เรื่องของฉัน มันสนุกหรอ

เรื่องของฉัน มันสนุกหรอ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก เรื่องของฉัน มันสนุกหรอ, การศึกษา, โรงเรียนนางิ้ววิทยาสรรค์, Khon Kaen.

26/04/2021

❤️

21/08/2020

แอดมินขอเสนอคำว่า บูลลี่ 💔

01/08/2020

เพราะการ Bully ไม่ใช่เรื่องตลก

หลายครั้งเราคิดว่าการพูดล้อเล่นจะสร้างความสนุกสนานและเสียงหัวเราะในหมู่เพื่อนได้ แต่ก็มีหลายครั้งเช่นเดียวกันที่คำพูดเหล่านั้นไม่ใช่แค่การล้อเล่น แต่เป็นการสร้างแผลให้กับฝ่ายที่ถูกล้อจนเกิดเป็นปมภายในใจ หรือที่เรียกว่า “bully”

การรังแกกันผ่านพื้นที่ในโลกไซเบอร์มีเพิ่มขึ้นทุกวัน และถือเป็นอาวุธที่ร้ายแรงรูปแบบหนึ่งที่สามารถทำลายความสุข และทำลายชีวิตของผู้อื่นได้โดยผู้ที่กระทำไม่ต้องออกแรง จากการวิจัยพบว่าเพศหญิงจะตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงมากกว่าเพศชาย นอกจากนี้ผลกระทบของพฤติกรรมรังแกนี้ส่งผลให้เกิดปัญหาซึมเศร้าตามมา และหากผู้ที่ถูกรังแกนั้น ถูกรังแกในวัยเด็กจะส่งผลให้มีโอกาสเกิดอาการทางจิตในวัยผู้ใหญ่ได้อีกด้วย





#เด็กยุคใหม่สื่อสารอย่างสร้างสรรค์
#เด็กวิทย์ติดตลก

02/07/2020

SOCIETY: “ข้อความ” ฆ่าคนได้จริงเหรอ คำถามทางกฎหมาย
ทุกวันนี้ เราอยู่ในโลกที่เรารับส่ง “ข้อความ” กันตลอดเวลา ซึ่งก็คงไม่ต้องอธิบายมากมายว่าการบริโภคข้อมูลเหล่านี้ของเรานั้นส่งผลต่อความรู้สึกนึกคิดและจิตใจเราได้ไม่ว่าจะเป็นในทางบวกหรือทางลบ ซึ่งในที่นี้เราจะว่ากันด้วยผลอย่างหลัง
ถ้าเราติดตามข่าวหน่อยในยุคนี้ เราคงจะได้เห็นข่าวการฆ่าตัวตายของทั้งคนดังและคนทั่วไปจำนวนมาก ภายหลังการรับข้อความในเชิงลบ
ตรงนี้คำถามก็คือ การส่งข้อความบางอย่างที่ “ส่งผล” ให้คนฆ่าตัวตาย คนส่งข้อความควรจะมีความผิดหรือไม่? อย่างไร?
คำถามแบบนี้ ถ้าเป็นคนบ้านเราหลาย ๆ คนก็คงจะบอกทันทีเลยว่า “ผิด” แต่ในระดับนานาชาติ ประเด็นมันไม่ได้ง่ายๆ แบบนั้น
เพราะโดยพื้นฐานเลย ในโลกนี้ในนานาประเทศที่เจริญแล้ว มันไม่ได้มีข้อห้ามทางกฎหมายในการห้ามพูดหรือเขียนข้อความที่ทำให้ผู้อื่น “รู้สึกไม่ดี” เนื่องจากการมีข้อกำหนดแบบนี้มันเป็นการบ่อนทำลาย “เสรีภาพในการแสดงออก” อย่างร้ายแรงมาก
ตัวอย่างง่ายๆ คือ เราอาจวิจารณ์ผลงานหรือพฤติกรรมของคนอื่นโดยสุจริตว่ามัน “ไม่ดี” พร้อมมีคำอธิบายประกอบอย่างละเอียดและสมเหตุสมผล เราอาจทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่คนบางคนที่ไม่คุ้นเคยกับคำวิจารณ์ที่ตรงไปตรงมาหรืออยู่ในสภาวะจิตใจที่ไม่ปกติก็อาจ “เสียความรู้สึกอย่างรุนแรง” จนคิดทำร้ายตัวเองก็ได้
ซึ่งคำถามคือถ้าคำวิจารณ์แบบนี้นำไปสู่การฆ่าตัวตายของใครก็ตาม คนวิจารณ์ควรจะมีความผิดหรือไม่? ในมาตรฐานสากลทางกฎหมายในโลกที่เป็นมา คำตอบน่าจะตรงกันว่า “ไม่”
ดังนั้น ประเด็นว่าคนส่งสารจะมีความผิดฐานฆ่าคนถ้าผู้รับสารดันไปฆ่าตัวตายนั้นจึงไม่ใช่มาจาก “ผลลัพธ์” ของการส่งสารแน่นอน
แต่แบบนี้ถามว่าผู้ส่งสารจะส่งสารอะไรก็ได้ตามใจชอบโดยไม่คำนึงถึงผู้รับสารและไม่ต้องมีความรับผิดชอบใดๆ หรือไม่? คำตอบคือในสมัยนี้ก็ไม่ใช่แน่นอน ซึ่งเคสที่ชัดที่สุดก็คือ การสื่อสารเพื่อบั่นทอนกำลังใจคนที่มีอำนาจต่ำกว่าแบบซ้ำๆ ซึ่งคือนิยามแบบสากลของ Cyber Bullying (ซึ่งในไทย ใช้คำนี้กันในความหมายกว้างกว่านั้น ในระดับที่เห็นการสื่อสารที่ตัวเองไม่ชอบใดๆ ก็เรียกว่า Bullying หมด)
ซึ่งถามว่าในโลกนี้มีกฎหมายที่บอกว่าการ Cyber Bullying เป็นสิ่งผิดกฎหมายมั้ย คำตอบคือ ยังไม่ชัดเจน พวกประเทศเจริญแล้ว มองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นปัญหาจริง แต่ยังมีความระมัดระวังในการบัญญัติกฎหมายนี้มาก เพราะมันขัดกับคุณค่าพื้นฐานอย่างเสรีภาพในการแสดงออก ส่วนประเทศที่ผ่านกฎหมายพวกนี้แบบเร็วๆ ไปๆ มาๆ ผลของกฎหมายมันมีแนวโน้มกลับตาลปัตร เพราะมันดันสามารถไปใช้ในทางการเมืองเพื่อห้ามวิจารณ์ผู้มีอำนาจไป ซึ่งเป็นการทำลายคอนเซ็ปต์ Cyber Bullying เลย เพราะคอนเซ็ปต์นี้จะใช้ก็ต่อเมื่อผู้ถูกกระทำมีอำนาจที่ด้อยกว่า ต่อสู้กลับไม่ได้ (ซึ่งในแง่นี้การด่านายกรัฐมนตรี หรือประธานาธิบดีแบบสาดเสียเทเสีย มันจึงไม่ใช่การ Bully คนเหล่านี้ เพราะเขามีอำนาจมากกว่าเรา แต่ในทางกลับกัน ถ้าเรารุมด่าแบบเดียวกันกับคนทั่วไปที่ไม่มีทางสู้ การกระทำของเราก็เข้าข่าย Bullying)
พูดภาษาชาวบ้านคือ โลกนี้มองว่า Cyber Bullying คือการ “ส่งข้อความ” ที่เป็นปัญหาปัจจุบันจริง แต่เขาก็ไม่ได้มองการด่าทอกันบนอินเทอร์เน็ตเป็น Cyber Bullying ไปหมด เพราะจะเป็นหรือไม่ มันไม่ได้อยู่แค่ที่ว่าคุณด่าว่าอะไรเท่านั้น เพราะคำถามที่สำคัญไม่แพ้กันในการจะบอกว่าอะไรคือ Cyber Bullying ก็คือ คุณเป็นใคร? และคุณด่าใคร?
ซึ่งเคสแบบ Cyber Bullying ลักษณะสำคัญก็คือ ส่วนใหญ่ “ผู้กระทำ” มันจะมีหลายคน ซึ่งถึงคนเป็นสิบเป็นร้อยคนรวมกันด่าคนๆ เดียว จนเขาไปฆ่าตัวตาย ในโลกนี้ ก็ไม่มีประเทศไหนคิดจะบอกว่านี่คือการ “มีส่วนฆาตกรรม” เพราะมันเป็นสิ่งที่พูดยาก อย่างน้อยๆ คนแต่ละคนที่ด่าก็ไม่ได้มี “เจตนาฆ่า” แต่การกระทำของทุกคนรวมกันมันผลักให้คนๆ หนึ่งจบชีวิตตัวเองก็เป็นสิ่งทีมีปัญหาเช่นกัน
แต่ความสมดุลก็ไม่ได้หาง่ายๆ
ดังนั้นทุกวันนี้มันก็เลยไม่มีมาตรฐานสากลในการจัดการ Cyber Bullying อย่างน้อยก็ในทางกฎหมาย คือทุกคนเห็นว่ามันไม่ดี แต่ปัญหาคือมันมีความคลุมเครือมากในการบอกว่า “ใครผิด” บ้างและแต่ละคน “ผิดแค่ไหน” เพราะอย่างน้อยๆ ถ้าคนเป็นพันคนรุมกันด่าคนๆ เดียวจนฆ่าตัวตาย ในทางกฎหมายมันก็ไม่สมเหตุสมผลแน่ๆ ที่จะจับคนเป็นพันนั้นเข้าคุกหรือดำเนินคดีฐานร่วมกันฆาตกรรม
อย่างไรก็ดี มันก็มีเคสของ “ข้อความฆ่าคน” ที่ชัดกว่า Cyber Bullying ซึ่งเกิดในอเมริกาสองเคส เคสแรกคือการฆ่าตัวตายของ Conrad Roy ในปี 2014 อีกเคสคือการฆ่าตัวตายของ Alexander Urtula ในปี 2019 หรือปีนี้ โดยทั้งสองเคสเกิดที่รัฐแมสซาชูเสต สหรัฐอเมริกา
สองกรณีมีความคล้ายกัน คนที่ฆ่าตัวตายเป็นคนหนุ่ม ซึ่งผลจากการสืบสวนพบว่าแฟนสาวของแต่ละคนมีการส่งข้อความพูดคุยกันยาวนาน (ก็ตามประสาแฟน) แต่ก็พบอีกว่า แฟนสาวของทั้งคู่มีการ “ส่งข้อความยุแฟนให้ฆ่าตัวตาย”
ที่น่าสนใจคือระบบยุติธรรมอเมริกามองว่าการ “ส่งข้อความยุแฟนให้ฆ่าตัวตาย” แล้วแฟนดันไปฆ่าตัวตายจริง ถือว่าเป็นการฆ่าคนตายโดยไม่เจตนาทั้งสองเคส โดยเคสแรก แฟนของ Conrad Roy โดนตัดสินจำคุกไปแล้วในปี 2017 อีกส่วนเคสของ Alexander Urtula แฟนเขาซึ่งเป็นคนเกาหลีมาเรียนต่อ และได้กลับเกาหลีไปแล้ว ซึ่งก็ไม่รู้ว่าอเมริกาจะขอดำเนินการ “ส่งผู้ร้ายข้ามแดน” หรือไม่ (ซึ่งก็น่าสนุกและซับซ้อน เพราะถ้าเกาหลียอมส่ง ก็คือเกาหลียอมรับว่าการ “ส่งข้อความยุแฟนให้ฆ่าตัวตาย” เป็นการฆาตกรรม)
เราคงไม่ขอพูดในรายละเอียด (ซึ่งมันจะยืดยาว และสามารถหาได้ที่อื่น) แต่อยากจะชวนพูดคุยในเชิง “หลักการ”
คือเราต้องเข้าใจก่อนว่าเคสพวกนี้ต่างจาก Cyber Bullying ทั่วไป คือการตัดสินแบบนี้ของศาลอเมริกาไม่ทำให้เราต้องหวาดกลัวว่าการที่เราไปด่าคนในอินเทอร์เน็ตว่า “ไปตายไป” วันดีคืนดีจะทำให้เราโดนจับฐานฆาตกรรมหรือเปล่า
แต่ทั้งสองเคสมีความเฉพาะเจาะจง และเอาจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องของ “การส่งข้อความ” เท่ากับพฤติกรรมที่กดดันและส่งผลลบต่อสภาพจิตใจของแฟนหนุ่มต่อเนื่องของสองแฟนสาว ที่ทำให้หนุ่มทั้งสองตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง
กล่าวอีกแบบ มันคือเรื่องของ “พฤติกรรมทั้งหมด” มากกว่าการส่งข้อความโดดๆ
“ข้อความ” ในแง่หนึ่งเป็นแค่บันทึกของปฏิสัมพันธ์ของทั้งสอง ที่กลายมาเป็น “หลักฐาน” ของความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ จนฝ่ายหนึ่งต้องจบชีวิตลง
อย่างไรก็ดีเคสแบบนี้สร้างความปั่นป่วนและข้อถกเถียงมากมายในวงการกฎหมายในอเมริกาและในโลก เพราะไม่มีกฎหมายที่ไหนในโลกระบุไว้ชัดๆ แน่ว่าการกระทำแบบนี้คือการ “ฆ่าคน”
กล่าวคือ มันไม่มีหลักกฎหมายใดมาจับ มันไม่มีหลักกฎหมายใดที่จะใช้แยกแยะ “ข้อความฆ่าคน” ออกจากข้อความอื่นๆ ซึ่งผลในทางปฏิบัติมันหายนะสุดๆ เพราะมันจะทำให้คนไม่สามารถรู้ขอบเขตของเสรีภาพในการแสดงออกของตัวเองได้
ซึ่งนี่นำเรากลับมาคำถามตอนต้น คือต่อจากนี้ไปเราจะรู้ได้อย่างไรว่า การส่งสารใด ๆ ของเราจะไม่กลายมาเป็นการ “ฆาตกรรม” ในที่สุด? ถ้าเราดันไปวิจารณ์คนที่กำลังดาวน์อยู่ แต่เราไม่รู้ เขาฟังคำวิจารณ์ของเราแล้วหดหู่ แล้วก็ฆ่าตัวตาย เราจะไม่กลายเป็นฆาตกรไปรึ? ซึ่งนี่ไม่สมเหตุสมผลแน่ๆ แต่ปัญหาคือ ตอนนี้ไม่มีใครรู้ว่าเส้นแบ่งระหว่างความสมเหตุสมผลกับความไม่สมเหตุสมผลอยู่ตรงไหน หรือกระทั่งแค่ว่ามัน “ควรจะ” อยู่ตรงไหนก็ไม่มีใครรู้
นี่เป็นประเด็นที่ยังถกเถียงกันอยู่ ระบบยุติธรรมอเมริกาก็ยังไม่มีความชัดเจนกับเรื่องพวกนี้
ซึ่งระหว่างนี้ สิ่งที่จะมาชี้บางส่วนว่าเราควรจะทำยังไงกับคำถามว่า “ข้อความฆ่าคนได้จริงหรือ?” ก็คงจะเป็นคำตัดสินของศาลสูงสุดของอเมริกา เพราะแฟนของ Conrad Roy ที่ติดคุกอยู่ก็กำลังยื่นคำร้องกับศาลสูงสุด เพื่อให้ศาลทำให้คำตัดสินของศาลชั้นต้นเป็นโมฆะ เนื่องจากมันขัดกับรัฐธรรมนูญอเมริกาทีมีสปิริตแรงกล้าว่าต้องปกป้องคุ้มครอง “เสรีภาพในการแสดงออก”
ที่อ่านมาทั้งหมดนี้ แน่นอนว่ามันไม่มี “คำตอบ” หรอกครับกับคำถามที่ว่าข้อความฆ่าคนได้จริงหรือไม่ เพราะมันคือเรื่องที่ทั้งโลกยังเถียงกันอยู่ และเราก็สามารถมีส่วนร่วมกับข้อถกเถียงนี้ เพื่อสร้างกติกาในการอยู่ร่วมกันต่อไป
เพราะสุดท้าย หากเรารอแต่ “คำตอบสำเร็จรูป” ในทางกฎหมายเลย นั่นก็หมายความว่าตัวเราไม่ได้พยายามมีส่วนในการกำหนดกฎเกณฑ์ในการมีชีวิตอยู่ในสังคมเลย
ซึ่งวิธีคิดและการกระทำแบบนั้นถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นการฆ่าใคร แต่มันก็ไม่ดีแน่ๆ ในสังคมประชาธิปไตย

อ้างอิง: http://bit.ly/2NBAOQu
http://bit.ly/2KdgqmN
http://bit.ly/2CxXjiL


#แชร์สิ่งเล็กๆให้ยิ่งใหญ่

อัปเดตและติดตามข่าวสารได้ที่
Line: (มี @ ด้วยนะครับ)
Instagram: instagram.com/brandthink.me
Website: www.brandthink.me
Twitter: twitter.com/BrandThinkme

17/06/2020
https://www.facebook.com/100009301649665/posts/2591015547885141/
12/05/2020

https://www.facebook.com/100009301649665/posts/2591015547885141/

✏️ ข้อคิดดีๆ จาก 📝
#รายการอยู่นิ่งไม่ได้แล้ว Season 1

“...สิ่งสำคัญนั้นก็คือการ Bully
เราอย่าไปโทษคนอื่น คือเราต้อง Save ตัวเอง
ถ้าเรา Save ตัวเองได้ มันจะยิ่งดี
เป็นการดูแลตัวเอง
เพื่อรับผิดชอบคนในสังคม
จุดเริ่มต้นอยู่ที่เราดีที่สุด...”

จาก “ พี่ครีม “
นางสาวสุดาพร ซับเจียม
รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย
(ภาคกลาง) 🧡

ความตอนหนึ่งในการสัมภาษณ์ ผ่านรายการ
“...อยู่นิ่งไม่ได้แล้ว Ep1... “

#อยู่นิ่งไม่ได้แล้ว
#เด็กๆว่าไง

10/05/2020

ด้วยเทคโนโลยีของสื่อที่ถึงมือทุกวันนี้ทำให้หลายคนทันข่าวกันมากขึ้น

และในช่วงหลายปีที่ผ่านมาข่าวการฆ่าตัวตายของคนดัง ศิลปิน ก็เยอะเสียเหลือเกิน อาจจะไม่ใช่คนดัง คนเด่น เด็กอายุยังไม่ถึงวัยทำบัตรประชาชน

บางคนก็เลือกจบชีวิตลง โดยปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นจะมีเรื่องราวของการ Bully (บูลลี่) หรือการกลั่นแกล้ง เข้าไปเกี่ยวข้องเนือง ๆ

จากการศึกษาพบว่าคนที่ชอบแสดงพฤติกรรมบูลลี่ผู้อื่นนั้นเป็นคนที่ขาดความเห็นอกเห็นใจ ความเข้าใจในความรู้สึกของผู้อื่น และชอบที่จะทำให้ผู้อื่นเจ็บปวดทั้งร่างกาย หรือจิตใจ โดยไม่แยแสใด ๆ ในสิ่งที่ตนเองกระทำลงไปแล้ว

อันที่จริงจะไม่เขียน หรือแชร์ เรื่องนี้เท่าไรนัก เพราะนี่ก็เป็นคนหนึ่งที่ถูกบูลลี่ กลั่นแกล้ง นานนม

ถ้าให้จำได้จนถึงตอนนี้ก็เริ่มตั้งแต่ ประถม 4 หรือเมื่อ 20 ปีก่อน จะบอกว่าเป็นการแกล้งเล่นกันขำ ๆ อย่าคิดมาก ทำไมมันถึงกลายมาเป็นปมส่วนหนึ่งในชีวิตเรานี่ซิ

ทบทวนตัวเองมาพักหนึ่งว่าจะเขียนเรื่องนี้ดีไหม จะแชร์เรื่องของผมดีไหม ถูกแกล้งอะไร ยังไง แล้วรับมือยังไง มีแนวคิดในการจัดการกับมันยังไง จนกระทั่งมีชีวิตจนถึงทุกวันนี้อย่างไร

จนในที่สุดตัดสินใจแล้วว่า ผมจะเขียนเรื่องที่เราพบเจอตั้งแต่วัยเด็กออกมา เพื่อให้หลายคนที่กำลังเจอปัญหาเรื่องการบูลลี่ได้รับรู้ และการจัดการป้องกันอย่างไร เพื่อไม่ให้คิดไปถึงเรื่องน่าเศร้า

ตัวอย่างเล็กน้อยที่ผมเจอในชีวิตก็เช่น

เปิดกระเป๋าเจอชุดปากกาถูกหักทุกเล่ม การถูกเอาแมลงสาบ (ที่เกลียดที่สุดในชีวิต) มาปาใส่หน้า รถมอเตอร์ไซค์ของตัวเองถูกเจาะยาง

ยังไม่นับเรื่องราวของคุณครูผู้ประเสิรฐหลายคนที่เป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องบูลลี่อีกนะ

"คุณชายวัน ๆ ไม่ทำอะไร งานบ้านไม่ช่วย กิน และนอน" นั่นคือคำพูดของครูท่านหนึ่งที่สอนเคมี ตอนสมัยเรียน มัธยม 4 รู้มากเหมือนมานอนใต้เตียงที่บ้าน

แล้วผมรับมือเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร ? มีความคิดแบบนี้ และพอเจอเรื่องพวกนี้มากเข้า ๆ ผมกลายเป็น Introvert ได้อย่างไร จะเล่าให้อ่านในภายหลัง

แต่ก่อนอื่นอยากให้หลายคนลองแชร์ประสบการณ์การถูกกลั่นแกล้ง หรือ บูลลี่ ให้อ่านกันเสียหน่อยนะครับ เพราะอยากรู้ว่ามีใครเจออะไรหนัก ๆ แล้วเป็นยังไงกันบ้าง

สัญญาอ่าน และตอบทุกเรื่องของทุกคนครับ
.................................

เรื่องเริ่มต้นจากบทสนทนากับเพื่อนที่ว่า

ผม: เดี๋ยวนี้เด็กฆ่าตัวตาย คนฆ่าตัวตาย เยอะจริง
เพื่อน: ถ้าเป็นมึงสมัยนี้ น่าจะผูกคอตายตั้งแต่ ม.2 ไปแล้ว

สะอึกไปหน่อยนึง แต่มันก็จริงนะ ทำไมผมถึงผ่านมันมาได้ เลยอยากส่งต่อให้คนอื่นผ่านมันไปให้ได้เหมือนกัน

❌❌❌
27/04/2020

❌❌❌

ถูกคนอื่นบูลลี่ เสียใจ ท้อแท้ ต้องทำอย่างไร ?

การบูลลี่ เป็นสิ่งที่สังคมไทยเราเจอกันมาทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่การล้อชื่อ พ่อ แม่ ล้อว่าเป็นตุ๊ด เป็นทอม ล้อรูปร่างหน้าตา สีผิว ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจผู้ถูกล้อ

หลายครั้งเราได้ยินข่าวเด็กกระโดดตึกตาย หรือข่าวนักเรียนฆ่ากันในโรงเรียน สาเหตุนั้นล้วนแล้วแต่เกิดจากการบูลลี่ นั้นอาจเป็นเพราะเราสนับสนุนการบูลลี่ในสังคมครอบครัว ?????

จากการศึกษาพบว่ามีเด็กจำนวนมากที่ถูกบูลลี่โดยผู้ปกครอง หรือญาติ อันเป็นบุคคลที่รัก เช่น การเปรียบเทียบลูกหลานกับคนอื่น การแบ่งแยกความฉลาดมากกว่าจิตใจ หรือแม้แต่กระทั้งการนินทาบุคคลอื่นบนโต๊ะอาหาร การวิภาควิจารณ์ข่าวในเชิงลบ คุณรู้หรือไม่ว่า สิ่งต่างเหล่านี้ เป็นบ่อเกิดของการสร้างนิสัยบูลลี่ให้กับลูกหลานของคุณเอง @

เมื่อต้องเผชิญกับการถูกบูลลี่ สิ่งที่จะช่วยเป็นเกราะคุ้มครองให้กับตัวเราคือ

1. #การรู้จักตนเอง ค้นหาเพื่อให้ค้นพบตัวเอง เรารู้ตัวเราดีที่สุด เมื่อเรารู้จักตนเองเราก็จะไม่สนใจคำพูดหรือการกระทำของผู้อื่น

2. #หลีกเลี่ยงสถานการณ์ พยายามหลีกเลี้ยงหรือให้ควมคิดเห็นที่อาจส่งเสริมหรือสนับสนุนการบูลลี่

3. #เปลี่ยนสภาพแวดล้อม อย่าทนกับสภาพแวดล้อมที่ก่อให้เกิดการบูลลี่ หากไม่ไหวอย่าทน ให้เปลี่ยนสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้เกิดความสุขความสำเร็จ ดีกว่าทน จนวันหนึ่งจะทนไม่ไหว

4. #ไม่แสดงความรู้สึก ไม่รู้สึกยินดีหรือเสียใจ กับการบูลลี่ ใช่ความเงียบความนิ่ง เข้าสู้ เมื่อผู้บูลลี่ไม่ได้รับการตอบสนอง จากการศึกษาพบว่าผู้บูลลี่จะหยุดพฤติกรรมในที่สุด

5. #ปรึกษานักจิตวิทยา หากพยายามแล้วแก้ไข้แล้วยังส่งผลต่อสภาพจิตใจ อย่าปล่อยไว้ให้พบนักจิตแพทย์เพื่อทำการบำบัด

การบูลลี่ ป้องกันได้ด้วย....... จิตใจที่เข้มแข็งและสติ

💚
24/04/2020

💚

การบูลลี่ไม่ใช่เรื่องตลก! เป็นปัญหาการกลั่นแกล้งของคนในสังคม ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในสถานศึกษา สังคมที่ทำงาน และบนโลกออนไลน์ ปัญหานี้เกิดขึ้นทุกวัน วันนี้เรามาเรียนรู้วิธีการสู้และการให้กำลังใจตัวเองให้พ้นจากการโดนบูลลี่กันค่ะ

“Who are you เธอคนนั้น คือ ฉันอีกคน”
ออกอากาศ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ 21:30 น. ทางช่อง GMM25 | 23:00 น. บน LINE TV
เริ่ม วันเสาร์ที่ 2 พฤษภาคมนี้


ขอบคุณข้อมูล
https://ngthai.com/cultures/14740/why-do-people-bully/
https://www.admissionpremium.com/content/5166

❤
25/03/2020

ที่อยู่

โรงเรียนนางิ้ววิทยาสรรค์
Khon Kaen
40280

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ เรื่องของฉัน มันสนุกหรอผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง เรื่องของฉัน มันสนุกหรอ:

ทางลัด

แชร์

ประเภท