สถานการณ์ภายนอกหรือการพัฒนาที่จำเป็นต้องนำมาพิจารณาในการวางแผนหลักสูตร
ภาคการเกษตรเป็นภาคการผลิตที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย มีความเกี่ยวข้องกับ ประชากรของประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 แต่ที่ผ่านมาการพัฒนาภาคเกษตรมีความท้าทายหลายด้าน ทั้งการพัฒนาศักยภาพการผลิต การรักษาเสถียรภาพราคาสินค้า และการพัฒนาคุณภาพมาตรฐาน ตลอดจนการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ที่ผ่านมาโครงสร้างเศรษฐกิจในภาคการเกษตรของไทยยังไม่สามารถขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ทำให้ภาคเกษตรมีผลิตภาพการผลิตในระดับต่ำ ขาดการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ ในการผลิต ประกอบกับเกษตรกรไทยยังมีปัญหาเรื่องคุณภาพและบุคลากรในภาคการเกษตรยังมีสมรรถนะที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการในการขับเคลื่อนการพัฒนาของประเทศ ซึ่งภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศในระยะ 20 ปี จึงมุ่งยกระดับประเทศให้ก้าวพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว จึงทำให้ภาคการเกษตรมีความจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับการยกระดับความสามารถในการแข่งขัน โดยการวางรากฐานการพัฒนาที่มั่นคงตั้งแต่ การพัฒนาคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์ที่ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในอนาคต การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ควบคู่กับการสร้างความมั่นคงทางอาหาร และสร้างรายได้ให้กับประเทศ โดยอาศัยจุดเด่นทั้งเอกลักษณ์และความโดดเด่นของสินค้าเกษตร รวมถึงการใช้ ประโยชน์จากความหลากหลายทางชีวภาพของไทย พร้อมทั้งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม และ ภูมิปัญญาในการพัฒนาและสร้างมูลค่าสินค้าเกษตร ตลอดจนการบริหารจัดการระบบนิเวศตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การตลาด การบริโภค รวมถึงด้านโลจิสติกส์ และการเชื่อมโยงไปยังภาคการผลิตอื่น เช่น การท่องเที่ยวและบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างการเจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพให้กับภาคเกษตรของไทย โดยในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560-2564) มีเป้าหมายการพัฒนา ที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ได้กำหนดวิสัยทัศน์ “ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็น ประเทศพัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” เปลี่ยนเศรษฐกิจแบบเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้และนวัตกรรม ด้วยนโยบายประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) เป็นยุคเทคโนโลยี creative และ innovationเน้นการสร้างให้คนไทยคิดได้เอง เพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็นกลุ่มประเทศที่มีรายได้สูง ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ เพื่อเป็นทุนทางปัญญาในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เกิดความยั่งยืน
• ปรัชญาของหลักสูตร
หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2564 มุ่งเน้นการจัดการศึกษาโดยใช้การวิจัยเป็นฐาน (Research Based Learning; RBL) เพื่อให้บัณฑิตเป็นนักวิชาการหรือผู้ประกอบการที่มีความสามารถในการงานทาวิจัย การศึกษาค้นคว้าเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ มีความสามารถในการจัดการองค์ความรู้นาไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร และนำเทคโนโลยีที่ได้ไปปรับใช้และต่อยอดการพัฒนา และ/หรือ แก้ไขปัญหาให้กับภาคการเกษตร ตลอดจนการพัฒนาต่อยอดทางธุรกิจการเกษตรและการประกอบการ ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่ม เน้นเกษตรคุณภาพสูงและขับเคลื่อนการประกอบการด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิ
• วัตถุประสงค์ของหลักสูตร
หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2564 มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตมหาบัณฑิตกลุ่มวิชาการ และกลุ่มผู้ประกอบการดังนี้
1) ผลิตมหาบัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถ และทักษะทางวิชาการและวิชาชีพ
2) ผลิตมหาบัณฑิตมีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาสามารถวิจัยและบูรณาการองค์ความรู้สู่การพัฒนาพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการเกษตร เพื่อพัฒนาภาคการเกษตรหรือการประกอบการ และถ่ายทอดไปยังผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3) ผลิตมหาบัณฑิตที่มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ มีจิตสาธารณะ ดำรงตนเป็นพลเมืองที่ดีของสังคมพหุวัฒนธรรม เข้าใจชุมชนและสังคม
4) ผลิตมหาบัณฑิตที่มีทักษะในการใช้เทคโนโลยี พร้อมทำงานในสังคมดิจิทัล