05/07/2020
ประวัติความสำคัญ "วันอาสาฬหบูชา"
วันอาสาฬหบูชา 2563 ในปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 8 ตามจันทรคติ เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมจากการตรัสรู้ให้แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ณ มฤคทายวัน เมืองพาราณสี
ประวัติวันอาสาฬหบูชา
ประวัติความสำคัญ "วันอาสาฬหบูชา" กิจกรรมวันอาสาฬหบูชา 2563
หลังจากพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือวันวิสาขบูชา ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 ได้ฟังปฐมเทศนาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจนกระทั่ง โกณฑัญญะได้บรรลุดวงตาเห็นธรรมเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน จึงได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้า นับได้ว่าวันอาสาฬหบูชาเป็นวันแรกที่มีพระภิกษุเกิดขึ้นในพระพุทธศาสนา
ในประเทศไทยเพิ่งเริ่มมีพิธีกรรมในวันอาสาฬหบูชาเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2501 ตามประกาศของสังฆมนตรี ที่ได้กำหนดให้วันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญในศาสนาพุทธ ออกประกาศในวันที่ 14 กรกฎาคม 2501 นับตั้งแต่วันนั้นพุทธศาสนิกชนในประเทศไทยก็กำหนดพิธีขึ้นอย่างเป็นทางการโดยมีการปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาเทียบเท่ากับวันวิสาขบูชา
ความสําคัญวันอาสาฬหบูชา
พระพุทธเจ้าแสดงธรรมจากการตรัสรู้ครั้งแรก เรียกว่า “ธัมมจักรกัปปวัตนสูตร” แก่ปัญจวัคคีย์ทั้ง 5
ปัญจวัคคีย์ขอบวชเพื่อศึกษาพระธรรมวินัย จึงเกิดพิธีการบวชครั้งแรกโดยพระพุทธเจ้ากระทำให้ เรียกว่า “เอหิภิกขุอุปสัมปทา”
เป็นวันแรกที่พระพุทธเจ้าประกาศ “ศาสนาพุทธ”
จึงถือว่าวันนี้เป็นวันที่พระรัตนตรัยเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ ทั้งพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์
หลักธรรมสําคัญวันอาสาฬหบูชา
พระธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
ซึ่งมีอริยสัจ 4 ความจริงอันประเสริฐ ได้แก่
1. ทุกข์ คือ ปัญหาที่ทำให้ไม่สบายกาย ไม่สบายใจ
2. สมุทัย คือ เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์
3. นิโรธ คือ การดับทุกข์
4. มรรค คือ กระบวนการแก้ปัญหา มี 8 ข้อด้วยกัน เรียก อริยอัฏฐังคิกมัคค์ ได้แก่
4.1. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ คือ รู้เข้าใจถูกต้อง เห็นตามที่เป็นจริง
4.2. สัมมาสังกัปปะ ดำริชอบ คือ คิดสุจริตตั้งใจทำสิ่งที่ดีงาม
4.3. สัมมาวาจา เจรจาชอบ คือ กล่าวคำสุจริต
4.4. สัมมากัมมันตะ กระทำชอบ คือ ทำการที่สุจริต
4.5. สัมมาอาชีวะ อาชีพชอบ คือ ประกอบสัมมาชีพหรืออาชีพที่สุจริต
4.6. สัมมาวายามะ พยายามชอบ คือ เพียรละชั่วบำเพ็ญดี
4.7. สัมมาสติ ระลึกชอบ คือ ทำการด้วยจิตสำนึกเสมอ ไม่เผลอพลาด
4.8. สัมมาสมาธิ ตั้งจิตมั่นชอบ คือ คุมจิตให้แน่วแน่มั่นคงไม่ฟุ้งซ่าน
กิจกรรมวันอาสาฬหบูชา
กิจกรรมในวันอาสาฬหบูชาแบ่งออกเป็นกิจกรรมของพระภิกษุสงฆ์และพุทธศาสนิกชน โดยพระภิกษุสงฆ์ในวัดก็เตรียมจัดกิจกรรมที่วัด รวมถึงแสดงพระธรรมเทศนาธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ตามที่พระพุทธเจ้าเคยแสดงธรรมแก่ปัญจวัคคีย์ ส่วนชาวพุทธก็มีกิจกรรมดังนี้
ทำบุญตักบาตรในช่วงเช้า
ไปวัดรับศีล งดการทำบาปทั้งปวง
ถวายสังฆทาน หรือให้ทาน
ฟังธรรมเทศนา
เวียนเทียนรอบอุโบสถในเวลาเย็น
เวียนเทียนวันอาสาฬหบูชา
การเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือการเดินเวียนรอบปูชนียสถาน เพื่อแสดงความเคารพ โดยการเดินเวียนขวา 3 รอบ (เรียกว่า เวียนประทักษิณาวัตร” ซึ่งเป็นอิทธิพลที่รับมาจากอินเดีย เพื่อแสดงความเคารพบูชาพระรัตนตรัย ซึ่งใน 1 ปี จะมีพิธีเวียนเทียนในวันสำคัญ 4 ครั้งเท่านั้น ได้แก่ วันมาฆบูชา, วันวิสาขบูชา, วันอาสาฬหบูชา และวันอัฏฐมีบูชา
ขั้นตอนการเวียนเทียน มีดังนี้
เมื่อไปถึงวัดให้สักการะพระพุทธรูปองค์ประธานด้านในอุโบสถก่อน
เตรียมตัวเวียนเทียนด้วยการถือธูป เทียน และดอกไม้ ต่อแถวเรียงลำดับจาก พระสงฆ์ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา
ถือธูปเทียน เวียนขวา 3 รอบ รอบที่ 1 สวดบทอิติปิโส, รอบที่ 2 สวดบทสวากขาโต และรอบที่ 3 สวดบทสุปะฏิปันโน
การเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ชาวพุทธต้องสำรวมกาย วาจา และใจ อย่าลืมแต่งกายให้เหมาะสมกับสถานที่ และหากมีเด็กไปด้วยก็ต้องดูแล ระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ