14/04/2022
Law Rai
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Law Rai, การศึกษา, หม. 1 ต. คลองขนาน อ. เหนือคลอง, Krabi.
14/04/2022
08/04/2022
⚖กระทรวงยุติธรรม เสนอกฎหมายน่ารู้ ตอน : แอบอ้างรูปผู้อื่น สร้างช่องทางสื่อสารปลอม เจอโทษหนัก🖼📲💻
🖼การนำรูปของผู้เสียหายมาโพสต์ พร้อมด้วยข้อความที่เป็นการหมิ่นประมาท โดยสามารถเอาผิดได้ในข้อหาหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ที่กำหนดไว้ว่า “ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
🕴📑แต่ในกรณีที่หมิ่นประมาทคนดัง และทำให้สูญเสียรายได้ สามารถถูกฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 วรรคหนึ่ง ได้เช่นกัน เพราะเป็นข้อความเท็จที่เป็นที่เสียหายแก่ชื่อเสียงหรือเกียรติคุณของบุคคลอื่น หรือเป็นที่เสียหายแก่ทางทำมาหาได้ จึงต้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนจากความเสียหายที่เกิดขึ้น แม้จะไม่รู้ว่าข้อความนั้นไม่จริงก็ตาม แต่ควรจะรู้ได้
นอกจากนี้การสร้างเฟซบุ๊กปลอมและลงรูปผู้อื่น พร้อมด้วยข้อความที่สร้างความเสียหายให้แก่ผู้อื่น ยังถือเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ตามมาตรา 16 วรรคหนึ่ง ที่กำหนดไว้ว่า
💬“ผู้ใดนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่น และภาพนั้นเป็นภาพที่เกิดจากการสร้างขึ้น ตัดต่อ เติม หรือดัดแปลงด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์หรือวิธีการอื่นใด โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นถูกเกลียดชัง หรือได้รับความอับอาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท”
ℹข้อมูลจาก ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 423 วรรคหนึ่ง และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 16 วรรคหนึ่ง
#กฎหมาย #กฎหมายน่ารู้ #กฎหมายสามัญประจำบ้าน #กระทรวงยุติธรรม #อินโฟกราฟิก #อินโฟกฎหมาย
#แอบอ้างรูปผู้อื่น #สร้างช่องทางสื่อสารปลอม #เจอโทษหนัก
07/04/2022
ลูกหนี้ขายที่ดินเพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้หรือไม่
ฎีกา 1601/2528 โจทก์ฟ้องจำเลยข้อหาโกงเจ้าหนี้ตาม ป.อ. ม.350 ศาล
ชั้นต้นวินิจฉัยว่า การโอนขายที่ดินยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำไปโดยทุจริตที่
จะไม่ให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ พิพากษายกฟ้อง คดีจึงต้องห้าม
อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงฯ ม.22 ประกอบกับ
พ.ร.บ. ให้นำวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวงมาใช้บังคับในศาลจังหวัด
พ.ศ. 2520 ม.3 โจทก์อุทธรณ์ว่าจากพยานหลักฐานโจทก์ข้อเท็จจริงรับฟัง
ได้แล้วว่าจำเลยโอนขายที่ดินไปโดยเจตนาทุจริตเพื่อมิให้โจทก์ได้รับชำระหนี้
จากทรัพย์สินดังกล่าว จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบท
กฎหมายดังกล่าว การที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงให้ตามอุทธรณ์
ของโจทก์จึงเป็นการมิชอบ ต้องถือว่าข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามคำวินิจฉัยของ
ศาลชั้นต้นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดตามฟ้องโจทก์จึงไม่มีสิทธิฎีกา
#ทนายนิพนธ์ ยินดีให้คำปรึกษาด้านกฎหมายและประกันภัย
07/04/2022
การที่บิดา มารดา ไม่เอาใจใส่เลี้ยงดูแลบุตร แม้มิได้มีผู้ใดร้องขอ ศาลก็มีอำนาจถอนอำนาจการปกครองบางส่วนได้ตามฎีกานี้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 515/2560
การที่โจทก์ทั้งสองไม่มาดูแลเอาใจใส่ผู้เยาว์ ไม่ช่วยค่าอุปการะเลี้ยงดู และไม่มาเยี่ยมผู้เยาว์ตามสมควร ทำให้ผู้เยาว์แม้รู้ว่าโจทก์ทั้งสองเป็นบิดามารดาแต่ไม่รู้สึกว่ามีความสัมพันธ์อบอุ่นใกล้ชิด ตรงกันข้ามกลับหวาดกลัวที่จะต้องไปอาศัยอยู่กับโจทก์ทั้งสอง ยิ่งกว่านั้นการที่โจทก์ที่ 2 ใช้กำลังหักหาญแย่งชิงตัวผู้เยาว์ ทำให้ผู้เยาว์ตกใจหวาดกลัว เครียดและวิตกหากจะต้องไปอยู่กับโจทก์ทั้งสอง อาการผิดปกติทางจิตใจแสดงออกให้เห็นได้ทางพฤติกรรม มีโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่โรคทางจิตเวช จำเป็นต้องจัดการแก้ไขให้สภาพการใช้ชีวิตของผู้เยาว์กลับสู่สภาวะปกติ โดยให้ผู้เยาว์ได้อยู่อาศัยในที่ที่เหมาะสมการกระทำดังกล่าวของโจทก์ทั้งสองเป็นการใช้อำนาจปกครองเกี่ยวกับตัวผู้เยาว์โดยมิชอบ แม้ญาติของผู้เยาว์หรืออัยการไม่ได้ร้องขอ ศาลมีอำนาจถอนอำนาจปกครองบางส่วนของโจทก์ทั้งสองได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1582 วรรคหนึ่ง เมื่อพิจารณาถึงความผาสุกของผู้เยาว์แล้ว จึงเห็นสมควรให้ถอนอำนาจปกครองของโจทก์ทั้งสองเฉพาะที่เกี่ยวกับการกำหนดที่อยู่อาศัยของผู้เยาว์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1567 (1) และตั้งจำเลยทั้งสองเป็นผู้ปกครองผู้เยาว์ในส่วนที่เกี่ยวกับการกำหนดที่อยู่อาศัยของผู้เยาว์ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1585 วรรคหนึ่ง
#ทนายนิพนธ์ รับว่าความทั่วราชอาณาจักร #ปรึกษากฎหมาย #รับประกันวินาศภัย
07/04/2022
#กู้ยืมเงินทางไลน์หรือเฟสบุ๊ก ฟ้องร้องคดีต่อศาลได้หรือไม่
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม. 653 ซึ่ง บัญญัติว่า การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อ ผู้ยืมเป็นสำคัญจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่
การส่งข้อความแชททางไลน์ เฟสบุ๊ก อีเมลล์ เป็นการสนทนาผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ถือว่าเป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 ซึ่งตามมาตรา 7 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ปฏิเสธความมีผลผูกพันและการบังคับใช้ทางกฎหมายของข้อความใดเพียงเพราะเหตุที่ข้อความนั้นอยู่ในรูปของข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และมาตรา 8 บัญญัติว่า ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา 9 ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้การใดต้องทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ หรือมีเอกสารมาแสดง ถ้าได้มีการจัดทำข้อความขึ้นเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือหรือมีเอกสารมาแสดงแล้ว ดังนั้น หากมีข้อความที่กู้ยืมเงิน ผู้กู้ กับ ผู้ให้กู้ ส่งถึงกันทางไลน์ เฟสบุ๊ก อีเมลล์ ฯลฯ ซึ่งมีข้อความว่า มีการกู้ยืมเงินกัน จะถือว่าเป็นลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ถือว่าข้อความดังกล่าวได้ทำเป็นหนังสือ มีหลักฐานเป็นหนังสือ
ดังนั้น เจ้าหนี้ จึงสามารถฟ้องร้องลูกหนี้เรียกเงินกู้คืนได้ โดยใช้ข้อความทางไลน์ เฟสบุ๊กดังกล่าว แทนการลายมือชื่อผู้ยืมในหนังสือ
# มีปัญญาหากฎหมายติดต่อ ทนายนิพนธ์ ทนายความ 085-1459218 รับว่าความทั่วราชอาณาจักร
ปรึกษาด้านกฎหมาย
💁การมอบอำนาจ VS การมอบหมาย
👉การมอบอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและการมอบหมายแตกต่างกันอย่างไร ติดตามสาระสำคัญได้ใน infographic นี้
📑อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก :
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดินฯ : https://www.krisdika.go.th/librarian/get?sysid=640806&ext=pdf
พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจฯ : https://www.krisdika.go.th/librarian/get?sysid=566048&ext=pdf
เรื่องเสร็จที่ ๙๗/๒๕๔๕ :http://web.krisdika.go.th/data/comment/comment2/2545/c2_0097_2545.pdf
เรื่องเสร็จที่ ๕๖๕/๒๕๕๓ :http://web.krisdika.go.th/data/comment/comment2/2553/c2_0565_2553.pdf
เรื่องเสร็จที่ ๗๔/๒๕๕๔ :http://web.krisdika.go.th/data/comment/comment2/2554/c2_0074_2554.pdf
เรื่องเสร็จที่ ๕๐๒/๒๕๕๔ :http://web.krisdika.go.th/data/comment/comment2/2554/c2_0502_2554.pdf
เรื่องเสร็จที่ ๓๔๖/๒๕๕๖ :http://web.krisdika.go.th/data/comment/comment2/2556/c2_0346_2556.pdf
เรื่องเสร็จที่ ๘๕๖/๒๕๖๔ :https://www.krisdika.go.th/data/outsitedata16/file/856_2564.pdf
หมายเหตุท้ายเรื่องเสร็จที่ ๘๕๖/๒๕๖๔ :https://www.krisdika.go.th/data/ebook/Law_Journal/Administrative_Law_Journal-33-2.pdf
#มอบหมาย #มอบอำนาจ #ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
24/12/2021
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 196/2564 สวัสดิการศาลฎีกา เล่ม 1 หน้า 60
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำนอง จดทะเบียนทรัพยสิทธิ การใช้กรรมสิทธิ์ แย่งการครอบครอง มาตรา 705, 1299 วรรคสอง, 1336, 1375
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง อำนาจฟ้อง พิพากษาไม่เกินคำฟ้อง คำขอ คำพิพากษาผูกพันคู่ความ ค่าขึ้นศาล มาตรา 55, 142, 145 วรรคสองิ( 2), 150
การได้สิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรค 2 ต้องเป็นการได้สิทธิในที่ดินที่ได้จดทะเบียนแล้ว และสิทธิที่ได้นั้น ต้องเกิดจากเอกสารสิทธิของที่ดินที่ออกโดยชอบ
โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่มีสิทธิในที่ดินพิพาท จึงไม่มีสิทธิขอรับโอนมรดกที่ดินพิพาทมาเป็นของตนและไม่มีสิทธิขอออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทการออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทจึงเป็นการออกโดยไม่ชอบ การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 นำที่ดินพิพาทไปขายแก่จำเลยที่ 4 แม้จำเลยที่ 4 จะซื้อและจดทะเบียนซื้อขายโดยสุจริต จำเลยที่ 4 ก็หามีสิทธิในที่ดินพิพาทไม่ เพราะผู้ซื้อต้องรับโอนไปเพียงสิทธิของผู้ขายเท่านั้น ตามหลักกฎหมายผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน และจำเลยที่ 5 ผู้รับโอนที่ดินพิพาทต่อจากจำเลยที่ 4 ก็ย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าจำเลยที่ 4 ซึ่งเป็นผู้โอน จำเลยที่ 4 และที่ 5 จะอ้างสิทธิที่เกิดจากการออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหาได้ไม่ กรณีเช่นนี้ไม่อยู่ในบังคับของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรค 2
แม้จำเลยที่ 4 และที่ 5 จะมิได้เป็นคู่ความในคดีเดียวกับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามคดีแพ่งที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กับพวกฟ้องขับไล่โจทก์ก็ตามแต่เมื่อจำเลยที่ 4 รับโอนที่ดินพิพาทมาจากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 และจำเลยที่ 5 รับโอนต่อจากจำเลยที่ 4 จำเลยที่ 4 และที่ 5 จึงไม่ใช่บุคคลภายนอก เพราะคำว่าบุคคลภายนอกที่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรค 2 (2) นั้น ย่อมหมายถึงบุคคลทั่วไปนอกคดีที่จะยกขึ้นพิสูจน์ต่อสู้ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่าโจทก์ผู้มีสิทธิครอบครอง ดังนั้น คดีดังกล่าวจึงมีผลผูกพันจำเลยที่ 4 และที่ 5 ซึ่งเป็นผู้สืบสิทธิ์จากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3
การแย่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 นั้น ต้องได้ความว่าผู้ครอบครองถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมายแล้ว ผู้ครอบครองมีสิทธิฟ้องเรียกคืนซึ่งการครอบครองภายใน 1 ปี นับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง
ฟ้องโจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมาโดยตลอด ส่วนจำเลยที่ 4 และที่ 5 ให้การต่อสู้อ้างทำนองเดียวกันว่า จำเลยที่ 4 และที่ 5 ซื้อที่ดินพิพาทโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนโดยสุจริตกับมีชื่อเป็นผู้มีสิทธิครอบครองและครอบครองที่ดินพิพาทตลอดมา โจทก์ทราบเรื่อง ไม่เคยโต้แย้งและยินยอมให้บริวารของโจทก์ทำสัญญาเช่า โจทก์มิได้ถูกโต้แย้งสิทธิ ไม่มีอำนาจฟ้อง เช่นนี้ ตามคำให้การของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ดังกล่าว เป็นการกล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 4 และที่ 5 มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้วและครอบครองที่ดินพิพาทมาตลอด ไม่ปรากฏในคำให้การของจำเลยที่ 4 และที่ 5 ว่าจำเลยที่ 4 และที่ 5 ได้แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากโจทก์ผู้ครอบครองที่ดินพิพาทโดยมิชอบด้วยกฎหมายตั้งแต่เมื่อใด ดังนั้น กรณีหาใช่การแย่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 ไม่ เพราะการแย่งการครอบครองจะมีได้ก็แต่ในที่ดินของผู้อื่นเท่านั้น คดีจึงไม่มีประเด็นเรื่องแย่งการครอบครอง
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าโจทก์มีสิทธิครอบครอง ห้ามจำเลยทั้ง 6 เกี่ยวข้อง ให้เพิกถอนการทำนิติกรรมรับโอนมรดกที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้เพิกถอนการขอออกใบแทนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้เพิกถอนนิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาทของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กับจำเลยที่ 4 และระหว่างจำเลยที่ 4 กับจำเลยที่ 5 ให้เพิกถอนนิติกรรมจำนองที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 5 กับจำเลยที่ 6 เช่นนี้ คำขอดังกล่าวจึงมีความหมายอยู่ในตัวว่าโจทก์ใช้สิทธิติดตามเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือไว้และใช้สิทธิขัดขวางมิให้ผู้อื่นสอดเข้าเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินนั้นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น หาเป็นการพิพากษาเกินกว่าคำขอตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 แต่อย่างใด
จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 จึงไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทไปขายแก่จำเลยที่ 4 และจำเลยที่ 4 ก็ไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทไปขายแก่จำเลยที่ 5 กับจำเลยที่ 5 ไม่มีสิทธินำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองแก่จำเลยที่ 6 เนื่องจากจำเลยที่ 4 และที่ 5 ไม่มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทเพราะรับโอนมาจากผู้ไม่มีสิทธิตามหลักกฎหมายผู้รับโอนไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน และจำเลยที่ 5 ไม่ใช่เจ้าของที่ดินพิพาท ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 705 แม่จำเลยที่ 6 รับจำนองไว้โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนก็ไม่มีผลผูกพัน กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรค 2 เพราะตามมาตรา 1299 วรรค 2 ต้องเป็นเรื่องที่การได้สิทธิในที่ดินที่จดทะเบียนและสิทธิที่ได้นั้นต้องเกิดจากเอกสารสิทธิที่ดินที่ออกโดยชอบ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องเพิกถอนนิติกรรมจำนองที่ดินพิพาทระหว่างจำเลยที่ 5 กับจำเลยที่ 6 ได้
ศาลล่างทั้งสองพิพากษาว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทให้เพิกถอนนิติกรรมการรับโอนมรดก นิติกรรมการซื้อขายระหว่างจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กับจำเลยที่ 4 และระหว่างจำเลยที่ 4 กับจำเลยที่ 5 และเพิกถอนนิติกรรมจำนองที่ดินระหว่างจำเลยที่ 5 กับจำเลยที่ 6 จึงเป็นกรณีที่จำเลยทั้ง 6 เป็นจำเลยร่วมในคดีที่มูลความแห่งคดีเป็นการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้เมื่อจำเลยทั้ง 6 ยื่นอุทธรณ์โดยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อุทธรณ์รวมกันมาส่วนจำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 ต่างแยกกันยื่นอุทธรณ์คนละฉบับขอให้ไม่ต้องรับผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 เสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์รวมกันมาและจำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 ต่างได้เสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์ เมื่อรวมกันแล้วสูงกว่าค่าขึ้นศาลที่จำเลยทั้ง 6 ต้องชำระในกรณีที่ยื่นอุทธรณ์ร่วมกัน ต้องมีคำสั่งคืนค่าขึ้นศาลในส่วนที่เกินแก่จำเลยทั้ง 6 ตามส่วนของค่าขึ้นศาลที่แต่ละคนได้ชำระไป ทั้งในชั้นฎีกาจำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 ต่างแยกกันยื่นฎีกาและต่างเสียค่าขึ้นศาลในชั้นฎีกาจึงให้คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกินแก่จำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 ตามส่วนของค่าขึ้นศาลที่จำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 แต่ละคนได้ชำระมาด้วย
*********************
ที่ตั้ง
ประเภท
เบอร์โทรศัพท์
เว็บไซต์
ที่อยู่
หม. 1 ต. คลองขนาน อ. เหนือคลอง
Krabi
81130