ส่งต่อความรู้สู้ภาวะซึมเศร้า

ส่งต่อความรู้สู้ภาวะซึมเศร้า เพจที่แชร์เรื่องราวความรู้เกี่ยวก?

สวัสดีค่ะ หลังจากที่เข้าร่วมกับโครงการวิจัยวิจัย ส่งต่อความรู้สู้ภาวะซึมเศร้าเป็นระยะเวลาสามสัปดาห์แล้วแอดมีแบบสอบถามที่...
12/03/2020

สวัสดีค่ะ หลังจากที่เข้าร่วมกับโครงการวิจัยวิจัย ส่งต่อความรู้สู้ภาวะซึมเศร้าเป็นระยะเวลาสามสัปดาห์แล้ว
แอดมีแบบสอบถามที่จะช่วย”วัดสุขภาพจิต”หลังได้เข้าร่วมโครงการวิจัยมาฝากค่ะ
📍มาสำรวจสุขภาพจิตของตนเองไปด้วยกันนะคะ🥰🥰
⏬คลิกที่ลิ้งค์นี้⏬

แบบประเมินนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสุขภาพจิตและภาวะอารมณ์เศร้า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา GE 362785 CREATIVE THINKI...

วันนี้แอดมินมีบทความเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับบุคคลที่เป็นโรคซึมเศร้ามาให้ได้ลองอ่านกัน จะเป็นยังไงบ้างมาลองอ่านกันดูค่ะ   ...
11/03/2020

วันนี้แอดมินมีบทความเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับบุคคลที่เป็นโรคซึมเศร้ามาให้ได้ลองอ่านกัน จะเป็นยังไงบ้างมาลองอ่านกันดูค่ะ
บางครั้งผู้ป่วยดูเงียบขรึม บอกไม่อยากพูดกับใคร ก็อาจต้องตามเขาบ้าง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ใช่จะปล่อยเขาไปหมด หากสังเกตว่าช่วงไหนเขาพอมีอารมณ์แจ่มใสขึ้นมาบ้างก็ควรชวนเขาพูดคุยถึงเรื่องที่เขาเคยชอบ เคยสนใจ อาจเริ่มด้วยการคุยเล็กๆ น้อยๆ ไม่สนทนานานๆ เพราะเขายังไม่มีสมาธิพอที่จะติดตามเรื่องยาวๆ ได้นาน และยังเบื่อง่ายอยู่ การที่ญาติมีท่าทีสบายๆ ใจเย็น พร้อมที่จะช่วย และในขณะเดียวก็ไม่กระตุ้นหรือคะยั้นคะยอเกินไปเมื่อสังเกตว่าเขายังไม่พร้อม จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายลง ไม่เครียดไปตามญาติ หรือรู้สึกว่าตนเองแย่ที่ไม่สามารถทำตามที่ญาติคาดหวังได้
ผู้ที่กำลังซึมเศร้าบางครั้งอาจเกิดความรู้สึกท้อแท้ ไม่เห็นหนทางแก้ปัญหา อาจรู้สึกอยากตายได้ ผู้ที่มีความรู้สึกเช่นนี้แม้ว่าบางคนจะไม่บอกใคร แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะบอกคนใกล้ชิดเป็นนัยๆ ญาติควรใส่ใจ หากผู้ป่วยพูดจาในทำนองสั่งเสีย ล่ำลา หรือพูดเหมือนกับจะไม่อยากมีชีวิตอยู่ โดยเฉพะถ้าเขาไม่เคยมีท่าทีทำนองนี้มาก่อน ผู้ป่วยบางคนไม่รู้ว่าจะบอกคนอื่นอย่างไรถึงเรื่องอยากตายของตน รู้สึกสองจิตสองใจ ใจหนึ่งอยากตาย ใจหนึ่งเป็นห่วงคนใกล้ตัว จะปรึกษาใครก็กลัวคนว่าคิดเหลวไหล การบอกเป็นนัยๆ นี้แสดงว่าจิตใจเขาตอนนั้นกำลังต้องการความช่วยเหลือ ต้องการคนเข้าใจอย่างมาก
เรื่องหนึ่งที่มักเข้าใจผิดกันคือ คนมักไม่ค่อยกล้าถามผู้ป่วยถึงเรื่องความคิดอยากตาย เพราะเกรงว่าจะเป็นการไปชี้โพรงให้กระรอก แต่จริงๆ แล้วๆ ไม่เป็นเช่นนั้น ความคิดอยากตายมักเกิดจากการครุ่นคิดของผู้ป่วยจากมุมมองต่อปัญหาที่บิดเบนไปมากกว่า ไม่ได้เป็นเพราะคำถามเรื่องนี้ ในทางตรงกันข้าม การถามกลับเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึก ความตึงเครียด คับข้องใจลดลง
หากผู้ป่วยพูดถึงเรื่องอยากตาย อย่าบอกว่า “อย่าคิดมาก” “ให้เลิกคิด” หรือ “อย่าสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น” คำพูดทำนองนี้อาจทำให้เขารู้สึกว่าญาติไม่สนใจรับรู้ปัญหา เห็นว่าเขาเหลวไหล ญาติควรให้ความสนใจ เปิดโอกาสให้เขาได้พูดถึงความคับข้องใจ จากประสบการณ์การเป็นแพทย์ของผู้เขียนพบว่า ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อย ไม่มีโอกาส หรือไม่ได้พูดความคับข้องใจหรือปัญหาของตนเองให้คนใกล้ชิด เพราะมีความรู้สึกว่า “เขาคงไม่สนใจ” “ไม่อยากรบกวนเขา” “ไม่รู้ว่าจะเล่าให้เขาฟังตอนไหน” ในช่วงภาวะวิกฤตินั้นสิ่งที่ผู้ที่ทุกข์ใจต้องการมากคือผู้ที่พร้อมจะรับฟังปัญหาของเขาด้วยความเข้าใจ อย่าเพิ่งรีบไปให้คำแนะนำโดยที่เขายังไม่ได้พูดอะไร การที่เขาได้พูดระบายออกมาเป็นการเปิดโอกาสให้ญาติได้เห็นชัดเจนขึ้นว่าปัญหา หรือสิ่งที่ผู้ป่วยเห็นว่าสำคัญคืออะไร ซึ่งอาจจะแตกต่างจากที่ญาติเคยคิดมาก่อนก็ได้
เมื่อผู้ป่วยได้พูดระบายความคับข้องใจออกมา จิตใจจะผ่อนคลายลง สภาพจิตใจตอนนี้เริ่มจะเปิดกว้างพร้อมที่จะรับฟังผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่เขาเกิดความไว้วางใจ ซึ่งก็คือผู้ที่รับฟังปัญหาของเขายามที่เขาทุกข์ใจมากที่สุดนั่นเอง ณ จุดนี้ ญาติจะสามารถชี้ให้ผู้ป่วยได้มองปัญหาจากแง่มุมอื่นๆ ได้เห็นทางเลือกอื่นๆ ในการแก้ปัญหา หากได้พูดคุยแล้วเห็นว่าผู้ป่วยยังมีความรู้สึกท้อแท้อยู่สูง มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายมากก็อย่าได้ไว้วางใจ ควรพาไปพบแพทย์
ในช่วงที่ผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้ามากนั้น หากเขายังทำอะไรไม่ได้ก็ควรจะให้พักผ่อนไปจะดีกว่าการไปบังคับให้เขาทำโดยที่ยังไม่พร้อม หากอาการเริ่มดีขึ้น ก็อาจค่อยๆ ให้งานหรือชวนให้เขาร่วมกิจกรรมที่พอทำได้บ้าง เป็นงานที่ไม่ต้องอาศัยสมาธิมากนัก หากเป็นงานที่มีการเคลื่อนไหว เคลื่อนที่จะดีกว่างานที่ผู้ป่วยนั่งอยู่เฉยๆ เพราะการมีกิจกรรมจะทำให้ความคิดฟุ้งซ่าน การอยู่กับตนเองลดลง
นอกจากนี้ยังมีวีโดโอที่น่าสนใจมาให้ได้ลองชมกันค่ะ

คลิปที่เป็นเอก รัตนเรือง ร่วมกับดาราชั้นนำอย่างหมิว ลลิตา นก สินจัย บี น้ำทิพย์ อุ๋ม อาภาศิริ ดีเจเฟี๊ยต แล....

เครียดซึมเศร้า เราจะรักษาที่ไหนดี?🤔วันนี้แอดมินจะมาบอก...เบอร์โทรสายด่วนและรายชื่อโรงพยาบาลที่มีจิตแพทย์ให้การรักษาโรคซึ...
09/03/2020

เครียดซึมเศร้า เราจะรักษาที่ไหนดี?🤔
วันนี้แอดมินจะมาบอก...เบอร์โทรสายด่วนและรายชื่อโรงพยาบาลที่มีจิตแพทย์ให้การรักษาโรคซึมเศร้า เป็นข้อมูลจำเป็นที่ทุกคนต้องมี เพราะสามารถแนะนำและส่งต่อให้คนรอบข้างที่มีภาวะเครียดหรือเสี่ยงซึมเศร้าได้ เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี
ส่งต่อความรู้ ความใส่ใจ ให้กับคนรอบข้างและคนที่คุณรักกันนะคะ🥰
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
ขอบคุณแหล่งที่มา : https://news.thaipbs.or.th/content/278345

08/03/2020

วันนี้แอดมินมีบทความดีๆเกี่ยวกับสาเหตุของโรคซึมเศร้า วิธีรับมือกับความเศร้าและป้องกันกับโรคซึมเศร้าง่ายๆมาให้ทุกคนได้ลองอ่านกัน จะมีสาเหตุและวิธีไหนบ้างลองมาอ่านกันค่ะ
เคยสังเกตมั้ย? คนรอบข้างตัวคุณตอนนี้มีอย่างน้อย 1 คนที่กำลังป่วยเป็น "โรคซึมเศร้า" ในอดีตผู้คนอาจจะไม่ได้ใส่ใจโรคนี้มากเท่าไร เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว และมองว่าเป็นโรคของคนที่มีอาการทางจิต แต่จริง ๆ แล้ว ภาวะซึมเศร้า มันใกล้ตัวยิ่งกว่าที่คิด โดยเฉพาะผู้คนในสังคมเมือง หากพบว่าในช่วง 1-2 สัปดาห์มานี้ ตัวคุณมีความผิดปกติทางด้านอารมณ์และจิตใจ ขอแนะนำว่าควรหันมาดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองเป็น "โรคซึมเศร้า"

สาเหตุ "โรคซึมเศร้า" เกิดจากอะไร?
สาเหตุของโรคซึมเศร้าเกิดจาก ด้านกายภาพ ด้านชีวภาพ เช่น สารเคมีในสมองไม่สมดุล การเจ็บป่วยด้วยโรคทางกายบางอย่าง การใช้สารเสพติดหรือยาบางประเภท ก็ทำให้มีอาการของโรคซึมเศร้าได้เช่นกัน
ส่วนด้านจิตใจ เช่น ทักษะการปรับตัวต่อปัญหา การจัดการความเครียด และบุคลิกภาพ นอกจากนี้ คือ ปัจจัยด้านสังคม เช่น มีการสูญเสีย คนใกล้ตัวมีความเครียด หรือมีความเจ็บป่วยเรื้อรัง เป็นต้น
โรคซึมเศร้า ไม่ใช่โรคร้ายแรง ไม่ได้แปลว่าเป็นคนโรคจิตหรือมีอาการทางจิต เป็นโรคที่รักษาให้หายได้ด้วยการรับประทานยารักษาโรคซึมเศร้า หรือยาปรับสารเคมีในสมอง ส่วนด้านจิตใจ ควรมีการพูดคุยกับคนใกล้ตัว การมองหาความช่วยเหลือ หรือหนทางในการแก้ปัญหาใหม่ๆ ควรดึงครอบครัวหรือคนใกล้ชิดเข้ามามีส่วนร่วม รวมถึงการปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

วิธีรับมือความเศร้า ป้องกัน "โรคซึมเศร้า"
1. หัดยอมรับตัวเอง
ฝึกสำรวจตัวเอง เรียนรู้ รู้จักตัวเองมากขึ้น และฝึกยอมรับในสิ่งที่ตนเองเป็น ทั้งข้อดีและข้อเสีย เพื่อที่จะช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ที่ทำให้ผิดหวังเสียใจได้ รู้จักขอบคุณตัวเองและแสดงความภาคภูมิใจในตัวเองอยู่เสมอ เมื่อได้ลงมือทำในสิ่งที่ดี ชีวิตมีขึ้นมีลง แค่รับมือกับมันได้ตัวคุณก็จะเบาสบายขึ้น
2. หัวเราะเยอะๆ
เมื่อรู้สึกทุกข์ ควรพาตัวเองอยู่กับสิ่งที่ทำให้รู้สึกเพลิดเพลิน เช่น ดูภาพยนตร์ตลก หรืออ่านเรื่องขำขัน หรือพูดคุยกับเพื่อนๆ ในเรื่องขบขันสนุกสนาน เพื่อช่วยคลายเครียด ช่วยคลายความทุกข์ในใจได้ดีทีเดียว
3. ระบายความรู้สึก
ควรเรียนรู้ที่จะหาวิธีปลดปล่อยความรู้สึกเศร้า โกรธ ผิดหวัง หรือเสียใจออกมา เพราะอาการซึมเศร้ามักเกิดจากการเก็บกดอารมณ์ความรู้สึกไว้ เราทำได้โดยการพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ ตะโกน หรือร้องไห้ออกมาดังๆ หรือเขียนความรู้สึกลงในสมุดบันทึก
4. ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายช่วยต้าน "โรคซึมเศร้า" ได้ เนื่องจากการออกกำลังกายช่วยเพิ่มระดับสารเคมี "เซโรโทนิน" ในสมอง รวมถึงเพิ่มการหลั่งสารเอนดอร์ฟีนที่ช่วยทำให้ผ่อนคลายและอารมณ์ดีขึ้น แถมยังช่วยให้สุขภาพด้านอื่นๆ ดีขึ้นด้วย
5. ออกไปเที่ยวบ้าง
รู้หรือไม่? การเดินทางท่องเที่ยวถือเป็น "ยาดี" สำหรับคนที่มีภาวะซึมเศร้า เพราะเป็นการหนีห่างจากสิ่งแวดล้อมเดิมๆ ที่ทำให้รู้สึกเหนื่อยหน่าย เศร้า เบื่อ ฯลฯ เปลี่ยนไปสู่สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ ที่สดใส มีพลังมากขึ้น ได้พบเห็นสิ่งใหม่ๆ วัฒนธรรมใหม่ๆ ผู้คนใหม่ๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ผ่อนคลายความเครียด และคลายความเศร้าได้ดีเช่นกัน
6. ทำงานอดิเรก
หากมีเรื่องเครียดๆ หรือเรื่องที่ทำให้เศร้าอยู่นาน ต้องพยายามสะบัดความรู้สึกเหล่านั้นออกไป แล้วไปหาอะไรทำที่สร้างสรรค์ ฝึกสมาธิ อย่างการทำงานอดิเรกก็ช่วยได้นะ เช่น ปลูกต้นไม้ วาดรูป ระบายสี ทำอาหาร เย็บปักถักร้อย เป็นต้น
7. Positive Thinking
การมองโลกในแง่ดี ช่วยลดความวิตกกังวลได้จริง โดยอาจจะเริ่มจากฝึกคิดในมุมบวก ฝึกมองเรื่องต่างๆ รอบตัวในมุมบวก ฝึกมองผู้อื่นในแง่ดี และรู้จักชื่นชมคนอื่น หากทำได้จะเป็นการเติมเต็มความสุขให้กับชีวิตของคุณได้มากขึ้นแน่นอน และอย่าลืมว่าคุณไม่ได้อยู่คนเดียวในโลกอย่าลืมครอบครัวและเพื่อนฝูง คุณสามารถเปิดใจและพูดคุยกับพวกเขาได้ตลอดเวลา
ที่มา : https://www.thaihealth.or.th/Content/49170-7%20%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%20%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2.html

เที่ยงแล้วทุกคนทานข้าวกันรึยังคะ? สำหรับคนที่รู้สึกว่าตัวเองมีอาการซึมเศร้าหรือว่าต้องการช่วยเหลือคนที่เรารักที่เผชิญกับ...
05/03/2020

เที่ยงแล้วทุกคนทานข้าวกันรึยังคะ?
สำหรับคนที่รู้สึกว่าตัวเองมีอาการซึมเศร้าหรือว่าต้องการช่วยเหลือคนที่เรารักที่เผชิญกับโรคซึมเศร้านี้อยู่ วันนี้เรามีวิธีการบรรเทาอาการซึมเศร้าอย่างง่ายๆมาแนะนำกัน ซึ่งมีทั้งหมด 8 วิธี อาจเริ่มต้นจากหนึ่งในวิธีเหล่านี้ หรือหลายๆวิธีรวมกันก็ได้ โรคซึมเศร้าต้องการการเยียวยาและกำลังใจอย่างมากทั้งจากตัวเองและคนรอบข้าง เพราะต้องค่อยๆทำการรักษาไปเรื่อยๆจนกว่าจะเจอหนทางที่ใช่ ถ้าวิธีนี้ยังไม่ใช่ เราก็จะมาบอกแนวทางใหม่ๆให้ทุกคนได้ลองกันนะคะ ^___________^
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-
-

-
ขอบคุณแล่งที่มา : https://www.organicbook.com/mind/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%8B%E0%B8%B6%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2/?fbclid=IwAR2yBNyS3BpfwMeUZiP1ZrEHFOwsHIhk-gpB1C84OjLRYQXT1Rp7TE1JEt0

04/03/2020

วันนี้แอดมีบทความเกี่ยวกับผู้ที่เคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับโรคซึมเศร้าและสามารถผ่านจุดนั้นมาได้ เรื่องราวจะเป็นยังไงมาดูกันเลยค่ะ
เปิดประสบการณ์ตรง สาวสวยโปรไฟล์ดี ป่วยซึมเศร้า 7 ปี เจ็บทรมาน คิดลาโลก
คุณจัน วัย 32 ปี สาวสวยหน้าที่การงานมั่งคง ทำงานในบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง ผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามานานกว่า 7 ปี พร้อมเล่าประสบการณ์ตรงของการเผชิญกับโรคนี้ให้ฟังว่า เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อตอนอายุ 25 ปี วันนั้นขณะนอนอยู่ในบ้านคนเดียวเวลาตี 1 กว่าๆ อยู่ๆ ก็รู้สึกแน่นหน้าอก คิดว่าตัวเองกำลังจะตาย และรอไม่ได้จึงโทรให้แม่พาไปหาหมอ ตอนนั้นเข้าห้องฉุกเฉิน และอยู่ราวๆ หนึ่งชั่วโมง เพื่อหาสาเหตุต่างๆ แต่กลับไม่พบ ร่างกายปกติทุกอย่าง ผ่านไปไม่กี่วันก็รู้สึกแน่นหน้าอกอีกครั้ง แต่พอไปหาหมอก็บอกเหมือนเดิมว่าปกติ
จนครั้งที่ 3 รู้สึกแน่นหน้าอกอีกครั้ง เหมือนกำลังจะตาย แต่พอไปพบคุณหมอกลับบอกว่าร่างกายปกติ จนคุณหมออายุรกรรมถามว่า "เคยไปพบจิตแพทย์หรือยัง?" นั่นแหละทำให้รู้ว่า เรากำลังเผชิญกับโรคที่ไม่คิดไว้มาก่อนหน้านี้ จึงตัดสินใจลองไปพบจิตแพทย์ตามที่หมอส่งไป พอเล่าเรื่องทุกอย่างให้หมอฟัง เค้าก็บอกว่าเราเป็น "โรคแพนิค" ที่จะมีอาการตื่นตระหนกโดยไม่มีเหตุผล หาสาเหตุไม่ได้ หวาดกลัวอย่างรุนแรง อาการที่มีจะออกเป็นมือเท้าเย็นไปหมด ใจเต้นแรง
คงเป็นเพราะตอนนั้นมีเรื่องที่วิตกกังวล คือ เรื่องครอบครัว หลังจากพ่อแม่แยกทางกัน ครอบครัวจากที่ดีมาตลอด เราไม่เคยต้องแบกรับภาระอะไรเลย พอเรียนจบก็ต้องแบกรับภาระทั้งบ้านทันที รวมทั้งเป็นห่วงแม่ ชอบคิดตลอดว่าเราดูแลเค้าไม่ดีพอ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะลึกๆ แล้ว เรารู้สึกว่ารับมันไม่ไหว แต่ทำอะไรไม่ได้ คือเราแบกทุกเรื่องไว้กับตัวเองนั่นแหละ
หลังจากพบหมอครั้งแรก หมอก็ให้ยาชนิดเบาที่สุด กลับมาทานวันละ 1 เม็ด (แค่หลังอาหารมื้อเช้า) แต่อาการที่เกิดขึ้นหลังรู้ว่าป่วยเป็น โรคแพนิค คือ ไม่กล้าออกไปไหน ไม่กล้าไปทำงาน ไม่กล้าไปเจอคน จากเมื่อก่อนเป็นคนร่าเริง คุยเก่ง ใจร้อน ชอบไปเที่ยว ชอบช็อปปิ้ง ก็กลายเป็นคนตรงกันข้าม ไม่ไปไหน ติดแม่ ไม่ใช้เงิน ใจเย็น คิดก่อนพูด คิดก่อนทำ การลางาน 2 อาทิตย์หลังจากรักษาตัวก็เริ่มขึ้น โชคดีมากที่ตอนนั้นหัวหน้าเข้าใจ เขาก็ให้ลางานอยู่บ้าน
ซึ่งตอนนั้นออกไปไหนไม่ได้เลย คุณยายเคยพาไปห้างตอนกลางวัน กลับร้องไห้ลั่นห้าง จะกลับบ้านอย่างเดียว เพราะอยู่กับคนข้างนอกไม่ได้ แปลกจนที่บ้านคิดว่าโดนทำคุณไสยซะด้วยซ้ำ เพราะเราป่วยตอน 25 เบญจเพสพอดี อาการเรากินไม่ได้ นอนไม่หลับ น้ำหนักลดไปเกือบ 10 กิโลด้วยระยะเวลาเพียงสองอาทิตย์เท่านั้น
จากนั้นพอทานยาไปเรื่อยๆ จนผ่านไป 2 ปี คุณหมอก็เริ่มจะสั่งให้หยุดยา เพราะเราก็ใช้ชีวิตปกตินะ แต่พอผ่านไป 4-5 เดือน อาการก็กลับมากำเริบอีกครั้ง จนต้องกลับไปหาหมอ แล้วหมอก็ขู่ว่า "ถ้ากลับมาหาหมออีกจะต้องกินยาระยะยาว 5 ปี" ด้วยความที่ไม่อยากกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีก จึงพยายามรักษาด้วยตนเอง หากช่วงไหนรู้สึกเศร้า ก็จะหาอะไรทำไม่ให้รู้สึกว่าต้องอยู่กับความเศร้า แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ ตกตอนเย็นก็ร้องไห้ทุกวันนานกว่า 2 อาทิตย์ และมีอาการออกทางภายนอกด้วยการอาเจียนออกมา ซึ่งคุณหมอบอกอาการไม่ดี เพราะมันออกทางร่างกายแล้ว คือนอกจากร้องไห้ ซึมเศร้า ก็ยังอาเจียนด้วย
กระทั่งถึงครั้งที่พีคที่สุด คือนอนอยู่แล้วรู้สึกทรมาน เจ็บปวด หดหู่ อยากฆ่าตัวตาย เพราะตอนหลับตาก็จะเห็นภาพตัวเองพยายามปีนรั้วกระโดดตึกตลอดเวลา แต่สุดท้ายก็ไม่กล้าทำ เพราะคิดถึงคนข้างหลัง คิดถึงแม่มาก จนต้องยอมแพ้และกลับไปหาหมอเพื่อเริ่มรักษาตัวอีกเป็นครั้งที่ 3 (จนได้) และครั้งนี้คุณหมอบอกว่าเราเป็นมากกว่าโรคแพนิคแล้ว คือ โรคซึมเศร้า ได้กล้ำกรายชีวิตเราไปแล้ว
สำหรับปัจจุบันเราใช้ชีวิตปกติ ไปเที่ยว กินอิ่ม นอนหลับ แต่ก็ยังคงกินยาทุกวัน ซึ่งหมอเคยสั่งให้หยุดยาหลายครั้งแล้ว แต่กลับไม่กล้า เพราะกลัวจะต้องวนกลับไปเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ที่สำคัญรู้สึกว่าคนรอบข้างช่วยได้เยอะ เราไม่เคยได้ยินคำว่า "เรียกร้องความสนใจ" จากพวกเขาเลย ทั้งยังเคยพูดกับแฟนว่า "หนูต้องกินยาไปตลอดชีวิตเลยนะ" แฟนตอบกลับมาว่า "ไม่เห็นเป็นไรเลย ข้าวเรายังต้องกินทุกวัน และแค่กินยาทุกวันทำไมจะกินไม่ได้" นับเป็นการช่วยรักษาเราให้อาการดีขึ้นได้ดีจนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ อยากฝากถึงคนรอบข้าง ที่อยู่กับคนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ว่า "แค่มีคนรับฟังก็ดีเท่าไรแล้ว" ยังคงเชื่อว่า ยา, ครอบครัว และการทำในสิ่งที่ชอบ เป็นการช่วยรักษาให้เราดีขึ้นได้ รวมทั้งการให้กำลังใจ ถือเป็นสิ่งที่ช่วยให้ผู้ที่ป่วยทุกคนอาการดีขึ้น สำหรับคนที่กลัวการไปพบจิตแพทย์นั้น จริงๆ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หากใครกลัวก็ควรหาคนที่เราไว้ใจเพื่อพูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ เพื่อไม่ให้รู้สึกว่าอยู่บนโลกนี้เพียงลำพัง
ที่มา : https://www.thairath.co.th/news/society/1669446

03/03/2020

วันนี้แอดมานำกำลังใจดีดี และประสบการ์ณของผู้มีประสบการ์ณเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า และผ่านเรื่องราวต่างๆมาได้
_______________________________
ขอบคุณแหล่งที่มา:https://www.youtube.com/watch?v=yypoHWYw9XA&t=139s

วันนี้แอดจะมาฝากถึง 9 วิธีต้านโรคซึมเศร้า นะคะ เราสามารถการดูแลตนเองได้เบื้อองต้นอย่างง่าย ตามนี้กันเลยยย ถ้าหากเราปฎิบั...
03/03/2020

วันนี้แอดจะมาฝากถึง 9 วิธีต้านโรคซึมเศร้า นะคะ เราสามารถการดูแลตนเองได้เบื้อองต้นอย่างง่าย ตามนี้กันเลยยย ถ้าหากเราปฎิบัติกันตามนี้แล้วยังไม่เพียงพอ แอดก็ขอแนะนำให้ไปพบจิตแพทย์ ซึ่งควรเปลี่ยนทัศนคติที่ว่า ที่ไปพบจิตแพทย์ คือ คนเป็นบ้า เราทุกคนสามารถสอบถาม ปรึกษาคุณหมอกันได้น๊าา
_______________________________
ขอขอบคุณแหล่งที่ม่า
https://www.manarom.com/blog/depression_disorder.html?fbclid=IwAR2hzJ8jjfP6vL8CtE9Sslq_fPdmmMzyQ-1h_XMiDQS2dm1twF9WS0e7IUo

วันนี้แอดจะมาพูดถึงสัญญาณบอกเหตุของโรคซึมเศร้า มี9 สัญญาณหลักๆ หากพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการ ข้อ 1 หรือ 2 ข้อใดข้อห...
28/02/2020

วันนี้แอดจะมาพูดถึงสัญญาณบอกเหตุของโรคซึมเศร้า มี9 สัญญาณหลักๆ หากพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ตัวมีอาการ ข้อ 1 หรือ 2 ข้อใดข้อหนึ่ง ร่วมกับอาการในข้อ 3-9 อย่างน้อย 5 อาการ ติดต่อกันนาน 2 สัปดาห์ ให้สงสัยว่าอาจเป็นโรคซึมเศร้า หากพบเห็น อย่าประมาท ควรพูดคุยกับเขา หรืออาจแนะนำให้เขาไปพบจิตแพทย์ ซึ่งควรเปลี่ยนทัศนคติที่ว่า ที่ไปพบจิตแพทย์ คือ คนเป็นบ้า เพราะการมีอคติเช่นนี้ จะยิ่งทำให้ผู้ป่วยไม่กล้าไปพบแพทย์ ทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและสุดท้ายจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย
_______________________________
ขอขอบคุณแหล่งที่ม่า
:https://www.feidathai.com/?name=hotissue&file=readhotissue&id=654&fbclid=IwAR1_ok3ZuVVvQuymNHc-vW-N1LQeUhbkIt_cXfSsUEiwj_WCfGVMPH0V-FE

สวัสดีค่ะ/ครับ พวกเราคือนักศึกษาชั้นปีที่2 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พวกเราได้เรียนรายวิชาการคิดเชิงสร้างสรรค์แล...
26/02/2020

สวัสดีค่ะ/ครับ พวกเราคือนักศึกษาชั้นปีที่2 คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พวกเราได้เรียนรายวิชาการคิดเชิงสร้างสรรค์และแก้ปัญหา โดยมีอาจารย์เป็นผู้สอน ซึ่งพวกเราได้รับหมอบหมายงานจากดร.ยุพาพร ปรีชากุล อาจารย์ที่ปรึกษา พวกเราจึงมีแนวคิดที่จะตั้งเพจส่งต่อความรู้สู้ภาวะซึมเศร้านี้ขึ้นเพื่อที่จะให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะซึมเศร้า ที่พวกเราคิดว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวและควรให้ความสำคัญ ซึ่งทางเพจของเราจะลงความรู้ แนวทางปฏิบัติต่างๆ และวิดีโอที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้า ให้ทุกท่านได้ติมตาม พวกเราจึงหวังว่าทุกคนจะได้รับความรู้จากข้อมูลต่างๆที่พวกเราได้คัดสรรมาให้ และสามารถส่งต่อความรู้นี้ให้กับผู้อื่นได้ อย่าลืมติดตามกันนะคะ

25/02/2020

วันนี้แอดจะมาแนะนำเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า และทำความเข้าใจเกี่ยวกับคำว่าโรคซึมเศร้า
_________________________________________________
แหล่งที่มา:
THE STANDARD : STAND UP FOR THE PEOPLE
สำนักข่าวที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารในแนวทางสร้างสรรค์

THE STANDARD Website : http:a//www.thestandard.co
Facebook : https://www.facebook.com/thestandardth
Twitter : https://twitter.com/thestandardth

ที่อยู่

Khon Kaen

เบอร์โทรศัพท์

+66822639441

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ส่งต่อความรู้สู้ภาวะซึมเศร้าผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง ส่งต่อความรู้สู้ภาวะซึมเศร้า:

ทางลัด

แชร์

ประเภท