07/08/2026
🖤 Rainy Kids Clinic ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ คุณครู นักเรียน และทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในโรงเรียน จ.นนทบุรี
เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับพวกเราทุกคนอย่างมาก
แต่หลังจากความตกใจและความเสียใจผ่านไป สิ่งหนึ่งที่เราอยากชวนทุกคนคิดต่อคือ...
**เราจะถอดบทเรียนจากความสูญเสียครั้งนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้ต้องรอถอดบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งต่อไปอีก?**
แน่นอนว่าเหตุการณ์ความรุนแรงร้ายแรงหนึ่งเหตุการณ์ ไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว และในขณะที่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแรงจูงใจยังต้องรอการตรวจสอบ เราไม่ควรรีบด่วนสรุปหรือตีตราเด็ก ครอบครัว โรงเรียน หรือภาวะใดภาวะหนึ่งว่าเป็นต้นเหตุ
แต่ในฐานะคนทำงานกับเด็ก สิ่งที่เราอยากชวนสังคมกลับมามอง คือ
**“การป้องกัน ต้องเริ่มก่อนวันที่เกิดเหตุ”**
ทุกวันนี้เด็กเติบโตท่ามกลางโลกที่ซับซ้อนขึ้นมาก
ทั้งโซเชียลมีเดีย ความรุนแรงบนโลกออนไลน์ การกลั่นแกล้ง ความกดดัน การเปรียบเทียบ ความขัดแย้งในครอบครัว รวมถึงเนื้อหาที่เด็กสามารถเข้าถึงได้ภายในไม่กี่วินาที
เราอาจควบคุมโลกภายนอกทั้งหมดไม่ได้
แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้ใหญ่ทุกคนช่วยกันสร้างได้ คือ
**“เกราะป้องกันจากภายในให้กับเด็ก”**
และหนึ่งในทักษะที่สำคัญมาก คือ
**SEL — Social and Emotional Learning
ทักษะการเรียนรู้ด้านอารมณ์และสังคม**
เด็กควรได้เรียนรู้ตั้งแต่เล็กว่า...
“ตอนนี้ฉันกำลังรู้สึกอะไร”
“ฉันโกรธได้ แต่ฉันจะทำอย่างไรกับความโกรธนี้”
“เมื่อผิดหวัง ฉันมีวิธีรับมือแบบไหน”
“ถ้าถูกเพื่อนปฏิเสธ ฉันควรทำอย่างไร”
“เมื่อมีปัญหา ฉันสามารถขอความช่วยเหลือจากใครได้บ้าง”
และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ
**“คนอื่นก็มีความรู้สึกเหมือนกับเรา”**
เด็กต้องค่อย ๆ เรียนรู้การมองจากมุมของผู้อื่น การเห็นอกเห็นใจ การแก้ไขความขัดแย้งโดยไม่ใช้ความรุนแรง และการรู้ว่าเมื่ออารมณ์กำลังเกินกำลังของตนเอง การขอความช่วยเหลือไม่ใช่เรื่องน่าอาย
สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเป็นบทเรียนที่เราเริ่มสอนตอนเด็กโตแล้ว
**แต่ควรเริ่มตั้งแต่เด็กยังเล็ก**
เพราะก่อนเด็กจะต้องเก่งคณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ หรือวิชาการต่าง ๆ
เขาต้องเรียนรู้ที่จะ **“อยู่กับตัวเองและอยู่ร่วมกับคนอื่นให้ได้”**
━━━━━━━━━━━━
🔎 **อีกเรื่องหนึ่งที่เราอยากชวนสังคมให้จริงจังมากขึ้น คือ “อย่ามองข้ามสัญญาณเตือน”**
ในการทำงานกับเด็ก เราพบผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยที่ได้รับคำแนะนำจากคุณครูว่า
ลูกควบคุมอารมณ์ยาก
มีปัญหาการเข้าสังคม
ไม่เข้าใจกติกา
หุนหันพลันแล่นมาก
มีพฤติกรรมก้าวร้าว
ปรับตัวยาก
หรือมีพัฒนาการบางด้านที่ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
แต่หลายครอบครัวอาจคิดว่า...
“เดี๋ยวโตก็หาย”
“อยู่บ้านไม่เห็นเป็นเลย”
“เด็กผู้ชายก็แบบนี้แหละ”
“ครูคิดมากไปหรือเปล่า”
เราอยากบอกว่า **การพาเด็กไปประเมิน ไม่ได้แปลว่าเรากำลังตีตราลูกว่าเป็นเด็กมีปัญหา**
ตรงกันข้าม...
มันคือการพยายามเข้าใจว่า
**“ลูกกำลังต้องการความช่วยเหลืออะไรจากผู้ใหญ่”**
และต้องย้ำให้ชัดเจนว่า เด็กที่มีพัฒนาการแตกต่าง ออทิสติก ADHD หรือมีปัญหาด้านอารมณ์ **ไม่ได้หมายความว่าเด็กคนนั้นจะเป็นผู้ใช้ความรุนแรง**
เราไม่ควรนำเหตุการณ์ร้ายแรงมาใช้สร้างตราบาปให้เด็กกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
สิ่งที่เราควรมองคือ **พฤติกรรมและสัญญาณเตือนของเด็กแต่ละคนเป็นรายบุคคล** และเมื่อพบสิ่งที่น่ากังวล ควรมีระบบที่ช่วยให้เด็กเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญได้เร็ว
อย่ารอจนพฤติกรรมเล็ก ๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่
อย่ารอจนเด็กทำร้ายเพื่อน
อย่ารอจนโรงเรียนรับมือไม่ไหว
และอย่ารอจนเด็กทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น
**บางครั้งการช่วยเหลือเร็วขึ้นหนึ่งปี อาจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเด็กคนหนึ่งได้มากกว่าที่เราคิด**
━━━━━━━━━━━━
🏫 **และความรับผิดชอบนี้ไม่ควรตกอยู่ที่พ่อแม่เพียงฝ่ายเดียว**
การป้องกันต้องเกิดพร้อมกันทั้งระบบ
ครอบครัวต้องสังเกตและรับฟัง
โรงเรียนต้องมีระบบคัดกรองและส่งต่อ
ครูต้องมีช่องทางแจ้งความกังวลโดยไม่กลัวความขัดแย้งกับผู้ปกครอง
เด็กต้องรู้ว่าจะขอความช่วยเหลือจากใคร
ผู้เชี่ยวชาญต้องเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ขณะเดียวกัน มาตรการด้านความปลอดภัยก็ต้องเดินไปพร้อมกัน ทั้งการควบคุมการเข้าถึงอาวุธ การรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา ระบบแจ้งเหตุ การซ้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และมาตรการคัดกรองสิ่งของหรืออาวุธตามระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม
**เราไม่ควรเลือกว่าจะป้องกัน “ที่ตัวเด็ก” หรือ “ที่ระบบ”**
เราต้องทำทั้งสองอย่าง
━━━━━━━━━━━━
🌈 **แล้ว Rainy Kids จะช่วยอะไรได้บ้าง?**
ในฐานะคลินิกที่ทำงานด้านพัฒนาการเด็ก เราอาจแก้ปัญหาทั้งสังคมไม่ได้
แต่เราสามารถเริ่มจากพื้นที่ที่เรารับผิดชอบได้
เราตั้งใจช่วยผลักดันเรื่อง
• การคัดกรองพัฒนาการตั้งแต่วัยเด็ก
• การให้ความรู้เรื่อง Red Flags แก่ผู้ปกครองและคุณครู
• การส่งเสริมทักษะ SEL การรู้เท่าทันและจัดการอารมณ์
• การฝึกทักษะสังคม การรอคอย การแก้ปัญหา และการควบคุมตนเอง
• การประสานงานระหว่างครอบครัว โรงเรียน นักกิจกรรมบำบัด และผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง
• การส่งต่อพบแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเมื่อพบสัญญาณที่เกินขอบเขตการดูแลของเรา
และเราจะยังคงทำงานร่วมกับโรงเรียน ชุมชน และครอบครัว เพื่อให้การคัดกรองและการช่วยเหลือเด็กเกิดขึ้น **“ก่อนที่ปัญหาจะใหญ่เกินกว่าที่เด็กคนหนึ่งจะรับมือไหว”**
━━━━━━━━━━━━
เหตุการณ์ครั้งนี้อาจทำให้เราตั้งคำถามว่า
**“ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้น?”**
แต่บางทีคำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ
**ก่อนเด็กคนหนึ่งจะเดินไปถึงวันที่ควบคุมตัวเองไม่ได้...
ระหว่างทางที่ผ่านมา เขาเคยส่งสัญญาณขอความช่วยเหลืออะไรให้ผู้ใหญ่เห็นบ้างหรือเปล่า?**
และครั้งต่อไป...
เมื่อเด็กคนหนึ่งเริ่มส่งสัญญาณเล็ก ๆ
**เราจะมองเห็นเขาเร็วพอไหม?**
ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อทุกชีวิตและทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ 🖤
และหวังว่าความสูญเสียจะไม่จบลงเพียงแค่ข่าวที่เราเศร้าอยู่ไม่กี่วัน
แต่จะทำให้ครอบครัว โรงเรียน ผู้เชี่ยวชาญ และสังคม
**หันกลับมาช่วยกันสร้างระบบที่มองเห็นเด็ก ก่อนที่เด็กจะไปถึงวันที่สายเกินไป**
#ขอแสดงความเสียใจ