📌 วันมาฆบูชา วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ เป็นวันที่เกิดเหตุการณ์สำคัญที่เรียกว่า “จาตุรงคสันนิบาต” คือ
✨ พระสงฆ์ ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
✨ พระสงฆ์ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์
✨ ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรง (เอหิภิกขุอุปสัมปทา)
✨ พระพุทธเจ้าทรงแสดง “โอวาทปาติโมกข์” ซึ่งสรุปหลักคำสอนสำคัญ คือ ทำความดี ละเว้นความชั่ว และทำจิตใจให้บริสุทธิ์
วันมาฆบูชาจึงเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนร่วมกันน้อมระลึกถึงคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และตั้งใจปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ
🕯️ ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมทำบุญ ตักบาตร ฟังธรรม และ เวียนเทียน รอบพระอุโบสถในช่วงค่ำ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา การเวียนเทียน ๓ รอบ เปรียบเสมือนการระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ พร้อมทั้งตั้งจิตอธิษฐานให้ชีวิตพบแต่ความสุข ความเจริญ และความสงบทางใจ
🌼 ร่วมกันสืบสานพระพุทธศาสนา ด้วยการเป็น “คนดี” ในทุก ๆ วัน
#วันมาฆบูชา #เวียนเทียน #ทำความดีละเว้นความชั่ว #พุทธศาสนิกชน
สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม PSU.Wittayanusorn School
ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม PSU.Wittayanusorn School, การศึกษา, โรงเรียน มอ. วิทยานุสรณ์, Hat Yai.
10/02/2026
🎉 ขอแสดงความยินดีและร่วมภาคภูมิใจ 🎉
กับคุณครูที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจาก สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา เนื่องในโอกาสได้รับรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติ ประจำปี พ.ศ. 2569
🏆 รางวัล “ครูดีในดวงใจ สช. จังหวัดสงขลา”
🔹 นายชนิตพล ดู่ไหน
คุณครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ขอแสดงความยินดี ณ โอกาสนี้
#ครูดีในดวงใจสช
01/02/2026
การอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การจัดกระบวนการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เชิงรุก (Active History Workshop)”
โดย อาจารย์ ดร.กนก จันทรา
ณ โรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์
ระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569
การอบรมครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพครูผู้สอนประวัติศาสตร์และผู้ที่สนใจ ในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ผ่านกระบวนการคิดทางประวัติศาสตร์ (Historical Thinking) การออกแบบกิจกรรมที่ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การตีความหลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างมีเหตุผล ตลอดจนการออกแบบห้องเรียนที่เน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียนเป็นสำคัญ
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ได้รับจากการอบรม คือ แนวคิดการประเมินผลการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ (Competency-based Assessment) ซึ่งไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการวัดความรู้หรือทักษะรายด้านเท่านั้น แต่เป็นการประเมินความสามารถเชิงบูรณาการของผู้เรียน ผ่านการเชื่อมโยง ความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) และคุณลักษณะ/เจตคติ (Attributes & Values) สู่การปฏิบัติจริง (Action)
ในส่วนของ การวัดผลด้าน Attribute หรือคุณลักษณะของผู้เรียน การอบรมได้เน้นย้ำว่า Attribute ไม่ได้เป็นสิ่งที่แยกออกจากเนื้อหาหรือกิจกรรมการเรียนรู้ แต่ฝังอยู่ในกระบวนการเรียนรู้และการปฏิบัติของผู้เรียนอย่างเป็นธรรมชาติ การประเมินด้านนี้จึงควรพิจารณาจากพฤติกรรมที่แสดงออกจริงระหว่างการเรียนรู้ เช่น การมีส่วนร่วมในการอภิปรายและการทำงานกลุ่ม การรับฟังและเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง ความรับผิดชอบต่อบทบาทหน้าที่ของตนเอง รวมถึงความใฝ่รู้และความตั้งใจในการเรียนรู้
เครื่องมือที่เหมาะสมในการประเมินด้าน Attribute ได้แก่ การสังเกตพฤติกรรมอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการใช้ Rubric เชิงพฤติกรรม และการสะท้อนคิด (Reflection) ซึ่งช่วยให้ครูสามารถติดตามพัฒนาการด้านคุณลักษณะของผู้เรียนได้อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน การอบรมยังได้อธิบาย แนวคิดการวัดผลด้าน Competency ว่าเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการบูรณาการความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ และจะแสดงออกผ่าน “การกระทำ” หรือ “การปฏิบัติในสถานการณ์จริง” ดังนั้น การประเมินสมรรถนะจึงควรใช้การประเมินแบบ Performance-based Assessment โดยพิจารณาทั้งกระบวนการคิด การลงมือปฏิบัติ การใช้ความรู้และทักษะในการแก้ปัญหา รวมถึงความเหมาะสมของการตัดสินใจและเหตุผลที่ผู้เรียนใช้
การออกแบบภาระงาน (Task) ที่มีความหมาย ร่วมกับ Rubric เชิงสมรรถนะ จะช่วยให้การประเมินครอบคลุมทั้งมิติความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะ และสะท้อนระดับความสามารถของผู้เรียนได้อย่างชัดเจน
นอกจากนี้ การอบรมยังเน้นย้ำความสำคัญของ การประเมินเพื่อพัฒนา (Formative Assessment) โดยการให้ Feedback อย่างต่อเนื่องในแต่ละช่วงของการเรียนรู้ เพื่อให้การประเมินไม่ใช่เพียงการตัดสินผลลัพธ์สุดท้าย แต่เป็นกระบวนการสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนให้พัฒนาไปสู่สมรรถนะที่คาดหวัง
แนวคิดสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การมองการเรียนรู้ผ่าน “ร่องรอยการเรียนรู้ (Learning Evidence)” ซึ่งสะท้อนให้เห็นพัฒนาการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การรับรู้ขั้นต้น ไปจนถึงการคิดวิเคราะห์และการประยุกต์ใช้ ร่องรอยการเรียนรู้สามารถปรากฏในหลายรูปแบบ เช่น การตั้งคำถาม การเลือกและใช้ข้อมูล การอธิบายเหตุผล การเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายแหล่ง และการสรุปหรือสะท้อนความคิดของตนเอง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นหลักฐานเชิงพฤติกรรมและกระบวนการคิดที่ครูสามารถนำมาใช้ในการประเมินได้
จากร่องรอยการเรียนรู้ดังกล่าว จะเห็นได้ว่า Attribute ของผู้เรียนสะท้อนผ่านพฤติกรรมในแต่ละช่วงของการเรียนรู้ เช่น ความตั้งใจและความใฝ่รู้ในการค้นหาข้อมูล ความอดทนและความรับผิดชอบในการทำงาน การเปิดรับความคิดเห็นที่แตกต่าง และความซื่อสัตย์ในการใช้ข้อมูลและหลักฐาน ขณะเดียวกัน เมื่อผู้เรียนสามารถใช้ข้อมูลอย่างมีเหตุผล วิเคราะห์และเชื่อมโยงข้อมูลหลายแหล่ง รวมถึงอธิบายหรือแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง นั่นคือการแสดงออกของ Competency อย่างชัดเจน
ดังนั้น ครูจึงมีบทบาทสำคัญในการออกแบบกิจกรรมให้เกิดร่องรอยการเรียนรู้ เก็บรวบรวมหลักฐานอย่างต่อเนื่อง และใช้การประเมินเพื่อพัฒนา (Assessment for Learning) มากกว่าการตัดสินผลเพียงครั้งเดียว องค์ความรู้และแนวคิดที่ได้รับจากการอบรมครั้งนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ให้สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียน และยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
17/01/2026
รางวัลระดับเหรียญทอง ชนะเลิศลำดับที่ ๑
เด็กชายธรรม ทองชาว
เด็กชายติณณ์ ชอบธรรมดี
การแข่งขันการตอบปัญหาทางสังคมศึกษา ช่วงชั้น ม.๑-ม.๓
รางวัลระดับเหรียญทอง ชนะเลิศลำดับที่ ๑
นายจารุเดช สริเกียรติกุล
นางสาวธนภร คล่องแคล่ว
การแข่งขันการตอบปัญหาทางสังคมศึกษา ช่วงชั้น ม.๔-ม.๖
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์
มหกรรมวิชาการการศึกษาเอกชน
ระบบแข่งขันทักษะวิชาการ และประกวดสิ่งประดิษฐ์นักเรียน โรงเรียนเอกชน ครั้งที่ ๑๐
ปีการศึกษา ๒๕๖๘ ระดับภาคใต้
13/01/2026
💡โรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ“การจัดกระบวนการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เชิงรุก” โดยวิทยากรอาจารย์กนก จันทรา รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม โดยมีเนื้อหา 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การถอดรหัสประวัติศาสตร์เชิงรุก เทคนิคการสอนประวัติศาสตร์เชิงรุก และการออกแบบห้องเรียนประวัติศาสตร์เชิงรุก
💡ในวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 8:30 – 16:00 น. ณ ห้องประชุมชัยพฤกษ์ โรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์.
✅ รับสมัครครูที่สนใจเข้าร่วมได้ใน link ที่แนบมา
>>> https://forms.gle/wWQ98crT3EksHCGr6
โดยมีค่าลงทะเบียนรวมอาหารกลางวัน อาหารว่างและอุปกรณ์ประกอบการอบรม ⚠️ ด่วนรับจำนวน 40 ท่านเท่านั้น ลงทะเบียนก่อนมีสิทธิ์ก่อน
🚨 สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ - 25 มกราคม 2569
📍การพัฒนาครูให้มีความรู้ความเข้าใจด้านการออกแบบและจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องสำคัญ
09/12/2025
วันที่ 10 ธันวาคม ของทุกปีเป็นวันรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นวันที่ระลึกถึงโอกาสที่ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม พุทธศักราช 2475 เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 เป็นรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกของประเทศไทย ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ และเป็นเครื่องกำหนดระเบียบแบบแผนของสังคม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เป็นกฎหมายลำดับศักดิ์สูงสุดแห่งราชอาณาจักรไทย กฎหมายอื่นใดจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญไม่ได้ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบการปกครองของประเทศ ซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญแล้วทั้งสิ้น 19 ฉบับ อันแสดงให้เห็นถึงความขาดเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน คือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 เป็นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับที่ 20 ซึ่งจัดร่างโดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ในระหว่าง พ.ศ. 2557–2560 ภายหลังการรัฐประหารในประเทศโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 รัฐธรรมนูญฉบับนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงลงพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560 ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร และมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระราชโองการ
เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 นั้น ถือได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์ไทยเชิงการเมืองการปกครอง เมื่อคณะราษฎร ซึ่งประกอบด้วย ข้าราชการสายทหารบก ทหารเรือ และสายพลเรือน จำนวน 99 คน โดยมีพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นหัวหน้า ได้ร่วมกันทำการยึดอำนาจการปกครองประเทศจากพระมหากษัตริย์ เพื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตย อันมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด และมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ
วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ได้มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราวเรียกว่า "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว" สาระสำคัญของธรรมนูญการปกครองฉบับนี้ ได้แก่ การที่กำหนดว่า อำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศหรืออำนาจอธิปไตยเป็นของราษฎรทั้งหลาย การใช้อำนาจสูงสุดก็ให้มีบุคคล คณะบุคคลเป็นผู้ใช้อำนาจแทนราษฎรดังนี้ คือ
1. พระมหากษัตริย์
2. สภาผู้แทนราษฎร
3. คณะกรรมการราษฎร
4. ศาล
ลักษณะการปกครองแม้จะเปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นประชาธิปไตยแต่ก็ถือว่าพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของประเทศ เป็นสถาบันที่ถาวรและมีการสืบราชสมบัติต่อไปในพระราชวงศ์ การปฎิบัติราชการต่างๆ จะต้องมีกรรมการราษฎรผู้หนึ่งเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ โดยได้รับความยินยอมจากคณะกรรมการราษฎร จึงจะใช้ได้สถาบันที่เกิดใหม่คือ สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีอำนาจทางนิติบัญญัติออกกฎหมายต่างๆ ซึ่งเมื่อพระมหากษัตริย์ลงพระปรมาภิไธยประกาศใช้แล้ว จึงจะมีผลบังคับได้ เหตุนี้ในระยะแรกของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง สภาผู้แทนจึงเป็นสถาบันที่มีอำนาจสูงสุดในทางการเมือง ส่วนการใช้อำนาจตุลาการยังคงให้ ศาลยุติธรรมที่มีอยู่แล้ว พิจารณาพิพากษาคดีให้เป็นไปตามกฎหมายได้ตามเดิม
กระทั่งถึงวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรสยาม ฉบับถาวรซึ่งมีหลักการต่างกับฉบับแรกในวาระสำคัญหลายประการ อาทิ ได้เปลี่ยนระบอบการปกครอง เป็นการปกครองแบบรัฐสภา ทั้งนี้เนื่องจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2475 ได้บัญญัติให้พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นประมุขไม่ต้องรับผิดชอบทางการเมือง เป็นผู้ใช้อำนาจทางคณะรัฐมนตรี ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งให้บริการราชการแผ่นดิน แต่คณะรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบในการบริหารการแผ่นดินต่อสภาผู้แทน รัฐสภาซึ่งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติมิได้ใช้แต่เพียงอำนาจนิติบัญญัติเท่านั้น แต่มีอำนาจที่จะควบคุมคณะรัฐมนตรีในการบริหารแผ่นดินด้วย แต่อย่างไรก็ตามคณะรัฐมนตรีรวมทั้งพระมหากษัตริย์ซึ่งประกอบกันเป็นรัฐบาลก็มีอำนาจที่จะยุบสภาผู้แทนได้ หากเห็นว่าได้ดำเนินการไปในทางที่จะเป็นภัยหรือเสื่อมเสียผลประโยชน์สำคัญของรัฐซึ่งมีผลเท่ากับถอดถอนสมาชิกสภาที่ได้รับเลือกตั้งมาเพื่อให้ราษฎรเลือกตั้งใหม่ ในส่วนเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์นั้น ได้บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในฐานะอันเป็น ที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้
รัฐธรรมนูญ ฉบับแรกของไทย มีชื่อว่า "พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475" จากนั้น ราชอาณาจักรไทย ก็ได้ประกาศใช้รัฐธรรมนูญมาตามลำดับ ดังนี้
1. พระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พุทธศักราช 2475 (27 มิถุยายน - 10 ธันวาคม 2475)
2. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสยาม (ไทย) พุทธศักราช 2475 (10 ธันวาคม 2475 - 9 พฤษภาคม 2489) ถูกยกเลิกเพราะล้าสมัย
3. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2489 (9 พฤษภาคม 2489 - 8 พฤศจิกายน 2490) ถูกยกเลิกโดยคณะรัฐประหาร
4. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 รัฐธรรมนูญตุ่มแดง หรือ รัฐธรรมนูญใต้ตุ่ม (9 พฤศจิกายน 2490 - 23 มีนาคม 2492)
5. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492 (23 มีนาคม 2492 - 29 พฤศิกายน 2494) ถูกยกเลิกโดยคณะรัฐประหาร
6. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2475 แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2495 (8 มีนาคม 2495 - 20 ตุลาคม 2501) ถูกยกเลิกโดยคณะปฏิวัติ
7. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2502 (28 มกราคม 2502 - 20 มิถุนายน 2511)
8. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2511 (20 มิถุนายน 2511 - 17 พฤศจิกายน 2514) ถูกยกเลิกโดยคณะปฏิวัติ
9. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2515 (25 ธันวาคม 2515 - 7 ตุลาคม 2517)
10. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2517 (7 ตุลาคม 2517 - 6 ตุลาคม 2519) ถูกยกเลิกโดยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน
11. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2519 (22 ตุลาคม 2519 - 20 ตุลาคม 2520)
12. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2520 (9 พฤศจิกายน 2520 - 22 ธันวาคม 2521)
13. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2521 (22 ธันวาคม 2521 - 23 กุมภาพันธ์ 2534) ถูกยกเลิกโดยคณะ รสช.
14. ธรรมนูญการปกครองราชอาณาจักร พุทธศักราช 2534 (1 มีนาคม - 9 ตุลาคม 2534)
15. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 (9 ธันวาคม 2534 - 11 ตุลาคม 2540) ถูกยกเลิกหลังตรารัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
16. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ฉบับประชาชน (11 ตุลาคม 2540 - 19 กันยายน 2549) ถูกยกเลิกโดยคณะ คปค.
17. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 (1 ตุลาคม 2549 - 24 สิงหาคม 2550)
18. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 (24 สิงหาคม 2550 - 22 กรกฎาคม 2557)
19. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 (22 กรกฎาคม 2557-6 เมษายน 2560)
20.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 (6 เมษายน 2560 - ปัจจุบัน)
สำหรับกิจกรรมในวันรัฐธรรมนูญ มีการจัดพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลฉลอง ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทุกปีสืบมา งานนี้เป็นงานพระราชพิธีและรัฐพิธีร่วมกัน และมีพิธีการวางพวงมาลาถวายสักการะ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 และมีการประดับธงชาติบริเวณอาคารบ้านเรือน
ข้อมูลจาก สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง รัฐสภาไทย
สามารถเข้าร่วมกิจกรรม DEMOCRACY TIMELINE GAME คุณรู้จักประชาธิปไตยไทยดีแค่ไหน ได้ทางลิงก์ที่ปรากฎด้านล่าง
https://elect.in.th/game-timeline/
ผู้ที่สามารถเรียงลำดับเหตุการณ์ได้ 50 เหตุการณ์ขึ้นไปสามารถนำหลักฐานมายื่นที่ห้องกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
โรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์ เพื่อรับเกียรติบัตรการเข้าร่วมกิจกรรม "วันรัฐธรรมนูญ" ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2568
๕ ธันวาคม ๒๕๖๘
วันแห่งการน้อมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระองค์ผู้ทรงเป็นแบบอย่างของความเพียร ความพอเพียง และการมองปัญหาอย่างมีเหตุมีผล
ทุกครั้งที่แผ่นดินเผชิญบททดสอบ ทำให้ย้อนคิดถึงคำสอนของพระองค์ที่ว่า “ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ใช่ให้ท้อถอย” พระดำรัสที่ทรงปลูกไว้ในใจคนไทยทุกคน ยังคงเป็นพลังให้เรายืนหยัด ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก
แม้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย แต่พระปรีชาญาณและพระเมตตา ยังคงหล่อเลี้ยงหัวใจของปวงชน ให้รู้จักดำเนินชีวิตด้วยสติ ซื่อสัตย์ และสามัคคี ดุจแสงแห่งความหวังที่ไม่เคยดับสิ้น
ขอถวายความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ตราบนิรันดร์
ที่ตั้ง
ประเภท
เว็บไซต์
ที่อยู่
โรงเรียน มอ. วิทยานุสรณ์
Hat Yai
90110