumption while tapping alternative sources.
2. Strengthening Farm Resilience: Shifting to low-water crops and data-driven planting cycles to mitigate climate risks.
​.
3. ASEAN Regional Cooperation: It's time to move beyond paper promises. Authorities are calling for the rigorous enforcement and strengthening of the ASEAN Agreement on Transboundary Haze Pollution — a landmark pact that must now be held accountable in controlling open burning and raging wildfires that know no borders.
​.
4. Public Health Surveillance: As temperatures soar and skies turn grey, health systems across the region must brace for the inevitable surge — from life-threatening heatstroke cases to a wave of respiratory illnesses driven by hazardous PM2.5 particles choking the air that millions breathe every day.
​.
While 'Super El Niño' remains an inevitable natural phenomenon, its severity can be curtailed through strategic foresight. A synchronized response—leveraging intergovernmental cooperation and cutting-edge space technology—is paramount for Thailand and ASEAN to navigate this escalating climate emergency.
#อว

#ดาวเทียม #ภูมิสารสนเทศ

ที่อยู่

โรงเรียนเมืองหลังสวน 297 ม. 4 ต. วังตะกอ อ. หลังสวน จ. ชุมพร
Lang Suan
86110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ MLS Eco School โรงเรียนเมืองหลังสวนผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท