18/08/2026
❗❗มาตรการยกระดับการรักษาความปลอดภัยและการควบคุมอาวุธปืนในสถานศึกษา❗❗
📌โรงเรียนวัดท่าแก้ว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชัยนาท📌
👉1. นโยบายการยกระดับความปลอดภัย
สถานศึกษากำหนดมาตรการรักษาความปลอดภัยในระดับเข้มข้น โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันการนำอาวุธปืนหรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายเข้ามาในสถานศึกษา การเฝ้าระวังบุคคลและพฤติกรรมเสี่ยง ตลอดจนการสร้างระบบแจ้งเหตุและการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว โดยยึดหลัก “ป้องกันก่อนเกิดเหตุ
– เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
– แจ้งเหตุอย่างรวดเร็ว
– ระงับเหตุอย่างเหมาะสม
– ฟื้นฟูและป้องกันการเกิดซ้ำ”
👉2. มาตรการป้องกันการนำอาวุธปืนเข้ามาในสถานศึกษา
2.1 การควบคุมการเข้า–ออก
- กำหนดทางเข้า–ออกของสถานศึกษาให้ชัดเจนและเหมาะสม
- จัดให้มีผู้รับผิดชอบดูแลบริเวณทางเข้า–ออกในช่วงเวลาสำคัญ
- บุคคลภายนอกต้องติดต่อและแสดงวัตถุประสงค์ก่อนเข้าสถานศึกษา
- ไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่มีภารกิจเกี่ยวข้องเข้าพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
- จัดระบบบันทึกข้อมูลผู้มาติดต่อและยานพาหนะตามความเหมาะสม
2.2 การป้องกันและเฝ้าระวังอาวุธปืน
- ประกาศนโยบาย “สถานศึกษาปลอดอาวุธปืนและอาวุธทุกชนิด”
- กำหนดระเบียบห้ามนักเรียน ครู บุคลากร และบุคคลภายนอกนำอาวุธเข้ามาในพื้นที่สถานศึกษา เว้นแต่เป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายและได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติภารกิจ
- สื่อสารให้นักเรียนและผู้ปกครองทราบถึงข้อห้ามและผลกระทบของการนำอาวุธเข้าสถานศึกษา
- เฝ้าระวังพฤติกรรมหรือข้อมูลที่บ่งชี้ถึงความเสี่ยง โดยดำเนินการอย่างเหมาะสมและเคารพสิทธิของนักเรียน
- ไม่ให้นักเรียนหรือบุคลากรดำเนินการตรวจค้นหรือเผชิญหน้ากับบุคคลที่สงสัยว่ามีอาวุธด้วยตนเอง
👉3. ระบบแจ้งเหตุและการตอบสนองเมื่อพบอาวุธปืน
เมื่อพบหรือได้รับแจ้งว่ามีอาวุธปืนหรือสงสัยว่ามีอาวุธปืนในสถานศึกษา ให้ดำเนินการตามหลัก
พบ/ได้รับแจ้งเหตุ
- แจ้งผู้บริหารและผู้รับผิดชอบทันที
- รักษาระยะห่างและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า
- นำบุคคลที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงไปยังบริเวณปลอดภัยตามแผนของโรงเรียน
- ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานฉุกเฉินที่เกี่ยวข้อง
- ควบคุมพื้นที่และป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าสู่พื้นที่เสี่ยง
- แจ้งผู้ปกครองตามความเหมาะสม
- บันทึกและรายงานเหตุการณ์
- ถอดบทเรียนและปรับปรุงมาตรการ
ข้อสำคัญ: ครูและบุคลากรไม่ควรพยายามแย่ง ยึด หรือเข้าไปควบคุมอาวุธด้วยตนเอง เว้นแต่เป็นการดำเนินการตามหน้าที่และการฝึกอบรมที่ได้รับจากหน่วยงานที่มีอำนาจ
👉4. การจัดระบบเฝ้าระวังเชิงป้องกัน
สถานศึกษาจัดระบบเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
- สำรวจและประเมินพื้นที่เสี่ยงภายในโรงเรียนเป็นระยะ
- ตรวจสอบความพร้อมของประตู รั้ว และระบบรักษาความปลอดภัย
- จัดครูเวรหรือบุคลากรดูแลบริเวณสำคัญตามช่วงเวลา
- ใช้ระบบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัว
- จัดช่องทางแจ้งเหตุที่นักเรียนสามารถเข้าถึงได้ง่าย
- ส่งเสริมระบบ “เพื่อนช่วยเพื่อน ครูช่วยดูแล” เพื่อให้สามารถแจ้งข้อมูลความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- ประสานผู้ปกครองเมื่อพบพฤติกรรมหรือสถานการณ์ที่มีความเสี่ยง
👉5. การสร้างความรู้และทักษะด้านความปลอดภัย
จัดกิจกรรมให้นักเรียนและบุคลากรเรียนรู้เกี่ยวกับ
- การสังเกตและหลีกเลี่ยงสถานการณ์อันตราย
- การแจ้งเหตุอย่างถูกต้องและรวดเร็ว
- การปฏิบัติตามคำสั่งของครูและเจ้าหน้าที่เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
- การหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้หรือสัมผัสอาวุธหรือสิ่งของต้องสงสัย
- การใช้ช่องทางสื่อสารและระบบแจ้งเหตุของโรงเรียน
- การป้องกันความรุนแรงและการแก้ไขความขัดแย้งอย่างสันติ
👉6. การทำงานร่วมกับผู้ปกครองและหน่วยงานภายนอก
สถานศึกษาสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับ
- ผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษา
- สถานีตำรวจในพื้นที่
- โรงพยาบาลหรือหน่วยบริการสาธารณสุข
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
- หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- หน่วยงานต้นสังกัด
เพื่อร่วมกันประเมินความเสี่ยง ให้ความรู้ ซ้อมแผน และสนับสนุนการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน
👉7. การซ้อมแผนเผชิญเหตุ
สถานศึกษาจัดทำและทบทวน แผนเผชิญเหตุกรณีมีบุคคลหรืออาวุธที่อาจก่อให้เกิดอันตราย โดยกำหนดบทบาทของผู้บริหาร ครู บุคลากร นักเรียน และผู้ประสานงานภายนอกให้ชัดเจน
การซ้อมควรเน้นการเรียนรู้เรื่อง การแจ้งเหตุ การหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง การปฏิบัติตามระบบความปลอดภัย และการประสานเจ้าหน้าที่ โดยหลีกเลี่ยงการจำลองสถานการณ์ที่อาจทำให้นักเรียนเกิดความหวาดกลัวหรือเข้าใจผิดว่าเป็นเหตุจริง
👉8. การควบคุมและจัดเก็บอาวุธของเจ้าหน้าที่
กรณีมีเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายและจำเป็นต้องมีอาวุธในการปฏิบัติหน้าที่ ให้สถานศึกษาประสานหน่วยงานต้นสังกัดหรือหน่วยงานผู้รับผิดชอบเพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติ การเข้า–ออกพื้นที่ และการควบคุมดูแลให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของหน่วยงานนั้นอย่างเคร่งครัด
👉9. การติดตามและประเมินผลมาตรการ
ให้มีการประเมินอย่างน้อยในประเด็นต่อไปนี้ 1. ความพร้อมของระบบควบคุมทางเข้า–ออก 2. ความพร้อมของครูเวรและผู้รับผิดชอบ 3. ความพร้อมของระบบแจ้งเหตุ 4. จุดเสี่ยงและสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษา 5. ความรู้และความเข้าใจของนักเรียนและบุคลากร 6. ผลการซ้อมแผนเผชิญเหตุ 7. ความร่วมมือของผู้ปกครองและหน่วยงานภายนอก 8. ข้อเสนอแนะและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เพื่อนำมาปรับปรุงมาตรการ
👉10. แนวทางยกระดับแบบ 5 ระดับ
ระดับที่ 1 : ป้องกัน
กำหนดนโยบาย กฎ ระเบียบ และประเมินจุดเสี่ยง
ระดับที่ 2 : เฝ้าระวัง
จัดระบบครูเวร ทางเข้า–ออก กล้องวงจรปิด และช่องทางแจ้งเหตุ
ระดับที่ 3 : เตรียมพร้อม
จัดทำแผนเผชิญเหตุ ฝึกอบรม และซ้อมแผนอย่างเหมาะสม
ระดับที่ 4 : ตอบสนอง
เมื่อเกิดเหตุ ให้แจ้งผู้บริหาร ประสานเจ้าหน้าที่ รักษาความปลอดภัยของนักเรียน และควบคุมพื้นที่ตามแผน
ระดับที่ 5 : ฟื้นฟูและพัฒนา
ดูแลผู้ได้รับผลกระทบ สรุปบทเรียน ประเมินมาตรการ และปรับปรุงระบบเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ
👉เป้าหมายสำคัญ
“สถานศึกษาปลอดภัย นักเรียนได้รับการคุ้มครอง ครูและบุคลากรมีความพร้อม ระบบเฝ้าระวังมีประสิทธิภาพ และไม่มีการนำอาวุธปืนหรืออาวุธที่อาจก่อให้เกิดอันตรายเข้ามาในสถานศึกษา”