เกษตรวิทยา

เกษตรวิทยา แบ่งปันความรู้และประสบการทางด้านวิทยาศาสตร์ และเกษตรศาสตร์

ธาตุอาหารรองของพืชมีอะไรบ้าง?     ธาตุอาหารรองคือ แคลเซียม (Ca), แมกนีเซียม (Mg), และกำมะถัน/ซัลเฟอร์ (S) ซึ่งพืชต้องการ...
08/10/2025

ธาตุอาหารรองของพืชมีอะไรบ้าง?

ธาตุอาหารรองคือ แคลเซียม (Ca), แมกนีเซียม (Mg), และกำมะถัน/ซัลเฟอร์ (S) ซึ่งพืชต้องการมากกว่าไมโครนิวเทรียนต์ แต่น้อยกว่าธาตุหลัก (N–P–K) โดยทั้งสามตัวมีบทบาทเฉพาะด้านต่อโครงสร้าง การสังเคราะห์แสง และเมแทบอลิซึมที่เกี่ยวข้องกับผลผลิตและทนทานต่อสภาพแวดล้อม.

Ca (แคลเซียม): เสริม “โครงสร้าง สัญญาณ” ของพืช ช่วยยึดข้ามผนังเซลล์ให้แข็งแรง รักษาเสถียรภาพเยื่อหุ้ม และทำหน้าที่สัญญาณ Ca²⁺ ควบคุมการเจริญ การตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น และปฏิสัมพันธ์พืช–จุลินทรีย์

Mg (แมกนีเซียม): ศูนย์กลางของคลอโรฟิลล์และเอนไซม์สำคัญ จึงจำเป็นต่อการสังเคราะห์แสง การลำเลียงผลิตผลสังเคราะห์ และการสร้างชีวมวล ขาด Mg ทำให้คลอโรฟิลล์ลด ใบเหลือง และการสังเคราะห์แสงตก

S (กำมะถัน): ส่วนประกอบของกรดอะมิโนซัลเฟอร์ (เมไทโอนีน–ซิสเทอีน), กลูตาไธโอน, วิตามิน และโมเลกุลป้องกันตัว ช่วยคุณภาพผลผลิตและเสริมความทนทานต่อความเครียด; การจัดการ S ที่เหมาะสมสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการใช้ N–P และธาตุอื่น

“ธาตุอาหารรอง” (Ca–Mg–S) ไม่ใช่ “จุลธาตุ” (Fe, Mn, Zn, Cu, B, Mo, Cl, Ni) ซึ่งต้องการเพียงเล็กน้อย อย่าสับสนเวลาอ่านฉลากปุ๋ยนะครับ!

ที่มา
Ahmed, N., Zarebanadkouki, M., & Pacholski, A. (2023). The power of magnesium: Unlocking the potential for sustainable crop production. Frontiers in Plant Science, 14, 1280227.

Narayan, O. P., Verma, N., Singh, A. K., et al. (2022). Sulfur nutrition and its role in plant growth and development. Frontiers in Plant Science, 13, 896390.

Sharma, R. K., et al. (2024). Revisiting the role of sulfur in crop production: A narrative review. Discover Food, 4, 60.

Texas A&M AgriLife Extension. (2025). Essential nutrients for plants.

Wang, T., Liu, G., Wang, J., et al. (2023). Calcium signaling in plant mineral nutrition: From uptake to utilization. Frontiers in Plant Science, 14, 1216962.

Wdowiak, A., Wojcik, M., & Kwasniewska, J. (2024). Calcium in plants: An important element of cell physiology and signaling. Acta Physiologiae Plantarum, 46, 89.

Xie, K., Zhou, J., Li, C., et al. (2024). Critical leaf magnesium thresholds for growth and photosynthesis in rice and cucumber. Agronomy, 14(7), 1508.


#ธาตุอาหารรอง #เกษตร

“เม็ดสารปรับปรุงดินอินทรีย์” จากของเสียอุตสาหกรรมอ้อย (กากส่า-ตะกอนส่า-น้ำเสียกากน้ำตาล-ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ) แล้วทดสอบสมบ...
08/10/2025

“เม็ดสารปรับปรุงดินอินทรีย์” จากของเสียอุตสาหกรรมอ้อย (กากส่า-ตะกอนส่า-น้ำเสียกากน้ำตาล-ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ) แล้วทดสอบสมบัติและประสิทธิภาพเชิงเกษตร พบสูตร F2 (ตะกอนส่า + กากส่า + น้ำเสียกากน้ำตาล) เด่นสุด: อินทรียวัตถุและ N-P-K สูง, ความหนาแน่นกองดี, ดูดซึมน้ำเร็ว และให้ธาตุอาหารช่วงต้นได้สูงกว่าแบบอื่น ส่งผลให้ต้นกล้าพริกเติบโตดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (ความสูงเพิ่ม ~27.5% ชีวมวลเพิ่ม ~31.2% เทียบคอนโทรล) พร้อมทั้งเพิ่มการอุ้มน้ำของดินและใช้งานสะดวกจากรูปแบบเม็ด เหมาะต่อการประยุกต์ใช้จริงและลดพึ่งพาปุ๋ยเคมี ทั้งนี้ผู้วิจัยเสนอให้ศึกษาประสิทธิภาพระยะยาว ปฏิสัมพันธ์จุลินทรีย์ และเศรษฐศาสตร์การผลิตเพิ่มเติมก่อนขยายผลเชิงอุตสาหกรรม

ที่มา
Klinsukon, C., Boonlue, S., Juntahum, S., & Laloon, K. (2025). Valorization of sugar industry waste into pelletized soil amendments for enhanced plant growth and soil improvement. Results in Engineering, 28, 107068. https://doi.org/10.1016/j.rineng.2025.107068

#เกษตร #วิจัยเกษตร #ปุ๋ยอินทรีย์ #สารปรับปรุงดิน #ของเสียทางการเกษตร #โรงงานน้ำตาล #ของเสียจากโรงงานน้ำตาล

ฟอสฟอรัส (P) เป็นธาตุอาหารหลักที่มีบทบาทสำคัญต่อพลังงานและการเผาผลาญของพืช โดยอยู่ในรูปของอะดีโนซีนไตรฟอสเฟต (ATP/ADP) ก...
07/10/2025

ฟอสฟอรัส (P) เป็นธาตุอาหารหลักที่มีบทบาทสำคัญต่อพลังงานและการเผาผลาญของพืช โดยอยู่ในรูปของอะดีโนซีนไตรฟอสเฟต (ATP/ADP) กรดนิวคลีอิก (DNA/RNA) และฟอสโฟลิพิดของเยื่อหุ้มเซลล์ จึงมีผลโดยตรงต่อการแบ่งเซลล์ การยืดตัวของราก ความแข็งแรงของระบบราก การแตกกอ/แตกแขนง การออกดอกติดเมล็ด และความสม่ำเสมอของการสุก หากขาด P พืชมักแคระแกร็น ใบเขียวเข้มอมม่วงจากการสะสมแอนโธไซยานิน แตกกอน้อย ลำต้นเปราะ และให้ผลผลิตลดลง โดยเห็นชัดในระยะเริ่มต้นของการเจริญเติบโตซึ่งเป็นช่วงที่ต้องการ P สูงมาก

รูปของ P ที่พืชดูดใช้ได้คือออร์โธฟอสเฟตในดิน ได้แก่ H₂PO₄⁻ และ HPO₄²⁻ ซึ่งสัดส่วนขึ้นกับ pH ดิน (ช่วง pH 6.0–7.0 ให้ความเป็นประโยชน์สูงสุด) อย่างไรก็ตาม P ในดินมีการเคลื่อนที่ต่ำมากเพราะถูกยึดเหนี่ยว/ดูดซับ (sorption) อย่างรวดเร็วกับออกไซด์ของเหล็ก–อะลูมิเนียมในดินกรด หรือเกิดการตกตะกอนเป็นแคลเซียมฟอสเฟตในดินด่าง ดินปูน ส่งผลให้การแพร่ (diffusion) เป็นกลไกหลักที่พารูตเข้าหา P มากกว่าการไหลพา (mass flow) ดังนั้น “ตำแหน่ง” ที่ใส่ P จึงสำคัญไม่แพ้ “ปริมาณ” โดยเฉพาะในดินเขตร้อนที่มี Al/Fe สูง เช่น ดินอีสานของไทย การวางปุ๋ยแบบเป็นแถบใกล้เขตรากหรือใช้ “ปุ๋ยตั้งต้น (starter P)” ในระยะแตกใบจริงจะช่วยเพิ่มการใช้ประสิทธิภาพได้ดี

รูปแบบ P ในดินแบ่งกว้าง ๆ เป็น 3 กลุ่ม: (1) แร่ปฐมภูมิ (เช่น อะพาไทต์) ซึ่งสลายตัวช้า (2) ฟอสเฟตทุติยภูมิของ Ca–Fe–Al ซึ่งเกิดจากการตกตะกอน/แปรสภาพ และ (3) P อินทรีย์ (เช่น ไฟเตต กรดนิวคลีอิก ฟอสโฟเอสเทอร์) ที่ต้องอาศัยการย่อยด้วยเอนไซม์ฟอสฟาเตสและกระบวนการแร่ธาตุกลับ (mineralization) ของจุลินทรีย์จึงจะปลดปล่อยเป็นออร์โธฟอสเฟต การจัดการอินทรียวัตถุและกิจกรรมจุลินทรีย์ที่ดีจึงช่วยหมุนเวียน P ส่วนนี้ให้พืชได้ นอกจากนี้ไมคอไรซาแบบอาร์บัสคิวลาร์ (AMF) และจุลินทรีย์ละลายฟอสเฟต (เช่น Bacillus, Pseudomonas, Penicillium) สามารถเพิ่มพื้นที่สำรวจรากและปล่อยกรดอินทรีย์/เอนไซม์ช่วยละลาย P ที่ถูกยึดเหนี่ยว ทำให้พืชเข้าถึง P ได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณปุ๋ยมาก

ปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเป็นประโยชน์ของ P ได้แก่ pH (กลางอ่อนดีที่สุด), ชนิดดินและปริมาณออกไซด์ Fe/Al หรือ CaCO₃, ปริมาณอินทรียวัตถุ, ความชื้น–อุณหภูมิ (เพราะมีผลต่อการแพร่/กิจกรรมจุลินทรีย์), สถานะรีดอกซ์ (ในดินน้ำขังเหล็กถูกรีดิวซ์ทำให้ P บางส่วนหลุดยึด), และอัตราส่วน C:P ของเศษพืช (C:P สูงทำให้จุลินทรีย์ดึง P ไปใช้ เกิดการตรึงทางชีวภาพชั่วคราว) แนวทางจัดการจึงมุ่ง “ลดการยึดเหนี่ยว–เพิ่มการเข้าถึง” เช่น ปรับ pH ให้เหมาะสม (ดินกรดจัดใส่ปูนโดโลไมต์/แคลไซต์ให้ pH ~5.5–6.5), ใช้อินทรียวัตถุเสริมเพื่อแข่งขันจุดยึดเหนี่ยวและพัฒนาสุขภาพดิน, วางปุ๋ยเป็นแถบ/ใกล้เขตราก, รักษาความชื้นดินให้ต่อเนื่อง และใช้เชื้อชั้นดี/ไมคอไรซาในระบบอินทรีย์หรือระบบที่ใส่ปุ๋ยน้อย

การทดสอบดินเป็นหัวใจของการให้ P อย่างแม่นยำ โดยใช้น้ำยาสกัดที่เหมาะกับชนิดดิน (เช่น Bray-1/Mehlich-3 สำหรับดินกรดและ Olsen สำหรับดินด่าง–ดินปูน) แล้วตีความตามช่วงวิจัยท้องถิ่น เพื่อตัดสินใจเชิง “ความพอเพียง (sufficiency approach)” หรือ “สร้าง–คงระดับ (build-and-maintain)” ทั้งนี้ การใช้หลัก 4R (ใส่ถูกชนิด ถูกอัตรา ถูกเวลา ถูกตำแหน่ง) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ P (PUE) และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะ P ส่วนเกินมักสะสมในดินและอาจสูญเสียออกจากแปลงทางการพัดพาด้วยดินตะกอนหรือไหลบ่าผิวดินก่อให้เกิดยูโทรฟิเคชันในแหล่งน้ำ จึงควรหลีกเลี่ยงการใส่เกินความต้องการ ใช้พืชคลุมดิน/คันดินชะลอน้ำ จัดเขตกันชนริมน้ำ และนำเศษพืช–กากอุตสาหกรรมเกษตรที่ปลอดภัยกลับมาใช้หมุนเวียน P อย่างมีระบบ

แหล่งปุ๋ย P ที่พบทั่วไป ได้แก่ MAP (11-52-0), DAP (18-46-0), TSP (0-46-0), SSP (0-20-0 + S) และหินฟอสเฟต (reactive PR) ซึ่งเหมาะกับดินกรดจัดและต้องใช้ร่วมกับอินทรียวัตถุ/กรดอินทรีย์เพื่อเร่งการละลาย ในระบบอินทรีย์สามารถพึ่งคอมโพสต์ ปุ๋ยคอก เถ้าอ้อย/กากกรองน้ำตาล ฯลฯ เพื่อเติม P ควบคู่กับการเสริมกิจกรรมจุลินทรีย์ ทั้งหมดนี้ควรกำหนดอัตรา วิธีให้ตามผลวิเคราะห์ดิน ชนิดพืช ระยะการเจริญ และเป้าหมายผลผลิตของแปลงจริง เพื่อให้ “พืชได้ P พอเหมาะ ดินสุขภาพดี และสิ่งแวดล้อมปลอดภัย” ในระยะยาว

ที่มา

Barrow, N. J., & Hartemink, A. E. (2023). The effects of pH on nutrient availability depend on both soil and plant mechanisms. Plant and Soil, 487(1–2), 21–37. https://doi.org/10.1007/s11104-023-05917-9

Gerke, J. (2024). Improving phosphate acquisition from soil via higher plants while approaching peak phosphorus worldwide: A critical review of current concepts and misconceptions. Plants, 13(24), 3478. https://doi.org/10.3390/plants13243478

Pang, F., Li, Q., Solanki, M. K., Wang, Z., Xing, Y.-X., & D**g, D.-F. (2024). Soil phosphorus transformation and plant uptake driven by phosphate-solubilizing microorganisms. Frontiers in Microbiology, 15, 1383813. https://doi.org/10.3389/fmicb.2024.1383813

Lu, Y., Yan, Y., Qin, J., Ou, L., Yang, X., Liu, F., & Xu, Y. (2023). Arbuscular mycorrhizal fungi enhance phosphate uptake and alter bacterial communities in maize rhizosphere soil. Frontiers in Plant Science, 14, 1206870. https://doi.org/10.3389/fpls.2023.1206870

Saiano, F., & Scalenghe, R. (2024). Challenges in developing reliable phosphorus predictive models: Unpredictable release under soil redox changes. Science of the Total Environment, 944, 173844. https://doi.org/10.1016/j.scitotenv.2024.173844

Barczok, M., Smith, C., Kinsman-Costello, L., Patzner, M., Bryce, C., Kappler, A., … Herndon, E. (2024). Iron transformation mediates phosphate retention across a permafrost thaw gradient. Communications Earth & Environment, 5, 635. https://doi.org/10.1038/s43247-024-01810-z

Jackson, J., Lessl, J., & Sintim, H. (2025). Soil test extractants: Principles, applications, and implications. University of Georgia Extension. https://extension.uga.edu/publications/detail.html?number=B1567

Kaiser, D. (2023, October 10). Confused about differences in phosphorus fertilizer sources? Here are the facts. Minnesota Crop News (University of Minnesota Extension). https://blog-crop-news.extension.umn.edu/2023/10/confused-about-differences-in.html

Montana State University Extension. (n.d.). Nutrient Management Module 2: Plant Nutrition and Soil Fertility (4449-2). Retrieved October 7, 2025, from https://apps.msuextension.org/publications/pub.html?sku=4449-2

Ogwu, M. C., & Olagunju, T. E. (2025). Phosphorus mining and bioavailability for plant acquisition: Toward sustainable soil health and food security. Environmental Challenges, 14, 101082. https://doi.org/10.1016/j.envc.2025.101082 (Open-access preprint)

Pratt, C., et al. (2023). Realising the circular phosphorus economy delivers for sustainable development goals. npj Sustainable Agriculture, 2, 2. https://doi.org/10.1038/s44264-023-00002-0

#เกษตร #ฟอสฟอรัส #ธาตุอาหาร #ดิน #ปลูกพืช

ทีมนักวิจัยไทยรายงานการค้นพบ Bacillus sp. KKU-RE-018 แบคทีเรียเอนโดไฟต์จากพืชสมุนไพรที่ทำงาน “สองบทบาท” ทั้ง ยับยั้งโรคแ...
07/10/2025

ทีมนักวิจัยไทยรายงานการค้นพบ Bacillus sp. KKU-RE-018 แบคทีเรียเอนโดไฟต์จากพืชสมุนไพรที่ทำงาน “สองบทบาท” ทั้ง ยับยั้งโรคแอนแทรคโนสในพริก และ กระตุ้นการเจริญเติบโต โดยคัดเลือกจาก 108 ไอโซเลตและยืนยันว่าเชื้ออยู่ในสกุล Bacillus; กลไกเด่นคือการสร้างเอนไซม์ย่อยผนังเซื้อรา ไคติเนส และ β-1,3-กลูคาเนส ทำให้ยับยั้ง Colletotrichum capsici ได้อย่างมีนัยสำคัญ และในเรือนปลูกลดความรุนแรงของโรคได้ มากกว่า 60% พร้อมเพิ่มตัวชี้วัดการเจริญของต้นกล้าพริก
ทั้งยังพบการเพิ่มขึ้นของสารฟีนอลิกและ กรดซาลิไซลิก บ่งชี้การเหนี่ยวนำภูมิคุ้มกันแบบ SAR ชี้ศักยภาพของชีวภัณฑ์ไทยเพื่อการจัดการโรคพริกที่ยั่งยืนและปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

ที่มา
Gateta, T., Seemakram, W., Suebrasri, T., Chantawong, S., Klinsukon, C., Ekprasert, J., & Boonlue, S. (2025). The dual role of Bacillus sp. KKU-RE-018 isolated from medicinal plants in controlling anthracnose disease and enhancing the growth of chili plants. Plants, 14, 3010. https://doi.org/10.3390/plants14193010

ธาตุอาหารไนโตรเจน (N): ทำไมจึงสำคัญกับพืช     ไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบหลักของกรดอะมิโน โปรตีน เอนไซม์ และคลอโรฟิลล์ จึงส่ง...
07/10/2025

ธาตุอาหารไนโตรเจน (N): ทำไมจึงสำคัญกับพืช
ไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบหลักของกรดอะมิโน โปรตีน เอนไซม์ และคลอโรฟิลล์ จึงส่งผลตรงต่อการสังเคราะห์แสง การเติบโตของใบ–ลำต้น และการให้ผลผลิตของพืช อีกทั้ง N ยังทำหน้าที่เป็น “สัญญาณ” ที่ควบคุมกระบวนการพัฒนาหลายอย่างของพืชด้วย จึงไม่ใช่แค่ปริมาณแต่รวมถึง “รูปแบบและจังหวะการให้” ที่เหมาะสมด้วยจึงจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด (NUE).

รูปไนโตรเจนที่พืชใช้ได้: NO₃⁻ และ NH₄⁺
โดยทั่วไปพืชดูดใช้ไนเตรต (NO₃⁻) และแอมโมเนียม (NH₄⁺) ได้ทั้งคู่ แต่การให้ “แบบผสม” มักช่วยให้พืชเติบโตและใช้ N ได้คุ้มกว่าการให้รูปเดียว เพราะ NO₃⁻ และ NH₄⁺ กระตุ้นการทำงานและสัญญาณในพืชต่างกันและเกื้อหนุนกัน งานวิจัยล่าสุดชี้ว่าการปรับสัดส่วน NH₄⁺:NO₃⁻ ที่เหมาะสมช่วยเพิ่มการเจริญและการดูดใช้ธาตุอาหาร ขณะเดียวกัน NO₃⁻ ยังช่วย “หักล้าง” อาการเป็นพิษจาก NH₄⁺ เมื่อให้ NH₄⁺ สูงเกินไปด้วย (ควรกำหนดอัตราที่เหมาะสมตามชนิดพืชและสภาพแวดล้อมจริง).

แหล่งไนโตรเจนในแปลงจริง
ปุ๋ยสังเคราะห์ (เช่น ยูเรีย, แอมโมเนียมไนเตรต, แคลเซียมไนเตรต) ให้ N ได้เร็ว แต่เสี่ยงการสูญเสียโดยเฉพาะการระเหิดเป็นแอมโมเนีย (NH₃) หากหว่านผิวดินในอากาศร้อน/ชื้น จึงควรพิจารณา ปุ๋ยประสิทธิภาพสูง (Enhanced-Efficiency N Fertilizers; EENF) เช่น ยูรีเอสอินฮิบิเตอร์/ไนตริฟิเคชันอินฮิบิเตอร์ หรือสูตรควบคุมการปลดปล่อย ซึ่งมีหลักฐานภาคสนามและเมตา-อะนาลิซิสว่าช่วยลด NH₃ ได้อย่างมีนัยสำคัญ และบางกรณีเพิ่มผลผลิตได้ด้วย.
อินทรียวัตถุคอมโพสต์/ปุ๋ยคอก ช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและปรับโครงสร้างดิน ปลดปล่อย N อย่างค่อยเป็นค่อยไป เหมาะใช้ร่วมกับแหล่ง N อนินทรีย์เพื่อสมดุล “เร็ว + ยั่งยืน”.
การตรึงไนโตรเจนทางชีวภาพ (BNF) จากพืชตระกูลถั่วและจุลินทรีย์ร่วมอาศัย/อิสระ เป็นอีกแหล่ง N สำคัญที่ช่วยลดการพึ่งพาปุ๋ยสังเคราะห์ โดยมีงานทบทวนร่วมสมัยในธัญพืชที่สรุปโอกาสและข้อจำกัดของการประยุกต์ใช้ทั้งด้านจุลินทรีย์และชีววิศวกรรม.

ทริคการใช้ N ให้คุ้ม (NUE สูง สิ่งแวดล้อมปลอดภัย)
วางแผน “แบ่งใส่ตามระยะที่พืชใช้มาก” และพิจารณาให้ NO₃⁻ + NH₄⁺ ร่วมกันแทนการให้รูปเดียวอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงพิษ NH₄⁺ และรักษาสมดุล pH บริเวณราก นอกจากนี้ หากต้องหว่านยูเรียบนผิวดิน ควรใช้สูตร EENF/ฉีดเข้าดิน/รดน้ำตาม หรือคลุมดิน เพื่อจำกัดการระเหิด NH₃ ตามหลักฐานเชิงปริมาณจากภาคสนามและเมตา-อะนาลิซิสล่าสุด.

ที่มา
Adotey, N., Iragavarapu, T. K., Fosu, M., Adu, M. O., & Ma, B. L. (2024). Performance of urea-based enhanced efficiency N fertilizers in the Canadian Prairies. Agronomy, 14(12), 2820. https://doi.org/10.3390/agronomy14122820

Anwar, A., Li, L., Zhang, X., & Chen, C. (2024). Effects of NH₄⁺-N:NO₃⁻-N ratio on growth, nutrient uptake, physiological characteristics, and flowering. Frontiers in Plant Science, 15, 1438811. https://doi.org/10.3389/fpls.2024.1438811

da Cunha, J. G., Sousa, T. A., & de Oliveira, R. A. (2024). Ammonium and nitrate distinctly regulate photosynthetic and growth performance in passion fruit. Scientia Horticulturae, 323, 112424. https://doi.org/10.1016/j.scienta.2024.112424


Guo, K., Yang, J., Yu, N., Luo, L., & Wang, E. (2023). Biological nitrogen fixation in cereal crops: Progress, strategies, and perspectives. Plant Communications, 4(6), 100472. https://doi.org/10.1016/j.xplc.2022.100472


Matse, D. T., Mafongoya, P. L., & Thierfelder, C. (2024). Field efficacy of urease inhibitors for mitigation of ammonia volatilization: A review. Frontiers in Environmental Science, 12, 1462098. https://doi.org/10.3389/fenvs.2024.1462098


Pélissier, P. M., Cukier, N., Leblanc, C., … & Krapp, A. (2024). Nitrate and ammonium, the yin and yang of nitrogen uptake. Frontiers in Plant Science, 15, 1343073. https://doi.org/10.3389/fpls.2024.1343073


Rivero-Marcos, M., Ourry, M., Dechorgnat, J., & Krapp, A. (2025). The counteracting role of nitrate during ammonium toxicity in plants. Current Research in Plant Biology, 6, 100273. https://doi.org/10.1016/j.crpb.2025.100273


Wang, Q., Guo, Y., & Liu, X. (2024). The utilization and roles of nitrogen in plants: Absorption, assimilation and regulation. Forests, 15(7), 1191. https://doi.org/10.3390/f15071191


Xu, H., et al. (2025). Delaying application and injecting nitrogen fertilizer with inhibitors reduces ammonia volatilization: A meta-analysis. Journal of Environmental Quality, 54(3), e23456. https://doi.org/10.1002/jeq2.23456

07/10/2025

แบ่งปันเรื่องราว สาระวิชาการเกษตร

ที่อยู่

Khon Kaen

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เกษตรวิทยาผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท