eve_merit2020 เพจนี้เน้นการ เผยแผ่หลักคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และคติธรรมดีๆ

ณ ลานธรรมอันสงบงามยิ่งใต้แสงทองเรืองรองพรายพริ้งข้าพเจ้ามาด้วยใจแนบนิ่งน้อมถวายทุกสิ่งแด่พระธรรมณ มหาธรรมกายเจดีย์ งามตร...
03/05/2026

ณ ลานธรรมอันสงบงามยิ่ง
ใต้แสงทองเรืองรองพรายพริ้ง
ข้าพเจ้ามาด้วยใจแนบนิ่ง
น้อมถวายทุกสิ่งแด่พระธรรม

ณ มหาธรรมกายเจดีย์ งามตระการฟ้า
ดั่งศรัทธามหาชนหลั่งหล้า
เจดีย์พระพุทธเจ้าล้านองค์ล้ำค่า
ส่องแสงธรรมชโลมใจให้ผ่องใส

วันบูชาข้าวพระอันยิ่งใหญ่
รวมดวงใจใสบริสุทธิ์สดใส
ข้าวพระเลิศล้ำด้วยแรงศรัทธาไทย
น้อมถวายด้วยใจภักดิ์นิรันดร์

เสียงสวดมนต์ก้องกังวานทั่วหล้า
ดุจเทวาร่วมอนุโมทนาสวรรค์
บุญกุศลแผ่ไพศาลทุกคืนวัน
สืบสายธรรมมั่นคงชั่วกาลนาน

ขออานิสงส์แห่งบุญที่กระทำ
นำชีวิตพ้นทุกข์สู่ทางสว่าง
ใจผ่องใสบริสุทธิ์ไม่เลือนลาง
ถึงนิพพานตามทางพระศาสดา

The Merit of Going to Welcome the Monks and Saying “Sadhu”• A person who goes to welcome the monks and says “Sadhu” will...
03/01/2026

The Merit of Going to Welcome the Monks and Saying “Sadhu”

• A person who goes to welcome the monks and says “Sadhu” will gain a good reputation among both humans and angels.
Their voice will be pleasant, deep, and resonant.
They will receive praise and rejoicing.
Their heavenly mansion will grow larger every day, and the number of angel followers will increase daily.
Their good reputation will spread widely among the angels in the heavenly world.

• Our mansion in the heavenly world will expand day by day.
Our divine possessions will increase every day.
Our physical appearance will be beautiful and well-proportioned.
The head, neck, shoulders, body, and arms will be graceful.
The eyebrows will be in the right position, the eyebrows and mouth will be beautiful,
all because we spoke words of “Sadhu.”

• Our body will have good proportions—tall, strong, and balanced.
Our good reputation will be passed on from one being to another.
The stories of our happy rebirth will continue to spread
from earth-bound angels, tree angels, and sky angels,
to the Himavanta Forest, the Four Great Kings, Tavatimsa Heaven, Yama Heaven, and Tusita Heaven,
and further on to the Brahma worlds and the Formless Brahma worlds.
They pass on both images and sounds through meditation.

• What we are doing here is not ordinary.
This merit is passed on through the meditation of enlightened monks, Brahmas, and Formless Brahmas,
even to other worlds where enlightened beings exist.
This is because we are walking on the path of the Buddha, the Conqueror of Mara.
This is not a small matter at all.
Let us all come together to gain merit.

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ขอถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพัน...
25/10/2025

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้
ขอถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทยตลอดพระชนม์ชีพ
พระองค์ทรงเป็นแม่แห่งแผ่นดิน
ผู้เปี่ยมด้วยพระเมตตา พระปรีชาญาณ และพระวิริยะอุตสาหะ
ในการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของพสกนิกรไทยให้ร่มเย็นเป็นสุข

ด้วยความอาลัยอย่างหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบถวายบังคมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย
ขอพระองค์เสด็จสู่สวรรคสถานด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 เวลา 21.21 น. ด้วยพระชนมายุ 93 พรรษา

24 ตุลาคม 2568

อ้างอิงจาก

ประกาศสำนักพระราชวัง” รวบรวมไว้บนเว็บไซต์ของสำนักพระราชวัง: royaloffice.th → ประกาศ / แถลงการณ์ 

26/08/2025

เรารู้จัก“บุญ”จริงหรือเปล่า….หรือจริงๆแล้วรู้จักแค่วิธีการทำบุญ
เครดิต หลวงพ่อทัตตชีโว

🍲    มารยาทบนโต๊ะอาหารที่เราไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในบริบทของวัฒนธรรมไทยและมารยาทสากล มีหลายข้อที่ช่วยให้การทานอาหารร่วมก...
22/08/2025

🍲 มารยาทบนโต๊ะอาหารที่เราไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะในบริบทของวัฒนธรรมไทยและมารยาทสากล มีหลายข้อที่ช่วยให้การทานอาหารร่วมกันเป็นเรื่องน่ารื่นรมย์และมีความสุภาพ

#มารยาทบนโต๊ะอาหารแบบไทย

1. ใช้ช้อนมือขวา, ส้อมมือซ้าย – ช้อนถือในมือขวาเป็นอาวุธหลัก ส้อมใช้เพื่อช่วยผลักอาหารเข้าช้อน และไม่ควรป้อนส้อมเข้าปากโดยตรง
-แหล่งที่มา :TripSavvy / deSIAMCuisine (Thailand) Co Ltd

2. ถ้าเป็นข้าวเหนียว – ใช้นิ้วม้วนเป็นก้อนเล็กๆ (ใช้นิ้วเพียงส่วนปลายมือทางขวา) แล้วตักอาหารด้วยมือขวาเท่านั้น
-แหล่งที่มา :deSIAMCuisine (Thailand) Co Ltd / gofindorient.com

3. รอคนอาวุโสหรือเจ้าภาพเริ่มก่อน – ถือเป็นการให้เกียรติและเคารพตามลำดับอาวุโสหรือสถานะในสังคม
-แหล่งที่มา :TripSavvy / gofindorient.com

4. ไม่ใช้มือซ้ายตักอาหารหรือช้อนกลาง – มือซ้ายถือเป็น “มือที่ไม่สะอาด” ตามแนวคิดทั่วไป จึงไม่ควรใช้งานในลักษณะดังกล่าว
-แหล่งที่มา :TripSavvy

5. ทานอาหารอย่างช้าๆ และสนทนาด้วย – การรีบทานหรือใช้โทรศัพท์ขณะทานอาหารถือว่าส่วนเกิน ความผ่อนคลายและการมีส่วนร่วมในวงสนทนามีความสำคัญ
-แหล่งที่มา :TripSavvy / deSIAMCuisine (Thailand) Co Ltd

6. ตักอาหารจากขอบภาชนะ, อย่าตักจากตรงกลาง, และพยายามอย่าตักทีเดียวจนเกลี้ยงหม้อ หากเป็นชามร่วมควรเหลือไว้ให้เจ้าภาพหรือผู้อื่นเลือกด้วย
-แหล่งที่มา : TripSavvy

#มารยาทบนโต๊ะอาหารโดยทั่วไป (สากล/ตะวันตก)

1. เคี้ยวปากปิด และไม่พูดขณะอาหารอยู่ในปาก – ถือเป็นพื้นฐานที่สำคัญมาก
-แหล่งที่มา : สารานุกรมวิกิพีเดีย / kent.edu

2. วางผ้าเช็ดปาก (napkin) ที่ตัก เมื่อออกจากโต๊ะ วางบนเบาะเก้าอี้ หากจบมื้อวางไว้ทางซ้ายของจาน
-แหล่งที่มา : kent.edu / สารานุกรมวิกิพีเดีย

3. วางช้อนส้อมอย่างเหมาะสมเมื่อทานเสร็จ – ส้อมและมีดวางคู่กัน เช่นที่ตำแหน่ง 4 โมงของจาน เพื่อสื่อให้พนักงานเข้าใจว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
-แหล่งที่มา : kent.edu / สารานุกรมวิกิพีเดีย

4. จัดวางช้อนส้อม “จากข้างนอกเข้า” ตามลำดับคอร์สอาหาร – ถ้ามีหลายชุด ให้เริ่มใช้จากด้านนอกก่อน
-แหล่งที่มา : kent.edu / What's Cooking America

5. ห้ามเอื้อมตักข้ามโต๊ะ—ให้ขอให้คนในโต๊ะส่งให้
-แหล่งที่มา : kent.edu / สารานุกรมวิกิพีเดีย

6. ทานทีละคำเล็ก ๆ และไม่รีบตัดเยอะเกินไป
-แหล่งที่มา : kent.edu

7. ไม่เอาศอกวางบนโต๊ะในขณะทานอาหาร (แม้บนโต๊ะมีความหมายไม่รุนแรงเท่าในตะวันตก แต่ควรหลีกเลี่ยงในบริบทเป็นทางการ หรือเมื่อมีผู้ใหญ่ร่วมโต๊ะ)
-แหล่งที่มา : deSIAMCuisine (Thailand) Co Ltd/ สารานุกรมวิกิพีเดีย

8. ห้ามพูดเสียงดัง, โซโล่เสียง หรือใช้โทรศัพท์ โดยเฉพาะในมื้อที่ต้องการบรรยากาศอ่อนโยนและสุภาพ
-แหล่งที่มา : Emily Post / The Times

9. ทานขนมปังอย่างสุภาพ – หั่นทีละชิ้นเล็ก และแตะเนยแต่ละชิ้นก่อนทาน
-แหล่งที่มา : kent.edu / สารานุกรมวิกิพีเดีย

ว่านอนสอนง่ายหรืออีกนัยนึงก็คือ มงคลชีวิตข้อที่ 28"คนที่ว่านอนสอนง่ายมิได้โง่เขลา เพียงแต่เขาเหล่านั้นมักจะให้ความเคารพผ...
22/08/2025

ว่านอนสอนง่ายหรืออีกนัยนึงก็คือ มงคลชีวิตข้อที่ 28

"คนที่ว่านอนสอนง่ายมิได้โง่เขลา เพียงแต่เขาเหล่านั้นมักจะให้ความเคารพผู้ให้ความรู้เสมอ"

ความหมายโดยสรุปคือ:
คนที่มีนิสัยว่านอนสอนง่าย ไม่ใช่คนที่โง่หรือขาดความคิดเป็นของตัวเอง แต่เป็นคนที่ให้เกียรติและเคารพผู้ที่มีความรู้หรือผู้ที่ให้คำสอนกับเขา

มุมมองเชิงบวกที่น่าสนใจ:
สะท้อนถึง "ปัญญาชนที่ถ่อมตน" คือแม้จะรู้มาก แต่ก็ยังเปิดใจเรียนรู้เตือนให้เราอย่าด่วนตัดสินใครจากพฤติกรรมภายนอกส่งเสริมค่านิยมเรื่อง ความเคารพครูบาอาจารย์, ผู้มีประสบการณ์, หรือผู้อาวุโส

พระสงฆ์ยังคงมีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง เพราะทำหน้าที่เป็น “เนื้อนาบุญ” และเป็น “ผู้สืบทอดพระธรรมวินัย” ดังนี้คร...
21/08/2025

พระสงฆ์ยังคงมีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง เพราะทำหน้าที่เป็น “เนื้อนาบุญ” และเป็น “ผู้สืบทอดพระธรรมวินัย” ดังนี้ครับ

1. ผู้สืบทอด_และรักษาพระธรรมวินัย
• พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า พระธรรมและพระวินัยจะเป็นศาสดาแทนพระองค์หลังเสด็จดับขันธปรินิพพาน
• พระสงฆ์จึงทำหน้าที่รักษาคำสอนให้บริสุทธิ์ ไม่บิดเบือน

2. ผู้เผยแผ่พระพุทธศาสนา
• พระสงฆ์ทำหน้าที่แสดงธรรม สอนศีลธรรมแก่ชาวบ้าน และเผยแพร่พระพุทธศาสนาไปยังภูมิภาคต่าง ๆ
• เป็นผู้สร้างความเข้าใจธรรมะให้กับฆราวาสอย่างต่อเนื่อง

3. เนื้อนาบุญแก่สังคม
• การบวชและการปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ ทำให้ฆราวาสได้มีโอกาสทำบุญ สร้างกุศล เช่น การถวายทาน การฟังธรรม
• พระสงฆ์จึงเป็นสื่อกลางให้เกิดบุญกุศลในสังคม

4. เป็นแบบอย่างการดำเนินชีวิตตามธรรม
• พระสงฆ์ดำรงชีวิตเรียบง่าย ปฏิบัติสมถะและวิปัสสนา
• ทำให้ฆราวาสเห็นแบบอย่างการลดละกิเลสและการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับพระธรรม

5. เป็นศูนย์รวมจิตใจและวัฒนธรรม
• วัดและพระสงฆ์ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคม
• สร้างความเป็นปึกแผ่นและสืบสานประเพณีที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนา

📌 สรุปสั้น ๆ
พระสงฆ์สำคัญเพราะเป็นทั้ง ผู้รักษา ผู้เผยแผ่ และผู้เป็นแบบอย่าง ในการดำเนินชีวิตตามพระธรรม อีกทั้งยังเป็น “สถาบันหลัก” ที่ทำให้พระพุทธศาสนายืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน

"ทาน" ในความหมายของการให้ หรือ "การให้ทาน" เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญอย่างยิ่งในวัฒนธรรมไทยและในทางพระพุทธศาสนาครับ ไม่ได้จ...
21/08/2025

"ทาน" ในความหมายของการให้ หรือ "การให้ทาน" เป็นหลักปฏิบัติที่สำคัญอย่างยิ่งในวัฒนธรรมไทยและในทางพระพุทธศาสนาครับ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การให้ทรัพย์สินเงินทอง แต่มีความหมายที่ลึกซึ้งและกว้างขวางกว่านั้นมาก

ความหมายของ "ทาน"

ทาน (อ่านว่า ทา-นะ) มาจากภาษาบาลี-สันสกฤตว่า "ทานะ" (Dāna) หมายถึง การให้, การแบ่งปัน, การเสียสละ สิ่งของของตนเพื่อประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน เป็นการขจัดความเห็นแก่ตัว ความตระหนี่ถี่เหนียว และความโลภในใจของตนเอง

"การให้ทาน" จึงเป็นรากฐานสำคัญของการทำความดี หรือที่เรียกกันโดยรวมว่า "การทำบุญ"

ประเภทของการให้ทาน 3 ประการ

ในทางพระพุทธศาสนา การให้ทานแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ๆ ซึ่งมีอานิสงส์ (ผลบุญ) แตกต่างกันไป ดังนี้ครับ

1. อามิสทาน (Āmisadāna) - การให้วัตถุสิ่งของ

เป็นการให้ทานที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด คือการสละทรัพย์สินหรือสิ่งของภายนอกตัวเพื่อช่วยเหลือหรือบูชาผู้มีคุณธรรม

ตัวอย่าง:

การตักบาตร ถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์

การบริจาคทรัพย์ (ซึ่งตรงกับคำที่ท่านถามมา) ให้แก่โรงพยาบาล โรงเรียน หรือมูลนิธิต่างๆ

การให้เงินแก่ผู้ยากไร้

การบริจาคโลหิตหรืออวัยวะ

การให้อาหารสัตว์จรจัด

2. ธรรมทาน (Dhammadāna) - การให้ธรรมะหรือความรู้

เป็นการให้ปัญญา ความรู้ และสัจธรรม ซึ่งถือเป็นการให้ที่ประเสริฐและได้อานิสงส์สูงที่สุด เพราะปัญญาสามารถช่วยให้คนพ้นจากความทุกข์ได้อย่างยั่งยืน

ตัวอย่าง:

การแสดงธรรมเทศนาของพระสงฆ์

การสอนหนังสือ ให้วิชาความรู้แก่ศิษย์

การให้คำแนะนำที่ดีและเป็นประโยชน์ในการดำเนินชีวิต

การชี้แนะแนวทางให้ผู้อื่นเลิกทำความชั่วและหันมาทำความดี

การพิมพ์หนังสือธรรมะแจกเป็นธรรมทาน

3. อภัยทาน (Abhayadāna) - การให้ความไม่มีภัย หรือการให้อภัย

เป็นการสละความโกรธ ความเกลียด ความพยาบาทในใจของเรา เพื่อให้ผู้อื่นหมดสิ้นจากความหวาดระแวงและความกลัว ถือเป็นการให้ที่ทำได้ยากแต่ส่งผลต่อจิตใจอย่างมหาศาล

ตัวอย่าง:

การให้อภัยแก่คนที่เคยทำไม่ดีกับเรา

การปล่อยชีวิตสัตว์ เช่น การไถ่ชีวิตโค-กระบือ การปล่อยนกปล่อยปลา

การไม่จองเวร ไม่ผูกอาฆาตแค้น

การปฏิบัติตนอยู่ในศีล 5 โดยเฉพาะข้อ 1 (ไม่ฆ่าสัตว์) ก็ถือเป็นการให้อภัยทานแก่ทุกชีวิต

"ทาน" vs "บริจาค" vs "ทำบุญ"

ทาน: เป็นคำที่มีความหมายกว้างที่สุด ครอบคลุมการให้ทั้ง 3 ประเภท (วัตถุ, ความรู้, การให้อภัย)

บริจาค: มักจะหมายถึง อามิสทาน โดยเฉพาะ คือการสละเงินหรือสิ่งของให้แก่องค์กรหรือส่วนรวมอย่างเป็นทางการ

ทำบุญ: เป็นคำที่ใหญ่ที่สุด การให้ทาน เป็นส่วนหนึ่งของการทำบุญ ซึ่งการทำบุญยังรวมถึงการรักษาศีล และการเจริญภาวนา (การปฏิบัติสมาธิ) ด้วย

โดยสรุป การให้ทาน คือการแสดงออกถึงความมีเมตตากรุณา การเสียสละเพื่อประโยชน์สุขของผู้อื่น และเป็นการฝึกฝนเพื่อลดละกิเลสในใจตนเอง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างสังคมที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และสงบสุข

#การให้เป็นเรื่องดีแต่ต้องมีปัญญาในขณะที่ให้ด้วย

“ #เมื่อใดใจกระเพื่อมย่อมเขวไปตามกระแสกิเลสของตน”มีความหมายเชิงธรรมะว่า • ใจที่ไม่มั่นคง เปรียบเหมือนผิวน้ำที่กระเพื่อมไ...
21/08/2025

“ #เมื่อใดใจกระเพื่อมย่อมเขวไปตามกระแสกิเลสของตน”
มีความหมายเชิงธรรมะว่า

• ใจที่ไม่มั่นคง เปรียบเหมือนผิวน้ำที่กระเพื่อมไหว เมื่อถูกกระทบด้วยอารมณ์หรือสิ่งเร้าภายนอก

• กิเลส เช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง จะเป็นเสมือนกระแสน้ำที่พัดพาใจให้ไหลไปตามทิศทางนั้น

• เมื่อใจ เผลอไหว ก็ย่อมถูกกิเลสครอบงำ ทำให้ความคิด คำพูด และการกระทำออกไปในทางผิด

➡️ สรุปได้ว่า ประโยคนี้สอนให้เราระวัง ความหวั่นไหวของใจ เพราะถ้าใจไม่ตั้งมั่นอยู่กับสติและปัญญา ก็ง่ายที่จะถูกกิเลสพัดพาไปโดยไม่รู้ตัว

สติและปัญญา: คู่หูสู่ความเข้าใจชีวิตในทางพุทธศาสนาและจิตวิทยา สติ (Mindfulness) และ ปัญญา (Wisdom) เป็นสองสิ่งที่ทำงานคว...
21/08/2025

สติและปัญญา: คู่หูสู่ความเข้าใจชีวิต
ในทางพุทธศาสนาและจิตวิทยา สติ (Mindfulness) และ ปัญญา (Wisdom) เป็นสองสิ่งที่ทำงานควบคู่กันเสมอและขาดกันไม่ได้ เพื่อให้เราเข้าใจตัวเองและโลกรอบตัวตามความเป็นจริง ลองนึกภาพตามง่ายๆ ดังนี้ครับ
สติ คือ "การระลึกรู้" หรือ "การตระหนักรู้" ในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ณ ปัจจุบันขณะ โดยไม่มีการตัดสินว่าดีหรือไม่ดี
ปัญญา คือ "ความเข้าใจ" หรือ "ความรอบรู้" ในสิ่งที่สติกำลังรู้อยู่นั้น ว่ามันคืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร เกิดขึ้นได้อย่างไร และจะดับไปอย่างไร
🧠 สติ (Sati) ทำหน้าที่อะไร?
สติเปรียบเสมือน "ยามเฝ้าประตู" ของจิตใจ
รู้ทัน: รู้ว่ามีอะไรกำลังเกิดขึ้นกับเราในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นความคิด, อารมณ์, ความรู้สึกทางกาย หรือสิ่งที่รับรู้ผ่าน ตา หู จมูก ลิ้น กาย
ไม่ตัดสิน: ยามเฝ้าประตูแค่รู้ว่า "ใคร" เข้า-ออก แต่ไม่ได้ตัดสินว่าคนนั้นเป็นคนดีหรือคนเลว สติก็เช่นกัน แค่รู้ว่า "โกรธ" เกิดขึ้น แต่ไม่ปรุงแต่งต่อว่า "ฉันไม่น่าโกรธเลย" หรือ "ความโกรธเป็นสิ่งไม่ดี"
อยู่กับปัจจุบัน: สติจะดึงเรากลับมาอยู่กับวินาทีตรงหน้าเสมอ ไม่ปล่อยให้ใจล่องลอยไปในอดีตหรือกังวลถึงอนาคต
ตัวอย่าง: ขณะที่กำลังเดิน สติคือการรู้ถึงสัมผัสของฝ่าเท้าที่กระทบพื้น รู้ถึงการเคลื่อนไหวของขา โดยไม่ได้คิดเรื่องอื่น
✨ ปัญญา (Panya) ทำหน้าที่อะไร?
เมื่อสติทำหน้าที่จับสภาวะต่างๆ ได้แล้ว ปัญญาจะเปรียบเสมือน "นักวิเคราะห์" หรือ "ผู้รู้แจ้ง" ที่เข้ามาตรวจสอบ
เห็นตามจริง: ปัญญาจะช่วยให้เราเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นไปตามกฎธรรมชาติ (ไตรลักษณ์) คือ ไม่เที่ยง (เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป), เป็นทุกข์ (คงอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้), และ ไม่ใช่ตัวตนของเรา (เราบังคับบัญชาไม่ได้จริง)
เข้าใจเหตุปัจจัย: ปัญญาจะมองลึกลงไปว่าอารมณ์หรือความคิดนี้เกิดขึ้นมาจากอะไร และจะนำไปสู่อะไร
ปล่อยวาง: เมื่อเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าทุกสิ่งไม่แน่นอนและเราควบคุมไม่ได้ ปัญญาก็จะนำไปสู่การปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่น ทำให้ใจเป็นอิสระและไม่ทุกข์
ตัวอย่าง: เมื่อ "สติ" รู้ทันว่ากำลังโกรธ "ปัญญา" จะเข้ามาพิจารณาว่า...
"ความโกรธนี้เกิดขึ้นเพราะมีคนพูดไม่เข้าหู" (เข้าใจเหตุ)
"ตอนนี้รู้สึกร้อนที่หน้าอก หัวใจเต้นแรง" (เห็นสภาวะตามจริง)
"เดี๋ยวความรู้สึกนี้ก็คงจางไป เหมือนความโกรธครั้งก่อนๆ" (เห็นความไม่เที่ยง)
"เราไม่จำเป็นต้องทำอะไรตามความโกรธนี้ก็ได้" (เกิดการปล่อยวาง)
🤝 ความสัมพันธ์ระหว่างสติและปัญญา
สติและปัญญาทำงานร่วมกันเหมือน "มือกับแสงไฟฉาย"
สติ คือ มือ ที่จับไฟฉายให้นิ่งและมั่นคง ส่องไปยังจุดที่ต้องการจะดู
ปัญญา คือ แสงสว่าง จากไฟฉาย ที่ทำให้เรามองเห็นสิ่งต่างๆ ในความมืดได้อย่างชัดเจน
ถ้ามีแต่ สติ (มีมือแต่ไม่มีแสง) เราก็จะรู้แค่ว่ามีบางอย่างอยู่ตรงนั้น แต่ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร
ถ้ามีแต่ ปัญญา (มีแสงแต่ไม่มีมือจับ) แสงก็จะส่ายไปมา จับโฟกัสไม่ได้ ไม่สามารถพิจารณาสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ลึกซึ้งได้
ดังนั้น การฝึกฝนจึงต้องทำไปพร้อมๆ กัน เริ่มจากการเจริญสติบ่อยๆ เพื่อให้จิตตั้งมั่น แล้วปัญญาก็จะค่อยๆ เกิดขึ้นเองจากการพิจารณาสิ่งที่สติไปรู้เห็นนั่นเอง
#สนุกกับการเรียน

ที่อยู่

วัดพระธรรมกาย
Khlong Luang
12120

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ eve_merit2020ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์

ประเภท