NLP for Kids 👍AI NLP Program สำหรับเด็ก สร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมให้กับชีวิต👍

เหตุการณ์โคราช เราจะบอกลูกอย่างไร?? #หมอเสาวภาเลี้ยงลูกเชิงบวก
11/02/2020

เหตุการณ์โคราช เราจะบอกลูกอย่างไร??

#หมอเสาวภาเลี้ยงลูกเชิงบวก

#เหตุการณ์ที่โคราช บอกลูกยังไง แค่ไหน?

1.บอกลูกให้รู้ “ความจริง” ของเหตุการณ์ เช่น เกิดอะไรขึ้น ที่ไหน คนร้ายทำอะไร คนในเหตุการณ์ทำอย่างไร โดยออกจากปากของพ่อแม่เท่านั้น

(งดให้ดูภาพเหตุการณ์จริง งดฟังจากสื่อโดยตรง เพราะสื่อเราไม่มีการกรองเลย)

2.ความจริงที่บอก ต้อง “ย่อยให้ง่าย” ตามวัย ถ้าอายุน้อยกว่า 4 ปีไม่จำเป็นต้องรู้ เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่เข้าใจและทำให้กังวลมากเกินไป
ไม่บอกสิ่งที่ไม่มีประโยชน์ต่อการคิดแก้ไข เช่น จำนวนคนตาย โดยเฉพาะเด็กขี้กังวล
(ตรงนี้พ่อแม่ต้องประเมินลูกตนเองด้วย)

3.ความจริงที่ย่อยมาเล่า พ่อแม่ต้อง “ไม่ใส่อารมณ์ร่วม”เข้าไปในเนื้อหา ข้อนี้กาดาวสิบดวง!!

(ความรู้สึกกลัว โกรธ กังวลเกินไปในเด็ก มักซึมซับจากปฏิกิริยาของผู้ใหญ่ และความกลัวที่มากไป ทำให้เด็กมองโลกในแง่ร้ายเกินไป ส่งผลต่อ mindset ในการใช้ชีวิต)

4.บอกวิธีแก้ปัญหาในสถานการณ์นั้นๆ เช่น ได้ยินเสียงแปลกๆอย่าไปมุง ไม่แน่ใจให้วิ่งหลบออกมา (ตรงนี้มีหลายเพจโพสต์อยู่แล้ว)

5.อย่าด่วนสรุปตีตราคนร้ายหรือครอบครัวให้ลูกฟัง ให้ใช้คำอธิบายที่เป็นไปได้ เช่น “เขาคิดอะไรก็ไม่รู้ เขาอาจเครียดหลายๆอย่าง อาจมีปัญหาเยอะแยะ มากมายจนเขารับมือไม่ไหว... พ่อแม่ก็ไม่รู้หมือนกัน”


#ความรุนแรง

6.สอนลูกว่านี่คือตัวอย่าง ผลลัพธ์ของการแก้ปัญหาด้วยความุรแนแรง ซึ่ง “ความรุนแรง” มักถูกใช้เป็นวิธีแก้ปัญหา แต่มันไม่เคยแก้ปัญหาได้จริง

7.บอกลูกว่า จริงๆแล้ว “ความรุนแรง” ในรูปแบบอื่นมีอยู่ในบ้าน โรงเรียน สังคม ประเทศ และทั่วโลก สามารถสะสมให้ “คนเชื่อว่าความรุนแรงแก้ปัญหาได้” แม้ไม่เคยแก้ปัญหาได้จริง แต่คนก็ยังทำกันอยู่

8.สอนลูกว่า พวกเราทุก ๆคนต้องพยายามแก้ปัญหาด้วย “สติและปัญญา” ในทุก ๆ เรื่อง แม้ว่าจะยากแต่เราต้องฝึกฝนกัน อย่าให้เกิดความเชื่อนั้น

9.สอนลูกว่า แม้คนร้ายจะใช้ความรุนแรง แต่ไม่ใช่ทุกคนที่รุนแรงจะเป็นแบบคนร้าย

#กราดยิง (สำหรับพ่อแม่และเด็กโต)

10.ความจริงในเรื่องกราดยิงคือ มันมีโอกาสเกิดขึ้นอีก

11.โอกาสที่เกิดขึ้นอีกสัมพันธ์กับ “การเสพสื่อ” ที่กระตุ้นให้คนที่มีแนวโน้มจะเป็น ลุกขึ้นมาเป็น...

12.เราทุกคนต้องหยุดเผยแพร่ภาพและเสียงที่ทำให้รู้สึกว่า “คนร้ายสร้างตำนานบนโลกนี้” เพราะคนที่มีแนวโน้มอยู่ จะลุกขึ้นมาสร้างตำนานตามได้

หยุดแชร์ภาพหน้าคนร้ายพร้อมอาวุธครบ, ภาพสยดสยอง, ภาพนาทีระทึกในเหตุการณ์จริง

โดยสรุป การบอกลูกในเหตุการณ์นี้

- เล่าเรื่องตามจริง ย่อยให้ง่ายตามวัย เพื่อให้ลูกรู้เท่าทันเหตุการณ์ งดการให้ดูโดยตรงจากสื่อ

- อย่าใส่อารมณ์ร่วมเข้าไป อย่าให้เห็นภาพสด ภาพนาทีระทึก และผู้ใหญ่อย่าเม้าท์กันต่อหน้าเด็ก เพราะลูกจะวิตกกังวลมากไป อาจมองโลกในแง่ร้าย ไม่ไว้ใจโลก ถ้าลูกขี้กังวลอยู่แล้ว ยิ่งสร้างบุคลิกภาพให้เป็นเด็กขี้กังวล

#สร้างลูกให้รู้เท่าทันเหตุการณ์ เล่าจากปากพ่อแม่ ไม่ต้องทำให้หวาดกลัว

#ร่วมกันหยุดสร้างคนร้ายให้เป็นตำนาน

#สื่อมวลขน ควรทำหน้าที่โดยคิดถึงการรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

หมอเสาวภาเลี้ยงลูกเชิงบวก

ขอประชาสัมพันธ์เวิร์คช๊อปช่วงปิดเทอมเดือนตุลานี้ค่ะ กิจกรรม NLP - Mindful Kids  จิตเปี่ยมสุข คือ กิจกรรม Workshop สำหรับ...
09/09/2019

ขอประชาสัมพันธ์เวิร์คช๊อปช่วงปิดเทอมเดือนตุลานี้ค่ะ

กิจกรรม NLP - Mindful Kids จิตเปี่ยมสุข คือ กิจกรรม Workshop สำหรับเด็กที่จะได้เรียนรู้การจัดการกับอารมณ์ที่ท้าทาย

หากเรารู้ถึงอารมณ์ เข้าใจในความรู้สึกของตนเอง
Workshop นี้ คือ การหาแนวทางแห่งการเติมเต็มความสุขหรือสร้างพลังบวกให้กับตนเอง โดยน้องๆ จะได้เรียนรู้อะไร ?

✅ การเข้าใจตนเองและค้นหาความรู้สึกและอารมณ์
✅ การจัดการกับความรู้สึกและอารมณ์ที่หลากหลาย
✅ การส่งความรัก ความเมตตา

ผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติ เพื่อสะท้อนความรู้สึก
สอนโดยครูแม่เมี่ยง ครูพี่นิ้ง ครูพี่ต้อง ผู้มีประสบการณ์ทั้งการโค้ช Facilitation ที่ปรึกษา และนักบำบัด

เรียนรู้ผ่านกิจกรรม ในวันอาทิตย์ที่ 27 tตุลาคม 2562 เวลา 9:00 – 16:30 น. อาคารมูลนิธิคณะเซนคาเบรียล ซอยทองหล่อ 25 (รับจำนวนจำกัด เน้นดูแลใกล้ชิด)

🎊 พิเศษ สมัครภายในวันที่ 30 กันยายน 2562 Early Bird 1,500 บาท (ปกติ 2,500 บาท)

ชื่อบัญชี นายปรีชา พัฒนไพสิฐ
ธนาครไทยพานิช เลขที่บัญชี 136-257-681-6
ส่งหลักฐานการโอนมาที่ LINE: charliepattanapaisit

ลิงค์เพื่อลงทะเบียน https://bit.ly/2kzSDn9

สนใจสมัครติดต่อ
LINE: charliepattanapaisit
☎️ ครูชาลี 081-835-2850

LINE : Nging8124
☎️ ครูพี่นิ้ง 093-464-1494

LINE : wpanadda
☎️ ครูพี่ต้อง 099-245-3699

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระวิชรเกล้าเจ้าอยู่หัว ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒ขอพระองค์ทรงพระเจริญด้วยเกล้าด้วยกระ...
28/07/2019

เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
พระบาทสมเด็จพระวิชรเกล้าเจ้าอยู่หัว
๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๒

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
💛💛💛💛💛💛💛

02/05/2019

"การปลูกฝังค่านิยมผ่านระบบการศึกษาที่น่าสนใจของญี่ปุ่น"

เป็นที่ยอมรับกันว่า เด็กญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักเป็นเด็กที่มีระเบียบวินัยสูง รู้จักดูแลตัวเอง อดทน เข้มแข็ง มีความรับผิดชอบ และคุณสมบัติอื่นๆที่น่าจะเป็นแบบอย่างที่ดีน่าศึกษา

ลองมาศึกษาวิธีการต่างๆที่ชนชาติญี่ปุ่นบ่มเพาะให้แก่ลูกหลานของเขา เริ่มตั้งแต่สถาบันครอบครัวไปจนถึงสถาบันการศึกษา ล้วนเป็นศาสตร์และศิลป์ที่จะพยายามปลูกฝังให้เด็กของเขาเติบโตขึ้นมาเป็นบุคคลคุณภาพ อันจะนำไปก่อให้เกิดเป็นสังคมคุณภาพในที่สุด

บทความนี้ได้รวบรวมเอาบางส่วนของวิธีการพื้นฐานมานำเสนอ หวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจได้ไม่มากก็น้อย

1 การช่วยเหลือตัวเอง

ทุกครอบครัวและสังคมในญี่ปุ่น จะเน้นไม่ให้เลี้ยงลูกแบบประคบประหงม ให้ทุกคนสามารถยืนหยัดอยู่บนขาตัวเอง เพราะฉะนั้น เริ่มตั้งแต่เด็ก ให้เดินไปโรงเรียนด้วยตัวเอง ผูกเชือกรองเท้าให้ตัวเอง ดูแลรับผิดชอบสิ่งของของตนเอง "เรื่องของตัวเองต้องทำด้วยตัวเอง" ฝึกกันทีละเล็กละน้อย ฝึกให้ลูกหลานทุกคนมีความรับผิดชอบและอดทน ตามถนนหนทาง จะเห็นเด็กแบกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ไว้ข้างหลัง ในขณะที่ผู้ใหญ่กลับเดินตัวเปล่า

2 ฝึกฝนให้แข็งแกร่ง

นักเรียนชายใส่กางเกงขาสั้นเสื้อแขนสั้น นักเรียนหญิงนุ่งกระโปรงสั้นเสื้อแขนสั้น นี่คือชุดนักเรียนพื้นฐานทั้งสี่ฤดู หน้าหนาวก็เติมเสื้อหนาว หน้าฝนก็เตรียมเสื้อฝน นี่คือวิธีการหนึ่งที่จะฝึกให้เด็กมีความเข้มแข็งและอดทน ฝึกให้ร่างกายแข็งแกร่ง และรู้จักปรับตัวกับทุกสภาพอากาศ

ในหน้าหนาว ยังต้องฝึกการต่อสู้กับลมหนาว สำหรับเด็กผู้ชาย ชั่วโมงพละต้องถอดเสื้อออกพร้อมกัน ออกกำลังกายพร้อมกัน ฝึกฝนให้ร่างกายแข็งแกร่ง

3 รู้จักสำนึกบุญคุณ

ก่อนจะเริ่มทานข้าวในโรงเรียน ทุกคนต้องพนมมือแสดงความขอบคุณสำหรับผู้ที่เตรียมอาหารมื้อนั้นให้ ฝึกให้รู้ตั้งแต่เด็กว่าข้าวปลาอาหารไม่ได้หามาได้ง่ายๆ และสำนึกบุญคุณผู้ที่เตรียมข้าวปลาอาหารให้เรา

คนญี่ปุ่นมักให้ลูกเข้าครัวช่วยทำอาหาร จะได้รู้ว่าอาหารแต่ละจานนั้น กว่าจะได้มามันยากเย็นแค่ไหน เป็นการฝึกให้รู้จักไม่กินทิ้งกินขว้าง ไม่ฟุ่มเฟือย รู้จักถนอมและมัธยัสถ์

4 ตอบแทนบุญคุณสังคม

คนญี่ปุ่นจะเน้นเรื่องการรับใช้และรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวม ในฐานะประชากรคนหนึ่ง ทุกคนมีหน้าที่เหมือนกันหมด ตั้งแต่เด็ก ต้องร่วมงานจิตอาสาเพื่อสังคมเพื่อส่วนรวม เยี่ยมเยือนบ้านพักคนชรา ช่วยเก็บขยะ เด็กๆจะถูกปลูกฝังนิสัยเหล่านี้ตั้งแต่เล็กจนโต

5 กิริยามารยาท

ในชั้นอนุบาล เด็กนักเรียนทุกคนไม่มีตำราเรียน ไม่สอนการคิดเลข ไม่วาดรูป ยังไม่ฝึกให้เล่นดนตรี ไม่เรียนภาษาอังกฤษ มีแต่หนังสือการ์ตูนหนึ่งเล่ม แล้วเขาเรียนอะไรกันเหรอ ก็แค่สอนเด็กๆทุกคนยิ้มให้สดใสที่สุด และรู้จักมักคุ้นกับคำว่า "ขอบคุณ" ในญี่ปุ่น ไม่ว่าจะพูดกับใคร "ยิ้ม"นี่สำคัญที่สุด พอเด็กเรียนจบจากอนุบาล สิ่งที่ได้ติดตัวนั้น คงไม่ใช่แค่รอยยิ้มและขอบคุณ แต่จะเป็นบุคลิกเลอค่าที่จะติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิต

6 ชีวิตส่วนรวมที่เน้นความสามัคคี

ฝึกฝนให้เด็กรู้จักความสามัคคีของส่วนรวม การแสดงในโรงเรียน มักเน้นการแสดงเป็นกลุ่ม การกีฬาก็เช่นกัน พยายามเน้นกีฬาที่เล่นเป็นทีม เช่น ชักเย่อ ฟุตบอล เบสบอล วิ่งสามขา เป็นต้น ที่เน้นหนักที่สุดคือกายบริหารหมู่ หรือยิมนาสติกหมู่ การแสดงแบบนี้จะได้รับเสียงปรบมือกึกก้องทุกๆครั้ง มันคือสัญลักษณ์ของความสามัคคี

7 ลงมือทำงาน

การศึกษาจะเน้นให้เด็กร่วมกันลงมือทำงาน ทุกโรงเรียนมีกฎระเบียบเหมือนกัน นักเรียนต้องช่วยกันทำความสะอาดห้องน้ำ โรงเรียนจะไม่จ้างภารโรงไว้ดูแลห้องน้ำเด็ดขาด เป็นการฝึกให้เด็กรู้จักอดทนและมีความรับผิดชอบ และจะเน้นย้ำว่า "ห้องน้ำต้องสะอาดกว่าห้องครัว"

ในโรงครัว ต้องจัดเวรให้นักเรียนไปช่วยงานเตรียมอาหารมื้อเที่ยง เริ่มตั้งแต่งานในครัว เตรียมอุปกรณ์จานชามช้อนส้อม ทุกอย่างต้องเตรียมให้พร้อม หลังทานข้าวเสร็จ ทุกคนต้องเก็บจานชามให้เรียบร้อย เช็ดโต๊ะให้สะอาด ไม่ต้องมีคนดูแลกำกับ ทำกันเองทุกอย่าง

เด็กนักเรียนทุกคน เริ่มตั้งแต่อนุบาล เดือนเมษายนต้องออกแคมป์เดินทางไกล เดือนพฤษภาคมไปหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว เดือนกรกฎาคมออกแคมป์พักแรม 3 วัน 2 คืน (ห้ามผู้ปกครองไปยุ่ง) เดือนตุลาคมไปช่วยเก็บเกี่ยว เดือนธันวาคมถึงมกราคมไปฝึกเล่นสกีหิมะ 3 วัน 2 คืน นี่คือการฝึกเด็กให้รู้จักอดทน ไม่กลัวเหนื่อย ไม่กลัวงานหนักตั้งแต่เด็ก

8 รักษาสิ่งแวดล้อม

โรงเรียนอนุบาล หลังแจกนมกล่องให้เด็กดื่มเสร็จ ทุกคนต้องเข้าแถวล้างกล่องนมในถังน้ำให้สะอาด แกะกล่องเปล่าออก ตากแดดให้แห้ง แล้วนำไปทิ้งในถังขยะแยกประเภทให้ถูกต้อง ฝึกแยกขยะตั้งแต่เด็ก จะได้ไม่รู้สึกวุ่นวาย

**********

มองดูวิธีการของเขาแล้วลองย้อนมองดูตัวเราเอง ต้องยอมรับว่าในครอบครัวไทย เราเลี้ยงลูกแบบประคบประหงมมากไป มักได้ยินบ่อยๆว่า ถ้าลูกหลานไม่ไปมั่วสุมกับสิ่งเสพติดก็พอใจแล้ว นี่คือความหวังอันน้อยนิดที่น่าสงสารสำหรับพ่อแม่ไทย ส่วนโรงเรียนนั้นก็มักจะเน้นคะแนนสอบเป็นตัวชี้วัด กิจกรรมอื่นๆอาจมีบ้างให้พอเป็นพิธี โรงเรียนส่วนใหญ่เน้น IQ มากกว่า EQ (ผมคงไม่ได้หมายถึงครอบครัวและโรงเรียนทั้งหมด) ต่างๆเหล่านี้คือสภาพที่มาของสังคมไทยในปัจจุบันและอนาคต

ลองนำหลักการของคนอื่นที่อาจเห็นว่าเหมาะสมหรือมีประโยชน์มาปรับเปลี่ยนใช้กับลูกหลานเราบ้าง ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือที่โรงเรียน แล้วเราอาจจะได้เห็นอะไรดีๆเกิดขึ้นกับลูกหลานเรา หวังว่าคงไม่สายเกินไป ก่อนที่ลูกหลานจะเติบโตขึ้นมาในสิ่งแวดล้อมและค่านิยมที่เต็มไปด้วยมลพิษ

"ขจรศักดิ์"
แปลและเรียบเรียง
8/8/17

วัยแสบสาแหรกขาด 2  ละครน้ำดี ที่อยากชวนให้ผู้ปกครองมาดูกันค่ะ
09/04/2019

วัยแสบสาแหรกขาด 2 ละครน้ำดี ที่อยากชวนให้ผู้ปกครองมาดูกันค่ะ

#วัยแสบสาแหรกขาด2 #การสื่อสารเชิงบวก

ขอบพระคุณท่านผู้ปกครองที่ให้ความสนใจหลักสูตรผู้นำในตัวฉัน และให้โอกาสบุตรหลานมาเข้าร่วมกิจกรรมนะคะ  สำหรับท่านที่ยังไม่ไ...
03/04/2019

ขอบพระคุณท่านผู้ปกครองที่ให้ความสนใจหลักสูตรผู้นำในตัวฉัน และให้โอกาสบุตรหลานมาเข้าร่วมกิจกรรมนะคะ

สำหรับท่านที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน เรามีโปรโมชั่นต้อนรับสงกรานต์ 😊มานำเสนอค่ะ

🎁 ราคาพิเศษสำหรับน้องๆที่มาเป็นคู่ พี่-น้อง หรือ เพื่อน ก็ได้ค่ะ 4,500 บาท จากราคาเต็ม 5,000 บาท

🎁 ราคาพิเศษสำหรับน้องๆที่รวมกลุ่มตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป เหลือเพียง 2,000 บาท/ คน จากราคา 2,500 บาท

* เมื่อลงทะเบียนและชำระค่ากิจกรรมภายในวันที่ 10 เมษายน 2562 นี้นะคะ

⌨️ ลงทะเบียน: https://bit.ly/2UPbGqC

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
ครูต้อง 099 245 3699
Line ID: wpanadda

ขอบคุณมากค่ะ 😊🙏🏻

ขอบพระคุณท่านผู้ปกครองหลายท่านที่สนใจและถามถึงรายละเอียดของการอบรมนะคะ การจัดอบรมครั้งนี้จะเน้นการเล่น เรียน รู้ เข้าสู่...
22/03/2019

ขอบพระคุณท่านผู้ปกครองหลายท่านที่สนใจและถามถึงรายละเอียดของการอบรมนะคะ

การจัดอบรมครั้งนี้จะเน้นการเล่น เรียน รู้ เข้าสู่กายใจ ❤️ ค่ะ (Activity based learning) เพราะเด็กๆเรียนรู้ได้ดีผ่านการเล่น เราก็จะมีการถอดบทเรียน และสอดแทรกความรู้และเทคนิค NLP แบบเข้าใจง่าย ให้น้องๆนำไปใช้ในชีวิตประจำวันอีกเ้วยค่ะ

เราเน้นกิจกรรมสนุกและสร้างสรรค์ที่มีความหลากหลาย เพื่อพัฒนาทักษะการเป็นผู้นำ การรู้ รัก และเข้าใจตนเอง การทำงานเป็นทีม การตั้งเป้าหมาย การคิดบวก และความคิดสร้างสรรค์ เป็นต้น

และพบกับวิทยากรพิเศษ ครูช่อ (NLP Master Coach & นักโปรแกรมจิต) และ ครูเมี่ยง (NLP Master Coach) ที่จะมาร่วมสร้างความสนุกสนานและถ่ายทอดเคล็ดลับ NLP ให้กับน้องๆค่ะ

รับจำนวนจำกัดเพียง 15 ท่าน
ราคาพิเศษ 2,500 ต่อท่าน (รวมอาหารกลางวันและเบรค)

ลงทะเบียนได้ที่ลิงค์ด่านล่างนี้นะคะ:
https://bit.ly/2UPbGqC

ชำระค่าลงทะเบียน ชื่อบัญชี ปนัดดา วงศ์เดิมดี
เลขบัญชี 152-472172-5 ธนาคารกรุงเทพ

สอบถามเพิ่มเติม ครูต้อง 099-245-3699
Line ID: wpanadda

แล้วพบกันนะคร๊าาา 😊

มาแล้วค่ะ กิจกรรมสันทนาการพัฒนาศักยภาพน้องๆ เชิญชวนน้องๆ อายุระหว่าง 9-15 ปี มาสนุกสนานและรับความรู้ก่อนเปิดเทอมค่ะ และพ...
21/03/2019

มาแล้วค่ะ กิจกรรมสันทนาการพัฒนาศักยภาพน้องๆ
เชิญชวนน้องๆ อายุระหว่าง 9-15 ปี มาสนุกสนานและรับความรู้ก่อนเปิดเทอมค่ะ

และพบกับวิทยากรพิเศษ โค้ชพี่ช่อ NLP Master Coach & นักโปรแกรมจิต และ อ. เมี่ยง พร้อมกับกิจกรรมหลากหลาย อาทิเช่น มานดาล่า, นิทาน และ บอร์ดเกม

รับจำนวนจำกัดเพียง 15 ท่าน
สอบถามเพิ่มเติม อ. ต้อง 099-245-3699
Line ID: wpanadda

ลิงค์เพื่อลงทะเบียน:
https://bit.ly/2UPbGqC

แล้วพบกันนะคร๊าาา 😊

18/03/2019

เมื่อวันที่ 12 และ 14-15 มีนาคม ทีมวิทยากรได้รับการสนับสนุนจากโครงการ CSR โดยบริษัท UBIS ยูบิส เอเชียจำกัด(มหาชน) ในการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันทางสังคมและทักษะชีวิตให้แก่คุณครูและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนวัดนางสาว (ถาวรราษฎร์บำรุง) จังหวัดสมุทรสาคร

18/03/2019

ที่อยู่

29/5 หมู่ที่7 ตำบลท่าไม้ อำเภอกร
Krathum Baen
74110

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00
เสาร์ 09:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ NLP for Kidsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท