ปฐมวัย

ปฐมวัย ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก ปฐมวัย, ครูสอนพิเศษ/ครู, Kumphawapi.

เตรียมประกอบอาหารช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมพรุ่งนี้ครับ
31/07/2017

เตรียมประกอบอาหารช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมพรุ่งนี้ครับ

ใครที่จะพอจะมีกำลังทรัพย์หรือมีสิ่งของที่ใช้ในการประกอบอาหารได้ ขอความอนุเคราะห์บริจาคได้ที่วัดจอมศรี อ.กุมภวาปี จ.อุดรธ...
30/07/2017

ใครที่จะพอจะมีกำลังทรัพย์หรือมีสิ่งของที่ใช้ในการประกอบอาหารได้ ขอความอนุเคราะห์บริจาคได้ที่วัดจอมศรี อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เพื่อใช้ในการประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม บริจาคได้ที่วัดจอมศรี หรือบริจาคผ่านบัญชีเลขที่ 3740173815 ธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชีนายวีรชาติ เพิ่มพูล (พระโต้)เบอโทรศัพท์0903609180

22/06/2016
http://www.kruwandee.com/news-id30429.html
11/01/2016

http://www.kruwandee.com/news-id30429.html

นักเรียนเฮ!ศธ จับครูสอบโอเน็ต ศธ ปิ๊งไอเดียจับครู สอบโอเน็ต หลังเข้าอบรม ธีระเกียรติ เผยทำตามข้อเสนอ สปท ไม่ได้หวังจับผิด แต่หวังแก้ปัญหาครูสอนแบบไ..

http://www.qlf.or.th/Home/Contents/1009
03/11/2015

http://www.qlf.or.th/Home/Contents/1009

เปิดสถานการณ์เด็กปฐมวัย พบปรากฎการณ์เร่งเรียน มุ่งติวตั้งแต่วัยอนุบาล ส่งผลสูญเสียโอกาสการพัฒนาทักษะทางพฤติกรรม “มีวินัย คิดสร้างสรรค์” คุณลักษณะสู่ความสำเร็จในอนาคต ขณะที่เด็กอีก 12%กลับไม่เข้าถึงโอกาสการเรียนรู้ เปิด 3 ข้อเสนอพัฒนาเด็กปฐมวัยต้องสร้างความพร้อมทั้งเด็ก ครอบครัว และระบบการศึกษา

ข่าวการศึกษาไทยhttp://www.dailynews.co.th/education/355380
19/10/2015

ข่าวการศึกษาไทย
http://www.dailynews.co.th/education/355380

“สุเทพ”เผยผลสอบครูผู้ช่วยครั้งที่ 2 ปี 58 เบื้องต้นพบแต่ละเขตมีคนสอบผ่านเกณฑ์ไม่ถึง 10% เตรียมวิเคราะห์หาสาเหตุ ด้าน “กำจร” เล็งชงบอร์ดคุรุสภากำหนดหลักเกณฑ์พิจารณารับรองปริญญาใหม่

ภาพการเรียนดนตรี  โรงเรียนอนุบาลบ้านภาษา
31/08/2015

ภาพการเรียนดนตรี โรงเรียนอนุบาลบ้านภาษา

24/04/2015

ช่วงอายุปฐมวัย คือห้าปีแรกของชีวิตนั้นเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาชีวิตของเด็ก สมองของเด็กพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงห้าปีแรกของชีวิต เป็นช่วงเวลาที่เด็กมีการพัฒนาทางการรับรู้ ภาษา สังคม อารมณ์และกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว

การพัฒนาทางสมองของเด็กขึ้นอยู่กับการกระตุ้นทางสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพของการเลี้ยงดูและระดับการปฏิสัมพันธ์ที่เด็กได้รับ เด็กทารกที่ได้รับการกอด หยอกล้อ อาทรและกระตุ้นทางการมองเห็นจะได้เปรียบเด็กที่ไม่ได้รับหลายเท่า เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดมีโอกาสที่จะพัฒนาทักษะทางด้านการรับรู้ ภาษา อารมณ์และสังคมอย่างเต็มที่ มีโอกาสที่จะเติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์แข็งแรงและมีความเชื่อมั่นและรู้จักคุณค่าของตนมากกว่าเด็กที่ไม่ได้รับการเอาใจใส่ การพัฒนาในแต่ละด้านนี้ล้วนแต่มีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นผู้ใหญ่ของเรา เพราะประสบการณ์ในวัยเด็กเป็นสิ่งที่มีอิทธิพลต่อความเป็นตัวตนของเราในวันนี้

แม้สภาพแวดล้อมของบ้านเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในช่วงชีวิตวัยเด็ก แต่ถึงกระนั้นก็ตามก็ยังจำเป็นอย่างยิ่งที่เด็กจะต้องได้มีโอกาสรับบริการพัฒนาเด็กปฐมวัยรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง เช่นบริการในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย พ.ศ. 2555 ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ด้วยการสนับสนุนจากยูนิเซฟ พบว่า มีเด็กอายุ 3-5 ปี ประมาณร้อยละ 84 กำลังเรียนในระดับก่อนวัยเรียน และพบว่าในกลุ่มเด็กที่แม่ไม่มีการศึกษามีอัตราเข้าเรียนระดับก่อนวัยเรียนต่ำกว่าเด็กที่แม่มีการศึกษา นอกจากนี้มีเด็กอายุ 3-5ปีในกทม. เพียงร้อยละ 66 ที่เข้าเรียนก่อนวัยเรียน

การประเมินคุณภาพศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยทั้งหมดกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศโดยกรมอนามัยในปี 2555 พบว่ามีเพียงร้อยละ 67 เท่านั้นที่ผ่านเกณฑ์

ยูนิเซฟทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงมหาดไทย ส่งเสริมโอกาสการเข้าถึงบริการพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีคุณภาพ ยูนิเซฟมีส่วนทำให้ในปี 2553 ประเทศไทยได้รับเอามาตรฐานการวัดพัฒนาการเรียนรู้เด็กปฐมวัย (Early Childhood Learning Development - ELDS) ซึ่งมีการกำหนดระดับความรู้และกิจกรรมที่วัดได้สำหรับเด็กอายุ 0-5 ปีมาเริ่มใช้ในประเทศ ปัจจุบันครูและบุคคลากรที่ทำงานกับเด็กเล็กได้ใช้เกณฑ์มาตรฐานนี้อย่างกว้างขวาง และมาตรฐานดังกล่าวจะเป็นกรอบแนวทางการพัฒนาเด็กปฐมวัยสำหรับเด็กทั่วประเทศ

องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เผยเด็กปฐมวัยในประเทศไทยจำนวนมากยังประสบกับปัญหาต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ทั้งในเรื่องการ...
27/03/2015

องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย เผยเด็กปฐมวัยในประเทศไทยจำนวนมากยังประสบกับปัญหาต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา ทั้งในเรื่องการได้รับนมแม่ โภชนาการ การเข้าเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตลอดจนการปฏิสัมพันธ์ในครอบครัว โดยมีเด็กไทยเพียงร้อยละ 12 เท่านั้นที่ได้กินนมแม่เพียงอย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรก และยังมีเด็กถึงร้อยละ 16 ที่เตี้ยแคระแกร็น เนื่องจากการขาดสารอาหารต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งทั้งหมดนี้มีผลต่อการพัฒนาสมองของเด็ก

เมื่อเร็วๆ นี้ ยูนิเซฟและภาคีจึงได้เปิดโครงการ “Best Start: หกปีแรกของชีวิต คือหกปีทองของเด็ก” เพื่อรณรงค์ให้พ่อแม่และสังคมตื่นตัวกับปัญหาพัฒนาการของเด็กปฐมวัยในประเทศไทย และหันมาให้ความสำคัญกับเด็กในช่วงนี้มากขึ้น โดยระบุว่า 6 ปีแรกของชีวิตเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เนื่องจากสมองของเด็กพัฒนาสูงสุด การพัฒนาเด็กในช่วงนี้จึงเป็นรากฐานสำคัญของการเรียนรู้และการพัฒนาตลอดชีวิต

ร่วมลงชื่อสนับสนุนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มการลงทุนในเด็กปฐมวัย และอ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพัฒนาเด็กปฐมวัยได้ที่ http://www.beststartthailand.com/

ร่วมสนับสนุน การสร้างอนาคตของเด็กไทย กับ "BEST START"เพราะ 6 ปีแรกของชีวิต คือ 6 ปีทองของเด็ก

หลายภาคส่วนจัดประชุมโครงการพัฒนาต้นแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยแบบบูรณาการ ด้านที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต ชี้การลงทุนกับเด็กปฐมวัยคุ...
23/02/2015

หลายภาคส่วนจัดประชุมโครงการพัฒนาต้นแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยแบบบูรณาการ ด้านที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต ชี้การลงทุนกับเด็กปฐมวัยคุ้มค่าที่สุด เหตุจะนำไปสู่การเป็นประชากรที่ดี...

สถาบันราชานุกูล กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับสำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชนและครอบครัว สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดการประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจและอบรมการใช้งานระบบฐานข้อมูลเด็กปฐมวัยระดับพื้นที่ ภายใต้โครงการพัฒนาต้นแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยแบบบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัด ซึ่งมีผู้ตรวจราชการกระทรวงสารณสุข นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้แทนโรงพยาบาลและศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจาก 19 จังหวัดเข้าร่วม ที่โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพ

โดย นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ หัวหน้ากลุ่มที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข และรองประธานกรรมการบริหารแผน คณะที่ 4 สำนักสนับสนุนสุขภาวะเด็ก เยาวชน และครอบครัว สสส. กล่าวว่า การลงทุนกับเด็กปฐมวัยคุ้มค่าที่สุด ถ้าเด็กได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและสติปัญญา รวมถึงการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม จะนำไปสู่การเป็นประชากรที่ดีมีคุณภาพ แต่ความเปลี่ยนแปลงด้านสังคม และครอบครัว เป็นตัวแปรหนึ่งที่นำมาสู่ปัญหาการดูแลเด็ก เนื่องจากไม่สามารถดูแลเด็กได้ด้วยตัวเองปล่อยให้อยู่กับ ปู่ ย่า ตา ยาย จึงเกิดช่องว่างของระบบและกลไกการดูแลเด็กปฐมวัย ยิ่งปัจจุบันระบบที่เข้ามาดูแลเด็กมีความซับซ้อนทำให้ดูแลเด็กได้ยากขึ้น และที่ผ่านมาระบบจังหวัดอ่อนแอ เพราะขึ้นกับส่วนกลางขาดการประสานบูรณาการงานร่วมกัน ดังนั้น ระบบสาธารณสุข ซึ่งถือได้ว่าเป็นระบบการทำงานในระดับจังหวัดที่เข้มแข็งและสามารถดูแลได้ตลอดช่วงอายุของเด็กปฐมวัย ต้องร่วมนำสร้างกลไกระดับจังหวัด โดยเชื่อมโยงเป็น 1 ช่วงวัย 3 ระบบ คือ 1. ระบบสุขภาพ 2. ระบบเรียนรู้ และ 3. ระบบการดูแลของชุมชน ครอบครัว ภายใต้การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนกลางที่ต้องจัดระบบทรัพยากรเพื่อการสนับสนุน ระดับจังหวัดต้องเชื่อมโยงระบบและกำกับติดตาม และ ระดับพื้นที่ เช่น อปท. ศพด. มีคุณภาพ มีระบบธรรมาภิบาล

"ประเทศไทยต้องจัดการศึกษาให้เด็กมีสำนึกรักบ้านเกิด คือเด็กเกิดจังหวัดใด ก็ต้องมีความรักในจังหวัดของตนเอง ฉะนั้น ต้องสร้างความร่วมมือกับท้องถิ่น คนทำงานด้านปฐมวัยก็เข้ามาร่วมกันคิด เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีที่สุด ซึ่งต้องมีการวัดพัฒนาการเด็ก 2 แบบ คือ 1. เด็กที่มีพัฒนาการปกติต้องวัดที่เด็กมีความพร้อมเข้าสู่โรงเรียน สามารถควบคุมตนเอง เชื่อมั่นตนเอง มีพัฒนาการด้านภาษาและสติปัญญา และ 2. เด็กที่มีความเสี่ยงผิดปกติ คือเด็กที่ไม่สามารถจัดการตัวเองได้ จึงต้องให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัย การส่งเสริมพัฒนาการ และเรื่องสุขอนามัย" นพ.ยงยุทธ กล่าว

ด้าน นพ.ปิยะ ศิริลักษณ์ นายแพทย์เชี่ยวชาญสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดน่าน กล่าวว่า การดูแลเด็กเป็นเรื่องสำคัญ การที่ผู้ปกครองนำเด็กมาฝากให้ ศพด.ดูแล เพราะอยากให้ลูกที่รักที่สุดอยู่รอดปลอดภัย มีการเจริญเติบโตมีพัฒนาการที่สมวัย ฉะนั้น ศพด.ควรดำเนินการ 4 เรื่อง คือ 1. นโยบายต้องสะท้อนทั้งข้างบนและข้างล่าง โดยบูรณาการทำงานร่วมกันระดับจังหวัด ทั้งเป้าหมาย ทิศทางที่ผู้ปฏิบัติต้องการเห็นมาก 2. แผนสร้างแผนระยะยาวครอบคลุมมองเป้าหมายแนวทาง ทั้งนี้ อยากให้มีการวางแผนทำงานล่วงหน้าครึ่งปี โดยใช้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงและความจำเป็นในพื้นที่เป็นตัวตั้ง ทำแผนล่วงหน้าให้ตอบสนองต่อสิ่งที่จะดำเนินการ เป็นการเตรียมพร้อมการทำงานระยะต่อไป เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและไม่เกิดความกดดันตัวเองในการทำเรื่องเร่งด่วน

3. การปฏิบัติ ควรมีระบบสุขภาพในระดับอำเภอ DSK (District Health System) มองภาพความต้องการด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ เช่น การเรียนรู้ของเด็กในจังหวัดน่าน ควรแตกต่างจากเด็กกรุงเทพฯ แต่ต้องให้เรียนรู้ครบถ้วน เติบโตและมีพัฒนาการที่เข้ากันได้กับสภาพแวดล้อม ซึมซับวิถีประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่น แต่องค์ประกอบที่จะทำให้สมบูรณ์ต้องอาศัยเครื่องมือในพื้นที่มาร่วมมือกัน ทั้ง รพ.สต. รพช. โรงพยาบาลในพื้นที่ร่วมมือกันพัฒนาดำเนินการอย่างแข็งแกร่งและเข้มแข็ง เมื่อพบเด็กผิดปกติ 1 คน จะดูแล ส่งต่ออย่างไร หากมีระบบการร่วมมือที่ดี ก็จะสามารถแก้ไขในสิ่งที่ผิดปกติได้ และเมื่อจับกันได้แล้วก็ต้องขยายความร่วมมือไปที่อื่นๆ และ 4.การกำกับ ติดตามและการสนับสนุน ต้องมีการนิเทศแนะนำวิเคราะห์ปัญหาได้ตรง สามารถให้คำแนะนำเพื่อให้ปฏิบัติได้ตรงจุด ไม่ใช่แนะนำภาพใหญ่ คนในพื้นที่จะไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตรงตามเป้าหมาย ซึ่งเรื่องการกำกับติดตามไม่ใช่งานนิเทศอย่างเดียว แต่ต้องมีการตรวจสอบผลงาน KPI ที่สะท้อนผลงานที่วัดได้ ซึ่งต้องเข้าใจ KPI ในความเป็นจริง อย่ามอง KPI เป็นตัวเลข ฉะนั้น การกำกับติดตามควรเข้าใจในผล เพื่อดูกระบวนการ และลงไปสนับสนุนช่วยเหลือ ซึ่งการนิเทศของจังหวัด ไม่ควรแสดงตนเป็นผู้ตรวจงาน แต่ลงพื้นที่ไปดูเพื่อหาทางสนับสนุน เพราะหน่วยงานหรือพื้นที่ต่างๆ ไม่ได้เริ่มต้นด้วยทุนที่เท่ากัน ผลที่จะเกิดขึ้นเท่ากันคงเป็นไปไม่ได้ ซึ่งทั้ง 4 เรื่องเป็นเรื่องสำคัญที่สามารถนำมาประยุกต์ได้กับทุกเรื่องที่จะไปเสริมสร้างพัฒนาการเด็ก.

ที่อยู่

Kumphawapi

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ปฐมวัยผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์