จุลินทรีย์รอบตัวเรา

จุลินทรีย์รอบตัวเรา ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก จุลินทรีย์รอบตัวเรา, การศึกษา, ขอนแก่น, Khon Kaen.

ข่าวสารเกี่ยวกับจุลชีววิทยาและการประยุกต์
หมายเหตุ หากต้องการใช้ หรืออ้างอิงข้อมูลบนเวปอย่างเป็นทางการ
ควรตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อยืนยันความถูกต้อง
เนื่องจากข้อมูลบางส่วนใช้ AI ในการสร้างจึงอาจมีความผิดพลาดได้ โครงการบริการวิชาการ กรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงวิทยาศาสตร์ ร่วมกับ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ปลาส้ม สู่การรับรองมาตรฐาน ในเขตพื้นที่จังหวัด ขอนแก่น หนองบัวลำภู และชัยภูมิ

น่าสนใจ… มาดูกัน
23/08/2026

น่าสนใจ… มาดูกัน

☢️ รังสีแกมม่า vs ⚡ อีบีม อะไรฆ่าเชื้อได้ดีกว่ากัน?

คำถามนี้เป็นคำถามที่ผู้ประกอบการถามผมอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะลูกค้าที่เคยใช้ รังสีแกมม่า (Gamma) มานาน แล้วเริ่มสนใจว่า ถ้าเปลี่ยนมาใช้ ลำอิเล็กตรอน หรือ E-beam จะฆ่าเชื้อได้ดีเท่ากันไหม?

คำตอบคือ…

ถ้าได้รับปริมาณรังสี (Dose) ที่เหมาะสม ทั้ง Gamma และ E-beam สามารถลดหรือทำลายเชื้อจุลินทรีย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

เพราะสิ่งที่ทำให้จุลินทรีย์ถูกทำลาย ไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงว่าเราเรียกรังสีนั้นว่า Gamma หรือ E-beam แต่เกี่ยวข้องกับ ปริมาณรังสีที่จุลินทรีย์ได้รับ ชนิดและปริมาณเชื้อตั้งต้น รวมถึงลักษณะของผลิตภัณฑ์และการจัดเรียงขณะฉายรังสี

แล้วทำไมเราต้องมีเทคโนโลยีหลายแบบ? 🤔

เพราะ Gamma และ E-beam มีคุณสมบัติทางกายภาพและข้อได้เปรียบต่างกัน

☢️ Gamma มีความสามารถในการทะลุทะลวงสูง เหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่มีความหนาแน่นหรือจัดเรียงในปริมาตรมาก สามารถฉายผลิตภัณฑ์จำนวนมากในแต่ละรอบได้

⚡ E-beam มีอัตราการให้ปริมาณรังสีสูงมาก ใช้เวลาฉายสั้น สามารถเปิด–ปิดระบบได้ และเหมาะกับผลิตภัณฑ์ที่มีรูปแบบและความหนาแน่นสอดคล้องกับระยะทะลุทะลวงของอิเล็กตรอน

ดังนั้น เวลาลูกค้าถามผมว่า

“ถ้าจะฆ่าเชื้อ ควรเลือก Gamma หรือ E-beam?”

ผมมักตอบว่า อย่าเพิ่งเริ่มจากการเลือกชนิดของรังสีครับ ให้เริ่มจากผลิตภัณฑ์ของเราก่อน

เราต้องรู้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์อะไร บรรจุอย่างไร กล่องมีขนาดเท่าไร ความหนาแน่นประมาณไหน มีเชื้อเริ่มต้นเท่าไร ต้องการลดเชื้อลงถึงระดับใด และผลิตภัณฑ์สามารถรับปริมาณรังสีได้มากน้อยเพียงใด

เมื่อมีข้อมูลเหล่านี้แล้ว เราจึงสามารถเลือกเทคโนโลยีและกำหนด Dose ที่เหมาะสมได้

เพราะเป้าหมายที่แท้จริงไม่ใช่การหาว่า
“Gamma กับ E-beam ใครชนะ?”

แต่คือการหาว่า

🎯 “ผลิตภัณฑ์ของคุณ เหมาะกับเทคโนโลยีไหนมากที่สุด”

ที่ ศูนย์ฉายรังสี สทน. เรามีทั้งเทคโนโลยี Gamma, Electron Beam และ X-ray พร้อมช่วยผู้ประกอบการวิเคราะห์และเลือกกระบวนการฉายรังสีให้เหมาะกับผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท

มีผลิตภัณฑ์อยู่ในมือแล้วไม่แน่ใจว่าจะเลือกฉายแบบไหนดี
ลองเอาโจทย์มาคุยกับเราครับ แล้วเราช่วยกันหาคำตอบที่เหมาะกับผลิตภัณฑ์ของคุณ

#ศูนย์ฉายรังสี #สทน #เทคโนโลยีการฉายรังสี #ฆ่าเชื้อ #ลดเชื้อจุลินทรีย์ #อาหาร #สมุนไพร

23/08/2026

ฟังหน่อย

🦠 ทำความรู้จัก E. coli: จุลินทรีย์ตัวร้าย หรือ ดัชนีชี้วัดความปลอดภัยทางอาหาร? 🔬หลายคนพอได้ยินชื่อแบคทีเรีย Escherichia ...
23/08/2026

🦠 ทำความรู้จัก E. coli: จุลินทรีย์ตัวร้าย หรือ ดัชนีชี้วัดความปลอดภัยทางอาหาร? 🔬
หลายคนพอได้ยินชื่อแบคทีเรีย Escherichia coli หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า E. coli ก็มักจะนึกถึงภาพของโรคท้องร่วงหรืออาการอาหารเป็นพิษกันใช่ไหมครับ?
แต่ในความเป็นจริงแล้ว สำหรับนักจุลชีววิทยา E. coli ส่วนใหญ่บนโลกนี้ "ไม่ใช่เชื้อก่อโรค" นะครับ พวกเขาคือ "แบคทีเรียประจำถิ่น" (Normal flora) ที่อาศัยอยู่ร่วมกับเราในลำไส้ คอยช่วยสังเคราะห์วิตามินและรักษาสมดุลให้กับร่างกายของเรา
💩 แล้วทำไมเราถึงต้องตรวจหา E. coli ในอาหารและน้ำดื่ม?
คำตอบคือ E. coli เป็นแบคทีเรียที่พบได้ในปริมาณมหาศาลในอุจจาระของมนุษย์และสัตว์เลือดอุ่น ด้วยความที่มันมีจำนวนมาก เจริญเติบโตได้ดี และ "ตรวจหาได้ง่าย" ด้วยวิธีพื้นฐานในห้องปฏิบัติการ (เมื่อเทียบกับเชื้อก่อโรคตัวอื่นๆ ที่บอบบางหรือเพาะเชื้อยากกว่า) ทางสาธารณสุขและอุตสาหกรรมอาหารจึงยกให้ E. coli เป็น "ดัชนีชี้วัดสุขลักษณะ" (Indicator organism) ที่สำคัญครับ
⚠️ สัญญาณเตือนภัยจากการปนเปื้อน
หากเราทำการทดสอบแล้วพบเชื้อ E. coli ในน้ำดื่มหรืออาหาร นั่นไม่ได้แปลว่าผู้บริโภคจะป่วยจาก E. coli ตัวนั้นเสมอไป แต่มันคือ "สัญญาณเตือนระดับสีแดง" ที่บ่งบอกว่า อาหารหรือน้ำลอตนั้น "เคยสัมผัสหรือปนเปื้อนอุจจาระมาแล้ว" ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม เช่น:
* พนักงานเตรียมอาหารล้างมือไม่สะอาดหลังเข้าห้องน้ำ
* แหล่งน้ำที่ใช้ล้างผักมีการปนเปื้อนของน้ำทิ้ง
* กระบวนการชำแหละเนื้อสัตว์มีอุจจาระจากลำไส้รั่วซึม
และเมื่อมีการปนเปื้อนอุจจาระเกิดขึ้น ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่ "เชื้อก่อโรคอันตรายชนิดอื่นๆ" ที่แฝงมากับอุจจาระ (เช่น แบคทีเรียซัลโมเนลลา, เชื้ออหิวาต์, ไวรัสก่อโรค หรือปรสิตต่างๆ) จะปะปนมาด้วย เราจึงใช้ดัชนีนี้เป็นตัวชี้วัดว่าอาหารนั้น "ไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค" นั่นเองครับ
🔬 เจาะลึกจากอินโฟกราฟิก
จากภาพสรุปเชิงลึกด้านบน จะเห็นว่าเราได้จำแนกกลุ่มของ E. coli ไว้อย่างชัดเจนครับ ฝั่งซ้ายคือกลุ่ม Commensal หรือกลุ่มแบคทีเรียประจำถิ่นที่ไม่ก่อโรค ส่วนฝั่งขวาคือกลุ่ม Pathogenic (พาทอไทป์) ที่ได้รับปัจจัยความรุนแรงเพิ่มเติมจนกลายเป็นเชื้อก่อโรค ทั้งในและนอกลำไส้
หวังว่าโพสต์นี้จะช่วยให้ทุกคนเข้าใจบทบาทของ E. coli ทั้งในมุมมองของนิเวศวิทยาในร่างกาย และความสำคัญต่องานด้านความปลอดภัยทางอาหารมากยิ่งขึ้นนะครับ
หากเห็นว่าโพสต์นี้มีประโยชน์ ฝากกดไลก์ กดแชร์ หรือคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลยครับ!
#จุลินทรีย์รอบตัวเรา #จุลชีววิทยา #ความปลอดภัยทางอาหาร #วิทยาศาสตร์ #สุขาภิบาลอาหาร

ย้ำอีกที ตาม กฏหมาย (พรบ.เชื้อโรคฯ) เรา (ผู้ครอบครองเชื้อโรคฯ) ไม่สามาร ให้ (ส่งมอบ) เชื้อโรคกับใครๆ ก็ได้ ผู้รับต้องมีห...
21/08/2026

ย้ำอีกที ตาม กฏหมาย (พรบ.เชื้อโรคฯ) เรา (ผู้ครอบครองเชื้อโรคฯ) ไม่สามาร ให้ (ส่งมอบ) เชื้อโรคกับใครๆ ก็ได้ ผู้รับต้องมีหนังสือรับรองฯ หรือใบอนุญาตด้วย

"การส่งมอบเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ตาม พ.ร.บ.เชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. 2558"

#กฎหมายต้องรู้ 📖
#พระราชบัญญัติเชื้อโรคและพิษจากสัตว์ พ.ศ. 2558
#กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

⚠️ รู้หรือไม่? การนำเทคนิคจากตู้ปลอดเชื้อมาใช้บนโต๊ะปฏิบัติการทั่วไป อาจพาความเสี่ยงมาสู่งานของคุณ! 🧫มีผู้ปฏิบัติงานทางจ...
21/08/2026

⚠️ รู้หรือไม่? การนำเทคนิคจากตู้ปลอดเชื้อมาใช้บนโต๊ะปฏิบัติการทั่วไป อาจพาความเสี่ยงมาสู่งานของคุณ! 🧫
มีผู้ปฏิบัติงานทางจุลชีววิทยาจำนวนหนึ่ง มักเผลอนำวิธีปราศจากเชื้อ (Aseptic technique) ที่ออกแบบมาสำหรับทำในตู้ชีวนิรภัย (Biosafety Cabinet) มาใช้บนโต๊ะปฏิบัติการทั่วไปในห้องปกติ ซึ่งวิธีนี้ทำให้เกิดการปนเปื้อน (Contamination) ได้ง่ายมากครับ
สาเหตุเพราะการที่เรายกก้นจานส่วนที่มีอาหารเลี้ยงเชื้อขึ้นมาเปิดรับอากาศโดยไม่มีสิ่งปกปิด อีกทั้งยังวางฝาจานเปิดหงายทิ้งไว้บนโต๊ะ ฝาจานนั้นจะกลายเป็นภาชนะรองรับฝุ่นละอองและจุลินทรีย์ในอากาศที่ตกลงมาสะสมได้ทันที และเมื่อเราปิดฝากลับไป เชื้อปนเปื้อนเหล่านั้นก็จะร่วงลงสู่อาหารเลี้ยงเชื้อของเราโดยตรง
✅ ซึ่งต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับการ "แง้มฝาจานอาหาร" (Clamshell technique)...
การวางจานอาหารไว้บนโต๊ะแล้วแง้มฝาจานเปิดแค่มุมเล็กๆ คล้ายหอยแครงเปิดฝา แล้วจึงสอดลูปเข้าไปเขี่ยเชื้อ เป็นวิธีมาตรฐานที่ ปลอดภัยที่สุด สำหรับการทำงานแบบ Open bench ครับ
เพราะฝาจานจะทำหน้าที่เสมือน "โล่กำบัง" ป้องกันไม่ให้สปอร์หรือเชื้อเจือปนจากด้านบนตกลงมาสัมผัสอาหารโดยตรง และการที่ผิวด้านในของฝาจานคว่ำลงเสมอ ก็ช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีเชื้อใดๆ ไปสะสมอยู่ที่ฝาอย่างแน่นอน
การป้องกันการปนเปื้อนเริ่มต้นที่การจัดการฝาจานอย่างถูกวิธีครับ มาปรับเทคนิคการปฏิบัติงานให้เป๊ะ เพื่อให้ผลการทดลองทางจุลชีววิทยาของเราแม่นยำและปราศจากเชื้อกวนใจกันนะครับ! 🔬✨
#จุลินทรีย์รอบตัวเรา #เทคนิคปราศจากเชื้อ #จุลชีววิทยา #แล็บจุล #วิทยาศาสตร์น่ารู้

โยเกิร์ต... ยิ่งเปรี้ยว ยิ่ง(ปลอดภัย)ดี! 🥛✨ทำไมโยเกิร์ตถึงต้องมีรสเปรี้ยว? แล้วความเปรี้ยวนี้มีหน้าที่อะไรมากกว่าแค่การก...
20/08/2026

โยเกิร์ต... ยิ่งเปรี้ยว ยิ่ง(ปลอดภัย)ดี! 🥛✨
ทำไมโยเกิร์ตถึงต้องมีรสเปรี้ยว? แล้วความเปรี้ยวนี้มีหน้าที่อะไรมากกว่าแค่การกระตุ้นต่อมรับรส? วันนี้เรามาเจาะลึกกลไกทางจุลชีววิทยาและเคมีอาหาร เบื้องหลังความอร่อยนี้กันครับ 🔬
🦠 พระเอกของเรา: Lactic Acid Bacteria (LAB)
ในการทำโยเกิร์ต แบคทีเรียกลุ่ม LAB จะเปลี่ยนน้ำตาลแลคโตสในนมให้กลายเป็น 'กรดแลคติก' (Lactic acid) ซึ่งกรดตัวนี้นี่แหละครับที่เป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงนมทั้งกระบวนการ
📉 เมื่อค่า pH ลดลง... พลังแห่งกรดจึงเริ่มทำงาน
ตามมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ค่า pH ของโยเกิร์ตจะต้องลดลงมาอยู่ที่ 4.6 หรือต่ำกว่า ซึ่งความเปรี้ยว (กรด) ในระดับนี้มีหน้าที่สำคัญ 2 ประการหลักๆ ครับ:
* ทำลายและยับยั้งเชื้อก่อโรค (Pathogen Control): กรดแลคติกไม่ได้แค่ทำให้เปรี้ยว แต่สภาวะกรดที่ pH ต่ำกว่า 4.6 จะเข้าไปรบกวนเยื่อหุ้มเซลล์และการทำงานของเอนไซม์ในจุลินทรีย์ก่อโรค ทำให้เชื้อไม่สามารถรักษาสมดุลภายในเซลล์ได้และตายในที่สุด เชื้ออันตรายอย่าง Salmonella, E. coli หรือ Staphylococcus aureus จึงเจริญเติบโตไม่ได้ ที่สำคัญที่สุดคือ สภาวะนี้ป้องกันไม่ให้สปอร์ของแบคทีเรียที่สร้างสารพิษรุนแรงอย่าง Clostridium botulinum งอกได้ครับ 🛡️
* เปลี่ยนนมเหลวเป็นเนื้อเนียนนุ่ม (Isoelectric Precipitation): เมื่อ pH ลดลงถึง 4.6 ซึ่งเป็นจุดไอโซอิเล็กทริก (Isoelectric point) ของโปรตีนเคซีนในนม โมเลกุลโปรตีนจะเสียสภาพประจุไฟฟ้าและจับตัวกันตกตะกอนเป็นโครงสร้างร่างแห (Curd) ทำให้เราได้เนื้อโยเกิร์ตที่ข้นหนืด 🥄 และหาก pH ลดลงในระดับที่พอดี (ช่วง 3.6 - 4.2) เนื้อโยเกิร์ตจะคงตัวสวยงาม ไม่เกิดการคายน้ำ (Syneresis)
นอกจากกรดแล้ว แบคทีเรีย LAB บางสายพันธุ์ยังสร้างสารต้านจุลชีพที่เรียกว่า Bacteriocins ออกมาช่วยยับยั้งเชื้อที่ทำให้อาหารเน่าเสีย (Spoilage microorganisms) เป็นการยืดอายุการเก็บรักษาตามธรรมชาติอีกด้วย
ดังนั้น ความเปรี้ยวของโยเกิร์ต จึงเป็น 'กลไกความปลอดภัย' ที่จุลินทรีย์ตัวจิ๋วสร้างไว้เพื่อปกป้องอาหารและกระเพาะลำไส้ของเราครับ!
สำหรับในห้องปฏิบัติการทางจุลชีววิทยา ทุกท่านมักจะเลือกใช้จุลินทรีย์สายพันธุ์ไหน (Starter culture) เป็นพิเศษในการผลิตโยเกิร์ตเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสและปริมาณกรดที่เหมาะสมที่สุดครับ? 👇
#จุลินทรีย์รอบตัวเรา #วิทยาศาสตร์อาหาร #จุลชีววิทยา #แบคทีเรียแลคติก

🔬 วันนี้ในอดีต: 20 สิงหาคม 1897การค้นพบที่เปลี่ยนโฉมหน้าวงการปรสิตวิทยาโลก!20 สิงหาคม ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันยุงโล...
20/08/2026

🔬 วันนี้ในอดีต: 20 สิงหาคม 1897
การค้นพบที่เปลี่ยนโฉมหน้าวงการปรสิตวิทยาโลก!
20 สิงหาคม ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันยุงโลก" (World Mosquito Day) เพื่อรำลึกถึงการค้นพบครั้งสำคัญทางจุลชีววิทยาและการแพทย์ที่ไขปริศนาอายุร้อยปีของโรคมาลาเรีย
👨‍🔬 The Breakthrough (การค้นพบสะท้านโลก)
ผู้ค้นพบ: เซอร์ โรนัลด์ รอสส์ (Sir Ronald Ross) แพทย์ทหารชาวอังกฤษ
สิ่งที่พบ: ค้นพบเชื้อมาลาเรียระยะ Oocyst เจริญเติบโตอยู่บนผนังกระเพาะอาหาร (Midgut) ของยุงก้นปล่อง (Anopheles mosquito)
ความสำคัญ: เป็นหลักฐานชิ้นแรกที่ยืนยันว่า "ยุงก้นปล่อง" ไม่ใช่แค่พาหะเชิงกล (Mechanical vector) แต่เป็น Biological vector ที่จำเป็นต่อวงจรชีวิตของเชื้อ
🦠 The Microbiological Spotlight (เจาะลึกทางจุลชีววิทยา)
The Pathogen (เชื้อก่อโรค): โปรโตซัวจีนัส Plasmodium (เช่น P. falciparum, P. vivax)
The Vector (พาหะ): ยุงก้นปล่องตัวเมีย (Female Anopheles spp.)
The Cycle: การค้นพบนี้พิสูจน์ถึงระยะ Sporogonic Cycle (การสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศของเชื้อในตัวยุง) ซึ่งไมโครแกมีตและมาโครแกมีตจะผสมกันในกระเพาะยุง กลายเป็น Ookinete และพัฒนาเป็น Oocyst ในที่สุด
🏆 Impact on Global Health (ผลลัพธ์ต่อมวลมนุษยชาติ)
เซอร์ โรนัลด์ รอสส์ ได้รับ รางวัลโนเบลสาขาสรีรวิทยาหรือการแพทย์ ในปี ค.ศ. 1902
เปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางระบาดวิทยา นำไปสู่กลยุทธ์ Vector Control (การควบคุมพาหะ) ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการยับยั้งการระบาดของมาลาเรียจนถึงปัจจุบัน

ในบันทึกต้นฉบับ รอสส์ไม่ได้ระบุชื่อสปีชีส์ของยุงก้นปล่องโดยตรง แต่เขาเรียกมันว่า "dapple-winged mosquitoes" (ยุงปีกจุด) ตามลักษณะทางสัณฐานวิทยาที่เขาสังเกตเห็นใต้กล้องจุลทรรศน์!

สนุกสนาน วันวิทยาศาสตร์ สาขาจุลชีววิทยา
20/08/2026

สนุกสนาน วันวิทยาศาสตร์ สาขาจุลชีววิทยา

18/08/2026

เรียกคืนไข่ เนื่องจากพบเชื้อโรค ในอเมริกา

พบเชื้อโรคปริมานมากเกินมาตรฐานในนมโรงเรียน ที่นครราชสีมาhttps://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1618734100283332&id=...
18/08/2026

พบเชื้อโรคปริมานมากเกินมาตรฐานในนมโรงเรียน ที่นครราชสีมา

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=1618734100283332&id=100064402730843

สาธารณสุขนครราชสีมา สั่ง สหกรณ์โคนมปากช่อง หยุดผลิต 'นมโรงเรียน' ชนิดถุง หลังพบเชื้อบาซิลลัส ซีเรียส เกินมาตรฐาน 34 เท่า

ที่อยู่

ขอนแก่น
Khon Kaen
40000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ จุลินทรีย์รอบตัวเราผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง จุลินทรีย์รอบตัวเรา:

ทางลัด

แชร์

ประเภท