Fairy secret แบ่งปันความรู้ สุขภาพ กาย ใจ

มีกิจกรรมดีๆ  เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต  สนใจรายละเอียดตามข้อความข้างล่างนี้เลยค่ะ👇🏻Music and Human being ในความคิด ของห...
15/04/2026

มีกิจกรรมดีๆ เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต สนใจรายละเอียดตามข้อความข้างล่างนี้เลยค่ะ👇🏻

Music and Human being
ในความคิด ของหลายท่าน อาจคิดว่า ดนตรีเป็นเรื่องไร้สาระ เป็นเรื่องน่าแปลกที่ ดนตรี เป็นสิ่งที่พัฒนา ควบคู่กับ มนุษย์ มาตลอด และในปัจจุบัน มีหลายๆคนคิดว่า ไม่จำเป็นต้องสนใจ ให้ความสำคัญกับสิ่งไร้สาระ แบบนี้ (เอาเวลาไปสนใจ มุ่งมั่นกับสิ่งที่จะช่วยให้เราเก่งขึ้น หรือหาเงินได้มากขึ้นดีกว่า) ในทางตรงข้าม บางคนคิดว่า ดนตรี เป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต ที่จะขาดไปไม่ได้ หรือ บางคนอาจชอบดนตรีมาก จนกระทั่งไม่สนใจอย่างอื่นอีก เลือกศึกษาดนตรีอย่างจริงจัง และใช้ประกอบอาชีพเมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่
เมื่อมองดู การดำเนินชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบัน มีความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น จากความไม่สมดุลของชีวิต มากมาย ดนตรี สามารถช่วยทำให้เกิดความสมดุลได้อย่างน่า มหัศจรรย์

อบรม ดนตรีบำบัด 'Music and Human being'
โดย ครู Stephan Kühne.
30เม.ย. -​2 พ.ค.2026
9.00-16.30 , Baanrak​ Waldorf​ Kindergarten, Sukumvit​ 40, Bangkok.
Fee​ : 9000​ baht​
อบรมเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมการแปล ภาษาไทย
ติดต่อ ครูมัย
Line​ ID​ : namaipat
E-mail​ : [email protected]
Messenger​ : Napat​ Chaisubunkanok

🔔 แจ้งข่าวดี! 🔔ขอเชิญชวนคุณครูและผู้ปกครองเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ “การใช้ Bothmer ในบริบทโรงเรียน” ✨ ที่จะพาคุณไปค้นพ...
14/10/2025

🔔 แจ้งข่าวดี! 🔔

ขอเชิญชวนคุณครูและผู้ปกครองเข้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการ
“การใช้ Bothmer ในบริบทโรงเรียน” ✨ ที่จะพาคุณไปค้นพบพลังของการเคลื่อนไหวเพื่อช่วยพัฒนาเด็ก ๆ ทั้งในด้านการเรียนรู้ 🧠 สุขภาพกาย 🤸 และความมั่นใจในตนเอง 💪

พบกับ ครู Adrian Constantinescu 👨‍🏫 ผู้เชี่ยวชาญด้านการเคลื่อนไหวบำบัดจากประเทศเยอรมนี ที่จะมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์สุดพิเศษ

ในเวิร์กชอปนี้คุณจะได้:
ทำความเข้าใจ: การเคลื่อนไหวช่วยเด็กที่มีปัญหาในการเรียนรู้อย่างไร? 🤔

เรียนรู้: วิธีใช้ Bothmer เพื่อส่งเสริมเจตจำนง ความมั่นใจ และทักษะทางสังคม

นำไปใช้: ตัวอย่างการใช้การเคลื่อนไหวในการทำงานกับผู้ใหญ่ในชุมชน เช่น การประชุมครูหรือผู้ปกครอง

รายละเอียด:
🗓️ วันที่: 21 - 22 ตุลาคม 2568
⏰ เวลา: 9:00 - 17:30 น.
📍 สถานที่: โรงเรียนไตรพัฒน์
💰 ค่าใช้จ่าย: 3,000 บาท/ท่าน (รวมอาหารว่าง ไม่รวมอาหารกลางวัน)
👥 รับจำนวนจำกัด: เพียง 20 ท่านเท่านั้น!

ลงทะเบียนด่วน!
สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ - 13 ต.ค. 2568
✅ ลงทะเบียนออนไลน์: https://forms.gle/pyS4ghvmToTwPt7k7
💳 โอนเงิน: ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ชื่อบัญชี นางสาวนันทนา เกษมโกสินทร์ เลขที่ 800-9-38340-7
(การลงทะเบียนจะสมบูรณ์เมื่อชำระเงินแล้วเท่านั้น และขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณีหากยกเลิกหรือไม่มาเข้าร่วมตามกำหนด)

📞 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่:

Line:

โทร: 085-9948298, 02-1590702

แล้วพบกันนะคะ! 💫

07/09/2025

มีบทความชวนคิดจากเพจ มาส่องแสง มาแบ่งปันค่ะ

เห็นว่าเป็นโยชน์จึงนำมานำเสนอให้อ่านกันดูอีกช่องทาง

ขออนุญาต เจ้าของเพจเลยด้วยละกันค่ะ

"พลังชีวิตและพลังงานติดขัด"

“พลังงานติดขัด คือเสียงสะท้อนว่า เรามีบางสิ่งที่ยังไม่ได้รับการยอมรับและปลดปล่อย”
..เจอข้อความหนึ่งเขียนไว้ตามนี้ ด้วยความสงสัยก็ลองเชื่อมต่อเรื่องนี้ก่อนนอนจ้าาา

หากขยายความ “พลังงานติดขัด” (Blocked Energy) ให้ลึกขึ้น จะเห็นภาพว่าไม่ใช่เพียงปัญหาด้านอารมณ์หรือสุขภาพ แต่ยังเกี่ยวข้องกับ “โครงสร้างพลังงานภายใน” ที่ละเอียดอ่อนอีกด้วย

มาสืบค้นเรื่องนี้ไปด้วยกันค่ะ

///////////////////////////////

“พลังงานติดขัดคืออะไร”

ก่อนอื่น ขอเกริ่นถึง พลังชีวิต (Life Force) พลังงานละเอียดที่ทำให้เรามีชีวิต เคลื่อนไหว รับรู้ และเชื่อมโยงกับจักรวาล พลังชีวิตเปรียบเหมือนแม่น้ำที่ควรไหลเวียนอิสระ ผ่านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ

พลังชีวิตนี้มีชื่อเรียกแตกต่างกัน เช่น Chi (จีน) Prana (อินเดีย) Ki (ญี่ปุ่น) แต่แนวคิดหลักเหมือนกัน คือเป็นแรงชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายและรอบตัวเรา

ช่องทางที่เชื่อมกับพลังชีวิต เช่น
• ลมหายใจ : ทุกการหายใจคือการรับและปล่อยพลังชีวิต การหายใจลึกและช้าเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของพลังชีวิตให้สมดุล
• จักระ: ศูนย์กลางพลังงานที่หมุนเวียนและแจกจ่ายพลังไปทั่วร่างกาย เมื่อจักระใดติดขัด พลังชีวิตส่วนที่เกี่ยวข้องก็จะหยุดชะงัก
• เส้นลมปราณ (Nadi) : เส้นทางที่พลังชีวิตไหลผ่านทั่วร่างกาย คล้ายเส้นเลือดแต่เป็นระดับพลังงานละเอียด การไหลที่ไม่ติดขัดคือกุญแจสู่ความสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ
• ธรรมชาติ : พลังชีวิตปรากฏในดิน น้ำ ลม ไฟ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ การเชื่อมต่อกับธรรมชาติช่วยให้พลังชีวิตเติมเต็มและไหลเวียนอย่างเป็นธรรมชาติ

พลังชีวิตคือสิ่งที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง จิตใจสงบ และจิตวิญญาณเชื่อมต่อกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า แต่เมื่อพลังชีวิตไหลติดขัดหรืออุดตัน ไม่ว่าจะจากประสบการณ์ เจ็บปวด ความเชื่อจำกัด หรือพลังงานแวดล้อม ฯลฯ ย่อมจะส่งผลให้เกิด “พลังงานติดขัด” (Blocked Energy) พลังงานไม่ไหลเต็มที่ ร่างกายเหนื่อยง่าย จิตใจฟุ้งซ่าน อารมณ์ขาดสมดุล และจิตวิญญาณรู้สึกแยกตัวออกจากตัวตนแท้จริง

สิ่งที่เกิดขึ้นอาจไม่ใช่แค่ความรู้สึกชั่วคราว แต่ค่อย ๆ แปรรูปเป็นสิ่งต่างๆ เช่น
• ความเจ็บป่วยทางกาย (เช่น ปวดเรื้อรังหรือโรคสะสม)
• ความทุกข์ทางใจ (เช่น คิดวน วิตกกังวล ซึมเศร้า)
• ความสับสนทางจิตวิญญาณ (เช่น หลงทาง ไม่เห็นเป้าหมาย ขาดการเชื่อมต่อกับตัวตนสูงกว่า)

////////////////////////////////

“ลักษณะอาการของพลังงานติดขัด”

ด้านร่างกาย
• พลังชีวิต (Vitality) ต่ำ รู้สึกว่าทำอะไรก็เหนื่อย
• ปัญหาสุขภาพที่หาสาเหตุทางกายภาพไม่เจอ เช่น ปวดหัวเรื้อรัง ปวดบ่า ปวดหลัง
• ระบบต่างๆ ทำงานผิดปกติ เช่น ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบย่อยอาหารไม่สมดุล

ด้านจิตใจ
• วนเวียนอยู่กับความคิดเดิม ๆ ไม่ก้าวไปข้างหน้า
• มีวน “ลูปอารมณ์” เช่น โกรธง่าย วนกลับไปเศร้า วนซ้ำ
• รู้สึก “ไม่พอ” หรือ “ไม่คู่ควร” อยู่ลึก ๆ แม้ภายนอกจะดูเข้มแข็ง

ด้านพลังงานหรือจิตวิญญาณ
• รู้สึกเหมือนมีม่านหมอกปกคลุม ไม่ชัดเจนว่าควรเดินทางไหน
• แม้จะทำสมาธิหรือฝึกจิต ก็ยังรู้สึกเหมือน “ตัน”
• เชื่อมกับธรรมชาติหรือคนที่รักยากขึ้น เพราะข้างในยังมีสิ่งกักเก็บ

///////////////////////////////

“ทุกการติดขัดคือร่องรอยที่ยังไม่ถูกรับรู้หรือบูรณาการ”

พลังงานที่ติดขัด (Energy Blockage) มักไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะ “เหตุการณ์หนึ่งครั้ง” แต่เป็นผลรวมจากความคิด อารมณ์ ความเชื่อ และสภาพแวดล้อมที่ซ้อนทับกัน จนทำให้พลังชีวิต (Life Force) ไม่สามารถไหลเวียนได้ตามธรรมชาติ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้พลังงานติดขัด ได้แก่

1. ความคิดลบซ้ำซาก เช่น ความกลัว ความรู้สึกผิด ความเศร้า เมื่อความคิดเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อย ๆ จะก่อเป็น “ร่องพลังงาน” ที่คอยตอกย้ำและปิดกั้นการไหลของพลังชีวิต

2. ความทรงจำที่ฝังลึกในจิตใต้สำนึก เหตุการณ์ในอดีตที่เจ็บปวด หากไม่ได้รับการยอมรับและเยียวยา จะคงอยู่เป็น “เงา” ที่กดทับพลังงานภายใน

3. การปฏิเสธตัวเองและการไม่ให้อภัย การไม่ยอมรับตัวตนบางส่วน หรือการยึดติดกับความผิดพลาดในอดีต รวมถึงการไม่ให้อภัยผู้อื่น ล้วนเป็นพลังงานที่หนักและหยุดการเคลื่อนไหวของจิตใจ

4. ความเชื่อจำกัด (Limiting Beliefs) เช่น “ฉันไม่คู่ควร” “ฉันไม่เก่งพอ” “โลกนี้อันตราย” ความเชื่อเหล่านี้สร้างกำแพงพลังงานที่บีบศักยภาพแท้จริงเอาไว้

5. ความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress) เมื่อระบบประสาทอยู่ในโหมด “สู้หรือหนี” ตลอดเวลา ร่างกายไม่เคยได้ผ่อนคลาย ทำให้พลังงานติดขัดและสะสมจนกลายเป็นอาการทางกาย เช่น ปวดหัว ไมเกรน หรือโรคกระเพาะ

6. การกดอารมณ์ (Emotional Suppression) การพยายาม “เข้มแข็งเสมอ” ไม่ร้องไห้ ไม่ยอมแสดงความโกรธ ทำให้อารมณ์ถูกกักไว้ในกายละเอียด และค่อย ๆ กลายเป็นพลังงานอุดตัน

7. การยึดติดกับอดีตหรืออนาคต การวนคิดถึงอดีตที่เจ็บปวด หรือกังวลกับอนาคต จนไม่สามารถอยู่กับปัจจุบันขณะ ทำให้พลังงานแตกกระจายและไม่สมดุล

8. สิ่งแวดล้อมและพลังงานรอบตัว เช่น การอยู่ในที่ที่มีความขัดแย้งสูง เสียงดัง วุ่นวาย หรืออยู่กับคนที่มีพลังงานลบ (toxic energy) อาจทำให้เราซึมซับพลังงานเหล่านั้นโดยไม่รู้ตัว

9. การใช้ชีวิตไม่สมดุล เช่น พักผ่อนไม่พอ กินอาหารที่ไร้พลังชีวิต (processed food) ใช้เทคโนโลยีมากเกินไป และขาดการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้ทำให้กาย–ใจ–วิญญาณไม่ประสานกัน

10. บาดแผลทางจิตวิญญาณ (Spiritual Trauma) เช่น การถูกบังคับในศาสนาหรือความเชื่อ หรือการรู้สึก “ถูกทอดทิ้งโดยพระเจ้าหรือจักรวาล” สิ่งเหล่านี้ทำให้จักระสูง (Third Eye หรือ Crown Chakra) ปิดกั้น

11. พลังงานกรรมเก่า (Karmic Imprints) รูปแบบที่สืบเนื่องจากอดีตชาติหรือบรรพบุรุษ ซึ่งอาจแสดงออกเป็นเหตุการณ์ซ้ำ ๆ ที่เราไม่เข้าใจว่าทำไมยังติดอยู่ในวังวนเดิม

12. การไม่ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง (Self-Betrayal) เมื่อเราดำเนินชีวิตตามที่คนอื่นคาดหวัง ไม่ตามเสียงหัวใจ จะเกิดการแตกแยกระหว่าง “ตัวตนภายนอก” และ “ตัวตนแท้จริง” ส่งผลให้พลังงานไม่ไหลอย่างอิสระ

การรับรู้และยอมรับว่า “การติดขัด” ไม่ใช่ศัตรู แต่คือร่องรอยที่เรียกร้องให้เราได้หยุด ฟัง และบูรณาการ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้พลังชีวิตกลับมาไหลอย่างอิสระอีกครั้ง

///////////////////////////////

“พลังงานติดขัด คือ ประตูแห่งการเปลี่ยนแปลง”

เมื่อเราฟังเสียงของพลังงานติดขัด หากลองมองในเชิงบูรณาการผ่านศาสตร์ต่างๆ มากมาย เช่น
• ในเชิง “พลังงาน” เราเรียนรู้ที่จะเคลียร์และทำให้จักระไหลเวียน
• ในเชิง “จิตวิทยา” เราเรียนรู้ที่จะบูรณาการเงา (Shadow)
• ในเชิง “จิตวิญญาณ” เราเปิดหัวใจสู่การให้อภัย ความรัก และการปล่อยวาง
• ในเชิง “มนุษยปรัชญา” เราเชื่อมกายละเอียดเข้ากับ “ตัวตนที่แท้จริง” (Higher Self)

ดังนั้น “พลังงานติดขัด” ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกำจัด แต่คือ “ครูผู้เงียบงัน” ที่รอให้เราฟัง เมื่อเราเข้าใจและบูรณาการ มันจะกลายเป็น “พลังงานสร้างสรรค์ใหม่” ที่พาเราเติบโต

///////////////////////////////

วิธีปลดปล่อยพลังงานติดขัด (บางส่วน ไว้มีเวลาค่อยมาทบทวนประเด็นนี้อีกทีค่ะ)

1. การตระหนักรู้ (Awareness)
การเห็นและยอมรับคือก้าวแรก เช่น แทนที่จะบอกตัวเองว่า “อย่ากลัว” ให้ถามว่า “ความกลัวนี้กำลังบอกอะไรกับเรา”

2. การเคลื่อนไหวพลังงาน (Energy Flow)
• การเคลื่อนไหวที่ไม่มีกฎเกณฑ์ เช่น เต้นรำอิสระ ช่วยปลดปล่อยสิ่งที่สมองควบคุมไม่ได้
• การทำ Grounding เดินเท้าเปล่าบนหญ้า ดิน หรือทราย ให้ร่างกายคืนพลังงานส่วนเกินสู่โลก

3. การทำความสะอาดพลังงาน (Energy Cleansing)
• เสียง เช่น คลื่นเสียง Singing Bowl ช่วยปรับการสั่นสะเทือน (Frequency Tuning)
• กลิ่น ไม่ใช่เพียงเพื่อผ่อนคลาย แต่ยังปลุกความทรงจำเชิงบวกในสมองส่วน Limbic
• น้ำ เช่น น้ำเกลือ น้ำในธรรมชาติ อย่างน้ำตกหรือทะเล ทำหน้าที่เหมือน “รีเซ็ตฟิลด์พลังงาน”

4. การปลดปล่อยอารมณ์อย่างปลอดภัย
• EFT (เทคนิคเคาะจุดพลังงาน) เชื่อมโยงระบบประสาทกับการยอมรับความรู้สึก
• การร้องไห้ กรีดร้อง การวาดรูป ระบายสี ล้วนเป็น “ช่องทางระบาย” ที่ให้พลังงานคั่งค้างออกมา

5. การทำงานกับจิตใต้สำนึก
• Affirmation: ไม่ใช่เพียงการพูดซ้ำ แต่คือการ “อัดพลังงานใหม่” ลงในระบบความเชื่อ
• Shadow Work: เปิดพื้นที่ยอมรับด้านที่เราไม่เคยกล้ามอง เช่น ความโกรธ ความอิจฉา เมื่อยอมรับ มันจะไม่กลายเป็นสิ่งที่กดทับอีกต่อไป

พลังงานจะกลับมาไหลเวียนได้เมื่อ…
• เรา “อยู่กับปัจจุบัน” ไม่แบกอดีตหรือกังวลอนาคตมากเกินไป
• เราเรียนรู้ที่จะปล่อยการควบคุม และยอมให้จักรวาล หรือธรรมชาติพาเราไป (เชื่อมต่อกับธรรมชาติ)
• เราเปิดหัวใจ เพื่อเชื่อมต่อกับความรักและเมตตา ซึ่งเป็น “ความถี่สูง” ที่ละลายการติดขัดได้

กล่าวอีกแบบหนึ่ง “พลังงานติดขัด” คือเสียงสะท้อนว่า เรามีบางสิ่งที่ยังไม่ได้รับการยอมรับและปลดปล่อย เมื่อเราฟัง เข้าใจ และปล่อยวาง พลังงานก็จะกลับมาไหลอย่างเป็นธรรมชาติอีกครั้ง

ในยามที่ลูกๆ ยังพึ่งพิงพ่อแม่หรือผู้ดูแล อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ ผู้ดูแลต้องทำ  สามารถ ติดตามเนื้อหาได้จากลิงค์ข้างล่า...
19/03/2025

ในยามที่ลูกๆ ยังพึ่งพิงพ่อแม่หรือผู้ดูแล อะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ ผู้ดูแลต้องทำ สามารถ ติดตามเนื้อหาได้จากลิงค์ข้างล่างนี้ ในคราวที่ครูวอลดอร์ฟ อีกท่านที่มาจากเดนมาร์ก Helle Heckmann ไปบรรยายที่โรงเรียนไตรพัฒน์ โดยเนื้อหาจะพูดถึงเครื่องมือในการดูแลลูกในวัยที่พวกเขายังเล็กยังพึ่งพิงพ่อแม่ในทุกด้าน 👇🏻

https://www.facebook.com/share/p/16AnsLtErY/?

และ ท่านนี้ ครู Susan Perrow จะมีฝึกอบอรบอกเล่า การเล่าเรื่อง มาเติมเต็มดวงจิต ของเด็กๆ ให้มีสุขภาวะ ซึ่งเรื่องเล่านิทาน เป็นเครื่องมือสำคัญที่เป็นปัญญาญาณของมนุษย์มาเนินนาน สนใจเข้าไปติดตามรายละเอียดในโปสเตอร์ด้านล่างนี้ค่ะ👇🏻

19/02/2025

เรียนเขียนอ่าน เมื่อกระดูกฟันแข็ง

“หมอคะ กลัวลูกไม่ทันโลก เร่งเรียนดีไหม”
“ถ้าจะเร่งเรียน ควรเริ่มตั้งแต่อนุบาลหรือไม่”

คำถามที่ว่า เป็นคำถามที่หมอต้องตอบมาตลอด 10 กว่าปี ที่มีโอกาสได้ดูแล Kids Wellness ที่ Balavi หากจะตอบแบบจำเพาะ ก็คงต้องตอบว่า เราจะให้เด็กเข้าโรงเรียนเมื่อสมองพร้อม แล้วเมื่อไหร่สมองจึงพร้อม… อันนี้แหละที่มีการถกในวงวิชาการมาโดยตลอด

ก่อนจะลงไปในแง่มุมวิชาการ หมอปองอยากชวนพวกเรามาตั้งคำถามว่า แท้จริงแล้ว เราต้องการให้ลูกหลานของเราโตไปเป็นผู้ใหญ่แบบไหนกัน เป็นการ Set Goal ร่วมกันดีไหม เพราะเมื่อเป้าหมายชัดเจนแล้ว รายละเอียดและวิธีการ ไปจนถึงเทคนิคต่างๆ ก็จะชัดขึ้นมาเองว่าควรเป็นอย่างไร

คำตอบส่วนใหญ่ของพ่อแม่ ที่อยากเห็นลูกโตไปก็คือ ฉลาด, ปรับตัวได้, มีความคิดสร้างสรรค์, มีจิตใจเข้มแข็ง ไม่ซึมเศร้า นี่น่าจะเป็น Top feature ที่ผู้ปกครองอยากได้

มีความจริงอย่างหนึ่งที่การแพทย์ทั่วไปยังไม่ค่อยโฟกัสกัน แต่ทราบหรือไม่ว่า มีงานวิจัยชี้ให้เห็นถึงความ
เป็นไปได้ของความเชื่อมโยงระหว่างช่วงเวลาที่ฟันกรามแท้ซี่แรกขึ้นกับพัฒนาการของสมอง[2] อายุที่ฟันกรามแท้ซี่แรกขึ้นถือเป็นเหตุการณ์พัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้านชีวประวัติของไพรเมต (สัตว์ประเภทลิงชั้นสูง) เช่น ขนาดสมองของผู้ใหญ่[1] โดยพบว่าการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในองค์ประกอบของระบบประสาทและฟันกรามเกิดขึ้นในช่วงสามปีแรกของชีวิต ซึ่งอาจมีความเชื่อมโยงกับการก่อตัวของตัวฟันกรามซี่แรก[1] ในชณะที่วัยเด็ก ซึ่งที่มีแต่ฟันน้ำนม เป็นช่วงเวลาที่สมองเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุด และจะเริ่มชะลอลงอย่างชัดเจน เมื่อฟันแท้ซี่แรกขึ้น หลังฟันแท้ขึ้น สมองจะมีขนาดเพิ่มขึ้นอีกไม่มากจนหยุดเป็นขนาดสมองที่เทียบเท่ากับผู้ใหญ่

ในขณะเดียวกัน ก็พบความเชื่อมโยงระหว่างฟันกรามและความเครียดในวัยเด็ก เด็กที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยหรือประสบกับเหตุการณ์ร้ายแรงในวัยเด็กมักมีฟันกรามแท้ขึ้นเร็วกว่าปกติ[2] ซึ่งการงอกของฟันกรามที่เร็วกว่าปกติอาจเป็นสัญญาณของการเจริญเติบโตที่เร็วขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียความยืดหยุ่นของสมองเร็วกว่าปกติ[2] กล่าวให้เข้าใจง่าย ก็คือฟันกรามขึ้นเร็ว ทำให้สมองแก่ และลดความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ และสูญเสียความสามารถในการปรับตัวไป !!!

ในทฤษฎีของการแพทย์มนุษยปรัชญา มีมุมมองว่า วัยอนุบาล พลังชีวิตที่เรียกว่า Etheric force จะสร้างอวัยสมองให้เติบโตอย่างเต็มศักยภาพ เป็นวัยกิน นอน ที่ไม่ควรถูกก่อกวน ให้สมองมีโอกาสโตอย่างเต็มที่ก่อน เซลล์ต่างๆ ของทั่วร่างกายจะค่อยๆ ถูกปรับเปลี่ยนใหม่จนเข้าได้กับดวงจิต หรือจิตวิญญาณของเด็กคนนั้น ซึ่งอวัยวะที่แข็งที่สุดอย่างฟัน จะใช้เวลาถูกเปลี่ยนแปลงที่ว่าช้าที่สุด การที่มีฟันแท้ซี่แรก คือหมุดหมายที่ทำให้หมอและครูทราบได้ว่า Etheric force ได้ทำหน้าที่สร้างสมองอย่างสมบูรณ์แล้ว นั่นคือก้าวแรกของการให้เด็กได้เริ่มเรียนเขียนอ่าน

การเอาเด็กไปเร่งเรียนก่อนฟันแท้ซี่แรกขึ้น มันคือการขโมยหรือสูบเอาพลังชีวิต Etheric force ออกไปสู่การคิด การคำนวณ การใช้ตรรกะ เราอาจภูมิใจที่ลูกท่องสูตรคูณได้เร็ว หรืออ่านหนังสือยากๆ ได้ แต่ในขณะเดียวกัน เราก็ได้ช่วงชิงเอาโอกาสในการที่สมองน้อยๆ ของเด็กจะได้เติบโตขึ้นไปอย่างน่าเสียดาย

หากลูกยังกระดูกไม่แข็ง (ฟันยังไม่งอก) เราอาจต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วนว่า เราควรใช้เวลาบำรุงร่างกายและพลังชีวิตของเขา ด้วยการศึกษาที่ เน้น งานครัว งานบ้าน งานสวน กิน นอน และเล่นให้เต็มที่ไปก่อน นี่คือสิ่งที่ชีวะวิทยาพยายามที่จะบอกเราอยู่โต้งๆ คาตาอยู่เลยทีเดียว

หมอปอง
12 Senses เลี้ยงลูกให้มีพัฒนาการ

Citations:
[1] https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC2100294/
[2] https://www.sciencedaily.com/releases/2021/06/210609123414.htm
[3] https://www.kidsdentalonline.com/dental-topics/oral-hygiene/permanent-tooth-eruption-children/

นี่ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่พวกเขานำเรื่องราวดีๆ ในการดูแลเด็กๆ  มาแบ่งปันลองไปติดตามกันได้นะคะการจัดจังหวะชีวิตที่สม่ำเสมอใ...
17/02/2025

นี่ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่พวกเขานำเรื่องราวดีๆ ในการดูแลเด็กๆ มาแบ่งปันลองไปติดตามกันได้นะคะ

การจัดจังหวะชีวิตที่สม่ำเสมอให้เด็กมีความสำคัญมาก และไม่ใช่แค่จังหวะในชีวิตประจำวันเท่านั้น แต่ยังหมายถึงจังหวะประจำสัปดาห์ /เดือน / ปี ด้วย🥰
ค้นหาคำตอบของความสำคัญในการจัดจังหวะชีวิตนี้ได้ ในคลิปนี้ค่ะ
"เลี้ยงลูกไปด้วยกัน ep3"
เพราะถนนสายพ่อแม่ สนุกกว่าเยอะ เมื่อมีเพื่อนร่วมทาง! 🌱

ฝากกดติตาม คอมเมนต์
กดไลค์ และแชร์ ในทุกแพลตฟอร์มของเราเพื่อจะได้ไม่พลาดเคล็ดลับง่ายๆ
และเรื่องราวดีๆ จากพวกเราได้ที่ >>
https://linktr.ee/Ilearning

#เลี้ยงลูกไปด้วยกัน #พัฒนาการเด็ก #เลี้ยงลูกวิถีธรรมชาติ #เลี้ยงลูกตามช่วงวัย

✨ แชร์ประสบการณ์อบอุ่นจากกลุ่มพ่อแม่วอลดอร์ฟ 🌱 มาร่วมเติบโตไปด้วยกัน!

เชิญชวนี่วมกิจกรรมดีๆ
04/02/2025

เชิญชวนี่วมกิจกรรมดีๆ

การงานที่มีคุณค่าต่อผู้อื่น คืองานที่มีคุณค่าและมีความหมายเสมอนางฟ้าออกโบยบินละ
21/07/2024

การงานที่มีคุณค่าต่อผู้อื่น คืองานที่มีคุณค่าและมีความหมายเสมอ

นางฟ้าออกโบยบินละ

เห็นเงียบๆ ไม่ได้ไปไหนฝึกฝนทักษะอยู่ในการงานอันเป็นที่รักทางเพจเราเริ่มงานอาสาพัฒนาครูเพื่อเด็กของสถานดูแลเด็กเล็กบ้านเท...
16/07/2024

เห็นเงียบๆ ไม่ได้ไปไหนฝึกฝนทักษะอยู่ในการงานอันเป็นที่รัก

ทางเพจเราเริ่มงานอาสาพัฒนาครูเพื่อเด็กของสถานดูแลเด็กเล็กบ้านเทพ
แล้วจะมาเล่าเรื่งราวสนุกๆกัน

ในนามคณะทำงานจัดอบรมนวดบำบัดโดยคุณหมอซิมิออล เพรสเซล ขอเชิญชวนรับฟังคะผัสสะพื้นฐานในการพัฒนาผ่านฐานกาย โดยคุณหมออดัม เบล...
07/07/2024

ในนามคณะทำงานจัดอบรมนวดบำบัดโดยคุณหมอซิมิออล เพรสเซล ขอเชิญชวนรับฟังคะ

ผัสสะพื้นฐานในการพัฒนาผ่านฐานกาย โดยคุณหมออดัม เบลนนิง ท่านเป็นหนึ่งในคณะนำสถาบันเกอเธ่อันนัม

คนไทยที่ลงทะเบียนสามารถเข้าฟังพื้นฐาน 12 ผัสสะฟรีอีกสองครั้งจากครูเอ รวิมาศ ในวันพุธที่ 10 และ 17กค.นี้ เวลา 18.00-20.00

ที่อยู่

Khon Kaen District

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Fairy secretผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ โรงเรียนนี้

ส่งข้อความของคุณถึง Fairy secret:

ทางลัด

แชร์

ประเภท