บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ

บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ, โรงเรียน, ตั้งอยู่ 37 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองหัวช้าง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ, Kanthararom.

25/04/2025

👨‍🔬 รายงานผลการดำเนินการจัดกิจกรรม ตามโครงการบ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศรีสะเกษ เขต 1 🕵️‍♂️
#บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยระดับประถมศึกษา #โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ

25/04/2025

👨‍🔬 กิจกรรมสืบเสาะอิสระ เรื่อง รถกระดาษซิ่ง วิ่งไกล 🏎
👨‍🦰 ด.ช. เด็กชายวัชระ บุญสาลี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
🧑‍🔬 บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อยระดับประถมศึกษา
🏫 โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ
🎥 กำกับการแสดงโดย คุณครูภานุพล นนท์ใสย
🎬 ตัดต่อโดย คุณครูพีระพงษ์ ทองดี

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง วิจัยเกี่ยวกับพืช  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3จัดกิจกรรมวันที่ 5 มีนาค...
05/03/2025

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง วิจัยเกี่ยวกับพืช ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
จัดกิจกรรมวันที่ 5 มีนาคม 2568 โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ
ผู้จัดกิจกรรม นายภานุพล นนท์ใสย
📝 การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
✏️ ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
1. พืชแต่ละชนิดมีส่วนประกอบอะไรบ้าง
2. ถ้าขาดปัจจัยในการดำรงชีวิตอย่างใดอย่างหนึ่งพืชจะเป็นอย่างไร
3. พืชแต่ละชนิดมีส่วนประกอบเหมือนกันหรือไม่
4. พืชแต่ละชนิดเจริญเติบโตได้เท่ากันหรือไม่
✏️ รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
1. พืชแต่ละชนิดมีส่วนประกอบ คือ ราก ลำต้น ใบ ดอก ผล ทำหน้าที่แตกต่างกัน
2. ถ้าพืชขาดน้ำ แสงแดด อากาศ และแร่ธาตุในดิน พืชจะไม่เจริญเติบโต
✏️ ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1. นักเรียนเตรียมต้นไม้ที่ครบส่วนประกอบมาคนละ 1 ต้น
2. ให้นักเรียนศึกษาและสังเกตต้นไม้ว่ามีส่วนประกอบอะไรบ้าง และร่วมกันนำสนอ
3. นักเรียนทำการทดลองน้ำต้นไม้ที่เตรียมมาแช่ในน้ำและทำเครื่องหมายระดับความสูงของน้ำไว้ที่แก้ว
✏️ สังเกตและบรรยาย
1. นักเรียนสังเกตลักษณะของต้นไม้และระดับน้ำในแต่ละวันแล้วบันทึกผล
2. ครูตั้งคำถามว่าน้ำมีผลต่อการดำรงชีวิตของพืชหรือไม่ และต้นไม้แต่ละต้นต้องการน้ำเท่ากันหรือไม่
✏️ บันทึกข้อมูล
1. นักเรียนทุกกลุ่มร่วมกันออกแบบการบันทึกผลการทดลอง
2. นักเรียนทุกกลุ่มบันทึกผลการทดลอง
✏️ สรุปและอภิปรายผล
พืชทุกชนิดต้องการน้ำในการดำรงชีวิตถ้าพืชขาดปัจจัยเหล่านี้พืชจะไม่มีการเจริญเติบโต และพืชแต่ละชนิดต้องการปริมาณน้ำที่แตกต่างกันสังเกตได้จากปริมาณของน้ำในแก้วที่ลดลงของแต่ละชนิด
✍️ ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
1. นักเรียนสามารถบอกส่วนประกอบของพืชได้
2. นักเรียนสามารถบอกหน้าที่ของส่วนประกอบของพืชได้
3. นักเรียนสามารถทำการทดลองเกี่ยวกับปัจจัยในการดำรงชีวิตของพืชได้

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ท่อส่งน้ำ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3จัดกิจกรรมวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 25...
24/02/2025

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ท่อส่งน้ำ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
จัดกิจกรรมวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ
ผู้จัดกิจกรรม นายภานุพล นนท์ใสย
📝 การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
✏️ ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
1.การเพาะปลูก ข้าวโพด อ้อย ในบ้านเรามีวีธีการใดบ้างที่สามารถรดน้ำพืชไร่ ได้
2.น้ำไหลผ่านท่อไปได้อย่างไร
3.ถ้าท่อส่งน้ำหรือสายยางสั้นนักเรียนมีวิธีต่อสายยางอย่างไร
✏️ รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
1.น้ำสามารถไหลไปตามทิศทางที่เราวางท่อไว้ตามต้องการ โดยไม่รั่วตรงรอยต่อหรือทางแยกของท่อ
2.น้ำที่ไหลไปตามท่อที่มีขนาดใหญ่จะมีปริมาณมากกว่าและแรงกว่าน้ำที่ไหลไปตามท่อที่มีขนาดเล็ก
✏️ ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1.นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิด และทำการออกแบบกิจกรรมตามประเด็นปัญหา (ต่อสายยาง ให้มีทางน้ำไหลได้หลายทาง และน้ำต้องไม่รั่ว)
2.นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอการออกแบบท่อส่งน้ำของกลุ่มตนเอง
3.นักเรียนแต่ละกลุ่มแบ่งหน้าที่การทำงาน จากนั้นลงมือสร้างท่อส่งน้ำตามที่ได้ออกแบบไว้ โดยครูให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ที่อันตราย เช่น กรรไกรหรือคัตเตอร์
4.นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอท่อส่งน้ำของกลุ่มตนเอง
5.ครูคอยให้คำแนะนำและช่วยเหลือนักเรียนตลอดการปฏิบัติกิจกรรม
✏️ สังเกตและบรรยาย
1.ทำการทดสอบท่อส่งน้ำตามที่ได้ออกแบบการทดลองไว้ สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทำการทดสอบ
2.ครูถามคำถามดังนี้
- จากการทดสอบ นักเรียนสามารถทำท่อส่งน้ำได้หรือไม่ อย่างไร
- ท่อส่งน้ำของนักเรียนเกิดการรั่วหรือไม่ ถ้ารั่วมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร
- ท่อส่งน้ำของนักเรียนสามารถส่งน้ำไปถึงปลายทางได้หรือไม่ อย่างไร
✏️ บันทึกข้อมูล
นักเรียนวาดภาพท่อส่งน้ำ
✏️ สรุปและอภิปรายผล
ท่อส่งน้ำสามารถเชื่อมต่อท่อที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแตกต่างกันได้ โดยใช้ดินน้ำมันเพื่อเชื่อมต่อหรืออุดรอยรั่ว
✍️ ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ท่อส่งน้ำสามารถเชื่อมต่อท่อที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางแตกต่างกันได้ โดยใช้ดินน้ำมันเพื่อเชื่อมต่อหรืออุดรอยรั่ว

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ภาพสะท้อน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3จัดกิจกรรมวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 256...
04/02/2025

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ภาพสะท้อน ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
จัดกิจกรรมวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ
ผู้จัดกิจกรรม นายภานุพล นนท์ใสย
📝 การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
✏️ ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
1. ภาพสะท้อนเกิดจากอะไร
2. นักเรียนเคยเห็นภาพสะท้อนได้จากที่ไหนบ้าง
3. นักเรียนเห็นภาพสะท้อนอะไรบนผิวน้ำ
✏️ รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
1. ภาพสะท้อนเกิดจากพื้นผิวของน้ำสะท้อนกลับแสงที่ตกกระทบลงมากระทบพื้นผิว
2. ภาพที่มองเห็นบนผิวน้ำคือ ใบไม้ ต้นไม้ และสิ่งที่อยู่รอบๆแหล่งน้ำ
✏️ ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1. แบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มๆละ 4-5 คน
2. ครูพานักเรียนแต่ละกลุ่มไปดูบ่อน้ำเลี้ยงปลาที่บริเวณโรงเรียน
3. ครูถามนักเรียนว่านักเรียนมองเห็นภาพอะไรที่ผิวน้ำ
4. ครูถามนักเรียนต่ออีกว่าผิวน้ำแบบไหนที่มองเห็นภาพสะท้อนได้ดี
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มออกแบบและสร้างทะเลสาบ 2 แบบ แบบที่ 1 น้ำใส แบบที่ 2 น้ำขุ่น
6. นักเรียนสังเกตและบันทึกผล
7. นักเรียนและครูร่วมกันการอภิปรายเรื่องภาพสะท้อน
✏️ สังเกตและบรรยาย
1.ครูตั้งคำถาม
- ผิวน้ำแบบไหนที่มองเห็นภาพสะท้อนได้ชัดเจน
- นักเรียนมองเห็นภาพอะไรบ้างที่บริเวณผิวน้ำ
- นอกจากลักษณะของผิวน้ำแบบใสและแบบขุ่นแล้ว ยังมีลักษณะอะไรที่เกี่ยวข้องกับการทำให้เรามองเห็นภาพสะท้อนได้ชัดเจนอีกหรือไม่
✏️ บันทึกข้อมูล
1. นักเรียนวาดภาพภาพสะท้อนที่มองเห็น
✏️ สรุปและอภิปรายผล
น้ำใสสามารถมองเห็นภาพสะท้อนได้ดีกว่าน้ำขุ่น
✍️ ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
เราสามารถมองเห็นแสงสะท้อนบนผิวน้ำตามแหล่งน้ำในธรรมชาติ ผิวน้ำที่ใส สามารถมองเห็นภาพสะท้อนได้ดีกว่าน้ำขุ่น และยิ่งผิวของน้ำสงบนิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสะท้อนได้ดีเท่านั้น พื้นผิวของน้ำจะสะท้อนกลับแสงที่ตกลงมากระทบพื้นผิว ยิ่งในน้ำลึกหรือใต้พื้นน้ำมีสีเข้มมากเท่าใด ก็ยิ่งเห็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะจะมีเพียงแสงจำนวนน้อยจากด้านล่างของผิวน้ำที่สะท้อนกลับ

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ทะเลในกล่อง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3จัดกิจกรรมวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2...
04/02/2025

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ทะเลในกล่อง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
จัดกิจกรรมวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ
ผู้จัดกิจกรรม นายภานุพล นนท์ใสย
📝 การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
✏️ ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
1.นักเรียนเคยเห็นทะเลหรือไม่
2.ใต้ท้องทะเลมีสิ่งมีชีวิตใดบ้างอาศัยอยู่
3.คลื่นทะเลเกิดขึ้นได้อย่างไร
4.น้ำทะเลขุ่นได้อย่างไร
✏️ รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
1.การเขย่าจะทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่
2.การเขย่าจะทำให้เกิดคลื่นขนาดใหญ่และแรงมากว่าการเป่า
✏️ ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1.ครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 3-4 คน
2.แจกอุปกรณ์ตามกลุ่ม และให้นักเรียนช่วยกันสร้างทะเลจำลอง
ในกล่อง
3.ให้นักเรียนสร้างคลื่นและพายุให้ทะเล เพื่อหาคำตอบว่าคลื่นหรือพายุต้องแรงขนาดไหนจึงทำให้ทะเลในกล่องเกิดการเปลี่ยนแปลง วิธีการสร้างคลื่นและพายุ ดังนี้
- การเป่า
- การเอียงกล่องไปมา
- การเขย่า
จากนั้นให้นักเรียนสังเกตทะเลในกล่องจากด้านข้างว่าต้องใช้เวลานานเท่าไร น้ำจึงจะกลับมาใสเหมือนเดิม แล้วบันทึกการทดลองลงในแบบบันทึกกิจกรรม "ทะเลในกล่อง"
✏️ สังเกตและบรรยาย
1.ทะเลแต่ละกลุ่มมีลักษณะเหมือนกันหรือไหม
2.ถ้าต้องการทำคลื่นให้แรงควรทำอย่างไร
✏️ บันทึกข้อมูล
1.การเขย่า ทำให้เกิดการผลกระทบต่อพื้นผิวริมทะเลและ เกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดลำดับที่สองคือการเอียงกล่องไปมา และการเป่าทำให้พื้นผิวริมทะเลเกิดการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด
2.การเป่าทำให้น้ำในทะเล กลับมาใสดังเดิมเร็วที่สุด เนื่องจากเวลาน้อยที่สุด การเอียงกล่องไปมาน้ำกลับมาใสเร็วเป็นลำดับที่สอง และการเขย่าทำให้น้ำทะเลกลับมาใสดังเดิมช้าที่สุดเนื่องจากใช้เวลามากที่สุด
✏️ สรุปและอภิปรายผล
แรงจากการเขย่ามีมากกว่าการเอียงกล่องไปมาและการเป่า จึงทำให้ทะเลในกล่องเกิดการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด
✍️ ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
การเกิดลมหรือพายุที่มีขนาดความเร็วและมีกำลังแรงมาก จะทำให้ทะเลเกิดการเปลี่ยนแปลงมากตามลำดับ

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การฉีดน้ำ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3จัดกิจกรรมวันที่ 21 มกราคม 2568 โ...
21/01/2025

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การฉีดน้ำ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
จัดกิจกรรมวันที่ 21 มกราคม 2568 โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ
ผู้จัดกิจกรรม นายภานุพล นนท์ใสย
📝 การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
✏️ ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
1.ในเดือนเมษายนของทุกปีมีเทศกาลอะไร
2.นักเรียนเคยเล่นปืนฉีดน้ำหรือไม่
3.มีสิ่งของใดบ้างที่ทำให้น้ำพุ่งไปได้ไกล
4.นักเรียนคิดว่าถ้าปืนฉีดน้ำของนักเรียนมีรูเดียวกับมีหลายรูความแรงของน้ำจะเท่ากันหรือไม่
✏️ รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
1.อุปกรณ์ฉีดน้ำแบบรูเดียวน้ำจะพุ่งได้ไกลกว่าแบบหลายรู
2.อุปกรณ์ฉีดน้ำรูเล็ก น้ำจะพุ่งไปได้ไกลกว่ารูใหญ่
3.อุปกรณ์ฉีดน้ำแบบหลายรู จะทำให้น้ำกระจายได้ทั่ว
✏️ ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1.ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม การฉีดน้ำ โดยให้นักเรียนเจาะรูบนฝาของขวดน้ำที่มีขนาดเท่ากัน 2 ใบ
-ใบที่ 1 เจาะรูจำนวน 1 รู
-ใบที่ 2 เจาะหลายรู
2.นักเรียนเติมน้ำให้เต็ม ปิดฝาขวด แล้วให้นักเรียนออกแรงบีบขวด
เพื่อฉีดน้ำ ให้นักเรียนวัดระยะทางของแรงดันน้ำและบันทึกระยะทางที่ได้ลงแบบบันทึกกิจกรรมเรื่องการฉีดน้ำ
✏️ สังเกตและบรรยาย
1.นักเรียนแต่ละคนทำการทดลองการฉีดน้ำตามที่ออกแบบไว้สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทำการทดสอบ จากนั้นครูถามคำถามดังนี้
- อุปกรณ์ฉีดน้ำรูเล็ก-รูใหญ่เมื่อฉีดน้ำออกไปได้ผลการทดลองเหมือนกันหรือไม่
- อุปกรณ์ฉีดน้ำรูเดียว-หลายรูเมื่อฉีดน้ำออกไปได้ผลการทดลองเหมือนกันหรือไม่
✏️ บันทึกข้อมูล
- ครูให้นักเรียนบันทึกข้อมูลที่ได้ลงในแบบบันทึกกิจกรรมการฉีดน้ำ
✏️ สรุปและอภิปรายผล
- เมื่อทำการทดลองแล้วเปรียบเทียบขวดน้ำที่เจาะรูเดียวกับขวดน้ำที่เจาะหลายรู จะมีความแตกต่างกัน โดยขวดน้ำมี่เจาะ 1 รู ระยะทางของน้ำพุ่งได้ไกลกว่าขวดน้ำที่เจาะมากกว่า 1 รู เพราะว่ามีแรงดันภายในขวดมากกว่าน้ำและอากาศภายในขวดสามารถออกได้รูเดียวส่วนขวดน้ำที่เจาะหลายรูจะมีแรงดันอากาศน้อยกว่าเนื่องจากน้ำและอากาศสามารถออกได้หลายรู
✍️ ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
- น้ำเมื่อมีแรงดันมากน้ำจะสามารถพุ่งไปได้ไกลกว่าน้ำที่มีแรงดันน้อ

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง เปียกและเย็น ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3จัดกิจกรรมวันที่ 21 มกราคม 256...
21/01/2025

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง เปียกและเย็น ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
จัดกิจกรรมวันที่ 21 มกราคม 2568 โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ
ผู้จัดกิจกรรม นายภานุพล นนท์ใสย
📝 การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
✏️ ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
1.เมื่อร่างกายสัมผัสน้ำรู้สึกอย่างไร
2.ทำไมเมื่อขึ้นจากการเล่นน้ำต้องรีบเช็ดตัว
3.น้ำระบายความร้อนที่หน้าผากและเท้าด้วยหรือไม่
4.แขนรู้สึกเย็นขึ้นได้ด้วยน้ำอุ่นหรือไม่
✏️ รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
อุณหภูมิน้ำมีผลต่อการระบายความร้อนของร่างกาย
✏️ ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1.ให้นักเรียนทำแขนให้เปียกน้ำ 1 ข้างโดยจุ่มแขนข้างหนึ่งลงไปในน้ำ และอีกข้างไม่ต้องให้เปียกน้ำ
2.สะบัดแขนทั้งสองข้าง และบอกความรู้สึกต่างกันหรือไม่อย่างไร
3.ให้นักเรียนทำแขนให้เปียก1ข้างโดยจุ่มแขนข้างหนึ่งลงไปในน้ำอุ่น และอีกข้างไม่ต้องให้เปียกน้ำ และสะบัดให้แห้ง พร้อมทั้งบอกความรู้สึกของแขนทั้ง 2 ข้างเปรียบเทียบกัน
4.ทดลองระบายความร้อนที่แขนด้วยการนำผ้าชุปน้ำปิดไว้ที่แขน นักเรียนบอกความรู้สึกขณะที่มีผ้าปิดไว้ที่แขนก่อนและหลัง
✏️สังเกตและบรรยาย
1.สังเกตหรือบอกอุณหภูมิของน้ำ และอุณหภูมิของอากาศในขณะที่ทำการทดลอง เป็นอย่างไร
2.บอกความรู้สึกเมื่อทำการทดลองเปรียบเทียบความร้อนเย็นเมื่อแขนข้างหนึ่งเปียกน้ำแต่แขนอีกข้างหนึ่งไม่เปียกน้ำ
3.อธิบายเปรียบความรู้สึกเมื่อแขนเปียกน้ำอุ่น เมื่อทำให้แห้ง รู้สึกอย่างไร และแขนอีกข้างหนึ่งที่ไม่เปียกน้ำรู้สึกอย่างไร
4.บอกความรู้สึกก่อนและหลังจากนำผ้าชุปน้ำไปปิดไว้ที่หน้าผากและเท้า อธิบายและเปรียบเทียบความร้อนเย็นต่างกันหรือไม่
✏️ บันทึกข้อมูล
1.แขนข้างที่เปียกน้ำเมื่อทำให้แห้งจะรู้สึกเย็นกว่าแขนที่ไม่เปียกน้ำ
2.แขนที่เปียกน้ำอุ่นเมื่อทำให้แห้งจะรู้สึกเย็นกว่าแขนที่ไม่เปียกน้ำอุ่น
3.เมื่อนำผ้าชุปน้ำ ไปปิดไว้ที่แขน จะรู้สึกเย็นขึ้น
✏️ สรุปและอภิปรายผล
ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย โดยครูใช้คำถามดังต่อไปนี้
1.น้ำอุณหภูมิปกติระบายความร้อนในร่างกายได้
2.น้ำอุ่นทำให้แขนรู้สึกเย็นขึ้นได้
✍️ ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
อุณหภูมิของน้ำสามารถระบายความร้อนของร่างกายได้

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างเรือ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3จัดกิจกรรมวันที่ 9 มกราคม 2568...
09/01/2025

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การสร้างเรือ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
จัดกิจกรรมวันที่ 9 มกราคม 2568 โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ
ผู้จัดกิจกรรม นายภานุพล นนท์ใสย
📝 การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
✏️ ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
1.หากนักเรียนต้องการข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งนักเรียนจะทำอย่างไร
2.ทำไมเรือถึงบรรทุกน้ำหนักได้แล้วไม่จม
3.เรือที่มีรูปร่างต่างกันสามารถบรรทุกน้ำหนักได้เท่ากันหรือไม่
✏️ รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
1.เรือที่มีรูปร่างต่างกัน รับน้ำหนักในการบรรทุกสิ่งของได้ต่างกัน
2.เรือที่ทำจากวัสดุต่างกันสามารถรับน้ำหนักได้ต่างกัน
3.การกระจายน้ำหนักมีผลต่อการบรรทุกสิ่งของของเรือ
✏️ ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1.ให้นักเรียนสร้างเรือจากแผ่นกระดาษ โดยมีวิธีอย่างไรที่จะทำให้เรือ บรรทุกได้มากยิ่งขึ้น และมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้เรือกระดาษแข็งแรงขึ้น ซึ่งนักเรียนสามารถเลือกใช้สีเทียน เทปใส ในการทำให้เรือเกิดความแข็งแรงมากขึ้น
2.นักเรียนนำเรือที่สร้างขึ้นไปลอยน้ำเพื่อเปรียบเทียบการลอยน้ำของเรือ โดยวางดินน้ำมันลงในเรือด้วยวิธีการต่าง ๆ และสังเกตว่าเกิดอะไรขึ้นขณะที่วางดินน้ำมันลงในเรือ
✏️ สังเกตและบรรยาย
ทดสอบว่าเรือสามารถบรรทุกได้มากแค่ไหน โดยวางดินน้ำมันลงในเรือด้วยวิธีการต่าง ๆ สังเกตเกิดอะไรขึ้นขณะที่วางสิ่งของลงในเรือ
(1) เมื่อนำเรือกระดาษใส่ลงไปในน้ำโดยที่ยังไม่ใส่ดินน้ำมัน นักเรียนสังเกตเห็นอะไร
(2) เมื่อใส่ดินน้ำมันลงไปในเรือ เกิดอะไรขึ้นกับเรือ
(3) เรือขนาดใหญ่กับเรือขนาดเล็ก เรือแบบใดใส่ดินน้ำมันได้มากกว่ากัน เพราะเหตุใด
(4) เมื่อใส่ดินน้ำมันไปเรื่อย ๆ ในปริมาณที่มากขึ้น เกิดอะไรขึ้นกับเรือ
(5) ลักษณะการวางดินน้ำมันมีผลต่อเรืออย่างไรบ้าง
✏️ บันทึกข้อมูล
นักเรียนบันทึกข้อมูลลงในใบกิจกรรมการสร้างเรือ โดยวาดรูปลักษณะของเรือที่นักเรียนสร้างขึ้น พร้อมทั้งบันทึกผลที่เกิดขึ้น
✏️ สรุปและอภิปรายผล
ขนาดและรูปร่างของเรือมีผลต่อการบรรทุกน้ำหนักที่ต่างกัน และการกระจายน้ำหนักมีผลต่อน้ำหนักที่เรือบรรทุกได้
✍️ ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
เรือที่สามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากและนานที่สุดคือเรือที่มีความแข็งแรง มีพื้นที่รองรับน้ำหนักที่กว้าง และมีการกระจายน้ำหนักของวัตถุในเรือที่สมดุลกัน

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ทุ่นลอยน้ำ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3จัดกิจกรรมวันที่ 9 มกราคม 2568 โ...
09/01/2025

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง ทุ่นลอยน้ำ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
จัดกิจกรรมวันที่ 9 มกราคม 2568 โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ
ผู้จัดกิจกรรม นายภานุพล นนท์ใสย
📝 การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
✏️ ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
1.นักเรียนเคยเห็นหรือเคยตกปลาด้วยเบ็ตตกปลาหรือไม่
2.นักเรียนจะรู้ได้อย่างไรว่าปลากินเยื่อแล้ว
3.ทุ่น มีลักษณะอย่างไรและมีประโยชน์อย่างไร
✏️ รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
ลักษณะของทุ่นที่ดีเมื่อลอยในน้ำ จะสามารถลอยน้ำและตั้งตรงได้เองในน้ำ และสามรถทนต่อคลื่นน้ำเป็นอย่างดี
✏️ ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1.นักเรียนช่วยกันเลือกวัสดุที่จะนำมาสร้างทุ่นลอยน้ำและหาวิธีการที่จะ
ทำให้ทุ่นสามารถลอยน้ำ ตั้งตรงเองได้ และทนต่อคลื่นได้ดี
2.นักเรียนนำทุ่นทดสอบในอ่างน้ำ และให้นักเรียนจำลองการเกิดคลื่นใน
อ่างน้ำเพื่อทดสอบความทนต่อคลื่น
✏️ สังเกตและบรรยาย
1.นักเรียนใช้วิธีใดที่จะทำให้ทุ่นลอยและตั้งตรงในน้ำได้เอง
2.ทำอย่างไรให้ทุ่นที่ทำขึ้นทนต่อคลื่นได้ดี
✏️ บันทึกข้อมูล
นักเรียนบันทึกข้อมูลลงในใบกิจกรรมทุ่นลอยน้ำ โดยวาดรูปลักษณะ
ของทุ่นที่นักเรียนสร้างขึ้น พร้อมทั้งบันทึกผลที่เกิดขึ้น
✏️ สรุปและอภิปรายผล
ทุ่นที่มีการออกแบบที่ดี เมื่อนำไปลอยน้ำจะลอยน้ำได้อย่างมีเสถียรภาพ ทุ่นที่มีเสถียรภาพน้อยอาจเอียงไปมา ซึ่งอาจกลับมาตั้งตรงได้อีกครั้ง หากเพิ่มมวลของตัวถ่วงน้ำหนัก เพื่อให้ศูนย์ถ่วงของวัตถุอยู่ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งใช้หลักการเดียวกับการออกแบบตุ๊กตาล้มลุก
✍️ ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ทุ่นที่ดีเมื่อนำไปลอยน้ำจะลอยน้ำได้อย่างมีเสถียรภาพ สามารถลอยน้ำและตั้งตรงได้เองในน้ำ และทนต่อคลื่นได้

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง มือยาง  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1จัดกิจกรรมวันที่ 18 ธันวาคม 2567 โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคล...
02/01/2025

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง มือยาง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
จัดกิจกรรมวันที่ 18 ธันวาคม 2567 โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ
ผู้จัดกิจกรรม 1. นางสาวนันทิดา สุขอ้วน
2. นายภานุพล นนท์ใสย
📝 การจัดการเรียนรู้ด้วยวัฏจักรการสืบเสาะ
✏️ ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
1.ถ้านักเรียนต้องการหยิบจับสิ่งของนักเรียนใช้อวัยวะใดในการหยิบจับ
2.ทำไมมือของเราจึงจับและถือสิ่งของได้
3.มือที่มีกระดูกและไม่มีกระดูกต่างกันอย่างไร
✏️ รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
-มือมีลักษณะนิ่ม และมีลักษณะแข็ง หยิบจับสิ่งของได้
✏️ ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1.ครูให้นักเรียนลองสัมผัสมือของตนเองแล้วร่วมกันตอบคำถาม
2.ครูชี้แจงขั้นตอนการดำเนินกิจกรรมการสร้างแบบจำลองมือของเราจาก ถุงมือยาง
3.นักเรียนช่วยกันสร้างแบบจำลองมือทั้ง 2 แบบ คือมือที่มีกระดูก กับมือที่ไม่มีกระดูกโดยใช้หลอดดูดน้ำแทนกระดูก จากนั้นทดสอบโดยการถือสิ่งของจากมือจำลองที่สร้างขึ้น
✏️ สังเกตและบรรยาย
1.ให้นักเรียน เปรียบเทียบมือของตัวเองกับมือยางที่สร้างขึ้นว่ามือทั้งสองอย่างแตกต่างกันอย่างไร มือทั้งสองอย่างสามารถถือสิ่งของได้หรือไม่
- มือยางที่มีกระดูกกับไม่มีกระดูกแตกต่างกันอย่างไร
- ถ้ามือของนักเรียน ไม่มีกระดูกจะเป็นอย่างไร
- กระดูกมีหน้าที่อะไร
✏️ บันทึกข้อมูล
1.นักเรียนวาดภาพลักษณะมือจำลองทั้ง 2 แบบ ลงในใบกิจกรรมมือยาง พร้อมกับระบุว่ามือจำลองแบบใดสามารถถือสิ่งของได้
✏️ สรุปและอภิปรายผล
1.มือที่มีหลอดดูดน้ำจะสามารถถือสิ่งของได้เปรียบเสมือนมือที่มีกระดูกที่สามารถถือและหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ ได้ ส่วนมือที่ไม่มีหลอดดูดน้ำจะไม่สามารถถือสิ่งของได้
✍️ ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้
- มือเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายที่สามารถใช้หยิบจับสิ่งของต่าง ๆ ได้ เนื่องจากภายในมือมีเนื้อเยื่อและโครงร่างกระดูกที่สามารถงอพับไ

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การปรุงรส  ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1จัดกิจกรรมวันที่ 4 ธันวาคม 2567 โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไ...
04/12/2024

กิจกรรมการเรียนรู้ เรื่อง การปรุงรส ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1
จัดกิจกรรมวันที่ 4 ธันวาคม 2567 โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำ
ผู้จัดกิจกรรม 1. นางสาวนันทิดา สุขอ้วน
2. นายภานุพล นนท์ใสย
🧑🏻‍🏫 ตั้งคำถามเกี่ยวกับปรากฏการณ์ธรรมชาติ
1. อวัยวะที่ใช้ในการรับรสคืออวัยวะใด
2. อวัยวะที่นักเรียนใช้ในการรับรสสามารถรับรสอะไรได้บ้าง
👨🏻‍🔬 รวบรวมความคิดและข้อสันนิษฐาน
การรับรู้รสชาติของอาหารชนิดต่างๆ สามารถรับรู้ได้ด้วยอวัยวะที่เรียกว่า ลิ้น ลิ้นของคนเราสามารถรับรสหวาน/เปรี้ยว/เค็ม/ขม หากต้องการแก้ไขและปรับปรุงรสชาติของอาหารที่เค็มเกินไป ทำได้โดยการเติมน้ำตาลจนได้รสชาติที่ต้องการ
👉 ทดสอบและปฏิบัติการสืบเสาะ
1. ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนกลุ่มละ 5 คน
2. แต่ละกลุ่มออกแบบและจัดเตรียมน้ำซุปที่มีรสเค็มจัด ลงในแบบบันทึกกิจกรรมการปรุงรส ตอนที่ 1
3. หลังจากนั้นให้นักเรียนเพิ่มน้ำตาลลงไปในแก้วน้ำซุป ดังนี้
แก้วที่1 เติม 1ช้อนชา
แก้วที่2 เติม 2 ช้อนชา
แก้วที่3 เติม 3 ช้อนชา
4. แต่ละกลุ่มคนจนน้ำตาลละลาย จากนั้นทดสอบชิมรสชาติความแตกต่างของแต่ละแก้วแล้วบันทึกผลลงในแบบบันทึกกิจกรรมการปรุงรส
👩🏻‍🔬 สังเกตและบรรยาย
1. นักเรียนแต่ละกลุ่มสังเกต ทดสอบชิมรสชาติความแตกต่างของแต่ละแก้วว่ามีรสชาติความเค็มลดลงหรือไม่ อย่างไร
👉 บันทึกข้อมูล
- นักเรียนบันทึกข้อมูลบันทึกลงในแบบบันทึกกิจกรรม
👉🏻 อภิปรายผล
1. ครู และนักเรียนร่วมกันอภิปรายตามประเด็น ดังนี้
-จากการทดลองนักเรียนคิดว่าสามารถใช้สิ่งอื่น แก้รสเค็มได้หรือไม่ อย่างไร
-เราจะทราบได้อย่างไรว่า สิ่งที่เลือกใช้นั้นสามารถแก้ไขรสชาติเค็มได้
-เราใช้ประสาทสัมผัสใดในการชิมรส
👉 ข้อค้นพบจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้นี้
- การรับรสด้วยลิ้นบางครั้งไม่สามารถรับรู้รสชาติของความเค็มได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าในอาหารนั้นไม่มีเกลืออยู่เลย

ที่อยู่

ตั้งอยู่ 37 หมู่ที่ 6 ตำบลหนองหัวช้าง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ
Kanthararom
33130

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านนักวิทยาศาสตร์น้อย ระดับประถมศึกษา โรงเรียนบ้านลือชัยโนนศรีไคลร่องน้ำคำผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์