09/05/2026
ลูกอยู่ ม.4-5 เริ่มกังวลรอบพอร์ต พ่อแม่ควรเริ่มยังไงดี?
คำว่า "รอบสะสมผลงาน (Portfolio)" เริ่มรู้สึกเข้าใกล้(ลูกและเรา)มากขึ้นทุกที เปิดเทอมนี้ ลูกก็จะขึ้น ม.4 ม.5 แล้ว รู้สึกยังไม่ค่อยมีผลงาน ไม่รู้จะเริ่มเก็บผลงานตรงไหน? หรือกลัวว่าที่ทำอยู่มันจะ "ใช่" จะมีน้ำหนักมากพอหรือจะมีลุ้น “คณะในฝัน” รึป่าว? ใช่มั้ยคะ
วันนี้ "คุณมัมเปิ้ล" มีแนวทางช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ลด “ความกังวล” ให้กลายเป็น "แผนงาน" ที่ชัดเจนมาฝากกันค่ะ
1. เป็น "พื้นที่ปลอดภัย" และรับฟังความกังวลของลูก
อย่างแรก เมื่อลูกเดินมาบอกว่า "กังวล" นั่นคือสัญญาณที่ดีค่ะ แปลว่าเขารับผิดชอบและเริ่มคิดถึงอนาคต สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรทำ คือ รับฟังโดยไม่กดดัน
❌ "เห็นไหม บอกแล้วให้ทำตั้งนานแล้ว"
✅ "กังวลส่วนไหนมากที่สุด บอกพ่อแม่ได้นะ เดี๋ยวเราช่วยกันหาข้อมูล"
💚 ทริคคุณมัม : คุณพ่อคุณแม่ลองค้นหา “เกณฑ์รอบพอร์ตคณะที่เราแอบเล็งไว้” แล้วอ่านข้อมูลดูกันเองก่อน ว่า ผลงานที่ต้องมี คืออะไรบ้าง? ถ้างงหรือหาไม่เจอ ทักคุณมัมเปิ้ลมาได้นะคะ เดี๋ยวช่วยหาและอธิบาย ศัพท์แนว TCAS เหล่านั้นให้ค่ะ 🥰
2. ชวนลูกหา "เข็มทิศ" (Self-Discovery)
รอบพอร์ตไม่ใช่แค่การรวมเกียรติบัตร แต่มันคือการโชว์ "ตัวตน" และ "ความตั้งใจจริง" (Passion)
• ลองชวนลูกคุยว่า วิชาไหนที่เรียนแล้วมีความสุข? กิจกรรมไหนที่ทำแล้วลืมเวลา?
• ถ้าลูกยังไม่รู้ ให้เริ่มจาก "สิ่งที่ไม่ชอบ" ก่อนก็ได้ค่ะ เพื่อตัดช้อยส์ให้แคบลง
• ลองแบบทดสอบบุคลิกภาพ
•ถ้ามีแนวคณะในใจ : ให้ลองไปงาน Open House คณะ/มหาวิทยาลัยนั้นๆ เพื่อให้เห็นภาพอาชีพในอนาคตที่ชัดขึ้น (ส่วนใหญ่1วันจะลึกไปเลย1คณะหรือทุกคณะแต่1มหาวิทยาลัย) ถ้าดีก็รับมาต่อยอด ถ้าไม่โอเคก็ตัดช้อยส์นี้แบบสบายใจขึ้นทั้งบ้าน
•ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มยังงัย : ลองไปงานที่เน้น Workshop และได้คุยกับรุ่นพี่ นิสิต/นศ.สายตรงทีละหลายๆ คณะ หลายๆ มหาวิทยาลัย แล้วกลับไปเตรียมตัวต่อ
3. กางระเบียบการ "รอบ 1" ของปีที่ผ่านมา
ความกังวลมักเกิดจากการ "ไม่รู้"
วิธีแก้ คือ การหาความจริงหรือเกณฑ์จริงที่รับปีล่าสุด
• ชวนลูกเข้าไปดูเว็บไซต์ทปอ. หรือเว็บของมหาวิทยาลัย ดูเกณฑ์ TCAS รอบ 1 ย้อนหลัง 1-2 ปี
• ดูว่าคณะที่ลูกสนใจ เขาเน้นอะไร?
- เกือบทุกคณะ พิจารณาผลงาน ภาวะผู้นำ จิตอาสา (ควรมี แต่อาจจะไม่ใช่ผลงานที่สำคัญลำดับแรกๆ) ประธาน-สภานักเรียน เหรัญญา สต๊าฟงาน ธนาคารโรงเรียนหรือเยาวชนต่างๆ
- บางคณะเน้นเกรด (GPAX)
- บางคณะเน้นผลงานวิชาการ โครงงาน/สอวน. /การแข่งขันระดับประเทศ/นานาชาติ/ฝึกงานกับ รพ. ศาลหรือหน่วยงานรัฐขั้นต่ำกี่ ชม. กี่วัน บางที่เน้นกิจกรรมจิตอาสา
- บางคณะต้องมีคะแนนสอบภาษาอังกฤษ (IELTS/TOEIC) เช่น แพทย์ รามา ปี 70 นี้ ต้องใช้ข้อสอบ UCAT ด้วย เป็นต้น
• จดออกมาเป็น Check-list: อะไรที่เรามีแล้ว? อะไรที่ยังขาด?แล้วมาบริหารจัดการตารางชีวิตกับการเรียนในเทอมปกติของลูกว่า ไหวมั้ย ทันมั้ย ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่?
4. วางแผนเก็บ "Story" ไม่ใช่แค่ "กระดาษ"
การมีเกียรติบัตร 100 ใบ ไม่สู้การมีผลงาน 5 ชิ้นที่สะท้อนว่า "ลูกเหมาะกับคณะนี้จริงๆ"
• ม.4: เน้นการค้นหาตัวเองและร่วมกิจกรรมหลากหลาย (Generalist) หรือเน้น Workshop แนว Skill-base Certificate
• ม.5: เริ่มเจาะจงกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคณะที่อยากเข้า (Specialist) เช่น อยากเข้าวิศวะ ต้องมีโปรเจกต์โครงงาน หรืออยากเข้าสายอาร์ต ต้องเริ่มรวบรวมชิ้นงาน (Art Work)
💚 ทริคคุณมัมเปิ้ล : ให้ลูกเก็บภาพที่มีตัวเองทำกิจกรรม และจด "สิ่งที่ได้เรียนรู้" จากแต่ละกิจกรรมไว้ด้วย เพราะในพอร์ต กรรมการจะเน้นพิจารณา ส่วนนี้สำคัญมากค่ะ
5. สนับสนุน "เครื่องมือ" และ "กำลังใจ💚"
หน้าที่ของพ่อแม่ คือ ฝ่ายสนับสนุน
• สนับสนุนเรื่องอุปกรณ์ หรือคอร์สเรียนเสริมที่ลูกสนใจจริงๆ ยุคนี้ ถ้าจ่ายเพื่อลูกคือต้องดูด้วยว่าคุ้มมากๆ
• ช่วยจัดตารางเวลา ไม่ให้ลูกทำกิจกรรมมากจนเสียการเรียน (เพราะเกรดยังเป็นประตูบานแรกเสมอ) แต่ไม่ควรตึงเรื่องทำเกรดจนลูกเครียด เพราะรอบพอร์ต เกรดเฉลี่ย = บัตรผ่าน 4.00 ไม่ได้เท่ากับ ติดรอบพอร์ตชัวร์
• ย้ำกับลูกเสมอว่า "พอร์ตที่ดีที่สุด คือพอร์ตที่เป็นตัวเราที่สุดและผลงานต้องตรงประเด็น" ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร
💚จากใจคุณมัมเปิ้ล….
รอบพอร์ตไม่ใช่การวิ่งร้อยเมตร แต่คือ การวิ่งทางไกลค่ะ การที่ลูกเริ่มกังวลตอน ม.4-5 เป็นเรื่องดีและเรายังมีเวลาเหลือมากพอที่จะปั้นพอร์ตให้ตรงประเด็น
ขอแค่เราอยู่เคียงข้าง คอยเป็นโค้ชและกองเชียร์ที่เข้าใจ เท่านี้ลูกก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ🥰
💚 สู้ๆ นะคะคุณพ่อคุณแม่ มัมเปิ้ลเป็นกำลังใจให้ ให้อยากปรึกษา คอมเม้นท์/ทักมาถามได้เลยนะคะ