07/10/2025
ฟอสฟอรัส (P) เป็นธาตุอาหารหลักที่มีบทบาทสำคัญต่อพลังงานและการเผาผลาญของพืช โดยอยู่ในรูปของอะดีโนซีนไตรฟอสเฟต (ATP/ADP) กรดนิวคลีอิก (DNA/RNA) และฟอสโฟลิพิดของเยื่อหุ้มเซลล์ จึงมีผลโดยตรงต่อการแบ่งเซลล์ การยืดตัวของราก ความแข็งแรงของระบบราก การแตกกอ/แตกแขนง การออกดอกติดเมล็ด และความสม่ำเสมอของการสุก หากขาด P พืชมักแคระแกร็น ใบเขียวเข้มอมม่วงจากการสะสมแอนโธไซยานิน แตกกอน้อย ลำต้นเปราะ และให้ผลผลิตลดลง โดยเห็นชัดในระยะเริ่มต้นของการเจริญเติบโตซึ่งเป็นช่วงที่ต้องการ P สูงมาก
รูปของ P ที่พืชดูดใช้ได้คือออร์โธฟอสเฟตในดิน ได้แก่ H₂PO₄⁻ และ HPO₄²⁻ ซึ่งสัดส่วนขึ้นกับ pH ดิน (ช่วง pH 6.0–7.0 ให้ความเป็นประโยชน์สูงสุด) อย่างไรก็ตาม P ในดินมีการเคลื่อนที่ต่ำมากเพราะถูกยึดเหนี่ยว/ดูดซับ (sorption) อย่างรวดเร็วกับออกไซด์ของเหล็ก–อะลูมิเนียมในดินกรด หรือเกิดการตกตะกอนเป็นแคลเซียมฟอสเฟตในดินด่าง ดินปูน ส่งผลให้การแพร่ (diffusion) เป็นกลไกหลักที่พารูตเข้าหา P มากกว่าการไหลพา (mass flow) ดังนั้น “ตำแหน่ง” ที่ใส่ P จึงสำคัญไม่แพ้ “ปริมาณ” โดยเฉพาะในดินเขตร้อนที่มี Al/Fe สูง เช่น ดินอีสานของไทย การวางปุ๋ยแบบเป็นแถบใกล้เขตรากหรือใช้ “ปุ๋ยตั้งต้น (starter P)” ในระยะแตกใบจริงจะช่วยเพิ่มการใช้ประสิทธิภาพได้ดี
รูปแบบ P ในดินแบ่งกว้าง ๆ เป็น 3 กลุ่ม: (1) แร่ปฐมภูมิ (เช่น อะพาไทต์) ซึ่งสลายตัวช้า (2) ฟอสเฟตทุติยภูมิของ Ca–Fe–Al ซึ่งเกิดจากการตกตะกอน/แปรสภาพ และ (3) P อินทรีย์ (เช่น ไฟเตต กรดนิวคลีอิก ฟอสโฟเอสเทอร์) ที่ต้องอาศัยการย่อยด้วยเอนไซม์ฟอสฟาเตสและกระบวนการแร่ธาตุกลับ (mineralization) ของจุลินทรีย์จึงจะปลดปล่อยเป็นออร์โธฟอสเฟต การจัดการอินทรียวัตถุและกิจกรรมจุลินทรีย์ที่ดีจึงช่วยหมุนเวียน P ส่วนนี้ให้พืชได้ นอกจากนี้ไมคอไรซาแบบอาร์บัสคิวลาร์ (AMF) และจุลินทรีย์ละลายฟอสเฟต (เช่น Bacillus, Pseudomonas, Penicillium) สามารถเพิ่มพื้นที่สำรวจรากและปล่อยกรดอินทรีย์/เอนไซม์ช่วยละลาย P ที่ถูกยึดเหนี่ยว ทำให้พืชเข้าถึง P ได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มปริมาณปุ๋ยมาก
ปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเป็นประโยชน์ของ P ได้แก่ pH (กลางอ่อนดีที่สุด), ชนิดดินและปริมาณออกไซด์ Fe/Al หรือ CaCO₃, ปริมาณอินทรียวัตถุ, ความชื้น–อุณหภูมิ (เพราะมีผลต่อการแพร่/กิจกรรมจุลินทรีย์), สถานะรีดอกซ์ (ในดินน้ำขังเหล็กถูกรีดิวซ์ทำให้ P บางส่วนหลุดยึด), และอัตราส่วน C:P ของเศษพืช (C:P สูงทำให้จุลินทรีย์ดึง P ไปใช้ เกิดการตรึงทางชีวภาพชั่วคราว) แนวทางจัดการจึงมุ่ง “ลดการยึดเหนี่ยว–เพิ่มการเข้าถึง” เช่น ปรับ pH ให้เหมาะสม (ดินกรดจัดใส่ปูนโดโลไมต์/แคลไซต์ให้ pH ~5.5–6.5), ใช้อินทรียวัตถุเสริมเพื่อแข่งขันจุดยึดเหนี่ยวและพัฒนาสุขภาพดิน, วางปุ๋ยเป็นแถบ/ใกล้เขตราก, รักษาความชื้นดินให้ต่อเนื่อง และใช้เชื้อชั้นดี/ไมคอไรซาในระบบอินทรีย์หรือระบบที่ใส่ปุ๋ยน้อย
การทดสอบดินเป็นหัวใจของการให้ P อย่างแม่นยำ โดยใช้น้ำยาสกัดที่เหมาะกับชนิดดิน (เช่น Bray-1/Mehlich-3 สำหรับดินกรดและ Olsen สำหรับดินด่าง–ดินปูน) แล้วตีความตามช่วงวิจัยท้องถิ่น เพื่อตัดสินใจเชิง “ความพอเพียง (sufficiency approach)” หรือ “สร้าง–คงระดับ (build-and-maintain)” ทั้งนี้ การใช้หลัก 4R (ใส่ถูกชนิด ถูกอัตรา ถูกเวลา ถูกตำแหน่ง) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ P (PUE) และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพราะ P ส่วนเกินมักสะสมในดินและอาจสูญเสียออกจากแปลงทางการพัดพาด้วยดินตะกอนหรือไหลบ่าผิวดินก่อให้เกิดยูโทรฟิเคชันในแหล่งน้ำ จึงควรหลีกเลี่ยงการใส่เกินความต้องการ ใช้พืชคลุมดิน/คันดินชะลอน้ำ จัดเขตกันชนริมน้ำ และนำเศษพืช–กากอุตสาหกรรมเกษตรที่ปลอดภัยกลับมาใช้หมุนเวียน P อย่างมีระบบ
แหล่งปุ๋ย P ที่พบทั่วไป ได้แก่ MAP (11-52-0), DAP (18-46-0), TSP (0-46-0), SSP (0-20-0 + S) และหินฟอสเฟต (reactive PR) ซึ่งเหมาะกับดินกรดจัดและต้องใช้ร่วมกับอินทรียวัตถุ/กรดอินทรีย์เพื่อเร่งการละลาย ในระบบอินทรีย์สามารถพึ่งคอมโพสต์ ปุ๋ยคอก เถ้าอ้อย/กากกรองน้ำตาล ฯลฯ เพื่อเติม P ควบคู่กับการเสริมกิจกรรมจุลินทรีย์ ทั้งหมดนี้ควรกำหนดอัตรา วิธีให้ตามผลวิเคราะห์ดิน ชนิดพืช ระยะการเจริญ และเป้าหมายผลผลิตของแปลงจริง เพื่อให้ “พืชได้ P พอเหมาะ ดินสุขภาพดี และสิ่งแวดล้อมปลอดภัย” ในระยะยาว
ที่มา
Barrow, N. J., & Hartemink, A. E. (2023). The effects of pH on nutrient availability depend on both soil and plant mechanisms. Plant and Soil, 487(1–2), 21–37. https://doi.org/10.1007/s11104-023-05917-9
Gerke, J. (2024). Improving phosphate acquisition from soil via higher plants while approaching peak phosphorus worldwide: A critical review of current concepts and misconceptions. Plants, 13(24), 3478. https://doi.org/10.3390/plants13243478
Pang, F., Li, Q., Solanki, M. K., Wang, Z., Xing, Y.-X., & D**g, D.-F. (2024). Soil phosphorus transformation and plant uptake driven by phosphate-solubilizing microorganisms. Frontiers in Microbiology, 15, 1383813. https://doi.org/10.3389/fmicb.2024.1383813
Lu, Y., Yan, Y., Qin, J., Ou, L., Yang, X., Liu, F., & Xu, Y. (2023). Arbuscular mycorrhizal fungi enhance phosphate uptake and alter bacterial communities in maize rhizosphere soil. Frontiers in Plant Science, 14, 1206870. https://doi.org/10.3389/fpls.2023.1206870
Saiano, F., & Scalenghe, R. (2024). Challenges in developing reliable phosphorus predictive models: Unpredictable release under soil redox changes. Science of the Total Environment, 944, 173844. https://doi.org/10.1016/j.scitotenv.2024.173844
Barczok, M., Smith, C., Kinsman-Costello, L., Patzner, M., Bryce, C., Kappler, A., … Herndon, E. (2024). Iron transformation mediates phosphate retention across a permafrost thaw gradient. Communications Earth & Environment, 5, 635. https://doi.org/10.1038/s43247-024-01810-z
Jackson, J., Lessl, J., & Sintim, H. (2025). Soil test extractants: Principles, applications, and implications. University of Georgia Extension. https://extension.uga.edu/publications/detail.html?number=B1567
Kaiser, D. (2023, October 10). Confused about differences in phosphorus fertilizer sources? Here are the facts. Minnesota Crop News (University of Minnesota Extension). https://blog-crop-news.extension.umn.edu/2023/10/confused-about-differences-in.html
Montana State University Extension. (n.d.). Nutrient Management Module 2: Plant Nutrition and Soil Fertility (4449-2). Retrieved October 7, 2025, from https://apps.msuextension.org/publications/pub.html?sku=4449-2
Ogwu, M. C., & Olagunju, T. E. (2025). Phosphorus mining and bioavailability for plant acquisition: Toward sustainable soil health and food security. Environmental Challenges, 14, 101082. https://doi.org/10.1016/j.envc.2025.101082 (Open-access preprint)
Pratt, C., et al. (2023). Realising the circular phosphorus economy delivers for sustainable development goals. npj Sustainable Agriculture, 2, 2. https://doi.org/10.1038/s44264-023-00002-0
#เกษตร #ฟอสฟอรัส #ธาตุอาหาร #ดิน #ปลูกพืช